[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 42 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.ย. 56

บทส่งท้าย

 

                “ฮือ ๆ ๆ ๆ  พี่โดมไม่รักเค้าแล้ว ฮือ ๆ ๆ  พี่โดมไม่รักเค้า” เด็กหญิงมนสิชานั่งขดตัวอยู่บนพื้นหญ้า ชิงช้าที่ผูกอยู่กับต้นไม้ใหญ่โยกไหวตามแรงลม น้ำตาเม็ดโตไหลพรากจากดวงตากลมราวก๊อกน้ำที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เสียงงอแงดังไปตามสายลม ตัดพ้อคนที่ซ่อนอยู่หลังรั้วอีกฝั่งที่ใจร้ายไม่ยอมเล่นกับเธอ

            เด็กชายจารุวัฒน์มองน้องน้อยตาละห้อย แม่โดเรมี่ตัวน้อยหอบตุ๊กตากองใหญ่มาขอเล่นด้วยเหมือนเคย แต่วันนี้พี่ชายกลับไม่อยู่ในอารมณ์อยากเล่น รถบังคับคันใหม่เอี่ยมเพิ่งถูกแกะจากกล่องของขวัญ ก่อนหน้าเจ้าตัวเล็กจะเดินเข้ามาเพียงไม่กี่อึดใจ พี่ชายผู้เห่อของใหม่ปฏิเสธน้องน้อยเสียงแข็ง ไม่ว่ามีมี่จะอ้อนเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดต่อมน้ำตาก็ทำงาน เด็กหญิงวิ่งร้องไห้จ้าออกมาโดยทิ้งกล่องตุ๊กตาไว้ที่นั่น พี่โดมไม่สนใจในตอนแรก แต่ทันทีที่เสียงสะอื้นคุ้นหูดัง พี่ชายตัวกลมก็ทิ้งของเล่นชิ้นใหม่ ฉวยกล่องตุ๊กตาที่น้องสาวแบกเข้ามาพร้อมวิ่งออกจากบ้านไปในทันที

            “พี่โดมไม่เล่นกับเค้า พี่โดมไม่รักเค้า ฮือ ๆ ๆ  พี่โดม ฮือ ๆ ๆ ๆ ”

            เด็กชายกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก้าวสั้น ๆ ค่อย ๆ ลดระยะห่างระหว่างเขากับน้องสาวลงทีละนิด ยิ่งเข้าใกล้เสียงสะอื้นไห้ก็เหมือนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ  ในหัวเริ่มคิดวิธีง้อน้องน้อยขี้แย เด็กชายตัวกลมย่อตัวนั่งไม่ห่างจากน้องสาวตัวน้อย นิ้วป้อมจิ้มแขนเล็กเบา ๆ เรียกร้องความสนใจ

            เด็กหญิงมนสิชายังซุกใบหน้าอยู่กับเข่า แขนป้อมสั้นสองข้างกอดรัดขาตัวเองไว้ ไม่สนใจแรงสะกิดจากพี่ชายแม้แต่น้อย เสียงร้องไห้ยังดังไม่หยุด น้ำตาไหลนองจนเปียกชุดสวยที่คุณแม่ใส่ให้ไปงานวันเกิดพี่ชายข้างบ้าน

            “ตัวเล็กร้องไห้ทำไม” เด็กชายตัวกลมพยายามแกะมือเหนียวหนึบที่กอดเข่าอยู่ออก แรงของพี่ชายมีมากกว่าน้องสาวนัก เพราะพี่โดมดึงแขนเล็กเพียงไม่กี่ครั้งก็เผยให้เห็นใบหน้าที่มีแต่น้ำตา เด็กชายโดมแกล้งทำเสียงเข้มเป็นเชิงดุ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าไม่อาจหยุดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดนั้นได้

“แล้วทำไมต้องมาร้องไห้ในวันเกิดเค้าด้วย วันเกิดเค้าตัวเล็กก็ต้องยิ้มหวาน ๆ สิ”

            “ฮือ ๆ ๆ  ฮึก ๆ  ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ ” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากโดเรมี่ พี่โดเรม่อนเริ่มหน้าบูดบ้างเพราะไม่รู้จะง้อเด็กขี้แยอย่างไรดี กล่องตุ๊กตาที่เขาลากมาด้วยทำให้เจ้าตัวนึกอะไรออก

            “รู้แล้ว... เค้าเอาตุ๊กตาของตัวเล็กมาด้วยนะ เล่นด้วยกันไหม” ทันทีที่พี่ชายเอ่ยชวน เสียงสะอื้นก็หายไปราวถูกสั่ง มีมี่เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะยู่หน้าใส่อย่างคนเอาแต่ใจ

            “ไม่! ไม่เล่นแล้ว”

            “เอ้า!” เด็กชายเกาหัวแกรก ๆ  แผนที่คิดว่าจะสำเร็จเหตุใดจึงกลับกลายเป็นแบบนี้ ลมเอื่อย ๆ ของยามเย็นพัดชิงช้าไม้จนเกิดเสียงเอียดอาด “อ๋อ! ชิงช้า”

            “...” เสียงใสของเด็กน้อยที่เพิ่งคิดอะไรได้เรียกดวงตาที่ไร้น้ำตาแล้วให้หันไปมอง

            “ตัวเล็กชอบเล่นชิงช้าไม่ใช่เหรอ เล่นชิงช้ากัน เดี๋ยวเค้าแกว่งให้” พี่โดมยืนรออยู่หลังชิงช้าไม้ มือจับเชือกสองข้างรอให้เจ้าตัวเล็กมานั่ง เด็กหญิงมนสิชามีท่าทางลังเลในตอนแรก แต่เมื่อได้ยินประโยคถัดมา ร่างตุ้ยนุ้ยก็เด้งขึ้นจากพื้นทันที “ตัวเล็กไม่เล่นกับเค้า แปลว่าตัวเล็กไม่รักเค้าแล้วเหรอ”

            “ก็พี่โดมไม่เล่นกับเค้าก่อนนี่” ตัวเล็กพูดด้วยน้ำเสียงงอนสะบัด แต่พี่ชายกลับหัวเราะชอบใจ มือเล็กจับเชือกแน่นเมื่อเขาดึงชิงช้าไปด้านหลัง ก่อนจะออกแรงส่งให้คนที่นั่งลอยสูงจากพื้น เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นเมื่อชิงช้าลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ  เด็กชายตัวกลมไกวชิงช้าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย กล่องตุ๊กตาถูกทิ้งอย่างไร้ความหมาย ไม่ต่างอะไรจากรถบังคับคันใหม่ที่นอนนิ่งอยู่ในห้อง

            “พี่โดมเหนื่อยไหม มานั่งด้วยกันสิ ชิงช้าเหลือตั้งเยอะ” เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยชวนก่อนร่างอ้วนของเด็กหญิงจะขยับที่ให้ พี่โดมหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินอ้อมมานั่งข้าง ๆ  ชิงช้าไหวเอื่อย ๆ ตามแรงที่ลงลดและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เด็กน้อยเอียงคอซบไหล่พี่ชายคนเดียวที่เธอรู้จัก

“พี่โดมแก่แล้ว”

“หืม? ตัวเล็กว่าอะไรนะ” เด็กชายถามขึ้นพร้อม ๆ กับเอียงศีรษะไปหาศีรษะเล็กที่อิงอยู่บนไหล่

“ก็คุณแม่บอกว่าวันนี้วันเกิดพี่โดม พี่โดมก็แก่ขึ้นอีกปี แล้วพี่โดมก็แก่กว่าเค้าด้วย พี่โดมแก่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” เสียงหัวเราะชอบใจทำให้เด็กชายหัวเราะตาม

“เค้าแก่แล้วไงอ่ะ”

“ไม่แล้วไง... แล้วเมื่อไหร่จะถึงวันเกิดพี่โดมอีก เค้าอยากให้พี่โดมแก่อีก พอพี่โดมเป็นผู้ใหญ่แล้วพี่โดมจะได้ดูแลเค้า” เจ้าตัวเล็กถามเสียงใส

“แม่บอกว่าต้องรอปีหน้า ถ้าเค้าโตเมื่อไหร่เค้าจะดูแลตัวเล็กเองนะ สัญญา”

“อืม...สัญญา”



 

DOME ;)

                ความทรงจำวิ่งเข้ามาเมื่อผมเห็นมีมี่นั่งอยู่ที่ชิงช้าหน้าร้าน  ต้นไม้ต้นใหญ่ถูกผูกด้วยชิงช้าไม้ ไม่ต่างอะไรจากที่ผมจำได้ในวัยเด็ก ผมมั่นใจว่าความทรงจำนี้ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่จำได้ คนที่นั่งเหม่อมองออกไปไกลก็คงจำได้ไม่ต่างกัน ผมเดินเข้าไปใกล้ พยายามเบาฝีเท้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่น้ำหนักจะเอื้ออำนวย ผมจับเชือกทั้งสองข้างก่อนจะดันมันไปข้างหน้าเบา ๆ

                “ว๊าย!” ตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อชิงช้าขยับ เสียงแปดหลอดจริง ๆ คนอะไร มีมี่ตวัดสายตามามองผมก่อนจะย่นจมูกใส่ “พี่โดม! ถ้ามี่ตกชิงช้าใครจะรับผิดชอบ”

                “ก็พี่ไง ไม่เห็นต้องถามเลย” ผมตอบพร้อมตีหน้าซื่อ มีมี่มองผมด้วยความเอือมก่อนจะเบือนหน้าหนี “เอ้า! หันหน้าหนีซะงั้น พี่พูดจริง ๆ นะมี่... ตัวเล็ก พี่นั่งชิงช้าด้วยคนสิ”

                ผมหย่อนตัวลงบนที่ว่างที่เหลืออยู่น้อยนิดโดยไม่รอคำอนุญาต มีมี่ส่งเสียงกรี๊ดอีกครั้งเมื่อกิ่งไม้ใหญ่ครางออดแอดเบา ๆ  ผมทำใจดีสู้ชิงช้า ภาวนาให้กิ่งไม้ไม่หักลงเพราะน้ำหนักอันน้อยนิดของผม เสียงหวานบ่นอุบว่ากลัวชิงช้าพังแถมยังต่อว่าผมว่าเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ  แต่...ผมไม่สน

                “ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นพูดเหมือนเมื่อก่อนเลย” มีมี่มองผมอย่างสงสัย

                “พี่โดมหมายถึงอะไรคะ” ดวงตากลมใสคู่นั้นยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ผมโทษตัวเองที่คิดว่าเธอเป็นคนอื่นมาตลอด เดาเอาเองว่าเธอเพียงแค่คล้ายตัวเล็กของผม แต่ไม่ใช่คนเดียวกัน โง่จริงไอ้โดมเอ๊ย

                “ก็เมื่อก่อน เวลามี่ถูกขัดใจ มี่ก็จะว่าพี่ว่า พี่โดมไม่รักเค้าแล้ว ๆ  เดี๋ยวนี้ไม่พูดแล้วเหรอ ไม่อยากรู้แล้วเหรอว่าพี่รักมี่หรือเปล่า” ผมแอบเห็นแก้มใส ๆ ของผู้หญิงที่แสดงออกว่ามั่นอกมั่นใจขึ้นสีแดงระเรื่อ ผมใช้แขนที่อยู่แนบชิดกันสะกิดตัวเล็กเบา ๆ ก่อนจะถามย้ำออกไปอีกครั้ง “ไม่อยากรู้แล้วเหรอ”

                “...” ไม่มีเสียงตอบใด ๆ อย่างที่ผมคาดเอาไว้ ไม่เป็นไรครับ เพราะไม่ว่าเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธ ผมก็จะบอกในสิ่งที่ผมอยากบอกอยู่แล้ว

                “พี่โดมรักตัวเล็กนะ รักมาตั้งนานแล้ว รักมาตลอด ว่าแต่มี่เถอะ ยังรักพี่โดมคนนี้อยู่หรือเปล่า” ผมจ้องคนที่เอาแต่หลบตานิ่ง แก้มสีสวยอยู่ใกล้เสียจนผมอยากฝังจมูกลงไปให้เต็มรัก ทุกเรื่องที่ค้างคาถูกอธิบายจนกระจ่างหมดแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกที่ผมยังไม่เคยบอกเธอ ผมไม่ได้หวังว่าจะได้รับคำตอบอย่างใจคิด เพราะแค่ท่าทีที่ตัวเล็กแสดงออก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม

                “ทุกสิ่งที่มี่ทำ...” คนข้างกายพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้จะยังไม่ยอมสบตา แต่แค่นี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จ “ไม่ว่ามันจะเป็นการตัดสินใจโง่ ๆ ขนาดไหน แต่ที่มี่ทำลงไปเพราะเหตุผลเดียว เหตุผลที่พี่โดมรู้อยู่แล้ว”

                “พี่ไม่รู้...” ผมรีบปฏิเสธแม้ตัวเองจะรู้อย่างที่ตัวเล็กบอก ผิดเหรอครับที่ผมอยากได้ยินคำนั้นออกมาจากปาก ไม่ใช่ตัวหนังสือที่ผมอ่านซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้แม่น “พี่ไม่รู้หรอก จนกว่ามี่จะบอกพี่”

                “มี่... มี่...” ผมลุ้นไปในแต่ละพยางค์ที่หลุดออกจากปาก ในที่สุด ประโยคสั้น ๆ ที่ผมอยากได้ยินที่สุดมาถึง

“มี่รักพี่โดมค่ะ”

แก้มนุ่มอยู่ใกล้เกินกว่าผมจะห้ามใจ ถ้าใครไม่ตัดสินใจทำแบบผมตอนนี้ก็นับว่าโง่มากถึงมากที่สุด ผมก้มลงไปสูดกลิ่นหอมของแก้มใสเข้าเต็มปอด แม้คนข้างกายจะพยายามดันตัวออกห่าง แต่พื้นที่ที่มีจำกัดและกำลังที่มีมากกว่าทำให้ตัวเล็กหนีห่างผมไปไม่ได้

“ฮ๊า... ชื่นใจจริง ๆ  ไม่ได้หอมตัวเล็กมาเป็นสิบปีแล้ว แก้มยังนุ่มเหมือนเดิมนะเรา” เมื่อก่อนผมฟัดแก้มใสทั้งสองข้างเป็นว่าเล่น คงเพราะความเป็นเด็กทำให้เราไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาทำตอนนี้ ก็เขินดีเหมือนกันนะครับ มีมี่ก้มหน้างุด ยิ้มเล็ก ๆ ประดับอยู่บนใบหน้าเข้ากับพวงแก้มสีตำลึงสุก ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ฮั่นถึงชอบทำให้ไอ้แกงเขินอยู่บ่อย ๆ  ภาพคนที่เรารักเขินอายกับการแสดงความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ มันน่ารักน่ามองแบบนี้นี่เอง สงสัยผมจะต้องทำบ่อย ๆ ซะแล้วสิครับ

เขากันว่าแม้โชคชะตาจะชอบเล่นตลก แต่มันก็ไม่ทำร้ายเราตลอดไป แม้จะมีเรื่องเลวร้ายเข้ามาทำให้ชีวิตปั่นป่วน แต่ความปั่นป่วนนั้นก็พัดพาความทรงจำที่ผมคิดว่าได้ตายจากผมไปแล้วให้กลับคืนมา

ผมดึงมีมี่เข้ามากอดไว้หลวม ๆ  ไหล่ของผมทำหน้าที่เป็นที่แอบอิงไม่ต่างจากเมื่อก่อน มีมี่ซบลงบนบ่าพร้อมอ้อมแขนเล็กที่โอบรอบตัวผมได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในที่สุดความรู้สึกที่หนีจากผมไปนานแสนนานก็กลับมาวิ่งอยู่ในตัวผมอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้เป็นทั้งความรักที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ความสุขที่เติมแรงและพลังให้ และเป็นความทรงจำงดงามที่มีลมหายใจ

ไม่ว่าอนาคตจะเดินต่อไปอย่างไร ขอแค่ความสุขตัวเล็กของผมไม่หนีจากผมไปไหนอีก เท่านี้ผมก็มีแรงจะสู้กับอะไรก็ตามที่จะเข้ามาในชีวิตแล้ว







 

การแนะนำลูกชายคนใหม่ต่อแม่ผู้เป็นที่รักผ่านไปได้อย่างราบรื่น ฮั่นถือโอกาสเข้าไปฝากเนื้อฝากตัวกับครอบครัวของอีกคนโดยความช่วยเหลือเล็กน้อยของมารดา พ่อของคนรักแม้จะมีท่าทีต่อต้านอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ปิดทางให้เขาใจหาย ผู้เป็นแม่ทั้งสองท่านเข้ากันได้เป็นอย่างดี ส่วนพี่น้องของคนรักก็มีรอยยิ้มต้อนรับเขา

ชีวิตการทำงานของท่านประธานอิสริยะยังดำเนินไปตามปกติ เอกสารมากมายกองท่วมหัวเพราะคนที่ควรรับผิดชอบหนีไปตามหัวใจเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แถมอดีตเลขามือหนึ่งก็หายเข้าม่านหมอกเมืองปายไปแล้วเรียบร้อย จารุวัฒน์ติดต่อกลับมาเสมอ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาจริง ๆ  ฮั่นเข้าใจความรู้สึกของเลขาคู่ใจ ใครก็ไม่อยากอยู่ห่างจากคนรักของตัวเองกันทั้งนั้น หากเขาเรียกตัวโดมกลับมา เขาคงเป็นคนใจร้ายที่ไม่เข้าใจความรู้สึกน้อง และที่สำคัญ ธนทัตก็เรียนรู้หน้าที่ใหม่ที่จำต้องทำได้อย่างรวดเร็ว

พระอาทิตย์หนีจากท้องฟ้าไปแล้วแต่คนตัวใหญ่ยังรากงอกอยู่ที่โต๊ะทำงาน พนักงานทยอยกลับบ้านไปตั้งแต่ช่วงบ่ายเพราะวันสุดท้ายของสัปดาห์ตรงกับช่วงวันหยุดยาว ทั้งออฟฟิตมีเพียงเขาและธนทัตเท่านั้นที่ยังทำงานอยู่ อาหารเย็นง่าย ๆ จากร้านสะดวกซื้อหน้าตึกถูกยัดเข้าปากพอประทังความหิว อิสริยะตั้งใจจะเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะใช้วันหยุดยาวของเขากับคนรักอย่างเต็มที่

ตัวเลขมากมายชวนให้ปวดหัวพอกับการหาคู่ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้ามากหน้าหลายตา ธนทัตเฝ้ามองเอกสารแฟ้มแล้วแฟ้มเล่าถูกโยนข้ามศีรษะไปจนกำแพงแฟ้มค่อย ๆ ถูกทลายลง กระทั่งมองเห็นใบหน้าคมที่ขมวดคิ้วเป็นปมใหญ่ ทันทีที่เอกสารแฟ้มสุดท้ายถูกโยนทิ้งไปเสียงออดอ้อนของคนที่เงียบมาพักใหญ่ ๆ ก็ดังขึ้น

“พี่แกงงงงง งานเสร็จแล้ววววว  เย้!!!” ฮั่นชูแขนทั้งสองข้างขึ้นในอากาศก่อนจะทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้ เอนกายมองหน้าคนรักที่เขาแอบมองเป็นระยะเต็มตาเป็นครั้งแรกในเวลาหลายชั่วโมง

“เย้!! พี่หมีของผมเก่งที่สุดเลยครับ” คนที่เสร็จงานนานแล้วพลอยดีใจไปด้วย แขนของคนเป็นพี่ที่ชูค้างกลางอากาศ เปลี่ยนเป็นยื่นออกมาด้านหน้า แกงส้มเดินเข้าไปหาอย่างรู้ใจ แขนเรียวกำลังจะดึงร่างหนาเข้ามากอด แต่ร่างโปร่งกลับถูกดึงให้นั่งลงบนตัก

“เค้าเหนื่อยอะพี่แกง เค้าขอกำลังใจจากพี่แกงหน่อยนะ” ท่านประธานที่วางมาดนิ่งมาทั้งวัน บัดนี้กลับกลายเป็นพี่หมีขี้อ้อน “กอดที่รักแล้วหายเหนื่อยไปตั้งเยอะเล้ยยยยยย”

“ปวดหัวไหมพี่ นั่งดูตัวเลขมาทั้งวัน” ธนทัตถามพร้อมกดนวดขมับให้เบา ๆ  คนที่เพิ่งบอกว่าหายเหนื่อยหลับตานิ่ง นึกขอบคุณคนรักอยู่ในใจที่ช่างรู้จักและรู้ใจเขาเป็นอย่างดี

“อืม... นวดอีกนะ กำลังสบายเลย ทำไมแกงถึงได้รู้ใจพี่อย่างนี้นะ” อิสริยะพึมพำขณะที่ยังหลับตา เมื่อเห็นคนเป็นพี่กำลังผ่อนคลาย ธนทัตจึงคิดทำอะไรที่มากกว่า ร่างโปร่งเตรียมจะลุกขึ้น แต่มือแกร่งรีบคว้าร่างคนรักเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักบนตักที่ลดลง “จะลุกไปไหนอ่ะพี่แกง นั่งให้กำลังใจเค้าอยู่ตรงนี้สิ เค้าจะได้มีแรงขับรถกลับบ้าน”

“ผมจะลุกขึ้นไปนวดไหล่ให้พี่ไง พี่จะได้รู้สึกสบายขึ้น ไม่เห็นต้องห่วงเรื่องขับรถเลยพี่ฮั่น ถ้าพี่ขับไม่ไหว เดี๋ยวผมขับให้ก็ได้นี่ฮะ พี่จะได้พักผ่อน” แกงส้มยังพยายามจะลุกแต่อีกคนกลับไม่อนุญาต

“จะนวดก็นวดไปสิ แต่พี่ไม่ให้ลุกอ่ะ นั่งตักพี่อย่างนี้นี่แหละ กำลังสบายเลย” ร่างที่ดิ้นขลุกขลักอยู่บนตักก่อให้เกิดความรู้สึกบางอย่างที่เขาชอบใจ เรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้คนที่เพิ่งตกหลุมพรางหลุดไปง่าย ๆ  ไม่นานนักคนบนตักก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนเร้น ประกายบางอย่างในดวงตาไม่สามารถปิดได้เหมือนสีหน้าที่แสร้งทำเป็นนิ่ง ภายนอกแสดงออกว่าผ่อนคลาย แต่บางส่วนที่ถูกเก็บซ่อนไว้กำลังทุรนทุรายหาทางออก





 

Hunz :”)

                “พี่ฮั่น” แกงเรียกผมเสียงเข้ม แต่คิดเหรอครับว่าเสียงเข้ม ๆ แบบนั้นจะทำอะไรผมได้ ความตื่นเต้นและตื่นตัวเริ่มมีผลกับร่างกายเพราะจินตนาการที่ล่วงหน้าไปไกลเกินกู่กลับ ผมนึกขอบคุณตัวเองที่กดล็อกประตูไปตั้งแต่ช่วงเย็น เพราะแม้ว่าเวลานี้จะไม่มีใครอยู่ในออฟฟิต แต่ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อนถูกต้องไหมครับ อีกอย่าง...ประสบการณ์สอนผมว่า ผมไม่ควรปล่อยให้ใครหน้าไหนมาขัดจังหวะ

                “เรียกพี่ทำไมจ๊ะ พี่ไม่หนีแกงไปไหนหรอก” ผมตีหน้าซื่อ ไม่ต้องดูก็รู้ว่าแกงส้มไม่เชื่อผมสักนิด น้องพยายามขืนตัวออกแต่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายผม มีหรือครับที่อดีตบอดีการ์ดมือหนึ่งจะหาวิธีออกจากตักคนรักไม่ได้หากตัวเองไม่เต็มใจ ผมสรุปแบบเข้าข้างตัวเองสุด ๆ ว่า การที่น้องไม่ขัดขืนแปลว่าน้องยินยอม แต่อายเกินกว่าจะเอ่ยปาก

                “ผมรู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่” แน่ะ! มาทำเป็นรู้ทัน “แต่นี่มันที่ทำงาน ถ้าเกิดมีใครเข้ามา...”

                “ไม่มีใครเข้ามาหรอกแกง นี่เลิกงานมาเป็นชาติแล้วนะ ประตูพี่ก็ล็อกแล้ว กล้องวงจรปิดห้องนี้ก็ไม่มี แกงจะกลัวอะไร...หืม?? อ๋อ...หรือว่ากลัวตัวเองจะห้ามใจไม่อยู่ ไม่เป็นไรหรอกที่รัก เราอยู่กันแค่สองคนนะ โอ๊ยยยยยย”

                เหมือนมีลางสังหรณ์อยู่แล้วว่าต้องโดน แล้วก็โดนจนได้ ไอ้ฮั่นเอ๊ย! (แม่หมู//โดนอะไร ๆ  ชอบจังเวลาน้องแกงทำร้ายร่างกายพี่หมี น้องแกงสู้ ๆ  ฮ่า ๆ ๆ )  แม่หมูไม่ต้องสะใจครับ แต่บิดแขนนิด ๆ หน่อย ๆ แค่นี้ผมทนได้ น้องไม่ทำร้ายร่างกายผมรุนแรงหรอก แกงรักผม แกงไม่ทำให้ผมเจ็บตัวหรอกครับ

                “พี่น่ะหื่นไม่เลือกที่ แต่ยังดีที่วันนี้เลือกเวลา ผมควรดีใจไหม” แกงถามพร้อมบิดจมูกผมไปมาอย่างนึกหมั่นไส้ปนเอ็นดู...อันหลังนี่ผมเติมเองครับ

                “ควรสิ ก็พี่เหนื่อยนี่นา แกงทำให้พี่หายเหนื่อยหน่อยสิครับที่รัก” เพราะตำแหน่งการนั่งทำให้หน้าของผมอยู่ตรงกับช่วงลำคอแกงส้มพอดี รอยจาง ๆ ที่ผมเคยฝากไว้ซ่อนตัวอยู่ใต้ปกเสื้อเชิ้ตสีอ่อน แกงส้มเปลี่ยนจากพยายามขืนเป็นนั่งนิ่ง คิดเหรอว่ามานิ่งตอนนี้จะช่วยอะไรได้ ผมดึงคอเสื้อให้เปิดออกก่อนจะก้มลงไปประทับตราบนรอยเดิมอีกครั้ง

                “จะเหนื่อยกว่าเดิมน่ะสิไม่ว่า” เสียงบ่นเบา ๆ ไม่รอดพ้นหูผม ก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ถ้าแกงไม่อยากให้ผมรู้ ก็ต้องคิดในใจอย่างเดียวล่ะครับ ต่อให้กระซิบผมก็ได้ยิน

                “รู้ได้ไงว่าเหนื่อยกว่าเดิม นายยังไม่เคยลองเลยนะ” ผมไม่ได้หวังว่าคำพูดของตัวเองจะช่วยกล่อมให้น้องคล้อยตาม เพราะผมแอบมั่นใจอยู่ลึก ๆ ว่ายังไงแกงก็ไม่ขัดขืน




 

                ราวกับมือของคนเป็นพี่รู้หน้าที่มากเกินไป เพราะแต่ละจุดที่สัมผัสช่างหมิ่นเหม่ชวนใจหวิวไหวเอาเสียมาก ธนทัตพยายามไม่สนใจบางอย่างที่ดุนดันอยู่กับบั้นท้าย แม้รู้ตัวว่าไม่เคยต้านทานเขาได้สักครั้ง แต่ก็ยังไม่หมดความพยายามที่จะลอง...แม้มันจะพังไม่เป็นท่าทุกครั้งก็ตาม

                “เรา...เรากลับบ้านกันไหม พี่จะได้พักผ่อน” เสียงเอ่ยชวนไร้ความหมาย เพราะความคิดที่อยู่ในใจเดินทางไปไกลมากแล้ว อิสริยะยังจำได้ถึงครั้งนั้นในห้องนี้ หากไม่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน เขาคงได้พบพานอีกประสบการณ์ที่เขาจะไม่มีวันลืม ผิดหรือที่เขาอยากรู้อยากลองประสบการณ์นั้น?

                “กลับไม่กลับก็ไม่ได้พักอยู่ดี” มือซนดึงชายเสื้อให้หลุดออก เสื้อผ้าที่เป็นใจทำให้มือแกร่งผลุบหายไปใต้ร่มผ้า เนื้อนวลเนียนให้ความรู้สึกไม่ต่างจากผ้าไหมลื่นนุ่ม ร่างกายของคนทั้งสองแทบไม่มีอะไรแตกต่าง แต่น่าแปลกที่อิสริยะหลงใหลในตัวคนรักมากมายเหลือเกิน การแตะต้องเพียงครั้งไม่เคยเพียงพอ มือไม้อยู่ไม่สุขเรียกร้องอะไรที่มากกว่า

                ในที่สุดธนทัตก็ตระหนักได้ว่าตนหมดแรงต่อต้าน หรือจะเรียกให้ถูกคือเขาไม่เคยมีแรงต้านใด ๆ  มือเรียวโอบลำคอแกร่งคล้ายหาที่ยึดเหนี่ยว อารมณ์รักจุดติดง่ายไม่ต่างจากเชื้อไฟชั้นเลิศ ที่เพียงสะเก็ดไฟชิ้นน้อยกระดอนใส่ เปลวไฟก็ลุกโชตและร้อนระอุ

                “เอาจริงเหรอพี่ฮั่น” เสียงหวานเอ่ยถามเติมความมั่นใจ กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกเผยผิวเนื้อให้คนตัวใหญ่ได้รุกรานมากขึ้น

                “ท่าทางพี่ดูเหมือนเล่น ๆ หรือเปล่าล่ะ”




Bear's Secret ความลับนี้อยู่ในเล่มนะจ๊ะ >w<


 

ห้วงอารมณ์โบยบินถึงขีดสุดก่อนจะค่อย ๆ ร่วงหล่นสู่พื้นโลก ขาแข็งแรงทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมก่อนจะคว้าร่างของคนรักให้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่ รอยแดงเป็นปื้นนอนแผ่อยู่แถวบั้นเอวและแผ่นหลัง อิสริยะหน้าเจื่อนลงทันที อีกครั้งแล้วที่ความใจร้อนของเขาทำให้คนรักต้องเจ็บตัว มือหนาลูบลงบนรอยนั้นเบา ๆ  ย้ำเตือนตัวเองว่าคราวหน้าเขาจะไม่ทำให้น้องต้องเจ็บแบบนี้อีก ความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันไม่รอดสายตาของธนทัตไปได้ แกงส้มเชยคางคนเป็นพี่ขึ้นให้สบตา เสียงที่ยังไม่กลับมาเป็นปกติเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าอย่างนี้”

“พี่ทำแกงเจ็บอีกแล้ว ดูสิ ตรงนี้...แล้วก็ตรงนี้ด้วย เจ็บมากไหม?” ฮั่นตอบเสียงอ่อย แต่คนเป็นน้องกลับยิ้ม “ยิ้มทำไมน่ะเรา อย่าบอกนะว่าชอบความรุนแรง”

“บ้าเหรอพี่” ธนทัตอดขำไม่ได้กับความคิดของคนเป็นพี่ “ผมไม่ได้ชอบความรุนแรง แต่ผมชอบ...ที่พี่แคร์ผมเสมอ ผมไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้เอง ผมมีความสุขมากนะ”

ร่างสูงยิ้มรับ แต่รอยยิ้มที่ควรกว้างและสดใสกลับเป็นยิ้มเจื่อนที่ธนทัตไม่ชอบใจเอาเสียเลย

“หรือพี่ไม่เชื่อว่าผมมีความสุข พี่ไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เปล่าซะหน่อย” อิสริยะรีบปฏิเสธ “แต่...แกงเจ็บตัวอ่ะ”

“เลิกคิดมากได้แล้วไอ้พี่บ้า ถ้าพี่เอาแต่นอยด์หลังจากเรารักกันแบบนี้นะ ผมจะให้พี่อดอยากปากแห้งซักเดือนสองเดือน แล้วอย่ามาหาว่าผมใจร้ายทีหลังนะพี่ฮั่น” คำขู่ได้ผลชะงัก เพราะตาตี่ ๆ ของพี่ชายเบิกโพลง เรียวปากอ้ากว้างเป็นตัวโอจนแกงส้มกลัวว่าจะมีอะไรบินเข้าไปนอนเล่นในนั้น

“ม่ะ...ม่ะ...ม่ะ...ไม่เอานะแกง ถ้าแกงทำอย่างนั้น แกงจับฮั่นน้อยเจื๋อนให้แมวกินซะยังดีกว่า ให้พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยดีกว่าอยู่ใกล้แกงแต่ทำอะไรแกงไม่ได้”

 




 

KangSom :D



ขอตัดอีกนิด ตอนนี้ก็ลงไม่ได้ >w<


                “ขอบคุณนะ...ขอบคุณที่รักพี่ ถ้าแกงไม่รักพี่ แกงคงไม่ยอมพี่ขนาดนี้ใช่ไหม พี่เห็นแก่ตัวมากไปหรือเปล่าที่เป็นฝ่ายเอาแต่ได้อย่างเดียว พี่...พี่อยากจะขอโทษ แต่พี่ไม่ได้เสียใจ พี่ขอบคุณมากนะแกง ที่ยอม...เพื่อพี่”

                “โธ่พี่! จะมาทำซึ้งอะไรเนี่ย!

                “พี่ไม่รู้สิ พี่แค่อยากบอก”

                “พอแล้วพี่ ไม่ทำซึ้งแล้ว แต่งตัวแล้วกลับบ้านกันเหอะ ผมเหนื่อยจนจะเดินไม่ไหวอยู่แล้วเนี่ย! เพราะพี่คนเดียวเลยไอ้พี่หมีหื่นไม่เลือกที่!” ผมต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก ว่าพี่ฮั่นไปก็เหมือนว่าตัวเองและครับ ถ้าพี่ฮั่นหื่นไม่เลือกที่ ผมก็ยอมไม่เลือกเวลาเหมือนกัน กระดาษกล่องใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะถูกใช้เป็นเครื่องมือทำความสะอาดจำเป็น คราบต่าง ๆ ถูกกำจัดเท่าที่จะกำจัดได้ พี่ฮั่นดึงเสื้อผ้าของตัวเองกลับตำแหน่งเดิมอย่างลวก ๆ ก่อนจะหันมาจัดการเสื้อผ้าผมอย่างตั้งใจ

                “พี่ฮั่นนน ผมแต่งตัวเองได้” แต่ไอ้หมีดื้อมันฟังผมเหรอครับ? ก็เปล่า! เฮ้อ!

                “ก็พี่อยากทำอะไรให้แกงบ้างนี่ แกงให้พี่มาตั้งเยอะแล้ว” ผมยิ้มกับความใส่ใจเล็ก ๆ ที่มีความหมาย เพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้ผมรักเขามากขนาดนี้ ทุกสิ่งที่เป็นพี่ฮั่นทำให้ผมรักเขาหมดหัวใจ ความเหมือนหรือความต่างไม่มีผลอะไรต่อความรู้สึก เพราะยังไงผมก็รักผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว

“มองหน้าพี่อย่างนี้มีอะไรเหรอ” พี่ฮั่นถามขึ้นขณะที่มือยังวุ่นวายอยู่กับกระดุมเสื้อผม

“ผมรักพี่ฮั่นนะครับ”

“ไหนบอกพี่ว่าอย่าทำซึ้งแล้วทำไมตัวเองมาทำซะเองล่ะ...หืม?”

“ก็ผมรักพี่อ่ะ ผมบอกรักพี่ก่อนบ้างไม่ได้เหรอ”

“พี่ก็รักแกงจ้ะ...ที่รัก” พี่ฮั่นจัดการกับเสื้อผมเสร็จแล้วถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองผม คำว่ารักไม่ได้อยู่แค่ที่ปาก แต่ความรักยังบอกมาทางดวงตา ถึงคำว่า ที่รัก จะยังทำให้ผมแอบขนลุกอยู่บ้าง แต่...มันก็น่ารักดีนะครับ

“ไปครับคุณบอดีการ์ด แต่งตัวเสร็จแล้ว กลับบ้านกันเถอะ” ผมวางมือลงบนมือของพี่ฮั่นรออยู่ ไม่ว่าคนอื่นจะมองสิ่งที่เราทำว่าแปลกประหลาดสักแค่ไหน ผมก็ไม่อายที่จะแสดงออกถึงความรักของเราสองคน

บอดีการ์ด คำนี้ผมได้ยินจากปากเขามานานเท่าไหร่แล้วนะ? เพราะหน้าที่นำพาผมมาให้เจอรักแท้ อดีตเจ้านายกลายเป็นเจ้าของหัวใจอย่างเต็มตัว ผมว่าคนเราไม่ว่าจะต่างกันมากขนาดไหน แต่เมื่อเขาคือคนที่ใช่ ความต่างนั้นก็คงเป็นความแตกต่างเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ชีวิตไม่ได้จบที่ความสุข หนทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคมากมายให้ได้ร่วมฟันฝ่า แต่ความรักจะประคองเราสองคนให้ก้าวเดินต่อไปด้วยกัน อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ว่าผมและพี่ฮั่นจะไม่มีวันทิ้งกันไปไหน จะว่าไปพี่ฮั่นเองก็เป็นบอดีการ์ดของผมเหมือนกันนะครับ แต่บอดีการ์ดคนนี้ไม่ได้คุ้มครองปกป้องร่างกาย แต่เป็นบอดีการ์ดที่จะดูแลพิทักษ์หัวใจของผมไปตลอดชีวิต...

“กลับบ้านกันครับ...เจ้านายที่รักของผม”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบจริงแล้ว!!!!! เย้!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก วร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดีใจหลายโพดดดดดดดดดดดดดดดดด

เกือบ 9 เดือนของการเดินทางแสนยาวนานและทรหด(สำหรับแม่หมูและตัวละครแต่ละตัว) สารภาพตามตรง พี่ๆหลายคนที่คุยกันอยู่เป็นประจำคงรู้ดีว่า แม่หมูพูดตั้งแต่ต้นว่าฟิคเรื่องนี้คงแต่งไม่จบ นอยด์มาก นอยด์ตัวเอง นอยด์สิ่งรอบข้าง บางตอนกว่าจะออกมาได้ต้องตีลังการาวดอฟไป 82 ที หลายเรื่องที่เข้ามาทำให้ทำอะไรไม่ได้ดังใจอยาก

แต่ต้องขอบคุณกำลังใจจากทุกๆท่าน ที่ผลักดันให้แม่หมูไม่ปล่อย Bear Bodyguard ทิ้งไว้กลางทาง ขอบคุณทุกคำพูดให้กำลังใจ(บวกกดดันเล็กๆ)
"แม่หมูต้องแต่งให้จบนะ"
"ต้องแต่งให้จบสิ พี่รู้ว่าแม่หมูทำได้"
"มีอีกกี่คนรออ่านอยู่ จะทิ้งพวกเขาไปเหรอ"
"พี่มีฟิคของพวกเราเป็นที่พึ่ง ไว้อ่านเวลามีเรื่องให้ไม่สบายใจ แม่หมูจะทิ้งพี่ไปอย่างนี้ไม่ได้นะ"


ทุกคำพูดของพี่ๆน้องๆทุกท่าน แม่หมูขอบคุณมากจริงๆนะคะ พี่ๆน้องๆ HKSFC บ้านคู่พันทิป และแฟนคลับบ้านคู่บ้านเดี่ยวทุกบ้าน หลายคนที่เจอกันตามงาน แล้วประโยคแรกที่ทักคือ "เมื่อไหร่จะอัพฟิคคะ หนูรออยู่"
บ้านน้องโดม DMFC ที่เข้ามาเยี่ยมฟิคแม่หมูเป็นระยะ แล้วกลับไปกรี๊ดลั่นทวิต
ทุกตัวอักษรในเม้น ทวิต เฟสบุ๊ค อีเมล ทุกแรงเชียร์ แรงทวง แม้แต่คำว่า "แม่หมูใจร้าย" ที่ทุกคนต่อว่า เวลาหายหน้าไปนานๆ หรือป้อนดราม่าให้ทานกัน ก็เป็นกำลังใจที่ดีมากๆเช่นเดียวกันค่ะ

ขอบคุณเป็นนางงามมว๊ากกกกกกกกกกกกก 5555555

อย่างที่เรียนไปก่อนหน้านี้ว่าไม่รู้จะได้แต่งฟิคฮั่นแกงเรื่องยาวอีกไหม ไม่รู้จะได้แต่งอีกเมื่อไหร่ พล็อตมีค่ะ แต่ไม่รู้จะมีโอกาสได้สานต่อจินตนาการให้เป็นตัวอักษรหรือไม่ ยังไม่ปิดตายตัวเอง ไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเองภายหลัง เจอกันเมื่อเจอกันแล้วกันโน๊ะ บอกอะไรมากไม่ได้จริงๆ

ยังติดต่อกันได้ในทุกช่องทางที่รู้ๆกันอยู่ แม่หมูยังอยู่จิ้นไปเรื่อยๆอย่างนี้ไม่ไปไหนแน่นอนจ้าาา //  แม่หมูตุ้ย >w<



ปล.รายละเอียดต่างๆเรื่องรวมเล่มอยู่ในลิงค์นี้นะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1112 jewel *28 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 08:56
    จบแล้วว หวานมากกทั้งคู่พี่ฮั่นพี่แกง พี่โดมพี่มี่ >< ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆมาให้อ่านนะคะแม่หมู รออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ ^^
    #1,112
    0
  2. #1109 dragonballks (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 12:43
    ขอเวิ่นอีกซักตอน เค้าอยากจองน่ะ แต่สถานะการเงินตอนนี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน
    บางทีเงินซื้อแกลบยังไม่มีเลย เค้าเสียใจ เสียจาย #ดราม่าเพื่อ ที่จริงก็ติ่งเพลินจนลืมเก็บเงินนั้นแหละ
    สาเหตุสำคัญ 555555555

    #1,109
    0
  3. #1107 bull (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 06:26
    จบแล้วววว ชอบมากๆ หวานนนนน
    #1,107
    0
  4. #1106 HKS28 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 23:05
    โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จบแล้วว รักแม่หมูจุงเบยยยยยย รักๆ รักๆ รักๆๆๆนะคะ :D

    แต่งอีกนะคะ หนูรออยู่ ^^
    #1,106
    0
  5. #1105 Kathy (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 19:53
    จบแล้ว ขอบคุณค่าท่ีเขียนเร่ืองน่ารักแบบน้ี รอเร่ืองใหม่นะคะ ไม่ได้กดดัน
    #1,105
    0
  6. #1103 pcard (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 15:24
    จบแล้ว happy ^^

    ขอบคุณนะคะสำหรับฟิคสนุกๆ :)
    #1,103
    0
  7. #1101 isawa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 19:39
    จบแบบ Happy Ending ทั้งสองคู่เลย ขอบคุณแม่หมูที่เขียนฟิคน่ารักๆ ให้รีดอ่าน

    ชอบสำนวนการเขียนของแม่หมู น่ารักอ่ะ อ่านแล้วมีความสุขจริงๆ นะ

    แม่หมูบอกอาจจะไม่เขียนฟิคฮั่นแกงแล้ว เขียนเหอะ นะๆๆๆๆ ถ้าแม่หมูพอมีเวลา

    ติดตามมาตั้งแต่ Bear Family จนมาถึง Bear Bodyguard และจะติดตามต่อไปจ้า

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะจ๊ะ เลิฟๆ

    #1,101
    0
  8. #1100 mamhks (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 18:04
    จบแล้ว



    #1,100
    0
  9. #1099 PlengHKS" (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 17:40
    จบแล้วววว มันจบแล้วว ไม่อยากให้จบเลย แต่ยังไงมันก็ต้องมีซักวันที่จบเนอะแม่หมู

    ตอนสุดท้ายทำซึ้งมากอ่ะแม่หมู TOT คู่พี่โดมก็หวานกันเกิ๊นน

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่เอามาให้อ่านะค่ะแม่หมู เวลาไม่สบายใจหรือท้อแท้หรืออะไร จะต้องเข้ามาอ่านเรื่องนี้ทุกทีเลย รีดคนนี้จะติดตามฟิคของแม่หมูต่อไปนะค่ะ :)
    #1,099
    0
  10. #1098 TheDreamTD (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 17:30
    จบแล้ว เย้ รอรวมเล่มของแม่หมูเสร็จนะ รอๆๆๆ
    #1,098
    0
  11. #1096 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 17:15
    โอ้ยย -////-
    'เวลาถูกขัดใจ พี่โดมไม่รักเค้าแล้วๆ เดี๋ยวนี้ไม่พูดแล้วหรอ'
    อิประโยคนี้แหละ ,, 
    อ่านแล้วยิ้ม เขินนน
    จิกหมอนน
    หวานเกินไปไหมฮะ คู่นี้ ,, 
    บทส่งท้ายที่หวานแหวว!
     
    . . . 
     
    บ่องตง!!!
    เค้าชักอยากจะล้วงความลับ (?) แล้วสิเนี่ย!!??
    55555555
    ความลับไม่มีในโลกนี้นะ..
    แหม่ !!!
    ตอนท้ายซึ้งมากๆค่ะ
    T___T เจ้านายกับบอดี้การ์ด
    ไม่อยากให้ถึงตอนนี้เลยยยย
    เง้อออออออออ
     
    แม่หมู...
    ใจจริงอยากเรียกแม่หมี
    5555555 (ล้อเล่น)
    ขอบคุณนะคะ สำหรับฟิคเรื่องนี้
    ถึงเค้าจะมาอ่านช้าไปซะหน่อย.. 
    อ่านโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน
    ไม่ยาวนานเท่าไหร่..
    แต่ฟิคเรื่องนี้จะอยู่ในใจเค้าเสมอนะ...
    ฟิคเรื่องนี้มอบความสุขให้คนอ่านคนนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ
    ขอบคุณอีกทีนะคะ.

    #1,096
    0
  12. #1094 สาววายใจซื่อ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 16:47
    งื้อออออ จบแล้วอ่ะ
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลย >w<
    ถีงหลายครั้งจะไม่ได้เม้นท์ 5555
    แต่ชอบจริงๆ สนุกมากๆ คอยตลอดว่าแม่หมูจะอัพเมื่อไร 

    สุดท้ายนี้ ขอบคุณแม่หมูนะคะที่แต่งฟิคสนุกๆให้เราอ่าน 
    หลายครั้งที่หนูอารมณ์ขึ้นๆลงๆ(เมนส์มา) ก็ต้องมานั่งอ่านฟิค
    เนี่ยแหละที่ทำให้อารมณ์เย็น 555555

    *รอตอนพิเศษในเล่ม >w<
    #1,094
    0
  13. #1093 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 16:35
    ขอบคุณแม่หมูด้วยเช่นกันที่เขียนเรื่องดีๆอย่างนี้มาให้อ่านกัน



    ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไปไหน พี่ก็ได้ฟิคแม่หมูไว้ปลอบใจเหมือนกัน



    เราก็ยังอยู่รวมความฟินกันต่อไปนะจ๊ะ ^___^



    ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่ารักน่ะ 555
    #1,093
    0
  14. #1089 waa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 15:47
    รอติดตามเรื่องต่อไปจ๊ะ
    #1,089
    0