end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 25 : ตอนพิเศษ: คุณหนูตัวร้ายกับเด็กชายผ้าเตี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    30 ธ.ค. 60


? cactus




ตอนพิเศษ: คุณหนูตัวร้ายกับเด็กชายผ้าเตี่ยว






 

          เขตหลงหู, ซัวเถา ปี 1995


          “อาเลี่ย พอได้แล้ว” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาว่าอย่างระอาเมื่อลูกชายคนเดียวรบเร้าจะเปิดดูการ์ตูนแอนิเมชันเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สี่ในรอบวัน “ยานเสียหมดแล้ว วิดีโอน่ะ พอได้แล้ว”


          เด็กชายทำหน้ายู่ ชานเลี่ยวัยหกปีผุดยืนขึ้น เท้าสะเอว “ไม่! ” เจ้าตัวแผดเสียง “ยานก็ซื้อใหม่ซี่ เตี่ยล่ะก็ เลี่ยชอบนี่!


          “เอาล่ะ... เอาล่ะ” เป็นม้าเช่นเคยที่เป็นผู้หย่าศึกระหว่างคนทั้งสอง “เตี่ย ดื่มชาเสียหน่อย อาเลี่ย... มานี่ มากินทังหยวนมา”


          หลี่ฟางหรงนั้นสมกับที่เติบโตขึ้นในภัตตาคารมีชื่อ กับแม่ของชานเลี่ยนั้น อาหารเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง อาหารอาจทำให้คืนดีหรือแตกคอ แข็งแรงหรืออ่อนแอ อารมณ์ดีหรืออารมณ์ร้ายได้ทั้งสิ้น


          “ไม่กิน!


          “อาเลี่ย... ”


          “เลี่ยจะพูดกับเตี่ยให้รู้เรื่อง” ลูกชายคนเดียว... แม้มีดวงตาเรียวยาวน่าเอ็นดู ทั้งรูปร่างอ้วนท้วนน่ารัก แต่กลับเอาแต่ใจราวกับอ๋องน้อย ๆ  “ไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องกินกันล่ะ”


          เหวินไถจึงกระแทกถ้วยชากับโต๊ะและร้อง “บ๊ะ! สมกับเป็นลูกข้าจริงโว้ย” เตี่ยหันมาสบตาเด็กชายอย่างจริงจัง “ก็ได้ อาเลี่ย ลื้อจะดูการ์ตูนเรื่องนี้กี่หน จะดูทั้งวี่ทั้งวันก็ได้ แต่ถ้าวิดีโอยานเสียจนดูไม่ได้เมื่อไหร่ ลื้อต้องใช้เงินค่าขนมของตัวซื้อใหม่ ตกลงไหม”


          “ไม่สนใจหรอก ขอเจ็กเสียก็ได้ กงก็มีสตางค์ ม่าก็ด้วย ไม่ขี้เหนียวเหมือนเตี่ย”


          มังกรฟ้าแห่งซัวเถาฟังแล้วกุมขมับ ชูกล่องวิดีโอการ์ตูนแอนิเมชันเมาคลี ลูกหมาป่าขึ้น “ไม่อย่างนั้นเตี่ยจะเผาเสียเลย ซื้อมากี่ม้วน ๆ ก็จะเผาทั้งหมด”


          เท่านั้นแหละ อ๋องน้อยบ้านผู่เบะปากร้องไห้ แล้วห้องอาหารก็เต็มไปด้วยแม่นมที่วิ่งวุ่น

 






          เขตหลงหู, ซัวเถา ปี 2001


          “เตี่ยให้ลื้อเป็นคนสู้คน ไม่ใช่ให้ลื้อเป็นอันธพาล!


          ผู่ชานเลี่ยวัยสิบสองปีทำหน้ามุ่ย กอดอกขณะเอนหลังจมลงในโซฟาสีเทาตัวใหญ่ ผู้อำนวยการโรงเรียนยืนก้มหน้าอยู่ไม่ไกล ท่าทางพินอบพิเทายิ่งขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้านักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จที่สุดในมณฑลกวางตุ้ง


          “อาเลี่ย... ” ม้าคร่ำครวญ “พูดอะไรหน่อยซีลูก”


          “จะให้พูดว่าอะไร”


          เด็กชายที่ใบหน้ามีบาดแผลประปราย ทั้งดวงตาข้างหนึ่งที่บวมปูด ขมับที่โน และมุมปากที่แตกยับเห็นเลือดซิบพูดอย่างไม่ใส่ใจ


          “บอกขอโทษเขาเสีย” เตี่ยพยักเพยิดไปทางคู่กรณีที่อยู่ในสภาพยับเยินยิ่งกว่า แม้จะมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าก็ตาม อู๋อี้ฝาน ซึ่งจะเติบโตเป็นพยัคฆ์ขาวแห่งซัวเถา คู่แข่งของบริษัทผู่ คอร์ปอเรชั่นในอนาคตนั่นเอง “หรือไม่... ก็อธิบายให้เตี่ยกับม้าฟัง เกิดอะไรขึ้น ทำไมทำกับเขาอย่างนี้ บอกให้ครูรู้เสีย ที่หนักจะได้เป็นเบา”


          “จะให้เลี่ยพูดอะไร” ลูกชายคนเดียวเสียงดังขึ้น “พูดแล้วได้อะไรอีกตะหาก คุณชายจอมเกเรทำร้ายเพื่อนอีกแล้ว รู้เท่านั้นก็พอแล้วนี่”


          “ถ้าไม่ใช่ความจริงก็ปฏิเสธซี่”


          “ใครสนล่ะ” ชานเลี่ยทำปากยื่น แม้ถ้อยคำจะฟังแล้วน่าใจหาย แต่เพราะท่าทียโสโอหัง ยอมหักไม่ยอมงอ จึงน้อยคนนักจะนึกสงสาร “คนอื่นเขาสนแต่ว่าเลี่ยมีเงิน เลี่ยเป็นลูกเตี่ย ลูกคนที่คนทั้งกวางตุ้งรู้จัก แล้วเลี่ยก็เกเร เท่านั้นแหละ อธิบายไปก็เท่ากับแก้ตัว ขอโทษเลยง่ายกว่า ว่าไง” เด็กชายชี้ไปทางคู่กรณีซึ่งกำลังหัวเราะค่อย ๆ “ขอโทษแล้วกัน ไอ้ขี้ขลาด”


          “ผู่ชานเลี่ย! ” ครูประจำชั้นส่งเสียงปราม


          “อะไรล่ะ โน่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่เอา โธ่โว้ย” อ๋องน้อยปัดแจกันดอกไม้ใกล้ ๆ ตกกระแทกพื้น แล้วห้องนั้นก็ขรมไปด้วยเสียงแห่งการโต้เถียง


          เมื่อนั่งจุมปุ๊กที่เบาะหลังของรถยนต์โน่นแหละ กว่าลูกชายคนเดียวของบ้านผู่จะยอมปริปากเมื่อฟางหรงถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเหตุผลที่จู่ ๆ ก็กระโจนเข้าตะบันหน้าเพื่อนร่วมชั้น


          “มันแกล้งชิง”


          “ชิงไหน” มังกรฟ้าแห่งซัวเถาถามอย่างสนเท่ห์ “ไม่ยักรู้ว่าลื้อมีเพื่อน”


          “เตี่ยล่ะก็... ”


          ชานเลี่ยเงียบไปอีกครั้ง ม้าจึงหันไปส่งหนึ่งก้วยชิ้นหนึ่งให้ ตบปุ ๆ บนผมที่เป็นกระเซิงคล้ายรังนก เด็กชายทำแก้มป่อง ยังผลให้ใบหน้าที่อวบอูมเป็นทุนเดิมกลมแป้นกว่าเก่า


          “ชิงที่ว่าเป็นใครหรือลูก”


          พร้อมกับที่เคี้ยวหนึ่งก้วยตุ้ย ๆ เด็กชายสารภาพกับผู้ให้กำเนิด “จางอี้ชิง เพิ่งย้ายมาจากฮาร์บิน ไม่ได้พูดสำเนียงเดียวกับพวกเราเก๊าะเลยถูกแกล้งเอา” ชานเลี่ยตอบ “อี้ชิงไม่ค่อยพูด เป็นลูกชายคนเดียวเหมือนเลี่ย พ่อของเขาก็เหมือนเตี่ยแหละ เก่งนักล่ะเรื่องหาเงินหาทอง แต่ไม่รู้จักป้อนให้ใช้”


          “อ้าว... เฮ้ย พูดดี ๆ นาโว้ย ไอ้ลูกคนนี้”


          “ม้าดีใจที่อาเลี่ยมีเพื่อน” ฟางหรงแบ่งรับแบ่งสู้ “แต่ก่อนลูกไม่คบกะใครเป็นจริงเป็นจัง อาชิงจะต้องน่ารักแน่ ๆ ใช่ไหม รู้จักกันได้ยังไงล่ะเรา”


          เป็นครั้งแรกในวันนั้นที่ลูกชายคนเดียวยิ้มเผล่ ก่อนให้คำตอบที่ผู้ให้กำเนิดไม่เข้าใจนัก “เขาไม่ผ่านบอลให้เลี่ย” อ๋องน้อยเล่า “เขาว่ามังกรฟ้าแห่งซัวเถาไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย เรื่องอะไรจะสนใจว่าเลี่ยเป็นลูกใคร เลี่ยเล่นฟุตบอลห่วยแตก เพราะฉะนั้น เขาจะไม่ผ่านบอลให้”


          “แล้วคนอย่างนี้ไม่ตั๊นหน้ามันเข้าให้ว้า หน็อย!


          สองพ่อลูกทุ่มเถียงเสียงดังโขมงโฉงเฉง ขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่ามิตรภาพระหว่างเด็กชายทั้งสองจะเติบโตและอยู่ยืนนานอีกนับทศวรรษในอนาคต

 






          ไฮเดลแบร์ก รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค, เยอรมนี ปี 2007


          “ก็มีแต่แกแหละ อยู่ที่โน่นทั้งกะปี ภาษาเยอรมันดั๊น... ไม่กระดิก”


          เด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้ง เพียงแต่นาน ๆ ครั้ง เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากจะโทรศัพท์หาจากฮาร์บิน เจ้าตัวจึงไม่พ่นคำผรุสวาทออกไป “เรื่องของฉัน”


          “เตี่ยโกรธแกตาย”


          “นั่นเก๊าะเรื่องของเตี่ย” ชานเลี่ยวัยสิบแปดปีผิวปาก “จะเอาอะไรกับคนที่ส่งลูกชายมาแซ่วถึงนี่ เพราะกลัวจะเฮิร์ตจัดที่ทำตัวเฟอร์เร็ตหาย”


          เมื่อปีกลาย เด็กหนุ่มรับเฟอร์เร็ตสีเทาตัวหนึ่งจากชมรมแต้จิ๋ว เลิฟ เฟอร์เร็ต มาเลี้ยง ซึ่งชานเลี่ยทั้งรักทั้งหวงแหนราวกับลูกในไส้ และเพราะอย่างนั้น จึงจดจำวันเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ เหตุการณ์ที่ว่ายังเป็นแผลอันแสบสัน ประทับอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่รู้ลืม


          เด็กหนุ่มไปร่วมงานเลี้ยงจบการศึกษาที่โรงเรียนโดยฝากฝังเจ้าเฟอร์เร็ตไว้กับแม่นมชราของตัวเอง กำชับหนักหนาว่าต้องคอยระวังไม่ให้คลาดสายตา และเจ้าตัวจะกลับมาภายในเวลาเที่ยงคืน เพียงแต่เพราะความสนุกสนานอย่างสุดเหวี่ยง กว่าจะกลับถึงบ้านก็เช้าเสียแล้ว แม่นมผู้เฒ่าผล็อยหลับไปเมื่อค่อนคืน เฟอร์เร็ตสีเทาสุดรักสุดหวงแหนของเขาจึงลอดผ่านลูกกรงหน้าต่างหายไป


          ชานเลี่ยเจียนจะเป็นบ้าไปชั่วขณะหนึ่งด้วยความโมโหโทโส แม้ไม่รู้จะถือโทษโกรธใครระหว่างแม่นมกับตัวเอง หากเป็นคนอื่น อ๋องหนุ่มอาจเรียกร้องค่าเสียหายเสียไม่มีดี แต่ผู้ปล่อยปละละเลยกลับเป็นแม่นมที่อุ้มชูเขามาแต่เล็กจนโตเสียนี่ และไหนจะการเถลไถลของตัวเองอีก


          “จวนจะกลับจากไฮเดลแบร์กแล้วซีนะ” อี้ชิงถาม “อยู่ที่โน่นหนึ่งปี เป็นยังไง ต่อให้ไม่ตั้งใจเรียนภาษาอย่างที่เตี่ยต้องการ ก็ควรจะมีอะไรติดไม้ติดมือมั่งล่ะ ผู้หญิงสักคนก็ยังดี บอกมานะ วัน ๆ ทำอะไรมั่ง”


          “เล่นดนตรี” ชานเลี่ยเอนหลังพิงขอบสะพานคาร์ล-ธีโอดอร์ หรือสะพานเก่าแก่ก่อด้วยอิฐสีแดงอมน้ำตาลทอดข้ามแม่น้ำเนคคาร์ตรงสู่จัตุรัสกลางเมือง พลางเขม้นมองรูปปั้นพระแม่มารีที่กลางจัตุรัสแห่งนั้น “ที่จัตุรัส คนที่นี่เรียกว่าคาร์ลพลาทซ์ ได้กีตาร์มาตัวหนึ่งจากร้านขายของเก่า เกา ๆ หน่อย เอาหมวกวาง ร้องเพลงสักนิดก็ได้เงิน เขาฟังเราไม่ออกหรอก แต่ดนตรีเป็นภาษาสากล”







          “กลับซัวเถาแล้วก็ให้เตี่ยส่งเสียเข้าวิทยาลัยดนตรีเสียซี่ ทำยังกะใจรักนัก ไอ้งานซีอีโอที่เจ็กรุนหลังให้ทำอยู่ทุกวันนี่”


          “ไม่ได้หรอก”


          รอยยิ้มของเด็กหนุ่มฝืดเฝือลงถนัดตา


          “ยังไงก็ต้องสืบทอดบริษัทของเตี่ย จะชอบหรือไม่ชอบก็เถอะ เรื่องดนตรีก็... ” ชานเลี่ยหันกลับไปมองรูปปั้นพระแม่มารีอย่างโหยหาเป็นครั้งสุดท้าย “ลืมมันเสียเถอะ เพื่อนรัก”

 






          เขตหงโข่ว, เซี่ยงไฮ้ ปี 2013


          “เชื่อซิ่มนะ ผู้หญิงคนนั้นจะนำโชคร้ายมาให้”


          ชายหนุ่มกระแทกหูโทรศัพท์กับแป้นอย่างแรง พ่นลมหายใจจากจมูกอย่างไม่พอใจ ขณะก้าวเร็ว ๆ ตรงไปที่ระเบียง จุดบุหรี่สูบอย่างงุ่นง่าน ก่อนไอค่อกแค่กหมดท่า ชานเลี่ยสูบบุหรี่ไม่เป็น ทำได้ไม่ดีเสียทีแม้จะถูกชักชวนให้ลองนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เท่เลย! หลายครั้ง เขาได้แต่ก่นด่าตัวเอง เรื่องแค่นี้ยังโหลยโท่ย โธ่เอ๊ย


            “อาเลี่ย มาทำอะไรตรงนี้”


          เสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ตามติดด้วยท่อนแขนเรียวยาวขาวโพลนที่โอบกอดเขา ซุกใบหน้ากับซอกคอข้างหนึ่ง เส้นผมอ่อนนุ่มคลอเคลียแก้ม ชวนให้รู้สึกจักจี้ “เมื่อกี้นี้ไม่ถึงใจหรือไง”


          “ดีที่สุดแล้ว เพ่ยเพ่ย”


          ชายหนุ่มร่างสูงหันกลับไปจุมพิตเธอ คนทั้งสองถูกโอบล้อมด้วยแสงสีและสายลมที่ระดับความสูงกว่าสามสิบชั้นจากพื้นดิน เมื่อมองลงจากระเบียงโรงแรมที่เกือบจะหรูหราที่สุดในละแวกนั้น ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ก็แปรสภาพเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่คลาคล่ำด้วยรถราและแสงไฟ


          “คุณทำได้ดีที่สุดในบรรดาผู้ชายที่เพ่ยเพ่ยเคยนอนด้วย รู้หรือเปล่า” หญิงสาวพูดฉอเลาะ “รวยที่สุด และรู้จักเอาใจมากที่สุดด้วย คนเก่งของเพ่ยเพ่ย”


          เขาลูบไล้ส่วนโค้งเว้าอันไร้ที่ติของนางแบบสาวผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งยุค ถ้อยคำของเธอน่าหลงใหลพอ ๆ กับร่างกายที่เย้ายวนนั่นแหละ “เรียกผมแบบนั้นอีกทีซิ”


          “เรียกว่าอะไรคะ”


          “เรียกว่าคนเก่ง” เขาแสร้งปาบุหรี่ทิ้งอย่างหัวเสียเมื่อสูบอย่างภูมิฐานไม่ได้เสียที “บอกอีกครั้งว่าผมดีกว่าใคร”


          แน่ล่ะว่าเธอพูดอย่างนั้น... เพ่ยเพ่ยพูดในสิ่งที่ทำให้เขาพอใจเสมอ ซึ่งมักลงเอยด้วยคำร้องขอที่ชายหนุ่มร่างสูงยินดีจะสนอง


          “ถอยมาเซราตีให้เพ่ยเพ่ยคันหนึ่งนะอาเลี่ย”


          ภายในสองปี ทรัพย์สินเกือบครึ่งค่อนในความครอบครองก็ตกเป็นของหญิงสาว เธอผละจากเขาไปหาอู๋อี้ฝานหรือพยัคฆ์ขาวแห่งซัวเถาเมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในแวดวงธุรกิจ ตอนนั้นเองที่การประชันขันแข่งระหว่างชานเลี่ยกับอี้ฝานเริ่มต้น แน่นอนว่าเขาแพ้หมดรูป ซ้ำยังถูกนางแบบสาวเปิดโปงว่ามีความสัมพันธ์กัน ร้อนถึงเจ็กและซิ่มต้องบังคับให้เพ่ยเพ่ยตรวจครรภ์ ชานเลี่ยจึงเป็นอัดรอดตัวไป แม้ความนิยมในหมู่พนักงานบริษัทจะร่วงกราวก็ตาม


          ท้ายที่สุดความไม่เป็นโล้เป็นพายก็นำไปสู่ความคิดชั่วแล่นของผู่เหวินไถ ซึ่งระเบิดออกมาพร้อมกับการประกาศอย่างชัดเจนที่โต๊ะอาหารในวันหนึ่ง เตี่ยจะส่งลื้อไปเฮยเหอ ไปอยู่กับป๋ายเซียน ไปดูแลป๋ายเซียน ไม่คิดเงิน เป็นการกุศล ให้กลายเป็นข่าวเอิกเกริก ทีนี้แหละ ทั้งหุ้น ทั้งภาพลักษณ์ของบริษัทมีอันขึ้นเห็น ๆ


          และแล้ว หลังจากมีชีวิตอยู่อย่างเหงาหงอย ทดท้อใจมาตลอดยี่สิบเจ็ดปี


          ชะตาชีวิตก็ถึงคราวผันผวน จากร้าย... กลายเป็นดีขึ้นมา

 






          บลาโกเวชเชนสค์, อามูร์โอบลาสต์ รัสเซีย ปี 1997


          แม้เวลาล่วงเลยสู่เดือนพฤษภาคม ทว่าอากาศไม่อบอุ่นขึ้นนัก บางส่วนของแม่น้ำอามูร์หรือแม่น้ำเฮย์หลงเจียงยังเป็นน้ำแข็ง ไม่แยแสต่อฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้ดอกเหมยซึ่งอยู่ไกลออกไปทางตอนใต้ผลิบาน


          เติ้งหลิ่งเหลียนกำลังจะอดตาย เธอรู้แก่ใจ เด็กสาวเพิ่งจะมีอายุครบสิบหกปีเมื่อไม่นานมานี้ และสามีซึ่งเป็นคนแล่ปลาชาวรัสเซียเชื้อสายมองโกเลียนก็ด่วนจากไปเสียก่อน คนทั้งสองอายุน้อย และต่างเป็นคนที่เดินทางเข้า ๆ ออก ๆ ระหว่างสองประเทศซึ่งมีแม่น้ำอามูร์คั่นกลางเป็นว่าเล่น ฐานะทางเศรษฐกิจของหลิ่งเหลียนไม่ดีนัก เช่นเดียวกับฐานะทางสังคม


          “อดทนหน่อยนะลูก” เด็กสาวบอกทารกในอ้อมแขน “อีกหน่อยเดียว เราจะไปพบตากับยายของลูกด้วยกัน”


          โดยไม่สนใจคำปลอบโยน เด็กชายกะพริบตาและร้องไห้จ้า ดวงตาคู่นั้นเป็นสีน้ำตาลอ่อน อ่อนเสียจนคล้ายน้ำผึ้งที่ข้นเหนียว “ขืนเธอเลี้ยงเขาไว้แต่ในห้อง ไม่ให้พบแสงเดือนแสงตะวันนาน ๆ จะต้องอ่อนลงอีกเป็นสีอำพันเหมือนหมาป่าหรือเสือดาวอามูร์แน่ ๆ ” สามีของเธอเคยกระเซ้า


          เด็กชายได้รับสืบทอดผิวซึ่งขาวและซีดเซียวอย่างยิ่งจากพ่อ รวมถึงดวงตาสีอ่อน ทว่านอกเหนือจากนั้นรับเอาจากเธอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบหน้ารูปรี ริมฝีปากและจมูกที่ดูบอบบาง รวมถึงมือซึ่งค่อนข้างเรียวยาว


          “ไปเถอะ ตาหนู”


          หลิ่งเหลียนไม่ได้ตั้งชื่อให้ลูกชาย พ่อของเขาเรียกเด็กชายว่าดานิลซึ่งเป็นชื่อในภาษารัสเซียโดยไม่มีโอกาสรับรองเป็นบุตรที่ชอบธรรม คนทั้งสองไม่เคยเข้าพิธีแต่งงาน สามีของเธอไม่มีสิทธิทางกฎหมายใด ๆ ในฐานะพลเมืองรัสเซียเช่นเดียวกับหลิ่งเหลียน การบ่ายหน้ากลับบ้านที่เฮยเหอจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอและลูก


          เพราะไม่มีเงินเหลือมากนัก หลิ่งเหลียนจึงไม่ได้ใช้บริการเรือข้ามฟาก เธอขายทุกสิ่งกระทั่งเครื่องนุ่งห่มที่ห่อหุ้มร่างกายตัวเองและทารก กระทั่งเหลือเพียงเสื้อผ้าบาง ๆ ชั้นเดียว คนทั้งสองก้าวลงไปในเรือพายเล็ก ๆ ของชาวประมงผู้ยากจนซึ่งพอใจจะรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แลกกับเครื่องอุปโภคบริโภค


          พวกเขาส่งเธอที่ชายฝั่งแคบ ๆ ห่างจากตัวเมืองเฮยเหอซึ่งแน่นอนว่าห่างจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย หลิ่งเหลียนได้แต่เงยหน้ามองทิวสนสูงชะลูดไกล ๆ เบื้องหน้า เธอต้องเดินเท้าอีกเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง หรืออาจหลายวัน... เพื่อกลับสู่บ้านที่จากมา ภาวนาให้พ่อและแม่ไม่ตะเพิดตัวเองออกจากบ้านทันทีที่เห็นทารกในอ้อมแขน รวมถึงภาวนาให้หิมะส่วนใหญ่ในป่าละลายแล้ว การเดินทางจะลำบากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะสำหรับเด็กชายอายุไม่ถึงเดือนหากยังมีหิมะจับลื่นทุกหัวระแหง


          “อดทนอีกหน่อยนะ แม่จะขอให้ลูกอดทนเป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะ”


          ด้วยเท้าที่เกือบจะเปล่าเปลือยเพราะพื้นรองเท้าที่บางเหลือเกิน เด็กสาวอุ้มทารกเดินทางผ่านป่าอย่างทรหด หลิ่งเหลียนตั้งใจจะเดินทางผ่านไปเป็นระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น แต่อนิจจา...


          ระยะเวลาหลายปีที่จากบ้านไป ทำให้เด็กสาวลืมเส้นทางในป่าแห่งนั้นเสียแล้ว


          ยิ่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง และยิ่งเธออ่อนล้าลงเท่าไหร่ ป่ายิ่งหนาตาขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดหลิ่งเหลียนก็ได้แต่หยุดยืนอยู่กับที่อย่างสิ้นหวัง ตัวสั่นด้วยความหนาว ลูกชายของเธอไม่ส่งเสียงร้องเลย ริมฝีปากของทารกน้อยเป็นสีม่วง ผ้าเตี่ยวผืนเดียวและผ้าอ้อมบาง ๆ ไม่พอให้ความอบอุ่นแก่เด็กแรกเกิด


          “ต้องมีสักทาง... สักทาง ต้องมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฉันจะยอมถูกจับก็ได้”


          เธอจำได้ว่าหากเดินทางไปอีกทางหนึ่งจนสุด จะพบรั้วไฟฟ้าซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของป่าและเป็นจุดเริ่มต้นของเขตภูมิภาคต้าซิ่งอานหลิ่ง


          รั้วไฟฟ้าที่ยี่สิบปีให้หลัง... เด็กชายในอ้อมแขนจะโหนตัวข้ามเหวลึกไปยืนอยู่ด้านหน้า ร้องเรียกชายหนุ่มร่างสูงซึ่งพลัดตกลงไปด้วยอาการเจ็บปวดเจียนขาดใจ


          เพียงแต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้ทำอย่างนั้น กลับได้ยินเสียงหอนแหลมสูงจากอีกทางหนึ่ง ทำให้ขนบนร่างกายลุกชันด้วยความกลัวสุดขีด อะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่านทำให้หลิ่งเหลียนมีแรง เธอออกวิ่งสุดฝีเท้าตรงไปยังทิศทางที่เชื่อว่ามีรั้วไฟฟ้าอยู่


          เสียงของการไล่ล่าดังไล่หลัง รวมถึงเสียงเล็บสั้น ๆ ขูดขีดบนพื้นทำให้แม่ลูกอ่อนเร่งฝีเท้า “อย่าเข้ามานะ! ” หลิ่งเหลียนร้อง “ถอยออกไปห่าง ๆ!


          แต่หมาป่าสีเทาฝูงหนึ่งที่ไล่กวดมาไม่ใส่ใจคำขู่นั้น เด็กสาวหันรีหันขวางอย่างหวาดกลัว เธอไม่มีอาวุธ แน่ล่ะ... ไม่มีกระทั่งอาหารหรือเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ ไม่ช้าพื้นซึ่งลื่นด้วยหิมะและน้ำแข็งที่ยังไม่ละลายดีก็ทำให้หลิ่งเหลียนเซถลา ทารกน้อยลอยหวือจากอ้อมแขนและส่งเสียงร้องจ้า ผู้เป็นแม่ตะเกียกตะกายลุกขึ้น ตั้งใจจะถลันกลับไปหาลูกชายคนเดียว เพียงแต่ถูกหมาป่าทั้งฝูงขวางทางไว้


          “ได้โปรด... ได้โปรดอย่าพาลูกไปจากฉัน อย่าพาดานิลไปจากฉัน”


          แต่สัตว์ย่อมไม่รู้ภาษามนุษย์ โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่หิวโหย ตลอดหลายเดือนระหว่างฤดูหนาวอันยาวนาน ไม่มีเนื้อปริมาณพออิ่มตกถึงท้องหมาป่าสีเทาฝูงนั้นเลย


          “ได้โปรด อย่าทำร้ายเขา” เธอคร่ำครวญเมื่อเด็กชายยิ่งแผดเสียงลั่น “แค่อย่าทำร้ายเขา”


          หลิ่งเหลียนไม่เคยกลับไปถึงบ้าน พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตในอีกหลายปีให้หลัง โดยไม่มีใครรู้ข่าวคราวของเด็กสาว และใช่... เด็กชาย


          บนผาสูงแห่งนั้นเหลือเพียงผ้าอ้อมว่างเปล่า


          เพราะเด็กชายในผ้าเตี่ยวถูกหมาป่าเพศเมียสีขาวตัวหนึ่ง แม้ยังไม่โตเต็มวัยดีนัก... คาบไปโดยเข้าใจผิดว่าเป็นน้องชาย ด้วยผ้าอ้อมสีขาวขมุกขมัวที่ดูคล้ายขนของหมาป่าครอกเล็ก ๆ ครอกหนึ่ง


          เมื่อหมาป่าตัวที่ว่าเติบโตขึ้นและกลายเป็นแม่หมาป่า


          ลูกมนุษย์ผู้โชคร้ายจึงกลายเป็นหนึ่งในลูก ๆ ของมันด้วย

 






          เฮยเหอ, มณฑลเฮย์หลงเจียง ปี 2016


          เด็กหนุ่มที่มีรูปลักษณ์อย่างเด็กชายส่งเสียงครวญครางคล้ายลูกสัตว์ เขาอาจมีใบหน้าและร่างกายของมนุษย์ ทว่าไม่มีภาษาหรืออากัปกิริยาอื่นที่บ่งบอกว่าเป็นมนุษย์เลย


          หมาป่าเพศเมียขนสีขาวที่เดินนำหน้าหันมาแยกเขี้ยวใส่อย่างไม่ดุร้ายนัก เด็กชายหดคอ ขาทั้งสองงอลงเล็กน้อย ขณะที่แขนซึ่งทำหน้าที่เป็นขาหน้าเหยียดตรง หากเป็นสุนัขตัวหนึ่ง ก็เป็นสุนัขที่กำลังซุกหางเป็นพวงไว้ระหว่างขา


          ผ้าเตี่ยวผืนเดิมไม่อาจใช้เพื่อปกปิดร่างกาย เด็กชายจึงเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับสัตว์ตัวหนึ่ง ผิวพรรณสกปรกมอมแมมอย่างยิ่ง เล็บยาว ฟันเป็นสีเหลืองมีหินปูนจับทั่ว มือและเท้าหดเกร็งคล้ายกรงเล็บ


          งี้ด... งี้ด เจ้าตัวพยายามป่ายปีนไปบนหลังของแม่หมาป่า ขณะที่มันส่งเสียงหอนสั้น ๆ ในลำคออย่างไม่พอใจนัก


          ก้าวของหมาป่าเพศเมียสั่นสะท้านเล็กน้อย รอยเท้าแต่ละรอยให้น้ำหนักหนักเบาไม่เท่ากัน มันจามเป็นระยะ ๆ บอกสุขภาพที่ไม่สู้ดีนัก


           เมื่อป่าสิ้นสุดลง แทนที่ด้วยแนวรั้วไฟฟ้าและบ้านพักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หมาป่าสีขาวใช้จมูกรุนหลังเด็กชายซึ่งหกล้มหกลุกไปด้านหน้าด้วยสองมือและสองเท้า ก่อนหันกลับไปมองแม่หมาป่าอย่างไม่เข้าใจ เงยหน้าขึ้นและส่งเสียงหอนแหลมยาว


          อีกฝ่ายส่งเสียงขู่กระโชกกลับไป


          แม้จะมีท่าทีอย่างสัตว์ป่า แต่การแสดงออกซึ่งความเสียใจของเขาเป็นของมนุษย์ น้ำตาไหลจากดวงตาทั้งสองอาบแก้มซีดเผือดสกปรก


          งี้ด... งี้ด... เด็กชายอ้าปากส่งเสียงร้อง คล้ายจะบอกว่า “แม่... อย่าทำอย่างนี้กับฉัน”


          ในที่สุดก็เกิดการปลุกปล้ำอย่างอุตลุดระหว่างเด็กชายและหมาป่า ก่อนลูกมนุษย์ถูกงับเข้าที่กลางลำตัวและสะบัดโดยแรง หลังกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่พร้อมกันนั้นก็ส่งเสียงเอ๋ง! ดังลั่น


          ด้วยแรงสะบัดนั้น เขี้ยวซี่หนึ่งของหมาป่าชราหลุดออกมาด้วย


          เด็กชายร้องไห้คล้ายความเสียใจนั้นจะไม่มีวันสิ้นสุด หมาป่าสีขาวคำรามอย่างดุร้ายเป็นครั้งสุดท้าย ตะปบกรงเล็บกับลำต้นสนก่อนกระชากอย่างแรงเพื่อประกาศอาณาเขต จากนั้นจึงกระโจนหายลับไปในป่า


          นานหลายชั่วโมงกว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะพบลูกมนุษย์ซึ่งผ่ายผอม เปล่าเปลือย นอนขดตัวอยู่ระหว่างสนสองต้น ใบหน้ามีน้ำตาเปรอะ ทั้งยังกำเขี้ยวอาบเลือดซี่หนึ่งไว้แน่น


          “เรียกเขาว่าป๋ายเซียน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอก “แซ่เปี้ยนแล้วกัน ใช้แซ่เดียวกับฉันก่อน เขาชื่อเปี้ยนป๋ายเซียนแล้วตอนนี้... ”


          เด็กชายหยิบกิ่งไม้หงิกงออันหนึ่งไปด้วย หวังให้ตัวเองไม่ลืมกลิ่นของป่า เช่นเดียวกับเขี้ยวของหมาป่าสีขาวซึ่งจะกลายเป็นสร้อยห้อยคอในภายหลัง


          ดังนั้น ดานิลผู้ไร้สกุลจึงกลายเป็นเปี้ยนป๋ายเซียน


          และเพราะอย่างนั้นเอง ผู่ชานเลี่ยซึ่งโชคร้ายเหลือเกิน และเปี้ยนป๋ายเซียนที่โชคร้ายอย่างยิ่ง คนทั้งสองที่โชคร้ายพอ ๆ กัน... จึงได้พบกัน


          เพื่อเป็นโชคดีของกันและกันในที่สุด





#ฟิคเมาคลี

จริง ๆ ไม่เหมือนตอนพิเศษ แต่เหมือน spin-off มากกว่า

วันนี้จะเป็นวันที่ได้ขึ้นคำว่า end ด้านหน้าบทความเรื่องนี้แล้ว

ตอนนี้เป็นตอนพิเศษตอนสุดท้ายสำหรับลงในเด็กดีด้วยเช่นกัน

ขอบคุณอีกครั้งที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ

ขอให้ผู่ชานเลี่ยแห่งซัวเถา กับเด็กชายจากป่าที่มีชาติกำเนิดลึกลับ

มีชีวิตอยู่ต่อไปในความทรงจำของคนอ่านทุกคน 

และตอนนี้คนเขียนอย่างเราคงได้แต่พูดว่า


Danke fuer alles

"ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ"


โรมจักร

31.03.17







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1553 minidays (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 18:57
    ดีใจที่ป๋ายมาเจอเลี่ยเกอ ฮื่ออออ เด็กน้อยน่าเอ็นดูมาก น่ารักมากกก เลี่ยเกอก็รักน้องมากแหละ เรื่องนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านไปยิ้มไปน้ำตาไหลไป แงงง
    #1,553
    0
  2. #1549 heykiki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:53
    ดีแบบที่เราบอกได้ว่าดี ภาษา สำนวน กลิ่นอาย ชอบมาก ๆ ;-;
    #1,549
    0
  3. #1524 Vibrance (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 05:16
    ดีเหมือนเดิม ความรู้สึกที่มองแต่ละตัวละครอาจเปลี่ยนไปเพราะเราโตขึ้นแต่สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็ยังคงกลิ่นอายของมันไว้แบบเดิม เหมือนน้ำทะเลที่ไม่ว่าน้ำทะเลจะลดลงหรือเพิ่มขึ้นมันก็ยังคงเป็นน้ำทะเลล่ะ
    #1,524
    0
  4. #1475 mmmr2545 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 11:26
    ขอบคุณมากๆนะคะที่แต่งฟิคเรื่องนี้ ชอบมากๆเลย พลอตเรื่องไม่ค่อยซ้ำใครด้วย มีทุกอารมณ์เลย ป๋ายน่ารักมากกๆๆ><
    #1,475
    0
  5. #1449 lena-lena (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 21:30
    ภาษาสวยงามจังเลย ประทับใจมากๆ อ่านแล้วไม่เบื่อเลย สนุก อยากอ่านเรื่อยๆ อาจไม่ได้หวือหวา แต่รายละเอียดเยอะมากๆเลย ทั้งภาษาจีน ชื่อขนม ชื่อตำแหน่งสถานที่ การบรรยายมันชัดเจนเห็นภาพตาม กระทั่งบทสนทนา ก็รู้สึกว่าใส่ใจทุกอย่างมากๆ
    ขอบคุณที่ทุ่มเท และแบ่งปันงานเขียนดีๆให้อ่านฟรีนะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ สู้ๆนะคะ ติดตามทุกเรื่องเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ ✌🏻😊
    #1,449
    0
  6. #1404 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:18
    ความประทับไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับฟิคเรื่องนี้จริงๆ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ถ้าไม่ได้อ่านฟิคเรื่องนี้เราคงเสียใจมากแน่ๆ
    #1,404
    0
  7. #1374 poromo1456 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 19:25
    ชอบมากค่ะ
    #1,374
    0
  8. #1368 KaRToon_HH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 12:39
    ฮือออ น่ารักอ่ะ น้ำตาจะไหล แต่งดีมากเลยค่ะ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ
    #1,368
    0
  9. #1336 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 17:22
    คนโชคร้าย2คนมาเจอกันก็มีแต่เรื่องดีๆหวานๆทั้งนั้นเลย~ ฮื้อออ
    #1,336
    0
  10. #1304 dewwiizodiac (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 21:54
    ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ชานเลี่ย!!!
    #1,304
    0
  11. #1297 ภรรยาบาโร (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 17:35
    อ่านจบแล้ว เป็นฟิคที่ดี และสนุกมากๆ ร้องไห้ตามเกอเลย 55555 แต่ก็อยากเห็นตอนหมอกับเจ้านายนะ สู้ๆนะ ขอบคุณไรท์มากเด้ออออ
    #1,297
    0
  12. #1295 marlinn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 07:24
    พึ่งได้อ่านจบ เป็นฟิคที่ดีมากๆเลย อ่านแล้วมีอะไรให้คิดตามด้วยเยอะแยะเลยอ่ะ ชอบมากๆ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆนะคะ :)
    #1,295
    0
  13. #1247 Colorful-papy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 21:03
    พึ่งได้อ่านฟิคเรื่องนี้ สนุกมากเลยย ไม่ทันรอบแรก มีรีปริ้นเมื่อไหร่ เรารออยู่นะค้าา ??
    #1,247
    0
  14. #1243 blackunicorn2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 17:47
    ชอบจัง น้ารักมากเลย ชอบภาษาของเรื้องนี้มากอ่านแล้วรุ้สึกยิ้มอ่ะ ทุกอย้างดีมากเลยขอลคุณสำหรับเรื้องราวน่ารักนี้นะคะ เสียน้ำตาและรอยยิ้มมากด้วยเช่นกัน รักนะฟิคเมาคลีป๋ายเซียนและชานเลี่ยผู้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกร งึงึ
    #1,243
    0
  15. #1231 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    เป็นโชคดีของกันและกัน
    #1,231
    0
  16. #1215 pookepaka (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 19:29
    ร้องไห้จนแม่ถามว่าเป็นอะไร ฮื้ออออ มันบีบหัวใจมากๆ ทำไมเราเพิ่งมาเจองานของคุณโรมจักร เป็นความดีงามของงานเขียน ขอบคุณนะคะที่ผลิตงานเขียนดีๆ ออกมา จะติดตามไปเรื่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ

    สำหรับฟิคเรื่องนี้ เราก็แอบปวดหัวตอนภาษาจีนแรกๆ แต่อ่านไปอ่านมาก็หลงรัก น้องป๋ายไปซะแล้ว รักคุณเลี่ยด้วยเอ้า
    #1,215
    0
  17. #1208 Arkirajay (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 00:06
    ชอบบบบบบบ
    #1,208
    0
  18. #1199 meandkh (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 04:31
    จะเป็นหนึ่งในฟิคในดวงใจตลอดไป
    #1,199
    0
  19. #1193 cbklhhsp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 09:15
    ชอบย่อหน้าตอนจบมากเลยค่ะ ฮือT^T
    #1,193
    0
  20. #1178 sweetpss (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 21:17
    ฮือน่ารักอ่ะเป็นโชคดีของกันและกัน เสียใจที่อ่านช้าไปอ่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคดีๆสนุกๆมาให้อ่านรักเรื่องนี้มากเลยย
    #1,178
    0
  21. #1150 haneulkim (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 23:25
    มันดีมากค่ะ
    #1,150
    0
  22. #1145 nnnanz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 18:22
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ
    #1,145
    0
  23. #1138 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 12:40
    โอ้โห พีค
    #1,138
    0
  24. #1104 명령이 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 11:25
    จากโชคร้ายกลายมาเป็ฯโชคดีที่สุด ความรักเปลี่ยนทุกอย่างได้จริงๆ
    #1,104
    0
  25. #1103 vipp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 21:06
    มันดีมากๆเลย เรารักฟิคเรื่องนี้
    #1,103
    0