เกมร้ายร่ายปรารถนา ( รีอัปเดต / มี e-book )

ตอนที่ 3 : เกมร้ายร่ายปรารถนา - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62



ลิงก์ E - book เกมร้ายร่ายปรารถนา >>>คลิก<<<





1



 

 

หนึ่งเดือนต่อมา

ดีใจด้วยนะเอม เอมของเมย์เก่งที่สุดเลย” มัลลิกาสวมกอดเพื่อนรักที่เรียนร่วมกันมาจนจบมหาวิทยาลัยด้วยความยินดีจากใจ

ตัวก็ไม่ต้องเครียดไปหรอกนะเมย์ ปีหน้ายังไงก็มีโอกาสสอบอีก อ่านหนังสือเยอะๆ เราเอาใจช่วย” เอมมาลินลูบหลังบอบบางของเพื่อนรักไปมาด้วยความเห็นใจและเข้าใจอย่างที่สุด

มัลลิกามีปัญหาทางบ้านที่ทำให้เครียดจนคิดไม่ตกจึงไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านหนังสือสอบเช่นหล่อนที่ไม่มีภาระอะไรให้ต้องคิดเครียด แต่ก็ยังเชื่อว่ามัลลิกาจะสามารถสอบบรรจุข้าราชครูได้อย่างแน่นอนเพราะโดยเนื้อแท้เป็นคนเรียนดีพอกัน ขยัน และมีความตั้งใจสูง

จะเสียก็แต่นุ่มนิ่ม ไม่ค่อยสู้คน หากเกิดเรื่องเกิดราวก็เลือกที่จะเงียบเพื่อให้เรื่องราวบานปลายมันผ่านพ้นไป ไม่ชอบแก้ตัวให้ใครฟังนักหรอก หากไม่ใช่คนที่รักและแคร์ความรู้สึกมากที่สุดก็จะปล่อยผ่านไปทันที

ไปกินขนมกัน แม่เตรียมขนมไว้รอเธอเพียบเลย”

มัลลิกาเดินตามแรงจูงไปพบปะกับคนในครอบครัวของเพื่อนรักที่สนิทสนมกันดี วันนี้พี่ ป้า น้า อา และหลานๆ ของเอมมาลินต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับคุณครูคนใหม่อย่างพร้อมเพรียง

หล่อนอยู่ร่วมฉลองจนบ่ายคล้อยก็ขอตัวกลับเพราะนัดกับคนเป็นป้าว่าจะไปปล่อยปลาที่วัดในช่วงเย็นด้วยกัน

ทว่าที่หน้าบ้านของหล่อนกลับมีรถกระบะสามคันจอดปิดประตูรั้วเอาไว้ ดูน่าตกใจไม่น้อยเลย เพราะแต่ละคันไม่ค่อยคุ้นตานักจึงรีบผลักประตูเข้าไปด้วยความเป็นห่วงป้าซึ่งอยู่คนเดียว

ผมให้เวลาถึงพรุ่งนี้เที่ยง ย้ายข้าวของออกไปให้หมด มะรืนเจ้าของคนใหม่เขาจะเข้ามาดูบ้าน”

เสียงห้าวทุ้มดังลอดออกมา มัลลิกาจึงชะงักเท้าเงี่ยหูฟังด้วยใจที่เต้นตุบ

ฉันหาที่อยู่ใหม่ไม่ทันหรอก ขอเวลาสักสองสามวันไม่ได้หรือพ่อคุณ”

ผมไม่ชอบให้ใครมาต่อรอง ถ้าไม่อยากย้ายไปก็หาเงินมาไถ่คืนไป”

เจ็ดล้านใช่ไหม ฉันจะหาเงินมาไถ่คืนก็ได้ แต่ขอเวลาสักสองสามอาทิตย์ได้ไหม รอขายที่อีกแปลงได้จะเอาไปไถ่คืนทันที”

สิบสี่ล้าน สามวัน ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องมาพูดกัน”

เสี่ยหน้าเลือดยังคงพูดบีบทุกทางให้นางจนมุม ยังไงก็จะเอาบ้านและที่ดินผืนนี้ไว้ขายต่อให้ได้

อะไรกัน ไหนบอกว่ามันเอาไปจำนองไว้เจ็ดล้านไง”

ก็นั่นมันราคาจำนอง ไม่ใช่ราคาไถ่คืน ตกลงตามนี้ ขี้เกียจพูดมาก… เจ็บคอ”

ร่างท้วมอีกทั้งสูงชะลูดลุกพรวดขึ้นมา ขยับสูทสีเทาเข้าที่พลางกระแอมเสียงทำทีเป็นเจ็บคอแล้วเดินดิ่งออกไปโดยไม่ล่ำลา ลูกน้องก็พากันเดินตามออกไปอีกโขยง

มัลลิกาหลบไปยืนข้างบ้านเพราะไม่ชอบพวกอันธพาล กลัวโดนพวกมันลวนลามเอาฟรีๆ พอพวกนั้นพ้นรั้วบ้านไปก็รีบเข้ามากอดคนเป็นป้าที่นั่งน้ำตาตกอยู่บนโซฟาด้วยความทุกข์ร้อนใจ

คุณวิศณีกลั้นสะอื้นจนตัวโยน นางไม่อยากร้องไห้ซ้ำๆ แต่มันเกินจะทนแล้วกับสิ่งที่สามีรุ่นลูกก่อทิ้งไว้ให้ต้องแก้ก่อนจะหนีไปกับผู้หญิงคนใหม่

ไอ้เอกสิทธิ์ มันสารเลว ป้าเกลียดมัน ป้าไม่น่าโง่ไปหลงรักคนอย่างมันเลย”

มัลลิกาลูบไหล่สะท้านถี่ด้วยความเห็นใจ และเข้าใจดีในผลกรรมที่คนเป็นป้ากำลังแบกรับมันสนองกลับมาหนักหนาแค่ไหน เพราะความรักเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ เป็นพื้นฐานของความสุขที่ใครต่างก็อยากได้จึงต้องไขว่คว้า โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตวันข้างหน้ามันจะย้อนกลับมาทำร้ายเราให้เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เมื่ออีกฝ่ายหมดรักและเห็นแก่ความสุขของตัวเองมากกว่า...

เอกสิทธิ์จงใจเข้ามาหลอกลวงป้าไปจนหมดตัว มันวางตัวดีมาตลอดเพื่อให้ป้าตายใจจนยอมพาเข้ามาอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา ไม่ถึงปีหลังจากคบหากันมาสองปีกว่าๆ มันก็ออกลาย ขโมยโฉนดบ้านและที่ดินของป้าไปจำนองกับเสี่ยค้าที่ดินหน้าเลือดให้ต้องถูกยึด

เราสองคนถึงได้เครียดจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเพราะเงินสดที่คนป้าเก็บสะสมไว้ในเซฟมันก็เอาไปจนหมด เหลือเงินในธนาคารอีกไม่ถึงสามแสนเท่านั้น

 

คุณย่าขา”

เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงวัยหกขวบดังมาตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ก่อนจะวิ่งมาถึงตัวคุณย่าที่กำลังจัดเรียงขนมหวานใส่จานไว้รอท่าเช่นทุกวัน

คุณจิตราหันไปอ้าแขนรับ กอด หอม แล้วอุ้มขึ้นมานั่งตัก เด็กหญิงก็พนมมือไหว้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูเช่นทุกครั้งที่กลับมาจากโรงเรียน

สวัสดีค่ะคุณย่า สวัสดีค่ะคุณย่าทวด”

สวัสดีค่ะ” คุณใจแก้วรับไหว้เหลนตัวน้อยด้วยรอยยิ้มแล้วส่งจานขนมให้ “ของหนูจ้ะ”

ขอบคุณค่า...” เด็กน้อยโน้มตัวเข้าไปรับจานขนมมาประคองด้วยสองมืออูมๆ “...ของโปรดหนูผิง” ตากลมใสแป๋วจ้องขนมลูกชุบสีสันสดสวยน้ำลายสอ “...หนูผิงชอบที่สุดเลยค่ะ” ว่าอย่างนั้นแล้วก็เงยหน้าอวบอิ่มมายิ้มแฉ่งแข่งตะวันให้คนเป็นย่า

ชอบก็กินเยอะๆ สิลูก ถ้าไม่พออิ่มเดี๋ยวย่าเอามาเพิ่มให้อีกเยอะๆ เลย ดีไหมคะ”

ดีสุดยอดเลยค่ะคุณย่า” หนูผิงยิ้มแฉ่ง ยกนิ้วโป้งให้คุณย่าว่าเยี่ยมมากๆ หนูผิงถูกใจที่สุด

คุณจิตราทั้งเอ็นดูทั้งมันเขี้ยว นางหอมแก้มหลานสาวจนยับยู่ก่อนปล่อยให้จับขนมยัดใส่ปากตุ้ยๆ เคี้ยวกินด้วยความเอร็ดอร่อย

เรื่องเพื่อนเราน่ะว่าไง นี่เดือนหนึ่งแล้วทำไมยังเงียบกริบ”

หนูก็รอคำตอบอยู่เหมือนกัน เห็นว่าหนูเมย์สอบเสร็จจะโทรมาบอกอีกที คงยังไม่กล้าคุยกับหลานน่ะค่ะ ยายวิก็เหมือนหนู ไม่กล้าบังคับใจลูกหลาน...”

น่าเห็นใจนะ”

เพราะภายใต้เงื่อนไขของลูกสาวที่หยิบยื่นให้นั้น ถ้าคิดให้ลึก... มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขายลูกหลานเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้เลย

จังหวะนั้นเสียงเพลงสากลสุดฮิตก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือของคุณจิตรา นางมองแล้วอุทานด้วยความดีใจ ยิ้มแฉ่งขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร

อุ๊ย… ตายยาก โทรมาพอดีเลยค่ะคุณแม่”

ไปรับสายไป… หนูผิงน่ะเดี๋ยวแม่ดูให้”

ขอบคุณค่ะแม่ อยู่กับย่าทวดไปก่อนนะคะ ย่าขอไปคุยธุระกับเพื่อนก่อน”

ตามสบายค่า”

หนูผิงบอกเสียงใส หันไปกินขนมตุ้ยๆ คุณยายทวดยังช่วยหยิบใส่ปากให้ด้วยเพราะหลานตัวน้อยกินเก่ง

ว่าไงวิ”

จิต… ฉัน…” ความเจ็บจุกทำให้คุณวิศณีพูดไม่ออก นางเงยหน้าขึ้นไปสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางปาดออกไปจนหมดแล้วเค้นเสียงออกมา “ฉันต้องการความช่วยเหลือจากเธอ พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่ปากช่องพร้อมกับยายเมย์”

คุณจิตราเข้าใจว่านี้คือความทุกข์อย่างที่สุดของเพื่อน มันเป็นความยากลำบากอย่างที่สุดที่ต้องตัดสินใจยกหลานให้นางเพื่อความอยู่รอด แต่มันอดยิ้มอย่างพอไม่ได้จริงๆ ที่จะได้หลานสาวผู้มีกิริยามารยาทเพียบพร้อมของเพื่อนมาเป็นสะใภ้ในไม่ช้านี้แล้ว

ถ้าเธอตกลงกับหนูเมย์เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ตกลง พรุ่งนี้ฉันจะส่งคนไปรับ ไม่สิ… ฉันไปหาเธอเองดีกว่า ลุงป้ายจะได้ไม่ต้องขับรถกลับไปกลับมาหลายรอบ”

ตามใจเธอ ฉันยังไงก็ได้”

แล้วเจอกันจ้ะ” 




ชีวิตหนูเมย์จะน่าสงสารหน่อยๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านนิยายเช่นเคยค่า
ขอให้สนุก และมีความสุขกับการอ่านน้า

ดารารินทร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

385 ความคิดเห็น