Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 22 : Aria 21 : Beneath his cold words is a warm heart.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 412 ครั้ง
    24 ม.ค. 64


 

Aria 21

Beneath his cold words is a warm heart.

 

อายาเมะหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องเรียนที่เขียนคำว่า 1-C สักพักหนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ราวกับว่ากำลังรวบรวมความกล้า

 

เมื่อเช้านี้เธอจงใจตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะยังไม่อยากเดินเจอใครที่ห้องนั่งเล่นด้านล่างของหอพัก แต่มาถึงตรงนี้แล้วก็คงจะหลบเลี่ยงไม่ได้

 

อายาเมะทำใจยอมรับแล้วที่จะมีเพื่อนร่วมห้องโกรธเธอ

 

ถึงจะไม่ถึงกับเกลียดชัง แต่ก็คงจะต้องไม่ชอบใจอยู่แน่

 

แต่มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรหรอก

 

เธอมีความสุขที่ได้รู้จักบาคุโก เธอสนุกที่ได้พูดคุยกับเขา เธอชื่นชมความสามารถของเขา และเธอก็อยากจะรู้จักเขาให้มากขึ้นไปกว่านี้อีก

 

และไม่ว่าจะมีคนโกรธเธออีกสักกี่คนมันก็จะไม่เปลี่ยนความคิดของเธอเด็ดขาด

 

เด็กสาวหลับตาลงอีกครั้ง และเมื่อลืมตาขึ้นอีกรอบ ดวงตาสีน้ำทะเลก็ไม่มีความลังเลอีกต่อไป

 

อายาเมะเลื่อนบานประตูเปิดออก ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปอย่างมั่นคง

 

สายตาของเกือบทุกคนในห้องจ้องมายังเธอเป็นทางเดียว อายาเมะแอบเหลือบเห็นซาโยริที่นั่งคุยกับเพื่อนอีกกลุ่มอยู่ เพื่อนสนิทของเธอส่งสายตามองมาด้วยความเป็นห่วง แต่อายาเมะก็พยักหน้าให้นิดๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอไม่เป็นไร

 

ในสายตาพวกนั้น มีสายตาของบางคนที่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

 

ที่แน่ๆ ก็มีอาโกะยามาโตะกับโทเงะอิเคะที่นั่งเท้าคางมองเธอจากริมซ้ายของทางหลังห้องอยู่แน่

 

สองคนนั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวหอกหลักในด้านของความเกลียดชังที่มีต่อหลักสูตรฮีโร่เลย

 

เสียงพูดคุยในห้องเบาลงอย่างชัดเจนทันทีที่อายาเมะเดินเข้าไปในห้องจนบรรยากาศให้ความรู้สึกน่าอึดอัด

 

แต่ยังไม่ทันที่อายาเมะจะเดินไปถึงโต๊ะเรียนของเธอ ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินมาขวางเธอเอาไว้

 

พวกเขาคือกลุ่มผู้ชายสามคนที่เคยหาเรื่องบาคุโกก่อนหน้านี้...คิมูระ อายาคาวะและโยชิทากะ

 

โชคดีที่เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวค่อนข้างสูง ถึงจะถูกผู้ชายยืนล้อมอยู่ก็ไม่ได้มีความต่างของส่วนสูงที่ชัดเจน อายาเมะจึงไม่รู้สึกเหมือนถูกกดข่มอยู่นักในตอนที่ดวงตาที่มีความโกรธเคืองสามคู่มองตรงมาที่เธอ

 

คิมูระยื่นกระดาษมาทางเธอราวกับอยากให้เธอมองเห็นมันให้ชัดๆ ก่อนที่เขาจะถามว่า “ไอ้นี่น่ะฝีมือเธอใช่ไหม”

 

ในมือของเขาคือจดหมายขู่…

 

จดหมายที่อายาเมะเคยพิมพ์ขู่เพื่อให้พวกเขาไปขอโทษบาคุโก

 

มาถึงตรงนี้แล้ว ไม่ว่าใครก็คงจะเดาออกได้ไม่ยาก

 

ที่ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนไม่รู้ก็คงเพราะว่าเธอไม่ค่อยได้คุยกับพวกเขา ถ้าจะจำเสียงของเธอไม่ได้ก็คงไม่แปลกอะไร

 

แต่ตอนนี้มีเสียงของเธอให้ฟังชัดๆ อยู่ในแชนเนิลยูทูป รวมกับอัตลักษณ์ของเธอที่เป็นที่รู้ดีแล้ว กับความจริงที่ถูกเปิดเผยว่าเธอรู้จักกับบาคุโก

 

เพื่อนร่วมห้องทั้งสามของเธอก็คงจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้วว่าเป็นเธอเองนั่นแหละที่เป็นคนอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น

 

ที่หางตาของอายาเมะ เธอแอบเห็นซาโยริที่พยายามขยับปากบอกให้เธอปฏิเสธ

 

แต่เด็กสาวก็ยังมองตรงไปข้างหน้า ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองเข้าไปในตาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง ขณะที่เธอตอบด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

 

“ใช่ เป็นฝีมือของฉันเอง”

 

คิมูระที่ยืนถือจดหมายอยู่กัดฟันด้วยความโมโห เขาทำท่าเหมือนอยากจะปาจดหมายพวกนั้นใส่เธอ แต่สุดท้ายก็เขวี้ยงมันใส่โต๊ะด้านข้าง ก่อนจะหันมาตะคอกใส่เธอด้วยความหงุดหงิดว่า

 

“อิชิคาวะ! ทำเกินไปหรือเปล่า เธอไม่รู้สึกผิดกับเพื่อนร่วมห้องบ้างเลยหรือไง บาคุโกมันมีดีอะไรนักหนาขนาดนั้นเลยเหรอหะ!”

 

ยังไม่ทันที่อายาเมะจะได้พูดตอบอะไรไป กลับมีคนที่ทนไม่ได้ก่อนเสียเอง

 

“เดี๋ยวเถอะ พวกนายน่ะ!” ซาโยริลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดัง เรียกความสนใจจากเพื่อนทั้งห้องไปทางเธอแทน

 

“พวกนายเป็นคนเริ่มทำผิดก่อนแท้ๆ รู้ไหมว่าไอจังต้องปกปิดความผิดให้ แถมยังต้องเข้ามาเดือดร้อนไปด้วยเพราะเรื่องงี่เง่าที่พวกนายทำน่ะ” ซาโยริตะโกนใส่พวกเขาอย่างไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายเถียงได้ ก่อนที่เธอจะพูดประโยคสุดท้ายที่ทำให้คิมูระเกือบสะอึกออกมา

 

“ถ้าไม่มีไอจัง ป่านนี้พวกนายคงถูกบาคุโกระเบิดตายตรงหลังหอพักไปแล้วมั้ง”

 

“ไม่เป็นไรหรอก ซาโยริ” อายาเมะรีบหันไปห้ามเพื่อนของเธอทันที

 

เมื่อคืนนี้เธอตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ซาโยริฟังทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่เธอใช้อัตลักษณ์หยุดบาคุโกเอาไว้ที่หลังหอพักในวันนั้นจนถึงตอนที่เขาไปช่วยเธอเอาไว้จากยามาโมโตะ

 

ถึงซาโยริจะยังไม่อยากให้เธอไปข้องเกี่ยวกับหลักสูตรฮีโร่สักเท่าไรเพื่อตัวของเธอเอง แต่อย่างน้อยเพื่อนสนิทของเธอก็ยอมรับและเข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากจะรักษาความสัมพันธ์ของเธอกับบาคุโกเอาไว้

 

แต่ซาโยริเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนอื่นง่าย เป็นเพื่อนกับคนในห้องเกือบทั้งหมด อายาเมะจึงไม่อยากให้เพื่อนของเธอต้องทะเลาะกับใครเพราะปัญหาของเธอ

 

เรื่องนี้แต่เดิมทีก็เป็นปัญหาของเธอกับสามคนนี้เอง ไม่ใช่เรื่องของบาคุโกหรือซาโยริเลย

 

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบาคุโกหรอก ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด”

 

ถึงจะถูกตะโกนใส่หน้า แต่อายาเมะกลับแค่กำมือรอบสายสะพายกระเป๋าแน่นขึ้น ในขณะที่เธอสูดหายใจเข้า แล้วพูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่าย


 

“ฉันทำผิดรอบแรกที่ไม่ได้ห้ามพวกนายเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าพวกนายจะไปหาเรื่องบาคุโก ตอนนั้นฉันไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ ถึงได้แต่แอบตามไปจนรู้ว่าพวกนายจะไปทำเรื่องแบบนั้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกนายเกลียดอะไรเขาถึงขนาดนั้น แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ใช่ข้ออ้างในการเอาอัตลักษณ์ไปใช้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่ดี”

 

ในความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของคิมูระเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตกใจมากขึ้นอย่างชัดเจนกับคำต่อว่าตรงไปตรงมาจากปากของหัวหน้าห้องผู้แทบไม่เคยว่าอะไรใคร

 

อย่าว่าแต่ไม่เคยว่า...อิชิคาวะ อายาเมะคงจะเป็นหัวหน้าห้องที่ไม่มีปากมีเสียงมากที่สุดคนหนึ่งที่พวกเขาเคยเจอมา

 

เธอแทบจะทำตามใจทุกคน ทำตัวอะไรก็ได้จนเหมือนพวกที่จะยอมให้ใครต่อใครเอาเปรียบได้อยู่ตลอด เป็นคนสวยที่เหมือนดอกไม้ในแจกันที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง มีความสุขกับแค่การอยู่เงียบๆ ในพื้นที่ของตัวเอง

 

แต่สายตาหนักแน่นที่จ้องมองมายังพวกเขาอย่างไม่หลบเลี่ยงในตอนนี้...ดูราวกับไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมเลย

 

อายาเมะยังคงพูดต่อไป โดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนร่วมห้องรอบๆ ที่มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

“ส่วนความผิดที่สองที่ฉันทำก็คือการเลือกส่งจดหมายบอกให้พวกนายไปขอโทษบาคุโก ทั้งที่ความจริงแล้ว ทั้งในฐานะหัวหน้าห้องและคนที่เห็นเหตุการณ์ ฉันควรจะเดินไปตักเตือนพวกนายอย่างตรงไปตรงมามากกว่า”

 

พูดจบ อายาเมะก็เตรียมจะเดินอ้อมพวกเขาเพื่อเดินผ่านไปยังโต๊ะของเธอ แต่ก็ไม่ลืมพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

 

“ฉันขอโทษถ้าวิธีการของฉันทำให้พวกนายไม่สบายใจ แต่ฉันจะไม่ขอโทษที่ให้พวกนายไปขอโทษบาคุโกหรอกนะ”

 

หากในตอนนี้มีเข็มสักเล่มตกลงบนพื้น เสียงของมันคงจะดังก้องไปทั่วทั้งห้อง

 

อายาเมะไม่สนใจสายตาของใครอีก ในขณะที่เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของตัวเอง มือทั้งสองข้างประสานกันวางไว้ที่ตัก ในขณะที่เธอหันไปมองนอกหน้าต่างราวกับว่าในห้องเรียนนี้ไม่มีอะไรที่น่าสนใจอีกแล้ว

 

คนอื่นอาจจะมองไม่เห็น แต่มือของเธอที่กุมกันไว้อยู่กำลังสั่นระริกนิดๆ

 

เธอได้พูดมันออกไปแล้วจริงๆ

 

ได้พูดสิ่งที่ติดอยู่ในใจตั้งแต่วันที่เธอได้เจอบาคุโกเป็นครั้งแรกออกไปจนหมดแล้ว

 

หัวใจของเธอยังเต้นรัวอยู่จากความตื่นเต้นที่ได้ทำในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะมีความกล้าพอที่จะทำมาก่อน

 

อายาเมะรู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมห้องยังมองเธออยู่อีกสักพัก ก่อนที่คนบางคนจะเริ่มละความสนใจไปทำกิจวัตรประจำวันของตัวเอง

 

เสียงพูดคุยในห้องเริ่มกลับมาอีกครั้ง แม้จะเป็นเสียงพูดคุยเบาๆ กระซิบกระซาบกันมากกว่าก็ตาม

 

มือถือในกระเป๋ากระโปรงของเธอสั่นสองสามครั้ง ไม่ต้องหยิบขึ้นมาดู อายาเมะก็รู้ว่ามันต้องเป็นแจ้งเตือนข้อความเข้าที่มาจากซาโยริแน่

 

เพื่อนของเธอคงจะส่งข้อความมาบอกว่าเธอไม่น่าประกาศตัวออกไปชัดเจนว่าเธอเข้าข้างบาคุโก

 

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของการเข้าข้างหรือไม่เข้าข้างใคร มันคือเรื่องของความถูกต้องต่างหาก

 

คิมูระ โยชิทากะและอายาคาวะยังยืนนิ่งตกใจอยู่อีกพักหนึ่ง จนกระทั่งเสียงกริ่งเข้าเรียนดังพร้อมกับอาจารย์ที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ

 

ถึงอายาเมะจะยังรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเพื่อนร่วมชั้นและเธอก็ยังคงไม่สบายใจที่มีเพื่อนร่วมห้องโกรธเธอ แต่ลึกๆ แล้วกลับรู้สึกโล่งใจมากกว่า

 

เธอได้ทำในสิ่งที่สมควรจะทำมาตั้งนานแล้วสักที

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

“ไอจังไปกินข้าวคนเดียวได้แน่นะ”

 

“ฉันไม่ใช่เด็กห้าขวบนะ” อายาเมะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนใจนิดๆ

 

เธอก็ดีใจอยู่หรอกที่เพื่อนสนิทเป็นห่วง แต่ซาโยริเหมือนจะกังวลมากเกินไปหน่อย

 

อายาเมะไม่สนิทกับเพื่อนคนอื่นในห้องสักเท่าไรอยู่แล้ว ถึงใครจะคุยหรือไม่คุยกับเธอมันก็ไม่ค่อยจะต่างไปจากช่วงเวลาปกตินัก

 

และไม่มีใครกล้าแกล้งเธออย่างเปิดเผยหรอก

 

ถึงอายาเมะจะไม่ได้สนิทกับใคร แต่เธอก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับใครเหมือนกัน สถานะ ‘คนดี’ ของห้องทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเธออย่างโจ่งแจ้ง

 

แค่บรรยากาศมันน่าอึดอัดขึ้นอย่างชัดเจนก็เท่านั้นเอง

 

“เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน” ซาโยริพูดทิ้งท้าย ก่อนจะโบกมือลาเธอแล้วรีบวิ่งไปยังห้องพักอาจารย์

 

เพราะสัปดาห์ที่แล้วเพื่อนสนิทของเธอขาดเรียนไปเยอะ สัปดาห์นี้เลยต้องไปคุยกับอาจารย์เรื่องงานที่ขาดหายไป ตอนพักเที่ยงจึงเหลือแค่อายาเมะคนเดียว

 

เด็กสาวยืนมองตามหลังซาโยริไปอีกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเพียงลำพัง

 

บรรยากาศวันนี้ไม่ได้ต่างจากเมื่อวานสักเท่าไร ยังมีคนแวะขอลายเซ็นเธอ มีสายตาที่จับจ้องจากบนทางเดิน และมีคนเดินเข้ามาให้กำลังใจเป็นบางช่วง

 

โพสต์ของเธอเหมือนจะทำให้เกิดกระแสตอบรับทางบวกมากขึ้นจริงๆ

 

และก็ทำให้มีคนมองเธอมากขึ้นเหมือนกัน

 

เพราะเพียงแค่ชั่วข้ามคืน ชื่อของเธอก็ไม่ได้ผูกติดกับแค่ ‘ไอริส’ อีกแล้ว แต่ไปผูกติดกับผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักในโรงเรียนนี้ หรืออย่างน้อยๆ ก็ในชั้นปีหนึ่งแน่ๆ

 

อายาเมะได้อาหารจากลันช์รัชแล้วก็หาที่นั่งแบบสองคนตรงมุมโรงอาหาร ตั้งใจจะหลบจากสายตาของคนอื่นให้มากที่สุด แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีคนมองเธอพลางกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่ดี

 

อย่างน้อยพวกเขาจะช่วยมองให้มันแนบเนียนกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงนะ

 

อายาเมะพลันรู้สึกหมดความอยากอาหารทั้งที่มีข้าวแกงกะหรี่หน้าตาน่ากินวางอยู่ตรงหน้า

 

ปกติแล้วถ้าซาโยริอยู่ด้วย เธอก็ยังพอจะมีคนให้คุยเล่นด้วยบ้าง แต่ตอนนี้ซาโยริไม่อยู่ เธอจึงแทบจะสัมผัสได้ถึงทุกสายตาที่มองมา

 

สำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเงียบๆ แบบเธอแล้ว...ถึงจะไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้ แต่ก็รู้สึกอึดอัดอยู่เหมือนกัน

 

รู้อย่างนี้รอซาโยริมาด้วยกันก็ดีหรอก อย่างน้อยจะได้มีคนช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้สักหน่อย

 

“...บาคุโก เป็นตอนคาบบ่ายก็ดีเหมือนกันนะ”

 

ในขณะที่อายาเมะกำลังใช้ตะเกียบคนแกงกะหรี่ไปมาอย่างไม่อยากอาหาร ก็มีเสียงทุ้มที่เรียกชื่อคนคุ้นเคย ทำให้อายาเมะหันไปมองอย่างรวดเร็ว

 

บาคุโกกำลังเดินมากับเพื่อนของเขา ในมือของเด็กหนุ่มถือถาดอาหารอยู่

 

เขาดูไม่แตกต่างไปจากทุกวันสักเท่าไร ยังคงแต่งตัวด้วยเครื่องแบบที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกและไม่มีเน็กไทต์ ใบหน้าบูดบึ้งนิดๆ ตลอดเวลาและดูจะไม่ใส่ใจสายตาของคนในโรงอาหารที่เปลี่ยนไปมองเขาแทน

 

เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมาอีกรอบ แต่อายาเมะรู้สึกว่าคราวนี้เธอไม่ได้ใส่ใจมันสักเท่าไร เพราะตอนนี้ดวงตาสีน้ำทะเลนั้นจับจ้องเพียงแค่เด็กหนุ่มตรงหน้า

 

จนกระทั่งเขาหันมาเห็นเธอเหมือนกัน

 

บาคุโกขมวดคิ้วนิดๆ ทันทีที่เขาสบตากับเธอ

 

ระยะห่างระหว่างพวกเขาไม่ได้ไกลมาก แต่ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดที่จะคุยกันได้ อายาเมะจึงไม่ได้พูดอะไรนอกจากโบกมือนิดๆ พร้อมกับขยับยิ้มส่งไปให้เขา

 

เธอเห็นเพื่อนของบาคุโกหันมามองเธอ ก่อนจะถองศอกใส่เขา ท่าทางเหมือนกำลังแซวอะไรสักอย่าง แต่บาคุโกก็แค่ถองศอกกลับไปด้วยความแรงแบบที่ทำให้อีกฝ่ายต้องหยุดยืนกุมท้องไปครู่หนึ่ง


 

ก่อนที่เขาจะเดินมาทางเธอ

 

อายาเมะทำได้แค่นั่งมองเขาอยู่ที่เดิม ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเขาแยกตัวจากกลุ่มเพื่อนของตัวเองตรงมายังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่

 

จนกระทั่งถาดอาหารถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะแล้ว เสียงนั้นจึงดึงสติของอายาเมะกลับมาอีกครั้ง

 

“บาคุโก?”

 

เขาแค่เหลือบมองเธอในขณะที่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้าม

 

สายตาที่มองเธอเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่คนในข่าวสองคนมาอยู่ร่วมกันในสถานที่เดียว

 

ทั้งที่อายาเมะเห็นกลุ่มคนหลายกลุ่มที่กำลังมองมาอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งเพื่อนของบาคุโก เพื่อนร่วมห้องของเธอ รวมถึงคนอื่นๆ ที่เธอไม่รู้จัก แต่ตอนนี้เธอกลับไม่ค่อยใส่ใจนักเพราะยังมีเรื่องอย่างอื่นให้เธอสนใจมากกว่าอยู่อีก

 

บาคุโกกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

 

เขา...มานั่งเป็นเพื่อนเธอเหรอ

 

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกับบาคุโกเลยที่เขาแสดงออกว่ารู้จักเธอในที่สาธารณะแบบนี้

 

ทั้งที่ในสายตาคนอื่น คำว่า ‘บาคุโก’ กับคำว่า ‘สงบ’ ไม่น่ามาอยู่รวมกันในประโยคเดียวกันได้

 

แต่สำหรับอายาเมะแล้ว เขากลับกลายเป็นตัวตนที่ทำให้เธอรู้สึกสงบใจลง

 

อายาเมะไม่รู้หรอกว่าเขาตัดสินใจมานั่งกับเธอเพราะอะไร แต่แค่เขามานั่งอยู่ที่ตรงนี้ เธอก็รู้สึกสบายใจจนเกือบจะลืมไปเลยว่าตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ในโรงอาหารที่เต็มไปด้วยผู้คน

 

อายาเมะมองบาคุโกแล้วก็แอบเหลือบไปมองเพื่อนของเขาที่เดินไปนั่งตรงโต๊ะยาวแถวถัดไปอีกสองสามแถว ทั้งที่ยังมองมาทางเธอกับบาคุโกตาแทบไม่กะพริบ

 

เด็กสาวพูดด้วยความลังเลว่า “นายไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนฉันก็ได้นะ”

 

“ยัยเตี้ยนั่นไปไหน”

 

แทนที่เขาจะพูดตอบเธอ บาคุโกกลับถามคำถามกลับมาแทน

 

ต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่อายาเมะจะคิดออกว่าเขาหมายถึงซาโยริ

 

“ซาโยริไปพบอาจารย์ที่ห้องพักน่ะ เรื่องงานช่วงขาดเรียน”

 

แต่บาคุโกดูไม่ได้ใส่ใจคำตอบของเธอนัก เขาเริ่มกินอาหารเที่ยงของตัวเองโดยไม่รอใคร ทำให้อายาเมะรีบคีบหมูทอดในจานของตัวเองขึ้นมาบ้าง

 

พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกัน

 

แต่ก็เป็นปกติของเธอกับบาคุโกอยู่แล้ว

 

บรรยากาศเงียบๆ ท่ามกลางโรงอาหารที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายไม่ได้ให้ความรู้สึกแย่ มันช่วยให้ใจเธอสงบนิ่งลงทั้งที่รอบตัวยังคงมีสายตาที่น่าอึดอัดมองมาเต็มไปหมด

 

ดวงตาสีน้ำทะเลแอบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนที่เธอจะพูดว่า “เพื่อนของนายกำลังมองมาทางนี้น่ะ แล้วก็กำลัง...ทำท่าเหมือนเรียกนายอยู่ด้วย”

 

“ช่างหัวมันสิ” บาคุโกตอบกลับมาอย่างไม่แยแส

 

เป็นอายาเมะเองนั่นแหละที่รู้สึกว่าเธอปล่อยพวกเขาไว้เฉยๆ ไม่ได้

 

อายาเมะเอียงคอนิดๆ เพื่อจะมองเลยผ่านบาคุโกไปทางกลุ่มเพื่อนของเขาที่กำลังโบกไม้โบกมือไปมา ท่าทางเหมือนอยากจะส่งข้อความอะไรบางอย่าง

 

เธอพอจะรู้จักชื่อของคนพวกนั้น แต่ก็ไม่ได้รู้จักใครสักคน

 

ถ้าโบกมือให้จะแปลกไหมนะ?

 

สุดท้ายแล้วอายาเมะจึงเลือกส่งยิ้มทักทายกลับไปแทน

 

เพื่อนของเขาดูเป็นคนเฮฮาร่าเริงทุกคนจนดูแตกต่างจากบาคุโก แต่ก็คงเพราะแบบนั้นถึงได้คบกันได้

 

คนมักจะพูดกันนี่นะว่าคนนิสัยตรงข้ามมักจะถูกดึงดูดเข้าหากัน

 

พออายาเมะส่งยิ้มกลับไปให้ เธอก็เห็นเด็กหนุ่มผมสีเหลืองทองหน้าขึ้นสีแดงก่ำ ก่อนจะหงายหลังตกเก้าอี้ไป

 

“เฮ้ย! คามินาริ ตั้งสติไว้ก่อน!”

 

เพื่อนคนอื่นในโต๊ะรีบพุ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง เสียงตะโกนดังมาถึงโต๊ะของเธอ ทำให้อายาเมะได้แต่กะพริบตาปริบๆ มองดูเหตุวุ่นวายนั้น

 

อาจจะเป็นเรื่องปกติของหลักสูตรฮีโร่ล่ะมั้ง?

 

อายาเมะสรุปพลางลากสายตากลับมาจ้องมองเด็กหนุ่มที่นั่งกินข้าวโดยไม่สนใจเพื่อนตัวเองเลยสักนิด

 

“เพื่อนของนายเป็นลมไปแล้วนะ”

 

“อ่อนแอ”

 

คำพูดนั่นถ้าใครได้ยินเข้าก็คงชวนให้คิดว่าเขาเป็นคนใจร้าย

 

อายาเมะยังแอบเหลือบมองเพื่อนของเขาทางด้านหลังอีกสักพัก ความวุ่นวายนั้นดูน่าขบขันจนเธอเผลอหลุดยิ้มออกมา แต่เด็กสาวก็เกือบสะดุ้งเมื่อมีเสียงพูดทักมาจากคนตรงหน้า

 

“เหม่ออะไรของหล่อน”

 

เสียงของบาคุโกทำเอาเธอเกือบจะทำตะเกียบหลุดมือด้วยความตกใจ

 

“อ๊ะ! เปล่าหรอก ขอโทษนะ”

 

บาคุโกนั่งอยู่ตรงนี้กับเธอแท้ๆ เธอยังมัวแต่ไปมองคนอื่น ดูไร้มารยาทเกินไปหน่อยจริงๆ นั่นล่ะ

 

พอเธอหันกลับมาอีกทีก็เห็นว่าอาหารของเขาเกือบจะหมดจานแล้วในขณะที่เธอเพิ่งจะกินไปได้แค่ไม่กี่คำเท่านั้นเอง

 

เขาเดาะลิ้นพลางเหลือบมองข้าวแกงกะหรี่ที่ยังไม่พร่องไปสักเท่าไรของเธอ

 

“กินเร็วๆ”

 

“อะ...อึ้ม!”

 

อายาเมะส่งเสียงตอบรับในลำคอก่อนจะรีบคีบหมูทอดเข้าปากด้วยกลัวว่าจะทำให้บาคุโกต้องรอเธอนานไปกว่าเดิม

 

อ๊ะ!

 

รอเธอ…?

 

ที่เขาบอกให้เธอกินเร็วๆ คือหมายความว่าเขากำลังรอเธออยู่เหรอ?

 

ความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นทำให้ริมฝีปากของเธอค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

อายาเมะรีบวางตะเกียบแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาถือเอาไว้ตรงปาก ท่าทางเหมือนกำลังจะดื่มน้ำแต่ก็ไม่ได้ยกแก้วขึ้นดื่ม

 

เพราะจริงๆ แล้วเธออยากจะใช้มันช่วยบังรอยยิ้มกว้างเหมือนคนบ้าของเธอต่างหาก

 

บาคุโกอาจจะดูเป็นคนนิสัยแข็งกระด้างที่ปากร้ายใส่คนอื่นอยู่ตลอด

 

แต่ลึกๆ แล้วอายาเมะก็รู้สึกว่า…

 

เขาเป็นคนที่ใจดีเอามากๆ เลยล่ะ

 

_________________________________

 อาโกะยามาโตะกับโทเงะอิเคะคือ 2 คนนี้ที่เกลียดห้อง A เอามากๆนะคะ มีในเรื่องจริงๆนะ ไม่ได้คิดขึ้นเอง -w-;; (ดูภาพปลากรอบได้)

อัพตอนนี้เสร็จจะขอสลับไปอัพคุมฮอว์กส์บ้างแล้วนะคะ คิดถึงทางโน้นแล้ว เดี๋ยวจะรอดูก่อนว่าจะอัพทางนี้ได้อีกสักตอนมั้ย แต่ถ้าจะอัพก็คงวันศ.นะคะ เพราะวันนี้อยู่เวรอะ พรุ่งนี้คงจะสลบไปเลย

ขอบคุณเม้นท์ วิว และไลค์ของทุกคนเหมือนทุกครั้งนะคะ

อ่านเม้นท์แล้วเปงใจเหลวมากเลยอ่า ใจเหลวแข่งกับอายาเมะจังเลย 55555555 ดีใจที่ชอบเสียงน้องกันนะคะ เรานี่หลงไปเลยอะ ใจฟู

เอาไว้เจอกันใหม่ในตอนหน้านะคะ ขอบคุณทุกคนมากค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 412 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,433 ความคิดเห็น

  1. #327 นินจาแมว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 20:06
    ฮั่นแน่~~~ อยากเห็นโมเม้นคัตจังอีกกกกก
    #327
    0
  2. #326 มิโกะแสนมืดมน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 12:57
    ใจมันคันยิ้บๆ
    #326
    0
  3. #325 maskchoo (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 / 18:24
    ยิ้มจนแม่หาว่าบ้าแล้ววววว
    #325
    0
  4. #324 godmotherjaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 23:41
    แจ้มมปริ
    #324
    0
  5. #323 FA_WK (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 22:19
    ฮึ่ยยยย น่ารักนักนะ!!!!!!!!!!
    #323
    0
  6. #322 numpha6188 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 19:43
    น่ารักไปหมดเลยให้ตายเถอะ

    บรรยากาศสีชมพูเวอร์
    #322
    0
  7. #321 wewe73422 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 14:58
    ใจเหลวแล้วค่าาาาาา
    #321
    0
  8. #320 reddy2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 09:11
    น่ารักค่ะ น่ารักมาก ใจฟูไปหมดแงงงง
    #320
    0
  9. #319 Bloody Empress (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 02:12
    แงงงกัดหมอนข้างจนน้องจะขาดแล้วววว เขินมากก เขินไม่ไหวว บาคุโกวววววว
    #319
    0
  10. #318 Fratty (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 01:45
    ฟินไม่ไหว อุแงงงง อยากตอนต่อไปแล้วค่ะะ ฮืออออออ ไรท์แต่งดีมากเยยอ่าาาา ฟินนนน
    #318
    0
  11. #317 Riw say (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 01:20

    ฮืออออ คัตจังจะเป็นไทป์แบบว่า รักนะแต่ที่เน้นการกระทำมากกว่าคำพูด!!
    #ฉันแพ้ค่ะ!!
    #317
    0
  12. #316 baby-m2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 00:11
    เค้ามากินข้าวด้วย! เค้าอยากให้สนใจ! เค้ารอให้กินข้าวเสร็จ! ฮือออออออออ ชั้นได้ตายไปแล้ว! ไม่! ชั้นต้องฟื้นขึ้นมารอดูโมเม้นท์ก่อน! สู้!!!
    #316
    0
  13. #315 aom051 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 23:48

    ผู้ชายแบบนี้มันกร๊าวใจจังเลยค่ะ ถึงไฟจะอันตรายแต่ก็อุ่นอะ งื้ออออ
    #315
    0
  14. #314 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:56
    นังคัต น่ารักอ่ะ!!
    #314
    0
  15. #313 Tan_Tanjirou (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:52
    ค-คัตจัง นั่นคัตจังตัวจริงใช่มั้ย!?

    omgggg แม๊!! เค้าจีบกั๊น!!!!
    #313
    0
  16. #312 fingerbingbaii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:50
    งะ แงงง ทำไมเขินอ่ะ ทำไมละะะ งื้อออออ
    #312
    0
  17. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:44
    กรี๊ดเลย เขินมากตอนนี้ ฮือออ ;///; บาคุโกเป็นห่วงแหละดูออก
    #311
    0
  18. #310 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:37

    ปากร้ายแต่ใจดีล่ะ อุ๊ย เขิน
    #310
    0
  19. #309 -นานาชิ- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:34

    ไอต้าวซึนบาคุโกเอ้ยย >[]<
    #อย่าเพิ่งตายนะคามินาริ555
    #309
    0
  20. #308 Yongu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:14

    คัตจัง ต่อให้จะปากร้าย แต่ก็มีมุมน่ารักๆซึนๆ
    #308
    0
  21. #307 นินจาแมว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 22:00
    อบอุ่นค่ะ อยากเห็นเขาลูบหัวกันน
    #307
    0
  22. #306 mixyz (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:57
    แงงงงง เขินมากไม่ไหว
    #306
    0
  23. #305 แมวทำพาย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:46
    ชอบฉากบาคุโกกับเพื่อน ตล๊กกกก
    #305
    0
  24. #304 ChanlkarnAomsin (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:34
    เขินมากๆฮือออ อยากอ่านอีกกก
    #304
    0
  25. #303 มะมายด์' (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:31
    เขินมาก แบบมันดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เขินมากๆ ฮืออออ
    #303
    0
  26. #301 Lucky59 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:21
    อืมทำไมได้ยินว่ากินแกงกรหรี่ แต่ทำตะเกียบหลุดมือ
    #301
    3
    • #301-2 Lucky59(จากตอนที่ 22)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 21:32
      หลอครับเพราะบางเรื่องมันก็ใช้ช้อนครับ
      #301-2
    • #301-3 starj(จากตอนที่ 22)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 21:39
      บอกตามตรงว่าแค่เห็นเรื่องนี้อัพก็ยิ้มแบบไม่มีสาเหตุแล้วค่ะ เขินอะไรไม่รู้แต่เขินไว้ก่อน555555555
      #301-3
  27. #294 lamb_san (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:14
    อ่านเสร็จแล้วอ่อนแรง... แงงงงงงง๊ ทำไมเราเขินไม่ไหวแบบนี้คะ บ้าบอที่สุด5555555555 ช็อคตั้งแต่คัตสึกิมานั่งกินข้าวกับอายาเมะ แล้วก็เหมือนสมองเราจะกึ่งๆชัดดดาว์นไปเลย มึนงง (╥﹏╥) พิมพ์ไปแก้ไปหลายรอบมากค่ะ นิ้วมือไม่มีแรง55555555 อ่านไปยิ้มไปจนกลัวตีนกาขึ้นก่อนวัยอันควรเลยค่ะ ฮือออออออ น่ารักไม่ไหววววววว
    #294
    1
    • #294-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 22)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 21:44
      แบบนี้ตอนต่อๆไปข้างหน้าคงต้องรอเตรียมปั๊มหัวใจแล้วล่ะค่ะ 555555
      #294-1