นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[KnB] เรื่องเล่ายามค่ำคืนของคิริซากิไดอิจิ ,, Hanamiya x Kuroko

“ฉันว่าค่ายนี้มันมีผี”

ยอดวิวรวม

1,798

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


1,798

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


69
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 58 / 18:30 น.
นิยาย [KnB] ͧӤ׹ͧԫҡԨ ,, Hanamiya x Kuroko

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Oneshot ฮานะคุโระค่ะ

สำหรับใครที่จำไม่ได้ว่าสมาชิกทีมคิริซากิไดอิจิประกอบไปด้วยใครบ้าง  มีรูปตัวอย่างให้ดูตามนี้ค่ะ  
 
 
 
จากขวาไปซ้าย ฮาระ เซโตะ  ฮานามิยะ  ยามาซากิ  ฟุรุฮาชิค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ก.ค. 58 / 18:30


[One Shot] เรื่องเล่ายามค่ำคืนของคิริซากิไดอิจิ

 

Fandom :: Kuroko no Basuke

Pairing :: Hanamiya x Kuroko

Rating :: PG

Story by :: CoffeeMate in D

หมายเหตุ :: ขอซักเรื่องเถอะ  ทนไม่ไหวแล้วค่ะ TvT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันว่าค่ายนี้มันมีผี”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หา?”

 

 

วงล้อมเล่นไพ่เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพัฒนาสมอง (ตามที่ฮาระอ้าง) ของคิริซากิไดอิจิเงยหน้าขึ้นมาจากไพ่ในมือเพื่อมองหน้าคนที่อยู่ๆ ก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  ยามาซากิ  ฮิโรชิ ตำแหน่งชู้ตติ้งการ์ด....เจ้าของประโยคที่ทำให้อึ้งกันไปทั้งห้องยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยหากเคร่งเครียด  บ่งบอกให้รู้ว่าที่พูดออกมานั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

 

 

“พูดบ้าอะไรของนายวะ  ยามาซากิ”

 

 

เซโตะ  เคนทาโร่ถามเหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่  มือหนึ่งยื่นลงไปจั่วไพ่ 2 ใบขึ้นมาจากกอง

 

 

“จริงๆ นะ   ฉันคิดมานานแล้วว่าที่นี่มันแปลกๆ”

 

“แปลกยังไง?”  ฮาระ คาซึยะถามขึ้นมาบ้าง

 

“ไม่รู้สิ  อธิบายไม่ถูก  แต่พวกนายไม่รู้สึกอะไรกันบ้างรึไง”

 

 

ยามค่ำคืนกลางฤดูร้อน  เสียงจิ้งหรีดดังระงมจนรู้สึกหนวกหู  ห้องญี่ปุ่นกว้างขวางพอที่จะให้ชายฉกรรจ์จำนวน 5 คนนอนอัดกันได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไหร่นัก  ที่พักนี้ค่อนข้างกลางเก่ากลางใหม่  สไตล์ญี่ปุ่นโบราณเหมือนออนเซ็นทั่วไป  มีประตูบานเลื่อนกั้นส่วนที่เป็นห้องนอนกับระเบียงทางเดิน  ไฟสีส้มสลัวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย  แต่ก็ทำให้รู้สึกวังเวงด้วยในเวลาเดียวกัน

 

ขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการเข้าค่ายฤดูร้อน  เก็บตัวเพื่อฝึกซ้อมบาสเก็ตบอลเป็นเวลา 5 วัน 4 คืน  ค่ายถูกจัดขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนทั้งหมดในแถบคันโตที่เข้าร่วม Winter cup ปีที่แล้ว  แม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่  แต่ผู้ดำรงตำแหน่งโค้ชควบคู่กับกัปตันทีมอย่างฮานามิยะ  มาโคโตะเล็งเห็นว่านี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้ล้วงความลั------เอ่อ------เก็บข้อมูลโรงเรียนคู่แข่งร่วมตารางที่ยังไงก็ต้องเจอกันอีกในการแข่งขันครั้งต่อไป  คิริซากิไดอิจิจึงตกลงเข้าร่วมกันเก็บตัวครั้งนี้ด้วย  แม้จะต้องอยู่ท่ามกลางบรรยากาศและสายตาที่ไม่เป็นเท่าไหร่มิตรนักของโรงเรียนอื่นก็ตาม  (ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในโรงเรียนทั้งหมด  ทีมที่ส่งจิตอาฆาตมาให้พวกเขารุนแรงที่สุดก็คือเซย์ริน)

 

มันเป็นเรื่องปกติที่ชินเสียแล้วกับการพบเจอ  ด้วยชื่อเสียงที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ที่พวกเขาร่วมด้วยช่วยกันสร้างตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา  มันก็เป็นธรรมดาที่จะต้องถูกมองด้วยสายตาโกรธแค้น  แต่แม้ถูกแยกออกไปฝึกซ้อมกับกลุ่มอื่นๆ  หรือแม้แต่ในตอนที่พวกเขาต้องเข้าฐานฝึกแบ่งตามตำแหน่ง  ก็ดูเหมือนจะไม่มีคนไหนที่ดูสะทกสะท้านกับการโดนจิตสังหารทิ่มแทงมาจากทุกทิศทุกทางเลยแม้แต่น้อย  ไม่รู้จะบอกว่าเตรียมใจมาดีหรือเป็นพวกด้านชากันแน่

 

แต่เรื่องนั้นขอยกเอาไว้ก่อน  ปัญหาจริงๆ ตอนนี้ไม่ใช่สายตาจากคนที่เห็นตัวเป็นๆ อยู่ตรงหน้า  แต่เป็นอะไรบางอย่างจากสิ่งที่มองไม่เห็นต่างหาก

 

 

“ฉันสังเกตมาหลายคืนแล้ว  ทุกครั้งที่เรานอนกัน  มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ  เหมือนมีใครที่ไม่ใช่พวกเราอยู่ในห้องด้วยก็ไม่รู้”

 

“หา?”  ฮาระเลิกคิ้ว......แต่ไม่มีใครมองเห็นหรอก  เพราะมันถูกผมหน้าม้าสีเทานั่นบังเสียมิดหมดแล้ว  “ไร้สาระน่า  โรงแรมบ้านี่ถึงจะเก่าแต่การรักษาความปลอดภัยก็ดีใช้ได้  อีกอย่างถ้ามีอะไรหายไปจริงๆ พวกเราก็ต้องรู้สิ”

 

“ก็ไอ้ที่ฉันพูดถึงมันไม่ได้หมายถึงพวกขโมยยังไงเล่า!!!”

 

“ฉันไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย”

 

“นั่นก็เพราะว่าพอหัวถึงหมอนเมื่อไหร่นายก็หลับเป็นตายทุกทียังไงละวะ!!! ไอ้บ้าเซโตะ!!!”

 

 

โหวกเหวกโวยวายกันอยู่พักหนึ่ง  คนที่นั่งเงียบๆ มาตลอดก็เอ่ยขึ้นเบาๆ

 

 

“.........ฉันก็รู้สึกเหมือนกันนะ”

 

 

ฟุรุฮาชิ  โคจิโร่....Small Forward ประจำทีมผู้มีสีหน้าเรียบเฉยและดวงตาเหมือนปลาตายอยู่ตลอดเวลาเป็นเจ้าของประโยคนั้น  ดวงตาทุกคนหันกลับมามอง  ไพ่ที่เล่นค้างไว้เป็นอันต้องถูกพักลงกลางคัน  เพราะคำพูดของยามาซากิอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระเสียแล้ว  ในเมื่อมีคนที่รู้สึกได้มากกว่า 1 คน

 

 

“หมายความว่าไง  ฟุรุฮาชิ”

 

“มีอยู่คืนนึงฉันบังเอิญตื่นขึ้นมา  ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยหรี่ตามองว่ามีใคร  มันมีแต่ห้องโล่งๆ  ไม่เห็นอะไรเลย  ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าเดินไปเดินมา  แถมบางทียังได้ยินเสียงซุบซิบเหมือนคนคุยกันอยู่ในห้องด้วย”

 

“เหวอ   เอาจริงดิ่”

 

“จะว่าไป......”

 

 

ฮาระที่เมื่อครู่นี้เพิ่งพูดไปหยกๆ ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ  แต่ตอนนี้เหมือนกับว่าจะนึกอะไรสักอย่างออกได้ขึ้นมาบ้างแล้ว

 

 

“ขวดน้ำที่ฉันวางไว้หัวเตียงไม่คืน  ตื่นขึ้นมามันดันเปลี่ยนที่ด้วย”

 

“ไม่ใช่ว่านายละเมอปัดมันเองหรอกเหรอ”

 

“ไม่ใช่โว้ย  มันไม่ได้ล้ม!  แค่เปลี่ยนที่!  นายเข้าใจไหม  จากซ้ายไปขวา  ทั้งๆ ที่ขวดน้ำนั่นมันก็ยังตั้งอยู่เหมือนตอนที่ฉันวางมันแต่แรกนั่นแหละ”

 

 

ความเงียบเกิดขึ้นอย่างกะทันหันชั่วครู่หนึ่ง  ก่อนที่ทุกๆ คนในวงล้อมนั้นจะขนลุกซู่ขึ้นมาพร้อมกัน

 

 

“แปลกๆ แล้วนะแบบนี้”  ฮาระพึมพำ

 

 

“สรุปว่าพวกนายทุกคนเจอกันหมด?”  เซโตะเลิกคิ้ว

 

“ฉันบอกแล้วว่ามันมีอยู่จริงๆ”  ยามาซากิที่เป็นคนเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรกแสดงจุดยืน

 

“แต่มีอยู่คนนึงในห้องเราที่ตั้งแต่แรกจนป่านนี้ยังเงียบอยู่ไม่ใช่เหรอ”  เซโตะพูดขึ้นมาอีกครั้ง  “ทำไมพวกนายไม่ลองถามหมอนั่นดูบ้างล่ะ”

 

 

ว่าแล้วเซ็นเตอร์ของคิริซากิไดอิจิก็หันไปหาอีกหนึ่งสมาชิกที่ไม่ได้มาร่วมวงสนทนาด้วยและนั่งเช็คอะไรบางอย่างในมือถือเงียบๆ อยู่ตรงมุมห้องด้านในมาตั้งแต่ต้น

 

 

 

“ว่าไง  ฮานามิยะ  อยู่นี่มา 3 คืนนายเจออะไรกับเขาบ้างไหม”

 

 

“หา?”

 

 

คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์มือถือทำหน้าเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่  เขาเป็นเด็กหนุ่มผมสีดำ  ผิวขาวจัดเหมือนลูกคุณหนูแต่มีกล้ามเนื้อกระชับแน่นตามแขนขาเหมือนอย่างที่นักกีฬาที่ดีควรจะมี  ต่อให้นับเรื่องคิ้วที่เป็นเอกลักษณ์แล้วก็ยังต้องถือว่าฮานามิยะ  มาโคโตะเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่งทีเดียว  การเรียนก็อยู่ในระดับท็อป  คนที่เรียกได้ว่าเป็นมันสมองของทีมบาสคิริซากิไดอิจิ  แต่นอกจากลักษณะนิสัยที่สุภาพเรียบร้อยซึ่งเป็นเพียงหน้ากากภายนอกแล้ว  ฮานามิยะยังมีอีกด้านหนึ่งที่เป็นตัวร้ายขนาดเรียกกันในวงการบาสเก็ตบอลว่าเป็น “แบดบอย”  ผู้ชายร้ายกาจที่มีความสุขกับการได้เห็นความทุกข์ของคนอื่น  ตัวการที่ทำให้ทีมบาสของคิริซากิไดอิจิถูกเรียกได้ว่าขึ้นชื่อเรื่องการเล่น “Rough Play” ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน....เขานี่แหละ

 

ฮานามิยะดูไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่ถูกขัดจังหวะแถมยังโดนลากเข้าไปอยู่ในวงสนทนาที่เขาไม่ได้สนใจ  ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายๆ แบบที่คนร่วมทีมเห็นกันจนชิน  พอๆ กับที่ชินรอยยิ้มสุภาพเหมือนเด็กหนุ่มที่นิสัยดีมีกาลเทศะที่อีกฝ่ายมีให้กับพวกอาจารย์หรือคนอื่นๆ ในโรงเรียนนั่นแหละ

 

 

“เฮอะ!  ผีเผอที่ไหน  ไร้สาระ”

 

“ฉันว่าแล้ว  หมอนี่ไม่เจออะไรหรอก”  ฮาระยักไหล่  “ผีที่ไหนจะกล้าหลอกฮานามิยะ  ถ้ากล้าก็คงเป็นผีที่โง่น่าดู”

 

“เฮ้ย!  หมายความว่าไงวะ”

 

“ฉันก็ว่างั้นแหละ”

 

“ฉันก็เหมือนกัน”

 

 

กลับกลายเป็นว่าทุกคนดันมีความคิดเห็นตรงกันไปเสียอย่างนั้น  ฮานามิยะรู้สึกหงุดหงิดจนต้องจิ๊ปาก

 

 

“ชิ!  เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ  พวกแกนอนกันได้แล้ว  วันพรุ่งนี้จะมีมินิเกม  ถ้าใครคนใดคนหนึ่งในพวกแกทำให้ทีมเสียชื่อละก็  กลับไปโดนฝึกพิเศษแน่”

 

“โหดเหมือนเคย”

 

 

ยามาซากิพึมพำเบาๆ 

 

 

พอเหลือบดูเวลา  นาฬิกาที่แขวนอยู่ตรงข้างฝาก็บอกว่าตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาเยอะมากแล้วจริงๆ  ด้วยนิสัยของเด็กมัธยมปลาย  ต่อให้พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าแค่ไหนแต่ก็คงไม่มีทางที่จะนอนหัวค่ำกันเป็นแน่  แต่ความเหน็ดเหนื่อยจากการเข้าค่ายที่สะสมกันมาหลายวัน  ทำให้คนอื่นๆ ต่างก็ล้มเลิกวงสนทนาแล้วแยกย้ายกันไปเข้านอน 

 

พวกเขาหันหัวชนกัน  แบ่งที่นอนกันเป็น 2 ฟาก  ฝั่งหนึ่งมียามาซากิ  ฟุรุฮาชิ  และเซโตะ  อีกฝั่งเป็นฮาระกับฮานามิยะ  เรียงลำดับตั้งแต่หน้าประตูเข้ามาถึงด้านใน  ลำดับพวกนี้เป็นไปอย่างมั่วซั่วตามแต่ว่าใครจะอยากนอนตรงไหนในการเข้าค่ายครั้งนั้นๆ  ยกเว้นก็แต่ฮานามิยะที่จองที่นอนด้านในสุดติดกับผนังเสมอ 

 

พอทุกคนประจำที่กันหมดเรียบร้อยแล้ว  ฮาระที่อยู่ใกล้สวิตซ์ไฟกลางห้องมากที่สุดก็ลุกขึ้นกระตุกเชือกให้ไฟปิด  ห้องทั้งห้องตกอยู่ใต้แสงจันทร์มืดสลัวทันที 

 

เสียงพึมพำราตรีสวัสดิ์ดังขึ้นอยู่ชั่วระยะหนึ่ง  ก่อนที่มันจะกลายเป็นความเงียบงัน

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้  ห้องกว้างเหลือเพียงแค่เสียงเข็มนาฬิกาที่เดินเป็นจังหวะในความเงียบ  แสงจันทร์ที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้มองเห็นภายในห้องได้ไม่ชัดนัก  เงาของกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ด้านนอกที่ทอดยาวเข้ามาเป็นเหมือนมือของอสุรกายในจินตนาการที่ทำให้รู้สึกกลัวเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก  ลมหายใจแผ่วเบาของคนในห้องแสดงให้รู้ว่าทุกคนหลับกันหมดเพราะความเหนื่อยล้า  มันเหมือนเป็นคืนที่เงียบสงบและไม่มีเหตุการณ์ใดๆ  แต่อึดใจใหญ่ต่อจากนั้น  สิ่งที่ได้ยินก็ไม่ได้มีแต่ความเงียบและเสียงเข็มนาฬิกาอีกต่อไป

 

 

ระเบียงไม้ด้านนอกส่งเสียงดังเอี๊ยด  มันจะดังแบบนี้ก็ต่อเมื่อมีใครสักคนกำลังเดินอยู่ตรงระเบียง  ซึ่งแน่นอน....มีใครคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ด้านนอกนั่นแน่ๆ   เพราะฮานามิยะ  มาโคโตะที่ยังไม่หลับได้ยินเสียงฝีเท้าลอดเข้ามาในประสาทหูของเขาอย่างถนัด  ฝีเท้านั้นก้าวช้าๆ แต่สม่ำเสมอ  ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  ก่อนจะหยุดลงตรงตำแหน่งที่เป็นประตูห้องของเหล่านักกีฬาคิริซากิไดอิจิพอดิบพอดี

 

เงาของใครคนหนึ่งทาบทับลงบนประตูส่วนบนที่ค่อนข้างโปร่งแสง  ร่างปริศนายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น  ก่อนประตูที่ไม่ได้ล็อกจะค่อยๆ ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา 

 

เสียงประตูเปิดออกแล้วปิด  ฮานามิยะนอนหลับตาฟังฝีเท้าที่หยุดยืนนิ่งสักพักหลังจากปิดประตูเข้ามาในห้อง  รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของใครสักคนที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในห้องนี้มาตั้งแต่แรกอย่างชัดเจน  ฝีเท้านั้นเริ่มขยับเคลื่อนไหวอีกครั้งหลังจากหยุดไปพักหนึ่ง  ค่อยๆ เดินช้ามาตามทางเดินที่เว้นไว้  ลึกเข้ามาในห้อง...ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  ก่อนจะหยุดลงตรงหัวนอนของเขา

 

 

ฮานามิยะ  มาโคโตะลืมตา   เงาของใครคนหนึ่งก้มมองลงมาสบตากันกับเขาพอดี

 

 

“มาอีกแล้วเรอะ”

 

 

เขากระซิบกับเงานั้นเบาๆ

 

 

“สวัสดีครับ”

 

 

เงานั้นกระซิบตอบ

 

 

แสงจันทร์ค่อยๆ สว่างขึ้นเนื่องจากเมฆที่บดบังเคลื่อนหายไป  สว่างพอจะทำให้มองเห็นอะไรๆ ในห้องได้ถนัด  เงาที่ยืนอยู่ตรงหัวนอนของเขานั้นเป็นเด็กหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่ง  ใบหน้าที่มองลงมานั้นเรียบเฉยติดจะไร้อารมณ์  ดวงตาคู่โตสีฟ้าอ่อน  และเรือนผมสีเดียวกัน

 

 

 

คุโรโกะ  เทตสึยะ......

ผู้เล่นมายาหมายเลข 11 ของเซย์ริน

 

 

 

เป็นเรื่องที่รู้กันในหมู่นักกีฬาบาสเก็ตบอลระดับมัธยมปลายว่าคิริซากิไดอิจิกับโรงเรียนมัธยมปลายเซย์รินมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีต่อกันนัก  แม้อันที่จริงแล้วจะไม่มีโรงเรียนไหนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทีมของฮานามิยะเลยก็เถอะ  แต่กับเซย์รินนั้นมันแย่ยิ่งกว่าโรงเรียนไหนๆ  เนื่องด้วยการแข่งขัน Winter cup ที่ผ่านมา  ที่คิริซากิไดอิจิเป็นต้นเหตุในการทำให้เข่าของคิโยชิใช้การไม่ได้จนต้องไปเข้ารับการผ่าตัดถึงอเมริกา  แม้การผ่าจะเรียบร้อยดีแล้วก็ต้องพักฟื้นและรักษาอย่างต่อเนื่องไปอีกนาน  หมดโอกาสในการเล่นบาสร่วมกับเพื่อนๆ ที่เหลือไปโดยสิ้นเชิง  ความแค้นครั้งนี้ไม่อาจมีใครให้อภัยได้  แล้วถ้าอย่างนั้น  ทำไมคุโรโกะ  เทตสึยะที่เป็นหนึ่งในทีมบาสเซย์รินและในระหว่างการแข่งขันก็แสดงออกชัดว่าโกรธฮานามิยะมากกว่าใครถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

 

เรื่องนั้นขอเก็บเอาไว้อธิบายในโอกาสต่อไป

 

 

“เปิดผ้าห่มให้ผมเข้าไปอยู่ด้วยสักทีได้ไหมครับ  ก่อนที่คนอื่นๆ จะตื่นขึ้นมา”

 

“เฮอะ!  ไม่อยากให้ใครเห็นแล้วอุตส่าห์มาถึงนี่ทำไม”

 

 

ถึงจะปากร้ายอย่างนั้นแต่ก็ยอมขยับตัวเปิดผ้าห่มให้แต่โดยดี  คุโรโกะพึมพำขอบคุณ  สอดตัวเข้าไปนอนตะแคงใต้ผ้าห่มด้านที่ติดกับกำแพง  ขยับนิดหน่อยให้ได้ท่าที่สบาย  ก่อนฮานามิยะจะตวัดปลายผ้าให้คลุมทั้งตัวของอีกฝ่าย  อ้อมแขนกอดร่างที่เล็กกว่านั้นเอาไว้ในอกได้พอดิบพอดี  ใช้ทั้งผ้าห่มและตัวเขาเองบังคุโรโกะให้พ้นจากสายตาของใครก็ตามที่อาจจะบังเอิญตื่นมามอง 

 

อากาศตอนกลางคืนของหน้าร้อนแม้จะเย็นกว่าช่วงกลางวันแต่ก็ไม่ได้นับว่าสบาย  การที่ผู้ชาย 2 คนมานอนชิดติดกันในผ้าห่มผืนเดียวที่ต้องคลุมแทบทั้งตัวทั้งแต่หัวจรดเท้านั้นไม่ใช่เรื่องสนุกเลยแม้แต่นิดเดียว  แต่น่าแปลกที่คนปากร้ายอย่างฮานามิยะกลับไม่บ่นอะไรออกมาสักคำ หมอนมีแค่ใบเดียว  ดันนั้นคุโรโกะจึงจำเป็นต้องนอนหนุนแขนของอีกฝ่าย  เพราะส่วนสูงที่น้อยกว่านิดหน่อยทำให้ศีรษะอยู่บริเวณอกของฮานามิยะพอดิบพอดี  ผู้เล่นมายาของเซย์รินขยับตัวอีกนิด  แม้ท่านอนแบบนี้ทำให้เนื้อตัวต้องแนบชิดกันแทบทุกส่วนแต่ทั้ง 2 ฝ่ายกลับไม่มีทีท่าอึดอัดขัดเขินแต่อย่างใด  คนตัวเล็กกว่ายกมือขึ้นกำอกเสื้อของฮานามิยะเอาไว้โดยอัตโนมัติเหมือนเป็นนิสัยที่ทำจนชิน  เปลือกตาหลับลง  ทำท่าจะเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

“เฮ้”

 

 

เสียงฮานามิยะกระซิบเบาๆ

 

 

“มาถึงก็จะนอนเลยหรือไง”

 

 

คุโรโกะปรือเปลือกตาขึ้นนิดๆ

 

 

“จะให้ทำอะไรอีกละครับ  ผมเหนื่อยแล้วก็ง่วงจะตายอยู่แล้ว”

 

“ได้ยินว่าวันนี้เกือบจะเป็นลมกลางคันอีกแล้วไม่ใช่หรือไง  ร่างกายจะอ่อนแอไปถึงไหนกัน  คุโรโกะคุง~”

 

“ก็แค่อากาศร้อนหรอกครับ”

 

 

คุโรโกะพึมพำ  ซุกหน้าเข้ากับอกกว้างให้มากขึ้น  รู้สึกได้ถึงฝ่ามือแข็งแรงที่ลูบขึ้นลงเบาๆ อยู่ที่แผ่นหลัง  ให้ความรู้สึกสบาย

 

 

“เหนื่อยขนาดนี้ยังอุตส่าห์มาที่นี่ได้ทุกคืน  ไม่กลัวพวกรุ่นพี่คนสำคัญของนายตื่นมาเจอหรือไง  เด็กดี”

 

 

คุโรโกะนิ่วหน้ากับคำเรียกที่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรก็ดูเหมือนการแหย่ให้โกรธชัดๆ  เขาถอนหายใจเบาๆ  พยายามทำใจว่านิสัยอีกฝ่ายก็เป็นอย่างนี้แหละ  เรื่องยั่วให้คนอื่นโมโหล่ะถนัดไม่มีใครเกิน

 

 

“ไม่มีใครรู้หรอกครับ  ผมรอทุกคนหลับกันหมดก่อนแล้วค่อยออกมา”

 

“เฮอะ!  แต่ทางนี้น่ะเกือบจับได้แล้วนะ  อย่าคิดว่าคิริซากิไดอิจิจะมีแต่คนหัวทื่อเหมือนโรงเรียนนายสิ”

 

“พวกรุ่นพี่กับคนอื่นๆ ในทีมผมไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”   คุโรโกะพึมพำ  “.......อาจจะยกเว้นคางามิคุง”

 

 

ฮานามิยะหัวเราะหึๆ  กระชับอ้อมแขนกอดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น  วางคางลงบนกลุ่มผมนุ่มก่อนจะกระซิบต่อ

 

 

“เพราะเมื่อคืนก่อนนายเผลอเดินเตะขวดน้ำของฮาระนั่นแหละ”

 

“ก็มันมืดนี่ครับ  อีกอย่างผมก็วางไว้เหมือนเดิมแล้วนะ”

 

“มันสลับที่กันต่างหากล่ะ  บา~กะ”

 

“อุ่ก...”

 

 

นั่นก็เป็นอีกหนึ่งคำพูดติดปากของฮานามิยะ  มาโคโตะ  แม้จะได้ฟังตั้งหลายครั้งแล้วแต่ไม่ว่าเมื่อไหร่คุโรโกะก็ยังต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจอยู่ดี

 

 

“เขาว่าคนที่บอกว่าคนอื่นบ้านั่นน่ะเป็นคนบ้าเสียเองนะครับ  ฮานามิยะซัง”

 

“นายนั่นแหละ  บา~กะ  กลัวจะโดนจับได้แท้ๆ ยังอุตส่าห์แอบมาจนถึงนี่  อยากรู้นักว่าถ้ารุ่นพี่ที่รักของนายรู้เข้าจะทำหน้าแบบไหนกัน”

 

“ช่วยไม่ได้นี่ครับ  อีกแค่ไม่กี่วันการเข้าค่ายครั้งนี้ก็จบ  โอกาสที่จะได้นอนด้วยกันแบบนี้ก็จะหมดลงแล้วนี่นา” 

 

“ใครว่าหมด  ก็บอกว่าให้ไปที่คอนโดไงล่ะ  สมองนายนี่เล็กยิ่งกว่าเม็ดถั่วอีกหรือไง  แค่นี้ยังจำไม่ได้”

 

“ไม่ใช่ว่าจำไม่ได้  แต่ใครจะไปให้โง่ล่ะครับ”

 

“โฮ่ย!”  ฮานามิยะคิ้วกระตุก  “หมายความว่ายังไงน่ะ  คุโรโกะคุง”

 

“เอ็บอ๊ะอั๊บ (เจ็บนะครับ)”

 

มือหนาดึงแก้มของอีกฝ่ายจนยืดติดมือ  คุโรโกะลูบแก้มตัวเองป้อยๆ หลังจากที่ฮานามิยะยอมปล่อย

 

 

“เรื่องอะไรจะไปละครับ  ผมรู้หรอกว่าคุณจะทำอะไร”

 

“รู้ทั้งรู้แต่ก็ไม่ยอมหนี  ยังอุตส่าห์มาหาฉันได้ทุกคืนๆ  จริงๆ แล้วนิสัยนายก็ใช่ย่อยเลยนะ”

 

“เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกันครับ”

 

 

ปลายนิ้วขาวลูบเนื้อผ้าตรงหน้าอกของคนที่กอดอยู่เล่นเบาๆ  การกระทำที่ฮานามิยะรู้ดีว่าคุโรโกะไม่ได้มีเจตนาอะไร  แต่ก็สร้างความปั่นป่วนบางอย่างขึ้นกับร่างกายเขาเนื่องด้วยอีกฝายนอนอยู่ใกล้แค่นี้  สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมและไออุ่นจากเนื้อตัวกันและกันได้ดี  มือที่ซนเกินไปนั่นจึงต้องถูกหยุดไว้ด้วยมือใหญ่ที่จับเอาไว้มั่น

 

 

“คนละเรื่องกันยังไง”  เขาถามเบาๆ

 

“ก็ถ้าเป็นที่นี่  ผมมั่นใจว่าฮานามิยะซังคงไม่ทำอะไรผมแน่ครับ”

 

“โฮ่  แน่ใจเหรอ  ถ้าอย่างนั้นฉันจับนายปล้ำตอนนี้เลยดีไหม  ไหนๆ ทุกคนก็หลับกันหมดแล้วนี่”

 

“คุณไม่ทำหรอกครับ”

 

“ลองดูกันไหมล่ะ”

 

 

ดวงตา 2 คู่จ้องกันอยู่ในความมืด  ดวงตาสีฟ้าใสคู่โตสบกับดวงตาคมกริบอีกคู่ที่อยู่ใกล้กันราวอากาศกั้นนิ่งราวกับจะวัดใจ  แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับทำอะไร   ฮานามิยะก็ต้องกลั้นหายใจเฮือก  เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมที่นอนอยู่ห่างออกไปขยับลุกขึ้นมาจากที่นอน

 

 

“ฮานามิยะ....?”

 

 

เสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้นเบาๆ  ก่อนหน้านั้นฮานามิยะจัดการตวัดผ้าห่มคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าของคุโรโกะแล้วกอดทับไว้อีกชั้น  มือวางอยู่บนหลังศีรษะของอีกฝ่ายแล้วกดให้แนบลงมากับอก  เหมือนจะรู้หน้าที่  คนที่เถียงกับเขาอยู่เมื่อครู่นี้ปิดปากเงียบแล้วพยายามกลบเกลื่อนตัวตนของตัวเองทันที 

 

 

“มีอะไรเหรอ  ยามาซากิ”

 

 

ฮาระที่นอนอยู่ฝั่งเดียวกับเขาแต่ห่างออกไปเพราะห้องด้านนี้นอนกันแค่ 2 คนน่าจะได้ยินเสียงเลยตื่นขึ้นมาถามด้วย  ฮานามิยะ  มาโคโตะได้ยินเสียงเพื่อนร่วมทีมคุยกันเบาๆ อยู่ในความมืด

 

 

“เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง  น่าจะดังมาจากทางฮานามิยะ  เลยลุกขึ้นมาถามดู”

 

“หมอนั่นหลับไปแล้ว  ไม่มีอะไรหรอกน่ะ  นายนอนเถอะ”

 

“แต่ว่า.....”

 

“อย่าปอดแหกไปหน่อยเลย  ถ้ามีผีจริงๆ ก็ให้มันรู้ไปสิ  เรามีกันตั้งหลายคน  นายคงจะแค่หูฝาดนั่นแหละ  นอนเถอะ  พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”

 

“......ก็ได้”

 

 

แล้วเสียงเหล่านั้นก็เงียบไป  พร้อมกับเสียงขยับเบาๆ ของฟูกที่ดังขึ้นให้รู้ว่า 2 คนนั้นคงกลับเข้าไปนอนเหมือนเดิม

 

ความเงียบคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง  คราวนี้ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ ในห้องอีกเลย  ฮานามิยะนอนลืมตาอยู่ในความมืด  เขาหันหลังให้กับฮาระแถมยังอยู่ติดกับกำแพง  เลยทำให้ไม่มีใครเห็นว่าเขายังคงตื่นอยู่  เซโตะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามผล็อยหลับไปตั้งแต่หัวถึงหมอนแล้ว  ฟุรุฮาชิก็เป็นคนนอนดี  ถ้าได้หลับครั้งนึงจะไม่ค่อยตื่นจนถึงเช้า  นอกจาก  2  คนนั้นที่นอนไวกว่าคนอื่น  ที่เหลือก็คงไม่มีปัญหาอะไร

 

เวลาผ่านไปพักใหญ่  ไม่รู้ว่านานแค่ไหนหลังจากนั้น  แต่เสียงต่างๆ เงียบไปหมดแล้ว  และเหลือเพียงลมหายใจที่ดังเป็นจังหวะแผ่วเบาของคนในห้อง  ฮานามิยะถอนหายใจเบาๆ  ตั้งท่าว่าจะหลับบ้าง  เสียงกระซิบของคนที่อยู่ในอกก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

“ผมบอกแล้ว  ฮานามิยะซังไม่ทำอะไรหรอกครับ”

 

“............ยังไม่หลับอีกหรือไง”

 

 

เขาก้มหน้าลงมอง  เห็นนัยน์ตาสีฟ้าคู่โตมองช้อนขึ้นมา  คุโรโกะยิ้มบางๆ  ไม่ได้ตอบคำถามแต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน

 

 

“คืนพรุ่งนี้คืนสุดท้ายแล้ว  ผมยังจะมาที่นี่ได้อีกหรือเปล่าครับ”

 

 

เพิ่งเกือบจะโดนจับได้ไปเมื่อกี้นี้เองแท้ๆ  แต่ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลยนะ  หมอนี่

 

ฮานามิยะถอนหายใจเบาๆ

 

 

“อยากทำอะไรก็ทำ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

อ้อมแขนแข็งแรงของนักกีฬากระชับคนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขนแน่นขึ้น  ไม่สนใจสักนิดว่าอากาศจะร้อนแค่ไหน  ราวกับไม่ว่ารอบด้านจะเป็นอย่างไร  ก็ขอแค่ได้กอดอีกฝ่ายเอาไว้อย่างเดียวก็พอ

 

 

 

“นอนได้แล้ว  เทตสึยะ”

 

 

 

จูบหนักๆ กดทับลงมาที่หน้าผาก  คุโรโกะ  เทตสึยะหลับตาลงอย่างว่าง่าย

 

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ  มาโคโตะซัง”

 

“อือ”

 

 

เพียงไม่นานเท่านั้น  คน 2  คนที่กอดกันแน่นอยู่บนที่นอนผืนเล็กๆ ชิดริมห้องก็หลับลงแทนจะพร้อมกัน  ทีนี้ก็เหลือเพียงความเงียบ  เสียงเข็มนาฬิกา  และลมหายใจที่ดังเป็นจังหวะในห้องมืดๆ ห้องนั้นของจริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุโรโกะกับฮานามิยะตื่นมาก่อนที่จะมีใครก็ตามในค่ายนั้นลืมตาตื่นขึ้นครึ่งชั่วโมง  หลังจากส่งอีกฝ่ายให้เดินกลับห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว  ฮานามิยะก็ไปล้างหน้าแปรงฟัน  ทำภารกิจส่วนตัว  เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ถึงเวลาปลุกคนอื่นๆ ที่เหลือให้ตื่นกันพอดี

 

 

เรื่องเสียงกระซิบกับฝีเท้าปริศนาที่วนเวียนอยู่ในห้องพักของคิริซากิไดอิจิทุกค่ำคืนนั้นเดิมทีเป็นเรื่องที่ตั้งใจให้รู้กันแค่ในกลุ่ม  แต่เช้าวันต่อมาระหว่างที่ยามาซากิกับฮาระคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง  ทาคาโอะ  คาซึนาริ...Point Guard  ของชูโตคุที่ผ่านมาได้ยินเข้าบังเอิญเกิดสนใจเลยเข้ามาร่วมวงฟังด้วย  แล้วหลังจากนั้นข่าวลือที่ว่าพวกคิริซากิไดอิจิเจอผีในห้องพักก็กระจายไปทั่วทั้งค่ายภายในเวลาชั่วพริบตาเดียว 

 

ต้นเหตุจริงๆ ของเสียงที่พวกเขาได้ยินในค่ำคืนนั้นยังเป็นปริศนาจนกระทั่งสิ้นสุดการเข้าค่ายฝึกซ้อม  แต่ที่แน่ๆ   คนไขปริศนาของเรื่องนี้ได้มีอยู่ 2 คน

 

 

 

ฮานามิยะ  มาโคโตะกับคุโรโกะ  เทตสึยะนั่นเอง

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------

 

 

 

แอนโธมีเหลืออีกเล่มไม่ยอมแต่ง  มานั่งแต่งอะไรก็ไม่รู้ TAT โฮรววววววววววววววววว //เอาหัวโขกกำแพง  สำนึกผิดซะ!!!!!!!!

 

แต่ฮานะคุโระคือดีงามจริงๆค่ะ  อดใจไม่ไหวเลยขอซักหน่อยเถอะ  ถ้ามีเวลาว่างอาจจะมี One shot เรื่องต่อๆไปของคู่นี้คลอดออกมา  แต่ตอนนี้ต้องแวบไปปั่นแอนโธต่อก่อนนะคะ ฟิ้ววววววววววววววววววว 

 
 

ผลงานอื่นๆ ของ CoffeeMate in D

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 Bam_TFboys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:00
    เเต่ง ดีมากกกกกกก เรสเปคเลยอะ❤️❤️❤️❤️❤️
    #14
    0
  2. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 09:34

    น่ารักสุดๆไปเลยค่ะ
    #13
    0
  3. วันที่ 5 เมษายน 2562 / 15:00
    กลับมาอ่านอีกรอบก็เขินเหมือนเดิมอ่ะฮื่ออออออออ เป็นคู่ที่แรร์แต่โคตรมีเสน่ห์ เราชอบมากจริงๆนะเนี่ย55555
    #12
    0
  4. วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 17:32
    ดีงามจริงๆค่ะ คู่แรร์มาก แต่อ่านแล้วเพลินดีค่ะ ไรท์แต่งได้นิสัยเหมือนตลค.มากๆเลย จริงๆนี่ชอบที่ไรท์เอาตลค.อื่นในคิริไดฯมาใส่ด้วย รู้สึกว่าทีมนี้มันน่าสนใจดีแฮะ ชอบที่น้องครกแอบมาหาในความมืด น่ารักดีค่ะ
    #11
    0
  5. #10 looky39
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 21:31
    สนุกมากเลยค่ะ><



    หลงรักคู่นี้เข้าซะแล้วสิ////
    #10
    0
  6. วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 06:40
    ทาคาโอะรู้โลกรู้สินะ
    #9
    0
  7. #8 Hana
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 23:12
    โหย น้องทำชาวบ้านเค้ากลัวกันหมดแล้วเนี้ย ถถถถ

    คู่นี้เป็นอะไรที่แรร์มาก
    #8
    0
  8. #7 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 20:56
    กริ๊ดดดดดดดดดด!!!! เป็นคู่ที่น่ารักและหายากสุดๆ.
    #7
    0
  9. #6 wboo
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 19:05
    ชอบบบบบ แต่งได้น่ารักมากๆเลยยยยยย
    #6
    0
  10. #5 Bfhhbsahk,bigger
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2558 / 15:29
    อัยยะ แรร์มากก น่ารักดี
    #5
    0
  11. #4 PrincessDark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 22:39
    กริ๊ดดดดดด!!!!!อ๊ายยยยยคู่แรร์~~~~ ชอบคู่นี้///ดิ้นแปบ ฮานะมิยะเรื่องนี้น่ารักมากกกกกกก(กอไก่ล้านตัว)
    #4
    0
  12. วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 20:16
    สรุปว่าผีน้อยก็คือเท็ตจังนั่นเองงงง
    จริงๆชอบคู่นี้นะ แต่แรร์ซะเหลือเกินนนน T^T
    ฮานะคุโร เป็นอะไรที่แบบ ... ฮานะเหมือนจะ S หน่อยๆ (รึเปล่า?) 5555.
    #3
    0
  13. #2 Baicha's heart (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 19:35
    ชอบบบบบ ปกติไม่ค่อยเจอคู่นี้55 วันนี้มีโอกาสได้อ่านบอกเลยว่าถูกใจ น่ารักไปอีกแบบ กลับจากค่ายนายไปนอนคอนโดฮานามิยะเถอะคุโรโกะ ถือว่าใบชาขอ55
    #2
    0
  14. #1 Baicha's heart (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 19:35
    ชอบบบบบ ปกติไม่ค่อยเจอคู่นี้55 วันนี้มีโอกาสได้อ่านบอกเลยว่าถูกใจ น่ารักไปอีกแบบ กลับจากค่ายนายไปนอนคอนโดฮานามิยะเถอะคุโรโกะ ถือว่าใบชาขอ55
    #1
    0