I am Chimera เมื่อผมเกิดมาเป็นคิเมร่า

ตอนที่ 10 : หัวที่ ๑๐ : คำสั่งของฮาเดส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    11 ก.ย. 60




ณ อาณาจักรกริม 
อาคารกิลอาชาสีคราม 



 "อ้าว ไงไม่ได้เจอกันตั้งนานเมอร์รอน" 


 เร้ดเดินออกมาพร้อมกับสมาชิกกิลทุกคนพร้อมกับเผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่ผมแดงยาวที่มาพร้อมกับลูกน้องหลายสิบคนของเขา 


ชายคนนี้คือพี่ชายของเมอร์เรนที่ถูกโซลฆ่าไปนั่นเอง 



 "มางงมาไงอะไร!ฉันถามว่าน้องฉันอยู่ที่ไหน!!" 


 เมอร์รอนกล่าวเสียงดังลั่น ทำให้ชาวเมืองบริเวณนี้ต่างหันมามองตาเดียวกันด้วยสายตาอยากรู้ว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกัน 



 "พวกเราจะไปรู้ได้ไงละ ขนาดพี่ชายอย่างแกยังไม่รู้เลย" 


 ธอนชายร่างใหญ่แทงค์ประจำกลุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกอดอกอยางกวนๆ ริเวอร์ก็คอยดึงไหล่เขาประมาณจะบอกว่าอย่าไปหาเรื่องเพิ่มเชียว 



 "ก็พวกแกไปรับภารกิจเดียวกับเมอร์เรนนี่หว่าจะไม่รู้ได้ยังไงว่าพวกเมอร์เรนอยู่ที่ไหน" 


 'เรเนีย' หญิงสาวผมส้มยาวหน้าสวยนักดาบยาวมากฝีมือของกิลปีกเพลิงฟินิกส์กอดอกกล่าวขึ้นพร้อมบอกเหตุผล 


เร้ดพอฟังดังนั้นเกาหัวเล็กน้อย ก่อนซักพักจะได้ยินเสียงใครบางคนดังมาจากอาคารกิลอาชาสีครามของพวกเร้ด... 



 "พอทซ์นายยังไม่ตาย!!" 


 เสียงนั่นคือเสียงของอเดลอัศวินสาวของกิลเดียวกับเมอร์รอน เร้ดคาดว่าเธอคงจะฟื้นมาแล้วพบกับพอทซ์ที่ยังมีชีวิตอยู่จึงได้ตกใจเสียงดังอุทานออกมาขนาดนี้ 


 แต่เสียงของอเดลได้สร้างปัญหาให้กับพวกเร้ดอย่างแรง... 


 "นั่นเสียงของอเดลนี่!!พวกแกจับพวกเขาไว้สินะ!!" 


 เมอร์รอนตะคอกเสียงดีงอย่างโมโหพร้อมชักดาบขึ้นมา เรเนียกับลูกน้องคนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน 


พวกเร้ดยิ่งปวดหัวยิ่งกว่าเดิมกับการไม่ฟังอะไรของเมอร์รอนชายใจร้อนคนนี้ แถมดูเหมือนพวกชาวบ้านจะไปเรียกอัศวินของอาณาจักรมาด้วยสิ 


เขาไม่อยากให้เกิดปัญหาเลย... แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทำอะไร... 


 ปึง!! 


 "หือ?" 


 ก็มีชายหน้าหล่อคมผมดำนัยต์ตาสีฟ้าทะเลในชุดคลุมสีขาวสุดหรูดูดีปริศนาเดินออกมา พร้อมกวัดแกว่งดาบในมือที่ทำมาจากฟันของไครซัสเดินผ่านพวกเร้ดออกมา 


 'เห้อ ใครจะไปรู้ละว่าพอใช้พลังจนเยอะเกินไปจะเกิดผลข้างเคียงทำให้สลบไปแบบนี้'


 โซลคิดในใจอย่างเซงๆพร้อมเกาหัวไปด้วย เมื่อนึกไปถึงตอนที่เขาคืนชีพให้พอทซ์กับอเดล โชคดีที่พวกเร้ดเป็นคนดีไม่คิดฆ่าเขาอย่างที่คิดไว้จริงๆเลยทำให้รอดตายมา 


แต่คราวหลังเขาจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้แล้วสิ 



 'แถมโชคดีนะที่เวลาของร่างมนุษย์ของเรายังเหลืออยู่ ขืนให้เป็นคิเมร่าเดินเพ่นพ่านในเมืองละก็คงเกิดเรื่องใหญ่แน่' 


 โซลคิดในใจ ก่อนจะเหลือบมองไปที่พวกเมอร์รอน เขาสัมผัสได้ว่าพวกนี้เป็นคนเลวเกือบทั้งหมด 


แต่คราจะฆ่าพวกมันต่อหน้าประชาชนที่มองดูอยู่รอบๆนั่นคงทำให้พวกเร้ดเดือดร้อน...


แต่เอ้ะ?มันไม่เกี่ยวกับเขานี่ 



 "ไอ้หมอนี่ใครกันไม่เคยเห็นหน้า...!!


 คว้างงง!!!


อาโทสกล่าวถามขึ้น ก่อนเขาจะเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มหน้าหล่อตะกี้หายตัวไปต่อหน้าต่อตา 


ก่อนจะได้ยินเสียงเหมือนอะไรขาด 


 ฉัวะ!! 


 ฉูดดด!!! 


 "เอ้ะ?!" 


 ร่างของเรเนียถูกฟันผ่ากลางโดยที่ไม่ทันตั้งตัว พร้มกับเลือดที่กระฉูดออกมา พวกเมอร์รอนเห็นแบบนั้นก็ตาเบิกโพลง 


โดยเฉพาะเมอร์รอนที่แอบชอบเรเนียอยู่ เมอร์รอนทะยานจับดาบมาฟันที่คอของโซล 


 ฉูดดด!!! 


 ก่อนที่เขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แขนของเขาที่จับดาบก็ขาดกระเด็นไป ก่อนโซลจะนำดาบเสียบไปที่หัวของเขา... 







 "เฮือก!!" 


 "เป็นอะไรไปเมอร์รอน?" 


 เรเนียถามเขา เมอร์รอนพอได้ยินเสียงของเธอก็ก้มลงไปมองก็ปรากฎว่าเรเนียยังไม่ตาย แล้วภาพตะกี้ที่เขาเห็นมันคืออะไรละ 


 "....." 


 เมอร์รอนจ้องไปที่โซล เขากำลังยิ้มมาทางเมอร์รอนก่อนเมอร์รอนจะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ชายหนุ่มหน้าหล่อคนนี้แผ่กดดันออกมา 


 ครืนน 


 เฮือก! 


 "ทะ...ทุกคนกลับ!" 


 "เอ๋?!เมอร์รอนและเรื่องน้องชายนายละ?!" 


 "มันคงไปเถลถลาที่ไหนนั่นละ!ส่วนอเดลกับพอทซ์ที่อยู่ในนั้นฉันขอไล่พวกมันออก!ข้อหาไปสุ่มหัวอยู่กับกิลกระจอกนี่" 


 เมอร์รอนพูดแค่นั้นก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที ท่ามกลางความสงสัยของลูกน้องก่อนพวกเขาจะเดินตามเมอร์เรนไป 


เมอร์รอนไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าทางที่ดีควรอยู่ห่างจากชายคนนั้น 


 "ฮึๆ" 


โซลหัวเราะในลำคอ เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับจักรวรรดิ์ตอนนี้ จึงไม่ฆ่าพวกมันเพราะขืนข้าไปเขาคงต้องฆ่าชาวบ้านที่บริสุทธิ์อีกมากเพื่อทำการปิดปาก ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากทำ 


 "พวกเราหมดหนี้ซึ่งกันและกันแล้วนะ" 


 "เดี๋ยวนายเป็นใคร...!!" 



ฟุบ!!


 เร้ดทำท่าจะวิ่งมาคว้าชายเสื้อของโซล แต่ก็ไม่ทันการณ์เมื่อเขาหายไปต่อหน้าต่อตา









ณ  แดนนรก





"โอ้ เหตุใดหลายสาวแสนสวยของข้าจึงได้มาหาข้าได้เวลาเช่นนี้ หือ..."


ในดินแดนที่ร้อนระอุเต็มไปด้วยไฟของนรกและพวกยมทูตบินว่อนกันไปมาพาเหล่าดวงวิญญาณทั้งหลายไปลงทัณฑ์ตามกรรมที่มันได้ก่อ


ชายชราหนวดเครายาวสีดำบนบัลลังค์สีดำในชุดคลุมสีดำทั้งตัวเขามีแต่ออร่าของพลังแห่งความมืดมิด ชายคนนี้คือ'ฮาเดส'เจ้าแห่งนรกหนึ่งในสามมหาเทพพี่น้องร่วมกับซุสและโพไซดอน


เขาเท้าคางกล่าวขึ้นกับหญิงสาวผมม่วงอ่อนนัยต์ตาสีมรกตในชุดคลุมสีขาวที่ถือคฑาสีทองมาพร้อมกับหญิงสาวผมเขียวเทพีแห่งพฤกษา หญิงสาวผมม่วงคนนั้นก็คือ...


'อาเธน่า' เทพีแห่งปัญญาและเทพธิดาสงคราม...



"ท่านน้าอย่ามาทำเป็นเหมือนไม่รู้สิ่งใดที่เกิดขึ้นบนโลกเบื้องล่างเลยค่ะ" อาเธน่ากล่าวเสียงเรียบ



"เจ้าหมายถึงสิ่งใดกัน?" 


ฮาเดสกล่าวถามอย่างสงสัย อาเธน่าเมื่อได้ยินดังนั้นก็แอบขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น เธอยังคงอยู่ในอาการสุขุมและเยือกเย็น 


ก่อนจะนำคฑาฉายแสงจากความทรงจำของแพนให้ฮาเดสได้เห็น...



ก็ปรากฎภาพของอสูรกายคิเมร่าสัตว์รับใช้ของฮาเดสตนนึงที่อยู่ในป่าในโลกมนุษย์ฆ่าผู้คน แถมยังสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์มิหนำซ้ำยังมีพลังในร่างมนุษย์นี่มากมายมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้



"คิเมร่าตนนี้มันอะไรกัน..."


ฮาเดสลุกขึ้นยืนพร้อมมองอย่างแปลกประหลาดใจ อาเธน่าเห็นแบบนี้ก็ตกใจนี่เขาไม่รู้เรื่องจริงๆงั้นเหรอ



"นี่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของท่านน้าเหรอคะ?" อาเธน่ากล่าวถาม


"ไม่ใช่เลยเจ้านี่มันมีพลังมากมายมหาศาลยิ่งกว่าเหล่าปวงเทพหลายองค์ในร่างแปลงกายเป็นมนุษย์ ข้าว่าร่างมนุษย์นั่นเสียมากกว่าที่เป็นร่างจริงของมัน"


ฮาเดสกล่าวสีหน้าเครียด...


"หรือนี่เป็นการเล่นตลกของท่านพ่อเจ้าที่ต้องการกลั่นแกล้งข้า?"

ฮาเดสกล่าว เมื่อลองย้อนเวลาตอนที่โซลเกิด มันเกิดจากสายฟ้าที่ผ่าลงมาซึ่งพลังสายฟ้าก็มีแค่ซุสเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ถึงระดับนี้



ครืนน


"ซุสส!! แกคิดจะใส่ร้ายข้าและปลดข้าออกจากผู้นำแดนนรกสินะ!!"


"เดี๋ยวก่อนท่านน้าข้าว่านี่ต้องเป็นเรื่อง...!!"


อาเธน่าเมื่อเห็นเรื่องราวชักบานปลายจึงทำท่าจะกล่าวแย้งกับความคิดนั่นของฮาเดส แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรฮาเดสก็ใช้พลังทำให้เธอเงียบลง


"เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอาเธน่า ข้าจะนำเรื่องนี้ไปที่โอลิมปัสแฉสิ่งที่ซุสมันกระทำให้พวกทวยเทพได้รับรู้!ส่วนเจ้านั่นข้าจะส่งราชินีเมดูซ่าไปจัดการมันก่อนที่มันจะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้!!"


"ท่านน้า!"


วุ่มม!!


อาเธน่าที่จะไปคว้าตัวฮาเดส แต่ก็ไม่ทันดการณ์เมื่อเขากลายเป็นเพียงควันสีดำไปแล้ว


"แพนเจ้าไปจับตาดูคิเมร่าตนนั้นไว้ ข้าจะไปที่โอลิมปัส!"


"ค่ะท่านหญิง!"


ฟุ่มๆ!


ทั้งสองกล่าวจบก็รีบแยกจากกัน...








ณ  วังกอร์ก้อน



"...งานยากเลยนะคะเนี่ยนายท่าน"


หญิงสาวผมแดงยาวนัยต์ตาคมสีทองหน้าสวยงามที่มีหางเป็นงู เธอที่นั่งอยู่บนบัลลังค์พร้อมกับเหล่ากอร์ก้อนทั้งหลายรอบๆตัวเธอก็มองข้อความที่ฮาเดสเจ้านายของเธอส่งมาก่อนจะคลี่ยิ้มเล็กน้อย










ปล.คิเมร่า VS เมดูซ่า









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

335 ความคิดเห็น

  1. #323 smile-zero (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:17
    ได้เมียแหง่มๆ
    #323
    0
  2. #237 chamin-doll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:48
    ว้า~นึกว่าจะอยู่กิลนี้--ที่แท้พวกนี้ก็เป็นตัวประกอบเหรอ?//รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่แล้วสิ--เทพีแพนคือตัวซวยสินะ?
    #237
    0
  3. #179 famedragonoy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 16:38
    อืม อันที่จริงเป็นเทพยุคโบราณก็ได้ แบบกลายเป็นเทพคาออสอะไรแบบนี้ แต่พวกนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแฮะ งั้นเป็นไทฟอนอีกตัวไปเลยก็ได้ รายนั้นอย่างกะเทพทรู
    #179
    0
  4. #108 kangproject2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:31
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #108
    0
  5. #85 chamchai2009 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 11:03
    ตัดจบแบบนี้ก็ค้างเลยอะดิ
    #85
    0
  6. #84 ชิโรกาเนะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:45
    อ่าน 3 รอบเนื้อเรื่องสลับกันมั่วมากหวังว่าตอนต่อๆไปไม่สลับกันอีกนะ เริ่ม งง
    #84
    0
  7. #83 Kunnunkai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 01:25
    สนุกมาก^^
    #83
    0
  8. #82 ทีมแมว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 00:06
    ต้องอย่างงี้สิลูกพี่ (นึกว่าจะเป็นแมวน้อยไปอีกนานหมดกันแมวน้อยผู้พิชิตโลกผม) T-T
    #82
    0
  9. #81 koonkhet10 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 22:45
    ตัดจบแบบละครไทย
    #81
    0