นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

พี่แกะน้องลิง Special Short Fiction [DomeGam feat.The Star]

เมื่อสองหุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัท จิ้นพาฟิน จำกัด ถูกจับจิ้นโดยคู่จิ้นรอบกาย ความรู้สึกใหม่เมื่อมือชงกลายเป็นคนถูกจิ้นจะเป็นอย่างไร? พี่แกะ&น้องลิง

ยอดวิวรวม

366

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


366

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


6
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 มิ.ย. 56 / 23:05 น.
นิยาย йͧԧ Special Short Fiction [DomeGam feat.The Star]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




เรื่องของเรื่องเกิดจากเมื่อครั้งประกวดดาว 9 ,, พี่แกะน้องลิงวิ่งกันวุ่น TL แต่...มาแต่งเสร็จเอาป่านนี้ เอาน่า ถึงช้า แต่ก็สำเร็จ


สวัสดีค่ะ แม่หมูตุ้ย เองค๊า หลายๆท่านรู้จักกันแล้ว บางท่านอาจจะไม่รู้จัก ก็...
ไม่รู้จะแนะนำตัวอะไร เอาเป็น @Chubby_PiG คือ ทวิตเค้า ไปเม้าท์มอยกันได้นะคะ


SF ตอนพิเศ๊ษพิเศษนี้แต่งมาเพื่อความสุขของผู้แต่งและรอยยิ้มของผู้อ่าน
หากมีเหตุการณ์ใดหรือคำพูดไหนทำให้ผู้อ่านท่านใดไม่สบายใจ แม่หมูตุ้ยขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ


แนะนำติชมได้ด้วยประการทั้งปวง ไม่ทราบว่าจะมีอีกหรือไม่ แต่ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกำลังใจจากทุกท่านค่ะ >w<


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 มิ.ย. 56 / 23:05




พี่แกะน้องลิง

Special Short Fiction

 
 

                คู่จิ้น คำๆนี้ผมได้ยินมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่ยักกะเคยคิดว่าตัวเองจะได้เข้ามาพัวพันกับคำๆนี้เลย ก็หน้าอย่างผมใครจะไปจิ้นกันล่ะครับ เขาเรียกกันว่า จิ้นไม่ขึ้น ใช่ไหม? ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ

                สวัสดีครับ ผม นายโดม จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม เรียกสั้นๆว่าโดมจาร์ (แม่หมู//สั้นตรงไหนคะลูกกกก) สั้นสิครับแม่หมู เพราะถ้าจะให้ยาวๆต้องเป็น โดมจา.........ร์ ฮ่าๆ หรืออีกชื่อที่แม่หมูตุ้ยตั้งให้ผมก็ ณโดม ครับ หลายคนชอบเรียกผมว่า ชายวัฒน์ หลักฐานก็มีให้เห็นๆกันอยู่นะครับว่าหน้าตาผมกระเดียดไปทางคุณชายวังจุฑาเทพ น้องชายคนสุดท้องไม่มีใครสนใจเพราะกลัวละครจะยาวไปจบเอาปีหน้า

เอาเป็นว่าจะเรียกชื่อไหนก็ได้ เพราะหน้าตาผมเข้ากันได้กับทุกคน

“อ้าว ไอ้โดม นี่ยังไม่กลับอีกเหรอ รอใครวะ” นี่พี่ฮั่นครับ หนึ่งในคู่จิ้นของผม DH ในตำนานที่แม่หมูเล่นซะสะเทือนวงการจิ้น (แม่หมู//ไม่ต้องชมฉันขนาดนั้นก็ได้โดม) พี่ฮั่นเดินมากระแทกไหล่ผมซะไหล่แทบหยุด หมีแข็งแรงก็เงี๊ยะ

“โอยๆๆๆๆ แขนหลุดๆ” ผมแกล้งโอดโอยด้วยความหมั่นไส้คนขี้แกล้ง นี่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยโดยเฉพาะพี่ๆเออาร์ ป่านนี้พี่ฮั่นโดนด่าไปแล้วครับ เสียดาย...

“ไม่มีใครอยู่แถวนี้  แกไม่ต้องมาสำออยเลยไอ้อ้วน ตกลงรอใคร ตอบพี่ได้ยัง”

“รอพี่แก้ม จะไปตีแบต” ผมตอบไปก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านความเคลื่อนไหวในทวิตเตอร์ของผมต่อ อ่านไปอ่านมาก็สนุกดีนะครับ ผมกวาดสายตาอ่านไปเรื่อยๆจนเจอกับแท็กหนึ่งที่อยู่กับผมมากว่าหนึ่งปี #ผู้กุมความลับ อืมมม ใช่ ผมเป็นผู้กุมความลับสินะ แล้วหน้าที่สำคัญที่ผมยิ่งกว่าเต็มใจทำก็คือ...

“ว่าแต่... พี่มาทำอะไรแถวนี้ค่ำๆมืดๆเนี่ยพี่ฮั่น หรือว่า... มารอใครอ๊ะป่าววววววว”

หางเสียงผมน่าถีบมากครับ นี่พูดเลย ฮ่าๆ แต่ถามว่าผมแคร์ไหม? ตอบเลยว่าไม่ การกวนประสาทผู้อาวุโสที่สุดแห่งเดอะสตาร์แปดเป็นอะไรที่ผมถนัดรองลงมาจากการร้องเพลง อ้อ! เป็นรองอีกอย่างก็การเต้นครับ ถ้าค่ายเขาไม่ดันผมไปทางสายพลังเสียง ป่านนี้ GH Live 2 Dance ไม่ได้เกิดหรอกครับจะบอกให้ (แม่หมู//ฉันควรภูมิใจกะเธอชิมิลูกหมู) ผมบอกได้คำเดียวว่า ที่สุด ครับ

“รอ? รออะไร๊? รอใคร๊? ไม่มีเห๊อะ มึงมั่วละโดม” พี่ฮั่นปฏิเสธเสียงแข็ง ทำตาลอกแลกเหมือนกำลังโกหก บอดีการ์แกงส้มสอนผมมาว่า (แม่หมู//ผิดเรื่อง!! นั่นมัน Bear Bodyguard) อ้าวเหรอ! ผมรู้แล้วน่าแม่หมู ท่าทางแบบนี้ มีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ โดมจาร์คอนเฟิร์ม

“พิรุธเพียบ!” ผมตบบ่าพี่ฮั่นไม่แรงนัก แต่ร่างสูงใหญ่กลับเซ บางทีพี่ฮั่นก็โอเวอร์แอคติ้งไปนะครับ “นี่พี่...พี่ก็รู้นะว่ากับผม พี่ไม่จำเป็นต้องปิดบัง พี่รอแกงส้มก็บอกผมมาเหอะ แหม ทำอย่างกะผมไม่รู้ว่าพี่กับแกงส้มเป็น...”

“เป็นอะไรมึง พูดมาให้ดีๆ เป็นอะไร” พี่ฮั่นถลึงตาตี่ๆใส่ น่ากลัวตายแหละ

“เป็นพี่น้องกันไง” ผมตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน คนกำลังพยายามเล่นบทโหดหน้าเปลี่ยนทันที เปลี่ยนจากโหดเป็นงง ผมอยากขำแต่คิดไปคิดมาแล้วไม่ดีกว่า กวนประสาทพี่ฮั่นรอพี่แก้มก็สนุกดี “ทำหน้าหมีโหดอย่างนั้น พี่คิดว่าผมจะพูดอะไรครับ ก็พี่กับแกงส้มเป็นพี่น้องที่ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกันฝุดๆเลยม่ะช่าย? คู่จิ้นหัวใจจะวะ...วะ...วะ...วายยย ฮิ้ววววววว”

“ฮิ้วววววววววววววววววววววว” เสียงหวานคุ้นหูดังขึ้นจากข้างหลัง ผมหันไปมองคนที่ผมรออยู่ทันที คนอะไรขนาดฮิ้วเฉยๆน่าฟังเลย คนที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับกุมขมับเมื่อผู้มาใหม่เข้ามาสมทบ

“รีบใช่ป่ะ? ไปๆๆ รีบๆไปเลย เดี๋ยวหนามแบตปิด ตีแบตไม่ทัน ไปสิ” โด่ววว ทีอย่างนี้ทำเป็นไล่ ผมหันไปสบตาพี่สาวบ้านเดียวกันอย่างรู้ทัน... อ้อ! นี่ผมยังไม่ได้แนะนำพี่แกะของผมใช่ไหมครับ? (แม่หมู//ยังค่ะ แต่คาดว่าทุกคนคงรู้จักแล้ว)

“แก้ม... ในนามของประธานบริษัท จิ้นพาฟิน จำกัด” ผมหันไปสะกิดพี่แก้มทันที เมื่อกี้พูดผิดนะ “เออๆๆ โทษทีๆ ในนามตัวแทนของหุ้นส่วนบริษัท จิ้นพาฟิน จำกัด ซึ่งก็คือแก้มและโดม อยากถามพี่หมีฮั่นว่า ที่มายืนทำลับๆล่อๆอยู่ที่ตึกดึกๆดื่นๆแบบนี้ พี่หมีฮั่นมารอน้องหมีแกงส้มใช่หรือไม่คะ ตอบค่ะ!

ผมฮาก๊ากออกมาทันทีเมื่อเห็นลีลาการชงระดับปรมาจารย์ของพี่แก้ม นี่ผมต้องเรียนรู้จากพี่เขาอีกเยอะใช่ไหมครับ พี่ฮั่นทำหน้าเพลียทันที นี่ถ้าคนตรงนี้เป็นไอ้แกงแทนที่จะเป็นพี่ฮั่น ป่านนี้หมีน้อยคงกำลังกระพือปีกจมูกใส่ผมกับพี่แก้มอยู่ (แม่หมู//น้องแกงคะ แม่หมูขอโทษแทนลูกหมูด้วยค่ะ =_=”)

“เล่นไรเนี่ย” นี่ก็ทำหน้าเอือมไม่เลิก ผมขำจนพุงจะยุบอยู่แล้วนะครับเนี่ย

“เอ้า! นี่แก้มทำเพื่อความฟินของแฟนคลับพี่เลยนะคะ พี่ฮั่นคิดดูนะ” พี่แก้มแตะมือลงบนแขนพี่ฮั่นก่อนจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มือข้างที่ว่างอยู่วาดขึ้นในอากาศราวกับคนพูดกำลังดำดึ่งสู่จินตนาการอะไรซักอย่าง...ที่ผมพอเดาได้... ฮ่าๆๆ “รายงานสดจากอาคาร GMNOP พี่หมี ฮ. ซุ่มเงียบ ดักรอน้องหมี ก. อย่างลับๆหลบสายตานักข่าว สายข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่าสองหมีที่รักกัน... อุ้ย! พี่ไม่ได้พูดผิดใช่ไหมโดม”

“ไม่ผิดๆ ต่อเลยๆ กำลังฟิน... เอ๊ย กำลังอิน อินเนอร์มาเต็มละตอนนี้” ผมส่ายหน้าพร้อมๆกับโบกมือให้หุ้นส่วนใหญ่ลุยต่อ

“โอเค ต่อนะ สายข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่าสองหมีที่รักกันกำลังวางแผนแต่งเร็วๆนี้” พูดจบพี่แก้มก็ตาลุกวาย เอ๊ย ลุกวาว! ทำไมพูดผิดบ่อยจังเนี่ยช่วงนี้ เอาเป็นว่า พูดง่ายๆว่าชงเองฟินเอง มีหรือครับที่ผมจะไม่ร่วมผสมโรงเข้าไปด้วย

“อุ๊ตะ!! แต่งเร็วๆนี้ แต่งอะไรอ่ะครับ อยากรู้ๆ งอแงๆ”

“ก็แต่ง...” พี่แก้มกำลังจะตอบแต่กลับถูกขัดขึ้นด้วยเสียงทุ้มหวานของหมีน้อยที่เราพูดถึง

“แต่งเพลงโว๊ย พวกพี่เล่นอะไรกันเนี่ย พี่ฮั่นคิดจะห้ามสองคนนี้บ้างป่ะเนี่ย” มาถึงก็เหวี่ยงเลยนะคนนี้ นี่ถ้าพี่ฮั่นเขาไม่รักจริงหวังแต่ง...............................เพลง... แน่ะๆๆ คิดอะไรครับแต่ละคน ไม่เป็นไรครับผมก็คิด ฮ่าๆๆ นี่ถ้าพี่ฮั่นเขาไม่รักจริงหวังแต่งเพลงด้วยกัน คงไม่อดทน ใจเย็น ตามใจ เอาใจ มุ้งมิ้ง งุ้งงิ้ง กับไอ้แกงแบบนี้หรอกครับ

“พี่แกงคิดว่าเค้าจะห้ามอะไรสองคนนี้ได้ไหมล่ะ ดูดิ พี่โดนของดำรุมเล่นงานยกกำลังสองแบบนี้ใครจะไปสู้ไหว” ไอ้อาการของพี่ฮั่นเวลาอ้อนแกงมันก็น่ารักดีอยู่หรอกครับ แต่!! มาเรียกผมกับพี่แก้มว่าของดำเนี่ยนะ!

“อ๊ายยย อะไรกันยะ คนนึงก็ว่าฉันเป็นของดำ อีกคนก็ว่าฉันเป็นราหู นี่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่คงไม่ใจตรงกันแบบนี้หรอกนะคะ”

“เนื้อคู่สินะ” พี่แก้มชงปุ๊บ ผมก็รีบรับมุขทันที หมีสองตัวที่ยืนอยู่ข้างหน้าทำหน้าป่วยใส่ แต่พี่สาวผมกลับทำหน้าฟิน ไม่ใส่ใจอาการของใครทั้งสิ้น “พี่กะแกงจะโวยวายทำไมล่ะครับ ถ้าพวกพี่ไม่มุ้งมิ้งใส่กันน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ก็ไม่มีใครแซวใครชงหรอก น่ารักดีออก หัวใจสูบฉีดดีไม่ใช่เหรอ”

“ไหนมึงบอกมึงจะไปตีแบตห๊ะไอ้โดม” พี่ฮั่นหันมาพูดกับผมเสียงแข็ง หมีสองมาตรฐานอีกละ ทีกับแกงล่ะอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน มันน่าน้อยใจ...ทำไมล่ะ? (แม่หมู//โดม หนูกินยาลืมเขย่าขวดหรือเปล่าลูก ทำไมคึกจังวันนี้) ผมว่าคำถามนี้แม่หมูควรถามตัวเองมากกว่าครับ

“โหย ไล่น้อง นี่จะรีบไปแต่งเพลงกินตับกันอ่ะดิ เฮ้ยๆๆๆๆ” พี่ฮั่นยกขาขึ้นตั้งท่าจะถีบผม ยังดีที่มีแกงส้มช่วยรั้งเอาไว้ พี่แก้มยกมือขึ้นมาขวางระหว่างผมกับคนที่แก่ที่สุดในกลุ่ม แหม่! พี่แก้มครับ แค่ยกมือกั้น ทรีนพี่ฮั่นก็แหย่มาถึงผมได้ป่ะ? แต่เอาเถอะ

“กินตับอะไรไอ้โดม พูดดีๆเลย”

“ตับไง ตับมีธาตุเหล็กเยอะ พี่เพิ่งไปบริจาคเลือดมาไม่ใช่? คนเพิ่งให้เลือดมาต้องกินธาตุเหล็กเยอะๆ นี่ผมพูดเพราะหวังดีนะ แต่งเพลงไปกินตับไปสบายอุรา หรือว่าพี่คิดเป็นอย่างอื่น?” ทำหน้าแบบนั้นคิดอย่างอื่นชัวร์ครับ แล้วแกงส้มยังมาทำหน้าแดงเพิ่มความฟินให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆผมอีกต่างหาก วันนี้จะตีแบตจบเกมไหมครับเนี่ย? พูดถึงเรื่องบริจาคเลือดผมก็คิดอะไรได้

“เออพี่ ไหนๆก็พูดละ ผมถามหน่อยดิ พี่ไม่กลัวเข็มแล้วเหรอ เข็มที่เขาใช้เวลาบริจาคเลือดนี่รูใหญ๊ใหญ่เลยนะพี่ฮั่น แถมเลือดยังออกมาเต่งเต็มถุงอีกต่างหาก พี่ไม่กลัวเหรอ ทีตอนอยู่ในบ้านเข็มเล็กจิ๊ดเดียวพี่ยังแทบเป็นลมเลย ตอนเข้าไปเจาะก็ต้องให้แกงไปด้วย หรือว่า...”

“มารยาหมี เหอะ!” พี่แก้มกลอกตาใส่ จริง! ผมต้องการคำนี้แหละ มารยาหมี!!

“นั่นไง! มันต้องใช่แน่ๆ มารยาหมีเอาไว้อ้อนหมีเด็กใช่ป่ะล่ะ”

“ไม่ใช่! ไปเรื่อยละสองคนนี้ พี่กลัวเข็มจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่” พี่ฮั่นยืนยังอย่างจริงจัง ผมกับพี่แก้มมองหน้ากันอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แกงส้มเห็นอย่างนั้นเลยช่วยยืนยันอีกแรง

“พี่ฮั่นกลัวเข็มจริงๆพี่แก้มพี่โดม ผมยืนยันได้ แต่ที่ไปบริจาคเลือดเนี่ย เพราะ...”

                ผมหูผึ่งทันที นี่ข้อมูลลับของหมี Bear’s Secret หรือเปล่าครับเนี่ย? ถ้าความมืดไม่ได้เล่นตลกกับพวกเรา ผมสาบานว่าผมเห็นใบหน้าหวานของน้องหมีแกงเป็นสีแดงระเรื่อ ส่วนพี่ฮั่น...แก้มใสๆก็เป็นสีชมพูจางๆ แถมยังหลบตาพวกผม พยายามก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มน้อยๆ ไม่มีทางที่อาการเหล่านี้จะหลุดลอดจากสายตาของผมไปได้

                “แกง...” คนตัวสูงเรียกคนที่ตัวเท่าๆกันเบาๆ ความรู้สึกเป็นส่วนเกินติดอยู่ที่คอหอย แต่ความอยากรู้มีความกว่า ผมจ้องพี่ฮั่นทีแกงส้มทีสลับไปสลับมาอยู่อย่างนั้น อาการของคนข้างๆก็คงไม่ต่างกัน ตอนนี้พี่แก้มกำลังกัดเล็บตัวเองอยู่ “ไม่ต้องเอาเรื่องของเราไปบอกคนอื่นเขาก็ได้ป่ะ”

                “อุ๊ตะ! เรื่องของเรา”

                “อั๊ยยะ”

                เสียงอุทานดังขึ้นต่างกันไม่น่าเกินเสี้ยววินาที ถึงแม้เสียงของสองคนนั้นจะไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบซักเท่าไหร่ ขอบคุณประสาทการฟังที่ชัดเจนของผม เรื่องของเรา แต่ผมอยากรู้อ่ะ พูดต่อสิพูดต่อ!

                “เฮ้ย! ไอ้สองคนนี้ก็อยากรู้จิ๊งงงง ไปตีแบตได้แล้วไหม? ชาวบ้านเขาไม่รอกันเหงือกแห้งแล้วเหรอ” พี่ฮั่นหันมาโวยใส่ โธ่! บรรยากาศกำลังส้มอมชมพู จะมาขัดฟีลผมทำไมเนี่ย

                “กันถึงนานแล้วพี่ ตีแบตกะริทอยู่” ผมเลิกคิ้วมองคนตอบที่ตอบออกไปในขณะใบหน้ายังคงฟิน มันใช่พี่กันที่ไหนเล่า! ฮุ้ยยย พี่แกะหนอพี่แกะ
 

                “โอ๊ย ผมไม่คุยกะพวกพี่แล้ว เสียเวลาแต่งเพลงพวกผมหมด จะไปตีแบตก็ไปเลย พี่ฮั่น ไปกันเถอะครับ คืนนี้ไปห้องผมแล้วกันนะ...”

                “กรี๊ดดดดดด ชวนกันไปห้อง! น้องไม่อยากคิด น้องไม่อยากมโน โดม...” นี่หรือคืออาการของคนฟินจนเป็นลม ผมประคองพี่แก้มเอาไว้ก่อนตามบท

                “โอ๋ๆๆๆ อย่าเพิ่งเป็นลมนะพี่แกะของน้อง ถ้าขุ่นพี่เป็นลมไปแล้วใครจะเป็นคู่น้องตีแบตล่ะ”

                “พี่ฮั่น ผมว่าเราไปกันเถอะพี่ แถวนี้ชักจะหวานเกินไปละ แค่คู่เราคู่เดียวก็หวานจะแย่ ยังมีคนมาแย่งซีนความหวาน แบบนี้ผมไม่อยู่แล้วดีกว่า” พอได้ยินประโยคของแกงส้มผมก็แทบจะปล่อยตัวพี่แก้มทันที พี่แก้มมองผมอย่างงงๆ ส่วนผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่ตัวเองคิดคือสิ่งที่แกงต้องการหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆหรือเปล่า

                “ใครหวานเหรอแกง” ทีอย่างนี้มาทำเป็นใสซื่อ พี่ฮั่นนะพี่ฮั่น ใครเชื่อว่าพี่ใสๆก็ออกลูกเป็นหมีแล้ว!

                “เอาแต่ชงคนอื่น ใกล้ชิดกันมากๆ เดี๋ยวมันก็สปาร์คกันเองแหละพี่ฮั่น ระวังตัวไว้เห๊อะ จับคู่คนอื่นจิ้นอย่างโน้นอย่างนี้ ซักวันจะหันมาปิ๊งกันเองไม่รู้ตัว เคมีคู่ตัวเองก็ใช่ย่อยน๊า จับตัวเองจิ้นบ้างก็ดีนะบางที... ป๊ะ! เรากลับไปแต่งให้เสร็จเถอะพี่ฮั่น ค้างมาหลายวันแล้ว”

                ถ้าเป็นปกติคำว่า แต่งให้เสร็จ ค้างมาหลายวันแล้ว ที่แกงพูดเมื่อกี้คงเอาไปจิ้นได้อีกไกลโพ้น แต่นี่... แกงส้มเล่นมาทิ้งเอาไว้แบบนี้ ผมหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆช้าๆ พี่แก้มขยับออกไปยืนห่างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ผมเองก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนเดียวในที่นั้นตะโกนไล่หลังพี่หมีน้องหมีที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถ

                “อะไรของแกแกงส้ม สำหรับฉันต้อง แก้มซอ เท่านั้นย่ะ จิ้นกันเองอะไรเล่า” ผมว่าพี่แก้มพูดแปลกไป ปกติจะโผงผางมั่นใจกว่านี่ แต่ที่พูดตอนนี้เหมือนเขินๆยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก... หรือผมคิดไปเอง?

                “แก้ม อย่าคิดไกลเลยเชื่อพี่ ดูคนใกล้ตัวเอาไว้ดีกว่า พี่แกะน้องลิง น่ะ รู้จักหรือเปล่า” พี่ฮั่นหันกลับมาตอบ มือของพี่ชายโอบไหล่ของแกงส้มเอาไว้ ส่วนไอ้แกงเองก็เหมือนกัน สองหมีเดินโอบไหล่กัน คุยเล่นกันไปจนลับสายตา เสียงหัวเราะของพี่ฮั่นดังลั่นพร้อมๆกับเสียงติดเหวี่ยงของแกงส้ม...

                ถ้าเป็นปกติ จะต้องมีใครซักคนที่ยืนข้างๆผมกำลังปิดปากกรี๊ดด้วยความฟิน แต่นี่...

                “พี่แก้ม” ผมเรียกพี่แก้มเบาๆ แต่ดูเหมือนพี่สาวของผมกำลังคิดอะไรอยู่จนไม่ได้ยิน ผมเอื้อมมือไปแตะข้อศอกพี่แก้ม...

                “เฮ้ย! โดม! แตะพี่ทำไม” ก็โดนว่ากลับมา... อะไรกัน....

                “สองคนนั้นเขาไปกันแล้ว เราจะไปกันบ้างยังอ่ะพี่”

                “ไป... ไปไหน? ฉันไม่ไป ฉันจะกลับไปดูน้องซอ”

                “พี่แก้ม! ก็ไหนนัดกับ พี่ริท พี่กัน ไว้ไง ว่าจะไปตีแบตกันอ่ะ นี่ฟินจนลืมเลยเหรอพี่” ผมเขย่าแขนพี่แก้มเบาๆพร้อมพูด แต่คุณเธอก็ปัดมือผมออกอีก เฮ้ย! แตะก็ไม่ได้วุ้ย! เป็นไรป่ะเนี่ยพี่ผม

                “เออ! ลืมไปเลย ไปกันมะ ไปกันยัง งั้นเดี๋ยวแยกกันไปเนอะ” พี่แก้มพูดพร้อมจ้ำพรวดๆไปทันที ผมรีบวิ่งไปดึงพี่แก้มเอาไว้ก่อนที่พี่แกจะไปไกลกว่านี้ ถ้าแยกกันไปแล้วจะให้ผมรอทำไมเนี่ย

                “ก็ไหนว่าจะไปด้วยกันไง ถ้าแยกกันไปแล้วพี่จะให้ผมรอทำไม มานี่เลย ไปด้วยกันเลย”

 


 

                ในที่สุดผมก็ใช้กำลังบังคับพี่แก้มมาได้ ถึงคนที่อยู่ข้างๆตอนนี้จะดูเหม่อลอย แถมไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ซะด้วย จากที่เคยเม้าท์มอยกันร้องเพลงกันเล่นหัวกันไปตลอดทาง แต่วันนี้ระหว่างเรามีแต่ความเงียบ ทำไมผมถึงไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยนะ ผมอยากจะถามพี่แก้มให้รู้แล้วรู้รอดว่าอยู่ดีๆเป็นอะไร แต่ราวกับทุกครั้งที่ผมกำลังจะอ้าปาก พี่แก้มก็จะทำเป็นมองไปทางอีกแล้วก็ไม่สนใจผมทุกที




 

                เสียงอึกทึกของสนามแบตยามค่ำคืนทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นกับผมได้ เดอะแก๊งของเราหลายคนมารออยู่ก่อนแล้วต่างเหงื่อโทรมกายกันไปหมด พี่ริทนั่งหมดสภาพอยู่ข้างสนามโดยมีพี่กันนั่งแซวอยู่ข้างๆ สายตาสองคู่ตวัดมามองทางพวกผมทันทีที่ผมก้าวเข้ามาถึง พี่ริทมองผมแปลกๆ พี่กันก็ด้วย

                คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่สังเกตเห็นสายตาแบบนี้ เพราะคนที่เงียบมาตลอดทางเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน


                “พวกแกมองอะไร ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไงยะ” พี่แก้มโยนกระเป๋าลงข้างพี่ริทดังโครม ว่าที่นายแพทย์ตัวเล็กเบะปากก่อนจะเถียงสู้ คู่นี้ก็กัดกันไม่ยอมปล่อยจริงๆ


                “โหย ยังไม่มีใครทำอะไรพี่เลยครับคุณพี่แก้ม นี่ว่าผมทำไมเนี่ย ผมมองพี่กับโดมไม่ได้เหรอ”


                “เดี๋ยวนี้สองคนนี้มาด้วยกันบ่อยนะ มีอะไรกันรึเปล่า” พี่กันลอยหน้าลอยตาถามพี่แก้ม ก่อนจะหันมายักคิ้วให้ผมทีนึง เฮ๊ย! ยักคิ้วให้ผมทำไม! “เหมือนผมจะไปได้ยินอะไรมาก็ไม่รู้นะ พี่อะไรน้องอะไรนะริท”


                “พี่อะไรน๊า... อะไรวะกัน มันติดอยู่ที่ปากอ่ะ ช่วยกันนึกดิวะ อย่าปล่อยให้ริทคิดคนเดียวดิ”


                “พี่... พี่... เอ่อ... พี่... พี่หมีน้องหมี!


                “ไม่ใช่ นั่นมันพี่ฮั่นกะแกงส้ม”


                “หรือว่า... หรือว่าจะเป็น พี่ฮั่นน้องแกง”


                “พูดไปแล้ว มันไม่ใช่คู่เดียวกับพี่หมีน้องหมีเมื่อกี้หรือไงไอ้บ้า! โว๊ย!


                “งั้นก็... พี่โน่น้องริท”


                “โอ๊ย! ริทนั่งอยู่นี่แล้วริทจะพูดถึงตัวเองทำไม”


                “พี่กุ๊ยน้องดำ”


                “ไอ้กัน! มึงเล่นตัวเองทำไมเนี่ย!


                ใครก็ได้บอกผมทีว่าผมไม่ได้ดูตลกคาเฟ่อยู่ นี่ถ้าพี่ริทพี่กันถือถาดแทนไม่แบต ผมเชื่อแล้วนะครับว่าตัวเองกำลังอยู่แถวพระรามเก้าคาเฟ่


                “อ๋อ! รู้แล้ว! ต้องคู่นี้เลย!” พี่กันลุกพรวดขึ้นพร้อมชูกำปั้นขึ้นในอากาศ สายตาหลายคู่เริ่มให้ความสนใจพวกเราที่สนใจคุยกันมากกว่าเล่นกีฬา พี่แก้มมองสองคนนั้นด้วยสายตาเพลียๆปนหมั่นไส้


                “คู่ไหนกัน คู่ไหนๆๆ ริทอยากรู้” พี่ริทลุกขึ้นตาม เกาะแขนพี่กันพร้อมๆกับดีดดิ้น... ผมใช้คำนี้ได้ไหมเนี่ย? นั่นแหละครับ ดีดดิ้นงอแงอยากรู้เต็มที


                “นี่ไอ้เตี้ย พี่โตโน่...สุดที่รัก! ของแกไม่อยู่แล้วอาการหนักนะยะ มาเกาะแกะไอ้กันอย่างนี้ ระวังเห๊อะ”


                “นี่เจ๊! คนที่มันไม่ได้อยู่ตรงนี้ เราไม่ต้องพูดถึงเขาได้ป่ะ ริทหนีกลับไปเรียน ไปไหนก็มีแต่คนถามหาพี่โตโน่ๆ เจอหน้าริททำไมไม่ถามถึงริทอ่ะ ริทไม่เข้าใจ” ผมว่าพี่ริทน่าจะเข้าใจนะครับ เพราะ...


                “เพราะพี่โตโน่อยู่ในใจริทเสมอไง คนเจอริทเลยถามหาเฮีย” แต่พี่แก้มตอบแทนผมไปละ!


                “ฮิ้ววววววววววว” ผมส่งซาวแอฟเฟ็คแบบที่ผมชอบทำเป็นประจำพร้อมเขย่ามือชงอย่างรู้งาน พี่แก้มหันมาสบตาผมพร้อมยิ้มให้ ใครจะชงมันรับส่งแม่นเหมือนผมกับพี่แก้มไม่มีอีกแล้วครับ


                แต่แลดูแล้ว คนที่ควรจะเขินกลับไม่เขินซะนี่...


                “ฮั่นแน่!! รู้ใจกันซะด้วย คนนึงชงคนนึงตบ” ผมมองคนพูดอย่างไม่เชื่อหู นี่มัน...


                “คนที่เขาไม่มาก็อย่าไปพูดถึงเลยครับ แต่คนที่มาด้วยกันตลอด ออกงานด้วยกันบ่อยๆ ทำงานด้วยกันเกือบทุกวัน แถมยังชอบไปไหนมาไหนด้วยกันอีก ไม่คิดไม่ได้นะเนี่ย พี่น้องคู่นี่อ่ะ พี่แกะน้องลิง ฮิ้วววววว”


                “คือแบบว่า... เขามีชื่อเรียกพิเศษกันด้วยน๊า แล้วเล่นกันเองด้วยอ่ะ ชอบไปจิ้นคู่อื่นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ความจริงแล้ว คู่ตัวเอง ฟินมว๊ากกกกกกกกกกกกก” ไอ้มว๊ากกกกกกของพี่ริทนี่... สงสัยจะมากจริงๆแฮะ


                นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมได้หันมามองตัวเองหลังจากที่ทำหน้าที่ ผู้กุมความลับ มานาน ชื่อพิเศษ? ผมก็ไม่เคยคิดว่ามันพิเศษจนกระทั่งริทพูดขึ้นมานี่แหละครับ ผมหันไปมองพี่แก้มที่เอาแต่หลบตา พี่สาวของผมยืนกอดอกมองไปทางอื่น ไม้แบตยังคงวางอยู่ที่พื้น ไม่รู้เพราะพี่เขาไม่สนใจมันแล้วหรือทำอะไรไม่ถูกกันแน่ ผมหันไปหามือใหม่หัดชงที่กำลังกระซิบกระซาบกันสองคน


                “เฮ้ย! พี่แก้ม เป็นไรเนี่ย ริทก็แซวเล่นเฉยๆไง อย่าบอกนะว่าคิดมาก”


                “นั่นดิพี่ ก็เมื่อกี้พี่ฮั่นกะไอ้แกงมันโทรมาบอกไง ว่าช่วยแกล้งพี่กับไอ้โดมคืนให้หน่อยโทษฐานที่ไปแซวพวกมันก่อนหน้านี้ ผมขอโทษก็ได้เอ้า ถ้าทำให้พี่คิดมาก” พี่กันยกมือไหว้ขอโทษพร้อมๆกับพี่ริท ผมยืนมองอย่างทำอะไรไม่ถูก คือ ผมไม่รู้จะทำอะไรจริงๆแหละครับ จะเข้าไปบอกพี่แก้มว่าอย่าคิดมาก แต่ตลอดทางมาที่นี่พี่แก้มก็ไม่พูดกับผมซักคำ จะเล่นไปตามน้ำกับพี่ริทพี่กัน ก็ดูหน้าพี่แกะของผมสิครับ (แม่หมู//พี่แกะอีกแระ เรียกกันงี้แม่หมูก็คิดนะโดม)


                “ฉันรู้หรอกน่า เออ อยากเล่นอะไรก็เล่นไปสิ ฉัน แก้ม วิชญาณี ณ เวียงโพดำ หุ้นส่วนใหญ่ของ บริษัท จิ้นพาฟิน จำกัด ทำไมฉันจะต้องคิดมากกับคำพูดพวกแกด้วย อยากจิ้น อยากมโน อยากอิน อยากฟิน อยากอะไรก็เชิญตามสบาย ถ้าแน่จริงพวกแกก็ชงให้ฟินให้ได้เท่าฉันกับโดมก็แล้วกัน”


                กลายเป็นว่าตอนนี้ผมสามคนกำลังมองหน้ากันอย่างงงๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของพี่แก้ม พี่สาวของผมหยิบไม้แบตแล้ววิ่งลงสนาม วอร์มร่างกายเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปร่วมแจมกับทีมสาวๆทันที


                “ความคิดของสตรี ยากแท้หยั่งถึง ยิ่งความคิดของสตรีชื่อวิชญาณี ยิ่งยากหยั่งถึงยิ่งกว่า ชายวัฒน์ พี่บอกได้คำเดียวว่า ทำใจ” พี่กันเดินเข้ามาโอบไหล่ผมเอาไว้ พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจให้ผมหลายทีก่อนที่พี่ริทจะแทรก


                “เข้มแข็งไว้ไอ้น้อง ไม่มีอะไรเกินความสามารถหรอก คนบ้านเดียวกัน พูดกันรู้เรื่องอยู่แล้ว”


                “เหมือนพี่กะพี่โน่น่ะเหรอ” ผมสวนไปตามสัญชาตญาณมือชง เล่นเอาพี่กันขำก๊าก


                “โว๊ะ! ไอ้นี่! มันใช่เวลามาชงพี่ไหมเนี่ย เดี๋ยวพี่ก็จะกลับไปเรียนแล้วนะ พูดถึงพี่บ้าง ไม่ใช่พูดถึงแต่พี่โน่”


                “อ้าว! ตกลงนายกับพี่โน่ไม่ใช่คนๆเดียวกันเหรอวะริท นี่รู้ป่ะว่าบางคนเขาคิดว่า โน่ริท เป็นชื่อของคนๆเดียวนะ” ผมอดขำออกมาไม่ได้เมื่อเห็นหน้ามู่ทู่เหมือนเด็กถูกขัดใจของพี่ริท พี่กันไม่สนใจเพื่อนหมอที่อยู่ข้างๆแล้วหันมาคุยกับผมต่อ

“นี่โดม อย่าคิดมากนะเว้ย พี่ฮั่นกะแกงแค่อยากให้พวกพี่แกล้งแกกะพี่แก้มบ้างแค่นั้นเอง เขาคงอยากรู้มั้ง ว่าคนชอบชงเวลาโดนจับไปจิ้นบ้างจะเป็นยังไง”


                “อ๋อครับ ผมก็พอรู้อยู่ แกงกะพี่ฮั่นพูดอย่างนี้ตั้งแต่ผมออกมาจากตึกกะพี่แก้มละ” ผมรับเบาๆ มองพี่สาวของตัวเองตีแบตอย่างจริงจังโดยไม่สนใจคนรอบข้าง


                “เออโดม พี่อยากรู้ว่ะ แล้วมันรู้สึกยังไงวะ จากคนชงกลายเป็นคนถูกชง จากจิ้นคู่อื่นกลายเป็นถูกจิ้นซะเอง” พี่กันหันมาถามคำถามที่ผมเองก็ไม่รู้จะตอบได้หรือเปล่า พี่ริทเองก็มองผมเหมือนกำลังรอคำตอบ


                “เอ่อ... ก็...”


                ผมอ้ำๆอึ้งๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรตอบพี่ทั้งสองคนยังไง ผมมองไปที่ว่าที่ คู่จิ้น ของผมที่ออกกำลังกายอยู่ในสนาม หลายต่อหลายครั้งที่ผมกับพี่แก้มร่วมกันจิ้นร่วมกันชง ก็เพื่อความสุขและความสนุกของใครหลายๆคน พอวันนี้มาถูกจิ้นซะเองเลยทำตัวไม่ถูกว่าควรจะรู้สึกอย่างไร ตอน DH ผมก็ขำเพราะมันไม่มีอะไร อาจจะตกใจนิดหน่อยเพราะมันเป็นครั้งแรกของผม...ที่ฮามาก! ผมกับพี่ฮั่นน่ะครับ ลองคิดดู ฟ้าผ่าไหมล่ะ?


                แต่คราวนี้ความรู้สึกมันกลับแตกต่าง ผมคงจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานไปจนพี่กันกับพี่ริทหมดความอดทนจะรอฟัง พี่ชายทั้งสองส่ายหน้าก่อนจะวิ่งลงสนามไปร่วมวงกะเพื่อนๆต่อ


                ก็จะให้ผมยอมรับออกมาตรงๆได้ไงล่ะครับ ว่าบางครั้ง... หัวใจผมก็เต้นผิดจังหวะไปเหมือนกัน...


                “ไอ้โดม สรุปจะเล่นไหมเนี่ย หรือน้องลิงจะยืนมองพี่แกะอยู่ข้างสนาม” เสียงพี่ริทตะโกนข้ามคอร์ทมาทำให้ผมต้องวางกระเป๋าแล้วคว้าอาวุธประจำกายของตัวเองขึ้นมาบ้าง พี่กันเองก็ไม่ยอมแพ้ เพราะประโยคถัดมาก็เรียกเสียงโห่ฮิ้วของคนในคอร์ทได้ไม่เบาไปกว่าพี่ริทเลย


                “น้องลิงเชิญฝั่งนู้นเลยครับ ไปอยู่กับพี่แกะซะนะ คู่จิ้นคู่ใหม่จะได้ไม่ต้องสู้กันเอง แต่มีสมาธิหน่อยนะ อย่ามัวแต่แอบมองกัน”


                “เขาจะมองแกทำไมวะไอ้ดำ”


                “แล้วมันใช่เวลาเล่นไหมไอ้เตี้ย”


                เกมต้องหยุดซะงักไปเพราะนักชงมือใหม่สองคนเถียงกันไม่เสร็จ ผมเดินเข้าไปยืนในตำแหน่งที่ว่างแล้วหันไปมองหุ้นส่วน บริษัท จิ้นพาฟิน จำกัด ของ เรา


                “พี่คิดมากป่ะเนี่ย” ผมถามเบาๆ พี่แก้มหันมายิ้มให้ก่อนจะเดินเข้ามาโอบไหล่ผมไว้ ผมยกมือขึ้นแตะแขนคนเป็นพี่ เห็นการแสดงออกที่คุ้นเคยแบบนี้ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย


                “บ้า! ไม่คิดมากหรอก ขำๆน่ะ ตัวแทนแขนสิบสองซะอย่าง” ผมยิ้มให้พี่แก้มแทนคำตอบ บรรยากาศกำลังจะดีอยู่แล้วเชียวครับถ้าไม่มีเสียงโห่จากฝั่งตรงข้ามดังมา


                “ฮิ้ววววววววววววววววววววววววว”


                “ฝั่งโน้นหวานไปนะจ๊ะ”


                “นี่แกสองคนจะตีแบตต่อหรือจะกินไม้แบตฉันแทนมื้อดึกห๊า” ผมหัวเราะแทบกลิ้ง ทั้งขำทั้งดีใจที่พี่แก้มคนเดิมกลับมา ในที่สุดผมก็ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจมาทำตั้งแต่ต้นซะที เกมเรียกเหงื่อเริ่มขึ้นหลังจากศึกระหว่างสองรุ่นพี่แห่งเวียงโพดำและนักศึกษาแพทย์จากดินแดนที่ราบสูงจบลง ได้เวลาลดพุงกะทิแล้วสินะ


                ส่วนไอ้อาการใจเต้นแปลกๆ... เอาเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน ;)





 

                บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนไปมากในสายตาจารุวัฒน์ น่าแปลกที่วันหยุดแบบนี้กลับไม่อึกทึกครึกโครมอย่างที่ควรจะเป็น ต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นกับเมืองกรุงได้มากแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เหงื่อชื้นๆบนหลังเขาแห้งไปได้ คนตัวกลมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเขาเองถึงอยู่ที่นี่ในเวลาอย่างนี้ น้ำหนักของตะกร้าที่เขาถืออยู่ในมือทำให้เขาก้มลงไปมอง


                นี่เขาจะถือตะกร้ามาทำไม?


                “โดม หาที่นั่งได้หรือยังจ๊ะ พี่เมื่อยแล้วนะ หิวแล้วด้วย” เสียงที่เรียกเขาทั้งหวานทั้งคุ้นหู จารุวัฒน์หันไปมองผู้หญิงที่เดินตามเขามา...


                พี่สาวที่เขาคุ้นเคยอยู่ในชุดสวยเกินกว่าที่เธอจะแต่งในวันธรรมดา ทรงผมก็ถูกแซทมาดูน่ารัก... ความรู้สึกประหลาดเต้นตุบๆอยู่กลางใจ เขาจำความรู้สึกสมัยที่ตัวเองยังเป็นเด็กอ้วนๆที่นั่งรถขึ้นมาจากภูเก็ต มาถือป้ายไฟเชียร์พี่สาวคนนี้เมื่อเธอกำลังประกวดอยู่บนเวทีที่วันหนึ่งเขาก็ได้มายืน ความทรงจำครั้งแรกที่เขาได้ร้องเพลงคู่กับเธอไหลเข้ามาราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก หากแต่สายน้ำนั้นพาความสุขและชุ่มฉ่ำมาสู่หัวใจเขาด้วย มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยที่เขายังไม่ได้สั่ง จารุวัฒน์ไม่รู้ว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาตอนนี้จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ทำให้รอยยิ้มของชายหนุ่มกว้างขึ้นไปอีกก็คือยิ้มหวานๆของหญิงสาวตรงหน้า


                “ยิ้มไรเนี่ย พี่สวยอ่ะดิ๊” ดวงตาคมสวยช้อนมองเขาอย่างมีจริต ถ้าตัวเขาเป็นลูกโป่ง ป่านนี้เขาคงล่องลอยไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับ วันนี้เขายิ้มมากเกินไปหรือเปล่านะ? คิดได้อย่างนั้นจารุวัฒน์จึงพยายามหุบยิ้มลง แต่ดูเหมือนว่าจะพยายามเท่าไรก็ไม่สำเร็จ


                “นี่จะยิ้มอย่างเดียวไม่พูดอะไรเลยเหรอ” คนตัวกลมกัดริมฝีปากล่างตัวเองแก้เขิน ภาพนั้นเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวได้ เพียงเสียงหัวเราะคิกคักก็ฟังรื่นหูจนเขาอยากเก็บเอาไปฝัน


                “พูดก็ได้ครับพี่ งั้น...ไปนั่งตรงนั้นกันนะ” เขาชี้ชวนเธอไม่ใต้ร่มไม่ใหญ่ ผ้าผืนหนึ่งถูกปูวางไว้ราวกับมันกำลังรอพวกเขาอยู่ จารุวัฒน์ล้มตัวลงนั่นก่อนจะจัดการกับข้าวของทุกอย่างให้ออกมาวางเรียงราย พี่สาวคนเก่งช่วยเขาหยิบโน่นจับนี่จนในที่สุดอาหารว่างมื้อเล็กๆก็อยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสองคน


                เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินเมื่อหัวใจกำลังโบยบินอย่างมีความสุข สายลมอ่อนๆของยามเย็นช่วยให้คนที่จิตใจกำลังล่องลอยได้คลายร้อนลงไปได้บ้าง ขนมและของว่างถูกกำจัดลงกระเพาะของเขากับพี่สาวแสนดีไปจนหมดแล้ว เสียงหวานชวนคุยเจื้อยแจ้วไพเราะเสียจนคนฟังอย่างจะได้ยินตลอดไป จารุวัฒน์นั่งเอนหลังกับตะกร้าของที่เขาหอบหิ้วมา แต่น้ำหนักที่มากไปหน่อยของเจ้าตัวทำให้ตะกร้าใบน้อยรับน้ำหนักไม่ไหว ร่างกลมล้มกลิ้งไปกับพื้นพร้อมตะกร้าที่กระดอนไปไหน


                “พี่แก้มอย่าหัวเราะผมดิ ผมเจ็บนะ” เสียงหัวเราะคิกคักของคนที่นั่งอยู่ด้วยทำให้โดมโวยวายใส่พร้อมลูบแผ่นหลังที่ยอกเล็กๆ ดวงตากลมมองผ่านแว่นไปมองตัวการที่ทำให้เขาขายหน้า “ไอ้ตะกร้าบ้าเอ๊ย”


                “ก็มันขำนี่นา ตัวก็ตั้งใหญ่ ตะกร้ามันรับน้ำหนักไหวก็แปลก มาๆๆ อยากเอนหลังก็มานอนตักพี่นี่มา” ราวกับเสียงสวรรค์ที่พาเขาให้ล่องลอยขึ้นไปสูงอีก จารุวัฒน์ไม่เสียเวลาคิดหรือปฏิเสธ ร่างกลมล้มตัวลง ใช้ตักคนเป็นพี่ต่างหมอน รอยยิ้มฉายอยู่บนใบหน้าชัดเจนเสียยิ่งกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา หากเขายิ้มได้มากกว่านี้เขาคงทำไปแล้ว


                มือนุ่มแตะอยู่บนแก้มของเขา เพราะตำแหน่งที่เขานอนทำให้มองเห็นใบหน้าของเจ้าของตักอย่างชัดเจน


                ระยะทางตรงหน้าค่อยๆลดลงไม่รู้เป็นเพราะอะไร หัวใจเต้นระรัวจนรู้สึกราวเนื้อตัวกำลังสั่นสะท้าน ดวงตาของคนตรงหน้าหลับลงแล้ว ในขณะที่เขากำลังจะทำอย่างนั้นตาม....




 

                กรี๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


                “เฮ๊ย” เสียงไรวะ!! ผมสะดุ้งสุดตัวแล้วพบกับตัวเองที่กำลังมุดอยู่ในผ้าห่ม ในสวนเมื่อกี้มันไม่มีผ้าห่มนี่หว่า! ผมปัดมือไปมา พยายามหาทางออกจากเขาวงกตผ้าห่มที่ผมสร้างขึ้นเอง


                “เฮ้ออออ” ผมถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ในห้อง เสียงกรี๊งแสบแก้วหูก่อนหน้านี้คือเสียงนาฬิกาปลุกของผมสินะ ผมยกมือขึ้นจับหัวใจที่ยังเต้นทุรนทุรายไม่เลิก


                “นี่จะเต้นให้หลุดออกมาข้างนอกให้ได้ใช่ไหมเนี่ย” ผมต่อว่าก้อนเนื้อที่อยู่ในอกอย่างขัดใจ อาการใจเต้นแปลกๆมันลามไปถึงในฝันของผมเลยเหรอครับ หรือว่าเมื่อคืนผมตีแบตมากไปถึงได้ฝันอะไรไปไกลแบบนี้ (แม่หมู//ฝันว่าอะไรไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ฝันแล้วรู้สึกยังไงมากกว่า ลูกหมูของแม่ น้องลิงของพี่แกะ รู้สึกยังไงล่ะคะตอนนี้?)


                ผมก็... รู้สึก...
 

- The End -





 

ปล. 4 โพดำ Concert in The Theater คอนเริ่ดเวอร์ที่ไม่ควรพลาด เปิด 5 รอบแล้วนะคะ
แล้วไปสนุกด้วยกัน แม่หมูก็ไป อิอิ >w<

ผลงานอื่นๆ ของ แม่หมูตุ้ย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 19:49
    อ๊ากกกกกก กรี๊ดดดดดดดดด
    เฮ้ยคู่นี่เริ่ด >< พูดถึง4โพดำแล้วทำให้หนูคิดถึง กันตั้ม เฮ้ยหรือ ตั้มกัน?? #ไม่เกีายวไงประเด็น55555
    น่ารักมากๆค่ะ ><
    #3
    0
  2. วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 20:18
    รู้สึกอะไร>[]<
    #2
    0
  3. #1 Mew_Mew
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 23:11
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดอ่านๆๆ
    #1
    0