คุณชอบหน้าอ่านนิยายแบบใหม่มั้ย
ช่วยบอกเราหน่อย
คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

If you desire peace. Prepare yourselves for war.

War and Sacrifice

*******************************************************************************

 

            ผักกาดค่า------

            แอร๋ เราอิม้อดเองนะแหะๆ ก็ไม่มีไรหรอกแค่จะบอกว่าเรามีแผนจะรีไรต์ตอนเก่าๆในเร็วๆนี้ค่ะ ก็เนื่องจากว่าข้าเซ็งไง เนื่อหาตอนแรกๆกับตอนล่าสุดดันไม่สอดคล้องกันอ่ะ(ไม่นับเรื่องสำนวนนะ ฟฟฟ) นั่นแหละเหตุผล จริงๆกะจะเริ่มรีไรต์ตอนจบภาคแรกซึ่งตอนนี้กะลังดำเนินไปอย่างหอยทากที่ถูกลูกตุ้มหนักตันกว่าๆถ่วงเอาไว้ ทำไงได้อ่ะก็เราไม่ค่อยสบาย หวัดบ้างไข้บ้าง หึๆ ตามนั้นเลยยยยย

            ปล. 1 เนื่องจากข้อมูลข้องข้าไม่ค่อยแน่น ต้องมีคลาดเคลื่อนบ้างเรื่องสงครามนะ

            ปล. 2 คำผิดเยอะแน่นอนเลยค่ะ เพราะเราพิมพ์ในโทรศัพท์ ฉะนั้นอย่าเพิ่งปวดหัวจนอันแฟบไปก่อนนะ หึฟ์

            ก็เท่านี้แหละ มีอะไรก็จะมาเพิ่มให้ละกันนนน

เคารพมาก ฟฟฟ

Sin Clarity :v

 ----------------------------------------------------------------

------------ .:Story Status :.------------

Story Open: 29 Oct. 2014

Story Close: xx xx xxx

---------------------------------------------------------------------------------------

------------ .:Special Thanks :.------------

 B E R L I N 

SQWEZZ

---------------------------------------------------

   

 

 

B E R L I N ❀

สารบัญ อัพเดท 24 มี.ค. 61 / 13:48

บันทึกเป็น Favorite

ตอน
ชื่อตอน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Z y c l o n จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

2

เรียบง่ายแต่มากด้วยรายละเอียด

ติดตามมาพอสมควรแต่ไม่เคยวิจารณ์จริงจังซะที ตอนนี้ก็ จัดการโลดค่ะ ^^
(เราวิจารณ์ในฐานะผู้ติดตามดูเท่านั้น ไม่ใช่นักวิจารณ์ แล้วก็เป็นมือใหม่ ผิดพลาดหรือขัดใจก็ขออภัย)

เรื่องย่อ เนื้อเรื่องนำเสนอมุมมองของ หญิงสาวที่ชื่อแอดเลอร์ กับ ชายหนุ่มที่ชื่อ คาร์ล และเหตุการณ์ต่างๆรวมทั้งตัวละคร โดยมีธีมหลักคือ WW2 (จุดนี้ขอกล่าวไม่มาก)

โครงเรื่อง ถือว่าดีพอสมควรในส่วนของโครงเรื่อง วางปมเรื่องได้ดี ค่อยๆคลายปมทีละนิดทำให้ไม่ปวดหัวเวลาอ่าน แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนไรเตอร์จะเปลี่ยนโครงเรื่องนิดหน่อยตอนแต่ง(สังเกตจากอุดมการณ์นางเอก อย่างตอนแรกจะเน้นเรื่องครอบครัว พักหลังๆ จะเน้นเรื่องสงคราม) แต่ถือว่าจัดลำดับได้ดีพอสมควร

ตัวละคร ตัวละครทุกตัวดูมีความซับซ้อนในตัวเอง เหมือนจะมีที่มาที่ไปที่ไม่ค่อยธรรมดากันซักคน แต่ไรเตอร์หมือนเน้นเขียนให้ผู้อ่านคาดเดามากกว่าเพราะตัวเจาะจงที่เน้นคือ แอดเลอร์ ไม่ใช่ตัวอื่นๆ(บางทีอาจแถมคาร์ลมาด้วย) ตัวละครแต่ละตัวดูมีเอกลักษณ์

การใช้ภาษา การใช้ภาษาของไรเตอร์เรียบง่ายแต่สื่อความหมายได้ดี แต่ในบางครั้งความเรียบง่ายนั้นก็ดูเรียบง่ายจนสื่อความหมายได้ไม่ชัดเจน จุดนี้ชื่นชมไรเตอร์เพราะอ่านบทๆแรกๆกับบทหลังๆ ถือว่าพัฒนาระหว่างดำเนินเรื่องไปพอสมควรที่เดียว

แก่นเรื่อง คิดว่าตรงนี้เขียนยากที่สุด มันเหมือนมีหลายอย่างให้เก็บ แตเก็บจนไม่รู้จะเอาอันไหนลง 555 ดูเหมือนว่าเท่าที่เราเข้าใจ ไรเตอร์พยายามสื่อจุดละอียดของสงคราม อย่าง มิตรแท้ หักหลัง อุดมการณ์ ขอชื่นชมว่าความคิดล้ำหน้าคนวัยเดียวกันไปเยอะ(ไรต์อายุ 13-14 ใช่มั้ย?)
แต่เราก็ยังสัมผัสความเป็นเด็กได้ในเนื้อเรื่อง

ภาพรวม
ขอชื่นชมจากใจจริงในฐานะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่ให้ 8/10 เพราะเห็นว่ายังเป็นงานเขียนระดับธรรมดา อ่านแล้วไม่ได้ตรึงใจมากมายระดับมาสเตอร์พีชแต่ก็ยังอยากอ่านต่อ สำนวนภาษาเรียบง่ายไม่เวิ่นเว้อ แต่อย่างที่ว่า บางครั้งก็เรียบง่ายเกินไป การวางเรื่องเหมือนเน้นฉากตัดฉาก บางทีอาจทำให้คนอ่านไม่เข้าใจได้ ต้องรอจบเรื่องทีเดียว ส่วนอื่นๆ ขอพูดเรื่องความรู้สึกในการอ่าน อย่างที่บอกไป บางครั้งเรายังรู้สึกได้ว่า นี่คือความคิดและเข้าใจของวัยรุ่นตอนต้น ย้ำว่าบางครั้งเท่านั้น แต่ถือว่าไรเตอร์ทำได้ดีพอสมควร

ส่งท้าย
เขียนต่อไปนะคะ เราคิดว่าไรเตอร์จะได้อะไรหลายอย่างจากนิยายเรื่องนี้ แม้จะเป็นคนเขียนขึ้นเองก็ตามลองเก็บรายละเอียดส่วนนี้ไปคิด แล้วไรเตอร์จะพบอะไรบางอย่างค่ะ

>>อ่านต่อ
1

ไม่มี 'มิตร' หรือ 'ศัตรู' ที่แท้จริงในยามสงคราม

ช่วงนี้ว่างจัด เราตามอ่านนิยายม้อดมาหลายตอนละ ไม่ดิ ต้องเรียกว่านานมาแล้วนะ 555 ดังนั้นก็เลยกะจะสับ(?)ซะหน่อย เริ่มนะ

เรื่องย่อ-โครงเรื่อง
War and Sacrifice เป็นนิยายสงคราม-พีเรียด-โรแมนซ์ บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละตัวละครที่ต่างเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์อันซับซ้อนนี้ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน เรื่องราวส่วนใหญ่ถูกเล่าผ่านมุมมองของครีนัส แอดเลอร์...หญิงสาวผู้ผันตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยนาซี มีแรงจูงใจเดียวคือต้องการสืบสาวหาตัวคนร้ายที่สังหารพ่อของเธอ และคู่หูของเธอ --เบิร์ต คาร์ล พลซุ่มยิงหนุ่มฝีมือระดับพระกาฬแห่งกองทัพนาซีที่ต้องการยุติสงครามครั้งนี้ให้เร็วที่สุดไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ทว่าในสงครามนั้นไม่มีมิตรหรือศัตรูที่แท้จริง...แล้วจะรู้ได้อย่างไร...ว่ามิตรชิดใกล้จะไม่เงื้อมีดขึ้นมาแทงข้างหลังพวกเขาเข้าในวันใดวันหนึ่ง!

ตัวละคร
ตัวละครของผู้เขียนปั้นออกมาได้ดี ติอย่างนึงตรงที่ผู้เขียนไม่ค่อยเพิ่มมิติและแบ็คกราวนด์ของตัวละครอื่นมากนักนอกจากตัวนางเอกกับพระเอก จริงอยู่ว่าตัวที่ไม่สำคัญก็ไม่ต้องเพิ่ม แต่ตัวประกอบที่จะมาเป็นกุญแจในตอนต่อๆ ไป ก็ควรจะลงลึกกับตัวตนของมันให้มากกว่านี้เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในเรื่องกับผู้อ่านนะแจร้ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันที่ตัวเอกดีกว่า

ครีนัส แอดเลอร์ -->
เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก เท่าที่อ่านมา นางมีคาแรคเตอร์แบบสาวซึน นิ่งๆ ขรึมๆ ด้วยความที่ตอนยังเด็กไม่มีเพื่อนคบ ก็เลยกลายเป็นคนเย็นชา พูดน้อย ต่อยหนัก(หรือเปล่า? ยังไม่เคยเห็นแอดเลอร์บู๊เลย 555) รักศักดิ์ศรียิ่งชีพ ตรงไปตรงมา หัวแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ และฉลาดพอตัว แต่ผู้เขียนจะฟังคำติหรือคำชมของตัวละครตัวนี้ก่อนดีล่ะ?
ชมก่อนละกันเนอะ 555 ต้องขอบอกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างชัดเจนมากและเด่นมาก เป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผู้เขียนทำให้คนอ่านรู้สึกได้จริงว่าแอดเลอร์เคยมีตัวตนอยู่จริง ทำให้คนอ่าน 'อิน' ไปกับสิ่งที่นางคิดและสิ่งที่นางทำได้ มีความเป็นเหตุเป็นผลของตัวละครอยู่ในระดับน่าพอใจ และเป็นตัวละครที่เราคิดว่าน่าจดจำมากที่สุดตัวหนึ่ง
แต่ข้อเสียก็มี แอดเลอร์เนี่ย ตามที่ผู้เขียนบรรยายไว้คือ ฉลาดระดับอัจฉริยะ แต่ในหลายๆ บริบท ความอัจฉริยะที่ผู้เขียนวางไว้นั้นไม่ได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ในหลายๆ สถานการณ์ แอดเลอร์ยังไม่มีความสามารถพอที่จะแก้ต่างให้กับตัวเองหรือแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองคนเดียวได้ คำพูดบางประโยคในบางสถานการณ์ก็ยังดูไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ ดังนั้นในทัศนคติของเราแล้ว แอดเลอร์นั้น 'ฉลาด' ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น 'อัจฉริยะ' (ยกเว้นว่าอัจฉริยะในห้องเรียน อันนี้ไม่เถียง 555) ที่จริงคาแรคเตอร์แบบนี้ก็โอเคแล้วนะ ถ้าปรับแก้อีกนิดจะดีมากๆ เลย

เบิร์ต คาร์ล --> ยินดีด้วยครัช ตัวละครตัวนี้ไม่มีข้อให้ติสักเท่าไหร่เลย สิ่งที่เขาแสดงออกนั้นตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนวางไว้ ตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อให้คนอ่านรับรู้ได้ดีมาก
ชอบในการที่ผู้เขียนทำให้คนอ่านทั้งสงสัย ทั้งหลงรัก ทั้งไม่ไว้ใจอีตาคาร์ลคนนี้ได้ในเวลาเดียวกัน คาร์ลเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากที่สุดตัวหนึ่งในโลกวรรณกรรมเท่าที่เราเคยรู้จัก (แม้ว่าหลังๆ เฮียจะหลุดคาแรกเตอร์ ทำตัวกวนสร้นนางเอกนิดๆ ก็เถอะ) จะว่าอะไรไหมถ้าเราชอบตัวละครคาร์ลมากกว่าตัวดำเนินเรื่องหลักอย่างแอดเลอร์ 555 เอาใจเราไปเลยค่ะเฮียคาร์ล ขอย้อนกลับไปเกิดในช่วงสงครามโลกแปบ รักมากจริงๆ เฮียคนนี้ ผู้เขียนประสบความสำเร็จในการสร้างคาร์ลให้เป็นที่ประทับใจคนอ่านแล้ว ณ จุดๆนี้


การใช้ภาษา
การใช้ภาษา บอกได้เลยว่ามีการพัฒนาการไปมากกว่าตอนแรกๆ มาก สังเกตได้ว่าตอนแรกๆ นั้น ภาษาที่แต่ละตัวละครใช้จะติดวัยรุ่นๆ อยู่นิดๆ ทำให้บรรยากาศของเรื่องยังไม่คลาสสิค ยังไม่เป็นแนวพีเรียดมากเท่าที่ควร อีกทั้งการบรรยายบรรยากาศรอบข้างตัวละครก็ยังดูห้วนสั้นไป เหตุการณ์ต่างๆ ยังเรียงลำดับและปะติดปะแต่ละจิ๊กซอว์ในเรื่องต่อได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นานๆ ไป เออ...นิยายเรื่องนี้พัฒนาขึ้นมากแฮะ มีการสร้างปมซับซ้อนขึ้น การบรรยายสวยงามและอินขึ้นเยอะ อ่านแล้วลื่นไหล แม้จะอ่านแล้วติดๆขัดๆบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ตัวละครดูมีมิติล้ำลึกขึ้นและมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ภาษาที่ใช้เก่าลง มีเหตุมีผลมากขึ้น และดูมีความเป็น 'พีเรียด' ตามธีมของนิยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พิเศษ: มุมกล้อง แสง สี (?)
ถ้าเปรียบเสมือนมุมกล้อง นิยายเรื่อง War and Sacrifice มีมุมกล้องแบบกล้องแทนสายตาของแต่ละครนั้นๆ ไปเลย สังเกตได้จากการที่ผู้เขียนมักจะโฟกัสอยู่ที่ตัวละครแค่ตัวเดียวในฉากหนึ่งฉาก เช่นฉากโฟกัสที่ความคิดของแอดเลอร์คนเดียวในขณะที่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่น นั่นมีข้อดีคือเราจะสามารถ 'อิน' ไปกับตัวละครแอดเลอร์ได้ง่ายกว่ามุมกล้องแบบที่ฉายความคิดและท่าทางของคนอื่นในฉากไปด้วยพร้อมๆกัน แต่ข้อเสียคือความเป็นไปต่างๆ อารมณ์ในสถานการณ์นั้นๆ คนอ่านจะรับรู้ได้ค่อนข้างแคบเพราะมองจากสายตาของแอดเลอร์คนเดียว
แสง สี - นิยายเรื่องนี้ให้ฟีลลิ่งเหมือนดูภาพยนตร์สงครามโลกแบบคลาสสิคแต่ฉายในฟิล์มสมัยใหม่ เทคนิคการใช้แสงเงาต่างๆ จะคล้ายๆ กับหนังเรื่อง Inglourious Basterds ของเควนติน ทารันติโน แต่บรรยากาศเรื่องจะดูหรูกว่านิดๆ และยังไม่แสบ เผ็ด กวนทรีนเท่า
Inglourious (เอ่อ ไม่ต้องงงนะ เราเอามาจากภาพในหัวเวลาอ่านนิยายเรื่องนี้อ่ะ =.= ) ให้ความรู้สึกแบบหนังเก่าๆ แต่ใช้ฟิล์มสีสด แตกต่างกันตรงที่มุมกล้องใน War and Sacrifice จะโฟกัสที่ตัวละครตัวเดียว ในขณะที่ในหนังโฟกัสไปที่หลายตัวพร้อมกัน

ปล. ก็ฝากไว้ด้วยนะครัชสำหรับคำวิจารณ์ พิมพ์มาชั่วโมงนึงละ ขอให้ไรต์เตอร์เจริญๆ เขียนนิยายไปอย่าหยุดนะะะ ด้วยรักจาก Crimson Rose บายแจร้





>>อ่านต่อ
ดูทั้งหมด(2)

คำนิยม Top

"ไม่มี 'มิตร' หรือ 'ศัตรู' ที่แท้จริงในยามสงคราม"

(แจ้งลบ)

ช่วงนี้ว่างจัด เราตามอ่านนิยายม้อดมาหลายตอนละ ไม่ดิ ต้องเรียกว่านานมาแล้วนะ 555 ดังนั้นก็เลยกะจะสับ(?)ซะหน่อย เร...››อ่านต่อ

ช่วงนี้ว่างจัด เราตามอ่านนิยายม้อดมาหลายตอนละ ไม่ดิ ต้องเรียกว่านานมาแล้วนะ 555 ดังนั้นก็เลยกะจะสับ(?)ซะหน่อย เริ่มนะ เรื่องย่อ-โครงเรื่อง War and Sacrifice เป็นนิยายสงคราม-พีเรียด-โรแมนซ์ บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละตัวละครที่ต่างเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์อันซับซ้อนนี้ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน เรื่องราวส่วนใหญ่ถูกเล่าผ่านมุมมองของครีนัส แอดเลอร์...หญิงสาวผู้ผันตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยนาซี มีแรงจูงใจเดียวคือต้องการสืบสาวหาตัวคนร้ายที่สังหารพ่อของเธอ และคู่หูของเธอ --เบิร์ต คาร์ล พลซุ่มยิงหนุ่มฝีมือระดับพระกาฬแห่งกองทัพนาซีที่ต้องการยุติสงครามครั้งนี้ให้เร็วที่สุดไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ทว่าในสงครามนั้นไม่มีมิตรหรือศัตรูที่แท้จริง...แล้วจะรู้ได้อย่างไร...ว่ามิตรชิดใกล้จะไม่เงื้อมีดขึ้นมาแทงข้างหลังพวกเขาเข้าในวันใดวันหนึ่ง! ตัวละคร ตัวละครของผู้เขียนปั้นออกมาได้ดี ติอย่างนึงตรงที่ผู้เขียนไม่ค่อยเพิ่มมิติและแบ็คกราวนด์ของตัวละครอื่นมากนักนอกจากตัวนางเอกกับพระเอก จริงอยู่ว่าตัวที่ไม่สำคัญก็ไม่ต้องเพิ่ม แต่ตัวประกอบที่จะมาเป็นกุญแจในตอนต่อๆ ไป ก็ควรจะลงลึกกับตัวตนของมันให้มากกว่านี้เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในเรื่องกับผู้อ่านนะแจร้ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันที่ตัวเอกดีกว่า ครีนัส แอดเลอร์ --> เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก เท่าที่อ่านมา นางมีคาแรคเตอร์แบบสาวซึน นิ่งๆ ขรึมๆ ด้วยความที่ตอนยังเด็กไม่มีเพื่อนคบ ก็เลยกลายเป็นคนเย็นชา พูดน้อย ต่อยหนัก(หรือเปล่า? ยังไม่เคยเห็นแอดเลอร์บู๊เลย 555) รักศักดิ์ศรียิ่งชีพ ตรงไปตรงมา หัวแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ และฉลาดพอตัว แต่ผู้เขียนจะฟังคำติหรือคำชมของตัวละครตัวนี้ก่อนดีล่ะ? ชมก่อนละกันเนอะ 555 ต้องขอบอกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างชัดเจนมากและเด่นมาก เป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผู้เขียนทำให้คนอ่านรู้สึกได้จริงว่าแอดเลอร์เคยมีตัวตนอยู่จริง ทำให้คนอ่าน 'อิน' ไปกับสิ่งที่นางคิดและสิ่งที่นางทำได้ มีความเป็นเหตุเป็นผลของตัวละครอยู่ในระดับน่าพอใจ และเป็นตัวละครที่เราคิดว่าน่าจดจำมากที่สุดตัวหนึ่ง แต่ข้อเสียก็มี แอดเลอร์เนี่ย ตามที่ผู้เขียนบรรยายไว้คือ ฉลาดระดับอัจฉริยะ แต่ในหลายๆ บริบท ความอัจฉริยะที่ผู้เขียนวางไว้นั้นไม่ได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ในหลายๆ สถานการณ์ แอดเลอร์ยังไม่มีความสามารถพอที่จะแก้ต่างให้กับตัวเองหรือแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองคนเดียวได้ คำพูดบางประโยคในบางสถานการณ์ก็ยังดูไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ ดังนั้นในทัศนคติของเราแล้ว แอดเลอร์นั้น 'ฉลาด' ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น 'อัจฉริยะ' (ยกเว้นว่าอัจฉริยะในห้องเรียน อันนี้ไม่เถียง 555) ที่จริงคาแรคเตอร์แบบนี้ก็โอเคแล้วนะ ถ้าปรับแก้อีกนิดจะดีมากๆ เลย เบิร์ต คาร์ล --> ยินดีด้วยครัช ตัวละครตัวนี้ไม่มีข้อให้ติสักเท่าไหร่เลย สิ่งที่เขาแสดงออกนั้นตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนวางไว้ ตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อให้คนอ่านรับรู้ได้ดีมาก ชอบในการที่ผู้เขียนทำให้คนอ่านทั้งสงสัย ทั้งหลงรัก ทั้งไม่ไว้ใจอีตาคาร์ลคนนี้ได้ในเวลาเดียวกัน คาร์ลเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากที่สุดตัวหนึ่งในโลกวรรณกรรมเท่าที่เราเคยรู้จัก (แม้ว่าหลังๆ เฮียจะหลุดคาแรกเตอร์ ทำตัวกวนสร้นนางเอกนิดๆ ก็เถอะ) จะว่าอะไรไหมถ้าเราชอบตัวละครคาร์ลมากกว่าตัวดำเนินเรื่องหลักอย่างแอดเลอร์ 555 เอาใจเราไปเลยค่ะเฮียคาร์ล ขอย้อนกลับไปเกิดในช่วงสงครามโลกแปบ รักมากจริงๆ เฮียคนนี้ ผู้เขียนประสบความสำเร็จในการสร้างคาร์ลให้เป็นที่ประทับใจคนอ่านแล้ว ณ จุดๆนี้ การใช้ภาษา การใช้ภาษา บอกได้เลยว่ามีการพัฒนาการไปมากกว่าตอนแรกๆ มาก สังเกตได้ว่าตอนแรกๆ นั้น ภาษาที่แต่ละตัวละครใช้จะติดวัยรุ่นๆ อยู่นิดๆ ทำให้บรรยากาศของเรื่องยังไม่คลาสสิค ยังไม่เป็นแนวพีเรียดมากเท่าที่ควร อีกทั้งการบรรยายบรรยากาศรอบข้างตัวละครก็ยังดูห้วนสั้นไป เหตุการณ์ต่างๆ ยังเรียงลำดับและปะติดปะแต่ละจิ๊กซอว์ในเรื่องต่อได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นานๆ ไป เออ...นิยายเรื่องนี้พัฒนาขึ้นมากแฮะ มีการสร้างปมซับซ้อนขึ้น การบรรยายสวยงามและอินขึ้นเยอะ อ่านแล้วลื่นไหล แม้จะอ่านแล้วติดๆขัดๆบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ตัวละครดูมีมิติล้ำลึกขึ้นและมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ภาษาที่ใช้เก่าลง มีเหตุมีผลมากขึ้น และดูมีความเป็น 'พีเรียด' ตามธีมของนิยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ พิเศษ: มุมกล้อง แสง สี (?) ถ้าเปรียบเสมือนมุมกล้อง นิยายเรื่อง War and Sacrifice มีมุมกล้องแบบกล้องแทนสายตาของแต่ละครนั้นๆ ไปเลย สังเกตได้จากการที่ผู้เขียนมักจะโฟกัสอยู่ที่ตัวละครแค่ตัวเดียวในฉากหนึ่งฉาก เช่นฉากโฟกัสที่ความคิดของแอดเลอร์คนเดียวในขณะที่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่น นั่นมีข้อดีคือเราจะสามารถ 'อิน' ไปกับตัวละครแอดเลอร์ได้ง่ายกว่ามุมกล้องแบบที่ฉายความคิดและท่าทางของคนอื่นในฉากไปด้วยพร้อมๆกัน แต่ข้อเสียคือความเป็นไปต่างๆ อารมณ์ในสถานการณ์นั้นๆ คนอ่านจะรับรู้ได้ค่อนข้างแคบเพราะมองจากสายตาของแอดเลอร์คนเดียว แสง สี - นิยายเรื่องนี้ให้ฟีลลิ่งเหมือนดูภาพยนตร์สงครามโลกแบบคลาสสิคแต่ฉายในฟิล์มสมัยใหม่ เทคนิคการใช้แสงเงาต่างๆ จะคล้ายๆ กับหนังเรื่อง Inglourious Basterds ของเควนติน ทารันติโน แต่บรรยากาศเรื่องจะดูหรูกว่านิดๆ และยังไม่แสบ เผ็ด กวนทรีนเท่า Inglourious (เอ่อ ไม่ต้องงงนะ เราเอามาจากภาพในหัวเวลาอ่านนิยายเรื่องนี้อ่ะ =.= ) ให้ความรู้สึกแบบหนังเก่าๆ แต่ใช้ฟิล์มสีสด แตกต่างกันตรงที่มุมกล้องใน War and Sacrifice จะโฟกัสที่ตัวละครตัวเดียว ในขณะที่ในหนังโฟกัสไปที่หลายตัวพร้อมกัน ปล. ก็ฝากไว้ด้วยนะครัชสำหรับคำวิจารณ์ พิมพ์มาชั่วโมงนึงละ ขอให้ไรต์เตอร์เจริญๆ เขียนนิยายไปอย่าหยุดนะะะ ด้วยรักจาก Crimson Rose บายแจร้ ‹‹ย่อ

Crimson Rose/กุหลาบทับทิม | 25 ต.ค. 58

  • 1

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"ไม่มี 'มิตร' หรือ 'ศัตรู' ที่แท้จริงในยามสงคราม"

(แจ้งลบ)

ช่วงนี้ว่างจัด เราตามอ่านนิยายม้อดมาหลายตอนละ ไม่ดิ ต้องเรียกว่านานมาแล้วนะ 555 ดังนั้นก็เลยกะจะสับ(?)ซะหน่อย เร...››อ่านต่อ

ช่วงนี้ว่างจัด เราตามอ่านนิยายม้อดมาหลายตอนละ ไม่ดิ ต้องเรียกว่านานมาแล้วนะ 555 ดังนั้นก็เลยกะจะสับ(?)ซะหน่อย เริ่มนะ เรื่องย่อ-โครงเรื่อง War and Sacrifice เป็นนิยายสงคราม-พีเรียด-โรแมนซ์ บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละตัวละครที่ต่างเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์อันซับซ้อนนี้ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน เรื่องราวส่วนใหญ่ถูกเล่าผ่านมุมมองของครีนัส แอดเลอร์...หญิงสาวผู้ผันตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยนาซี มีแรงจูงใจเดียวคือต้องการสืบสาวหาตัวคนร้ายที่สังหารพ่อของเธอ และคู่หูของเธอ --เบิร์ต คาร์ล พลซุ่มยิงหนุ่มฝีมือระดับพระกาฬแห่งกองทัพนาซีที่ต้องการยุติสงครามครั้งนี้ให้เร็วที่สุดไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ทว่าในสงครามนั้นไม่มีมิตรหรือศัตรูที่แท้จริง...แล้วจะรู้ได้อย่างไร...ว่ามิตรชิดใกล้จะไม่เงื้อมีดขึ้นมาแทงข้างหลังพวกเขาเข้าในวันใดวันหนึ่ง! ตัวละคร ตัวละครของผู้เขียนปั้นออกมาได้ดี ติอย่างนึงตรงที่ผู้เขียนไม่ค่อยเพิ่มมิติและแบ็คกราวนด์ของตัวละครอื่นมากนักนอกจากตัวนางเอกกับพระเอก จริงอยู่ว่าตัวที่ไม่สำคัญก็ไม่ต้องเพิ่ม แต่ตัวประกอบที่จะมาเป็นกุญแจในตอนต่อๆ ไป ก็ควรจะลงลึกกับตัวตนของมันให้มากกว่านี้เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครในเรื่องกับผู้อ่านนะแจร้ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันที่ตัวเอกดีกว่า ครีนัส แอดเลอร์ --> เป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก เท่าที่อ่านมา นางมีคาแรคเตอร์แบบสาวซึน นิ่งๆ ขรึมๆ ด้วยความที่ตอนยังเด็กไม่มีเพื่อนคบ ก็เลยกลายเป็นคนเย็นชา พูดน้อย ต่อยหนัก(หรือเปล่า? ยังไม่เคยเห็นแอดเลอร์บู๊เลย 555) รักศักดิ์ศรียิ่งชีพ ตรงไปตรงมา หัวแข็ง ยอมหักไม่ยอมงอ และฉลาดพอตัว แต่ผู้เขียนจะฟังคำติหรือคำชมของตัวละครตัวนี้ก่อนดีล่ะ? ชมก่อนละกันเนอะ 555 ต้องขอบอกว่าตัวละครนี้ค่อนข้างชัดเจนมากและเด่นมาก เป็นตัวดำเนินเรื่องที่ดีตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ ผู้เขียนทำให้คนอ่านรู้สึกได้จริงว่าแอดเลอร์เคยมีตัวตนอยู่จริง ทำให้คนอ่าน 'อิน' ไปกับสิ่งที่นางคิดและสิ่งที่นางทำได้ มีความเป็นเหตุเป็นผลของตัวละครอยู่ในระดับน่าพอใจ และเป็นตัวละครที่เราคิดว่าน่าจดจำมากที่สุดตัวหนึ่ง แต่ข้อเสียก็มี แอดเลอร์เนี่ย ตามที่ผู้เขียนบรรยายไว้คือ ฉลาดระดับอัจฉริยะ แต่ในหลายๆ บริบท ความอัจฉริยะที่ผู้เขียนวางไว้นั้นไม่ได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ในหลายๆ สถานการณ์ แอดเลอร์ยังไม่มีความสามารถพอที่จะแก้ต่างให้กับตัวเองหรือแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองคนเดียวได้ คำพูดบางประโยคในบางสถานการณ์ก็ยังดูไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ ดังนั้นในทัศนคติของเราแล้ว แอดเลอร์นั้น 'ฉลาด' ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้น 'อัจฉริยะ' (ยกเว้นว่าอัจฉริยะในห้องเรียน อันนี้ไม่เถียง 555) ที่จริงคาแรคเตอร์แบบนี้ก็โอเคแล้วนะ ถ้าปรับแก้อีกนิดจะดีมากๆ เลย เบิร์ต คาร์ล --> ยินดีด้วยครัช ตัวละครตัวนี้ไม่มีข้อให้ติสักเท่าไหร่เลย สิ่งที่เขาแสดงออกนั้นตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนวางไว้ ตรงกับสิ่งที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อให้คนอ่านรับรู้ได้ดีมาก ชอบในการที่ผู้เขียนทำให้คนอ่านทั้งสงสัย ทั้งหลงรัก ทั้งไม่ไว้ใจอีตาคาร์ลคนนี้ได้ในเวลาเดียวกัน คาร์ลเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากที่สุดตัวหนึ่งในโลกวรรณกรรมเท่าที่เราเคยรู้จัก (แม้ว่าหลังๆ เฮียจะหลุดคาแรกเตอร์ ทำตัวกวนสร้นนางเอกนิดๆ ก็เถอะ) จะว่าอะไรไหมถ้าเราชอบตัวละครคาร์ลมากกว่าตัวดำเนินเรื่องหลักอย่างแอดเลอร์ 555 เอาใจเราไปเลยค่ะเฮียคาร์ล ขอย้อนกลับไปเกิดในช่วงสงครามโลกแปบ รักมากจริงๆ เฮียคนนี้ ผู้เขียนประสบความสำเร็จในการสร้างคาร์ลให้เป็นที่ประทับใจคนอ่านแล้ว ณ จุดๆนี้ การใช้ภาษา การใช้ภาษา บอกได้เลยว่ามีการพัฒนาการไปมากกว่าตอนแรกๆ มาก สังเกตได้ว่าตอนแรกๆ นั้น ภาษาที่แต่ละตัวละครใช้จะติดวัยรุ่นๆ อยู่นิดๆ ทำให้บรรยากาศของเรื่องยังไม่คลาสสิค ยังไม่เป็นแนวพีเรียดมากเท่าที่ควร อีกทั้งการบรรยายบรรยากาศรอบข้างตัวละครก็ยังดูห้วนสั้นไป เหตุการณ์ต่างๆ ยังเรียงลำดับและปะติดปะแต่ละจิ๊กซอว์ในเรื่องต่อได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่นานๆ ไป เออ...นิยายเรื่องนี้พัฒนาขึ้นมากแฮะ มีการสร้างปมซับซ้อนขึ้น การบรรยายสวยงามและอินขึ้นเยอะ อ่านแล้วลื่นไหล แม้จะอ่านแล้วติดๆขัดๆบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ตัวละครดูมีมิติล้ำลึกขึ้นและมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ภาษาที่ใช้เก่าลง มีเหตุมีผลมากขึ้น และดูมีความเป็น 'พีเรียด' ตามธีมของนิยายได้อย่างเป็นธรรมชาติ พิเศษ: มุมกล้อง แสง สี (?) ถ้าเปรียบเสมือนมุมกล้อง นิยายเรื่อง War and Sacrifice มีมุมกล้องแบบกล้องแทนสายตาของแต่ละครนั้นๆ ไปเลย สังเกตได้จากการที่ผู้เขียนมักจะโฟกัสอยู่ที่ตัวละครแค่ตัวเดียวในฉากหนึ่งฉาก เช่นฉากโฟกัสที่ความคิดของแอดเลอร์คนเดียวในขณะที่มีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่น นั่นมีข้อดีคือเราจะสามารถ 'อิน' ไปกับตัวละครแอดเลอร์ได้ง่ายกว่ามุมกล้องแบบที่ฉายความคิดและท่าทางของคนอื่นในฉากไปด้วยพร้อมๆกัน แต่ข้อเสียคือความเป็นไปต่างๆ อารมณ์ในสถานการณ์นั้นๆ คนอ่านจะรับรู้ได้ค่อนข้างแคบเพราะมองจากสายตาของแอดเลอร์คนเดียว แสง สี - นิยายเรื่องนี้ให้ฟีลลิ่งเหมือนดูภาพยนตร์สงครามโลกแบบคลาสสิคแต่ฉายในฟิล์มสมัยใหม่ เทคนิคการใช้แสงเงาต่างๆ จะคล้ายๆ กับหนังเรื่อง Inglourious Basterds ของเควนติน ทารันติโน แต่บรรยากาศเรื่องจะดูหรูกว่านิดๆ และยังไม่แสบ เผ็ด กวนทรีนเท่า Inglourious (เอ่อ ไม่ต้องงงนะ เราเอามาจากภาพในหัวเวลาอ่านนิยายเรื่องนี้อ่ะ =.= ) ให้ความรู้สึกแบบหนังเก่าๆ แต่ใช้ฟิล์มสีสด แตกต่างกันตรงที่มุมกล้องใน War and Sacrifice จะโฟกัสที่ตัวละครตัวเดียว ในขณะที่ในหนังโฟกัสไปที่หลายตัวพร้อมกัน ปล. ก็ฝากไว้ด้วยนะครัชสำหรับคำวิจารณ์ พิมพ์มาชั่วโมงนึงละ ขอให้ไรต์เตอร์เจริญๆ เขียนนิยายไปอย่าหยุดนะะะ ด้วยรักจาก Crimson Rose บายแจร้ ‹‹ย่อ

Crimson Rose/กุหลาบทับทิม | 25 ต.ค. 58

  • 1

  • 0

80 ความคิดเห็น

  1. #80 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 14:05
    เอาจริงๆ สงครามเย็นเป็นอะไรที่น่าลองจัดนะ ไม่ต้องรีบร้อน หา information, reference ไปเรื่อยๆ อย่างเรานี่ถึงกับต้องปิดหน้านิยายไปก่อนเลยอะ เพราะข้อมูลมันเยอะมาก ต้องศึกษามาก จัดการยากมากจริงๆ อีกทั้งด้วยวัยและวุฒิภาวะของเราเองที่ยังอ่อนกว่าตัวละครในเรื่องอยู่ เลยต้องใช้เวลาสำรวจ, ศึกษา ทั้งตัวเราเองและนิยายควบคู่กันไปด้วย ฉะนั้นไม่ต้องรีบ คิดอะไรดีๆ ออกก็จดไว้ก่อนละกัน
    #80
    1
    • #80-1 R a k u y o 🍂 (@crinas_adler) (จากตอนที่ 51)
      6 ธันวาคม 2560 / 20:37
      แบบข้อมูลเยอะมากค่ะพี่ แล้วอิฉันก็ใช่ว่าจะถรัดอ่านข้อมูลเยอะๆแบบนี้ค่ะ 55555555 อยากลองเขียนดูนะเรื่องสงครามเย็นเนี่ย แต่แบบ ไม่ค่อยแน่นข้อมูล ข้อมูลเยอะไปหมด โอ้ก็อด แถมไม่ได้ชอบเรื่องสงครามเย็นมาก่อนด้วย (อันนี้ที่เขียนได้เพราะชอบศึกษาสงครามโลกนะเนี่ย 5555) โ้ยตาย เมื่อวันก่อนคิดว่าจะไปลองอ่านของพี่ดูซะหน่อยว่าพี่เขียนสงครามเวียดนามยังไง แต่พี่ดันปิดนิยายค่ะ 5555555555555 รออยู่นะคะ แม้ว่าไม่รู้จะได้อ่านตอนไหน ถถถถถถถถถถ
      #80-1
  2. วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:25
    ยังอ่านไม่หมดหรอกนะ แต่ดูรวมแล้วมี...///เด๋วๆป้าง นครินทร์เข้าร่าง
    ดูโดยรวมแล้วจัดว่าเนื้อหานั้นเป็นอะไรที่ดีเยี่ยมใช้ได้
    ///สกิลการวิจารณ์ของเราเองก็นิดเดียว

    ยังไงก็รอรีไรท์อยูนะ ฟฟฟฟฟฟฟ

    ปล.เลาว์เองนะ อิย์อิย์
    #79
    1
  3. #78 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 15:23
    อ่าาาาห์ ผู้กองฮาร์ตมันน์ นามสกุลนางเอกเรานี่หว่า 55555 หวังว่าคงจะไม่ตายนะพลีสสสสส
    ปล. รู้สึกตื้นตัน+ใจหายนิดๆ ที่บทต่อไปก็จะ End แล้ว อยู่กับนิยายเรื่องนี้มาก็นานอยู่นะ สองปีล่ะมั้ง โอยยยย ขอให้มีภาคสองเถิดดดดด

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 สิงหาคม 2559 / 15:24
    #78
    1
  4. #77 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 18:31
    ทำไมต้องชื่ออังเจลิค มันตัวละครในเรื่องของเรานาาาา 555555 แต่ xxx เป็นคนทำให้ไคลร์ตายตามที่คิดไว้เลย ว่าแต่สุดท้ายแล้วคาร์ลยังอยู่ไหมเนี่ย หรือติดสเตตัส unknown?
    #77
    1
  5. #76 Anka Kistchnau (@nusikan) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 18:27
    อ่าาาาาาา ชอบ ฟิน ฟินมากแชปเตอร์นี้ ฟินตั้งแต่แอดเลอร์เขียนบันทึกถึงคาร์ลละ แถมตอนจบของชไวเกน-อเล็กซิสก็โ-ค-ต-รฟินนนนน เอาใจเราไป เอาใจเราไปปปปป!!!!
    #76
    1
  6. #75 white-monster (@white-monster) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 17:11
    ม่ายยยย ชไวเกนของเค้า ชไวเกนผู้มุ้งมิ้งฮือออออ//ตรอมใจตาย
    #75
    1
  7. #74 white-monster (@white-monster) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 21:11
    เฮียคาร์ลหายไปไหน กลับมาหาแอดเลอร์เถอะ
    #74
    1
  8. #73 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 18:12
    ขำแอดเลอร์แชปเตอร์นี้ แพ้คาร์ลตลอด 5555 รู้สึกว่ายังเดินเรื่องช้าอยู่นิดๆ นะ แต่ก็เข้าใจว่าการบ้านเยอะ ดีกว่าเราเยอะอ่ะ ไม่ได้อัปนิยายมาเป็นชาติละ 555 สู้ๆ จ่ะแอดเลอร์ >_<
    #73
    1
  9. #72 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 09:56
    คุณเสียเลือดหนักมาก - ทำไมอ่านแล้วขำ 5555 ปกติมันต้องเป็น "เสียเลือดมาก" ค่ะ
    เบิกพล่าน - งืม...แปลกๆ นะ ไม่เคยได้ยินเลย เปลี่ยนเป็น เบิกโพลง เบิกกว้าง เบิกโต น่าจะดีกว่า
    "หุบปาก" - แรงไป เหมือนผู้คุมใช้กับนักโทษเลย ถถถถ ลองใช้คำว่า "เงียบซะเถอะน่า" 
    ชอบแอดเลอร์พาร์ทนี้มากกกกก ดูธรรมชาติและสมจริงมากๆ เลย เห็นได้ชัดว่าไรต์เตอร์พัฒนาตัวละครได้ดีนะคะนี่ ส่วนคาร์ลดูอารมณ์แกว่งๆ เฮียเมนส์มาเรอะ 555 แอบลุ้นนะว่าใครฆ่าพ่อแอดเลอร์ นี่เดาตั้งแต่คาร์ลฆ่า ไปจนถึงพ่อแอดเลอร์ฆ่าตัวตายเอง หรือไม่ผู้พันเอมิลก็เป็นคนดีมาตั้งแต่ต้น ทุกทฤษฎีนี่ขุดมาหมด 555 สู้ๆ นะแอดเลอร์ ไรต์เตอร์ด้วย 
    #72
    1
  10. #71 white-monster (@white-monster) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 22:18
    สนุกมากคร่าเรานี่อ่านวันเดียวมาถึงนี่เลย แต่ว่าคาร์ลเขาดูเหมือนจะแบกรับอะไรหลายๆอย่างไว้เลยนะ เขาดูเป็นผู้ชายที่สุดยอดมากเลย เรานี่เป็นคลับเฮียเขาเลย แล้วก็เป็นแฟนคลับเฮียสไตเกอร์ด้วยเราว่าเฮียเขาน่ารักดี  แต่ว่าเฮียคาร์ลกับเฮียสไตเกอร์จะอยู่รอดจนจบใช่มั้ยคะ เราเป็นห่วง
    #71
    1
    • 23 พฤษภาคม 2559 / 05:34
      รบกวนหน่อยนะคะ เฮียสไตเกอร์นี่คนไหนคะ 5555555555555555555 //โดนตบ ขอบคุณมากค่า บทนี้ต้องแบกรับอะไรเยอะแยะแน่นอน โดยเฉพาะแอดเลอร์ แฮ่ๆ
      #71-1
  11. #70 white-monster (@white-monster) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 17:56
    สร้างแลนด์มาร์กรอ
    #70
    0
  12. #69 white-monster (@white-monster) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 17:56
    สร้างแลนด์มาร์กรอ
    #69
    0
  13. #68 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 10:24
    สู้วววววววววววว สงครามอื่นนี่คือเกิดขึ้นในภาคพื้นยุโรปเหมือนกันป่ะ? ใช้ตัวละครเดิมหรือใหม่? ถ้าใช้ตัวละครใหม่นี่ เจ้คิดถึงนุ้งแอดเลอร์จริงๆ น้า
    #68
    1
  14. #67 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มีนาคม 2559 / 21:57
    เอาแล้ววววว เบ็ธซี ชั้นว่าไอ่คุณเคนเนธมันต้องมีอะไร ถถถถถถ
    คำผิด: บทนี้คำผิดน้อยมากไรต์เตอร์ ชื่นชม 555 แต่บางทีก็เว้นวรรคแปลกๆ นะ
    ล่วง - ร่วง

    #67
    1
  15. #66 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:22
    อ่อ ที่มามาจากเกมแร็คนาร็อคนี่เอง เข้าใจละ 5555 แอบคิดนะว่าเบิร์ตเป็นคนฆ่าคาร์ล ไม่ใช่สิ คิดตลอดเวลาเลยแหละ 5555 หรือไม่ถ้าพล็อตซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้น คือแอดเลอร์มีสองบุคลิค แล้วดาร์คไซด์ของแอดเลอร์ก็เกิดฆ่าพ่อตัวเอง แต่อีกบุคลิคนึงก็พยายามปฏิเสธอะไรงี้ เดานะเดา -..-
    #66
    3
    • #66-2 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 41)
      28 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:33
      ชิท!!!!!! ท่ดๆ ลืม คาร์ลกับไคล์มันออกเสียงคล้ายๆ กันอ่ะ 555 ไม่แน่ คนเขียนอาจจะซ่อนอะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึงไว้ก็ได้
      #66-2
    • 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:31
      แง่ม ไม่มีหรอกค่ะ-------
      #66-3
  16. #65 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 18:40
    เย้!!! วิลลิสนางมาซะที จิ้นหน้านางไว้ในใจเรียบร้อยละ โอ๋ยหล่อ 55555 นังเรน่าก็ดูน่ารักขึ้นมาช่วงหลังๆ นี่แหละ รอแอดเลอร์กับเบิร์ตอยู่น้าาา บทหลังๆ นี่ไม่ออกมาเลย ถึงออกมาก็ออกมานิดๆ หน่อยๆ แบบมายั่วให้อยากแล้วจากไป 5555 
    ปล. เอ้อ สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง (1938 - 1945) ยังไม่มีหน่วยเงินยูโรใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในยุโรปนะไรต์เตอร์ ฝั่งเยอรมันจะใช้ "ไรค์สมาร์ค (Reichsmark - ℛℳ)" และฝั่งอิตาลีจะใช้ "ลีรา (Lira - )" โดย 10 ลีราจะเท่ากับ 1 ไรค์สมาร์ค สมัยนั้น 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) จะเท่ากับ 120 ลีรา ในเนื้อเรื่องกำหนดไว้ว่า "หนึ่งแสนยูโร" ก็จะเทียบเป็นค่าเงินสมัยก่อนได้ 8,220 USD, 986,400 Lira และ 98,640 Reichsmark ค่ะ  

    #65
    0
  17. #64 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 00:18
    ปลื้มวิลลิสนะ แต่กรี๊ดกร๊าดอัลฟองโซแรงมากกกก แอร๊ยยยยยส์ เรน่านางดูสตรองส์และสวยมากก็วันนี้ เลือกไม่ถูกละว่าจะอยู่ฝ่ายแอดเลอร์หรือเรน่าดี 5555
    ปล. อ้อ ภาษาอิตาเลียน เค้าจะใช้คำนำหน้าผู้ชายว่า "ซินญอเร - Signore" ผู้หญิงใช้ว่า "ซินญอรา - Signora" หรือถ้าผู้หญิงอายุน้อยๆ แบบเด็กผู้หญิงก็ใช้ "ซินญอรินา - Signorina" จ้าาาา คำว่า "ซินญอร์" เฉยๆ เป็นภาษาสเปนจ้า
    #64
    2
  18. #63 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 17:55
    ทรมาณ - ทรมาน
    อจกใหญ้ - อึกใหญ่
    ไม่เด็ดขาดยะ - ไม่เด็ดขาดย่ะ
    เจอตู้เซฟวะ - เจอตู้เซฟว่ะ
    เหล่มอง ในที่นี้ใช้คำว่า "เสมอง" ดีกว่า คำว่าเหล่มันดูฮาๆ ยังไงชอบกล 555
    โห เนื้อเรื่องชักจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ละเว่ยยยย แอดเลอร์นางโหดก็แชปเตอร์นี้ แต่เอาจริงๆ ป๋าคาร์ลไม่น่าจะยิงเชลยนะ เพราะมันไม่น่าจะจำเป็นที่ต้องยิงเชลยอยู่แล้วนอกจากว่าเชลยทำท่าจะลอบกัดริคกี อีกอย่าง กฎการทำสงครามเขาบอกไม่ให้สังหารเชลยด้วย แต่ก็ช่างเหอะ เห็นหนังเรื่องไหนๆ เชลยก็โดนคิลล์เรียบกันทั้งนั้น ตั้งแต่ Band of Brothers ยัน Fury 555
    ให้เดาว่าใครบางคนจงใจทั้งรอยลิปนั่นไว้แหงๆ จะรอนังเรน่ากลับมาฟาดฟันกับแอดเลอร์ต่อ 
    สู้ๆ นะแจร้
    #63
    1
    • หึๆ เขียนในโทรศัพท์เป็นแบบนี้นี่เองค่ะ :v บ่องตงว่าฟัคทองมาก แอร๋ ลองหาคำผิดทั้งเรื่องสิคะท่านนนนน ยาวเป็นหางว่าวแน่นอนเบย //เดี๋ยวก็จะแก้นะคะ ฮรือออ :^;
      #63-1
  19. #62 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 10:42
    ขอขอบคุณมากๆ เลย สำหรับบทพิเศษอันน่ารักฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งกระดิ่งแมว >3< อ่านแล้วแทบละลายโดยเฉพาะประโยคสุดท้าย คริสต์มาสนี้ขอให้ไรต์เตอร์มีความสุข สุขภาพดี ลั้ลลาทั้งปีนะพี่น้องงงงง
    #ทีมชไวเกน #ทีมคาร์ล
    #62
    1
  20. #61 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 18:35
    โอ๊ยยยยยยย ขอกรีดร้องสรรเสริญความเคะและความน่ารักของชไวเกนสักสิบห้าที นายนี่มันนั่ลล้ากกกกก ไดอะล็อคนี่ต้อนยัยอเล็กซิสซะจนมุมเลย อีกอย่างดีใจด้วยที่เรน่าคัมแบ็ค หวังว่าคงจะได้กลับมาเชือดเฉือน ฟาดงวงฟาดงากับแอดเลอร์อีกนะแจร้ ว่าไปก็แอบคิดถึงคู่พระนาง เบิร์ต-แอดเลอร์เหมือนกันนะนี่ หายไปซะนาน แต่ตอนนี้แอบลุ้นว่าฮันส์จะรอดหรือเปล่า และชไวเกนของเราจะต้อนน้องหนูอเล็กซิสยังไงต่อไป ลุ้นค่าาาาาาาาาาาาาาาาา
    ปล. เออ ไอ่ตรงประโยคทิ้งท้ายมันแปลกๆ นะ ก็ชไวเกนรู้ตั้งแต่ตอนกลางๆ บทแล้วไม่ใช่เหรอว่าอเล็กซิสเป็นสายลับโซเวียต แล้วจะทิ้งท้ายแบบนั้นทำไม ถถถถ 
    ปล. 2 อ่านๆ ไปแล้วรู้สึกเกลียดยัยอเล็กซิสค่ะ 555555555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ธันวาคม 2558 / 18:36
    #61
    1
  21. #60 Z-Mz (@ripper1200) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 17:30
    หิวพุดดิ้ง // ไม่ได้มาอ่านนานติดเกม
    #60
    1
  22. #59 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 12:16
    แอร๊กกกกกกกกก ชไวเกนน่ารักสุดๆ ก็อีตอนวาดรูปเนี่ยแหละ ><
    #59
    1
  23. #58 Snow Sindy (@yayoii-game123) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 21:24
    =v= ชอบอเล็กซิส
    #58
    1
  24. #57 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 13:04
    แอร๊กกกกกกกกก แอร๊กกกกก น่ารักกก น่ารักสาสสสสสสส ผมนี่อยากเข้าไปในจอแล้วเอาแอสเตอร์มาจับกด(?) บรรยากาศเรื่องนี่ให้อารมณ์คล้ายๆ ingluorious basterds ตอนโชชานนาเจอกับโซลเลอร์เลย แต่อเล็กซิสนางดูแสบมาก แอสเตอร์เราก็น่ารักดีจริงๆ ><
    #57
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #56 Crimson Rose (@nusikan) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 16:40
    พุดดิ้ง พูดแล้วหิว ลงไปเซเว่นแปบ //ผิด!
    #56
    1