บอกข้าหน่อย ‘ฮองเฮา’ นี่ใช่เมียหลวงไหม!?

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 979,876 Views

  • 2,841 Comments

  • 18,131 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    65,166

    Overall
    979,876

ตอนที่ 22 : บทที่ ๑๕ :: จักรพรรดิสมองหมู และสตรีผู้ตกเป็นเหยื่อ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3913 ครั้ง
    12 พ.ย. 61

ตำหนักหลันฮวา

พระสนมลู่เฟยสตรีเจ้าของตำหนักหลันฮวา นั่งหน้าคันฉ่องทองเหลืองรอบกายรายล้อมไปด้วยนางกำนัลที่กำลังปะเครื่องประทินโฉมบนใบหน้า ดวงตาของสตรีงามมองทุกการกระทำอย่างใส่ใจ เพราะในวันนี้นางต้องงดงามที่สุด งามจนองค์จักรพรรดิต้องหลงใหลในตัวนาง...


“ลู่ลู่ เจ้าว่าข้างามหรือยัง”


“งามมากเพคะ” นางกำนัลที่ถูกขานเรียกตอบรับคำถามโดยต้องคิดอะไรให้มากความ สตรีตรงหน้า ณ เวลานี้ย่อมงามเหนือสตรีในวังหลังทั้งปวง มิเช่นนั้นวันนี้ตำหนักหลันฮวาจะรับเสด็จฮ่องเต้ได้อย่างไรกัน


“เช่นนั้นฝ่าบาทก็คงจะคิดเช่นเดียวกับเจ้า”


“ย่อมเป็นเช่นนั้นแพคะ”


เมื่อได้ยินคำตอบที่พอพึงใจ ร่างระหงก็ลุกขึ้นยืนเลือกชุดที่สวยที่สุดและคู่ควรอยู่บนเรือนร่างของนางที่สุดมาสวมใส่ ก่อนจะตรวจตราทุกอย่างให้พร้อมสรรพทั้งเครื่องเสวยที่เตรียมขึ้นเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับฮ่องเต้โดยเฉพาะ...


“ลู่ลู่ ของที่ท่านพ่อข้าให้มาเจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”


ตรวจตราดูไปมาแต่ก็มิวายถามไถ่ถึงเรื่องสำคัญที่ท่านพ่อของนางสั่งการมาอย่างเป็นมั่นเหมาะ และครั้งนี้นางจะทำอะไรผิดพลาดไม่ได้ เพราะหากวันนี้ผิดพลาด ฮ่องเต้อาจไม่เสด็จมาที่นี่อีกก็เป็นได้


“เพคะหม่อมฉันจัดการด้วยตนเอง ย่อมไม่มีสิ่งใดผิดพลาดเพคะ”


ยิ้มรับถ้อยคำของนางกำนัลคนสนิท เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ ไม่นานขันทีก็ขานเสียงดังอยู่หน้าตำหนัก สตรีผู้เป็นเจ้าของตำหนักจึงรีบออกมาต้อนรับองค์จักรพรรดิที่เสด็จมาถึงด้วยใบหน้าพริ้งเพรา หากแต่บุรุษตรงหน้าก็มิปริปากพูดสิ่งใดออกมา เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงบอกว่าให้นางลุกขึ้นจากการย่อกายคำนับพระองค์


ใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มไม่เก็บความเย็นชาขององค์จักรพรรดิมาใส่ใจ เชิญโอรสสวรรค์เข้าด้านในด้วยท่าทีกระตือรือร้น ปรนนิบัติพัดวีบุรุษผู้เป็นองค์จักรพรรดิเป็นอย่างดี จัดการรินน้ำชาให้เสร็จสรรพพร้อมกับอาหารว่างที่จัดเตรียมไว้


“ดื่มชาก่อนเพคะ หม่อมฉันเตรียมชาหลงจิ่งไว้ให้ฝ่าบาทก่อนจะรับเครื่องเสวยเพคะ”


                ส่วนบุรุษที่ถูกปรนนิบัติอย่างดีตั้งแต่เข้าตำหนัก ก็ทำสีหน้าไม่ยินดียินร้าย หากแต่เพียงรับจอกน้ำชาขึ้นมาจะดื่มก็ต้องชะงัก...


                กลิ่นของชาหลงจิ่งที่แตะจมูกพร้อมทั้งไออุ่นๆที่พวยพุ่งออกมานั้นก็ชัดเจนแล้วว่านี่ไม่ใช่ชาหลงจิ่งที่พระองค์คุ้นเคย


                สตรีผู้นี้คิดว่าพระองค์โง่เง่าขนาดนี้เชียวหรือ...


แสร้งทำทีท่าว่าดื่มชาเพื่อตบตา ก่อนจะวางจอกน้ำชาที่ยังไม่พร่องลงเลยแม้แต่น้อยลง มองพระสนมของพระองค์ที่ยิ้มละไมอยู่ตรงข้าม และสตรีนางนี้ก็รู้งานเป็นอย่างดี ไม่ต้องให้พระองค์เอ่ยอะไรนางก็เอ่ยทุกอย่างออกมาราวกับนกแก้วนกขุนทอง


                “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทมากเพคะ ที่พระราชทานทองคำมาให้หม่อมฉันมากมาย”


                หวงเฟิงหยางมองสตรีที่พูดถึงของที่พระองค์พระราชทานมาให้ ก็คลายสีหน้าที่เรียบตึงเล็กน้อย มองท่าทีเหนียมอายของพระสนนมลู่เฟยอย่าขบขัน นางคิดว่าพระองค์โปรดปรานนางนักหนากระมังถึงได้พระราชทานทรัพย์สินมาให้เสียมากมายจนแทบเอามาถมตำหนักได้


                หากแต่เปล่าเลย...


                “เจ้าถูกใจก็ดีแล้ว”


คำพูดแรกที่หลุดออกมาจากองค์จักรพรรดิทำเอาสตรีที่ลุกขึ้นมาผัดหน้าด้วยเครื่องประทินโฉมตั้งแต่เช้าเริ่มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่า


“หากจะนำไปใช้อะไรก็ใช้ตามสะดวก หากมีไม่พอก็บอกผ่านซุนกงกง เจิ้นจะการให้”


“ขอบพระทัยเพคะ”


“บิดาของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ใต้เท้าลู่น่ะ เมื่อเช้าที่ว่าราชการดูเงียบจนผิดหูผิดตา”



“คงจะเรื่องงานราชกระมัง ท่านพ่อก็แบบนี้แหละเพคะ กังวลเรื่องการบ้านการเมืองมากกว่าเรื่องใด”


บุรุษที่ได้ฟังก็หัวเราะในลำคอ เพราะรู้ดีว่าท่าทีเงียบขรึมของเสนาบดีกรมคลังนั้นมาจากสาเหตุใด ซึ่งเรื่องนี้ก็เดาได้ไม่ยาก ก็คงเรื่องที่พระองค์นั่งประจันหน้ากับบุตรสาวของเสนาบดีเฒ่าลู่เซียนอยู่ ณ ตอนนี้


จิวหลิงไม่ได้บอกเพียงว่ายาปลุกกำหนักถูกนำเข้าตำหนักหลันฮวา หากแต่ยังบอกอีกว่าคนที่นำยานั่นเข้ามาคือคนสนิทของเสนาบดีเฒ่าผู้นั้น


ลำดับเรื่องไล่เรียงกันไปมาเรื่องก็เริ่มจะวุ่นวาย พระองค์เลยตัดปัญหาด้วยการพาตนเองมาเป็นหมากบนกระดานของเจ้าเสนาบดีเฒ่าลู่เซียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว หากแต่พระองค์จะไม่ยอมเดิมตามแผนของตระกูลลู่ง่ายๆ ที่พระองค์ยอมมาปรากฏตัวที่นี่ก็เพราะมาพลิกหน้ากระดานเสียใหม่ต่างหากเล่า!


หากแคว้นเยี่ยนคือกระดานเซี่ยงฉี พระองค์ก็คือเจ้าของกระดาน ซึ่งมีแต่พระองค์เท่านั้นที่จะย้ายหมากหรือกำจัดหมากทุกตัวบนกระดาน หาใช่เจ้าเสนาบดีผู้นั้นหรือใครหน้าไหน!


หากตระกูลลู่จะใช้เจ้ายาชั่วช้านั่นกับพระองค์ เพื่อให้สนมลู่เฟยได้อุ้มครรภ์มังกรแล้ว พระองค์จะไม่มีวันทำให้ตระกูลลู่ได้สมดั่งใจแม้แต่น้อย... และพระองค์จะทำให้ตระกูลนี้กระอักกระอ่วนใจจนอยู่แทบไม่สุขเลยทีเดียว เพราะบุตรของพระองค์ย่อมต้องไม่เกิดที่ตำหนักนี้อย่างแน่นอน


ของว่างอีกหลายต่อหลายอย่างทยอยมาวางบนโต๊ะเสวย หากแต่หวงเฟิงหยางไม่แม้แต่จะสัมผัสหรือรับอาหารมากมายเหล่านี้แม้แต่น้อย พระองค์เพียงปรายตามองอย่างเวทนา นี่นับว่าพระองค์ใจดีมากทีเดียวที่ไม่ได้หักหน้านางเหมือนครั้งเสวี่ยเหมยด้วยการเตรียมเครื่องเสวยมาเองจากตำหนัก ไม่เช่นนั้นสตรีที่ยิ้มไม่หุบอาจจะไม่มีรอยยิ้มปรากฏอยู่ก็เป็นได้


แต่ความจริงพระองค์ไม่ได้จะมาอยู่ที่ตำหนักนี้เกินหนึ่งเค่อ หากแต่ตอนนี้ก็ล่วงเข้าสามเค่อเข้าไปแล้ว พระสนมลู่เฟยยังคงพูดเป็นนกแก้วนกขุนทองไม่หยุดเลย


ช่างไร้สาระเสียเหลือเกิน


ขนาดพระองค์แอบเทน้ำชาที่นางขยันเทให้ทิ้ง สตรีตรงหน้ายังไม่ทราบเลย เพราะเอาแต่พูดพล่ามไปเรื่อย...


เอือมระอากับสตรีที่พูดไม่หยุดหย่อน ทั้งยังหารสาระอะไรไม่ได้นอกจากคำยกยอปอปั้นพระองค์ราวกับเทพสวรรค์ และเชิดชูตระกูลตนเอง ช่างไร้แก่นสารสิ้นดี


“เหตุใดไม่เสวยเล่าเพคะ” พระสนมลู่เฟยเอ่ยถามองค์จักรพรรดิที่ยังคงนิ่งงัน “หรือจะสรงน้ำก่อนเพคะ หม่อมฉันจะให้นางกำนัลไปเตรียม”


“ไม่จำเป็น เจิ้นเพียงมาเยี่ยมเยียนถามไถ่เท่านั้น”


“...ทรงตรัสว่าอย่างไรนะเพคะ”


มองสตรีที่เข้าใจอะไรยากเย็นอย่างเหนื่อยหน่าย เหตุใดบิดาของนางไม่หยิบยื่นความฉลาดให้กับบุตรสาวมาบ้างเล่า สตรีผู้นี้ฉลาดไม่ได้ครึ่งของบิดาเสียด้วยซ้ำ แค่ประโยคสั้นๆของพระองค์นางก็ยังไม่เข้าใจ


“นี่ซุนกงกงแจ้งไม่ชัดเจนหรือ เจ้าถึงไม่รู้” มองสตรีที่ทำท่าทีเลิ่กลักก็ไม่รู้ว่าพระองค์ควรจะสงสารหรือควรปล่อยวางให้กับไม่รู้เรื่องรู้ราวของนางดี “ข้ามาเพียงเยี่ยมเยียนเท่านั้น ข้าไม่ได้มาที่หลันฮวาเสียนานก็อยากจะมาดูด้วยว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากแต่เจิ้นก็เห็นแล้วว่าเจ้าจัดการข้าราชบริพารได้ดีไม่ขาดตกบกพร่องอะไร อีกทั้งจะมาถามไถ่ถึงของที่เจิ้นมอบให้ว่าได้ครบถ้วนดีไหม หากเจ้าต้องการอะไรก็ขอให้บอก”


“เช่นนี้... เช่นนี้ฝ่าบาทจะไม่ประทับที่หลันฮวาหรือเพคะ”


“ไม่”


ตอบกลับอย่างหนักแน่น ดวงเนตรยังจ้องมองไปยังสตรีที่ดูจะรับความจริงไม่ได้ แต่จะให้ทำอย่างไรได้ นางคิดไปเองทั้งนั้น...


คิดไปเองว่าการที่พระองค์พระราชทานของมากมายมาให้คือความหลงใหล


คิดไปเองว่าพระองค์จะเป็นบุรุษโง่งมถึงแยกแยะไม่ออกว่าในน้ำชานั่นมียาปลุกกำหนัด


คิดไปเองว่าพระองค์จะเป็นคนโง่งมที่จับจูงไปทางใดก็ได้ แม้กระทั่งห้องหอของนาง


ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารเหลือเกิน


“รบกวนเจ้ามานานแล้ว เจิ้นคงต้องกลับแล้ว”


“ฝ่าบาทเพคะ”


หวงเฟิงหยางชะงัก หากแต่พระองค์ก็รีบเอ่ยขึ้นก่อนที่พระสนมพูดดั่งนกแก้วนกขุนทองของพระองค์จะเอ่ยขัดจนพระองค์ไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้


“อ้อ... น้ำชารสดีเชียว เจ้าได้มาจากที่ใดกัน”


“...บิดาของหม่อมฉันเพคะ”


“อ้อ...” ไม่สนุกเอาเสียเลย เหตุใดเจ้าลูกแกะตัวนี้ถึงได้ติดกับดักง่ายดายนักเล่า “ใต้เท้าลู่ช่างสรรหานัก แม้กระทั้งชาก็ยังเป็นชารสเลิศ...”


 กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะจากออกตำหนักไปโดยไม่หันกลับไปมองแม้แต่น้อย หากแต่จะให้เดาสตรีที่แต่งตัวเสียเต็มยศพร้อมใบหน้าเพริศพริ้งเวลานี้คงจะเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ทั้งร้อนรุ่มดั่งไฟ ว่าองค์จักรพรรดิที่โดนยาปลุกกำหนัดเข้าไปจะเสด็จไปที่ใดต่อ หากไม่ประทับที่ตำหนักหลันฮวาของนางแล้ว...


 “จะเสด็จที่ใดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”


เมื่อองค์จักรพรรดิเดินออกนอกลู่นอกทางจากทางกลับตำหนักเทียนเหอที่ประทับ ซุนกงกงก็เอ่ยถามทันที และนั่นก็คือสิ่งที่พระองค์รอให้ขันทีข้ารับใช้ของพระองค์ได้เอ่ยถามอยู่เช่นกัน


“เหลียนฮวากง”


ตอบกลับอย่างชัดเจน นับว่าโชคดีที่ข้าราชบริพารเดินตามหลังพระองค์ไม่เช่นนั้นคงจะตกใจหากเห็นพระองค์ยกยิ้มขึ้นอย่าพึงพอใจ เพียงแค่เอ่ยชื่อตำหนักของสตรีผู้ไม่สนใจพระองค์แม้แต่น้อย หากนางเห็นพระองค์ในตอนนี้จะเป็นอย่างไรกันหนอ


อีกอย่าง หากตำหนักอื่นรู้ว่าพระองค์ออกจากตำหนักหลันฮวาและมาตำหนักเหลียนฮวาแทนจะเป็นอย่างไร ก็เอาเป็นว่าเรื่องวุ่นวายที่จะเกิดต่อจากนี้ก็ขอให้สตรีผู้เป็นหวงโฮ่วจัดการก็แล้วกัน...


พระองค์นำพาสตรีผู้นั้นออกมาจากปัญหาต่างๆนานา และมาร่วมวางหมากบนกระดาน เช่นนั้นและกระดานวังหลังนี้พระองค์จะยกให้นางได้เล่นด้วยตนเอง อย่างไรเสียนางก็ยอมเอาตัวเองเข้าไปลิ้มลองยาพิษอีกรอบกระมัง คราวนี้อาจเป็นเสวี่ยเหมยเองที่ลุกขึ้นมาจัดการเรื่องอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวของนางเอง และยาพิษที่นางเคยโดนมาทั้งหมดอาจจะถูกส่งกลับคืนให้กับเจ้าของบ้างก็เป็นได้ หากแต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้น พระองค์ก็จะประพฤติตนอย่างยุติธรรม นั่นก็คือนิ่งเฉย เหมือนครั้งที่นางเคยโดนกระทำเช่นกัน


ดำเนินใกล้ถึงตำหนักเหลียนฮวา ขันทีรับใช้ก็จะเตรียมจะขานนามให้คนข้างในได้รับทราบ หากแต่หวงเฟิงหยางก็ห้ามปรามไว้ก่อน หากสตรีผู้นั้นรู้ว่าพระองค์มาก็ไม่สนุกน่ะสิ


“เจิ้นจะเข้าไปข้างในเอง”


“แต่ฝ่าบาท...”


“ห้ามให้ใครเข้าไปกวนเจิ้นและหวงโฮ่วข้างในเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าทุกคนจะโดนลงทัณฑ์” ไม่ฟังคำทัดทานของขันทีข้างพระองค์แม้แต่น้อย ความสนใจทั้งหมดของหวงเฟิงหยางมุ่งไปยังหอนอนที่ยังคงมีแสงส่องสว่างอยู่ภายใน ย่างกายเข้าห้องหอก็พบกับร่างอรชรที่คุ้นตานั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองผมสลวยถูกปล่อยยาวถึงบั้นเอว มีนางกำนัลคอยช่วยหวีผมนุ่มสลวยอยู่ด้านหลัง


หวงเฟิงหยางเดินเข้าไปใกล้สตรีเจ้าของตำหนักที่ยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ามีพระองค์บุกลุกเข้ามา หากแต่นางกำนัลที่คอยปรนนิบัติกลับหันมาตื่นตระหนกที่เห็นพระองค์แทน 


 หวงเฟิงหยางยกมือขึ้นห้ามท่าทีตื่นตระหนกนั่น ก่อนที่นางจะทำพระองค์ผิดแผน จนเจ้าของตำหนักรู้ตัวเสียก่อน มือที่ยกขึ้นมาห้ามปรามไม่ให้นางกำนัลผู้นั้นได้กระโตกกระตากโบกขึ้นเล็กน้อยเชิงให้ออกไปจากห้องหอนี่เสีย และเป็นพระองค์ที่เข้าไปรับหน้าที่ปรนนิบัติหวงโฮ่วต่อด้วยตนเอง


หากแต่สตรีที่พระองค์ปรนนิบัติเป็นอย่างดีกลับไม่สนใจสิ่งรอบข้างที่เปลี่ยนไปเลย นางนั่งขีดเขียนอะไรสักอย่างบนโต๊ะที่ควรจะมีเพียงเครื่องประทินโฉมของสตรี หากแต่บนโต๊ะนี้มีแต่กระดาษมากมายราวกับกองฎีกาขนาดย่อมๆของพระองค์ ส่วนสิ่งที่ปรากฏบนกระดาษนั่นก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไร หากแต่เป็นอะไรสักอย่างที่พันไปมาอย่างยุ่งเหยิงไปหมด


“ให้ตายเถอะ!” เสียงจากสตรีที่มองกระดานและเอ่ยขึ้นมาอย่างกับไม่พอใจนักหนาทำเอาหวงเฟิงหยางเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “แคว้นฉีเก็บภาษีมาก ขุนนางและราชสำนักขูดรีดจนประชาชนต้องหนีออกนอกแคว้นเข้ามาแคว้นเยี่ยน แคว้นซานก่อกบฏชิงบัลลังก์ ประชาชนหนีตายมานอกแคว้นเข้ามาแคว้นเยี่ยน ไหนจะทองปลอมที่เข้าไปปะปนจะเละเทะอยู่กับชาวบ้าน ปัญหาต่อไปก็คงหนีไม่พ้นแคว้นเยี่ยนเข้ายากหมากแพง...”


หวงเฟิงหยางมองสตรีที่ทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองของพระองค์อย่างสงสัย นี่หวงโฮ่วของพระองค์มีญาณหยั่งรู้ตั้งแต่เมื่อใดกันเล่า


“เช่นนี้แล้วทองคำทั้งทรัพย์สินอื่นๆที่ข้ามีอยู่คงต้องนำออกมาช่วยเหลือประชาชน อย่างไรเสียคนมากขึ้น ย่อมต้องใช้ข้าวของมากขึ้นตาม หากเมื่อถึงเวลาจริงๆแล้ว พวกพ่อค้าหน้าเลือดย่อมต้องขึ้นราคาสินค้าอีกเป็นเท่าตัวแน่”


ช่วยเหลือ...


“นี่มันวิกฤตเงินเฟ้อชัดๆ!


เลิกคิ้วสูงอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เสวี่ยเหมยบ่นออกมาเอ็ดตะโรกับตนเองหน้ากระจกทองเหลือง แม้จะไม่เข้าใจอยู่บ้าง หากแต่ก็มีเรื่องที่พระองค์สนใจเช่นกันในสิ่งที่นางพูดขึ้นมา


“จะเกิดขึ้นจริงๆหรือ”


และเป็นไปตาที่พระองค์คาดการณ์ กล่าวยังไม่ทันจบประโยคดี สตรีเจ้าของตำหนักก็หันมาหาพระองค์อย่างตื่นตระหนก ใบหน้างามแม้ไร้เครื่องปรุงแต่บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย


“ฝ่าบาท! มาได้อย่างไรเพคะ ฝ่าบาทเสด็จตำหนักหลันฮวามิใช่หรือเพคะ”


ท่าทีตื่นตระหนกดั่งกับกระต่ายป่าเรียกรอยยิ้มจากองค์จักรพรรดิที่คลายใบหน้าสงสัยเมื่อครู่ หากแต่เรื่องที่สงสัยก็ถูกวางไว้ก่อน ในเมื่อตอนนี้มีสิ่งที่พระองค์สนใจยิ่งกว่าคำทำนายของนางคือตัวของนางต่างหากเล่า...


                หวงเฟิงหยางเอื้อมสัมผัสใบหน้างามที่ไร้การปรุงแต่ง แต่ดวงตาแฝงไปด้วยความไม่ไว้ใจใดๆทั้งสิ้นในตัวของพระองค์


                “ยังไม่ตอบหม่อมฉันเลย ว่าเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ในเมื่อฝ่าบาทตรัสว่าจะไปที่ตำหนักหลันฮวา ไหนจะเรื่อง...ยาปลุกกำหนัด!” สตรีที่นึกขึ้นได้ก็ตาตื่น มองบุรุษตรงหน้าที่ยังคงไม่เอื้อนเอ่ยอะไรขึ้นมาเหมือนเคย หากแต่มือไม้กลับยุ่มย่ามบนเรือนร่างของนางโดยไม่ได้รับอนุญาต!


                “ฝ่าบาท!


                มองบุรุษตรงหน้าที่นางมักเรียกว่าลูกเต่า ในเวลานี้เหมือนจะพัฒนาจนกลายร่างเป็นราชสีห์ไปเสียแล้ว นัยน์ตาที่แฝงเร้นอารมณ์บางอย่างไว้ แต่นางกลับเห็นอารมณ์ที่ซ่อนไว้ของอีกฝ่ายอย่างเด่นชัด


                บัดซบ!


                ความปรารถนาของนางสมหวังด้วยยาปลุกกำหนัดหรืออย่างไร!


                วันอื่นมาตั้งมากมาย ใยเจ้าลูกเต่าดันมากลายร่างในวันที่โดนยาชั่วช้านั่นเล่นงานเข้าได้เล่า! หรือเพราะตายด้านแล้วจริงๆ จึงต้องเพิ่งยาประเภทนั้นถึงได้คึกหนีจากตำหนักนั้นแล้วมาที่ตำหนักนางแทน!


                หรือว่า...!!!


การปรากฏกลายขององค์จักรพรรดิไม่ใช่เพราะบังคับอารมณ์ร้อนลุ่มของตนเองไม่ไว้ แล้วหนีมาหานางด้วยความเสน่ห์หา หากแต่วางแผนไว้แล้วว่าจะมาที่นี่หลังจากไปตำหนักนั้น!!!!


                เจ้าหวงเฟิงหยางหลอกนางตั้งแต่ต้น!


                หากแต่เมื่อคิดได้ก็เหมือนจะช้าไปไหนก้าว เมื่อบุรุษที่กลายร่างจากลูกเต่าต้วมเตี้ยมเป็นราชสีห์เคลื่อนกายอย่างรวดเร็วจนเข้ามาฉกฉวยสัมผัสบนริมฝีปากของนาง จนคำพูดที่พรั่งพรูอยู่ในหัวสมองเลือนลับหายไป และมีสัมผัสที่อ่อนโยนและก็เข้ามาแทนที่ทุกความรู้สึกนึกคิด นี่ไม่ใช่จูบแรกของนางกับหวงเฟิงหยาง แต่ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นจูบที่ต่างออกไปอยู่ไม่น้อยเลย จูบครั้งนี้เนิ่นนานกว่าครั้งก่อน เป็นจูบที่ไม่ได้เร่งเร้าหรือบีบบังคับให้นางยอมจำนน หากแต่อ่อนโยนกว่านั้น


                การกระทำไม่ได้บ้าคลั่งดั่งชายหนุ่มเลือดร้อนที่โดนยาปลุกกำหนัดมา หากแต่กระทำทุกอย่างด้วยความอ่อนละมุนและล่อลวงอย่างเก่งกาจจนนางมิอาจทัดทาน หวงเฟิงหยางช้อนตัวนางขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นว่าครั้งนี้จะไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ ก่อนจะวางลงบนเตียงด้วยความทะนุถนอมแม้จะยังไร้ซึ่งคำสนทนา ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าขัดกับอารมณ์ของนางที่เริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาแทน


                “ฝ่าบาท... เสวยยานั่นมาแล้วจะมาลงกับหม่อมฉันเช่นนี้หรือ ควรแล้วหรือเพคะ”


                เอ่ยท้วงก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเลยเถิด หากยามปกตินางอาจจะอ่อนโอนต่อสัมผัสต่างๆนี้โดยง่าย หากแต่ครั้งนี้มีบางอย่างไม่นางอาจจะไม่ยอมอ่อนโอนได้ง่ายๆ บุรุษที่โดนยาปลุกกำหนัดมาเช่นนี้เหมาะแล้วหรือหากจะกระทำทุกอย่างเพียงอารมณ์ชั่ววูบ และนางเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์จากยาจำพวกนั้น


                เมื่อเอ่ยออกไป หวงเฟิงหยางก็ชะงัก หากแต่ยังคงมองนางไม่วางตา แสงสว่างเพียงรำไรทำให้นางเห็นว่าใบหน้าขององค์จักรพรรดิกำลังฉาบไปด้วยรอยยิ้ม


                “ย่อมเป็นเช่นนั้น หากแต่เจิ้นมิได้ดื่มกินยานั่นมาแม้แต่น้อย โปรดจงวางใจ คงเป็นที่น่าเสียดายหากกระทำทุกอย่างเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ และเลือนหายไปเมื่อยาหมดฤทธิ์ หากแต่เจิ้นต้องการอะไรมีความหมายมากกว่านั้น”


                กล่าวจบองค์จักรพรรดิก็ไม่ปล่อยให้นางได้เอื้อนเอ่ยอะไรอีก อาเหมยเองก็ได้เข้าใจแล้ว ว่าเหตุแห่งความอ่อนโยนในทุกสัมผัสนั้นล้วนมาจากอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่าย มิใช่ยาปลุกกำหนัดหรือการกระทำโดยขาดสติ หากแต่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความตั้งใจ


                เสื้อคลุมตัวบางถูกเลิกขึ้นและปลดออกออกให้พ้นตัวด้วยฝีมือขององค์จักรพรรดิ อาเหมยรู้สึกได้ถึงละอองความหนาวเย็นเมื่ออาภรณ์พ้นกาย หากแต่ก็ได้รับความอบอุ่นจากบุรุษที่แนบชิดกายแทน ในเวลานี้นางไม่มีแม้กระทั่งคำถามหรืออยากหาคำตอบในสิ่งใดเลย สายตาตลอดจนสัมผัสแทบจะประสานและกลืนเป็นร่างเดียวกับองค์จักรพรรดิ และหวงเฟิงหยางก็ฉุดรั้งนางลงไปในห้วงแห่งความเสน่หา...


                ในค่ำคืนที่สัมผัสได้เพียงไออุ่นจากกายของกันและกัน เจ้าลูกเต่าได้กลายเป็นราชสีห์ และดอกเหมยงามได้กลายเป็นกระตายตัวน้อยที่ตกเป็นเหยื่อของราชสีห์



+++++++++++++++++++

>.<

สมใจแล้วก็ไปแก้วิกฤตเงินเฟ้อกันต่อละกัน 5555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.913K ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. #2788 Bonefitty (@Bonefitty) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 12:38
    ยืมมือฆ่าคนอ่ะ พี่เต้
    #2788
    0
  2. #2744 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:45
    เย่ๆๆๆๆ ได้กันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2744
    0
  3. #2660 chompoo_152 (@CHOMPOO_15) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:22
    ลูกเต่า กิน ดอกเหมย งั้มๆ
    #2660
    0
  4. #2646 kkondee2 (@KKondee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 20:40
    ตัวจะแตกแล้ว บ้าๆๆๆ กกยสืแหาสื้สบ่เค
    #2646
    0
  5. #2638 Krungthep_JJ (@Krungthep_JJ) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 13:35
    บ้าเอ้ยยยย เขิน
    #2638
    0
  6. #2281 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 11:49

    ดีที่พี่หยางไม่งี่เง่า
    #2281
    0
  7. #2155 TipArkira (@TipArkira) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:41

    นี้สินะ ที่เขาว่า ตายอย่าสงบศพสีชมพู 555
    #2155
    0
  8. #2100 chana2018 (@chana2018) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 11:23

    ได้กันซะที 555 ว่าแต่ฮองเฮาอย่าไปไหนนะ อยู่กับเจิ้นแบบแฮปปี้น้า

    #2100
    0
  9. #1843 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:19
    กรี้ดดด
    #1843
    0
  10. #1707 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:35

    เค้าได้กันแล้ว สมใจแกแล้วนะอาเหมย ถ้าชาตินี้ตายไป แกก็ไม่เสียชาติเกิดแล้วหละ เพราะแกได้แซ่บกับผู้ก่อนตายยยยย

    #1707
    0
  11. #1528 khanthongtandee (@khanthongtandee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:46
    ในที่สุด
    #1528
    0
  12. #1473 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 21:17

    ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงง!!!!
    #1473
    0
  13. #1383 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 09:39
    บุกรุก,ข้าวยากหมากแพง
    #1383
    0
  14. วันที่ 4 มกราคม 2562 / 20:48
    กรี๊ดดดดด! และแล้วอิเจ้ก็เสียซิง(ซ่ะที) 5555 / จุดพลุฉลอง
    #1316
    0
  15. #1297 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 21:14
    สมใจอาเหมยแล้วสิ 555+
    #1297
    0
  16. #1172 Nuna7446 (@nualnapafasai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 21:28
    เเละเเล้วเค้าก้อได้กัน
    #1172
    0
  17. #897 Miluku1chan (@Miluku1chan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 08:58

    มาถึงสักทีวันนี้
    #897
    0
  18. #887 P. Sanggil (@pupaemu) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 23:20

    และแล้ววันนี้ก็มาถึงงงงง
    #887
    0
  19. #879 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 17:26

    เจ้โดนซะแล้ว

    #879
    0
  20. #860 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 13:32

    สมใจฝ่าบาทแล้วขอแสดงความยินดีด้วยเพคะ!!!
    #860
    0
  21. #821 มนันยา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 22:08

    ว้าว แย่แล้วนางเอกเรา

    #821
    0
  22. #818 magic blue (@formost2546) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 19:47
    อิอิ อิอิ
    #818
    0
  23. #795 BeerPhilla (@BeerPhilla) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 22:53
    ฟินนนนนนน
    #795
    0
  24. #792 BW35419 (@35419) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 21:20

    โอ้วววววว
    #792
    0
  25. #761 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
    ในที่สุดดดดดดดด สมใจฝ่าบาทแล้วสินะเพคะ ไปค่ะ แก้ปัญหาบ้านเมืองต่อ นางเอกไม่โง่ดีอ่ะ5555 เป็นการเป็นงาน
    #761
    0