ดวงใจในปกครอง (สนพ.เขียนฝัน ในเครือ ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 5 : ผู้ปกครอง 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

 

“ว่าไงนะคะ จะให้หนูแพรไปเรียนโรงเรียนประจำอย่างนั้นเหรอ”

หลังจากได้ยินเอกฉัตรบอกพี่ชายว่าจะส่งแพรไหมเข้าโรงเรียนประจำ สายหยุดก็ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจทันที เพราะไม่คิดว่าเอกฉัตรจะตัดสินใจแบบนี้ ทั้งที่เพิ่งรับแพรไหมมาอยู่ด้วยได้เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น

“นั่นสิตาฉัตร แน่ใจแล้วเหรอที่ตัดสินใจแบบนี้” เอกภพเองก็แปลกใจ ไม่คิดว่าน้องชายจะมีความคิดแบบนี้ในหัว แต่เด็กก็ต้องเรียนหนังสือต่อเพื่ออนาคตที่ดี ทำให้เขาคัดค้านน้องชายได้ไม่เต็มปากเท่าไร

“ผลการเรียนดี ไม่น่าจะมีปัญหาในการเข้าไปเรียนครับ ผมปรึกษาเพื่อนที่มีหลานเรียนอยู่ที่นั่นแล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เอกฉัตรอธิบาย พร้อมกับหันไปมองแพรไหมที่ยืนเงียบข้างสายหยุดอย่างตัดสินใจ

“ค่าเทอมแพงอยู่นะคะ คุณฉัตรจะไหวเหรอ เกิดแม่นี่เกเรหรือว่าใจแตกไม่ยอมเรียนจะทำยังไง คุณฉัตรจะไม่เสียเงินเปล่าหรือคะ”

คำพูดของพนิดาที่สอดขึ้นมาทำให้สายหยุดแอบค้อน ทุกเรื่องแม่คุณต้องได้สอดจริงๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลย แล้วมีอย่างที่ไหนไปสบประมาทเจ้านายสุดหล่อของนางแบบนั้นด้วย

คนภายนอกมักจะมองเอกฉัตรว่าเกเรเหลวไหล วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา แต่สำหรับสายหยุดแล้วเอกฉัตรคือผู้ชายที่ใช้ได้คนหนึ่งเลย ถึงจะไม่ใช่ลูกรักและได้รับอะไรๆ จากบิดาเทียบเท่าลูกคนอื่น แต่เอกฉัตรก็ใช่ว่าจะขัดสนเงินทอง เพราะนอกจากเงินเดือนและเงินปันผลจากตำแหน่งรองประธานบริษัทแล้ว เอกฉัตรยังได้รับมรดกจากทางคุณตาที่อยู่ต่างประเทศอย่างมหาศาลทีเดียว

ไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายคนนี้ร่ำรวยแค่ไหน นั่นเพราะมารีน่ามารดาของเขาถูกมองว่าเป็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า ที่หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับเอกพลหลังจากตั้งท้องเอกฉัตร และเมื่อเธอเสียชีวิตไปแล้ว ก็ไม่มีใครสนใจความเป็นไปของเธอกับลูกชายอีก แม้แต่เอกพลเองก็ไม่ได้ใส่ใจลูกชายคนรองเช่นกัน

เอกฉัตรเดินทางไปหาครอบครัวของมารดาหลังเรียนจบปริญญาตรี และเขาตัดสินใจเรียนต่อที่นั่นจนจบปริญญาเอกทางด้านการบริหารธุรกิจ เมื่อผู้เป็นตาเสียชีวิตจึงบินกลับเมืองไทยมาอยู่กับบิดาตามเดิม พร้อมกับทำงานในบริษัทของบิดาในตำแหน่งรองประธานบริษัท โดยมีพี่ชายใหญ่อย่างเอกภพเป็นประธานใหญ่ดูแลทุกอย่างแทนบิดาที่วางมือ

“เด็กผม ผมเลี้ยงเองได้ครับ และคิดว่าไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร ผมมั่นใจว่าแพรไหมเป็นเด็กดี และไม่มีทางทำให้ผมผิดหวังได้แน่” เอกฉัตรบอกด้วยความมั่นใจ หลายวันที่อยู่ด้วยกัน แพรไหมทำให้เขาประทับใจมาก ทั้งขยันทำงานบ้านและคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่ตลอด

“ก็แล้วแต่แกแล้วกัน ในเมื่อแกเป็นผู้ปกครองของแพรไหมเขาแล้วในตอนนี้” เอกภพถอนหายใจ คิดว่าคงต้องปล่อยน้องชายไปก่อน เห็นท่าไม่ดีอย่างไรก็ค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย

แพรไหมคอตก นั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันถึงเรื่องอนาคตของเธอด้วยความน้อยอกน้อยใจในโชคชะตา เธอมันก็แค่ภาระที่ฉัตรากานต์ต้องรับผิดชอบ เป็นเด็กที่ไร้ญาติขาดมิตรและตัวคนเดียว จะมีชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่ผู้ปกครองจะจัดการให้ เพราะอย่างไรเธอก็ต้องพึ่งพาพวกเขาเพ่อมีชีวิตต่อไปให้ได้

หลังจากคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนต่อของแพรไหมเสร็จสิ้น แพรไหมก็เดินหนีมานั่งที่ริมสระบัวหลังบ้านด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย เหลียวมองไปรอบๆ บริเวณบ้านที่เธออาศัยด้วยหัวใจเหี่ยวเฉา เธอชอบที่นี่มาก และก็ไม่อยากไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าเอกฉัตรต้องการแบบนั้น เธอก็ต้องทำตามคำสั่งของเขา

เสียงสะอื้นที่ดังมาจากร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าอยู่ ทำให้ร่างสูงถึงกับหยุดชะงักแล้วมองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความรู้สึกผิดในใจ ก่อนจะก้าวไปหาแล้วนั่งลงข้างๆ ทันที ท่ามกลางความตกใจของอีกฝ่ายที่เห็นเขาโผล่เข้ามาดื้อๆ

“คุณฉัตร” แพรไหมปาดน้ำตา ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาของเอกฉัตรไปได้

“ปล่อย” แพรไหมเบี่ยงหน้าหนี เมื่อจู่ๆ เอกฉัตรก็จับใบหน้าของเธอให้หันไปสบตาเขา

“ร้องไห้ทำไม”

ชายหนุ่มเอ็ดเธอ พร้อมกับไล้ปลายนิ้วบนแก้มนุ่มเพื่อเช็ดน้ำตาให้ ในขณะที่แพรไหมชะงักกึก อยู่นิ่งๆ ไม่กล้าขยับตัวใดๆ เพราะมัวแต่ตกใจกับการกระทำของเขา

“หนูคิดถึงพ่อกับแม่” เธอตอบออกมาเมื่อตั้งสติได้

“โกรธที่ฉันจะส่งเข้าโรงเรียนประจำก็บอก”

“หนูเปล่า”

“แววตาเธอมันบอก อย่ามาโกหกฉันเสียให้ยาก”

แพรไหมหลบสายตา เขาอ่านแววตาเธอออก แต่เธอกลับอ่านควาคิดเขาไม่ออกเลย เอกฉัตรพูดน้อยและเงียบขรึม ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้ เธอกับเขาคุยกันแทบนับคำได้ด้วยซ้ำ ทำให้เธอต้องหนีไปช่วยงานสายหยุดที่บ้านใหญ่บ่อยๆ ได้คุยกับคนอื่นๆ เพื่อคลายความเหงาได้บ้าง

“ทั้งๆ ที่รู้ว่าหนูคือภาระ แล้วทำไมคุณฉัตรถึงรับอุปการะหนูละคะ”

คำถามตรงๆ จากปากของคนตรงหน้า ทำให้เอกฉัตรขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันทันที ก่อนจะคลายออกแล้วถอนหายใจออกมา เบือนหน้าหนีจากวงหน้าหวานแล้วหันไปมองดอกบัวบานในสระด้วยความคิดที่วุ่นวายในใจ

“อาจเป็นเพราะเราเหมือนกัน เธอกับฉันเราต่างโดดเดี่ยวอ้างว้างกันทั้งคู่ ตอนที่ฉันเห็นเธอครั้งแรก ฉันรู้สึกว่าเหมือนเห็นตัวเองในอดีต ตอนที่ฉันเสียแม่ไป ฉันก็ไม่ต่างอะไรกับเธอในตอนนี้เลย”

แพรไหมมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เขามองเห็นตัวเองในตัวเธออย่างนั้นหรือ ทำไมกันล่ะ ในเมื่อเขาก็เพียบพร้อมไปหมดขนาดนี้ ต่างจากเธอที่ต้องเผชิญกับความลำบากมาตั้งแต่เล็ก

“คุณ...เสียแม่ตอนไหนเหรอคะ” แพรไหมเอ่ยถาม เมื่อเขาเงียบไปเมื่อพูดถึงมารดาของตัวเอง

“สิบสองปี ตอนนั้นเราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเลยล่ะ แม้พ่อจะไม่ค่อยสนใจเราสองคนสักเท่าไหร่”

“ไม่สนใจเหรอคะ ทำไม...”

“เรื่องของฉันมันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เธออย่ารู้เลยดีกว่า เอาเป็นว่าเตรียมตัวก็แล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปดูโรงเรียนก่อน”

“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับรู้

“ตั้งใจเรียนนะแพรไหม เพื่ออนาคตที่ดีของเธอ”

“หนูรู้ค่ะ ขอบคุณคุณฉัตรที่ช่วยเหลือหนูนะคะ หากไม่มีคุณหนูคง...”

“เด็กโง่ นั่นคือสิ่งที่ฉัตรากานต์ทุกคนต้องชดใช้ให้เธออยู่แล้ว จำเอาไว้นะแพรไหม เธอไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่คนรับใช้ของใครในฉัตรากานต์ แต่เป็นเด็กในปกครองของฉัน จะมีแต่ฉันที่จัดการกับชีวิตของเธอได้”

เอกฉัตรวางมือบนศีรษะของเธอแล้วลูบเบาๆ เข้าใจความรู้สึกของการถูกทิ้งของเธอได้เป็นอย่างดี แต่เขาทำแบบนี้ก็เพื่ออนาคตของเธอเอง สักวันแพรไหมจะเข้าใจว่าทั้งหมดที่เขาทำไปนั้นก็เพราะความหวังดีจากใจจริง

“คุณจะไปเยี่ยมหนูบ่อยๆ ใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงเครือ เธอเพิ่งได้เขาเป็นญาติเพียงคนเดียว แต่ก็ต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวตามลำพังแล้วอย่างนั้นหรือ

ไม่นาน...ที่เธอมาอยู่กับเขา แต่ความเหงาก็ทำให้เธอยึดเขาเป็นที่พึ่งของชีวิตไปแล้ว แต่เธอจะเรียกร้องอะไรจากเขาได้เล่า ในเมื่อทุกอย่างอยู่ภายใต้การปกครองของเขาไปแล้ว

“แน่นอน ปิดเทอมก็กลับมาบ้านได้อยู่แล้วนี่นา”

เอกฉัตรขยี้ผมเธอไปมา ทำให้แพรไหมได้แต่นิ่งเงียบและมองเขาด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น ในดวงตาคมคู่นั้นของเอกฉัตรแม้จะเย็นชาเหมือนไร้ความรู้สึก ทว่ามืออันอบอุ่นของเขาที่วางอยู่บนศีรษะของเธอก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน

“สัญญานะคะ” เธอย้ำเหมือนหวาดกลัว กลัวว่าเขาจะทิ้งเธอและไม่สนใจไยดีอะไรกันอีกหลังส่งเธอเข้าโรงเรียนประจำไปแล้ว

“ทำไมเด็กฉันขี้แยแบบนี้นะ ไม่เอาสิ...อย่าร้อง”

เอกฉัตรยิ้มขัน ก่อนจะรั้งร่างเล็กนั้นเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น ลูบแผ่นหลังที่ไหวสะท้านเพราะแรงสะอื้นรุนแรง เมื่อเจอคำพูดจี้ใจดำว่าขี้แยของเขาเข้าไป

***ฝากเมนต์ กดแอดแฟนติดตามกันด้วยนะคะ เนื่องจากโอบโดนบล็อกไม่ให้แชร์ตามกลุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าไม่กดติดตามเพจ หรือแอดแฟนนิยาย ก็จะไม่เห็นว่าโอบอัปนิยายนะคะ เศร้ามาก ยาวไปมีนาปีหน้าเลยที่จะแช์โปรโมทได้ งืออ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

457 ความคิดเห็น

  1. #26 จรุ่งจิตต์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 06:29
    มาต่อไวๆนะคะละมุนมาก
    #26
    0
  2. #25 สายลม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 10:10

    โอยยยยยยยยยยย
    แอบรักคุณฉัตรทันทีทันใด

    #25
    0
  3. #24 kittyphoon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 00:50
    คุนฉัตร ใจหล่อมากกกกก
    #24
    0