end - (exo) crawl (to) me baby! | chanbaek

ตอนที่ 24 : ตอนพิเศษ: บ้านต้นไม้ของป๋ายเซียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    30 มี.ค. 60


? cactus




ตอนพิเศษ: บ้านต้นไม้ของป๋ายเซียน








 

          การเติบโตอย่างรวดเร็วของเสี่ยหลงเซียสตูดิโอทำให้เมื่อล่วงสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง ลู่หานตัดสินใจขายอาคารที่ทำการหลังเดิมที่ถนนซือต้าหลินเสีย และโยกย้ายไปยังที่ดินซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าในเขตฮูหลาน สูงขึ้นไปทางเหนือของแม่น้ำซงฮัว หรือทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮาร์บิน


          เห็นได้ชัดว่าป๋ายเซียนรักอาคารที่ทำการหลังใหม่นั้น ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าและที่ตั้งอันเป็นพื้นที่ซึ่งเดิมรกร้าง สนามด้านหน้ามีหญ้าขึ้นรก เห็นเป็นสีเหลืองฟางข้าวแผ่ออกไปจรดแม่น้ำที่ด้านหนึ่งและถนนสายแคบ ๆ ที่อีกด้านหนึ่ง ไม้ใหญ่สูงชะลูดขึ้นเบียดเสียดกัน จินสี่สหายย้ายมาอาศัยในอาคารที่ทำการหลังนั้นด้วย โดยผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอดัดแปลงชั้นบนเป็นที่พักของพนักงาน


          “อาเลี่ยล่ะ จะว่ายังไง” จงเหรินถามเมื่อคนทั้งหมดพร้อมหน้ากันที่เตาย่างเนื้อซึ่งมีควันโขมง “แต่ก่อนระหว่างถนนจงหยางกับถนนซือต้าหลิน ไม่ไกลเท่าไหร่ ไปมาหาสู่ได้ง่าย ๆ แต่ฮูหลานไกลกว่ามาก”


          “ก็... จับรถประจำทาง”


          “ยังไกลอยู่ดี” จงต้าแย้ง “อาเลี่ยไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย มีป๋ายเซียนอยู่ด้วย ค่ำมืดดึกดื่นจะกลับบ้าน ป๋ายเซียนจะเป็นอันตราย”


          “อันตรายอาไร้” อดีตซีอีโอแย้ง “มีฉันอยู่ทั้งคน ใครจะมาฉุดกระชากลากถูเขาได้”


          มีแต่หมินซั่วพี่ใหญ่ที่ส่ายหน้าอย่างระอาก่อนบอก “เพราะมีอาเลี่ยแหละ ถึงไม่สบายใจ”


          “อ้าว... ”


          “นอกจากจะพาป๋ายเซียนไปตกตระกำลำบากแล้ว ยังไม่แน่นอนว่าจะปกป้องเขาได้อีก” พี่ชายนักดนตรีแจกแจง “มีแต่เสียกับเสีย”


          “อ้าว... อ้าว”


          “อีกอย่าง เดินทางนาน ๆ เพลียออกนา” จงเหรินเสนอความเห็นใหม่ที่ออกจะพอฟังขึ้นสำหรับชานเลี่ยที่ (ตู่ว่า) ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ และเกรียงไกรเสียเหลือเกิน “คิดดูซี่ ทั้งไปและกลับ ติดแหง็กบนถนน น่าเบื่อตายชัก เวลาพักผ่อนจะน้อยลง และน้องจะไม่แข็งแรงเอา”


          ที่ซาวนด์เอนจิเนียร์พูดมานั้นเข้าเค้าอย่างเกือบจะไร้ข้อโต้แย้ง และหากชายหนุ่มร่างสูงติดต่อกลับไปที่บ้านก็คงจะได้รับคำตอบเดียวกัน ( “ห่วงอาเซียนก่อนซี่ ไอ้ลูกโง่” แน่ล่ะ... เป็นคำตอบของเตี่ยแน่ ๆ )


          “เสียดายบ้านที่ถนนจงหยาง สวยถูกใจฉันเสียด้วย” ชานเลี่ยพึมพำ “อยู่ที่นี่ยังต้องเบียดเสียดกับพวกแกบนโน้น อึดอัดจะตายหะ ถึงตะละห้องจะกว้างก็เถอะ”


          “เออ... เนอะ พวกข้าวใหม่ปลามัน”


          “หยุดนะ อาต้า!


          “ก็รู้ล่ะ ว่าป๋านเซียนจะไม่ถูกใจห้องพักด้านบนหรอก” เจ้านักร้องพยักหน้าหงึกหงัก “ป๋ายเซียนน่ะได้วิ่งเล่นมาก ๆ เท่าไหร่ยิ่งดี แต่... คิดให้ดีนาอาเลี่ย บนโน้นอึดอัดก็จริง แต่รอบ ๆ ยังมีที่ให้เขาได้ซุกซน ที่ถนนจงหยางน่ะดีกว่าเท่าไหร่เชียว บ้านของอาเลี่ยสวยถูกใจตัวเองก็จริง แต่ก็เป็นแค่ทาวน์เฮาส์แคบ ๆ ไม่มีกระทั่งสนามหญ้าหรือกระถางต้นไม้ไม่ใช่เรอะ นกสักตัวยังไม่มีให้น้องคุยด้วย”


          พูดอีกก็ถูกอีก อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาคิดสะระตะกระทั่งไม่เป็นอันกินอันนอนอยู่หลายวัน ถ้าได้ย้ายไปอยู่ที่อาคารที่ทำการเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์คงดีอยู่หรอก แต่พ่อบ้านหมาด ๆ ยังขัดใจ! ข้างห้องมีแต่เจ้าตัวปากเปราะ ช่างเสียดสีทั้งนั้น เรื่องอะไรจะเอาความเป็นส่วนตัวที่มีค่าดั่งทองไปแลกกับความสะดวกสบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีทาง!


          “ชิ้ว! ” เสียงจามดังสนั่นปลุกชายหนุ่มร่างสูงจากภวังค์ เป็นลูกหมาป่าที่ทำจมูกฟุดฟิด ขดตัวกับโซฟาที่ห้องนั่งเล่นอย่างเหนื่อยอ่อน “เลี่ยเกอ... ป๋ายไม่อยากอาบน้ำ”


          “ไม่ได้นะ” คนเป็นเกอตรงเข้าฉุดกระชากลากถูเจ้าตัวเล็กที่ทำอิดออดอยู่ “ไม่ได้นะ ป๋ายเซียน เราอยู่ในครัวทั้งวัน เหม็นอะไรติดตัวบ้างก็ไม่รู้”


          โกหกน่ะ... จริง ๆ แล้วไม่เหม็นหรอก แม้กลิ่นลูกสนที่เขาชอบจะถูกกลบด้วยกลิ่นอื่น ๆ ก็ตาม ก็กลิ่นอื่น ๆ ที่ว่าคือกลิ่นของขนมปังที่อบใหม่ ๆ กลิ่นเนย กลิ่นหอมหวานของน้ำตาล และกลิ่นอบเชยนี่


          “ไม่ล่ะ ง่วง... จะแย่แล้ว”


          ชานเลี่ยจึงกระโจนลงบนโซฟและปล้ำกับอีกคนหนึ่งก่อนเลิกชายเสื้อขึ้น ฝังริมฝีปากกับหน้าท้องขาวนวลและเป่าลมเสียงดัง ทำให้มนุษย์เมาคลีหัวเราะเอิ้กอ้าก “ไปเร็วเข้า” อดีตซีอีโอว่า “เดี๋ยวเกอจะกินไม่อร่อย”


          “เลี่ยเกอ... ทะลึ่ง”


“เราอยากดื้อก่อนทำไม” เขาดึงตัวลูกหมาป่าขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ป๋ายเซียนโผเผลุกนั่งอย่างไม่เต็มใจ


          “ก็... ง่วง เข็มนาฬิกาสั้น ๆ อันนั้น ชี้ที่... เลขเก้าแล้ว รถติด... เหลือเกิน”


          ชายหนุ่มร่างสูงนิ่งอั้นไปอึดใจหนึ่ง “อาต้าสอนให้เราพูดอย่างนี้ใช่ไหม”


          “ไม่... ไม่... ต้าเกอไม่ได้สอน” เด็กชายจากป่าส่ายหน้าดิก “เดี๋ยวนี้ต้าเกอ... ร้องแต่... เพลง เข้ามาในครัว ยังกิน... บะหมี่ง่าย ๆ เร็ว ๆ แล้วก็... กลับออกไป ไม่ได้พูด... ได้จากันเลย”


          “ถ้าอย่างนั้นก็... อาเหริน ไม่ก็พี่ซั่ว หรือพี่เหมียน”


          “ฮื้อ” ป๋ายเซียนยู่ปาก สั่นหัวทุย ๆ ไปมาแรง ๆ “ไม่มีใคร... พูดอะไรกับป๋ายมาก ๆ ... อย่างแต่ก่อน เหรินเกอว่า... ทำงานจนเยี่ยว... เป็นเลือด เลี่ยเกอ เยี่ยวเป็นเลือด... คืออะไร”


          “อย่าสนใจเลย และอย่าจำมาใช้เชียว”


          “พรุ่งนี้ก็ต้อง... ตื่นแต่เช้า” อีกฝ่ายหมายถึงการตื่นเช้ากว่าปรกติเพื่อไปรอรถประจำทาง “เลี่ยเกอจ๋า... เรา... อาบน้ำทีเดียวตอนเช้า... ได้ไหม”


          “อย่ามาจงมาจ๋า”


          “นะจ๊ะ... นะ... เลี่ยเกอจ๋า เลี่ยเกอจ๋าของป๋าย”


          เท่านั้นแหละ คนเป็นเกอถึงกับโบกธงขาว ใครใช้มนุษย์เมาคลีทำลอยหน้าลอยตา ถูปลายจมูกของตัวเองกับปลายจมูกของเขาไปมาระหว่างที่พูดด้วยอย่างนี้ น่าตีจริง ๆ !


          “ก็ได้” ชานเลี่ยพูดลอดไรฟัน “เราน่ะนอนอยู่เฉย ๆ เกอจะอาบให้เอง เด็กไม่ดี... เด็กไม่ดีแท้ ๆ ”


          ลูกหมาป่าหัวเราะคิก ก่อนพยักหน้าแม้ดวงตาจะเปิดอยู่เพียงครึ่งเดียว


          ตอนนั้นเองที่ความคิดเรื่องการย้ายที่อยู่ของอดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

 






          “ที่ดินหนึ่งงาน ตัดจากที่ดินของเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์! ” ลู่หานรามือจากเอกสารปึกใหญ่และหันกลับมามองเขาอย่างพิจารณา “จำเพาะเจาะจงต้องเป็นตรงที่มีต้นเมเปิ้ลขึ้นอยู่ด้วย”


          “แง้ว แงว... ” โฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์กส่งเสียงก่อนเลียอุ้งเท้าสีชมพูข้างหนึ่ง


          “มันว่าอะไร”


          “มันว่าไร้สาระ”


          “บอกให้มันเปลี่ยนทรายในกระบะเองแล้วกัน” ชานเลี่ยว่าอย่างฉุน ๆ หน็อยแน่ะ... อุ้งเท้าหน้าไม่พายแล้วยังเอาอุ้งเท้าหลังราน้ำ! “ฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ลู่หาน การเดินทางนาน ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพของป๋ายเซียน อ้อ... ของฉันด้วย ตราบใดที่เรายังต้องทำงานหนักอยู่อย่างนี้ ก็จนกว่าเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์จะติดลมบนน่ะแหละ”


          “ฉันเข้าใจ” นายเก่าพยักหน้า ก้มลงจิบโกโก้จากถ้วยและขมวดคิ้ว “แต่... ชั้นบนสุดมีห้องพักสำหรับพนักงานนะ ขึ้นไปดูหรือยัง อาเลี่ย ฉันทำไว้ไม่เลวเกวหรอก ห้องกว้างขวาง มีห้องน้ำในตัว ใช้ครัวร่วมกัน เหมือนคอนโดมิเนียมที่เขตเต้าหลี่ไม่มีผิด ฉันเองก็อยู่ที่นี่ รับประกันความพึงพอใจได้”


          “ไม่ใช่อย่างน้าน... ”


          ว่าแล้วก็ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร หน้าก็แดงแปร๊ดไปถึงใบหู เห็นอย่างนั้นผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอก็ถึงกับสำลักโกโก้


          “อ้อ... ” อีกฝ่ายว่าพลางไอพลาง “ผนังไม่บางนักหรอก ได้มาตรฐานดี เว้นแต่จะ... เอ้อ... เล่นใหญ่เป็นฟิฟตี้เฉด ออฟ ผู่ชานเลี่ย


          “โอ๊ย... ตายหะ! ลู่หาน! ” เขาแทบจะตรงเข้าไปจับตัวอีกฝ่ายแล้วเขย่าจนกว่าจะหัวสั่นหัวคลอน เสียแต่ว่าเจ้าแมวหน้าตาบู้บี้จะงับเข้าให้ที่น่องน่ะสิ “ไม่ใช่อย่างน้าน... แต่ก็ใช่ แต่ก็ไม่ใช่อย่างน้าน โอ๊ย! ให้ตาย จะพูดยังไงดี”


          “ก็ไม่ต้องพูดอะไร เข้าใจแล้วล่ะ”


          “ก็อยากให้มีความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง เห็น ๆ กันอยู่ ปากคอเจ้าสี่เกลอเปราะน้อยเมื่อไหร่” ชานเลี่ยอธิบาย “ก็เลย... อยากจะขอซื้อที่ดินสักงานหนึ่ง ว่ายังไง ที่ดินเปล่า ๆ ใกล้ ๆ กับอาคารที่ทำการน่ะ”


          “แล้วทำไมต้องจำเพาะเจาะจงให้เป็นตรงที่มีต้นเมเปิ้ลขึ้น คนพิลึก”


          ชายหนุ่มร่างสูงเงียบไปอึดใจหนึ่ง “ก็... เขาปีนต้นไม้เก่ง” เขานึกถึงหลายเดือนก่อนเมื่อเข้าไปในป่ากับมนุษย์เมาคลีเพื่อดูใจแม่หมาป่า “มีที่ให้วิ่งเล่น มีที่ให้ป่ายปีน คงจะดีสำหรับป๋ายเซียน เขาคงมีความสุขกว่าเมื่ออุดอู้อยู่ในทาวน์เฮาส์แคบ ๆ ที่ถนนจงหยาง”


          “เป็นเอามากนะนี่” ลู่หานผิวปากวิ้ว “ถ้าอย่างนั้น ก็สร้างบ้านต้นไม้ด้วยสิ นอกจากบ้านหลังเล็ก ๆ ด้านล่าง จะใช้เป็นห้องทำงาน หรืออะไรก็แล้วแต่”


          “บ้านต้นไม้ บ้านต้นไม้อะไร ต้นไม้เป็นบ้านได้ด้วยหรือไง”


          เห็นได้ชัดว่าผู้ก่อตั้งเสี่ยวหลงเซียสตูดิโอสะกดกลั้นคำผรุสวาทไว้อย่างสุดความสามารถ “แล้วฉันจะเอาแบบให้ดู”

 






          ในสัปดาห์ต่อมา เสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์จึงคึกคักด้วยผู้คน แม้ชานเลี่ยจะไม่เข้าใจนักว่าเพราะอะไรจินสี่สหายจึงปรึกษากันโดยไม่สนใจเขาและเลือกวันจันทร์เป็นวันสร้างบ้านต้นไม้ แทนที่จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ “ซินแสว่ายังงั้น” จุนเหมียนอ้าง “อาเลี่ยจะเถียงซินแสหรือยังไง”


          แต่เมื่อถูกถามว่า “ซินแสไหน”


          คนทั้งสี่กลับสบตากันเลิ่กลั่กโดยไม่มองหน้าเขาและเข้าหาป๋ายเซียนเพื่อให้ชายหนุ่มร่างสูงลืมคำถามเสีย


          จงต้าที่มีน้ำหนักเบากว่าใครเพื่อนป่ายปีนขึ้นไปบนต้นเมเปิ้ล จินสี่สหายที่เหลือกับบรรดาศิลปินฝึกหัดชายตอกตะปูเสียงดังอยู่ด้านล่างก่อนลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นไป (ลู่หานอุ้มโฮเวิร์ด ฟอน ฮินเดนบูร์ก ลูบขนเบา ๆ และมองอย่างพึงพอใจจากที่ไกล ๆ )


          เจ้าตัวเล็กทำท่าจะป่ายปีนขึ้นไปอีกคน ทว่าชานเลี่ยคัดค้าน “รู้แหละว่าเราปีนได้ แต่เราตอกตะปูไม่เป็น”


          “เดี๋ยวก็... เป็น! ” มนุษย์เมาคลีว่าอย่างดื้อรั้น


          “ไม่เอานะ ป๋ายเซียน” บอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกขอบคุณอี้ชิงเพียงใดที่บอกกับอีกฝ่ายอย่างนั้น “มากับฉันดีกว่า”


          ฮาร์บิเนี่ยนพาเด็กชายจากป่าไปสมทบกับลู่หานในครัว ทำหน้าที่นำส่งอาหารและน้ำแก่คนที่ทำงานกันอย่างขมีขมันด้านนอก โดยมีซื่อชุนที่เดินทางมาสมทบในภายหลัง ทำหน้าที่ปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บและอาจเป็นลมล้มพับไป เพียงแต่ชายหนุ่มร่างสูงแฮ่ใส่ไม่หยุดหย่อน


          “อย่าเข้าไปในครัวนะ!


          “ไม่เข้าไปแล้วผมจะอยู่ที่ไหน” หมออู๋เถียงคอเป็นเอ็น “ให้สร้างบ้านต้นไม้ คุณก็ไม่ให้ผมช่วย หาว่าจะแอบขันตะปูออก ให้บ้านถล่มลงมาทีหลัง แล้วป๋ายเซียนจะได้โกรธคุณอยู่นั่น”


          “ก็แล้วมันจริงไหมล่ะ”


          “จริงอะไรล่ะ ป๋ายเซียนจะได้บาดเจ็บไปด้วยน่ะสิ ผมยอมไม่ได้หรอก นี่... ซัวเถาอยู่ไกลทะเลนักหรือไง หรือว่าแม่น้ำทุกสายแห้งขอดไ ม่มีน้ำสักหยด”


          “อารายว้า” อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถานิ่วหน้า “จะว่าอะไรก็ว่าให้เข้าใจเลยได้ไหม แบบว่า... ด่าแล้วก็ถึงบางอ้อเลยน่ะ จะได้ด่ามา ด่ากลับ ไม่โกง อย่าให้ต้องคิดซับคิดซ้อนหลายชั้นนัก”


          “ก็หมายความว่าคุณไม่เคยกินปลาน่ะสิ!


เป็นเวลาหลายนาทีกว่าสมองของชานเลี่ยจะประมวลผลได้ว่าอีกฝ่ายปรามาสความสามารถเชิงการคิดวิเคราะห์ของเขา “หาว่าฉันโง่อย่างนั้นเรอะ ได้... ได้ ไอ้หมอ... ได้!  ไอ้หนุ่มโว้ย ขอเชือกให้ฉันที!


          ชายหนุ่มทั้งสองลงเอยด้วยการผูกข้อมือเข้าด้วยกัน ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรี่ไปหาเด็กชายจากป่าในครัว หรือถ้าไป... ก็ไปด้วยกัน แน่นอนว่าทั้งผู้รับอุปการะและหมอประจำตัวของป๋ายเซียนไม่ได้ทำประโยชน์อะไรกับการสร้างบ้านต้นไม้เลย

 






          เมื่อดวงอาทิตย์จวนจะลับขอบฟ้า และบ้านต้นไม้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมานั่นเอง เป็นเวลาที่ทั้งชานเลี่ยและซื่อชุนรู้สึกแปลกประหลาด ศิลปินฝึกหัดหญิง ลู่หาน อี้ชิง และจินสี่สหายต่างพากันขลุกอยู่ในครัว ทิ้งคนทั้งสองไว้กับกลุ่มศิลปินฝึกหัดชายซึ่งทาสีบนไม้กระดานแผ่นสุดท้ายอย่างกระตือรือร้น


          “พวกเขาทำอะไรในครัวแน่ะ” อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ


          “ไม่รู้สิ แต่ล้นครัวแล้วล่ะมั้ง” หมออู๋ถอนหายใจ “อาจเพราะมีคนมาช่วยงานมาก ก็เลยต้องทำอาหารมาก อย่าคิดอะไรมากเลย การคิดไม่เหมาะกับคุณหรอก”


          “นี่ หมอ ตายตรงนี้ ถูกหมกที่ก้นแม่น้ำซงฮัวนี่ อีกสามเดือนก็ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าหมออยู่ที่ไหน”


          “คนป่าเถื่อนก็รู้จักแต่วิธีป่าเถื่อน”


          “เมื่อไหร่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเสียทีล่ะ” ชานเลี่ยขู่แฟ่ “จะได้มีอะไรให้ทำ มีคนให้คิดถึง เลิกยุ่งกับป๋ายเซียนสักวินาทีเถอะ เขาโตแล้ว แถมยังมีคนดูแลด้วย”


          “ผมผูกพันกับหน้าที่ มีความรับผิดชอบ ไม่เหมือนคุณ ยังไม่มีใครถูกใจผม”


          “ไม่มีสเปคที่ใช่กะเขาบ้างหรือไง”


          แม้จะตอบโต้กันด้วยความมึนตึงเป็นเวลากว่าปีแล้ว แต่เพราะเวลานั้นไม่มีใครที่พอจะพูดคุยด้วยได้ ชายหนุ่มร่างสูงจึงจำใจคุยกับอีกคนหนึ่งอย่างเสียไม่ได้


          “ก็... ให้ตาสวยเหมือนป๋ายเซียน มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเหมือนป๋ายเซียน ดื้อรั้นหน่อยก็พอทำเนา”


          “ไม่บอกไปเลยล่ะว่าเป็นป๋ายเซียน”


          “ไม่โง่พอน่ะสิ เรื่องอะไรจะให้คุณเอาค้อนตรงนั้นมาทุบกะโหลกล่ะ” ซื่อชุนโต้ “ก็เท่านั้นแหละ จะดีมากถ้าเขาเข้ากับสัตว์ได้ดีและรักสัตว์ เพราะผมเองเป็นอย่างนั้น ไม่เหมือนคุณ”


          ชานเลี่ยทำหูทวนลมกับประโยคสุดท้ายเสีย “อะไรวะ ที่พูดมาทั้งหมดหมายถึงลู่หานหรือไง เห็นเข้าแก๊บอยู่คนเดียว”


          เขาพูดประโยคนั้นออกไปโดยไม่ทันคิด แต่ผิดคาดที่หมออู๋กลับหลบสายตาเสีย แก้มซึ่งมีรอยแผลเป็นน้อย ๆ เป็นสีแดง ไม่รู้ว่าเพราะแสงอัสดงหรืออย่างอื่น


          “ยุ่งจริง ๆ !

 






          ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงเอะอะจากอาคารเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ เมื่อตั้งใจฟังให้ดีก็พบว่าเป็นเสียงสูงปรี๊ดของจงต้า


          “เฮ้ย! เด็ก ๆ ที่อยู่ตรงโน้น จับคุณหมอไว้ที!


          ยังไม่ทันที่ชานเลี่ยจะหัวเราะเยาะ หรือกระทั่งหมออู๋จะถามไถ่ถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจที่ว่า เหล่าศิลปินชายฝึกหัดที่ต่างนับถือจงต้าในฐานะครูสอนร้องเพลงก็เฮละโลเข้ากลุ้มรุมซื่อชุน เชือกที่ผูกระหว่างข้อมือของชายหนุ่มร่างสูงกับหมอประจำตัวของป๋ายเซียนถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าหมออู๋ก็ถูกลากพาไปอีกทางหนึ่ง แต่ก่อนที่อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาจะเงยหน้าขึ้นและหัวเราะก๊ากอย่างสาแก่ใจ ก็ได้ยินเสียงเฉียบขาดของเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก ดังขึ้นว่า


          “จับตัวผู่ชานเลี่ย เอาไปไว้บนบ้านต้นไม้โน่น แล้วปลดบันไดลิงออก”


          “เฮ้ย! ” เขาร้องเมื่อจินสี่สหายและพลพรรคศิลปินฝึกหัดชายที่เหลือกรูเข้าใส่ตัวเอง “เฮ้ย! จะทำอะไรวะ หยุดนะ! หยุดนะโว้ย!


          แต่เด็กหนุ่มเหล่านั้นไม่ฟังเสียงเขา บ้างอุ้มบ้างกระเตงอดีตซีอีโอไปยังบ้านต้นไม้อย่างเชื่อฟัง เมื่อไม่ยอมปีนขึ้นไปบนบันไดลิงก็จะถูกกระทุ้งที่ก้นแรง ๆ ด้วยกิ่งไม้ ชานเลี่ยป่ายปีนขึ้นไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ไม่วายหันกลับมาแหวใส่ “ยังไม่ได้เดินสายไฟเลยนะโว้ย! ” ชายหนุ่มร่างสูงตะโกน “จะให้ฉันขึ้นไปอยู่ที่มืด ๆ เพื่ออะไร”


          ไม่มีใครตอบ ได้ยินแต่เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากอาคารที่ทำการเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ เด็กหนุ่มกลุ่มนั้นเชื่อฟังจินสี่สหายซึ่งใกล้ชิดกับเหล่าศิลปินฝึกหัดมากกว่าเขา หลังจากโยนชานเลี่ยไปบนฟูกนอนว่างเปล่าด้านบนแล้วก็พากันไต่อย่างรวดเร็วกลับลงไป และปลดบันไดลิงซึ่งเป็นทางหนีสุดท้ายของเขาไปด้วย


          “จะทำอะไรฉันน่ะ! ” อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาร้องโหยหวน “จะทำอะไรฉัน อย่าต้มยำทำแกงกันเลยนะ ขอร้องล่ะ ป๋ายเซียนอยู่ไหน ป๋ายเซียน!


          ว่างเปล่า ไม่มีเสียงตอบ แสงไฟในอาคารที่ทำการเสี่ยวหลงเซียเอนเตอร์เทนเมนต์ดับลงเช่นกัน หัวใจของชานเลี่ยเต้นแรง หรือว่าใครทำอะไรป๋ายเซียน ชายหนุ่มเป็นกังวล เขาอยู่ที่ไหน ต้องได้ยินเสียงฉันซี่ หูเขาดีจะตาย แต่ทำอย่างนี้ทำไม ทำอย่างนี้ทำไม...


          ได้ยินเสียงแกรกกราก เหงื่อเม็ดเป้งปรากฏขึ้นที่ขมับ อดีตซีอีโอก้มลงมองด้านล่างผ่านรอยแยกเล็ก ๆ ส่วนที่กิ่งไม้แทงทะลุขึ้นจากพื้นบ้านต้นไม้ สิ่งมีบางชีวิตบางอย่างกำลังป่ายปีนด้วยสี่ขาขึ้นมายังตัวบ้าน ดวงตาเป็นประกายวาววับในความมืดราวดวงตาของนักล่าในป่าลึก


          “อย่านะ... ” ชายหนุ่มร่างสูงผงะหงายเมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นจวนจะมายืนจังก้าที่ธรณีประตูอยู่แล้ว “อย่าเข้ามานะโว้ย!


          มันหย่อนตัวลงหมอบที่ปากประตู แสงจันทร์สาดส่องจากทางด้านหลังเห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น ความมืดไม่เป็นปัญหาต่อสิ่งมีชีวิตนั้นเลย มันเคลื่อนที่เข้าใกล้เขาอย่างรวดเร็ว


          “ม้า” ชานเลี่ยคร่ำครวญ “ม้า ช่วยเลี่ยด้วย”


          ลมหอบหนึ่งพัดมา อดีตตัวปัญหาแห่งซัวเถาหลับตาปี๋ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนกลิ่นที่อยู่ในอากาศนั้นทำให้ชะงัก


            กลิ่น... เค้กนี่


            สิ่งมีชีวิตที่ว่าสะบัดอุ้งเท้าหน้า ได้ยินเสียเชียะ เชียะ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเป็นเสียงจิ๊จ๊ะอย่างหงุดหงิด ไม่ช้าแสงไฟก็สว่างขึ้นเป็นจุด ๆ เป็นแสงเทียนซึ่งปักอยู่บนวัตถุสีขาวทรงกระบอก


          “เลี่ยเกอ” เสียงกระซิบดังขึ้นท่ามกลางความหวาดหวั่น “สุขสันต์วันเกิด”


          ดวงตาสีอำพันเป็นประกายในแสงเทียน ชานเลี่ยโผเผลุกขึ้น ก่อนนึกขึ้นได้ อ้อ... วันนี้วันที่ยี่สิบเจ็ดพฤศจิกายน เป็นวันเกิดของเขานี่ เมื่อปีก่อน... ความยุ่งยากทำให้การฉลองวันเกิดไม่เกิดขึ้น และงานหนักในเวลานี้ก็ทำให้เขาลืมวันลืมคืนเสียแล้ว


          จินสี่สหายตัวร้าย ที่เลือกให้เป็นวันจันทร์... วันนี้ ก็เพราะอย่างนี้เอง!


          “อี้ว่าเลี่ยเกอจะ... ตกใจ” เด็กชายจากป่าส่งเค้กให้เขา “ให้รีบ... จุดไฟ ก่อนที่เลี่ยเกอจะ... หัวใจวายตาย”


          “ที่หายไปนานสองนานในครัว เพราะเค้กก้อนเดียวเนี่ยนะ”


          “เลี่ยเกอ... ไม่ชอบใช่ไหม” มนุษย์เมาคลีคอตก “พวกเรา... ช่วยกันทำ”


          คนเป็นเกอได้แต่หัวเราะขณะเสยผมขึ้นอย่างอับจนถ้อยคำ “ใครว่าไม่ชอบ เฮ้อ... เรานี่ล่ะก็ เรานี่น้า... ”


          ทันใดนั้นเอง เสียงร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดประสานขึ้นจากใต้ต้นไม้ ชานเลี่ยก้มลงมอง ทุกคนเว้นแต่หมออู๋ (แน่นอนอยู่แล้ว! ) ต่างจุดเทียนและส่งเสียงถึงเขาจากข้างล่างนั้น


          “พวกเขาไม่ให้... ป๋ายบอก” ลูกหมาป่าว่า “เลี่ยเกอ... โกรธหรือเปล่า”


          ประโยคคำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงอดรนทนไม่ไหว จิ้มลงไปในเค้กก้อนนั้นและป้ายที่แก้มนุ่มนิ่ม ก่อนก้มลงฟัดจูบจนสาแก่ใจ


          “ใครว่า... ”


          “เฮ้ย! อย่าโลดโผนนักนะโว้ย” เป็นอี้ชิงอีกแล้วที่ตะโกนขึ้นมา “บ้านต้นไม้ถล่มขึ้นมาฉันจะหัวเราะให้!


          หลังจากตะโกนโต้ตอบกันอยู่ครู่หนึ่ง คนเหล่านั้นจึงล่าถอย เหลือเพียงป๋ายเซียนที่นั่งเอียงคออยู่ด้านหน้าเค้กสีขาวก้อนใหญ่


          “บ้านต้นไม้... ถล่ม”


          เอาล่ะ... อาวล่ะ ในเมื่อวันนี้ต้องอยู่ห่างจากเด็กชายจากป่าตลอดทั้งวัน ไหนจะกันท่าหมออู่ ไหนมนุษย์เมาคลีของเขาจะถูกพาอุดอู้อยู่แต่ในครัว เป็นที่น่าหงุดหงิดใจ เพราะฉะนั้น...


          ผู่ชานเลี่ยยิ้มกริ่ม “ถล่มก็ช่าง พรุ่งนี้จะลงจากบ้านต้นไม้ยังไงก็ยังไม่รู้ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... ”


          เด็กชายจากป่าขมวดคิ้ว กว่าจะรู้ว่าคนเป็นเกอได้กลายร่างเป็นหมาป่าตัวมหึมาก็สายไปเสียแล้ว


          “เกอจะกินให้หมดเลยล่ะ เจ้าตัวแสบเอ๊ย!





#ฟิคเมาคลี

อืม... ก็ตอนพิเศษอ่ะนะ ไม่มีผลกะเนื้อเรื่อง ก็ไร้สาระนิดนึง ไม่นิดอ่ะ 555

รออีกตอนหนึ่งนะคะ อีกแป๊บเดียวเท่าน้านนน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,556 ความคิดเห็น

  1. #1548 heykiki (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:38
    น่ารัากมกากกกกกกกกก
    #1,548
    0
  2. #1523 Vibrance (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 05:08
    ฮืออออน่ารักกันจังเลยยยเจ้าพวกนี้ น่ารักทั้งหมดเลยยย
    #1,523
    0
  3. #1403 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:11
    ยิ้มจนเป็นคนบ้าแล้วเนี้ย น่ารักจริงๆเลย 
    #1,403
    0
  4. #1380 patita4282369 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:49
    โอ้ยอ่านแล้วก็ยิ้มแก้มแตก
    #1,380
    0
  5. #1373 katehun2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 22:26
    ชอบหมออู๋กับลู่หาย อยากอ่านคู่นี้จังเลยค่ะ><
    #1,373
    0
  6. #1372 katehun2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 22:25
    ชอบมากๆเลย
    #1,372
    0
  7. #1367 KaRToon_HH (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 12:18
    แอร้ยยยน เลี่ยเกออย่ารุนแรงเดี๋ยวบ้านพัง ว่าแต่หมออู๋นี่ไปปิ๊งคุณลู่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
    #1,367
    0
  8. #1365 DBK1802 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 03:12
    โอโห เป็นแผนที่แยบยลมาก เฮียนี่ก็ลืมวันเกิดเลย จัดการน้องซะงั้น 5555
    #1,365
    0
  9. #1335 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 17:06
    เป็นเซอร์ไพรส์วันเกิดที่เล่นใหญ่มากค่ะ คึคึ
    #1,335
    0
  10. #1230 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:39
    จะกินเค้กหรือจะกินนุง
    #1,230
    0
  11. #1189 Pinkuplatong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:49
    เลี่ยจะกินเค้กใช่ม้าย มะใช่น้องเนาะ 55555

    งืออออ ตลกตรงบอกหมดว่า ด่าอะไรให้ด่าตรงๆ คิดไม่ทัน55555


    #1,189
    0
  12. #1177 sweetpss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 20:56
    บ้านต้นไม้ถล่มแน่55555
    #1,177
    0
  13. #1132 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 20:20
    ก็เลี่ยเกอนี่นา55555 /ชุนหาน
    #1,132
    0
  14. #1095 galaxy_tamtam (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 06:38
    อะไร๊ไม่อายคนใต้ต้นไม้เลยหรือจ๊ะ
    #1,095
    0
  15. #1085 mypencils (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 23:59
    แหนะ หมออู๋ แอบถูกใจเจ้าของสตูหรอจ๊ะ
    #1,085
    0
  16. #1084 นู๋น้อยบี๋ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:45
    เกอกินอะไรคะ? เค้กหรือคนทำเค้ก คึๆ
    #1,084
    0
  17. #1082 ยูสเซอร์?แลม. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:28
    เลี่ยเกอลามก5555555555 ขี้หวงด้วย
    #1,082
    0
  18. #1081 หญิงปาร์ค (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 10:49
    คืออัลไลลล เลี่ยเกอลามกอะ555 ซัมตงซัมติงหมอกับลู่อะะะ
    #1,081
    0
  19. #1080 명령이 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 09:36
    เลี่ยเกอยังคงเป็ฯเลี่ยเกอวันยันค่ำ
    #1,080
    0
  20. #1078 s-kukkik (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 02:09
    โอ้ยยยยน่ารักกกกกกก
    #1,078
    0
  21. #1077 gonjung (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:53
    ทุกคนน่ารักมากเป็นห่วงป๋ายกันทุกคนอ่ะ แถมทำบ้านต้นไม้ให้น้องด้วยอ่ะสุดท้ายแล้วจะฉลองบ้านใหม่ทันทีเลยอ๋อ55555555
    #1,077
    0
  22. #1076 คุมะยอลลล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:31
    น่ารักจริงๆเลยน้องป๋ายและผองเพื่อนพี่ชานเลี่ย หมออู๋มีซัมติงกับลู่หานใช่ม้าย อิอิ
    #1,076
    0
  23. #1075 mammoe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:21
    น่ารักกกกกกกกกก
    #1,075
    0
  24. #1074 black word (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 00:05
    ขรรมบาวๆ เกอจะกินหมดเลยย๋อออออ
    #1,074
    0
  25. #1073 nanny7 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 23:41
    เลี่ยเกอจ๋าของป๋าย ว้อยยยยย น่ารักกกกกก เลี่ยเกอ ยังไม่คนกาก ถึงจะเก่ง ก็ยังความคนกาก อย่ากินน้องจนบ้านถล่มนะ
    #1,073
    0