ตอนที่ 25 : Chapter 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    25 มี.ค. 62

          “เป็นอะไรไป”

               เสียงนุ่มเย็นเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำตัวสงบเสงี่ยมกว่าปกติ ทั้งพูดน้อยและยังไม่ค่อยบ่นอะไรเหมือนอย่างเคยราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

               ฝนหันมองปีศาจด้านข้าง มองดูใบหน้างดงามราวกับหลุดมาจากภาพวาดสีน้ำ เส้นผมยาวสะท้อนกับแสงจันทร์เป็นประกายดึงดูดจนไม่อาจละสายตาได้ 

               “กำลังคิดอะไรนิดหน่อย”

               เวลานี้ทั้งคู่กำลังเดินอยู่ภายในสวนของปราสาทล็อกฮาร์ตอันงดงาม แม้จะดูแปลกไปหน่อยที่คนหนึ่งสวมชุดยูกาตะ ส่วนอีกคนใส่ชุดลำลองสบายๆ จนไม่เข้ากับสถานที่กันเสียเลย แต่บรรยากาศรอบตัวก็ยังนุ่มนวลเหมือนความฝัน

               “กังวลอยู่หรือ” 

               จิ้งจอกถาม เอียงคอก้มมองใบหน้าคมสวยที่มีบาดแผลใหญ่พาดผ่านดวงตาข้างซ้ายจนเสียโฉม 

               “คงปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่าไม่ได้กังวล” ฝนตอบ “แต่ที่ฉันคิดอยู่ไม่ใช่เรื่องนั้น”

               ทามาโมะเลิกคิ้วสูงแต่ไม่เอ่ยถามซ้ำ เพียงแค่เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวรอให้เธอพูดออกมาเอง จนไปถึงบริเวณที่เป็นโบสถ์ซึ่งคงสร้างไว้ในปราสาทแห่งนี้ที่โลกมนุษย์จึงติดมาในโลกปีศาจด้วย

               ฝนผลักประตูโบสถ์ที่มีฝุ่นจับหนาทึบเพราะไม่มีปีศาจที่อยากมาส่วนนี้สักเท่าไรนักจึงไร้การดูแลรักษาเข้าไปภายใน จากนั้นเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง จ้องมองกางเขนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในสุดเงียบๆ

               “นายน่ะ ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรเลยสินะ”

               จิ้งจอกเก้าหางนั่งลงข้างกับสาวร่างเพรียวเงียบๆ 

               “เหตุใดจึงคิดเช่นนั้น” เขาถามกลับ

               หญิงสาวหันไปสบตากับชายหนุ่มตรงๆ จ้องมองดวงตาสีแดงราวกับทับทิมชั้นดีนั้นเหมือนอยากมองให้ทะลุถึงภายใน 

               “ฉันไว้ใจนายได้จริงๆ ใช่ไหม”

               ทามาโมะ โนะ มาเอะ ไม่ตอบ

               “ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายเป็นใครกันแน่ แล้วใต้หน้ากากนั่นมันมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง”

               “เจ้าไม่ชอบใจที่ข้าเป็นเช่นนี้รึ”

               ฝนละสายตาออกจากปีศาจจิ้งจอก ยกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิวางแขนเท้าคางพลางถอนหายใจยาว พูดพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด 

               “เพราะไม่ได้ไม่ชอบใจแต่ดันเป็นชอบมากกว่าที่คิดมันถึงได้น่าโมโหน่ะสิ”

               “ข้าไม่ได้ยินคนที่บอกว่าชอบข้าเช่นนี้มานานแล้ว” 

               ชายหนุ่มที่ได้ยินอย่างครบถ้วนหัวเราะน้อยๆ 

               “เจ้าทำให้ข้าดีใจ น้องฝน”

               หญิงสาวคิ้วขมวด 

               “ก็แค่ระดับเพื่อนกันเท่านั้นแหละ อย่าหลงตัวเองนักเลย” 

               “อย่างนั้นรึ” ทามาโมะรับคำง่ายดาย “ข้าจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้เจ้ารู้” 

               เขาพูดพลางเอื้อมมือมาสัมผัสเส้นผมของฝนเล่น ซึ่งเธอกำลังตั้งใจฟังด้วยความสงสัยจึงไม่ได้สนใจปัดออกอย่างเคย 

               “ลูกแก้วแสงจันทร์ของข้าไม่ได้มีเพียงพลังเวทเท่านั้น”

               “ฮะ? คืออะไรของนาย”

               “ลูกแก้วแสงจันทร์ของข้าพิเศษกว่านิดหน่อย” 

               จิ้งจอกผมเงินยังยิ้มแย้ม 

               “มันกักเก็บพลังชีวิตของข้าเอาไว้ด้วย”

               “หมายความว่าไง… ”

               ปลายนิ้วของชายหนุ่มคลอเคลียอยู่บริเวณแก้มของมนุษย์สาวอย่างถือวิสาสะ แต่ดูเหมือนคนถูกล่วงเกินจะไม่ทันรู้สึกตัวเอาเสียเลย

               “หมายความว่าถ้าเจ้าตาย ข้าก็ตายด้วยแค่นั้นเอง”

               “หา!!! นี่นาย… อ๊ะ ”

               เสียงอุทานนั้นขาดหายไปกลางทาง เพราะเมื่อหญิงสาวหันขวับไปทางปีศาจรูปงามเธอก็ถูกสัมผัสอุ่นร้อนประทับปิดทุกคำพูด 

               ริมฝีปากนั้นไม่อ่อนโยนแต่ให้ความรู้สึกเจ้าเล่ห์แสนกล รุกไล่เสียจนต้องถอยหนี ปลายลิ้นสอดประสานเข้ามาอย่างจาบจ้วงจนสมองมึนงง สายตาพร่ามัวเคลิบเคลิ้มวาบหวาม

               มือแข็งแรงของจิ้งจอกเลื่อนสอดเข้าใต้เสื้อกล้ามเข้ารูปของหญิงสาว ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนลื่นที่อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ 

               ผัวะ!

               หมัดลุ่นๆ ของฝนต่อยอัปเปอร์คัตเสยคางของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง เธอหลุดออกจากการลวนลามที่เกือบเกินเลยไปแล้วได้ในที่สุด หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าขึ้นสีแดงซ่านร้อนผ่าวไปทั้งตัว

               “ไอ้หมาหื่นกาม! สันดานเสีย! ” เสียงห้วนผรุสวาท 

               “ทำอะไรไม่รู้จักเกรงใจสถานที่บ้าง นี่มันโบสถ์นะยะ! ”

               ทามาโมะกลับดูไม่ได้สำนึกผิดอะไรแม้แต่น้อย 

               “ถ้าเป็นห้องนอนก็ได้ใช่ไหม”

               “หยุด! ไม่ต้องคิดว่าจะพาฉันขึ้นห้องเลยนะ! ”

               “ข้าถูกใจเจ้า เจ้าเองก็ถูกใจข้า ตัวเจ้าเองก็ไม่ใช่เด็กสาวแล้วมีอันใดเสียหายเล่า”

               หญิงสาวกุมขมับ ไม่รู้ว่าควรถามหาสามัญสำนึกของอีกฝ่ายได้จากไหนดี 

               “ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่านายอยู่ในเลเวลแค่เพื่อน ไม่ได้เป็นมากกว่านั้น และเพื่อนจะไม่ขึ้นเตียงกับเพื่อนแน่นอน อย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจไหม”

               “แต่ถ้าเจ้าสมยอมเองเล่า”

               “พูดมาได้ไม่เคยอายปากเลยสินะ” 

               ฝนกัดฟันตอบ อยากต่อยหน้าจิ้งจอกอีกสักหมัดแต่ก็อดทนไว้ได้ 
               
               เธอมองใบหน้างดงามของทามาโมะที่จนถึงตอนนี้ก็ยังคาดเดาไม่ได้สักนิดว่าเขาคิดอะไรอยู่เงียบๆ 

               “นายพูดจริงเหรอ เรื่องลูกแก้วนั่น”

               “ข้าไม่โกหกต่อเจ้า”

               “ทำไมนายถึงบอกฉันล่ะ ที่จริงถ้าฉันไม่รู้มันก็ดีต่อนายมากกว่าไม่ใช่หรือไง” 

               เรื่องสำคัญขนาดนี้ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดี หรือไม่มีใครรู้เลยโดยเฉพาะตัวเธออาจเป็นการดีที่สุด เพราะมันอาจกลายเป็นสิ่งเดียวที่นำมาต่อรองกับทามาโมะ โนะ มาเอะ ผู้ไร้ซึ่งจุดอ่อนได้

               “เจ้าถามไม่ใช่รึ ว่าข้าไว้ใจได้หรือไม่”

               “ฉันกลายเป็นจุดอ่อนอย่างเดียวของนายซะแล้วสิ”

               จิ้งจอกเก้าหางเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ จากนั้นหัวเราะหึหึ แล้วหันมาบอกประโยคที่คาดไม่ถึง 

               “จุดอ่อนรึ ของพรรค์นั้นข้าไม่มีมันหรอก”

               คำพูดนั้นจริงทุกประการ ไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจแต่อย่างใด ปีศาจผู้นี้ไร้จุดอ่อน ต่อให้มีสิ่งที่เสี่ยงต่อชีวิตของตนเองเกิดขึ้น เขาก็ยังมั่นใจในพลังที่ตนเองมีอยู่โดยไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น

               มีเพียงคนที่อยู่จุดสูงสุดเท่านั้นถึงกล้าประกาศเช่นนี้ได้

               ฝนถอนหายใจยาว ลุกจากเก้าอี้ยาวภายในโบสถ์แล้วเดินนำออกไปด้านนอกโดยมีทามาโมะตามมาเป็นเงา เมื่อประตูโบสถ์เปิดออก พระจันทร์ก็ปรากฏในสายตา สาดแสงยามค่ำคืนลงมาอย่างนุ่มนวล

               ช่วงเวลาสั้นๆ ที่แสงสว่างทอดผ่าน หญิงสาวจากโลกมนุษย์ผู้ชอบทำหน้าตาหงุดหงิดเบื่อโลกอยู่ตลอดเวลาก็หันมายกยิ้มน้อยๆ ให้แก่ปีศาจจิ้งจอก ทามาโมะนิ่งงันเมื่อได้เห็นภาพที่ไม่ได้คิดไว้มาก่อน 

               สภาวะราวกับห้วงเวลาหยุดหมุนไปเสียเฉยๆ เช่นนี้ทำเอาชายหนุ่มอยากดึงเธอเข้ามาลวนลามอีกสักครั้งแต่เพราะถูกสั่งห้ามไว้เสียงแข็งจึงต้องตัดใจสงบอารมณ์ไว้

               “ฉันคิดมาสักพักแล้วว่านายควรมีชื่อเล่นสั้นๆ ”

               คนมีชื่อยาวมุ่นหัวคิ้วสงสัย 

               “ชื่อเล่นหรือ? ”

               “อืม ฉันเป็นคนไทย ไม่ค่อยถนัดเรียกชื่อภาษาญี่ปุ่นเต็มๆ เท่าไร มันกระดากปาก อย่างฝนนี่ก็เป็นชื่อเล่นของฉัน”

               ทามาโมะ โนะ มาเอะ โคลงศีรษะรับ หูสีเงินกระดิกเล็กน้อย 

               “เจ้าอยากเรียกว่าอย่างไรเล่า”

               “ไทม์ดีไหม ย่อมาจากทามาโมะของนายน่ะ”

               “ถ้าเจ้าชอบข้าก็ไม่ขัดข้อง”

                    ไทม์ ที่แปลว่ากาลเวลา

               ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอที่ทำให้ห้วงเวลาของเขากลับมาเป็นปัจจุบันเสียที หรือเป็นเพราะเขาที่เข้ามาทำให้ชีวิตเหมือนนาฬิกาตายของเธอได้หมุนต่อ

               เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ

               หยดน้ำเล็กๆ โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า แต่ท้องฟ้าครานี้กลับไม่ได้มืดครึ้มเหมือนทุกที มีเพียงเมฆสีเทาลอยมารวมตัวกันเท่านั้น

               “เจ้ารู้สึกไม่ดีรึ”

               ฝนส่ายศีรษะปฏิเสธ

               “ฝนตกแบบนี้จะเกิดขึ้นในเวลาที่ฉันอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษต่างหาก ไม่ได้เห็นมาเสียนาน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

197 ความคิดเห็น

  1. #160 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 16:44
    ตอนนี้ทำให้เรายิ้มตามเลยค่ะ 555
    #160
    0
  2. วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:40
    *กรีดร้อง* น้องฝนนี่ก็ไม่ทำมะดานะฮ๊า ฮุฮุฮุ *ปิดปากหัวเราะ*
    #158
    0