[RAINYTIME] The rain and Tamamo No Mae ฤดูฝนของจิ้งจอกเก้าหาง [RAINY TIME]

ตอนที่ 24 : Chapter 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    24 มี.ค. 62


                         “แน่นอนว่ากุนมะจะถูกพวกฮอกไกโดเข้าโจมตีเป็นลำดับถัดไป” 

                         ชิอนพูดเสียงเรียบ ขณะที่ไคโจดูเคร่งเครียดขึ้นทั้งที่ยังสวมหน้ากากคาบุกิอยู่

                         “ผมรู้อยู่แล้ว แต่ก็ทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น พวกชาวบ้านเองก็อพยพไปแล้วส่วนหนึ่ง บางส่วนไม่มีที่ไปก็หลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน ดูจากที่ชิบะกับอิบารากิพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย พวกมันต้องเตรียมตัวมาก่อนเป็นอย่างดี รู้ทั้งกำลังรบและความสามารถด้านการต่อสู้ของหัวหน้าแต่ละเมือง 

                         อย่างชิโรอิจิดาบพันมือแห่งชิบะ พวกฮอกไกโดใช้จอมเวทสายป้องกันจำนวนมากสร้างบาเรียคุ้มกันหลายสิบชั้นซ้อนทับกันจนแม้แต่ดาบไม่มีวันหักของเจ้านั่นยังทำอะไรไม่ได้ 


                         ส่วนโยชิอากิแห่งอิบารากิถนัดการลอบสังหาร พอเป็นการบุกปะทะจึงเสียเปรียบด้านพละกำลังรวมถึงจำนวนก็มีน้อยกว่า”

                         ผู้นำของกุนมะอธิบายถึงข้อมูลที่รู้มาอย่างจริงจัง มือกำแน่นอยู่บนหน้าขาของตนเอง 


                    “ความสามารถของผมก็ไม่ได้เป็นความลับ พวกมันจะต้องหาวิธีจัดการมาก่อนแล้วแน่ๆ ”


               “น่าทึ่งที่ทาทาระผู้นั้นวางแผนได้ขนาดนี้” 

               ทามาโมะกล่าวขึ้นมาบ้าง 

               “ยักษ์แดงที่ข้ารู้จักไม่ใช่ปีศาจที่มีกลยุทธ์เท่าไรนัก”

               “หลายปีมานี้พวกมันรวบรวมปีศาจที่มีความสามารถในการต่อสู้มากมาย อาจเพราะนายท่านไม่อยู่จึงกระทำการได้โดยไม่เกรงกลัว” 

               ชิอนพูด คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างขุ่นเคือง

               “แต่ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมพวกยักษ์แดงถึงรอมาจนตอนนี้ ทั้งที่ท่านทามาโมะถูกผนึกมาถึงแปดร้อยกว่าปี แม้มีการต่อสู้อยู่บ้างประปราย ก็ไม่ได้แสดงตนเป็นปรปักษ์กับคันโตเช่นนี้”

               จิ้งจอกเก้าหางใช้นิ้วมือปัดเส้นผมสีเงินยาวของตนเองไปด้านหลัง ก่อนเอ่ยคำตอบด้วยเสียงราบเรียบ 

               “เขตอาคมคุ้มครองของข้าอ่อนกำลังลง”

               “เขตอาคม?”

               “ก่อนข้าจะถูกผนึกได้สร้างเขตอาคมคุ้มกันคันโตเอาไว้ ตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย มันก็จะคงอยู่ไปตลอดจนกว่าจะครบพันปี การถูกผนึกก็ไม่นับว่าตาย ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดก็โจมตีคันโตไม่ได้นอกเสียจากว่ามีคนในพาเข้ามา พวกผู้นำของแต่ละเมืองย่อมไม่โง่พอที่จะปล่อยให้ทัพของกลุ่มอื่นเข้ามาในอาณาเขตของตนเองเป็นจำนวนมาก เมื่อไม่มีผู้ใดเปิดประตูต้อนรับ ฝ่ายนั้นจึงได้แค่รอเวลา” 

               ทามาโมะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย 

               “เพียงแต่เมื่อผนึกถูกปลดออก ลูกแก้วแสงจันทร์ได้แยกออกจากตัวข้า พลังเวทที่เหลืออยู่น้อยนิดไม่สามารถคงสภาพเขตอาคมเอาไว้ได้มันจึงอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ”

               “ลูกแก้วแสงจันทร์แยกออกจากตัวท่าน! ได้อย่างไรกัน พลังเวทมหาศาลขนาดนั้นหากตกไปอยู่ในมือของศัตรูขึ้นมาล่ะ! ”

               “ไม่ต้องตื่นตระหนกไป ตอนนี้ลูกแก้วก็อยู่กับข้า”

               ฝนไม่ต้องเห็นหน้าของนักพรตก็รู้ได้ว่าเขาต้องมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่แหงๆ ในขณะที่เจ้าของลูกแก้วแสงจันทร์กลับดูสบายอารมณ์เกินกว่าคนอื่นเขาเอามากๆ เหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวสักนิด

               ไคโจมองทามาโมะสลับกับหญิงสาวผมสั้นทรงบ๊อบเทที่นั่งอยู่ข้างกัน ดูเหมือนกำลังคิดหนักทีเดียว 

               “หรือท่านหมายถึง… ”

               “เป็นตามนั้น”

               ผู้นำของกุนมะดูหมดแรงอย่างแท้จริง เรียกน้ำเต้าขึ้นมาเปิดจุกกระดกดื่มแก้เครียด 

               ปีศาจจิ้งจอกนั้นอาศัยลูกแก้วแสงจันทร์เป็นตัวกักเก็บพลังเวทไว้ในร่าง ยิ่งมีอายุขัยยาวนานพลังเวทที่สะสมไว้ก็ยิ่งมหาศาล 

               ซึ่งลูกแก้วแสงจันทร์ของจิ้งจอกเก้าหางผู้ไร้พ่ายและไม่มีผู้ใดล่วงรู้อายุแท้จริง ทามาโมะ โนะ มาเอะ จึงเรียกได้ว่าเป็นราวกับเทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ของปีศาจญี่ปุ่น 

               เมื่อกำเนิดมาเขาก็คงอยู่ ตลอดจนสูญสิ้นไปเขาก็ยังคงอยู่ เช่นนี้แล้ว ภายในลูกแก้วแสงจันทร์ของท่านผู้นี้ย่อมมีพลังมากเกินกว่าจินตนาการได้ไหว

               การถูกผนึกครั้งแรกและอาจเป็นครั้งเดียวนั้นจึงสะเทือนไปทั่วแดนปีศาจ ดินแดนที่เคยถูกรวมไว้ใต้ผู้นำหนึ่งเดียวกระจายออกเป็นเอกเทศ โดยหลักๆ มีสามกลุ่มคือ กลุ่มคันโต คันไซ และ ฮอกไกโด

               คันโตกับฮอกไกโดไม่ถูกกันเท่าไรนักจึงต่อสู้กันอยู่เนืองๆ เพราะทาทาระต้องการขึ้นมาคุมโลกปีศาจแทนที่ทามาโมะ ส่วนผู้นำของคันไซเป็นพวกใช้สมองมากกว่ากล้ามเนื้อจึงหันไปพัฒนาภูมิภาคของตนเองไม่สนใจยุ่งเกี่ยวกับการรบราฆ่าฟันมากนัก

               “แต่… ” 

               ฝนที่เงียบฟังมานานพูดขึ้นอย่างไม่แน่ใจเท่าไร เรียกสายตาปีศาจทั้งสามให้หันไปมอง หญิงสาวขยี้หัวตนเองนิดหนึ่ง

               “ตอนอยู่โตเกียว ไอ้ยักษ์นั่นก็รู้นี่ว่านายกลับมาแล้วน่ะ ทำไมยังกล้ามาโจมตีอีก ใครๆ ก็รู้นี่ว่านายมันเทพขนาดไหน”

               “อาจเป็นการหยั่งเชิง” ชิอนตอบ 

               “แม้จะมีข่าวลือออกไปว่านายท่านกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อ โทโอะที่ไม่ใช่พวกฉลาดนักคงเป็นแค่ตัวทดสอบเท่านั้น”

               “คนของข้าได้ยินข่าวมาว่าโทโอะต่อสู้กับท่านได้อย่างสูสีทั้งที่ไม่ควรเป็นไปได้ อาจเพราะเรื่องนี้… ” ไคโจพูดแล้วเงียบไป

                    “อ๋อ แปลว่าพวกนั้นคิดว่านายอ่อนแอกว่าเมื่อก่อน เลยยกพวกมาตีเมืองได้สินะ”

               มนุษย์สาวหนึ่งเดียวสรุปความแบบผ่ากลางป้องจนปีศาจที่เหลือหันขวับไปมองอย่างตกตะลึง เว้นแต่ทามาโมะที่หัวเราะตามวิสัย

               แม้จะฟังดูตรงจนเกินคาด แต่คำพูดของฝนก็เรียกว่าสรุปเรื่องราวได้ตรงประเด็นและชัดเจนดีทีเดียว 

               “แล้วนายมีแผนยังไงต่อ” 

               สาวผมสั้นถามแบบไม่คิดอะไรมาก เพราะอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องของตัวเองโดยตรงอยู่แล้วด้วย 

               แต่ผู้ที่หนักกว่าฝนก็คือตัวจิ้งจอกเก้าหางเองที่หันมาถามด้วยหน้าตาแบบ ‘ไม่เห็นต้องถาม’

               “ต้องมีแผนด้วยหรือ”

               หญิงสาวรู้สึกเงิบไม่น้อยกับคำตอบเหมือนคำถามที่สวนกลับมา หันมองชิอนส่งสายตาเป็นข้อความ ‘หมอนี่ไหวไหมเนี่ย’ ไปให้

               อันที่จริงแต่ไหนแต่ไร ทามาโมะ โนะ มาเอะ ก็ไม่เคยพึ่งพาการวางแผนหรือกลยุทธ์อะไรสักเท่าไรนัก ด้วยความที่แข็งแกร่งมากเกินไปจนไม่จำเป็นต้องคิดมากนั่นเอง

               ถึงแม้ดูเหมือนไม่ฉลาดนักกับการทำศึกอย่างไร้แบบแผน แต่จิ้งจอกเก้าหางเมื่อเข้าสู่สนามรบกลับเจ้าเล่ห์และอันตรายยิ่งกว่าใคร ด้วยใบหน้าสบายๆ ประดับรอยยิ้มนั้นคาดเดาไม่ได้แม้แต่น้อย รวมกับพลังมหาศาล การเป็นศัตรูด้วยจึงเรียกว่าเป็นเรื่องโง่มาก

               อีกอย่างหนึ่งที่รู้กันในหมู่ปีศาจจนเรียกว่าเป็นตำนานก็คือการสังหารของ ทามาโมะ โนะ มาเอะ นั้นโหดเหี้ยมอำมหิตเสียจนความตายยังดูเมตตาเสียกว่า 

               หากเขาเลือกไว้ชีวิตใครนั่นคือโทษสูงสุดเหนือกว่าถูกฆ่าในทันทีอย่างมาก

               ดังนั้น ภายใต้รอยยิ้มที่เหมือนหน้ากาก คือปีศาจขนานแท้ที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้


               “ทาทาระอยากให้ข้าปรากฏตัว ข้าก็จะปรากฏตัว ไม่มีอะไรให้ยากนัก คนของมันที่แอบตามเรามาคงไปรายงานเรียบร้อยแล้ว จากเวลาคงเตรียมตัวกันไม่เกินคืนนี้เพื่อบุกมาที่นี่”


               ไคโจนิ่งค้างไปแล้วเมื่อข่าวสารสำคัญเพิ่งถูกบอกออกมาแบบง่ายๆ ไม่สลักสำคัญเหมือนบอกว่าเพิ่งตบยุงตายไปเมื่อกี้ นักพรตร่างกำยำรีบเรียกคนของตนมาสั่งการให้เตรียมตัวโดยด่วน

               “กลัวหรือ ยักษ์พวกนั้น”

               จิ้งจอกเก้าหางถาม มือเท้าคางดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆ แต่นัยน์ตาสีแดงสดนั้นแวววาวคมกริบ เขาจ้องมองผู้นำแห่งกุนมะนิ่งๆ ครู่หนึ่ง จนอีกฝ่ายค่อยๆ สงบลง

               คงเพราะระยะเวลาหลายร้อยปีทำให้เขาหลงลืมบางสิ่งไป หลงลืมไปว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้คือชายที่ไม่เคยพ่ายแพ้ เป็นปีศาจในหมู่ปีศาจอย่างแท้จริง 

               สุดท้ายไคโจจึงย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งราวกับต้องการจะปฏิญาณตนแก่นายเหนือหัว

               “ไคโจแห่งกุนมะ จะติดตามรับใช้ท่านอย่างไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด”

               ทามาโมะ โนะ มาเอะ ยังคงนั่งนิ่งด้วยท่าทางผ่อนคลายเช่นเดิม มุมปากประดับรอยยิ้มตามวิสัย แต่ฝนที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับสัมผัสได้เป็นครั้งแรกว่าเขาคือผู้นำของเหล่าปีศาจร้าย ไม่ใช่ผู้ชายที่ทำตัวเอื่อยเฉื่อยสบายๆ ไปวันๆ เหมือนตอนอยู่ในโลกมนุษย์คนนั้น

               ชายหนุ่มยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงอนุญาตให้นักพรตผู้สวมหน้ากากคาบุกิลุกขึ้นได้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

                    “ข้าไม่คิดรอให้ทาทาระมาหา เมื่อมันอยากเจอ ข้าจะไปเจอด้วยตนเอง เจ้าก็จงเตรียมพร้อมไว้เถอะ”


--------------------------------


สนใจสั่งหนังสือได้ที่ www.facebook.com/kinkmjwriter จ้า พร้อมส่งน้าาาา 

Ebook ก็ออกครบสองเล่มแล้วจ้า ไปเปย์กันได้ที่
Vol1

Vol2
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjcyNjU1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiOTE5MjAiO30
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

200 ความคิดเห็น

  1. #157 pamiwashi32 (@pamiwashi32) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:42
    อยากได้
    #157
    0