นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

Miracle of Christmas Night ปาฏิหาริย์คืนคริสต์มาส

โดย Cpmm

ไม่มีใครบนโลกใบนี้มีแต่ความสุข ทุกคนล้วนมีความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะท้อแท้หมดกำลังใจก่อนที่จะได้พบกับสายรุ้งหรือเปล่า... มาร่วมตามหาสายรุ้งในชีวิตของคุณกันเถอะ!

ยอดวิวรวม

133

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


133

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ม.ค. 61 / 22:01 น.
นิยาย Miracle of Christmas Night ү׹ʵ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Welcome ^^

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน

ทั้งที่ตั้งใจเข้ามา และหลงเข้ามานะคะ

ไรท์ชื่อมะเหมี่ยวนะ อยู่ม.4 ไรท์ลงนิยายเพื่อเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆคนที่กำลังประสบพบเจอปัญหาชีวิต และกำลังท้อแท้นะคะ ใครๆก็มีปัญหากันทั้งนั้นเนอะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองปัญหานั้นยังไง แล้วเราจะผ่านมันไปได้หรือไม่ ไรท์เปรียบปัญหาและอุปสรรคต่างๆเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ และเปรียบความสุขยามปัญหาผ่านลุล่วงไปเป็นสายรุ้ง ตามคำบอกของใครหลายๆคนที่ว่า 'ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ' ถ้าฝนไม่ตก เราก็คงไม่ได้เห็นรุ้งกินน้ำสวยๆกัน

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนึงที่ประสบพบเจอปัญหาต่างๆมากมาย ความจริงแล้วเธอควรจะโศกเศร้าเสียใจ ใช่ เธอรู้สึกแบบนั้น เเต่เธอก็เลือกที่จะปลอบใจตัวเอง และคิดในแง่ดีว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป จนสุดท้ายเธอก็ได้พบกับความสุขแท้จริง


แรงบันดาลใจที่ทำให้ไรท์แต่งเรื่องนี้คือ การที่ไรท์ได้ฟังเพลง น้อย และ ร่มสีเทา ของวัชราวลี


เเต่งเรื่องนี้วันที่ 14 มกราคม 2561 ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง

ลงเรื่องวันที่ 15 มกราคม 2561

แนะนำตัวละครหลัก

ไอริส - เด็กหญิงร่าเริงสดใส

บันนี่ - ตุ๊กตากระต่ายสีขาวปุกปุยที่แม่ของไอริสมอบให้เธอตอนอายุครบ 2 ปี


Miracle of Christmas Night

ปาฏิหาริย์คืนคริสต์มาส


ถ้าชอบก็กด favourite เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ


b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ม.ค. 61 / 22:01


ปาฏิหาริย์คืนคริสต์มาส

ในคืนวันที่ 24 ธันวาคม ค..20xx

            ปกติแล้วรุ่งเช้าหลังคืนหิมะตกหนัก เด็กๆจะร่าเริงกันเป็นพิเศษ เพราะถ้ามีหิมะหนาๆ นั่นแปลว่าพวกเขาจะได้เล่นเลื่อนหิมะ ไม่ก็เปิดสงครามบอลหิมะได้นั่นเองและคืนนี้ก็เช่นกัน เด็กหญิงตัวน้อยมองหิมะสีขาวที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดด้วยแววตาสิ้นหวัง พลางกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบ บันนี่ไว้แน่นขึ้นอีก เธอมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยอีกสักพัก แล้วจึงเข้านอนตามเวลาที่คุณพ่อของเธอกำหนดไว้

            ท่ามกลางความมืด ผมมองเด็กหญิงคนนั้นนอนหลับด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอเป็นเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ นางฟ้าใจดีและอบอุ่นมากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็น่าสงสารมากๆด้วยเช่นกัน ชื่อของเธอคือ ไอริส แม่ของเธอตั้งตามชื่อของเทพีแห่งสายรุ้ง ด้วยหวังว่าลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของเธอจะเป็นเด็กร่าเริงสดใส มีเพื่อนมากมายที่พร้อมจะเล่นกับเธอทุกเวลา แน่นอนว่ามันเป็นแบบนั้น เธอเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อของเธอรับราชการเป็นทนายความ เขาเป็นคนเก่งและฉลาด นั่นส่งผลให้เขาเป็นทนายความอันดับต้นๆที่ใครๆก็อยากให้เขาว่าความให้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็งานยุ่งมากๆด้วยเช่นกัน ไอริสจึงมักอยู่กับแม่เป็นส่วนใหญ่ แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่งดงามมากคนหนึ่ง ทั้งใจดีและอ่อนโยน ไอริสชอบฟังแม่ร้องเพลงกล่อมที่สุด เธอมักพูดเสมอว่าเสียงของแม่ไพเราะดุจเสียงของระฆังแก้วยามสั่นไหวเมื่อสายลมมากระทบ ไอริสอาจจะเป็นเด็กที่โชคดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ช่างเป็นครอบครัวสุขสันต์ที่ใครต่างก็พากันอิจฉา ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่อนิจจา โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

เมื่อ 2 เดือนก่อน แม่และพ่อของเธอทะเลาะกันอย่างรุนแรง แม่ของเธอถูกความเศร้าโศกกลืนกินจนตกลงไปหลุมมืดที่จะไม่สามารถปีนกลับขึ้นมาได้อีกแม่เธอกลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่พูดไม่จากับใคร ไอริสรู้สึกเหงา แต่ก็พยายามปลอบใจตนเองเสมอว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่แล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์เลวร้ายลงเมื่อแม่ของเธอผูกคอตาย ทิ้งเด็กหญิงตัวน้อยวัย 4 ขวบไว้เพียงลำพัง

            หลังจากนั้นด้วยความเครียดสะสม ไอริสก็ป่วยเป็นโรคออโตอิมมูน (Autoimmune) หรือโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเอง ร่างกายของเธออ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด เธอป่วยเธอรู้แค่นั้น เธอไม่สามารถออกไปเล่นกับเพื่อนๆได้อีกต่อไป นานวันเข้าเพื่อนๆก็เริ่มห่างหาย เธอเหงาและโดดเดี่ยว เธอรู้สึกราวกับถูกทิ้งไว้เบื้องหลังกับความว่างเปล่า พ่อของเธอก็ทำงานหนักราวกับว่าการทำงานนั้นจะช่วยทำให้เขาลืมความเศร้าไปได้ จากครอบครัวสุขสันต์กลายเป็นครอบครัวต้องสาป ต่างคนต่างจมอยู่กับตัวเอง คิดวนไปวนมาซ้ำๆเดิมๆถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว และไม่สามารถย้อนกลับแก้ไขอะไรได้อีกต่อไป

            ไอริสจึงมีเพียงผมซึ่งเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอในเวลานี้ แม่ของเธอให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดตอนเธออายุครบ 2 ปี เธอรักผมมาก และผมเองก็รักเธอมากเช่นกัน เราตัวติดกันตลอดเรียกได้ว่าไปไหนไปกัน เรามีกัน 2 คนเท่านั้นในโลกของเรา ทุกๆคืนก่อนที่เธอจะเข้านอน เธอมักจะสวดภาวนาต่อพระเจ้า อ้อนวอนขอให้พระองค์ช่วยทำให้ผมมีชีวิต ซึ่งผมเองก็ต้องการแบบนั้นเช่นกัน ถ้านั่นจะช่วยให้เธอหายเหงาได้บ้าง แต่ผมก็มีคำภาวนาของผมเองเช่นกัน ผมหวังให้เธอได้พบกับความสุข ผมหวังให้พ่อของเธอคิดได้เสียทีว่าการโหมทำงานหนักมีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง ยามเธอนอนหลับ ผมได้แต่ภาวนาให้เธอหลับฝันดี ไม่แน่บางทีเธออาจได้พบแม่ผู้แสนอ่อนโยนของเธอในความฝันก็เป็นได้ แม้ว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเธอจะกลับไปเศร้าอีกก็ตามทีเพราะอย่างน้อยที่สุด ความสุขยามนอนหลับก็เป็นกำลังใจให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป

ผมยังคงจำวันที่เธอกรีดร้องอย่างหวาดกลัวได้ดีวันนั้นเธอตื่นแต่เช้า กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข พลางฮัมเพลงที่แม่ของเธอมักจะร้องให้ฟังเสมอๆ เธอฝึกซ้อมอย่างดีเพื่อไปร้องให้แม่ของเธอฟัง ด้วยยังคงมีหวังว่าแม่ของเธอจะดีขึ้นบ้างสักนิดก็ยังดี ไอริสคิดแบบนั้น

เธอเคาะประตูห้องนอนของแม่อย่างสุขใจ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆกลับมา เธอคิดว่าแม่อาจจะยังหลับอยู่ก็เป็นได้ เธอจึงลองหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไปในห้อง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ประตูไม่ได้ล็อค ประตูเปิดออกช้าๆพร้อมกับตาที่ค่อยๆเบิกกว้างด้วยความช็อคกับภาพที่เห็น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องลั่น คนงานมากมายรีบกรูกันเข้ามาดู ก่อนที่ใครบางคนจะรีบปิดตาของเด็กหญิงด้วยหวังให้เธอไม่เห็นภาพนั้น ภาพที่โหดร้ายเกินกว่าที่เด็กวัย 4 ขวบจะรับไหว ภาพที่แม่ของเธอมีเชือกผูกไว้รอบคอและห้อยต่องแต่งลงมาจากเพดาน แต่ไม่ทันเสียแล้ว คุณหญิงของบ้านผูกคอตาย และผู้พบศพคนแรกก็คือลูกสาวของเธอ สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าพระเจ้าช่างใจร้ายเหลือเกิน ทุกอย่างนี้มันสาหัสเกินไป มันกลายเป็นบาดแผลลึกในใจของเด็กตัวน้อย ไอริสคิดว่าเธอไม่สมควรชื่อไอริส ไม่สมควรได้ชื่อว่าเป็นเทพีแห่งสายรุ้ง เพราะเธอไม่อาจช่วยใครได้ ถึงจะพบเรื่องสาหัสมามากแค่ไหน ไอริสก็มักจะปลอบตัวเองว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป วลีนี้เป็นดั่งคำปลอบใจที่เธอมีให้กับตนเอง

            ผมดีใจที่ไอริสเป็นเด็กร่าเริงโดยนิสัย หลังร้องไห้จนหลับไป เธอก็ไม่ได้ร้องไห้อีก เธอยังคงเศร้า แต่ไม่ซึมมากเกินไป เพราะอย่างน้อยที่สุดเธอก็ยังคงคุยกับผม แม้ว่าเธอจะป่วยเธอก็ไม่ท้อ ผมสัญญากับตัวเองเสมอว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะไม่จากเธอไปไหน ผมจะอยู่ข้างๆและคอยรับฟังเธอเสมอ ไม่ว่าจะนานเท่าไร เธอก็จะเป็นสำคัญของผมตลอดไป ครั้งหนึ่งเธอระบายความในใจกับผม

            บันนี่จ๊ะ ฉันเหงาเหลือเกิน

            ไม่ต้องเหงานะครับ ผมยังอยู่ตรงนี้เสมอนะ

            ฮึก ฉันคิดถึงคุณแม่หยดน้ำสีใสไหลรินออกมาจากตาของเด็กน้อยตรงหน้าของผม ถ้าหากผมมีชีวิต ถ้าเพียงผมขยับได้ ผมจะกอดปลอบเธอ ผมจะซับน้ำตาให้เธอ ผมช่างเป็นเพื่อนที่ไม่เอาไหน แค่ปลอบใจเพื่อนเวลาร้องไห้ ผมยังทำไม่ได้ ผมรู้สึกแย่เมื่อเห็นเธอร้องไห้ พระเจ้าถ้าหากพระองค์ต้องการลงโทษผม ผมก็ยินดีรับไว้ หากแต่ได้โปรดอย่าใจร้ายกับไอริสอีกเลย เธอเจ็บปวดมามากพอแล้ว ผมสงสารเธอ เธอไม่ควรต้องมาพบเจอกับอะไรแบบนี้ เธอยังเด็กนัก

            ฉันเหลือแค่บันนี่แล้วนะ สัญญานะว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหน

            ครับ ผมสัญญา

            ฉันรักบันนี่นะจ๊ะ บันนี่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของฉัน เราจะมีกันและกันตลอดไปนะหลังจากนั้นเธอก็ยิ้มกว้างส่งมาให้ผม เป็นรอยยิ้มแรกที่ผมได้เห็น หลังจากเห็นน้ำตาและใบหน้ายามเศร้าของเธอตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา หากผมมีหัวใจ มันคงเต้นแรงและพองโตเป็นแน่ ผมส่งยิ้มกลับไปให้เธอ และพูดว่า

            ผมก็รักไอริสนะครับ ผมจะคอยดูไอริสอยู่เสมอนะครับ ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อไร ผมรู้ดีว่าคำพูดของผมไม่มีทางส่งไปถึงเธอ แต่ถึงอย่างนั้นอย่างน้อยที่สุดแล้ว ผมก็หวังว่าพระเจ้าจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกและคำภาวนาของผม และช่วยทำให้มันเป็นจริง นั่นคือการได้เห็นเธอมีความสุข

เช้าวันที่ 25 ธันวาคม ค..20xx

            แสงแดดยามเช้าที่สาดแสงผ่านหน้าต่างเข้ามาปลุกให้นางฟ้าตัวน้อยรู้สึกตัวตื่น เธอค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ เช้านี้หน้าของเธอดูสดใสมากเป็นพิเศษ เมื่อคืนไอริสฝันดีสินะครับ ดีใจจัง ไอริสยิ้มน้อยๆให้ผมก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยเสียงใสเหมือนที่ทำในทุกๆเช้า อรุณสวัสดิ์จ๊ะบันนี่ หลังจากนั้นเธอก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วเก็บเตียงให้เรียบร้อยเหมือนที่ทำทุกวัน ก่อนจะเดินไปดูตารางสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ แต่น่าแปลกที่วันนี้ตารางนั้นมันกลับว่างเปล่า ไอริสมีท่าทีแปลกใจอย่างมาก จากนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะยิ้มกว้างเหมือนนึกอะไรออก แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของพ่อของเธออย่างเร่งรีบโดยลืมที่จะหยิบผมไปด้วย

            ผมรอ แล้วก็รอ จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา ผมนั่งอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถขยับไปไหนได้ ทำได้เพียงเฝ้ารอเธอกลับมาหาเท่านั้น ผมนั่งมองเตียงที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ใจผมยิ่งกังวลมากเท่านั้น เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเธอยังไม่กลับมา? ขออย่าให้เกิดอะไรไม่ดีขึ้นเลย ผมทำได้เพียงแค่ภาวนาซ้ำไปซ้ำมาอย่างกังวลใจ ตั้งแต่เธอได้รับผมมาจากแม่ของเธอ เธอก็ไม่เคยปล่อยให้ผมห่างกายนานเท่านี้มาก่อน ผมรอแล้วก็รอ แล้วเธอก็ไม่กลับมา

คืนนั้นผมฝันว่าผมกำลังลอยคว้างอยู่บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยปุยเมฆ มันเบาและนุ่มสบายดุจใยไหม แล้วผมก็พบเธอ ไอริสเธออยู่ตรงนั้น อยู่ตรงหน้าผม กำลังส่งรอยยิ้มที่สดใสและงดงามมาให้ผม ใจของผมเต้นระส่ำอย่างบ้าคลั่ง มันเต้นแรงเสียจนผมแปลกใจ ก็ผมเป็นตุ๊กตา ไม่มีชีวิต ไม่มีร่างกาย ไม่มีหัวใจ แล้วเหตุใดผมถึงรู้สึกราวกับมีชีวิตกัน หรือว่าพระเจ้าจะตอบรับคำขอของไอริสที่ขอให้ผมมีชีวิตกันนะ อา ตื่นเต้นจัง ถ้าอย่างนั้น ถ้าคำขอของไอริสเป็นจริง คำขอของผมในคืนคริสต์มาสนี้ก็ต้องเป็นจริงน่ะสิ

ข้าแต่องค์พระเป็นเจ้า ได้โปรดให้ไอริสได้พบกับความสุขแท้จริงด้วย ขอพระองค์โปรดอยู่เคียงข้างและคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ ขอขอบพระคุณพระเจ้า

ผมค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ รู้สึกว่าแสงจ้ากว่าที่เคย มันแปลก แปลกมาจริงๆ ข้อแรกเลยคือผมไม่เคยหลับ เพราะผมเป็นตุ๊กตา ข้อสองตาของตุ๊กตากระต่ายธรรมดาๆตัวหนึ่งจะรับรู้ความเข้มของแสงได้ด้วยหรือ? แล้วผมก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเงาในกระจก ตอนนี้ผมไม่ใช่ตุ๊กตากระต่ายสีขาวปุกปุยอีกต่อไปแล้ว แต่ผมคือเด็กชายผมบลอนด์ตาฟ้าหน้าตาน่ารักวัยประมาณ 7 ปี นี่มันเรื่องจริงสินะ ผมได้เป็นมนุษย์ นั่นแปลว่าคำขอของผมก็เป็นจริงแน่ๆแล้วสินะ เมื่อรับรู้ความจริงข้อนี้น้ำตาของผมก็ไหลลงอาบแก้ม ความดีใจที่ความต้องการเพียงหนึ่งเดียวของผมตลอดมาเป็นจริงเสียที ขอขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระองค์มากจริงๆ ผมอยากพบเธอ อยากพบไอริส อยากเห็นว่าเธอสบายดี ผม

ผลัวะ!

            ก่อนที่ผมจะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ฉับพลันประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับผม และเธอคือคนเดียวกับที่ผมกำลังคิดถึงคะนึงหาอยากพบเจอ ไอริสนั่นเองเธอสบายดีและกำลังมองตรงมายังผม เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนที่ข้างเตียงผู้ป่วยของผม ผมเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่าผมอยู่ในโรงพยาบาล ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ทำไมผมถึงได้อยู่ที่นี่ ไอริสก็ด้วย เธอรู้จักผมในร่างมนุษย์ด้วย? แล้วผมก็ได้รับคำตอบของทุกคำถามเมื่อไอริสกอดผมไว้แน่นแล้วเริ่มร้องไห้ ตัวของเธอสั่นเทาไปหมด จนผมอดไม่ได้ที่จะกอดปลอบเธอ ความรู้สึกดีใจมันเอ่อล้นไปหมด ตอนนี้ผมสามารถกอดเธอได้แล้ว ผมปลอบเธอได้ และต่อจากนี้ผมจะสามารถพูดคุยกับเธอได้ ทุกอย่างนี้มันช่างดีเหลือเกิน ดีจนกลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน ผมกลัวว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งแล้วทุกสิ่งทุกอย่างตรงผมตรงนี้ตอนนี้จะมลายหายไป

            นายฟื้นแล้ว ฮึก นายฟื้นแล้วจริงๆด้วย

            ใจเย็นๆก่อนนะครับ

            ขอโทษแทนคุณพ่อด้วยนะที่ทำให้นายต้องเจ็บตัว

เอ่อ มันเกิดอะไรขึ้นหรอครับ

คุณพ่อของฉันขับรถชนนายระหว่างที่นายกำลังข้ามถนนน่ะ ได้โปรดอย่าโกรธท่านเลยนะ ท่านแค่ดีใจที่หมอสามารถรักษาให้ฉันหายขาดได้ เลยรีบมากไปจนไม่ทันระวัง ขอโทษจริงๆนะ

ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ต้องคิดมากนะผมพูดพลางส่งยิ้มให้เธอเพื่อยืนยันว่าไม่เป็นไรจริงๆ เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร เพราะยังไงซะ ผมก็ปลอดภัยแล้ว

นายเอ่อ ไม่ถามหน่อยหรอว่าฉันเป็นโรคอะไร

ไม่ครับ เพราะผมทราบดีอยู่แล้วแน่นอนว่าเราทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และนี่อาจเป็นการพูดคุยครั้งแรกของพวกเราก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างนั้นไอริสก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก เธอเลือกที่จะมองข้ามความสงสัยนั้นไป และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งในข้อดีของเธอ ทันทีที่ผมพูดจบไอริสก็มีท่าทีสับสนเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างอีกครั้งแล้วเอ่ยคำถามถัดมา

เราเป็นเพื่อนกันได้มั้ย?

            ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับทันทีที่ได้ยินคำตอบของผม รอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนหน้าของเด็กหญิงตรงหน้า และผมเองก็ยิ้มให้เธอเช่นกัน เป็นครั้งแรกที่เราได้พูดคุยกัน เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยิ้มตอบกลับไป และเป็นครั้งแรกที่ผมสามารถส่งผ่านความรู้สึกผ่านคำพูดและการกระทำให้เธอรับรู้ได้

            แล้วผมก็ได้มารู้ทีหลังว่าวันที่ผมฟื้นขึ้นมาเป็นตอนเช้าของวันที่ 26 ธันวาคม ค..20xx ผมเป็นเด็กกำพร้า พ่อของไอริสจึงรับผมไว้เป็นบุตรบุญธรรม ผมและเธอเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถึงแม้ว่าเธอจะจำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงจากนี้และตลอดไปผมจะคอยดูแลและอยู่เคียงข้างเธอตามที่ผมได้เคยให้สัญญากับตัวเองไว้ เพื่อนกันตลอดไป

            เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

            ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอเพราะถ้าฝนไม่ตกก็คงไม่มีสายรุ้ง

            สุดท้ายนี้ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้กับผู้อ่านทุกท่านที่กำลังประสบพบเจอกับเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ ขอให้คิดไว้เสมอว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้มีแต่ความสุข ทุกคนล้วนมีความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะท้อแท้หมดกำลังใจก่อนที่จะได้พบกับสายรุ้งหรือเปล่า ขอแค่เพียงคิดในแง่ดี มีความหวัง และไม่หมดกำลังใจ สิ่งเลวร้ายก็จะผ่านพ้นไปเหลือไว้เพียงท้องฟ้าที่สวยงาม

ผลงานอื่นๆ ของ Cpmm

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:21
    อบอุ่นหัวใจจุงง ชอบค่าา 
    #4
    0
  2. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:21
    อบอุ่นหัวใจจุงง ชอบค่าา 
    #3
    0
  3. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:20
    อบอุ่นหัวใจจุงง ชอบค่าา 
    #2
    0
  4. #1 张木
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 15:19
    ฮือออ ชอบมาเลยค่า
    #1
    0