Frawteer ดินแดนแห่งสุดท้ายของผู้ลี้ภัย

ตอนที่ 8 : บททดสอบจากเลอร์ดัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 เม.ย. 56





 
     บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ถูกบิดเบือนไป ชิเอลกวาดมองรอบๆอย่างหวาดระแวงพลางกระเถิบเข้าไปใกล้ฟรานอีกนิดเรียกรอยยิ้มจากร่างสูงผู้ถูกเบียดได้เป็นอย่างดี
 
     ไม่นานนักบรรยากาศก็เปลี่ยนไปจนไม่มีเค้าของห้องเก็บอาวุธดังเดิม รอบกายของทั้งคู่เป็นสีดำสนิทเหมือนมิติมายาของรีไซเดอร์ที่อยู่ในดาร์กวอร์ เพียงแต่พื้นที่ดำสนิทนั้นดูเหมือนจะเป็นน้ำเจิ่งนองไปทั่ว ทั้งเสียงจังหวะที่ตามมาหลังการก้าวเดินในแต่ละครั้งที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตามมา
 
" ยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง " เสียงหวานจับแต่เย็นยะเยือกเอ่ย
 
ติ๋ง!
 
     หลังจากนั้นมีเสียงหยดน้ำขึ้นด้านหลังของทั้งคู่ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของหญิงสาวที่ร่างกายโปร่งแสงส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ทั้งคู่
 
" นี่คุณเป็นรีไซเดอร์เหรอฮะ "
 
     ร่างของหญิงสาวที่ถูกเรียกว่ารีไซเดอร์ไม่ได้เอ่ยคำเพียงแต่พยักหน้าเบาๆแทนการตอบคำถามของชิเอล ก่อนหันไปบอกประโยคหนึ่งกับฟราน " ข้าคือรีไซเดอร์ในดาบเลอร์ดัวมีหน้าที่คัดเลือกผู้ที่จะเป็นนาย เมื่อท่านสัมผัสดาบถือว่าท่านเตรีมใจมาแล้วใช่หรือไม่ 'ฟราน ฟิลลาเฟีย เอวดิลา' "
 
     ร่างโปร่งแสงถามเพื่อรอรับการยืนยันจากร่างสูงแต่เสียงของชิเอลก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน " ทำไมรีไซเดอร์ของผมเป็นมังกรหน้าอี๋แต่ของคุณ เป็นคุณผีสาวสวยล่ะ ไท่เห็นยุติธรรมเลย "
 
มังกรหน้าอี๋? ผีสาว?
 
     ทั้งฟรานและรีไซเดอร์ที่กลายเป็นผีสาวมองหน้าสวยของชิเอลที่กำลังขมวดคิ้วรอคำตอบอยู่
 
" รูปร่างของพวกข้าขึ้นอยู่กับพิธีสถิตตอนสร้างดาบ ดาร์กวอที่มีมังกรของเจ้านั้นเกิดจากพลังมังกรทมิฬ เมื่อครั้งยามแรกที่ดาร์กวอร์กำเนิดหาใช่อย่างที่เป็นอยู่ไม่ เดิมทีดาบดาร์กวอร์มาจากฝั่งของอณาจักรดราโก้ ได้รับพลังจากพันธะสัญญาของมังกรขาวในอณาจักร แต่ชื่อดาร์กวอร์นั้นมาจากการที่ดาบถูกนำข้ามมาและนำไปใช้ในการกวาดล้างเผ่าพันธุ์มังกรจนกลายเป็นดาบต้องสาปจากจ้าวมังกรดำ " ผีสาวบอกคำตอบที่ทำให้ชิเอลถึงกับขนลุกไปทั้งตัวกับคำว่า ต้องสาป แต่ก็ยังไม่วายถามต่ออีก
 
" แล้วทำไมคุณถึงเป็นผู้หญิงล่ะฮะ "
 
     ฟรานถึงกับมองหน้าชิเอลในคำถามที่ดูแปลกๆ ถามผู้หญิงว่าทำไมเป็นผู้หญิง แล้วนายทำไมเป็นผู้ชายล่ะชิเอล อันหลังนั้นได้แต่เพียงคิดในใจเพราะหากพูดออกไปคงไม่จบง่ายๆเป็นแน่
 
     แต่กระนั้นรีไซเดอร์ที่ถูกเรียกว่าผีสาวก็ยังยิ้มรับพร้อมทำหน้าที่ตอบคำถามต่อชิเอล " ตัวข้าที่อยู่ในดาบเลอร์ดัวเดิมทีเคยเป็นหนึ่งในราชนิกูลของมาเทลหรือที่ผู้คนรู้จักกันในนามลูสแลนด์ดินแดนที่สาปสูญไป ยามเมื่อข้ายังเป็นคน ข้าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงอาณาจักรของข้า ก่อนที่การที่การพังทลายจะมาถึงแต่ก็ไม่ท่วงทัน ข้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้ ในวาระสุดท้ายของตัวข้านั้น ร่างข้าถูกนำเข้าสู่พิธีสถิตวิณญาณทำให้เศษเสี้ยวของวิญญาณยังคงอยู่ในดาบเลอร์ดัว "
 
     ชิเอลฟังเรื่องราวที่ผีสาวเล่าราวกับเป็นเทพนิยายก่อนนอน แถมยังทำท่าว่าจะถามต่อจนฟรานต้องปรามเอาไว้ ก่อนที่ร่างเล็กที่ตนพามาจะจับเข่าคุยกับรีไซเดอร์จนลืมสาเหตุของการมาเยือนในที่แห่งนี้
 
" ฉันมานี้เพราะจะเอาดาบนะเฟ้ย! ไม่ใช่ให้หนุ่มน้อยกับผีดาบมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันน่ะ! "
 
ผีดาบ!?
 
     รีไซเดอร์ ผีสาวที่กลายเป็นผีดาบโดยไม่ตั้งใจหัวร่อออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับว่าที่นายของตน " งั้นท่านคงพร้อมจะรับบททดสอบแล้วสินะ "
 
" มาเลย! พร้อมแล้ว! หิวแล้วด้วย! "
 
" หากเป็นเช่นนั้นข้าคงต้องบอกท่านก่อนว่าหากท่านไม่สามารถผ่านบททดสอบของข้าซึ่งเป็นรีไซเดอร์ของดาบไปได้ ไม่ว่าท่านหรือแม้กระทั่งเพื่อนของท่านก็ไม่อาจจะคงเหลือตัวตนในโลกแห่งความเป็นจริงได้ และนี่คือการทดสอบของท่าน หากท่านทำสำเร็จท่านจะพบกับเพื่อนท่านอีกครั้งแต่หากไม่...  " ผีสาวแล้วจังหวะไว้ก่อนที่ร่างบางของชิเอลจะหายไป ดวงตาสีอเมทิสเบิกกว้างอย่างตกตะลึง " หวังท่านคงเข้าใจ "
 
     คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างชั่งใจในขณะที่บรรยากาศรอบๆตัวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง


 
...ต้องชนะ ไม่ว่าบททดสอบคืออะไร จะต้องชนะเท่านั้น!...






 
 
 
 
" ท่....ราน  ท่าน....น ท่านฟราน! "
 
     ร่างของชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกทันทีพลางหันไปมองรอบตัวอย่างมึนงง เมื่อรอบการของตนไม่ได้เป็นสีดำอย่างเมื่อครู่ แต่กลับเป็นห้องโถงใหญ่ที่ผสมเคล้าคลอไปด้วยเสียงดนตรีกับเสียงของผู้คน ฟรานหันมองข้างตัวก่อนจะตกตะลึงเมื่อหญิงสาวผมทองดวงตาสีครามที่อยู่ในชุดเต้นรำสีชมพูฟูฟ่องกำลังหันมามองตนก่อนที่มือเรียวของสาวเจ้าจะโบกไปมาด้านหน้าจนฟรานต้องผงะออก
 
" ท่านเป็นอะไรรึเปล่า " ริมฝีปากสีกุหลาบแย้มถาม แต่ก็ยังไม่มีคำตอบใด จะมีก็แต่เพียงเสียงที่หลุดลอดออกไปอย่างไม่ได้เจตนา
 
" เทีย... " นัยน์ตาสีมรกตยังคงจับจ้องร่างเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง
 
" ใช่! ข้านีแหละเทีย ท่านเป็นอะไรรึเปล่าฟราน "  หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องชายหนุ่มกลับและดวงตาสีครามทอแสงของความห่วงใยจนฟรานเผลอหลุดถอนหายใจเฮือกใหญ่
 
     สาวเจ้าของนามเทียยิ้มน้อยก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะให้กับชายหนุ่มที่จ้องตนไม่ละสายและยังไม่ทันที่จะเอ่ยสิ่งใด มือเรียวบางก็หยุดเอาไว้เสียก่อน รอยยิ้มงามเริ่มปรากฏบนดวงหน้าหมดจดอีกครั้งก่อนที่ร่างสูงจะถูกลากออกไปกลางวงเต้นรำโดยไม่ทันจะปฏิเสธ
 
     ท่านกลางเสียงหัวเราะที่รายล้อม ริมฝีปากบางแย้มยิ้มขณะที่หมุนรอบตัวเองก่อนจะมาหยุดลงในอ้อมกอดของร่างสูง นัยน์ตาสีครามแพรวระริกอย่างนึกสนุกเรียกให้นัยน์ตาสีอเมทิสทอประกายเอ็นดูออกมา ไม่นานนักฟรานก็หัวเราะไปกับเสียงดนตรีและท่าทางของหญิงสาว
 
     เพลงแล้วเพลงเล่าถูกบรรเลงเคล้าเสียงหัวเราะของผู้คน ร่างสูงหลงลืมทุกสิ่งอยู่ในวังวนกระทั่งบทเพลงสุดท้ายได้จบลง ทั้งคู่ยังคงยืนท่ามกลางวงเต้นรำที่พากันเลิกลา ก่อนที่เทียจะเอ่ยบางสิ่งออกมาที่เรียกพวงแก้มใสของตัวเองให้ขึ้นสีไปด้วย
 
" เอ่อ คือข้าน่ะ... " แล้วสาวเจ้าก็หลุบตาลงต่ำแต่ยังแอบเห็นใบหน้าซีกหนึ่งที่แดงไปถึงใบหู
 
" คือข้า...เอ่อ "
 
     สาวเจ้าของนามเทีย ม้วนถุงมือลูกไม้สีขาวคู่บางไปมาพลางหลบสายตาของร่างสูงที่จ้องราวกับจะกลืนกิน และนั้นทำให้ฟรานยิ่งอยากรู้มากยิ่งขึ้น
 
" คืออะไร " ใบหล่อหล่อเหลาที่ประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยื่นเข้าไปใกล้รูปหน้าเรียว ราวกับจะเค้นคำตอบ
 
     พวงแก้มขาวขึ้นสีเข้าไปอีกเมื่อพบว่าดวงตาสีอเมทิสทรงเสน่ห์กำลังจ้องไม่วางตา แถมยังอยู่ในระยะห่างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหายใจของอีกฝ่าย สาบานได้ว่านี่เป็นการเค้นคำตอบที่ทรมานที่สุดเพราะหัวใจดวงน้อยๆของเทียแทบจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ
 
" ขะ ข้ารักท่าน "
 
     พอจบประโยคเทียเอาแต่ก้มหน้าร้อนๆของตน ส่วนฟรานรู้สึกเหมือนกับหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะ มือไม้ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปไว้ตรงไหน พลันความร้อนก็วิ่งแล่นไปผิวขาวของใบหน้าหล่อเหลาเมื่อสตรีที่เพิ่งเอ่ยคำรักโถมตัวมากอดเอวของตนเอาไว้
 
     ฟรานมองเหตุการณ์ที่เกิดกับตนอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรทั้งลิ้นทั้งฟันพันกันจนพูดออกมาจับใจความไม่ได้ " คือขะ ข้า "
 
" ท่านอย่าเพิ่งตอบข้า " เทียแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนในขณะที่ยื่นมือมาปิดริมฝีปากของร่างสูงตรงหน้า เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายพูดอะไรเพราะแค่เห็นท่าทางหัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวไปด้วยความปรีดี " อย่าให้ข้าหลงท่านไปมากกว่านี้เลย ฟราน "
 
     ร่างสูงยิ้มออกมานั้นก็ทำให้เทียยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ แต่ก็ยังไม่หยุดยิ้ม ในที่สุดทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
 
     เชื่อไหมว่าเวลาเเห่งความสุขมักจะสั้น เมื่อเทียบกับเวลาที่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ แต่เชื่อเถอะตอนนี้ทั้งฟรานทั้งเทียต่างก็มีความคิดตรงว่าต่อให้ตายตรงนี้ก็ยอมและดูเหมือนพระเจ้าจะกลั่นแกล้งหรือเป็นใจให้กับคำปรารถนาที่ไม่ได้ต้องการอย่างแท้จริง
 
" กรี้ดดดดดดดดดดดดด!!! "
 
     ทั้งคู่หันไปตามเสียงกรีดร้องนั่นพบบางสิ่งที่ที่ดูเหมือนไอดำกำลังรัดคอระหงจองสตรีนางหนึ่ง เทียถึงกับหลุดอุทานออกมา " พระเจ้า "
 
" กะ กรี้ด! อัํก! "
 
     เสียงเดิมดังขึ้นรอบๆตัวของทั้งคู่ ตอนนี้เงาดำมากมายกำลังรัดร่างของผู้คนที่อยู่ในงานต่างก็ดิ้นรนด้วยความทรมานผู้ใดที่ขัดขืนเงานั่นก็จะแปลสภาพคล้ายดาบทะลวงร่างของผู้ที่คิดจะต่อกรจนกระทั่งพื้นหินอ่อนที่เคยเป็นสีขาวถูกย้อมด้วยสีของหยาดโลหิต
 
" นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น " ฟรานกุมมือบางของเทียพลางวิ่งฝ่าทุกอย่างไปทางข้างหน้า
 
     ปราสาทหลังงามที่เคยกึกก้องไปด้วยเสียงความสุข ตอนนี้เต็มไปเสียงกรีดร้องของผู้คน ทั้งคู่วิ่งได้ไม่นานก็ต้องหยุดลงเมื่อร่างที่ถูกเงาดำแทงนั้นลุกขึ้นมาก่อนจะฉีกยิ้มสยอง ริมฝีปากที่มีคราบเปื้อนสีแดงของลิบสติก พยายามเอ่ยบางสิ่งพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ไหลทะลักที่ออกมา
 
" จะไปไหน " ร่างนั่นเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์แต่ริมฝีปากนั่นยังไม่หยุดยิ้มสยอง
 
     ฟรานหันซ้ายขวามองหาทางช่องหนี แต่ทุกที่เต็มไปด้วยศพที่กำลังลุกขึ้นมาเซย์ไฮกันอีกครั้ง ไม่นานเกินรอทั้งคู่ถูกล้อมด้วยซากศพมีชีวิต ฟรานพยายามลากเทียฝ่าฝูงศพไปแต่ดูเหมือนอยู่ดีๆสาวเจ้าก็หยุดเอาเฉยๆ ฟรานมองไปตามทางที่ดวงตาสีครามที่สั่นระริกกำลังมองอยู่ก็กับพบคำตอบ
 
     ร่างเพรียวบางระหงของสตรีที่ดูสูงศักดิ์บนชุดราตรีสีน้ำเงินเปื้อนเลือดกับดวงตาสีเดียวกับร่างบางข้างตัวของฟรานกำลังเดินเข้ามาหาทั้งคู่
 
" เทียเจ้าต้องไป " ฟรานพยายามเตือนสติคนข้างตัวแต่เทียขืนตัวไว้ ก่อนริมฝีปากสั่นระริกจะเอื้อนเอ่ยคำ
 
" ท่านแม่ " ดวงตาสีครามที่เคยสุกใสบนใบหน้างามเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมายข้อมืองามพยายามไขว่คว้าร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า
 
" เทีย ลูกข้า... " เสียงเย็นเยียบรอดออกมาจากริมฝีปากของซากศพตรงหน้า บิดเบี้ยวราวกับกรีดร้อง
 
" เทียเจ้าต้องไป! นั่นไม่ใช่แม่เจ้า! "
 
" ไม่! ไม่! ท่านแม่ ท่านแม่! " เทียกรีดร้องราวกับเสียสติข้องมือบางไขว่คว้าร่างของมารดา
 
     ฟรานพยายามลากร่างบางออกมาอย่างยากลำยากเมื่อร่างนั้นไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งยังจะมีพวกซากศพอื่นที่เริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่ร่างในอ้อมแขนตนนั้นยังดิ้นรนไม่หยุด
 
     ชั่วพริบตาที่มีร่างยักษ์ที่โชกเลือดพุ่งเข้ามาหาทั้งคู่จนเทียกรีดร้องด้วยความตกใจ " กรี้ดดดดด!! " แต่ก่อนที่ร่างนั้นจะถึงตัวของทั้งคู่ฟรานวาดขาเตะร่างผู้จู่โจมจนร่างของอีกฝ่ายกระเด็นไปชนกำแพงอีกฝาก ศรีษะขนาดยักษ์นั่นหักพับลงไปด้านหลังแต่ร่างนั่นยังลุกเดินเข้ามาหาทั้งคู่พร้อมเสียงหัวเราะอันน่าขยะแขยง
 
" ฮี่ฮี่ฮี่ "
 
" กรี้ดดดดด! "
 
     ฟรานเตะเข้าที่อีกร่างนึงที่พยายามลากขาของเทียไป จนไม่มีทางจะไปต่อ ทั้งสองยืนอยู่กลางวงล้อมซากศพ
 
     มีดทำครัวอาหารที่คว้ามาได้ถูกฟรานกวัดแกว่งไปมากันพวกซาก ไม่ให้เข้าหากระทั่งไอสีดำที่แปลสภาพคล้ายมีดพุ่งเข้าใส่ทั้วคู่ ฟรานร่ายเวทป้องกันเป็นบาเรียใส 
 
เปรียะ!
 
     ไอสีดำดันเข้ามาอย่างรุนแรงจนบาเรียใสแตกลงแต่ไอนั่นยังไม่หยุดพุ่งเข้ามา ในเวลาที่เกราะที่ป้องกันทั้งคู่เอาไว้ถูกทำลาย เทียเบิกตาขึ้นอย่างตกตะลึงก่อนจะก้มลงเอามือป้องหัวไว้ด้วยความตกใจ ฟรานใช้ช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจกอดร่างบางตรงหน้าเอาและเอาแผ่นหลังตนเป็นเกราะสุดท้าย
 
     ในเวลาที่ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจทั้งคู่เทียสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบอุ้ม มันส่งผ่ามมาจากร่างสูงที่กำลังสวมกอดตนอยู่ " ข้ารักเจ้านะเทีย "
 
     ดวงตางามระรื่นไปด้วยหยด ความรู้สึกทุกอย่างผสมปนเปกันทั้ง ดีใจ ตื้นตัน หวาดกลัว เศร้าโศกและเทียไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้เมื่อร่างสูงเอ่ยปนะโยคต่อมา " รัก รักมานานแล้ว "
 
" ข้าก็รักท่าน ฮึก ขอบคุณ ฮึก " ข้อมืองามเอื้อมโอบกอดร่างสูงของฟรานไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างตรงหน้าจะหายไป ฟรานมองดวงหน้างามแล้วยิ้มเศร้า พร้อมหลับตาลงยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
 
สวบ! 
เสียงเมื่อบางสิ่งทะลวงร่างไป
 
อึ๊ก!
เสียงที่บอกถึงความเจ็บปวด
 
     หยาดโลหิตมากมายสาดกระเซ็นทั่วร่างที่อยู่เบื้องหลัง ดวงตาสีอเมทิสสั่นระริกใบหน้าคมซีดเผือด
 
     ใบหน้าหวานที่เคยถูกแต่งแต้มบัดนี้กลับไร้ซึ่งสีใดๆดวงตางามพล่าเลือนด้วยหยาดน้ำ ริมฝีบางสั่นระริกก่อนจะทรุดลงตรงนั้นอย่างมิอาจทน
 
" เทียยยยยยยย!!!!! "
 
     ฟรานมองร่างที่เคยอยู่ในอ้อมแขนตน ร่างที่บัดนี้เประเปื้อนไปด้วยสีของโลหิต ร่างที่บัดนี้สั่นระริก ภาพตรงหน้านั้นทำให้ฟรานแทบขาดใจ ดวงตาสีอเมทิสเริ่มพล่าไปด้วยหยาดน้ำใสในขณะที่ปากยังคงกรีดร้องเรียกชื่อของร่างบางราวกับขาดใจ
 
     เทียมองร่างสูงที่โอบตนไว้ด้วยดวงตาที่ถูกบดบังไปเพราะหยาดน้ำ มือบางสัมผัสใบหน้าคมอย่าวแผ่วเบา " ข้ารักท่านและจะรักเสมอไป แม้ว่าร่างนี้จะแหลกสลายไปก็ตาม "
 
     หน้าคมที่แปดเปื้อนไปด้วยสีของหยาดโลหิตซุกหน้าเข้าหาอ้อมกอดของร่างบางเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้
 
" เจ้าต้องไม่เป็นอะไรเทีย! เจ้าต้องอยู่กับข้า! "
 
     ดวงตาสีครามทอประกายเศร้าในขณะที่ร่างสูงของฟีานจมอยู่กับความเศร้าโศกโดยไม่สนใจซากศพของคนที่เริ่มคลืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
 
" ท่านต้องอยู่ต่อ ท่านต้องใช้ชีวิตที่เหลือแทนข้าด้วย " มือบางที่สั่นระริกใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายพลักร่างสูงให้ออกห่างจากตน ซากศพมากมายกำลังบดขยี้ร่างอันบอบบางของเธอ หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลางทิ้งความรู้สึกสุดท้ายเป็นคำพูดที่กรีดแทงความรู้สึกของที่ฟังไปชั่วนิรันดร์
 
" ข้ารักท่านนะ ฟราน... "
 
     เสียงสุดท้ายของเทียบาดลึกลงไปในความรู้สึกผู้ฟังเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ราวกับด้ายเส้นสุดท้ายที่เหนี่ยวรั้งทุกสิ่งนั้นขาดลง


     ไอพลังสีม่วงอ่อนระเบิดตัวออกเป็นวงกว้างราวกับจะตอบรับความเกรี้ยวกราดของผู้เป็นนายโดยไม่มีท่าทีที่จะหยุดลง ไอเวทสีม่วงเฉกเช่นเดียวกับดวงตาของผู้ใช้ยังคงบีบอัดแน่น แผ่ขยายไปเรื่อยๆดั่งกับแสงสุดท้ายที่กลืนกินทุกสิ่งให้สิ้น
 
 
 




 
 
     กลับมาสู่ปัจจุบัน
 
 
     ร่างสูงของฟรานนิ่งเงียบตั้งแต่ออกมาจากห้องอาวุธ ทำให้ชิเอลที่เดินตามมาติดๆได้แต่มองตามด้วยความกังวลเพราะรอยยิ้มกวนประสาทบนหน้าของฟรานนั้นได้หายไป
 
     ทั้งสองเดินออกมาจนถึงโซนหน้าร้านที่มีผู้คนพลุกพล่านไปมา ฟรานเดินไปหยุดหน้าเคาเตอร์เพื่อจ่ายเงิน
 
" ดาร์กวอร์ กับ เลอร์ดัว นะครับ "
 
     พนักงานเก็บเงินที่ดูไปดูมาคล้ายกับปลาทองหัวโตๆปูดๆที่ชิเอลเห็นโรจับใส่โถแก้วมาวางไว้บนโต๊ะห้องนั่งเล่นซึ่งสำหรับเขามันเป็นอะไรที่เกะกะมาก
 
" ทั้งหมด 90,000 ฟรันครับ " พนักงานคิดเงินที่หน้าตาเหมือนลูกครึ่งปลาทองห่อดาบทั้งสองก่อนจะเอ่ยถามในขณะที่ยังไม่หยุดห่อดาบ " ไม่ทราบว่าจะให้ส่งไปที่ไหน หรือคุณลูกค้าจะถือไปด้วยเลย "
 
" ส่งที่โรงเรียนฟรัวเทีย " เสียงราบเรียบตอบกลับ
 
" ครับ ของทั้งหมดทางร้านจะส่งให้ภายในวันนี้ระครับ " ชิเอลมองของที่ถูกส่งไปตามทาง "สนใจจะรับยาเพิ่มพลังเวท ยาพิษ น้ำมันพราย ยาถอนพิษ ยาเกล็ดหิมะ ยาประกายเพลิง เพิ่มมั้ยครับ"
 
...'น้ามันพราย!!!'...
 
...มาถึงนี่เลยเหรอ...
 
" ไม่ล่ะ " ฟรานบอกปัดไปในขณะที่ชิเอลยังงงกับสินค้าพอรู้ตัวอีกทีร่างสูงของฟรานก็เดินออกไปจากร้านเสียแล้ว
  
...ฟราน...

   
 ชิเอลมองร่างที่เดินนำหน้าไปอย่างไม่เข้าใจ พลางนึกหวนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
 
 
 

 
 
     หลังจากม่านพลังสีม่วงถูกระเบิดออก บรรยากาศรอบด้านเริ่มกลับเข้าสู่ความมืดมิดอีกครั้ง ดวงตาสีอเมทิสหันมองรอบตัวก่อนไปสบเข้ากับดวงตาสีมรกตของอีกผู้หนึ่ง
 
 ...เฮือก!!!...
 
     ร่างบางของชิเอลถึงกับหลุดหายใจผิดจังหวะเมื่อดวงตาสีอเมทิสที่เคยดูขี้เล่นกลับทอแววยะเยือกจนน่าหวาดกลัว ชิเอลพยายามควบคุมร่างกายของตนไม่ให้สั่นเมื่อต้องสบเข้ากับดวงตาของอีกฝ่ายถึงกระนั้นร่างบางยังพยายามรวมรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเรียกชื่ออีกฝ่ายไป
 
" ฟราน "
 
" ... "
 
" คุณทำอะไร? " เมื่อไม่ได้คำตอบจากเจ้าตัว ชิเอลจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นรีไซเดอร์ที่อยู่ด้านหลังแทน แต่คำตอบที่ได้คือใบหน้าสวยที่โปร่งแสงนั้นส่ายไปมาเบาๆและหันกลับไปให้ความสนใจร่างสูงแทน
 
" ท่านได้พิสูจณ์แล้ว " รีไซเดอร์สาวเอ่ยท่ามกลางความเงียบงัน
 
" พลังของท่านมากพอที่จะเป็นนายแห่งข้า "
 
     หลังจากนั้นรีไซเดอร์ก็กลับเข้าไปอนู่ในดาบเลอร์ดัวและทิวทัศน์รอบด้านก็กลับมาเป็นห้องสีทึมที่เต็มไปด้วยศาสตราวุธมากมาย
 
      หลังจากนั้นชิเอลก็ได้แต่มองตามหลังของรูงสูงที่อยู่เบื้องหน้าไปอย่างเงียบๆด้วยความกังขามากมาย บางทีเหตุการณ์นั่นอาจจะไปสะกิดแผลของฟรานเข้าก็ได้ ทั้งที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ใดเลย แต่เพราะเหตุใดกลับรู้สึกว่าบางสิ่งที่ร่างสูงเห็นนั้นเกี่ยวข้องกับตน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาฟุ้งซ่านไปเอง เมื่อคิดแบบนั้นชิเอลจึงเลือกที่จะปล่อยให้เวลาชะล้างความทรงจำและอารมณ์ของคนเบื้องหน้าแทนการเข้าไปปลอบ เพราะการทำเช่นนั้นก็เหมือนกับการซ้ำเติมแผลนั้นให้ลึกลงไปอีก
 
 
 
 
 
 
 
              .....แผล  ทุกคนย่อมมีบาดแผล.....
 
                            บาดแผลที่บาดลึกลงลงไปในใจ
                            บาดแผลที่แม้การเวลาจะผ่านไป
                            บาดแผลนั้นอาจถูกลบเลือน
                            แต่ยังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้
                            ราวกับการย้ำเตือน
                            ให้ผู้นั้นได้ตระหนัก ถึงความเป็นจริง
                             เวลาที่ไม่อาจหวนคืน
                             บาดแผลที่ยังคงอยู่ในหัวใจและห้วงความทรงจำ
                             บาดแผลที่คอยฉุดรั้งให้ผู้คนไม่สามารถก้าวเดินต่อไป
 
                              หรือ...
 
                       ฉุดให้คนผู้นั้นก้าวเดินต่อไปบนความเจ็บปวดของตนเอง...
 








 
 
[TBC]








สวัสดีเจ้าค่ะ>_<
วันนี้ข้าน้อยเดินทางไปมอบตัวที่โรงเรียน พร้อมทั้งยื่นหลังสือขอเปลี่ยนายจากศิลป์-คำนวณ ขึ้นไปเป็นวิทย์-คณิต แทนเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆเลยเจ้าค่ะ
ทั้งต้องเขียนจดหมายยื่นเรื่องของเปลี่ยนสาย เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ
จนนึกว่าวันนี้จะไม่มีเวลามาลงซะแล้ว -0-
แถมยังเข้าเด็กดีไม่ได้ด้วย ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม จนข้าน้อยต้องเปลี่ยนคอมไปถึงสามเครื่อง จากไอโฟน คอมพี่ชาย พี่สาว และมาจบลงที่ของตัวเอง =_="
เป็นอะไรที่ยากลำบากมากๆแต่ก็ไม่ละความพยายามจนในที่สุดตอนนี้ frawteer ตอนล่าสุดก็ออกมาเฉิดโฉม ฝากเอาไว้ในใจของผู้คน >_<\

ถึงกระนั้นข้าน้อยก็ยังเป็นเพียงมือใหม่จึงขอความกรุณาทุกคน ช่วยวิพากวิจารณ์เพื่อที่ข้าน้อยจะได้นำข้อติติงต่างๆมาพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก
จึงขออนุญาติกล่าวขอบคุณล่วงหน้า ณ ที่นี้เลยนะเจ้าค่ะ ^-^

 
 
 
 
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #75 Rainy_Heart (@rainfalls) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 14:36
    อดีตของฟราน ดราม่าดีจังเลยนะคะ แต่สิ่งที่ทำให้รีไซเดอร์(เขียนถูกป่าว?)ในดาบยอมรับฟรานได้มันก็ยังคลุมเครืออยู่

    อีกอย่าง ไรต์เตอร์ใช้สเปซบาร์หรือว่าแท็บในการทำย่อหน้าคะ เพราะเหตุส่วนทิ้งท้ายของตอน ย่อหน้ามันโย้ๆ
    ถ้าใช้สเปซบาร์ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้กดปุ่มแท็บ (เหนือแคปส์ล็อก) แทนค่ะ จะได้ย่อหน้าที่เท่ากันนะคะ ^ ^
    #75
    0
  2. #33 Kuroi (@chetawan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 21:00
    ฉากอดีตนั้นดราม่าได้ใจ... 
    #33
    0