นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Yaoi] Beauty Piggy And The Beast

อ่า โฉมงามกับเจ้าชายอสูรน่ะหรือ ข้าพอได้ยินเรื่องนี้มาบ้างจากแดนไกล เพียงแต่เรื่องราวของข้ามันแตกต่างจากเจ้ามากนัก เจ้าอยากลองฟังหรือ? ย่อมได้ เชิญเข้ามานั่งก่อนสิเจ้า เข้ามาๆ และเรื่องมันมีอยู่ว่า...

ยอดวิวรวม

130

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


130

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ม.ค. 63 / 23:09 น.
นิยาย [Yaoi] Beauty Piggy And The Beast

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





ข้าก็มิอาจรู้ว่าเรื่องนี้มันเท็จจริงอันใด 
ยังไงเจ้าก็อย่าได้ถือสาข้าเลยน่า ถือซะว่าฟังเรื่องเล่าจากนักเดินทางไร้สติคนหนึ่งก็แล้วกัน



JustADreamYouSee.
3/1/2020










เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ม.ค. 63 / 23:09


|| Beauty Piggy And The Beast

 

 

 


 


 


 


 

 


 

 


 


 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักอันแห่งหนึ่ง ยังมีเจ้าชายหนุ่มรูปงามอาศัยอยู่ในปราสาทที่สวยงามจนคนธรรมดาไม่สามารถเฝ้าฝันถึง แต่ถึงแม้ว่าเจ้าชายนั้นจะมีทุกสิ่งที่เขาต้องการแล้ว แต่เขากลับเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและไม่มีความเมตตากรุณาเลย

ค่ำคืนแสนหนาวเหน็บคืนหนึ่งในฤดูเหมันต์ จอมขมังเวทเฒ่าผู้หนึ่งได้เดินทางมายังปราสาทของเจ้าชายและได้แปลงกายเป็นขอทานชรา เขาขอแลกดอกกุหลาบหนึ่งดอกกับที่ซุกหัวนอนเพื่อหลบความหนาวเย็น แต่เจ้าชายมองที่ดอกกุหลาบด้วยความเหยียดหยามและสั่งทหารให้ไล่ชายแก่ออกจากปราสาท จอมขมังเวทจึงได้สาปให้เจ้าชายกลายเป็นจอมอสูรทมิฬที่แสนน่าเกลียดน่ากลัว และได้สาปบรรดาผู้รับใช้ที่จงรักภักดีทั้งหลายให้เป็นกลายเป็นสัตว์เดรัจฉานชนิดต่างๆ

“วันใดที่เจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักผู้ใดสักคนและผู้นั้นรักเจ้าโดยไร้ข้อกังขาใดๆ เจ้าชาย…คำสาปของข้าจึงจะหายไป!”

ด้วยความรู้สึกละอายใจและอดสูในความน่าเกลียดของตัวเอง จอมอสูรจึงได้ขังตัวเองอยู่แต่ภายในปราสาท มีเพียงกระจกวิเศษเพียงบานเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาเห็นความเป็นไปของโลกภายนอก กาลเวลาผ่านพ้นไป ปีแล้วปีเล่า จอมอสูรรู้สึกสิ้นหวัง ใครกันเล่าจะมารักอสูรน่าเกลียดน่ากลัวอย่างเขา

ความรู้สึกที่เลวร้ายเหล่านี้ตกเป็นตะกอนที่อยู่ในใจของจอมอสูร จนในวันหนึ่งมันก็แตกทะลักออกมา

จอมอสูนผู้ตกอยู่ในความอดสูตั้งกองทัพทหารปีศาจสัตว์เดรัจฉาน บุกเข้าโจมตีอาณาจักรโดยรอบอย่างไร้ความปราณี ไม่มีความเมตตาหรือความเห็นใจ เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์มากมายเพื่อสนองความอาดูร เมืองแล้วเมืองเล่าที่ต้องล่มสลายเพราะจอมอสูรผู้โหดเหี้ยม

ผู้คนต่างเล่าลือความอำมหิตของเขาต่างๆ มากมาย และเรียกขานเขาว่า

จอมมาร

หลังเขาทลายเมืองหลวงของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ เวลจีน สำเร็จ จอมมารก็กลับเข้าปราสาทล้อมรอบด้วยเขาวงกตกุหลาบพิษและไม่เคยออกมาอีกเลย

 

 

ห่างออกไปยังอีกฟากของท้องมหาสมุทร ยังมีอาณาจักรอันเงียบสงบและงดงาม ซึ่งถูกปกครองโดยราชาและราชินีผู้เปี่ยมด้วยปัญญาและเมตตา พวกเขาทั้งสองมีโอรสที่รักอยู่หนึ่งองค์ นามว่า โซเลน

แต่เจ้าชายโซเลนกลับเกิดมาพร้อมกับคำสาปให้ติดอยู่ในร่างของหมูตลอดกาล จนกว่าจะมีผู้มาแก้คำสาป แต่ถึงยังงั้นพระองค์กลับเป็นที่รักของประชาชนและทุกคนที่พบเห็น

วันหนึ่ง มีขอทานเฒ่าเดินทางมาที่ปราสาท ชายชราเสนอดอกกุหลาบหนึ่งดอกเพื่อแลกกับอาหารหนึ่งมื้อ

“ท่านตาเข้ามาก่อนสิฮะ พี่สาวตั้งโต๊ะเลยฮะ” เจ้าชายโซเลนต้อนรับขอทานชราเป็นอย่างดีโดยไม่นึกรังเกียจ พร้อมกับบอกเมดให้จัดเตรียมอาหารให้กับชายชรา

“ขอบพระทัยพะยะค่ะ พระคุณครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม” ขอทานชรากล่าว

“ไม่เป็นไรฮะท่านตา” เจ้าชายน้อยแย้มยิ้มน่ารัก

“ข้ามิมีอะไรตอบแทน นอกจากดอกกุหลาบดอกนี้”

เจ้าชายโซเลนมองกุหลาบด้วยความตะลึง มันเป็นดอกกุหลาบที่งดงามที่สุดที่เขาเคยเห็น องค์ชายมองมันอย่างลุ่มหลงในความงาม จมูกสีชมพูดอมดมความหอมอย่างเป็นสุข

“ท่านตาได้มาจากที่ใดหรือ มันงดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น”

“ข้าพบดอกกุหลาบดอกนี้จากเขาวงกตปราสาทจอมมารพะยะค่ะ” ขอทานชราตอบ

“เอ๊ะ! จอมมารหรือฮะ!!” เจ้าชายน้อยสะดุ้งเฮือก ด้วยรู้ดีถึงความโหดเหี้ยมที่ผู้คนต่างร่ำลือ

“จอมมารนั้นที่แท้นั้นใจดีมากพะยะค่ะ หากองค์ชายประสงค์ดอกกุหลาบ จอมมารย่อมยินดีพะยะค่ะ”

เจ้าชายน้อยครุ่นคิดตามที่ขอทานเฒ่ากล่าว เขาชื่นชอบดอกกุหลาบดอกนี้มากและต้องการให้มันมาอยู่ในสวนดอกไม้ของเขา บางทีสิ่งที่ผู้คนเล่าลือกันอาจไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ดูอย่างขอทานเฒ่าที่ได้ประสบพบเจอกับจอมมารโดยตรงและกลับออกมาอย่างปลอดภัยพร้อมดอกไม้งดงามดอกนี้

ผ่านไปหลายวัน ขอทานชราจากไปแล้ว แต่ใจของเจ้าชายโซเลนยังคงพะวงวนเวียนกับดอกกุหลาบที่เริ่มเหี่ยวเฉาและหมดซึ่งความหอมกรุ่น เจ้าชายน้อยเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด สร้างความทุกข์ใจให้กับราชาและราชินียิ่งนัก

“ลูกรัก เกิดอะไรขึ้น” ราชินีถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล เจ้าชายน้อยอึกอัก ลังเลที่จะบอกสิ่งที่อยู่ในใจ

“บอกมาเถิดโซเลน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด พ่อกับแม่จะหามาให้เจ้า” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับลูบหัวเล็กๆ สีชมพูแผ่วเบา เจ้าชายน้อยหลับตารับสัมผัสอ่อนโยน ขยับตัวกลมๆ หมอบลงบนตักนุ่มของราชินี ก่อนจะขยับปากเอ่ยเสียงออดอ้อน

“ท่านพ่อฮะ ท่านแม่ฮะ ลูกอยากไปปราสาทจอมมารฮะ”

“ลูกว่าอย่างไรนะ!!” ทั้งสองอุทานเสียงดังอย่างตื่นตะลึง

หลังจากเจ้าชายโซเลนได้เล่าเรื่องขอทานเฒ่าและดอกกุหลาบอันงดงาม ราชาและราชินีต่างแสดงสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะรักจึงไม่อาจเห็นโอรสน้อยทุกข์ระทมใจ ในที่สุดพวกเขาก็อนุญาตให้เจ้าชายเดินทางไปยังดินแดนอีกฟากของมหาสมุทร โดยส่งทหารมากฝีมือและแม่มดพ่อมดมากมายให้ติดตามไปอารักขา

หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำด้วยความยินดีระคนตื่นเต้น เมื่อกีบเท้าน้อยได้เหยียบลงบนแผ่นดินของจอมมาร ได้มีสายลมสายหนึ่งพัดผ่านเจ้าชายโซเลนราวกับกำลังต้อนรับ

เมื่อเจ้าชายโซเลนเดินทางเข้ามาในเขตปราสาทของจอมมาร เหล่าปีศาจผู้ภักดีก็โจมตีเหล่าทหารและจอมเวทย์ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว

“ผู้บุกรุก! ผู้บุกรุก! ผู้บุกรุก!” พวกมันกู้ร้องเสียงดังลั่นอย่างเกรี้ยวกราด

“องค์ชายเพคะ!” แม่มดนางหนึ่งอุ้มเจ้าชายแนบอก ร่างบางร่ายเวทย์มนต์เกราะป้องกันและวิ่งฝ่าปีศาจมากมายที่พยายามทุบเกราะเวทย์ให้แตก เมื่อเห็นว่าพวกมันมีมากเกินไปจึงตัดสินใจร่ายเวทย์ระเบิดออกมาลูกใหญ่ ช่วงชุลมุนฝุ่นตลบ นางปล่อยเจ้าชายลงบนพื้นหญ้าเขียวขจี เอ่ยเสียงร้อนรนและเริ่มร่ายเวทย์โจมตีบทใหม่

“ทรงรีบเข้าไปในเขาวงกตเถิด ที่นั้นพวกมันจะไม่ตามไปเพคะ!”

“แล้วพี่สาวล่ะฮะ” เขามองที่ประตูเหล็กลวดลายวิจิตรสลับกับมองแม่มดสาวละล้าละหลัง

“ไม่ต้องห่วงหม่อมฉันเพคะ!!”

เจ้าชายโซเลนรีบวิ่งผ่านประตูที่เปิดอ้าราวกับเชื้อเชิญ ในใจนึกโทษตัวเองที่พาข้ารับใช้มากมายมาผจญกับภัยเพราะความเอาแต่ใจของตนเอง

เกร็ดหิมะงดงามนับร้อยไม่ทราบที่มาโปรยปรายลงมาช้าๆ พร้อมกับกระแสลมหนาวเหน็บที่พัดผ่านร่างเล็ก เจ้าชายน้อยมองรอบๆ อย่างหวาดหวั่นเมื่อความมืดเริ่มกลืนกินพื้นที่โดยรอบ กีบเท้าเล็กก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว หูใบใหญ่ลู่ติดกับหัว ดวงตากลมโตล่อกแล่กไปมา จนก้นชนกับต้นไม้ใหญ่

“จะทำเช่นไรต่อดี” เขาเอ่ยกับตัวเองเงียบงัน และเริ่มสั่นด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำ ไอเย็นสีขาวถูกพ่นออกจากปากสีชมพู

“ไม่ เราเดินทางมาขนาดนี้แล้ว จะเอาดอกกุหลาบแสนสวยกลับไปให้ได้” เจ้าชายโซเลนสลัดความหวาดกลัวทิ้ง และก้าวเท้าเข้าไปในความมืด

“โฮ่ เป็นลูกหมูนี่เอง” เสียงทุ้มลึกแทบฟังไม่ออกพูดกับตนเองแผ่วเบา ร่างยักษ์ใหญ่หลบซ่อนอยู่ในเงามืด เยื้องฝีเท้าแผ่วเบาอย่างนักล่าเข้าใปใกล้เจ้าชายน้อยโดยที่เหยื่อไม่รู้ตัวเลยสักนิด

จวบจนความหนาวเย็นกัดกินเรี่ยวแรงและสติขององค์ชายน้อยแทบสิ้น ร่างเล็กฟุบลงแน่นิ่งบนหิมะเย็นจัด ลมหายใจรวนรินแทบดับ แม้แต่แรงกระพริบตาเจ้าชายโซเลนก็ยังไม่มี เสี้ยวสติสุดท้าย สิ่งที่เห็นคือร่างใหญ่ทมิฬเข้ามาประชิดตัว กลิ่นความเข้มแข็งดุดันตีตื้นเข้าสู่โพรงจมูกจนเกือบหายใจไม่ออก อุ้งมือใหญ่สีดำช้อนตัวเข้าขึ้นอย่างไรซึ่งความอ่อนโยน แต่องค์ชายน้อยกลับคิดว่า

…จอมมารใจดีจริงๆ ด้วย

 

 

“โอ้! เขากำลังจะตื่นแล้ว”

“เจ้ารีบไปบอกจอมมารเร็วเข้า”

เจ้าชายโซเลนขยับเปลือกตาอย่างเหนื่อยล้า กลิ่นสาบสัตว์หลากชนิดฟุ้งเต็มห้องทำให้ผู้ที่คลุกคลีอยู่กับมนุษย์มาทั้งชีวิตปวดแสบโพรงจมูกไปหมด เมื่อลืมตา เขามองเห็นหมาป่าสีเงินยวงตัวใหญ่กำลังเข็นรถที่เต็มไปด้วยของมากมายเข้ามากับแม่ไก่ที่กำลังจ้องมองเขาเขม็ง

“ขอโทษฮะ…แค่ก!”

“ตายแล้ว! ซิลเวอร์เอาน้ำมาเร็ว!” ถาดน้ำถูกเลื่อนมาตรงน้ำ เจ้าชายเก็บกินน้ำด้วยความกระหาย

“ขอบคุณมากฮะ” เมื่อดื่มเสร็จก็ไม่ลืมก้มหัวขอบคุณอย่างน่ารัก

เจ้าชายน้อยมองตัวเองที่นอนอยู่บนเบาะหมอนสีขาวนุ่มนิ่มบนเตียงสีปีกอีกาหลังใหญ่ รอบๆ ห้องเองก็ประดับประดาไปด้วยสีเดียวกัน มันไม่ได้ให้ความรู้สึกมืดมนกลับกัน มันให้ความรู้สึกที่ดุดันและทรงพลัง แม่ไก่สาวที่เกาะตรงหัวเตียงตีปีกมายืนอยู่บนเบาะหมอนและเริ่มส่งสียงพูดคุย

“ไม่เป็นไรจ้า เรายินดีต่างหากที่เธอมาเยี่ยมเยือนปราสาทของจอมมาร ทั้งๆ ที่บอกเจ้าพวกบ้านั้นแล้วว่าอย่าทำร้ายแขก น่าโมโหจริงๆ เธอเป็นแขกคนแรกของเราเลยนะเนี่ย ฉันวาเน็ตต้าจ้ะ เป็นหัวหน้าแม่บ้าน ส่วนนี่คือ ซิลเวอร์ พ่อบ้านของจอมมาร แล้วเธอล่ะพ่อหมูน้อย” เจ้าชายโซเลนอึ้งไปเล็กน้อยกับคำพูดยาวเหยียด เหลือบมองหมาป่าสีเงินก็ได้รับสายตาชินชากลับมา

“ข้าชื่อโซเลนฮะ”

“ว้าย! น่ารักนักเชียว เจ้าทำให้ข้านึกถึงตอนจอมมารยังเป็นเด็กน้อย ตอนนั้นน่ะนะ…”

“วาเน็ตตา” ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะแม่ไก่สาวด้วยน้ำเสียงเหี้ยม

“ก็ได้เจ้าค่ะ โฮะๆๆ” วาเน็ตต้าบินไปเกาะบนรถเข็นของซิลเวอร์ ก่อนทั้งคู่จะออกจากห้อง ทิ้งให้ลูกหมูน้อยเผชิญหน้ากับราชสีห์เพียงลำพัง

เจ้าชายโซเลนหูลู่กับหัว เขาย่ำกีบเท้ากับเบาะนุ่มพร้อมกับสอดสายตาไปทั่วห้องอย่างทำตัวไม่ถูกกับสายตาคมกริบที่จ้องมองเขาจนแทบพรุน ตัวสีชมพูเริ่มเข็มขึ้นเรื่อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่

จอมมารผู้โหดเหี้ยมที่ผู้คนเล่าลือกันว่ามีรูปลักษณ์ที่แสนน่าเกลียดน่ากลัว เจ้าชายโซเลนอยากจะกลับไปเถียงใจแทบขาด

ก็จอมมารที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นงดงาม ดุดัน และสง่างามจนหายใจแทบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมกริบสีทองเรืองรองทรงอำนาจ ปากใหญ่ที่ยื่นออกมาเต็มไปด้วยคมเขี้ยวแวววาว แผงคอสีทมิฬฟูฟ่องสลวยและดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัสอย่างถึงขีดสุด ไหนจะร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงามและเส้นเลือดปูดโปนแสนดุดันนั้นอีก เพียงเห็นวับๆ แวมๆ เจ้าชายก็รู้สึกร้อนผ่าวทั่วโพรงจมูกอย่างห้ามไม่อยู่

เขาราวกับราชสีห์เจ้าป่า

ดุดัน น่าเกรงขาม อันตราย แต่ทว่างดงามจนเกือบลืมหายใจ

จอมมารมองท่าทางเหล่านั้นของลูกหมูตัวน้อยอย่างสมเพธตัวเอง เขารู้ตัวดีถึงรูปลักษณ์อันน่าเกลียดของตนเอง จนอดเอ่ยด้วยน้ำเสียงแดกดันออกไปไม่ได้

“หึ หวาดกลัวหรือไร?” เสียงทุ้มลึกราวกับกระซิบอยู่ข้างใบหูดังขึ้น

ไม่เลยฮะ! ข้าไม่ได้…กลัวท่าน” รีบโพล่งออกมาไปอย่างตื่นตกใจ แต่เสียงเล็กก็ค่อยๆ แผ่วลงเรื่อยๆ เมื่อร่างใหญ่ก้าวเข้ามาประชิด

“เจ้าว่าอะไรนะ ไม่กลัวรึ? อย่ามาโกหกข้า!!” จอมมารทรุดตัวนั่งลงบนเตียงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ตะคอกใส่จนเจ้าชายโซเลนหูแทบดับ

“ข้าไม่ได้โหกนะท่านจอมมาร ท่านงดงามที่สุด งดงามกว่าผู้ใดที่ข้าเคยพบเห็น” ลูกหมูน้อยก้มหน้าเอ่ยเสียงอึกอักด้วยความเขินอาย เขาเปล่งสีแดงจัดทั่วตัวราวกับกับเนื้อกุ้งสุก กลั้นใจเงยหน้าส่งสายตาจริงใจให้กับจอมมาร แต่เมื่อพบว่ามีสายตาคมกริบนั้นจ้องมองอยู่แล้วก็รีบมุดเบาะนิ่มโชว์ก้นกลมให้จอมมารดูแทน

จอมมารนิ่งงัน สักพักความร้อนก็พุ่งพวยขึ้นบนใบหน้าราชสีห์ เขาเมินหน้าไปทางอื่น รู้สึกคันยุบยิบตรงอกจนต้องยกมือเกา แต่เกาเท่าไหร่อาการแปลกกลับไม่หายไปสักที ยิ่งมองเห็นตัวสีชมพูเข้มแดงๆ ของลูกหมูตัวน้อย อากาศคันหัวใจก็คล้ายรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

“ฮึ่ม! คนที่มากับเจ้าอยู่ที่ปราสาทปีกซ้าย หากอยากไปพบพวกเขาให้วาเน็ตต้าพาเจ้าไป มื้อค่ำหนึ่งทุ่มตรง อย่าเลท ข้าไม่ชอบรอ” กล่าวอย่างรวดเร็วจบก็เร่งรีบออกจากห้องไป

ผ่านไปสักพัก เจ้าชายโซเลนก็เงยหน้าแดงก่ำขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม เป็นดังที่ขอทานเฒ่าว่าไว้จริงๆ

จอมมารที่แท้นั้นใจดีมากๆ

และเขาก็งดงามมากเช่นกัน


 

|| Beauty Prince And The Beast 2

 


 


 


 


 


 


 


 

 

 

หลังจากเจ้าชายโซเลนสงบสติอารมณ์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาตัวเองออกจากห้องเพื่อไปหาข้ารับใช้ เจอกับวาเน็ตต้าที่รอเขาอยู่ ระหว่างทางเจ้าชายน้อยเจอสัตว์หลากชนิดมากมาย ที่ต่างให้การต้อนรับอย่างเป็น เมื่อมาถึงห้องๆ หนึ่ง แม่ไก่สาวก็ผละจากไปอย่างนอบน้อมทันที

“องค์ชายน้อย!!” เหล่าทหารและพ่อมดแม่มดต่างโผลงจากเตียงคนป่วยมาหาเจ้านายด้วยความเป็นห่วง

“ทรงบาดเจ็บหรือไม่พะยะค่ะ!”

“หม่อมฉันปกป้ององค์ชายไม่ได้ หม่อมฉันสมควรตายย”

“กระหม่อมด้วยพะยะค่ะ!!”

“ใจเย็นก่อนนะฮะทุกคน” เจ้าชายโซเลนได้แต่หัวเราะแห้งๆ กับความเวอร์วังของข้ารับใช้ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจมากๆ ที่ได้รับความรักและความห่วงใยมากขนาดนี้

“องค์ชายพบจอมมารหรือยังเพคะ” แม่มดนางหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว ทุกคนที่ได้ยินคำถามก็แสดงสีหน้าหวาดผวาออกมาชัดเจน

“เหตุใดจึงทำหน้าหวาดกลัวอย่างนั้นล่ะฮะ?” เจ้าชายน้อยเอียงหัวสงสัย

ราวกับพรหมลิขิตพัดพา จอมมารทุเลาจากอาการคันหัวใจประหลาด ข่มความร้อนผ่าวบนใบหน้าก้าวเท้ามาแอบมองลูกหมูที่ห้องรักษาประจำปราสาท และทันที่จะได้ยินบทสนทนาข้างบน

จอมมารขบเขี้ยวด้วยความตื่นเต้น ในใจนั้นคิดไปต่างๆ นาๆ อุ้งมือใหญ่ปกคลุมด้วยขนนุ่มเริ่มเย็นเฉียบ เขาชินชาแล้วกับท่าทีหวาดกลัวรูปลักษณ์ของคนทั่วไป แต่เขากลับไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมต้องคาดหวังสิ่งที่จะออกมาจากปากน้อยๆ นั้นด้วยก็ไม่รู้

“โถ่ องค์ชายเพคะ จอมมารน่ากลัวนี่เพคะ รูปกายเอยก็สูงใหญ่ราวกับยักษา จ้องมองหม่อมฉันคราหนึ่งราวกับโดนดาบฟาดฟัน บรึ๋ย!” นางกอดตัวสั่นๆ ของตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิฮะ” เจ้าชายโซเลนหน้าหงิกโดไม่รู้ตัวจนข้ารับใช้ที่มองอยู่ตกใจกันถ้วนหน้า

“อ่า องค์ชายโซเลนเพคะ”

“จอมมารน่ะใจดีมากเลยนะฮะ ไม่ได้เป็นแบบที่พี่สาวพูดซะหน่อย ทั้งงดงามทั้งสง่างาม ตัวก็ใหญ่น่ากอดเหมือนตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ กลิ่นอายก็ดุดันแข็งแกร่ง เป็นคนที่พิเศษมากๆ ต่างหาก!”คอสั้นเชิดขึ้นสูง ดวงตาเอยเป็นประกายวิบวับ เจ้าชายน้อยเผลอพูดเสียงดังใส่อารมณ์โดยไม่รู้ตัว พอรู้สึกตัวก็หน้าร้อนจี๋ตัวแดงแทบไหม้

“…”

“ขะ…ขอโทษฮะ พะ…พักผ่อนเยอะๆ นะ..นะฮะ ฮือ!” มนความเขินอายไม่ไหว ตัวกลมๆ แดงจัดก็วิ่งเร็วจี๋ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หลับหูหลับตาวิ่งผ่านจอมมารที่ยกมือกุมหน้าแข้งขาอ่อนจนต้องทรุดลงนั่งกับพื้นกระเบื้อง ในใจเต้นกระหน่ำบ้าคลั่งและไม่สามรถหักห้ามรอยยิ้มบนใบหน้าได้เลย

เวลานั้นเอง ใจกลางเขาวงกตอันวิจิตรที่ถูกปกคลุมด้วยปุยหิมะสีขาว บนยอดสุดของน้ำพุคริสตัลงดงาม ได้มีดอกไม้ดอกหนึ่ง ค่อยๆ ผลิตัวแทรกเกร็ดหิมะขึ้นมาช้าๆ อย่างเงียบงัน

อีกเพียงครึ่งชั่วโมง ดินเนอร์…แฮ่ม!...มื้อค่ำสุดโรแมนติกของเจ้านายสุดที่รักและแขกตัวน้อยก็จะเริ่มขึ้น ความวุ่นวายเล็กๆ เกิดขึ้นภายในปราสาทเพราะความตื่นเต้นดีใจของเหล่าข้ารับใช้จอมมาร ที่เห็นชัดเจนคงเป็นวาเน็ตต้าที่ตีปีกจนกล้ามแทบขึ้น พวกเขาต่างคิดเห็นเหมือนกันว่าอยากให้มื้อค่ำนี้เป็นมื้อคำที่วิเศษที่สุดของเจ้านายพวกเขา

“เร็วเข้า!ๆ” แม่ไก่สาวร้องเสียงแหลม

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง” ซิลเวอร์พูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอาแต่ใบหน้าไม่เปลี่ยน

“ต้องมากกว่านี้ด้วยซ้ำย่ะ! ข้ามั่นใจจนไม่รู้จะมั่นยังไงแล้ว ว่าหนูน้อยโซเลนเนี่ยแหละคือเนื้อคู่ของจอมมาร!” เธอเชิดหน้าขึ้นเต็มที่

“ข้าก็รู้ แต่ความรักมันคงไม่เกิดเพียงแค่มื้อค่ำมื้อเดียวหรอก”

“จุ๊ๆ เจ้านี่มันช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลยซิลเวอร์เอ๋ย แล้วเจ้าคิดว่าความรักมันต้องขึ้นเมื่อใดล่ะหื้อเจ้า?” วาเน็ตต้ากระพือปีกเข้าไปเกาะหลังซิลเวอร์

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยมีความรักสักหน่อย” หมาป่าหนุ่มตอบ

“ก็นั้นไง เจ้าไม่รู้ ถ้าเจ้าจะตกหลุมรักใครซะอย่าง ต่อให้เพียงเดินสวนกันมันก็รักได้! หรือบางคราอาจจะอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลาแต่เพิ่งจะรู้สึกรักก็มี โถ่ เจ้าหมาป่าน้อยของข้า โตแต่ตัวจริงๆ นะเจ้าเนี่ย โฮะๆๆๆ” พูดจบก็ยกปีกปิดปากเชิดหน้าหัวเราะ

“ข้าล่ะเกลียดเสียงหัวเราะของเจ้า”

“ทำอะไรกันอยู่ อีกสิบนาทีจะถึงเวลามื้อค่ำของข้า” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัวสัตว์ทั้งสอง วาเน็ตหันกลับไปมองเจ้านายก็ได้แต่ยกมือปิดปากกลั้นเสียงกรี๊ดพลางน้ำตาพรั่งพรู

“คุณหนูของวาเน็ตต้าหล่อเหลาอะไรเช่นนี้!!”

“ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกเช่นนั้น” เอ่ยเสียงดุก็จริง แต่สายตากลับขบขันกับท่าทางของเธอ

จอมมารขยับชุดสูทสีขาวที่ถูกตัดมาเพื่อเขาเพียงผู้เดียว ไม่เพียงแต่ลุกมาสวมสูทแต่แผงคอก็ถูกเซ็ทเป็นทรงเผยใบหน้าคมเข้มอย่างชัดเจน เขานั่งลงบนโต๊ะอาหารยาว ฮัมเพลงในลำคอหนาอย่างอารมณ์ดี จนเมื่อจานอาหารจานสุดท้ายถูกวางลงบนโต๊ะ ร่างกลมนุ่มนิ่มในชุดเสื้อสูทสีครีมก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู

ลูกหมูน้อยใส่ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจนเหล่าแม่บ้านยกมือกุมอกกันเป็นแถว จอมมารเองก็เกือบเผลอยกมือขึ้นเกาอก แต่ก็หักห้ามใจทัน อมยิ้มออกมาเมื่อเห็นเจ้าก้อนสีชมพูยืนบิดไปมาหน้าประตูไม่ยอมเข้า

“เข้ามาสิ มื้อค่ำพร้อมแล้ว”

เจ้าชายโซเลนสูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ ไม่ให้เสียอาการ ใจเขาขวิดไปกับพื้นเสียแล้วที่เห็นจอมมารผู้งดงาม แอบเดินตุปัดตุเป๋ไปเล็กน้อยแต่ก็ยังทรงตัวได้อยู่

“ท่านจอมมารฮะ” เสียงน่ารักแผ่วเบานั้นราวกับขนนกที่ปัดป่ายหัวใจจอมมาร

“ว่าอย่างไร”

“เก้าอี้ของข้าล่ะฮะ”

คำตอบของคำถามคืออุ้งมือแกร่งที่โอบอุ้มลูกหมูน้อยวางไว้บนตักแน่น ร่างกลมแข็งทื่อทันใด ร่างกายเริ่มแดงจัดอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงใจนั้นเรียกได้ว่ากระโดดออกจากร่างไปเสียแล้ว

“นี่อย่างไร เก้าอี้ของเจ้า”

ตูม!!!!!!

เจ้าชายโซเลนได้ยินเสียงระเบิดในหัว ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนขาแข็งอย่างหน้าสงสาร

“พวกเจ้าออกไปซะ” เหล่าแม่บ้านค้อมหัวให้เจ้านายก่อนจะเดินออกจากห้องจนหมดสิ้น

“ฮื่อ!!!” พอบานประตูปิดลง เจ้าชายโซเลนก็ถึงกับหมดแรงซบลงแนบตักร้อนทันที เขารู้สึกราวกับร่างกายถูกดูดพลังชีวิตไปหมดสิ้นแล้ว

“หึๆ” จอมมารอารมณ์ดียิ่งนัก เขายกมือลูบตัวนุ่มนิ่มแดงๆ อย่างเพลิดเพลิน

“ท่านจอมมารแกล้งข้า” เสียงปรามาสเล็กๆ ดังอู้อี้มาจากเจ้าตัวกลม

“ข้าไม่ได้แกล้งเสียหน่อย” เอ่ยพร้อมกับเกาคางให้ด้วยความเอ็นดูเสียจนเจ้าชายโซเลนเผลอหลับตาพริ้ม จอมมารเปรียบมือตนเองกับหัวเล็กๆ ของลูกหมูน้อย หากเขาบีบ มันคงแตกคามือได้มิยากเย็น แต่เขาไม่คิดจะทำหรอก

“งื้อ ท่านจอมมาร” หมดสิ้นความต้านทาน เจ้าชายโซเลนอ่อนระทวยเป็นเทียนเสียแล้ว

“ทานอาหารกันดีกว่า” ว่าจบก็ผละมือออก ลูกหมูน้อยถึงกับเผลอใช้กีบเท้ารั้งให้เกาต่อ ซึ่งจอมมารก็ยินยอมแต่โดยดี

มื้อค่ำนั้นจบลงอย่างเชื่องช้าแต่อบอวลด้วยบรรยากาศหวานฉ่ำ จอมมารป้อนอาหารเจ้าชายโซเลนพลางเกาคางเกาหูให้อย่างเอาใจ เจ้าชายโซเลนนั้นเคลิบเคลิ้มจนไม่ได้พูดกล่าวอะไรจนมื้ออาหารสิ้นสุด รู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่เบาะนิ่มบนเตียงของจอมมารเสียแล้ว

จอมมารยิ้มขำกับท่าทีมึนเบลอราวกับคนร่ำสุรา อุ้งมือหนาช้อนตัวนุ่มนิ่มที่เหลวยวบมานอนบนอกกว้าง เจ้าลูกหมูดุนตัวไปมาก่อนจะหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข เขาเคยเป็นผู้ที่ถูกเอาใจเสมอมา ไม่คิดว่าการที่ได้เป็นเป็นฝ่ายดูแลเอาใจคนอื่นบ้างจะรู้สึกดีแบบนี้

หรือไม่ มันอาจจะเป็นเพราะ คนๆ นั้น คือโซเลน

 

 

เช้าวันต่อมา องค์ชายน้อยตื่นจากนิทรา เห็นจอมมารผู้งดงามจ้องมองพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นรับอรุณก็เขินอายแทบสิ้นสติ พยายามจะหนีแต่ก็โดนอุ้มไปอาบน้ำ เจ้าชายโซเลนรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นหมูหื่นกามขึ้นมาทันใด เมื่อสายตาไม่รักดีจับจ้องสัดส่วนงดงามไม่วางตาทั้งที่ใจสั่งห้ามเด็ดขาด

“มานี่” จอมมารเรียกลูกหมูน้อยที่ซุกตัวกับกำแพงอย่างเขินอายเนื้อตัวแดงจัด

“ไม่เป็นไรฮะ ข้าขออยู่ตรงนี้เถอะ”

“แน่ใจรึ?” กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลห์แต่หน้าแทบไหม้ มือหน้าวักน้ำลูบไล้กล้ามเนื้อแน่น

ดวงตากลมโตจ้องมองมือที่ไล่ลงต่ำเรื่อยๆ จนหายลงไปในน้ำพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเดินกระมิดกระเมี้ยนเข้าไปหา ในใจตบตีกับตนเองจนยุ่งเหยิงไปหมด

จอมมารยกยิ้มอีกครา คว้าเจ้าลูกหมูน้อยมาขัดถูนวดผ่อนคลายอย่างอารมณ์ดี โซเลนชอบให้สัมผัสตัวมากๆ จับตรงไหนก็อ่อนยวบยาบคาอกเขาหมด

“ท่านจอมมารฮะ” หัวเล็กผงกขึ้นจากแผ่นอกแน่น พยายามสบตาคมกริบที่จ้องตอบแม้ตัวจะแดงก่ำ

“ว่าอย่างไง” ขานรับพร้อมกับใช้ปลายนิ้วลูบหัวน้อย

“งื้อ ข้ามีอะไรจะบอกท่านด้วย”

“ว่ามาสิ”

“ความจริงข้าคือ เจ้าชายโซเลน จากอาณาจักรอีกฟากของท้องทะเล ข้ามาที่นี่เพราะข้า…ข้า” เจ้าชายน้อยเริ่มอึกอักไม่กล้าพูด เพราะรู้สึกกลัวว่าจอมมารจะไม่ให้ดอกกุหลาบกับเขา

“พูดมา ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเอ่ย จอมมารเองก็อยากรู้ ว่าเหตุใดเจ้าชายจากอาณาจักรไกลโพ้นถึงมาหาเขาที่นี่

“ข้าได้รับดอกกุหลาบดอกหนึ่ง”

“ดอกกุหลาบรึ” เจ้าชายน้อยพยักหัว

“จากท่านตาคนหนึ่งที่ผ่านมา เขาขอแลกอาหารกับดอกกุหลาบดอกนั้นและบอกว่า เธอมาจากเขาวงกตของท่านฮะ”

จอมมารเบิกตากว้างอย่างตกใจ มั่นใจว่าท่านตาคนนั้นคงเป็นจอมขมังเวทเป็นแน่แท้ แต่สิ่งที่ค้างคาในใจคือเหตุใดเจ้าชายอย่างโซเลนจึงยอมแลกดอกกุหลาบเพียงดอกเดียวกับอาหารให้กับผู้ที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งนาม และจอมมารก็ถามออกไป

“เพราะข้าเป็นเจ้าชายไงฮะ ไม่สิ เพราะว่าข้ามีมากมายพอแบ่งปัน ข้าจึงมอบอาหารให้เขา”

“แม้ของตอบแทนจะเป็นเพียงแค่ดอกกุหลาบน่ะหรือ?”

“ไม่ใช่แค่ดอกกุหลาบหรอกฮะ แต่คือดอกกุหลาบต่างหาก” เจ้าชายน้อยยิ้มสดใส รอยยิ้มนั้นมันช่างงดงามและบริสุทธิ์

ตอนนั้นเองที่จอมมารได้รู้ ว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็นการกระทำที่ช่างเห็นแก่ตัว ทั้งๆ ที่ตนนั้นมั่งมีกว่าผู้ใด แม้โดนสาปให้กลายเป็นอสูรกายแต่จิตใจก็ไม่ได้รู้สึกตัวว่าตนเองนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เองจอมมารได้รู้แล้ว

ทุกสิ่งย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเองและเราไม่ควรดูถูกสิ่งใดๆ เพราะมันไม่มีค่าสำหรับเรา เพราะสิ่งนั้นอาจเป็นทั้งชีวิตของอีกคน และเหนือสิ่งใด เราควรรู้จักการเป็นผู้ให้ การให้ที่สุขใจที่สุดนั้นคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ

จอมมารเห็นแล้ว เจ้าชายโซเลนคือตัวอย่างการเป็นผู้ให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน ทำลงไปด้วยใจที่หวังเพียงจะให้เพราะตนนั้นมีมากกว่า

เพราะไม่เคยเป็นผู้ให้ จอมมารถึงไม่เคยสัมผัสคำว่า ความสุข

“ขอบใจเจ้ามาก” ดวงตาคมกริบอ่อนหวานขึ้นโดยไม่รู้ตัว เจ้าชายโซเลนยิ้มกว้างสดใส

“ไม่เป็นไรฮะ”

“หากเจ้าต้องการกุหลาบ ข้าก็จะให้ ต้องการมากเพียงใดก็จงเอาไปเถิด”

“จริงหรอฮะ!” เจ้าชายน้อยดีดตัวขึ้นอย่างดีใจ จนจมูกแทบชนปากใหญ่

“อืม” จอมมารขยี้หัวเล็กอย่างเอ็นดู เขายิ้มจนตาปิดอย่างเป็นสุข

 

 

จอมมารอุ้มเจ้าชายโซเลนตรงเข้ามาในเขาวงกตที่แปรผันตนเองเป็นสวนสวยตะการตา ปุยหิมะที่ร่วงตกลงมาทำให้เจ้าชายโซเลนซุกตัวเข้าหาแผงคอนิ่มอบอุ่นแต่ก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดีตลอดทาง กุหลาบงดงามมากมายเต็มไปหมด ทันใดนั้นเองเจ้าชายก็สังเกตเห็นน้ำพุคริสตัลงดงาม แต่สิ่งที่ดึงดูดองค์ชายน้อยที่สุดคือดอกกุหลาบสีแดงชมพูดอกใหญ่ระยิบระยับด้วยเกร็ดหิมะเล็กๆ แปลกที่หัวใจของเจ้าชายโซเลนอุ่นวาบอย่างน่าประหลาด

“ดอกนั้นสวยจังเลยฮะ” จอมมารหันไปมองยังน้ำพุ จับจ้องที่ดอกกุหลาบงดงาม พลันหัวใจก็อุ่นซ่านขึ้นมา

ดวงตาสองคู่สบกันราวกับนัดหมาย ความรู้สึกบางอย่างท่วมทวีในดวงใจทั้งสอง มันช่างรู้สึกอุ่นและหวานอย่างบอกไม่ถูก ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายนั้น พวกมันถูกละลายหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นหวานฉ่ำที่ปกคลุมพวกเขาทั้งสอง

“แอ๊ะแฮ่ม! แฮ่มๆ เจ้ารู้สึกหรือไม่ซิลเวอร์ หิมะแถวนี้อบอุ่นชะมัด”

“ไม่วาเน็ตต้า ขาข้าแข็งหมดแล้ว”

บรรยากาศอบอุ่นทลายไปในทันที เจ้าชายโซเลนซุกหน้าเข้าแผงคอหนาอย่างเขินอาย พอๆ กับจอมมารที่หันหน้าหนีด้วยใบหน้าร้อนผ่าว

“วาเน็ตต้า” จ้องเขม็งตัวการทำลายบรรยากาศเป็นใจ

“อุ๊ย! ข้าแค่มาแจ้งเจ้าค่ะว่าถึงเวลาน้ำชาแล้ว โฮะๆๆ” วาเน็ตต้ายกปีกปิดปากหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะจากไปพร้อมกับซิลเวอร์

“เฮ้อ” จอมมารถอนหายใจออกมาเสียงดัง ลูบตัวนุ่มนิ่มคลายความหงุดหงิด แล้วจึงก้าวเดินเข้าไปในปราสาท

“เชิญเจ้าค่ะๆ” แม่ไก่สาววางจานขนมและถ้วยน้ำชารอท่า

“โซเลน เจ้าจะกลับอาณาจักรเมื่อใด” จอมมารถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาลูกหมูน้อยใจเสีย

“ท่านไม่อยากให้ข้าอยู่หรือ” เขาถาม ใบหน้าเล็กก้มจนปากแทบชิดท้องกลม

“ไม่ ข้าอยากให้เจ้าอยู่” แอบยกยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางนั้น

“ข้าไม่อยากกลับฮะ อยากอยู่ที่นี่ อยู่กับท่านจอมมาร

“เอ่ยนามข้า” เผลอขบคมเขี้ยวเสียงดังโดยไม่รู้ตัว

“เอ๊ะ!”

“วิคเตอร์”

“ฮื่อ~ พี่วิคเตอร์ฮะ”

 

 

 

อาทิตย์ต่อมาก็มีจดหมายประทับตราจอมมารฉบับหนึ่งถูกส่งถึงราชาและราชินีอาณาจักรอีกฟากของมหาสมุทร ราชินีถึงกับเป็นลมหมดสติ หลังจากอ่านเพียงบรรทัดแรกของเนื้อหา ที่ระบุไว้ตัวใหญ่ๆ ว่า

 

‘วิคเตอร์ ❤ โซเลน’


 

 

 

 

 

 

 

 

ข้ายังมีเรื่องเล่าอีกมากมายนัก พวกเจ้าลองเดินทางมากับข้าสิ สนุกนะ

เพราะว่าตัวข้าน่ะ มักจะได้ยินเรื่องเล่าแปลกประหลาดอยู่เสมอยังไงล่ะ

อ่า ข้าก็แค่ลองชวน ตามใจเจ้าแล้วกัน 

ถ้าเกิดเปลี่ยนใจ แค่เขียนชื่อข้า เจ้าก็เจอข้าทันที หวังว่าข้าจะได้พบเจ้าอีก 

JustADreamYouSee.

ผลงานอื่นๆ ของ JustADream_YouSee.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 juralak_5323 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 22:39
    มีต่อมั้ยค้าบบบบ สนุกกกก
    #1
    0