บอกข้าหน่อย ฮองเฮา นี่ใช่เมียหลวงไหม!?

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 699,379 Views

  • 1,859 Comments

  • 16,013 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    65,985

    Overall
    699,379

ตอนที่ 21 : บทที่ ๑๕ :: จักรพรรดิสมองหมู และสตรีผู้ตกเป็นเหยื่อ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2691 ครั้ง
    8 พ.ย. 61

 

*********** ตอนที่แล้วมีเพิ่มเนื้อหานิดนึงเน้อ***************


งานเทศกาลรื่นเริงผ่านพ้นไป หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ผ่านพ้นไปง่ายๆ คือเหล่าขุนนางทั้งหลายที่เรียงแถวยาวจนแทบจะล้นออกจากท้องพระโรงของตำหนักไท่เทียนเหอ

 

ไหนจะราชนิกุลอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกดึงเข้ามาร่วมด้วย เหตุเพราะมีผู้น้อยกล่าวโยงใยถึงอย่างลับๆ ลับเสียจนองค์จักพรรดิต้องเรียกทุกผู้ผู้คนมานั่งจับตาดูปฏิกิริยาแต่ละคนอย่างถี่ถ้วน ไม่ให้ขาดตกแม้สักคนเดียว

 

“ในเทศกาลหยวนซาน มีเหตุวิวาท เป็นเหตุให้ชาวบ้านเดือดร้อน...” ขุนนางข้างพระวรกายองค์จักรพรรดิรายงานหัวข้อที่หยิบยกมาถกเถียง พร้อมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นขุนนางชั้นผู้น้องสักสองสามคน ที่กำลังนั่งตัวสั่นต่อหน้าพระพักตร์

 

“มีเหตุกับชาวบ้านร้านตลาด แต่นำความมาถึงท้องพระโรง ท่านช่างเป็นขุนนางน้ำดีเสียจริง”

 

อัครเสนาบดีฮุยเอ่ยขึ้น ทั้งมองอย่างดูแคลนไปยังขุนนางชั้นผู้น้อยที่ตัวสั่นอยู่ไม่หาย

 

“หากแต่เป็นขุนนางก็มีสิทธิ์ค้าขายไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงมีความผิดไปได้ ก็แค่พวกชาวบ้านโลภมากอยากขายของได้ก็เท่านั้น”

 

“หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่วิวาทเช่นนี้กระมัง”

 

“หยุด!” โอรสสวรรค์ที่นั่งประทับเงียบมานานสองนาน ฟังเหล่าขุนนางตรงหน้าโต้เถียงกันไปมาด้วยความรำคาญใจ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรพระองค์ย่อมรู้ดีที่ เพราะพระองค์อยู่ในเหตุการณ์ 

 

หากแต่จะให้พูดออกไปเลยก็คงไม่เข้าที ประเดี๋ยวจะถูกหยิบยกมาเป็นที่ครหาได้ พวกขุนนางเฒ่าพวกนี้ยิ่งชอบใจนักเวลาที่พระองค์พลาดพลั้งในสิ่งที่ไม่ควร ดังนั้นผู้เป็นองค์จักรพรรดิจึงทำได้แค่ลงโทษคนผิดตามหลักฐานที่พระองค์มี

 

“เป็นขุนนางขายของย่อมไม่ผิด หากแต่ทำไมเจ้าถึงขายของได้ราคาถูกถึงเพียงนั้น ถูกขนาดที่ว่าให้เปล่าเสียยังดีกว่า”

 

“กะ...กระหม่อมสิ่งที่ค้าขายก็ล้วนมาจากพืชพรรณต่างๆ หากทั้งหมดที่ขายก็ทำการเพาะปลูกเองเลยไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมายนัก”

 

“มีมากมายขนาดนำมาขายได้เลยหรือ? ”

 

“พ่ะย่ะค่ะ”

 

“อ้อ...มีวัตถุดิบชั้นเลิศอยู่ในมือมากมาย เลยขายได้ถูกราวกับให้เปล่า” หวงเฟิงหยางทวนคำพูดของขุนนางที่แทบจะแทรกแผ่นดินหนีหน้าพระองค์ หากแต่การกระทำนั้นทำให้พระองค์ได้แต่หัวเราะอย่างเย้ยหยันแทน “ทางเหนือของแคว้นเยี่ยนต้องเฝ้าระวัง เพราะแคว้นซานมีการก่อกบฏภายใน ทหารต้องคอยเฝ้าระวังทั้งคนที่ลอบหลบหนีออกมาต้อง ทั้งต้องระวังการปะทะที่อาจจะกระทบกับราษฎรของแคว้นเยี่ยนเอง ด้วยเหตุที่กำลังพลจำนวนหนึ่งคอยเฝ้าจับตาไว้ตลอดเวลา จึงขาดเหลือเรื่องเสบียง หากเจ้ามีพืชพรรณมากมายเช่นนั้นหากยกเข้าคลังหลวงก็คงไม่เดือดร้อนกระมัง”

 

ขุนนางที่รู้ว่ากระทำผิดก็รีบตอบรับทันควัน เพราะหวังว่าอย่างไรเสียความผิดที่ติดตัวจะลดลงบ้าง หากแต่เปล่าเลย นี่คือคำบอกกล่าวอย่างสุภาพที่สุดของหวงเฟิงหยางต่างหาก คำบอกกล่าวว่านี่คือการลงทัณฑ์จากโอรสสวรรค์

 

“สั่งให้ทหารไปนำทรัพย์สินจากบ้านขุนนางผู้นี้ให้หมดเข้าคลังหลวง ไม่ว่าจะพืชพรรณ ธัญญาหาร หรือสิ่งของมีค่าต่างๆ ริบเข้าคลังหลวงทั้งหมด! ”

 

“ฝะ...ฝ่าบาท”

 

คนที่มีชนักติดหลังก็เงยหน้าสบพระพักตร์องค์จักรพรรดิอย่างตื่นตระหนก ที่ตอบตกลงไปเมื่อครู่ก็เห็นว่าเป็นเพียงพืชพรรณไม่ใช่ทรัพย์สินทั้งหมด แต่เหตุไฉน...

 

“เจ้าบอกให้เองไม่ใช่รึ อีกอย่าง... เจ้าทำผิด แต่ข้ายังไม่ได้ยินเจ้ากล่าวถึงความผิดของตนเองแม้แต่น้อย หากแต่ได้ยินเพียงข้ออ้างให้ตนเองพ้นตัวก็เท่านั้น อ้อ... ไม่ใช่แค่ริบทรัพย์สินเท่านั้น หน้าที่ขุนนางในราชสำนักของเจ้าจบลงตั้งแต่บัดนี้ ข้าจะสั่งให้เจ้าและครอบครัวไปอยู่เมืองฉีซานตลอดชีวิต! ห้ามกลับเข้าเมืองหลวงอีกเป็นอันขาด!”

 

“ฝ่าบาทพระทัยเย็นก่อน แค่มีเรื่องวิวาทเหตุใดจึงต้องลงโทษรุนแรงถึงเพียงนี้ ขุนนางผู้นี้กระทำผิด ก็น่าจะตักเตือนกันไป เพราะเหตุที่เกิดล้วนเกิดจากความโลภของทั้งสองฝ่าย หาได้มีปัจจัยอื่นไม่”

 

“ใต้เท้าฮุย เมื่อก่อนหน้านี้ข้าได้ยินท่านติเตียนขุนนางผู้นี้อยู่ไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงได้ออกมาปกป้องเล่า”

 

“กระหม่อมมิได้ปกป้อง หากแต่จะกระทำสิ่งใดล้วนต้องมีเหตุผลอันสมควรพ่ะย่ะค่ะ ไม่เช่นนั้นพระองค์จะตกเป็นที่ครหา”

 

“อ้อ... เช่นนั้นก็ประกาศออกไปให้ทราบโดยทั่ว ว่าขุนนางผู้นี้กระทำผิดฉ้อราษฎร์บังหลวง ขัดราชโองการเก็บส่วย เก็บภาษีจากราษฎร ทั้งยังอ้างนามของเจิ้นเพื่อกระทำการอันชั่วช้านี้ จนเจิ้นตกเป็นที่ครหา...”

 

อัครเสนาบดีที่อ้างขึ้นเมื่อครู่ก็นิ่งเงียบไม่ปริปากอันใดอีก อาจเพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว เพียงองค์จักรพรรดิทิ้งท้ายไว้นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าองค์จักรพรรดิไม่พอพระทัยอยู่มาก ในการตกเป็นที่ครหา...

 

“หลักฐานทั้งหมดถูกรวบรวมอย่างครบถ้วนและเจิ้นได้ทำการตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว เหตุนี้จะลงโทษขุนนางไร้ประโยชน์ผู้นี้ได้หรือไม่”

 

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ต่างคนต่างก้มหน้าไม่กล้าสบพระพักตร์ เช่นนั้นจึงเป็นอันว่าหวงเฟิงหยางสามารถลงโทษเจ้าคนที่เอาเปรียบประชาชนของพระองค์ได้แล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงอำนาจเด็ดขาดนี่ควรเป็นของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว...

 

“ทหารนำตัวขุนนางผู้นี้ออกไป!”

 

ตัวการของที่ทำให้เกิดเหตุวิวาทในงานเทศกาลถูกนำออกไปแล้ว หากแต่หวงเฟิงหยางมองขุนนางผู้นั้นเป็นเพียงแพะตัวหนึ่งที่ถูกรับบาปแทนนายเท่านั้น เพราะนายตัวจริงยังคงอยู่ในนี้กับพระองค์ต่างหากเล่า...

 

“เรื่องแคว้นซาน เจิ้นจะส่งทรัพย์สินของขุนนางผู้นั้นไปหนุนกองกำลัง เพื่อก่อประโยชน์แก่บ้านเมือง หากเกิดเหตุร้ายแรงเสบียงจะได้พร้อมสรรพ ไม่เป็นปัญหาภายหลัง อีกทั้งจะมอบทองคำให้อีกสิบหีบเพื่อใช้สอยในค่ายกำลังพล

 

จบประโยคเหล่าขุนนางล้วนน้อมรับ หากแต่ไม่มีใครได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าองค์จักรพรรดิกำลังแค่นยิ้มอยู่...

 

“ร้านค้าของกระหม่อมจะร่วมส่งของจำเป็นหนุนกองกำลังด้วยเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”

 

หวงเฟิงหยางทอดมองบุรุษที่แทบจะไม่มีตัวตนอยู่ในที่นี้เลย ไม่ว่าครั้งไหนๆ ก็จะเอาแต่นั่งส่งยิ้มละไมอยู่เงียบๆ เพียงลำพัง หากแต่ครั้งนี้ ‘จวิ๋นอ๋องไป๋ฉาง’ เปิดปากคุยกับพระองค์ พร้อมทั้งหยิบยื่นน้ำใจมาให้ ช่างน่ายินดี...

 

“เช่นนั้นนับว่ากำลังพลของแค้วนเยี่ยนโชคดีที่จวิ๋นอ๋องไป๋ฉางช่วยเหลือเจือจุน”

 

“หามิได้ บ้านเมืองมีปัญหา ข้าเป็นอ๋องย่อมต้องช่วยเหลือ”

 

กล่าวพร้อมยิ้มละไมเช่นเคย จวนของจวิ๋นอ๋องไป๋ฉางนับว่ามั่งคั่งในระดับหนึ่ง บุรุษผู้นี้หัวการค้าเป็นเลิศ จึงไม่แปลกใจหากจวิ๋นอ๋องผู้นี้จะมอบพืชพรรณธัญญาหาร ข้าวของจำเป็น ให้เหล่ากำลังพลที่เฝ้าระวังอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งให้เปล่าไม่คิดเอากำไรแม้แต่น้อย

 

เมื่อจวิ๋นอ๋องร่วมช่วยเหลือ ทุกคนก็ต่างยินดีสรรเสริญตามธรรมเนียม ก่อนจะถกเรื่องการบ้านการเมืองที่ต้องแก้ไขกันต่อ ปัญหาที่องค์จักพรรดิเล็งเห็นว่าล้วนมาจากขุนนางตรงหน้าพระพักตร์ของพระองค์ทั้งนั้น...

 

ราชกิจในตอนเช้าขององค์จักรพรรดิจบลงแล้ว... แต่กว่าจะจบได้ก็ล่วงเข้ายามอู่เข้าไปแล้ว หวงเฟิงหยางรีบกลับตำหนักเทียนเหอทันที เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าตำหนัก ข้าราชบริพารที่ติดตามมาก็ถูกสั่งให้ออกไป เพราะองค์จักรพรรดิต้องการพักผ่อน...

 

หากแต่สตรีที่อยู่ในตำหนักเทียนเหอก่อนหน้านี้แล้วได้แต่เบ้ปากเมื่อได้ยินรับสั่งเช่นนั้นจากหวงเฟิงหยาง

 

นี่มันโรงงิ้วชัดๆ !

 

โรงงิ้วแห่งนี้เริ่มเล่นตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้าเสียด้วยซ้ำ นางที่เพิ่งจะตื่นนอน สติสตังยังไม่เข้าที่เข้าทางก็ถูกนำตัวออกจากเหลียนฮวากง มาตำหนักเทียนเหออย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของจิวหลิงองครักษ์ของหวงเฟิงหยาง ที่ช่วงนี้อาเหมยเริ่มเห็นหน้าบ่อยเสียเหลือเกิน เอาเป็นว่าเห็นหน้าหวงเฟิงหยางที่ใด นางก็จะเห็นหน้าจิวหลิงในเวลาถัดมา 

 

โดนหอบหิ้วมาที่ตำหนักเทียนเหอก็มาพบกับเจ้าตัวการที่ยิ้มร่ารอนางอยู่ตั้งแต่เช้า พร้อมกับจัดหน้าที่ให้นางรับผิดชอบเสร็จสรรพ ราวกับนางเป็นนางกำนัลรับใช้ส่วนพระองค์เสียอย่างนั้น!

 

มันน่านัก!

 

บ่นอยู่ในใจได้ไม่เท่าไรบุรุษในชุดเหมี่ยนฝูก็ปรากฏตรงหน้า ก่อนจะทิ้งวรกายนั่งลงข้างๆ กับนาง ส่วนสตรีที่มีบุรุษข้างกายก็แอบเบ้ปากใส่เจ้าคนอยากพักผ่อน!

 

บุรุษที่บ่นว่าอยากพักผ่อนแต่ยิ้มร่าขนาดนี้มีที่ใดกันเล่า!

 

“เป็นอย่างไรบ้าง อันไหนเหมือนที่สุด”

 

อาเหมยมองบุรุษที่เอ่ยถาม ส่วนนางก็มองเจ้าก้อนทองในมือ งานที่องค์จักรพรรดิหยิบใส่มือให้นางตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง และทองคำที่ว่านั้นล้วนแต่เป็นทองปลอมทั้งสิ้น ซึ่งถูกสั่งทำโดยองค์จักรพรรดิที่อยากเล่นของปลอมขึ้นมากะทันหัน

 

“อันนี้น่าจะเหมือนสุด หากแต่ยังห่างชั้นกับทองปลอมในท้องพระคลังของพระองค์”

 

“อ้อ... เช่นนั้นต้องหาใหม่”

 

“จะทันหรือ สับเปลี่ยนทองมากมายขนาดนั้น”

 

“เจิ้นเป็นโอรสสวรรค์มีสิ่งใดบ้างที่อยากได้แล้วไม่ได้”

 

เช่นนั้นก็เอาเถิดพ่อโอรสสวรรค์

 

แผนการอันแสนร้ายกาจของหวงเฟิงหยางและนางได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ก้าวเท้ากลับเข้าวังหลวง ซึ่งแผนที่ว่าก็คือ ส่งทองปลอมกลับคืนเจ้าของตัวจริง และนำทองจริงส่งต่อให้คนที่ควรได้รับ...

 

ด้วยแผนการที่ว่ามานั้นนางจึงต้องมาพินิจทองคำที่ถูกสั่งทำโดยองค์จักรพรรดิ ว่าอันไหนเหมือนที่สุด เหมือนพอที่จะส่งกลับไปให้คนที่เคยส่งมันมาให้กับนาง และเหมือนหน้าที่นี้นางจะทำได้ดีทีเดียว สตรีที่อยู่กับทองมาตลอดชีวิต ย่อมรู้ดีที่สุด...

 

“แล้วเหตุใดไม่นำทองปลอมที่เขานำมาสับเปลี่ยนตั้งแต่แรกส่งคืนไปเล่าเพคะ จะมานั่งพินิจทำไมว่าอันไหนเหมือนที่อีกฝ่ายนับมาสับเปลี่ยน”

 

“คนใดทำเหมือนที่สุด คนนั้นย่อมเป็นคนทำไม่ใช่หรือ” หวงเฟิงหยางพูดพลางหยิบทองสีเหลืออร่ามขึ้นมาพินิจ แต่กลับแยกไม่ออกเสียด้วยซ้ำว่าแตกต่างจากของจริงอย่างไร แต่สตรีข้างกายกลับมองออกอย่างง่ายดาย แต่ขึ้นชื่อว่าสตรี ย่อมมีสิ่งที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงวางสิ่ง ที่พระองค์ไม่รู้เรื่องเอาเสียเลยลง และปล่อยเรื่องนี้ให้เสวี่ยเหมยจัดการไป

 

“ถ้าหาได้ก็นับว่าดี ถ้าหาไม่ได้ก็ส่งของปลอมที่มีอยู่กลับไปแทน”

 

อาเหมยไม่ได้แย้งอะไรขึ้นอีก ก็นับว่าเป็นความคิดที่ดี หากรู้ว่าผู้ใดทำแล้ว ย่อมสาวถึงตัวการใหญ่ได้ไม่ยาก แต่หากหาไม่ได้ ก็เพียงส่งของปลอมที่มีอยู่มากมายถมถืดกลับไปแทน

 

“แล้วแบบนี้ทองปลอมจะถูกปะปนไปยังชาวบ้านหรือไม่” แม้แต่ในวังหลวงยังมีการปลอมปนเข้ามาได้ การหมุนเวียนเจ้าทองปลอมนี้ในระดับร่างเล่าจะไม่ไปกันใหญ่หรือ

 

“ย่อมต้องมี แต่ที่ยังไม่เหตุเพราะคงยังไม่มีใครรู้”

 

หวงเฟิงหยางตอบอย่างไม่ตื่นตระหนก เพราะเรื่องนี้ไม่ต้องเดาเสียให้ยากเลย อย่างไรเสียก็ไม่มีใครสนใจว่าทองคำที่มีอยู่จริงหรือปลอม ขุนนางต่างๆ ที่ได้รับพระราชทานทรัพย์สินไป มีหรือจะคิดว่าที่ได้ไปนั้นคือก้อนตะกั่วไร้ค่า ไม่แปลกหากนำไปใช้อย่างสบายใจ จนปะปนกับทองคำจริง

 

“แล้วจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ”

 

“ก็ต้องปล่อยไปก่อน หาตัวการได้เมื่อไหร่ก็ต้องมาจัดการระบบ ระเบียบกันใหม่ เรื่องยุ่งเชียวล่ะ”

 

“เรื่องใหญ่จริงๆ นั่นแหละเพคะ บางทีแคว้นเยี่ยนอาจจะต้องปรับเปลี่ยนเงินตราเชียวล่ะ”

 

“หืม...”

 

“อะไรที่ครอบครองได้โดยง่าย ล้วนปลอมได้ง่ายเช่นกัน หากไม่อยากให้ปลอมของทุกอย่างต้องออกจากหลวง กำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็จะมีเรื่องแบบนี้อีก”

 

ฟังคำแนะนำจากหวงโฮ่วของพระองค์ ก็มีเห็นด้วยในบางส่วน หากแต่ก็ยากที่จะทำให้สำเร็จ

 

“เรื่องนั้นทำได้ยากยิ่งทั้งแผ่นดินนี้มีห้าแคว้น ฉี ซาน เยี่ยน ไห่ เหนิง ล้วนใช้ตำลึงทองเป็นส่วนใหญ่ หากมีการติดต่อกันแล้วล้วนจำเป็นต้องใช้ทองคำทั้งสิ้น หากทำเช่นนั้นเจิ้นคงต้องรบทัพจับศึกรวมแคว้นทั้งห้าให้น้องหญิงกระมัง”

 

“เช่นนั้นก็ลืมไปเสียเถิดเพคะ คิดเสียว่าหม่อมฉันไม่ได้พูดออกไปก็แล้วกัน อยู่สงบๆ เช่นนี้ย่อมดีกว่า หากเกิดศึกสงครามแม้แต่ทองปลอมอาจจะไม่มีเหล็กมาหลอมเสียด้วยซ้ำไป”

 

คนที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน รบทัพจับศึกเพื่อรวมแคว้นทั้งห้าหรือ เดือดร้อนราษฎรเปล่าๆ หาข้อดีไม่ได้เลย เหตุใดนางต้องสนับสนุนกันด้วย หากนางพูดไปทำให้องค์จักรพรรดิคิดถึงขั้นนั้น ก็ขอให้พระองค์ลืมไปเสียว่านางเคยพูดออกไป

 

หวงเฟิงหยางมองสตรีที่ดูจะเข้าใจอะไรได้ง่ายดายเสียเหลือเกินอย่างประเมิน หากแต่บุตรสาวของเสนาบดีกลาโหมย่อมได้รับความรู้ที่สูงไม่น้อย ยิ่งเรื่องการศึกแล้วนางเองคงจะได้ยินจากบิดาและพี่ชายมาบ้าง จึงเข้าใจเรื่องทำนองนี้

 

แต่ช่างน่าสนใจเหลือเกิน...

 

“ตอนนี้แคว้นรอบข้างล้วนมีศึกภายใน แคว้นฉีเก็บภาษี เก็บส่วยมากมาย เพราะเตรียมจะสร้างพระราชวังใหม่ ชาวบ้านไม่พอใจจนต้องหลบหนีมาทางชายแดนติดกับแคว้นเยี่ยนเพื่อหลีกหนีการเก็บภาษี ทั้งยังมาแย่งชาวแคว้นเยี่ยนค้าขาย แคว้นซานเกิดการชิงบัลลังก์ของเหล่าอ๋องทั้งหลายจนถึงตอนนี้ยังสงบศึกไม่ได้ แคว้นเยี่ยนจึงต้องเฝ้าระวังตลอด เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจะเกิดการปะทะจนเดือดร้อนถึงแคว้นเยี่ยน ไหนจะต้องตั้งค่ายกำลังพลเฝ้าดูคนที่อพยพมาตามชายแดนอีก”

 

อาเหมยฟังถ้อยคำรายงานองค์จักรพรรดิเจ้าแผ่นดินแคว้นเยี่ยนอย่างสงสัย...

 

“แค้วนเยี่ยนน่าอยู่ถึงขนาดที่ชาวบ้านแคว้นอื่นอยากมาอยู่เลยหรือ”

 

“น้องหญิงคิดว่าอย่างไรเล่า”

 

“เรื่องปัญหาภายในทุกที่ย่อมต้องมี หากแต่แคว้นเยี่ยนอาจจะยังไม่ปะทุรุนแรงเท่าแคว้นอื่นก็เท่านั้น”

 

“จริงอย่างเจ้าพูด หากแต่ตอนนี้แคว้นเยี่ยนก็นับว่าสงบสุขกว่าแคว้นทั้งหลายที่เจิ้นกล่าวมา”

 

“ก็ไม่รู้จะสงบได้อีกนานสักเท่าใด”

 

“จะกระทำสิ่งใด ย่อมต้องกระทบต่อราษฎรให้น้อยที่สุด เรื่องภายในราชสำนัก เรื่องของขุนนางย่อมต้องกระทำให้หมดจดที่สุด และสร้างปัญหาให้น้อยที่สุด”

 

หากจะกล่าวว่าไม่สร้างปัญหาเลยก็ไม่ถูก เพราะเรื่องที่หวงเฟิงหยางคิดที่จะกระทำนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กเลย ขุนนางทั้งหลายย่อมมีพรรคพวกและกลุ่มคนจำนวนหนึ่งหนุนหลังหากจะเปลี่ยนขั้วอำนาจ ย่อมสร้างผลกระทบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่พระองค์จะกระทำจึงต้องสร้างปัญหาให้น้อยที่สุดแทน

 

ฟังความตั้งใจของอีกฝ่ายอาเหมยก็นึกชื่นชมบุรุษผู้นี้อยู่ในใจ ทุกอย่างต้องกระทำอย่างรอบคอบ อาจด้วยเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดนางถึงได้นั่งทำงานให้พระองค์เช่นนี้ หากมีคนช่วยอาจจะผิดพลาดน้อยลง และปัญหาอาจจะแก้ง่ายขึ้นมาบ้าง

 

“น้องหญิงหิวหรือยัง นี่ก็จะเลยยามอู่แล้ว”

 

คนที่ถูกเอ่ยถามก็พยักหน้ารับ นางมานั่งที่นี่หลายชั่วยามแล้ว อีกทั้งบุรุษตรงหน้าก็ว่าราชการแต่เช้าตรู่ ก็ควรถึงแก่เวลาที่จะตั้งโต๊ะเสียที

 

โต๊ะเสวยขององค์จักรพรรดิถูกจัดมาอย่างประณีตหากแต่มีเพียงสำรับเดียว เพราะทุกคนที่ตำหนักเทียนเหอรับรู้เพียงว่าพระองค์อยู่เพียงลำพัง ทั้งเครื่องเสวยที่ว่านั้นก็ถูกวางไว้ด้านนอก ก่อนหวงเฟิงหยางจะเอ่ยปากไล่ขันทีและนางกำนัลให้ออกไปเช่นเคย

 

องค์จักรพรรดิและหวงโฮ่วย้ายที่ประทับ เพื่อรับเครื่องเสวย มือกร้านขององค์จักรพรรดิหยิบยื่นข้าวที่มีเพียงหนึ่งถ้วยบนโต๊ะกับเสวี่ยเหมยอย่างเสียสละ หากแต่สตรีที่ได้รับเกียรติจากองค์จักรพรรดิกลับนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจเสียอย่างนั้น

 

มือขาวผ่องหยิบยื่นถ้วยข้าวเจ้าปัญหาที่ถูกหยิบยื่นมาให้ตรงหน้ากลับคืนเจ้าของ มองใบหน้าของหวงเฟิงหยางที่ดูจะไม่เข้าใจในการกระทำของนางเช่นกันในเวลานี้

 

“น้องหญิงรับไปเถิด”

 

“มีเพียงถ้วยเดียวใช่ว่าจะต้องมีคนเสียสละเสมอไปนี่เพคะ แบ่งกันครึ่งหนึ่งก็ได้”

 

ถ้วยข้าวที่ว่านั้นวางอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสอง อาเหมยจัดการอาหารตรงหน้าโดยไม่ได้สนใจว่าบุรุษข้างๆ จะยังคงนิ่งเฉยอยู่ หากแต่เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ไหวติง ทั้งยังไม่เริ่มจัดการอาหารตรงหน้า ก็จัดการคีบอาหารพร้อมข้าวให้กับองค์จักรพรรดิอย่างเสร็จสรรพ

 

“เสวยเพคะ หากไม่เสวยหม่อมฉันจะกลับไปกินที่ตำหนักจะได้หมดปัญหา”

 

ได้ยินนางเอ่ยปากเช่นนั้นก็ยินยอมรับข้าวที่ถูกป้อนให้อย่างไม่ขัดขืน ความจริงพระองค์ไม่ได้ขัดข้องในความตั้งใจของนาง หากแต่แปลกใจเสียมากกว่า ความจริงจะสั่งให้ขันทีนำอาหาร นำข้าวมาเพิ่มก็ย่อมได้ เพียงแต่พระองค์ไม่อยากให้เสวี่ยเหมยต้องรอก็เท่านั้น จึงหยิบยื่นของพระองค์ให้กับนางแทน หากแต่นางกลับสร้างความแปลกใจให้กับพระองค์แทน

 

นางไม่ได้ยินยอมเต็มร้อย และไม่ได้ปฏิเสธพระองค์เต็มร้อยเช่นกัน เพราะถ้วยข้าวยังคงวางอยู่ตรงกลางระหว่างพระองค์กับนางอย่างยุติธรรม

 

หากแต่การเสวยอาหารอย่างเป็นธรรมก็ถูกขัดจังหวะด้วยองครักษ์เงาของพระองค์ ที่เข้ามาขัดพระองค์กับหวงโฮ่วด้วยใบหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ก่อนจะเคลื่อนกายมาเข้าใกล้พระองค์และรายงานเรื่องบางอย่างที่ดูจะสำคัญไม่น้อยเลย

 

ดวงเนตรองค์จักรพรรดิกลับจับจ้องใบยังสตรีที่เหมือนเฉยในสิ่งที่จิวหลิงองครักษ์เงาของพระองค์รายงาน ไม่มีความอยากรู้อยากเห็นใดๆ ทั้งสิ้นในท่าทีของเสวี่ยเหมย จนจิวหลิงรายงานจบและกลับออกไป นางก็ไม่ได้เอ่ยถามแม้แต่น้อย

 

“ไม่อยากรู้หน่อยหรือว่าจิวหลิงนำข่าวอันใดมาบอกเจิ้น”

 

“จิวหลิงมารายงานฝ่าบาทไม่ใช่หม่อมฉัน ย่อมแน่ชัดว่าเรื่องที่จิวหลิงนำมาย่อมไม่เกี่ยวกับหม่อมฉัน เหตุใดต้องอยากรู้ด้วยเล่าเพคะ”

 

เห็นสตรีข้างกายไม่ยี่หระ ก็เริ่มเกิดอาการตะขิดตะขวงใจขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่ในเมื่อนางไม่อยากจะฟัง ดังนั้นแล้ว...

 

พระองค์ก็จะเล่า!

 

“จิวหลิงมารายงาน มาตำหนักหลันฮวามีการเคลื่อนไหว” เอ่ยพูดไป โดยที่สตรีที่นางข้างกายก็ยังไม่สนใจพระองค์เช่นเคย “พระสนมที่ตำหนักหลันฮวาสั่งยาปลุกกำหนัด ประจวบเหมาะที่เจิ้นจะเข้าตำหนักหลันฮวาในวันนี้พอดิบพอดี บังเอิญเสียจริงน้องหญิงว่าไหม”

 

สตรีที่มือจับตะเกียบจะคีบอาหารอันโอชะเข้าปากต้องชะงักกางอากาศ มองบุรุษที่พูดออกมาให้นางได้รับรู้เสียดื้อๆ

 

“อ้อ... ตำหนักหลันฮวาหรือ” ใคร่ครวญถึงชื่อเจ้าของตำหนักที่คลับคล้ายคลับคลาอยู่ในความทรงจำอันยุ่งเหยิงของนาง

 

ตำหนักหลันฮวา...

 

อ้อ! ตำหนักของเมียน้อยลำดับที่สอง!

 

“ช่างน่ายินดี หากฟ้าเป็นใจวันนี้ทายาทมังกรอาจจะกำเนิดที่นั่นก็เป็นได้”

 

พูดอย่างไม่ใส่ใจอีกหน จนคนฟังยิ่งรู้สึกขัดใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี

 

“เช่นนั้นหรือ... อย่างนั้นเจิ้นควรจะไปตำหนักหลันฮวาใช่หรือไม่”

 

“ก็แล้วแต่ฝ่าบาทเถิดเพคะ สิทธิของฝ่าบาท จะเข้าออกตำหนักใดย่อมกระทำได้ทั้งสิ้น”

 

ไม่รู้ว่าจักรพรรดิที่เก่งกาจวางแผนนั่นนี่กับนางเมื่อครู่ กลายเป็นจักรพรรดิสมองหมูตั้งแต่เมื่อใด จึงต้องมาถามนางว่าควรเข้าไปหาเมียน้อยลำดับที่สองของพระองค์หรือไม่ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่านางจะวางยากำหนัดพระองค์เพื่อหวังไต่เต้า...

 

เฮ้อ... น่าสงสารจักรพรรดิสมองหมูของนางเสียจริง เรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้

 

“ในเมื่อฝ่าบาทจะเสด็จตำหนักหลันฮวาอยู่แล้ว ก็คงไม่ต้องไตร่ตรองอะไรให้เปลืองเวลากระมัง อย่างไรเสียผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิมไม่ใช่หรือเพคะ”

 

“ก็จริงอย่างที่น้องหญิงว่า เช่นนั้นเจิ้นก็ไม่ต้องคิดอะไรให้เปลืองเวลา


****************

หยุดก่อน!!!

รู้นะว่าคิดอะไรอยู่

อย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกล 

อย่าเพิ่งงงงง555

มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ อย่าเพิ่ง!  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.691K ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #1842 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:06
    หืมมมมมม
    #1842
    0
  2. #1706 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:56

    โอ้ยยย เป็นเจ้าลูกเต่าที่มีสมองหมูสินะ องค์จักรพรรดิ?

    #1706
    0
  3. #1472 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:05
    ฝ่าบาทไม่ต้องไปหรอกกก
    #1472
    0
  4. #1363 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:38
    ฝ่าบาทเหมือนเราเลย5555555 เวลาคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกไม่อยากรู้ ไม่รู้อ่ะ ก็จะเล่า!
    #1363
    0
  5. #829 got7-blackpink (@got7-blackpink) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 20:33

    ฝ่าบาทไม่ต้องไปหรอกตำหนักอื่นหน่ะจัดการคนตรงหน้าท่านเลยเพคะ5555
    #829
    0
  6. #747 SallyCR (@SallyCR) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 22:20
    ชอบความไม่อยากรู้ แต่ฉันจะเล่า 5555
    #747
    0
  7. #730 美丹 (@Sukhita) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 20:06

    งื้ออ อยากอ่านต่อแล้วว
    #730
    0
  8. #691 alphaa (@iamalpha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:42
    ไม่ต้องคิดให้เปลืองเวลา จับคนตรงหน้าเนี่ยแหละเป็นเหยื่อ
    #691
    0
  9. #638 มิ้น (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:44

    ว่าแล้ว... จักรพรรดิผู้งอนเมียก็สะบัดก้นลุกออกไป.. 555

    #638
    0
  10. #637 K19950421 (@K19950421) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 04:07
    อร้ายยย
    #637
    0
  11. #636 LadyTamina (@ladyztamina) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:33

    จับอาเหมยกดลงเตรียมไง ฝ่าบาทคิดรอบคอบแล้ว
    #636
    1
    • #636-1 LadyTamina (@ladyztamina) (จากตอนที่ 21)
      11 พฤศจิกายน 2561 / 19:34
      เตียง*
      #636-1
  12. #635 yingyui2528 (@yingyui2528) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 16:42
    เอ้าประชดกันเข้าไป
    #635
    0
  13. #634 oneday1979 (@oneday1979) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 16:36
    อะไรอ่ะ รู้ทั้งรู้จะตกหลุมพรางด้อจะยอมเหรอ
    #634
    0
  14. #633 gakwang (@gakwang) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 16:07
    ค้างงงงงงงงงงงงงง
    #633
    0
  15. #632 casperpam (@casperpam) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 14:17

    สนุกมากชอบมาก รอค่ะ
    #632
    0
  16. #630 miskizfullmoon (@sunlightnova) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:08

    ขอบคุณนะคะ
    #630
    0
  17. #629 ขนม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:04

    งานนี้ไม่เกี่ยวกับถุงยาง นางเอกโดนเเน่ๆๆ สวรรค์ส่งโปนดครรภ์มังกรจะอุบัติ

    #629
    0
  18. #628 ขนม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:02

    ฝ่าบาทอ่อยยุ่นะ รุ้ยัง

    #628
    0
  19. #624 akazeyujin (@akazeyujin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 06:45

    นี่มันสนุกจริงๆๆๆ
    ///ชอบมากๆเลย
    #624
    0
  20. #622 chis_kan1043 (@chis_kan1043) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:17
    อ่านมาราธอนเลยค่ะ สนุกมากก อาเหมยโดนกินแน่ๆ555 รอไรท์นะคะ
    #622
    0
  21. #619 kiki got7 (@Thirdkiki) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 17:47
    สนุกดีค่าาา รอติดตามค่ะไรท์ สู้ๆน้า
    #619
    0
  22. #618 SiriwanBaitoey (@SiriwanBaitoey) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 17:29

    รอค่ะรอ
    #618
    0
  23. #617 062289 (@ta1412) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 15:53
    ค้างเพราะความอยากรู้ อิอิ
    #617
    0
  24. #615 mamzawastetime (@mamzawastetime) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 13:51

    รอออออออค่ะ

    #615
    0
  25. #612 สายลม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 20:27

    ไรต์กลับมาอัพด่วนนนนนนน ค้างงงงงง

    #612
    0