Frawteer ดินแดนแห่งสุดท้ายของผู้ลี้ภัย

ตอนที่ 9 : นักเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 มี.ค. 56


 
 
 
 
 
     นับตั้งแต่ออกจากร้านอาวุธมา ชิเอลทำได้เพียงแค่เดินตามร่างสูงที่อยู่เบื้องหน้าไปเรื่อยๆเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะถามอะไรก็ไม่ได้รับคำตอบใดกลับมาเลย
 
     กระทั่งเวลานี้ ยามที่แสงของอัสดงนั้นใกล้ลาลับเส้นขอบฟ้านั้นไป ชิเอลก็หวนคิดถึงอีกคนนึง 'จิซาล' คนที่ถามอะไรไปแล้วแทบไม่ได้รับคำตอบกลับมา คนที่หายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อย ชิเอลเริ่มจมเข้าสู่ห้วงความคิดของตนเองจนคนที่อยู่ด้านหน้าเริ่มผิดสังเกตที่เสียงที่เคยถามตนมาตลอดทางนั้นเงียบลง จึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองอีกร่าง ดวงตาสีมรกตที่เคยสุกใสนั้นเหม่อลอยไม่รับรู้ถึงการหยุดนิ่งของตนเลยแม้แต่น้อย
 
ปึ๊ก!
 
     เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตเงยหน้าขึ้นมองอีกคนหยุดโดยไม่บอกกล่าวสิ่งใดจนเป็นสาเหตุให้หน้าหวานของตนชนเข้ากับแผงอกของอีกฝ่าย 'มันเจ็บนะ' ชิเอลคิดในใจแต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกไปเพียงแค่สบกับสายตาของอีกฝ่ายอย่างตรงๆ
 
     แต่แล้วก็ต้องผงะเพราะดวงตาสีอเมทิสที่เมื่อครู่นั้นเหม่อลอยกลับเริ่มทอประกายบางอย่างราวกับว่ามีสิ่งใดอยู่เจือบนไปกับความรู้สึกผิด
 
" ฟราน คุณเป็นอะไรรึเปล่า? " ร่างเล็กของชิเอลเอียงคอมองอย่างสงสัยพร้อมยกมือทาบบนศีรษะของร่างสูง " ตัวก็ไม่ร้อนนี่ครับ "
 
" คือ... "
 
" หืมมม " ชิเอลครางอย่างสงสัยเพราะดวงตาสีอเมทิสนั่นกำลังทอแววประหลาดเหมือนกับว่ากำลังรู้สึกผิด
 
" ฉันขอโทษ ที่อารมณ์ไม่ดีแล้วมาพาลใส่ " ฟรานเสมองไปทางอื่นทันทีหลังจากที่พูดจบ
 
     ชิเอลมองร่างสูงของฟรานก่อนจะปรากฎรอยยิ้มบางบนใบหน้าและเร็วกว่าที่คิด เมื่อมือเรียวเอื้อมไปดึงแก้มทั้งสองข้างของคนที่อยู่ตรงหน้า
 
...'เหมือน เหมือนมาก'...
 
" อี้! อันเอ็บอ่ะอุ่มอ๊อย(นี่! มันเจ็บนะหนุ่มน้อย) "
 
     อีกครั้งที่ปรากฎภาพของใครอีกคนทับซ้อนขึ้นมา อีกคนที่มักจะปัดมือออกทุกครั้งที่เขาทำแบบนี้แต่คนตรงหน้านี่กลับไม่ ไม่มีการปัดป้องหรือท่าทีรำคาญเพราะเขาไม่ใช่
 
...'ไม่ใช่'...
 
     นัยน์ตาสีมรกตสั่นระริกอย่างหวาดกลัวเมื่อนึกถึงอีกบุคคลที่หายไป จนทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจ้าหนุ่มหน้าหวานกลับปล่อยโฮออกมาซะกลางลานน้ำพุที่มีคนพลุกพล่าน ทั้งยังเสียงสะอื้นแบบไม่แคร์โลกของเจ้าตัวที่เรียกให้ชาวดราโก้มุงดูอย่างสนใจจนฟรานนั้นต้องรีบปลอบ
 
" ฉะ ฉันขอโทษหนุ่มน้อย อะ อย่าร้องนะ " เจ้าคนที่โดนสายตาประนามเองก็ปลอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ส่วนอีกคนที่ร้องก็ยังคงร้องต่อไปโดยไม่สนใจอะไร
 
" แงงง ฮะ ฮึก ฮือออ " ชิเอลร้องออกมาอย่างสุดจะกลั้นทั้งชีวิตมาไม่เคยต้องอยู่คนเดียวเพราะมีทั้งโรลและจิซาลอยู่ตลอดแต่ตอนนี้เค้าอยู่คนเดียวแล้วจริงๆ
 
     บางทีอาจเป็นอาการโฮมซิกแบบดีเลย์ก็เป็นได้
 
     ฟรานใช้เวลาปลอบอยู่นานกว่าชิเอลจะสงบลงโดยที่เจ้าคนปลอบนั้นยังไม่รู้เลยว่าเจ้าคนที่ร้องโฮออกมานั้นไม่ใช่เรื่องของตนเลย " เอานะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว "
 
     ฟรานได้แต่เอ่ยเสียงอ่อยมองชิเอลที่ก้มหน้าอยู่แต่อยู่ดีๆร่างนั้นก็เงยขึ้นมาจนเห็นดวงตาสีมรกตที่แดงก่ำเพราะการร้องให้ไปเมื่อสักครู่ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยคำถามแปลกๆที่ฟรานนั้นไม่เข้าใจแต่ก็ไม่สนใจนอกจากตอบไปเพราะกลัวคนตรงหน้าจะร้องออกมาอีก
 
" คุณจะไม่หายไปใช่มั้ย "
 
" หืม? "
 
" ฟราน คุณจะไม่ทิ้งผมไปใช่มั้ย ฮึก "
 
" อะ อืม " ฟรานรีบตอบไปทันทีเพราะคนตรงหน้าเริ่มจะร้องออกมาอีกรอบ
 
" สัญญาแล้วนะ! "
 
" สัญญาสิ สัญญา "
 
     สิ้นเสียงรับปากปากฟรานก็จูงอีกร่างหนึ่งเพื่อเดินไปยังร้านข้างหน้าโดยไม่ได้สังเกตอะไรเลยว่าคนด้านหลังกำลังมีสีหน้าแปลก หรือแม้กระทั่งเงาสีดำทมิฬที่โพล่พ้นต้นไม้ใหญ่ด้านหลังของทั้งคู่ออกมากำลังใช้ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองทั้งคู่ราวกับต้องการให้มอดไหม้เสียซะตรงนั้น!!!
 
 
 
 
 
 
" ฮู้วววว อิ่มสุดๆ! "
 
     ฟรานพูดพร้อมกับยกมือลูบท้องตัวเองไปมาหลังจากที่เดินออกมาจากร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองดราโก้ ซึ่งรสชาติอาหารนั้นก็สมความเล่่าลือคุ้มค่ากับการต่อคิวอันยาวเหยียดโดยเฉพาะฟรานเมื่อเจ้าตัวเล่นกวาดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าปากไม่เลือก ไม่สนแม้กระทั่งสายตาจากคนรอบด้านและยังทำถ้าจะสั่งเพิ่มแต่โชคดีที่เจ้่าของร้านไล่ออกมาเพราะเห็นใจลูกค้าคนอื่นที่มารอหรืออีกนัยคือปล่อยไว้มันคงกินเรียบทั้งร้าน " หนุ่มน้อยนะ หนุ่มน้อย "
 
" ร้านชื่อดังที่ต้องคิวรอนานขนาดนี้ ถึงเวลาก็ต้องฟาดให้คุ้มกับที่ยืนรอสิ " ไม่พูดเปล่าร่างสูงของฟรานยังทำท่าทางประกอบให้อีกด้วย
 
     ชิเอลที่เดินอยู่ไม่ห่างกันนักได้แต่ถอนหายใจในความโชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีคนมาก ทั้งท้องถนนตอนนี้ที่แสงจากตะวันใกล้จะหมดไปทุกทีชวนให้บรรยากาศดูวังเวงจนร่างบางต้องห่อไหล่ด้วยความไม่ชอบใจเท่าไร
 
     ฟรานหยุดลงที่หน้าปติมากรรมทรงประหลาดที่เขียนว่า 'нфтег щаъбе'
ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในโดยไม่ลืมที่จะเรียกชิเอลให้เดินตามเข้าไปด้วย
 
     อีกครั้งที่ชิเอลต้องเบิกดวงตาสีมรกตที่โตอยู่แล้วให้โตยิ่งกว่าเดิมเพราะไอ้ปติมากรรมทรงประที่ด้านนอกมีขนาดแค่ราวๆสิบหกฟุดแต่พอเข้ามาด้นในกลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งดูยังไงๆก็เกินสิบหกฟุตได้ประมาณสามสิบเท่าเพราะเมื่อร่างเล็กลองกระโดดของมองรอบด้าน(เพราะเตี้ย) ก็ต้องตกตะลึงเมื่อสถานที่แห่งนี้กว้างพอๆกับสนามหลวงที่เคยไปนั่งเล่นเลยก็ว่าได้
 
     ทุกความตกตะลึงทุกหยุดลงเมื่อฟรานลากข้อมือบางของตนฝ่าฝูงชนออกไปอีกด้านหนึ่งก่อนจะเจอที่ที่ดูเหมือน ลอบบี้???
 
" กี่ห้องคะ? " ผู้หญิงตัวสีฟ้าเดินเข้ามาถามชิเอลที่เหวอรับประทานจนฟรานต้องหัวเราะออกมาเบาๆ
 
" ห้องเดียวละกัน "
 
     ฟรานตอบไปก่อนจะหันกลับมามองชิเอลที่ยังคงสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยท่าทีราวกับเด็กที่ตื่นตาไปกับสิ่งต่างๆรอบตัว 
 
" ไม่ทราบว่า เตียงเดี่ยวหรือ คู่? " พนักงานสาวตัวฟ้าหยุดมือที่กำลังจิ้มบนหน้าจอโปร่งแสงเพื่อถาม
 
" เดี่ยว "
 
" เดี่ยวหนึ่งห้องนะคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ "
 
     หลังจากที่พนักงานสาวตัวฟ้าออกเดินนำหน้าไป ฟรานก็ออกตัวเดินโดยที่ไม่ลืมลากอีกคนมาด้วย
 
     หลังจากผ่านฝูงชนมาชิเอลก็พบว่าบรรยากาศรอบตัวนั้นเริ่มสงบลงอีกครั้งก่อนจะหยุดลงหน้าซุ้มใหญ่ที่มีอักษรสีทองด้านบนเหมือนกับที่แรกที่เห็นและตามด้วย 'пч'
 
     พนักงานสาวตัวฟ้าหยุดเดินแล้ววาดมือตรงอากาศบริเวณซุ้มประตู ชิเอลมองการกะทำนั้นด้วยความข้องใจว่าเพื่ออะไร แต่อยู่ดีๆที่ที่พนักงานวาดมือไปก็ปรากฎเป็นหน้าต่างโปร่งแสงขนาดคงพอๆกับแมคบุคสิบเอ็ดนิ้วก่อนจะจิ้มจึกจึกบนหน้าจอหน้าสองสามครั้งแล้วผายมือทางซุ้มประดูราวกับจะให้เดินไป 
 
     ฟรานลากชิเอลที่กำลังงงไปทางประตูตรงหน้า ก่อนจะหันมาขอบใจพนักงานที่นำทางมาให้แล้วหันมายิ้มให้ชิเอลน้อยๆ
 
" ห้อง IIV นะคะ have great rest "
 
   เธอหันมายิ้มให้อีกครั้งก้อนหันกลับไปกดหน้่าต่างโปร่งแสงนั่นอีกครั้ง ชิเอลรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงวูบหนึ่งแต่พอลืมตามาอีกทีก็พบว่าด้านหน้าเป็นประตู
 
' IIV '
 
     ฟรานเอื้อมมือไปเปิดประตูสีน้ำเงินใหญ่ตรงหน้าก่อนจะพลักชิเอลเข้าไปด้านในของห้องนั้น (0.0!!!) 
 
 
 
 
 
 
     ภายในห้องสีทึมมีเตียงขนาดพอดีตัวอยู่สองเตียง ฟรานเดินนำเข้าไปก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียงติดกำแพง ชิเอลจึงต้องเดินไปอีกเตียงที่ติดอยู่ริมหน้าต่างอย่างไม่มีสิทธิ์เลือก หลังจากล้มตัวลงนอนร่างบางของชิเอลก็บิดไปมาบนเตียงนุ่มแม้จะเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อนแต่สำหรับตอนนี้แค่นี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว
 
     นัยน์ตาสีอเมทิสที่ทอประกายราวกับซ่อนเร้นบางสิ่งไว้ภายใน เจ้าของดวงตาทอดสายตาไปมองอีกร่างที่เกลือกกลิ้งบนเตียงสีขาวบริสุทธ์อย่างไร้เดียงสาก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางสิ่งที่คิดไว้ออกไป
 
" หนุ่มน้อย "
 
     ชิเอลผงกหัวขึ้นมาตามเสียงเรียกที่เหนือนกับจะกลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของตนไปเสียแล้วก่อนจะส่งสายตาที่เป็นราวกับจะถามว่า 'มีอะไร'
 
" เดิมทีกฎของทั้งมาเทลและอิเดโก้ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาเป็นยิ่งกว่ากฎหมายที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้งและมีมานาน กฎนั้นเขียนเอาไว้ว่า
     หากพบผู้ใดที่ไม่ใช่ประชากรของโลกอิเดโก้หรือมาเทลจะต้องส่งตัวคนผู้นั้นให้กับทางการโดยเร็วที่สุดและถ้าหากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องรับโทษไม่ว่าจะเป็นใคร " ฟรานเว้นจังหวะเอาไว้ก่อนจะหันมาสบนัยน์ตาสีมรกตของชิเอลอย่างตรง " และผู้ที่ข้ามมิติมาล้วนไร้ซึ่งพลังใดๆในการต่อกร แต่นายไม่ หนุ่มน้อยนายน่ะมีไอพลังที่รุนแรงเกินกว่าปกติ ตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรกที่กลางทะเลทรายมันมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะไม่ส่งตัวหนุ่มน้อยให้กับทางการไป แต่..."
 
     ชิเอลสบตากับคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปนเปกันไปและมากด้วยความไม่เข้าใจ
 
" ฉันอยากได้ตัวของหนุ่มน้อยมากกว่า "
 
     สิ่งที่ออกจากปากร่างสูงของฟรานทำให้ชิเอลรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าแสกหน้าเข้าอย่างจัง พอได้สติร่างเล็กก็เริ่มกระเถิบตัวหนีคนตรงหน้าพลางทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งยังมองฟรานอย่างหวาดๆ
 
" มองฉันแบบนั้นหมายความว่าไงหนุ่มน้อย! " ฟรานแหวขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาที่ส่งมาจากร่างเล็ก
 
" ก็คุณ...! "
 
     ยังไม่ทันจะจบประโยคของชิเอลร่างสูงของฟรานก็โถมเข้าใส่ตัวทันที
 
 
 
     ร่างสูงของฟรานที่ทับอยู่บนร่างอีกคนที่ดิ้นพล่านเหมือนปลาโดนน้ำร้อนลวกพร้อมทั้งทุบจิกตีข่วนสารพัดแบบจนฟรานทนไม่ไหวตั้งจับข้อมือเรียวที่บางจนกลัวว่ามันจะหักลงกดกับหัวเตียงก่อนจะใช้มืออีกข้างกดร่างเล็กๆนั้นให้อยู่นิ่ง
 
" อย่าาาานะ! "
 
" ไม่เอา! ออกไป! "
 
     เสียงกรีดร้องปัดป้องอย่างสุดฤทธิยิ่งทำอารมณ์ออกฟรานฉุนกึกเข้าไปอีกและเมื่อขาเล็กๆทั้งสองข้างของคนที่อยู่ด้านร่างเริ่มถีบร่างสูงของตน ฟรานก็ตะโกนขึ้นอย่างเหลืออด " เป็นบ้าอะไรของนายฮะ!!! "
 
" ผะ ผม "
 
" ... " ฟรานมองดวงหน้าที่เริ่มขึ้นสีจางๆอย่างข้องใจ
 
" ผมยะ ยังไม่พร้อม! " หลังจบประโยคชิเอลเบือนหน้าไปทางอื่นพลางรู้สึกว่าความร้อนนั้นวิ่งแล่นไปทั่วร่างโดนเฉพาะบริเวณใบหน้า
 
" มะ ไม่พร้อมอะไร? " ฟรานถามขึ้นอย่างตกใจเมื่อดวงตาสีสดใสเริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส
 
     เจ้าของดวงตาสีอเมทิศยังคงจับจ้องใบหน้าของร่างที่อยู่ในการควบคุมของตนราวกับจะเค้นคำตอบ เมื่อโดนจ้องเข้านานๆชิเอลก็ตั้งใจจะหันกลับไปเถียงแต่ก็ต้องชะงักเมื่อประสานเข้ากับนัยน์ตาสีอเมทิศทรงเสน่ห์ด้วยระยะห่างที่รับรู้ถึงจังหวะการหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอกของอีกฝ่าย ทั้งยังร่างกายที่แนบชิดสนิทราวกับจะหลอมรวมเป็นคนเดียวกันและเป็นร่างเล็กที่ได้สติก่อนจัดการประเคนหมัดลุ้นๆให้กับคนด้านบนอย่างไม่มียั้ง
 
ผั๊วะ!
 
     ร่างสูงหล่นลงไปสำนึกรักแผ่นดินด้านล่างเนื่องจากไม่ทันตั้งตัวพอได้สติก็ตั้งใจสวนกลับแต่ใบหน้าคมก็พลันขึ้นสีเมื่อนึกถึงระยะห่างเมื่อครู่
 
     ห้องที่เมื่อครู่เกือบจะร้อนระอุกลับกลายเป็นเงียบเชียบทันใดจนฟรานทนไม่ไหวต้องพูดขึ้นมา " หนุ่มน้อยต่อยฉันทำไม "
 
" ก็คุณเล่นพูดแบบนั้นนี่! "
 
     ร่างสูงเริ่มงงเพราะพวงแก้มอมชมพูบนหน้าเรียวนั่นขึ้นสีอีกครั้ง ก่อนจะถามว่าตนพูดอะไรออกไป ชิเอลได้ยินแบบนั้นก็พองลมใส่แก้มตัวเองอย่างขัดใจก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง
 
     ฟรานที่นั่งบนพื้นห้องก็ได้แต่งงกับท่าทีแบบนั้นและดูเหมือนว่าจะไม่หายงงเอาง่ายๆแต่แล้วชิเอลก็เป็นคนเฉลยคำตอบนั่นออกมาเอง " ก็คุณพูดว่าอยากได้ตัวผมนี่! "
 
" อ๋ออออออ เย้ย! "
 
" อะไร! " ร่างเล็กแหวขึ้นมาเนื่องจากร่างสูงมองตนด้วยสายตาเดียวกับที่ตนใช้เมื่อครู่
 
     นัยน์ตาสีอเมทิศฉายแววตกตะลึงริมฝีปากอ้ากว้างค้างไว้ในท่าทางที่ทุเรศมากหากผู้ทำหน้าตาไม่ดี ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะแพรวระยับอย่างนึกสนุกและเร็วกว่าที่ร่างเล็กจะทันตั้งตัวฟรานเอื้อมมือไปคว้าหมอก่อนจะปาไปที่เป้าหมายโดยไม่รีรอ
 
ฟุ้บ!
 
     เป็นดังคาดเมื่อหมอนเข้าเป้าเต็มๆและกำลังหล่มลงมาจากเป้าหมาย ชิเอลใช้ดวงตากลมโตจ้องฟรานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนเริ่มปาหมอนกลับไป
 
" เป็นเด็กเป็นเล็ก คิดอะไรลามก " ฟรานว่าก่อนจะปาหมอนใบเดิมกลับไป
 
     หมอนสีขาวลอยไปมาข้ามหัวของแต่ละฝ่ายไปมาเนื่องจากไม่มีใครยอมใครจนเกิดเป็นสงครามหมอนขนาดย่อมๆขึ้นมาและนั่นก็ทำให้สาระของบทสนทนาถูกเบี่ยงแบนด้วยความไร้สาระของเด็กดื้อและผู้ใหญ่ปัญญาอ่อน
 
 
 
 
 
     หลังจากการเสียทั้งเหงื่อทั้งพลังงานอย่างไร้ประโยชน์ร่างสองร่างก็พากันทิ้งตัวลงกับพื้นห้องอย่างพร้อมใจก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกัน
 
     ฟรานตัวขยับลุกขึ้นพลางจ้องไปที่ใบหน้าไร้เดียงสาที่ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ของชิเอล พลางสรรหาวิธีต่างๆที่จะบอกกับร่างบางตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดีและนั่นทำให้ชิเอลขมวดคิ้วอย่างสงสัยอาการอารมณ์แปรปวนของคนตรงหน้า
 
     ฟรานตัดสินใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงเพราะยังไม่สามารถหาวิธีที่จะอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจได้ แต่เอาเถอะตั้งใจจะพูดแล้วก็พูดให้มันจบๆไป " ที่บอกว่าอยากได้ตัวหนุ่มน้อยมากกว่าน่ะ หมายถึงไม่อยากส่งตัวของหนุ่มให้กับทางการ ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรจะแหกกฎบ้าๆนั่นแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเพราะเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างในตัวฉันบอกว่าไม่ควรจะส่งหนุ่มน้อยไป "
 
     ชิเอลมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เดิมทีทั้งคู่ไม่รู้จักกันมาก่อน การที่ฟรานจะมาช่วยเหลือตนนี่ก็แปลกมากแล้วและยิ่งเป็นการฝืนกฎที่ดูเหมือนจะร้ายแรงนั้นแล้วยิ่งทำให้เขาอยากถามว่าทำไมแต่ปากกลับถามอีกอย่างออกไป " แล้วคุณจะไม่เป็นไรเหรอ "
 
     ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมามองคนถามก่อนจะส่ายหัวเบา เขาเองก็ไม่เข้าใจการกระทำของตนเหมือนกันว่าจะหาเรื่องใส่ตัวไปทำไมทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลยแต่กลับไม่อยากปล่อยคนตรงหน้าไป ก่อนจะตอบ " ถ้ามีคนรู้ก็โดน "
 
" แต่ฉันว่ามันคุ้มเพราะคนที่พวกที่เป็นคนนอกหรือคนที่หลุดมิติมาน่ะมักจะไม่มีพลัง ไร้พลัง แต่หนุ่มน้อยกลับมีและยังมากกว่าประชาชนทั่วไปด้วยซ้ำ
     ตลอดมาฉันเคยได้ยินเรื่องราวของคนที่หลุดจากมิติอื่นมามากมายแต่คนพวกนั้นก็เป็นคนที่ไร้ซึ่งพลังใดๆเลย พอมาเจอหนุ่มน้อยเข้าฉันเลยรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรก ยิ่งเป็นคนนอกที่มีพลังแล้วด้วย " นัยน์ตาสีอเมทิศของคนพูดแพรวระยับอย่างสนุกแต่ชิเอลกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงก้อนเนื้อด้านซ้ายตอนได้ยินคำว่า 'คนนอก' และดูเหมือนฟรานจะไม่ได้สนในเพราะร่างสูงเริ่มพูดต่อ " แต่มันก็ยังอันตรายทั้งกับตัวหนุ่มน้อยและฉันเอง บางทีอาจจะเผลอทำพิรุจออกไปก็ได้ ฉันอยากให้หนุ่มน้อยน่ะปลอมตัวเป็นนักเดินทางที่เดินทางไปทั่วก่อนจะมาเจอกับฉันเข้าที่ทะเลทรายนั่นเพราะนักเดินทางส่วนใหญ่มักไม่มีข้อมูลปกติทั่วไปเช่นพวกเทศกาลประจำเมืองพวกนี้น่ะ "
 
     ร่างเล็กพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจก่อนจะฟังร่างสูงของฟรานเอ่ยต่อ
 
" และอีกอย่างฉันกำลังจะเข้าเรียนที่ฟรัวเทียด้วย ฉะนั้นนายเองก็ด้วยเพราะเมื่อใดก็ตามที่เข้าไปอยู่ในฟรันเทียไม่ว่าจะเป็นผู้คุมกฎหรือราชาที่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์จะเข้าไปวุ่นวายอีกแล้ว ที่เหลือก็แค่หาทางสอบให้ติดเท่านั้น "
 
     หลังจากนั้นชิเอลก็ต้องตกใจจนแทบหงายเมื่อร่างสูงบอกว่าการสอบจะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้นหรือพูดง่ายๆว่าพรุ่งนี้ พอหายจากการตกใจฟรานก็จัดการอบรมชุดใหญ่เรื่องการใช้ชีวิตและวิธีทำให้ผ่านข้อสอบซึ่งฟังไปมาแล้วไม่น่าจะง่ายอย่างที่ร่างสูงเลยแม้แต่น้อย
 
" เอาล่ะทีนี้มาทบทวนกันหน่อย "
 
     นัยน์ตาสีอเมทิศมองเจ้าของร่างเล็กที่ดวงตาสุกใสนั้นพราวระยับอย่างตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รู้จากร่างสูง ไม่นานชิเอลก็ขยับรอยยิ้มกว้างออกตอนที่ฟรานให้แนะนำตัวก่อนจะตอบกลับไป
 
" ชิเอล เซโรท นักเดินทางธรรมดาๆคนนึง "
 
 
 
 
 
 
 
...กริ๊ง...
 
     นอกเหนือหน้าต่างใบใหญ่ออกไปมีท้องฟ้าที่ถูกรัติกาลกลืนกินจนไร้ซึ่งแสงแห่งความหวังใดเล็ดลอดอยู่
 
     บนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าสถานที่ที่ดูคล้ายร้านอันซอมซ่อธรรมดา ขัดกับป้ายอักษรสลักสีทองหรูหราที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง 'нфтег щаъбе' นัยน์ตาสีแดงก่ำราวกับสีของโลหิตกำลังจับจ้องเข้าไปเหนือร้านอันซอมซ่อซึ่งว่างเปล่า
 
     ไอสีดำเริ่มแตกตัวขยายบริเวณคุมร่างที่ซ่อนเร้นกายในความมืดมิด มันยังคงมองเข้าไปยังที่ซึ่งว่างเปล่านั้นราวกับเห็นร่างสองร่างที่ทอดกายเข้าสู่ห้วงนิทราโดยไม่รับรู้ว่ากำลังถูกจ้องมอง
 
...กริ๊ง...
 
    ร่างสีดำทมิฬที่เห็นเพียงสีของนัยน์ตาหันขวับไปหาต้นเสียงแต่ก็พบกับความว่างเปล่า มันจึงละความสนใจไป
 
...กริ๊ง...
 
     ประสาทสัมผัสในกายพากันตื่นตัว ร่างที่เร้นกายหันหาต้นเสียงด้วยความสึกบางอย่างที่เริ่มคืบคลานเข้าเกาะกุมจิตใจ
 
...กริ๊ง...
 
     เสียงปริศนาที่ไร้ต้นตอยังคงดังขึ้นท่ามกลางความมืดที่วังเวงของห้วงราตรี เสียงของมันแหวกผ่าอากาศรอบด้านประดังเข้าสู่ร่างสีทมิฬราวกับเสียงของพระผู้เป็นเจ้ากำลังกลอกหลอนเหล่าปีศาจ
 
...กริ๊ง...
 
     ร่างสีดำวูบไหวข้ามไปยังตึกราหรือต้นไม้อื่น ราวกับจะหนีบางสิ่งที่น่าหวาดกลัว แม้ร่างสีทมิฬนั่นจะกระโดดข้ามทุกสิ่งไปไกลจากจุดเดิมแต่เสียงปริศนานั่นยังคงดังขึ้นราวกับว่าดังมาจากในหัวของมันเอง
 
...กริ๊ง...
 
     ราตรีสีดำอันมืดยังคงดำเนินต่อโดยที่ไร้ซึ่งเสียงหวีดร้องของสายลมอย่างที่ควร จะมีก็เพียงเสียงของกระดิ่งปริศนาที่ไล่ตามหลอกหลอนร่างสีทมิฬไปอย่างไม่ลดละ
 
" กรอดดด " เสียงขบกรามดังอยู่ภายในร่างที่กลืนกลินไปกับเงามืดเมื่อรู้ว่ามันไม่อาจจะสลัดเสียงปริศนาให้หลุดไปได้
 
...กริ๊ง...
 
     เสียงยังคงแหวงอากาศมาย้ำเตือนดังเช่นเงาจนแล้วร่างสีทมิฬกับหยุดชะงัก ดวงตาสีแดงก่ำจองมันที่เคยจ้องร่างอื่นราวกับกินเลือดกินเนื้อกลับกลายเป็นเรียบนิ่งไร้ซึ่งแววใดก่อนจะปรากฎเป็นหลุมดำบริเวณใต้พื้นดินก่อนที่สูบเอาร่างสีทมิฬนั้นหายเข้าไป
 
...กริ๊ง...
 
     เสียงปริศนาดังขึ้นครั้งสุดท้ายและก้องกังวานกว่าทุกครั้งราวกับเป็นเสียงกรรโชกก่อนที่ราตรีอันแสงสงบจะกลับมาเยือนอีกครั้ง
 
 
 
 
 


 
 
 
[TBC]



talk

โอะโยะโหย สวัสดีเจ้าค่ะทุกท่านนนนนนนนน >_<
รู้สึกราวกับว่าหาย(หัว)ไปนาน ทั้งที่ยังไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำไป
ต้องขอกราบอภัยอย่างยิ่งที่ลงเพียงครึ่งๆกลางๆเอาไว้จนทำให้หลายคนเกิดความสงสัยเคลือบแคลงใจ(ทั้งในนิยายและตัวข้าน้อย)-3-
แต่ขอนอนยันอีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดไปยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

เรื่องนี้ไม่ใช่แนว 'วาย' หรือชายรักชายแต่อย่างใด


และด้วยอีกประการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ล่าช้าไปเพราะด้วยน้องไอโฟนเกิดอารมณ์บูดสะบัดรักข้าน้อยกลับไปสู่พื้นดินY-Y
จึงเป็นสาเหตุของ หน้าจอแตก และ แถบคาร์บอนเจ๊ง จึงเเสียเวลาไปเปลี่ยน(ไม่มีตังค์)ซื้อใหม่
และเชสเซียคนนี้กำลังติดการ์ตูนแบบเข้าเส้น>_<
แต่ทุกท่านไม่ต้องกังวลไปเพราะอาทิตย์หน้าเปิดเรียนแล้ว =*=
ข้าน้อยจะยังคงมานั่งลงไปเรื่อยๆแม้ไม่มีคนอ่าน ฉะนั้นอย่ากังวลไปไย


ส่วนเรื่องคำวิจารณ์ที่แนะนำให้หาอิมเมจตัวละครนั้น ข้าน้อยขอบคุณจากใจจริงเลยนะเจ้าคะ
ที่ช่วยมาแนะนำให้ และในขณะนี้ข้าน้อยกำลังเร่งหาตัวละครที่มีอิมเมจใกล้เคียงอยู่ซึ่งตอนนี้หาได้แค่ ชิเอล และ ฟราน แค่สองหน่อนี้เท่านั้น
ถ้าได้เปิดคอมเมื่อไหร่จะรีบเอามาลงให้ทันทีเจ้าค่ะ>/|\<

 
     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #76 Rainy_Heart (@rainfalls) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 14:45
    มันวายอีกแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เฮ้ย! ระวังหน่อยนะคะ เพราะว่าบอกเอาไว้แล้วว่าไม่ใช่วาย
    แล้วเนื้อเรื่องออกกลิ่นสายวายแบบนี้ คนที่ตามอ่านมาอยู่อาจจะเบื่อเพราะวนกลับเข้าวาย
    แล้วเลิกอ่านไปก็ได้...

    แหม่... แต่มันน่าจิ้น 'ฟรานxชิเอล' จริงๆนะ เฮอะๆๆๆๆ
    #76
    0
  2. #38 yuko1234 (@amityforever) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 21:20
    ความพยายามจะต้องมีความหมายยย ' '
    #38
    0
  3. #37 Kuroi (@chetawan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 17:57
    ...ผมจะพยายามอ่านต่อไปโดยใช้พลังแห่งความเชื่อมั่นในสายนอร์มอลปัดเป่ากลิ่นวายที่มันลอยเข้ามาในโพรงจมูกของผมเอง...เฮ้อ~ มันก็แค่กลิ่น มันก็แค่กลิ่น...ท่องไว้ มันก็แค่กลิ่น...คนเขียนเค้าคอนเฟิร์มแล้วน่า...มันก็แค่กลิ่น...ต้นกลิ่นมันก็มาจากคนเขียนเองแหละน่า ไม่มีอะไรหรอก...มันก็แค่กลิ่น...

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มีนาคม 2556 / 17:58
    #37
    0
  4. #35 yuko1234 (@amityforever) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2556 / 12:33
    สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะไรเตอร์. ว่าเรื่องนี้มัน วาย ><
    #35
    0