คัดลอกลิงก์เเล้ว

[KnB Fanfiction] True Feeling ,, Kise x Haizaki

ไฮซากิรู้มาตลอดว่าคิเสะ เรียวตะคิดยังไงกับตัวเอง แต่น่าขำที่เจ้าตัวนั้นไม่เคยรู้เลย

ยอดวิวรวม

103

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


103

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ก.ย. 63 / 21:37 น.
นิยาย [KnB Fanfiction] True Feeling ,, Kise x Haizaki

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



.




ระหว่างขับรถกลับบ้านก็เกิดมีนิมิตรเป็นเรื่องนี้ขึ้นมา 

ไม่เขียนไม่ได้จริงๆค่ะ 

เหลืองเทาอีกหนึ่งเรื่องนะคะ

Enjoy Reading กันได้เลยค่า


CoffeeMate in D 



.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 ก.ย. 63 / 21:37


 

 


 

 

. Kuroko no Basket Fanfiction

. True Feeling

. Kise Ryouta x Haizaki Shougo

. PG

. Composed by CoffeeMate in D

 

 

 

 

 

ไฮซากิมองผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

ดวงตาสีเหลืองอำพันมีความรู้สึกหลากหลายซ่อนอยู่ในนั้น เขามองมันออกทั้งหมด ความสับสน ความสงสัย ความรู้สึกไม่อยากจะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือความหวั่นไหว ความประหม่า หรือแม้แต่ความดีใจ และความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นมานานหลายปีแล้ว

 

 

 

 

เขารู้มาตลอดว่าคิเสะ เรียวตะคิดยังไงกับตัวเอง

 

 

แต่น่าขำที่เจ้าตัวนั้นไม่เคยรู้เลย

 

 

 

 

 

ไฮซากิมองออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหมอนี่แล้ว

 

 

ตั้งแต่วันที่คิเสะ เรียวตะเดินเข้ามาเรียกเขาในฐานะที่อีกฝ่ายได้ยินมาว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถคล้ายกันกับเจ้าตัว ไฮซากิมองเห็นความรู้สึกสนใจที่ซ่อนอยู่ใต้แววตาเจ็บใจตอนที่คิเสะท้าแข่ง 1 on 1 กับเขาแล้วแพ้ และสายตานั้นก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นในทุกๆ วัน

 

 

ตอนแรกๆ ก็มีแค่ความสนใจ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีอย่างอื่นปะปนเข้ามาอีก ความรู้สึกดีใจที่เหมือนกับได้เจอพวกเดียวกัน ความรู้สึกราวกับถูกดึงดูด สายตาที่เป็นประกายบางอย่าง มันไม่เหมือนสายตาของหมอนี่ตอนที่มองอาโอมิเนะ ไดกิ….ผู้ที่คิเสะพูดกับทุกคนว่าเป็นคนที่เจ้าตัวหลงใหล สายตาที่คิเสะมองเขามันมีบางอย่างที่เร่าร้อนกว่านั้น ลึกล้ำกว่านั้น แต่ทั้งหมดนั่นมักถูกซ่อนอยู่ใต้ความเกลียดชัง ความเจ็บใจ ความโกรธ ความถูกหมิ่น ความเย็นชา แต่ไฮซากิยังคงเห็น และเขามักจะมองมันด้วยความรู้สึกขบขันทุกครั้ง

 

 

หมอนี่ไม่เคยรู้ตัวเลยสินะ

 

 

ว่าตลอดเวลาที่มองเขามันกำลังทำสายตาแบบไหน ในวันที่แพ้เขาดวงตาคู่นั้นแสดงความรู้สึกอย่างไร แล้วตัวเองทำหน้าแบบไหนตอนที่เขาควงผู้หญิงซึ่งเคยเป็นของหมอนั่นออกไปจากโรงยิม

 

 

ความรู้สึกเจ็บปวดที่ควรจะมีตอนที่มองผู้หญิงคนนั้นแต่กลับไม่ได้ฉายออกมาตอนที่มองผู้หญิงคนนั้น หรือความรู้สึกโกรธแค้นที่ควรจะมีตอนมองเขาแต่กลับไม่มีในวินาทีที่หมอนั่นมองเขา

 

 

ไฮซากิเห็นทุกอย่างแต่ทำเป็นมองไม่เห็น เขาก็แค่กระตุกรอยยิ้มเยาะเย้ยแล้วเก็บมันเอาไว้กับตัว เป็นความบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างอยู่ในชมรมบาสเกตบอลที่แสนเบื่อหน่าย มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ทุกครั้งเวลาเจอหน้าคิเสะ เรียวตะ ไฮซากิจะคอยมองหาอารมณ์ต่างๆ ในดวงตาคู่นั้นเสมอ และมันก็ตลกมากที่หมอนี่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าระหว่างที่มันกำลังต่อว่าเขาแรงๆ ด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน ลึกลงไปในดวงตาสีเหลืองอำพันคู่นั้น...มันกำลังมองเขาอย่างไร นี่คือความลับของเขา สิ่งที่เขาจะไม่มีวันบอกให้คิเสะรู้เป็นอันขาด เรื่องอะไรที่เขาจะบอก บอกแล้วก็หมดสนุกกันพอดีน่ะสิ สู้เก็บไว้กับตัวแล้วคอยดูกันดีกว่าว่าคิเสะจะรู้ความลับนี้เมื่อไหร่

 

 

ความสนุกสนานของไฮซากิดำเนินต่อไปแม้กระทั่งวันที่เขาออกจากชมรมบาสเกตบอลไปแล้ว การค้นหาความรู้สึกในดวงตาคิเสะนั้นสนุกก็จริง แต่ไม่ได้สำคัญกับเขาขนาดที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์นั้น เมื่อสัมผัสได้ว่าอาคาชิ เซย์จูโร่เปลี่ยนไป และบรรยากาศในชมรมบาสไม่ได้น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อน (หมายความว่าไฮซากิไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ หลังจากอาคาชิ “คนใหม่” ออกมามีบทบาทอย่างเต็มที่ มันน่ารำคาญเกินไป อยากทำอะไรก็ตามใจเถอะ) เขาก็ยอมเขียนใบลาออกจากชมรมบาสโดยทันที ยกตำแหน่งของตัวเองให้กับคิเสะ เรียวตะแม้ว่าหมอนั่นจะยังไม่เคยมีปัญญาเอาชนะเขาได้แม้แต่ครั้งเดียวเลยก็ตาม

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น เวลาเดินสวนกันบนทางเดิม ไฮซากิก็อดไม่ได้ที่จะมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นอยู่ดี และหัวเราะจนเกือบตายลับหลังคิเสะเมื่อพบว่าความรู้สึกที่เขาค้นเจอนั้นไม่เคยหายไปเลยสักนิด มันยังคงอยู่ตรงนั้น….ชัดเจนเหมือนกับวาดด้วยหมึกสีดำเข้ม แต่คิเสะก็ยังไม่เคยรู้เลย

 

 

 

หมอนี่มันโง่

 

 

โง่จนแม้แต่เรื่องของตัวเองก็ยังไม่รู้

 

 

 

ยิ่งคิเสะแสดงออกว่าเกลียดไฮซากิมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสนุก

 

 

อยากรู้จริงๆ ว่าวันที่คิเสะรู้ความจริงเข้า หมอนี่จะทำสีหน้ายังไง คนที่แสดงออกมาตลอดว่าเกลียดเขาจนสุดขั้วหัวใจ วันที่เกิดรู้ขึ้นมาว่าจริงๆ แล้วคิดกับเขาแบบไหน หมอนี่คงอับอายมากจนอยากที่จะบีบคอตัวเอง วันนั้นเขาจะยืนต่อหน้ามันแล้วหัวเราะเสียงดังๆ ถึงตอนนั้นไฮซากิคงเยาะเย้ยถากถางคิเสะได้อย่างเต็มที่ และมันคงเป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุดในโลกแน่ๆ

 

 

 

เวลาผ่านไปจนกระทั่งได้มาเจอกันอีกครั้งในการแข่งขัน Winter cup ตอนม.ปลายปี 1 แล้ว แต่คิเสะก็ยังคงไม่รู้

 

 

ทว่าไฮซากิเริ่มมองเห็นความสงสัยที่ซ่อนอยู่ในนั้น

 

 

ทุกครั้งที่มองมาทางเขา หมอนี่เริ่มมีความรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง มันคงจะเริ่มจับสังเกตได้...ถึงความรู้สึกที่ตัวเองไม่รู้มาก่อนว่ามีอยู่ คิเสะถึงได้มองเขาราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน บางครั้งก็สะดุ้งเล็กๆ เมื่อเข้าใกล้ ไฮซากิยังคงสังเกตทุกอย่างแบบละเอียดถี่ถ้วนไม่ให้ตกหล่นไปแม้สักวินาที คนโง่อย่างคิเสะนั้นคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะนึกได้ แต่ไหนๆ ก็เก็บเป็นความลับมาตั้งหลายปีแล้ว รออีกสักหน่อยก็คงไม่นานเกินไป

 

 

ความรู้สึกในดวงตาของคิเสะ เรียวตะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

 

สุดท้ายก็ใช้เวลาช่วงม.ปลายอีกตั้งเกือบ 3 ปีเต็มๆ กว่าที่คิเสะจะรู้จนได้…..ว่ามันมองเขาด้วยสายตาแบบไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

 

 

“โชโงะคุง….ดูไม่ตกใจเลยนะฮะ”

 

 

 

หมอนี่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน พิธีมอบรางวัลเพิ่งจบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ฟุคุดะโซโกในปีนี้ได้ที่ 5 ส่วนหมอนี่เพิ่งแข่งกับราคุซันไปในรอบชิงชนะเลิศก่อนที่จะแพ้ไปอย่างฉิวเฉียด ตอนที่ไฮซากิกำลังจะเดินออกจากสเตเดี้ยมพร้อมคิดอย่างเกียจคร้านว่าในที่สุดชีวิตที่วันๆ ได้แต่กลิ่นเหงื่อแถมยังต้องคอยเหนื่อยฝึกซ้อมตั้งแต่เช้ายันเย็นแบบนี้ก็จบลงสักที ตอนนั้นเองที่คิเสะวิ่งตามมาเรียกเขาเอาไว้ บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แล้วเมื่อไฮซากิเดินตามอีกฝ่ายไปยังด้านหลังสเตเดี้ยมที่ร้างผู้คน หมอนี่ก็พูด ‘คำนั้น’ ออกมา

 

 

มันกำลังเจ็บใจอยู่สินะว่าทำไมเขาถึงมีท่าทีเฉยๆ ไม่เห็นตกอกตกใจเหมือนอย่างที่มันคงช็อกจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นไปแล้วตอนที่รู้ว่าตัวเองมีความคิดแบบนี้กับเขา เหอะ! ตอบได้ไม่ยากหรอก ก็เพราะว่าเขาไม่ได้โง่เหมือนมันนี่

 

 

 

“เอ๊ะ? หมายความว่ายังไงเหรอฮะ”

 

 

 

ชิบล่ะ ดูเหมือนจะคิดดังไปหน่อย

 

 

เอาเถอะ เห็นแก่ดวงตาสีเหลืองอำพันที่เกลื่อนไปด้วยความรู้สึกสับสนและสิ้นหวังจนมีน้ำตาเอ่อคลอ ท่านไฮซากิคนนี้จะใจดีด้วยหน่อยก็ได้

 

 

 

“ที่ไม่ตกใจ ก็เพราะว่ารู้มาตั้งนานแล้วไงล่ะ เจ้าโง่”

“รู้มานานแล้ว…..ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอฮะ?”

“ก็ตั้งแต่ม.2”

“เอ๊ะ!!! นานขนาดนั้นเชียวเหรอฮะ!!!???”

 

 

 

หมอนั่นมีสีหน้าตกใจ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน ไฮซากิ โชโงะบิดมุมปากเป็นรอยยิ้ม สีหน้าเหนือกว่าอย่างที่สุดตอนที่บรรจงพูดประโยคที่เตรียมไว้สำหรับวันนี้มาตั้งนานออกมาทีละคำ

 

 

 

“นายอาจจะเพิ่งรู้วันนี้ แต่ฉันน่ะรู้ก่อนหน้านายตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว

 

 

 

 

นายน่ะ….ชอบฉันมาตั้งแต่ตอนม.2แล้วล่ะ เรียว~ตะ~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คิเสะ เรียวตะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาคิดยังไงกับไฮซากิ โชโงะ

 

 

ไม่เคยรู้ว่าทำไมถึงเลิกยึดติดกับหมอนี่ไม่ได้ทั้งๆ ที่สามารถเลิกยึดติดกับอาโอมิเนะ ไดกิไปได้ตั้งนานแล้ว ไม่เคยรู้ว่าทำไมทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไปจนแทบจะจำไม่ได้ขนาดนี้ เขาก็ยังรู้อยู่ดีว่าผู้ชายที่วิ่งอยู่ในสนามผ่านภาพวิดีโอที่ถ่ายให้เห็นจากที่ไกลๆ คนนี้เป็นใคร ไม่เคยรู้ว่าทำไมต้องคอยมองตามอีกฝ่าย ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องสนใจทุกๆ การกระทำตั้งแต่วินาทีแรกที่คนคนนี้เดินเข้ามาใกล้ๆ จนกระทั่งลับหายไปจากสายตา

 

 

คิเสะเคยคิดว่าทั้งหมดนั่นเป็นเพราะเขาเกลียดไฮซากิ แต่เพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย

 

 

วันแรกที่รู้ คิเสะแทบจะเดินไปหยิบไวน์อายุ 30 ปีที่แม่เก็บเอาไว้ในตู้แช่ออกมากิน (ซึ่งก็โดนตบหัวไปเรียบร้อยตลอดระเบียบ) เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกช็อกมาก มันเลวร้ายพอๆ กับตรวจสุขภาพแล้วหมอบอกว่าเขาเป็นมะเร็ง ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะมีความรู้สึกแบบนี้ และยิ่งไม่น่าเชื่อมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดว่าความรู้สึกนี้อยู่ในใจเขาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบจากเทย์โคเลยด้วยซ้ำ

 

 

พอได้รู้…..สิ่งที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นตรงหน้ามาก่อนก็ทะลักทลายออกมาเหมือนเขื่อนแตก เขาไม่สามารถเบือนหน้าหนีจากมันได้อีกต่อไป ไม่อาจหลบซ่อนตัวเองจากมันได้ ความรู้สึกนั้นเหมือนบอลลูนที่ไม่เคยมีลมอยู่ด้านในมาก่อน แต่อยู่ดีๆ วาว์ลแก๊สที่ปิดอยู่มาตลอดก็ถูกเปิดออก อากาศอัดแรงดันจำนวนมากพุ่งเข้าไปในนั้น ดันให้มันพองตัวออกมา ขยายขนาดแล้วลอยสูงขึ้น เด่นชัดจนไม่มีใครเลยที่มองไม่เห็น

 

 

แม้แต่เพื่อนร่วมทีมของเขายังรู้ คิเสะไม่อาจโกหกใครได้อีกว่าคิดยังไงกับไฮซากิ โชโงะ ในวันนี้ที่เราต่างก็ยืนอยู่ที่นี่ในฐานะนักกีฬาบาสเกตบอลเป็นครั้งสุดท้าย คิเสะเรียกไฮซากิเอาไว้เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องบอกความรู้สึกนี้กับอีกฝ่าย ก่อนที่จะไม่มีอะไรเกี่ยวรั้งเราเอาไว้ระหว่างกันได้อีกเลย

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าคนตรงหน้าเขาคนนี้ นอกจากจะไม่แสดงสีหน้าตกใจแม้แต่นิดเดียวแล้ว ยังรู้ว่าเขารู้สึกกับอีกฝ่ายอย่างไร….ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเขาเองเสียอีก

 

 

ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคิเสะ เรียวตะในตอนนี้นั้น…..สูง 188 เซนติเมตร ตัวเล็กกว่าเขาแค่เซ็นเดียว มีกล้ามเนื้อทั้งตัวแบบเดียวกับนักกีฬาที่มีความสามารถทั่วไป แม้เอวจะแคบแต่ไหล่นั้นกว้าง เส้นผมสีเทาเข้มถักเป็นเปียเล็กๆ ตั้งแต่ต้นจรดปลายผม ดวงตาเรียบแคบคมกริบ โครงหน้าชัดเจน ริมฝีปากบางเฉียบที่ชอบบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกำลังดูถูกคนทั้งโลก

 

 

ไม่มีส่วนใดเลยที่ทำให้รู้สึกว่าเหมือนผู้หญิง ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความน่ารักหรืออ่อนหวาน แต่ยามที่อีกฝ่ายเรียกเขาว่า “เรียวตะ” ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า มันกลับทำให้กลางอกของคิเสะร้อนวาบได้เหมือนโดนไฟเผา

 

 

คิเสะกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกว่าริมฝีปากแห้งผากจนต้องแลบลิ้นออกมาเลียเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้มันโดยไม่รู้ตัว ยิ่งไฮซากิเห็นเขาทำอย่างนั้นแล้วหัวเราะสั้นๆ ออกมาคำหนึ่ง คราวนี้ยิ่งทำให้ร้อนไปทั้งหน้า

 

 

ทั้งที่เคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง (แม้ทุกครั้งเขาจะเป็นเพียงฝ่ายรับฟังก็ตาม) แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คิเสะรู้สึกประหม่า เจ็บใจนักที่คนตรงหน้าไม่ใช่สาวสวยตัวเล็กน่าทะนุถนอมเลย แต่กลับเป็นไฮซากิ โชโงะ….คนที่คิเสะพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเกลียดยิ่งกว่าใคร

 

 

และในตอนนั้นเองที่นายแบบหนุ่มคิดอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง เขาบอกความรู้สึกของตัวเองไปแล้ว และอีกฝ่ายก็รับรู้แล้ว….รับรู้มานานแล้ว แต่เขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร

 

 

“ล….แล้วโชโงะคุงล่ะฮะ!”

“ห๊ะ?”

“โชโงะคุงบอกว่ารู้ความรู้สึกของฉันมาตั้งแต่ตอนม.ต้น….แล้วโชโงะคุงล่ะฮะ…..รู้สึกกับฉันยังไงเหรอ”

“หา?”

 

 

ผู้ชายฝั่งตรงข้ามที่เตี้ยกว่าเขาเพียงแค่หนึ่งเซ็นมีสีหน้าเหมือนได้ยินเรื่องที่ไม่อยากเชื่อหูตัวเองมากที่สุดในโลก

 

 

“ฉันให้เวลาคนโง่ๆ อย่างนายมาตั้ง 5 ปีกว่าจะยอมสารภาพความรู้สึกจริงๆ ออกมาได้ พอถึงตานายบอกยังไม่ทันได้ทำอะไร ปุบปับก็จะมาอยากรู้ความรู้สึกของฉันแล้วเหรอ มันจะสบายเกินไปแล้วหรือเปล่าน่ะหา เรียวตะคุง?”

 

 

เป็นคำตอบที่เขาอ้าปากค้าง ก่อนจะคิดได้ว่าจริงด้วย โชโงะคุงอดทนรอมาตั้งนาน ถ้าอย่างนั้นหมายความว่ากว่าเขาจะได้รู้ความรู้สึกอีกฝ่ายก็อีกตั้ง 5 ปีเลยอย่างนั้นหรือ ถึงตอนนั้นเขาจะอายุเท่าไหร่กันนะ ตอนนี้อายุ 18 เพราะฉะนั้นอีก 5 ปีก็เท่ากับอายุ 23 ตอนนั้นเริ่มทำงานแล้วพอดี คงไม่ช้าเกินไปหรอกมั้ง

 

 

ไหล่ตกวูบอย่างสิ้นหวัง แต่ก็ตั้งใจแล้วว่าจะยอมอดทนรอ หากตอนที่เงยหน้าขึ้นมาเพื่อจะบอกอีกฝ่ายถึงเรื่องนี้ คิเสะก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆ ร่างสูงของคนตรงหน้าก็ก้าวเข้ามาชิด

 

 

“แต่สำหรับหมาโง่อย่างนายก็นับว่าทำได้ดีกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นจะให้รางวัลสักหน่อยก็แล้วกัน”

 

 

ดวงตาสีเทาขยับเข้ามาใกล้ คิเสะเห็นใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายเอียงไปด้านข้างเล็กน้อย ขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาเรียวมีความหนาและยาวมากกว่าที่เขาเคยคิดไว้ ปลายจมูกสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาก่อนสัมผัสที่บางกว่าจะแตะลงบนริมฝีปาก เขาตกใจจนแทบจะไม่ได้หลับตา แค่ชั่วลมหายใจเดียว ไฮซากิก็ผละออกไปเสียแล้ว

 

 

หัวใจของเขาเต้นเร็วอย่างกับกลอง มันแทบจะกระดอนออกมาทางปากเมื่อหลุบตาลงมองอวัยวะที่เพิ่งแนบลงกับส่วนเดียวกันของเขาเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมานี้ ไฮซากิจะขยับหนี ตอนนั้นเองที่คิเสะเพิ่งรู้ตัวว่าคว้าข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คนตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่น ริมฝีปากบางนั้นขยับอีก

 

 

“อะไรของนาย ได้คืบแล้วอยากเอาศอกอีกหรือไง”

 

 

คิเสะ เรียวตะคิดว่าเขาน่าจะเป็นโรคหัวใจ หรือไม่ก็อาจจะเป็นบ้าไปแล้ว

 

 

เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังหน้าแดงจนร้อนไปทั้งหู หัวใจก็เต้นแรงจนเหมือนจะพัง ไฮซากิ โชโงะไม่ได้น่ารัก…..ไม่ได้น่ารักเลยสักนิด แต่เซ็กซี่จนไม่รู้ว่าไปเอาความเซ็กซี่แบบนี้มาจากไหน ทั้งดวงตาสีเทาคู่นั้น ทั้งกรอบขนตานั้น ทั้งจมูกโด่งได้รูป ใบหูที่ประดับต่างหูสีเงินทั้งสองข้าง องศาการเอียงใบหน้าเข้าหาตอนจะจูบ กลิ่นโคโลญจ์หอมๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อเบาบาง ทั้งน้ำเสียงของอีกฝ่าย ทั้งการขยับเคลื่อนไหว เขาไม่อาจมองตาอีกฝ่ายได้เลย ฟังเสียงก็ไม่ได้ สัมผัสก็ได้ ได้กลิ่นก็ไม่ได้ ทุกอย่างมันชวนให้ร่างกายร้อนขึ้นไปหมด อยากสัมผัส อยากแตะต้อง อยากทำมากกว่านี้ อยากทำให้เป็นของเขา จินตนาการในหัวคิเสะแล่นพรวดพราดไปถึงไหนต่อไหน แต่เรื่องนี้ถ้าพูดออกไปจะต้องโดนต่อยจนลงไปกองกับพื้นตอนนี้แน่ๆ

 

 

“เรียวตะ….นี่นาย……แค่จูบเด็กอนุบาลจูบเดียวเนี่ยนะ”

 

 

แต่สมแล้วกับที่เป็นไฮซากิ โชโงะ….คนที่รู้จักเขาดีกว่าตัวเขาเอง ความรู้สึกที่คิเสะไม่ทันสังเกตถึงการมีตัวตนอยู่ของมันมานานหลายปีอีกฝ่ายยังรู้ แล้วอารมณ์บางอย่างที่ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำอย่างชัดเจนจนปิดไม่มิดขนาดนี้อีกฝ่ายจะไม่รู้ได้อย่างไร

 

 

กระชับฝ่ามือที่จับข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่นขึ้น คราวนี้ถ้ามองไม่ผิด ผิวแก้มขาวจัดของคนตรงหน้าเหมือนจะมีเลือดฝาดขึ้นมานิดหน่อยบ้าง

 

 

อ่ะ….คราวนี้รู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ารักขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

“โชโงะคุง……”

 

 

เขาเพียงแค่เรียกชื่อของอีกฝ่าย ไฮซากิ โชโงะไม่มีวันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร คนตรงหน้าถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

 

 

 

“ช่วยไม่ได้ อีกนิดนึงก็แล้วกัน”

 

 

 

ริมฝีปากที่นุ่มเหมือนที่ตาเห็นขยับเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เนิ่นนานและลึกซึ้งจนครั้งเดิมเทียบไม่ติด คิเสะก้มหน้าลงแค่นิดเดียวเท่านั้นเพราะส่วนสูงต่างกันไม่มาก เอียงใบหน้าให้ได้องศามากยิ่งขึ้น ดูดริมฝีปากล่างของไฮซากิเบาๆ ก่อนแนบสนิทอีกครั้ง ลมหายใจที่เล็ดลอดออกมาคละเคล้ากัน เขาส่งปลายลิ้นเข้าไปในความฉ่ำชื้นของอีกฝ่าย และคนที่ผ่านการจูบกับใครต่อใครหลายสิบคนก็กระหวัดเรียวลิ้นตอบกลับมา

 

 

ปลายนิ้วที่ปล่อยข้อมืออีกคนให้เป็นอิสระตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ค่อยๆ ขยับไปแตะตรงบั้นเอวที่แคบแต่มีกล้ามเนื้อตึงแน่นของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงต่อต้านอะไรก็เกี่ยวมันเข้ามาแนบกับลำตัวจนชิด พร้อมๆ กับที่รู้สึกได้ถึงวงแขนของอีกฝ่ายที่ยกขึ้นมาโอบรอบลำคอ

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกของอีกฝ่าย…..เดาได้ไม่ยากจากจูบนี้แล้ว

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ CoffeeMate in D

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 jutamams (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:41
    กริ๊ดดดด ฟินมากกก โคตรโดนใจมากเลยค่ะ!?!ไรท์!?! รักเลยค่ะ!!
    #2
    0
  2. #1 jutamams (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:40
    กริ๊ดดดด ฟินมากกก โคตรโดนใจมากเลยค่ะ!?!ไรท์!?! รักเลยค่ะ!!
    #1
    0