ตอนที่ 36 : Chapter 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    1 พ.ค. 62


               หญิงสาวผมสั้นลงจากรถมายืนหันซ้ายหันขวาอยู่เหมือนกำลังสับสน เธอเห็นหญิงร่างท้วมสวมผ้าถุงอายุน่าจะสักสี่ถึงห้าสิบปีเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเหมือนเป็นห่วงเป็นใย

               “หลงทางรึเปล่าหนู” 

               “ค่ะ พอดีว่ากำลังจะไปบ้านเพื่อนแต่หลงเข้ามาในซอยนี้ แถมรถก็เป็นอะไรขึ้นมาไม่รู้ เลยต้องมาหาคนช่วย”

               “แย่เลย พอดีป้ามีคนรู้จักเป็นช่างอยู่แถวนี้ เดี๋ยวจะให้เขามาช่วยดูให้นะ” คุณป้าชาวบ้านเสนออย่างใจดี “แล้วเพื่อนหนูในรถล่ะ”

               “เธอบอกว่าข้างนอกมันร้อนเลยอยากรอในรถ จะได้เฝ้ารถไว้ให้ด้วย… แล้วช่างที่ป้าบอกอยู่ไกลไหมคะ” 

               “ไม่ไกลหรอกจ้ะ หนูมากับป้าแล้วกัน เดี๋ยวนี้โจรมันเยอะ เดินไปคนเดียวมันอันตราย”

               “ขอบคุณค่ะ”

               สาวร่างเพรียวในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นลำลองเดินตามหลังหญิงร่างท้วมไปเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านหลังหนึ่งที่น่าจะเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ เธอเห็นคุณลุงไว้หนวดผิวเข้มกำลังถอดชิ้นส่วนของรถเก่าๆ คันหนึ่งอยู่กับชายหนุ่มอีกหลายคน รอบๆ เต็มไปด้วยเครื่องมือช่างที่วางกองบนพื้น ด้านหลังกระจกรถมีภาพเก่าๆ แปะอยู่ตรงคอนโซล

               “คุณสุวิทย์ มีลูกค้ามาแน่ะ”

               สุวิทย์ ละสายตาจากงานของตนเองหันมอง พร้อมกับชายหนุ่มทั้งหมดก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักเช่นกัน เขาโยนบุหรี่ในปากทิ้งแล้วเดินเข้ามาใกล้ 

               “มีอะไรให้ช่วย”

               “รถของแม่หนูนี่จอดอยู่ทางโน้น น่าจะมีปัญหา”

               “ไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ”

               “ได้สิ แต่ลุงขอหยิบเครื่องมือก่อน” 

               ชายสูงวัยทำท่าจะเดินกลับเข้าไปด้านใน

               “พวกลุงมีคนแค่นี้เหรอคะ” 

               หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้ม 

               “ทำงานกันไหวเหรอ”

               “หมายความว่ายัง…ไง” 

               ตุบ 

               วัตถุขนาดลูกบาสหล่นกระทบพื้นกลิ้งกลุกๆ แล้วหยุดลงที่ด้านหลังฝ่าเท้าของสุวิทย์ เขาหันกลับมาอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นศีรษะของหญิงสูงวัยอยู่แทบเท้า เลือดข้นสีแดงฉานสาดกระจายไหลนองเต็มพื้นปูนจนซึมเป็นรอยคล้ำเข้ม

               “กะ แก! ”

               ชายหนุ่มทั้งหลายต่างวิ่งมารวมตัวกับชายไว้หนวด ยืนประจันกับ ฝน ที่แลบลิ้นเลียเส้นลวดในมือซึ่งยังมีคราบเลือดติดอยู่ บรรยากาศน่าพิศวงก่อตัวขึ้นรอบร่างเพรียวบางอย่างรวดเร็ว

               “ใครส่งพวกเจ้ามา” 

               เธอถาม เสียงเยียบเย็นกว่าเดิม เหวี่ยงตัวขึ้นไปนั่งไขว่ห้างบนกระโปรงรถเก่าขึ้นสนิมในบ้านของสุวิทย์ นัยน์ตาวาววับ 

               “ทำไมถึงมาสอดแนมพวกเรา”

               “พะ พูดเรื่องอะไร เราเป็นมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น แกน่ะเป็นใครกันแน่ นังปีศาจ! ” 

               ฉึก!

               มีดสั้นคมกริบปักเข้ากลางกระหม่อมของชายหนุ่มในชุดสีมอซอสำหรับซ่อมรถด้านหลังของสุวิทย์อย่างแม่นยำ โจมตีทีเดียวทะลุเข้ากระโหลกล้มตึงไปอีกราย 

               หญิงสาวผู้ลงมือยังนั่งอยู่ที่เดิม มือเรียวได้รูปหมุนมีดขนาดเล็กเล่นอย่างเพลิดเพลิน

               สุวิทย์ก้าวถอยหลัง นัยน์ตาปูดโปนเหลือกถลน

               “แกเป็นใครกันแน่”

               ‘ฝน’ ไม่ตอบ แต่พิจารณาในใจว่าพวกนี้คงเป็นของใช้แล้วทิ้งไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก คงไม่สามารถให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ได้สักเท่าไร

               “เอาละ ถ้าแกบอกสิ่งที่รู้ออกมาให้หมดข้าอาจจะไว้ชีวิตก็ได้” 
หญิงสาวยื่นข้อเสนอ 

               “ข้าเป็นคนใจดี เพราะฉะนั้นจะให้โอกาสแกด้วย” 

               บนมือของเธอปรากฏเป็นกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กพอให้คีบไว้ระหว่างนิ้วมือได้ และที่ปลายกระบอกไม้ไผ่ก็มีจิ้งจอกสีดำโผล่ออกมา ปากของมันคาบเอาเงาดำๆ เงาหนึ่งไว้ 

               “ข้าไม่ประมาทพอจะออกห่างจากคนที่ต้องคุ้มครองมาเฉยๆ หรอกนะ”

               ในตอนนั้นเอง เงาดำอีกหลายสิบตนก็โผล่ออกมาล้อมรอบสาวผมสั้นเอาไว้ พวกมันส่งเสียงหวีดหวิวเหมือนผีเปรต ง้างกรงเล็บพุ่งถลันเข้าใส่ทันที

               ร่างเพรียวเหวี่ยงตัวอย่างปราดเปรียว ปีกสีดำงอกจากกลางหลังแผ่ออกอย่างสง่างาม เธอบินขึ้นบนฟ้าแล้วปามีดสั้นลงมาราวกับห่ากระสุนอันแหลมคม

               เสียงหวีดแหลมของพรายสิงสู่ดังระงม เงาดำจำนวนมากสลายตัวหายไปภายในเวลาไม่ถึงนาที ร่างของสุวิทย์ยืนตะลึงอย่างหวาดกลัว ตัวสั่นสะท้านแทบล้มลง

               “ชิเนะ (ตายซะ)“ 

               ฉับพลันนั้นคล้ายมีเงาสีดำโฉบผ่าน เสียงกรีดอันคมกริบแหวกผ่านอากาศ ตามด้วยเสียงวัตถุถูกสะบั้นขาดร่วงหล่นลงพื้นดัง ตุบ! พร้อมเพรียงกัน แล้วร่างดำมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นก็ล้มกองทับกันระเนระนาดส่งกลิ่นคาวน่าคลื่นเหียนไปทั่ว

               ชั่วพริบตาถัดมา สุวิทย์ก็พบว่าเส้นลวดที่มีเลือดหยดนั้นแนบอยู่กับลำคอของตนเอง

               “เหลือแกตัวเดียวแล้ว” 

               เสียงเยียบเย็นกล่าว จิตสังหารแผ่ซ่าน 

               “โอกาสสุดท้าย จะพูดหรือไม่พูด”

               “ข้าแค่ทำตามคำสั่ง… ”

               “คำสั่งของใคร”

               ฟิ้ว! 

               เสียงวัตถุมุ่งร้ายพุ่งผ่านอากาศมาอย่างรุนแรงนั้นทำให้เทงงูสาวดีดตัวหลบรัศมีการลอบโจมตีทันที! 

               ลูกธนูสีทองอัดแน่นด้วยพลังเวทสูงส่งปักทะลุเข้ากระโหลก ด้านข้างของสุวิทย์แม่นยำราวจับวาง

               โผละ!

               แรงอัดกระแทกของศรเวทไม่ได้ให้ผลแค่สังหารแต่เล่นเอาศีรษะของชายกลางคนผู้ถูกสิงสู่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษสมองกระเด็นตกลงพื้นดังแหมะ กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่ว ควันจากแรงระเบิดตลบอบอวล

               ปีศาจสาวสะบัดปีกบินขึ้นฟ้าเพื่อหาที่มาของศรร้ายกาจนี้ แต่ก็ไม่พบต้นตอแม้แต่น้อย

               บ้าจริง นี่มันบ้ามาก

-------------------------------

RAINYTIME เล่มพิเศษเปิดจอง7วันสุดท้ายแล้วจ้าาา
ใครสนใจรีบไปเปย์กันได้นะคะ 245บาทเท่านั้น!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

197 ความคิดเห็น

  1. #196 ทามาโมั (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:32

    สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้

    #196
    0