คัดลอกลิงก์เเล้ว

ฟิค อีกากินทุเรียน Painful

ว่ากันว่าเจ็บกายก็ยังไม่เท่ากับเจ็บใจ ในขณะทุกอย่างกำลังไปได้สวย 'อีกาดำ' กลับเป็นฝ่ายผิดสัญญาด้วยการนอกใจก่อนซะเอง... เห็นทุเรียนใจเย็นแบบนี้ แต่ความอดทนของเราก็มีขีดจำกัดนะ!

ยอดวิวรวม

1,368

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,368

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


32
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 มี.ค. 60 / 19:08 น.
นิยาย Ԥ աҡԹ¹ Painful ฟิค อีกากินทุเรียน Painful | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คือเรารู้สึกว่าฟิคก่อนมันไม่หวานพอ บวกกับความเฮิร์ทจากเมื่อคลิปก่อนมันทำให้ยังมีแรงฮึด ก็เลยจัดฟิคมาอีกสักฟิค แต่ เอ... มันจะดราม่าหรือเปล่าหนอ... นั่นสินะ...

.........................................................
         "เรา...เลิกกันเถอะนะครับ" 
         ถ้อยคำสั้น ๆ แต่สะเทือนทั้งดวงใจ สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อนทำให้เขาตกใจ ดวงตาคมกริบจ้องมองกลับด้วยความงุนงง ท่ามกลางความตกใจของใครอีกหลายคนที่อยู่ตรงนั้น หากแต่มือที่จะรั้งไว้แขนเล็กนั่นไว้ก็ถูกสะบัดออก

         "น้องทุเรียน ฟังพี่ก่อนนะ เรื่องทั้งหมด..."
         "พอแล้ว ไม่ต้องมากรอกหูอะไรใส่ผมทั้งนั้น ทุกสิ่งที่พี่พูดน่ะ เรื่องโกหกทั้งหมดเลย ทั้งคำสัญญาที่บอกว่าจะรักผมแค่คนเดียวทั้งชีวิตพวกนั้นน่ะ ฮึก ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาพูด!"


b e r l i n ?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 มี.ค. 60 / 19:08


                     
 
  B E R L I N ❀
Painful
Pair : อีกาxทุเรียน,อีกาx(?)
Rate : Pg 13 หรืออาจจะ 15

          "เราจะช่วยมาเป็นทุเรียนน้อยของพี่คนเดียวได้หรือเปล่าครับ" หน้ากากอีกาดำว่าเสียงทุ้ม ดวงตาคมกริบจ้องกลับมายังเด็กน้อย เขาเอื้อมไปจับมือของคนตรงหน้าขึ้นมาเกาะกุม จากร่างที่แข็งทื่อก็สะดุ้งเฮือกจนรู้สึกได้ จากความร้อนที่ส่งผ่านมายังนิ้วมือ ทั้งความสั่นเกร็งราวกับลูกนก ก่อนที่ชายหนุ่มโน้มหน้าไปหาก็ผงะเกร็งถอยหลังกลับมา
          น่ารัก...จนอยากฟัดแก้มสักที
          "ตอบคำถามพี่สิ"

          "อึก" ดวงหน้าใต้หน้ากากทุเรียนขึ้นสีแดงจัด หากไม่ใช่เพราะมีเจ้านี่ปิดบังเขาคงหาทางสะบัดมือให้หลุดมุดหน้าหนีลงดินไปแล้ว เดาได้เลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายต้องกำลังยิ้มขำเขาอยู่แน่ ๆ
          "พี่อีกาดำฮะ"
          "ครับ?" คนอายุมากกว่าตอบกลับเสียงพร่าแต่หวาจ๋อยจนคนฟังต้องหน้าขึ้นสีอีกรอบ
          "ไปคุย...ในที่ที่มีแค่พวกเราสองคน...ไม่ได้หรอฮะ" น้ำเสียงนั่นยิ่งเบาเข้าไปทุกทีเมื่อทุเรียนลูกน้อยเงยหน้าขึ้นมองเขาสลับกับเหลียวซ้ายขวา

         ดูท่าอีกคนจะรู้ตัวซะแล้วว่าไม่ได้มีแค่พวกเขาตรงนี้ อีกาดำหัวเราะออกมาจนเด็กน้อยต้องย่นหน้า ลืมตัวไปชั่วขณะ
          "หัวเราะอะไรครับพี่อีกา"
          "น้องทุเรียนนั่นละครับ จะทำตัวน่ารักเกินไปแล้วนะ" จงอยปากดำยื่นไปใกล้หูก่อนจะกระซิบย้ำคำเดิมให้ใจต้องเต้นไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะย้ำคำอีก

          "สรุปแล้วจะตกลงหรือเปล่าครับ ทุกคนรอคำตอบเรานานแล้วนะ"
          วู้ว!
          บรรดาหน้ากากมุงทั้งหลายแหล่หลบจากก้มตัวเด้งขึ้นมาเอ่ยปากเชียร์ หน้ากากเขียวแทบจะละลายไปเพราะความเขิน ได้แต่ส่ายหัวไปมาแล้วสุดท้ายก็ยอมส่ายหัวขึ้นลง เด็กน้อยสะดุ้งเฮือกอีกระลอกเมื่อรุ่นพี่คนสำคัญดึงเขามากอดตรงหน้า เลื่อนหน้ากากของตัวเองและเขาแล้วจูบเบา ๆ เรียกเสียงของคนรอบนั้นให้ดังก้อง ทุเรียนลูกน้อยได้แต่มุดหน้าอกแกร่งทุบอกอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

          ...นับจากนั้นมันก็ผ่านมาได้สามปีแล้วที่เขาคบกับอีกาดำมา ภายในเมืองเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างจะห่างไกลนี้ ผู้คนมากมายทั้งสวมและไม่สวมหน้ากากที่ปะปนกันไปหากแต่ยังอยู่ร่วมกันได้ และแน่นอนว่าความรักของพวกเขาก็ไม่ได้จืดจางลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว 
          "อรุณสวัสดิ์ฮะ" เสียงหวานใสดังลอดออกมาระหว่างที่ทุเรียนน้อยปั่นจักรยานภายในเมืองแห่งนี้ไปร้านของตน ทั้งหน้ากากผัดไทยหรืออีกหลายคนที่ไม่ได้ใส่หันมายิ้มให้เขาเป็นระยะ ก่อนจะเอ่ยคำแซวถึงคนรักที่ไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน วันนี้เด็กน้อยก็เกือบจะสุกจนไหม้อีกรอบก่อนเปิดร้านซะแล้ว

          แทบจะในวินาทีที่เขาปั่นเข้ามาถึงหน้าร้าน ภาพคู่รักคู่มึนก็ปรากฏสู่สายตา จิงโจ้ตัวแสบถือวิสาสะเข้าร้านนั่งกินกาแฟกับหน้ากากระฆังก่อนเวลาเปิด เสียงหัวเราะดังลอดออกมาสลับกับใครอีกคน มิวายสำลักขนมปังปิ้งเดือดร้อนให้คนตรงหน้าต้องคว้ากาแฟตัวเองให้ดื่มก่อนจนได้... เจ้าของร้านก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้มานานสองนานแล้ว ไอค่อกแค่กไปสองทีก็ยังนิ่ง

          "อะแฮ่ม ขออนุญาตนะครับ ไอ้คุณโจ้แล้วก็พี่ระฆัง" ถึงกับต้องพูดเสียงดังฟังชัด เรียกให้สองฝ่ายสนใจทุเรียนน้อยที่กำลังยืนพิงกระจกร้าน 
         "มดจะขึ้นร้านผมหมดแล้วฮะ เบา ๆ กันหน่อย" ทุเรียนว่าเสียงขบขัน หันไปมองผู้ร่วมหุ้นตัวแสบที่เอาแต่สายหัวดุ๊กดิ๊กจนหูโยกไปมา ก่อนจะนั่งกระดกลาเต้ลงคอแทบจะพร้อมกับกินขนมปัง

         "พี่ขอโทษด้วยนะครับ ที่มารบกวนเวลาเปิดร้านของพวกเราน่ะ" พ่อพระ(?)ประจำเมืองว่าเสียงสำนึกผิด หนุ่มน้อยลอบมองท่าทีเช่นนั้นก่อนจะหลุดหัวเราออกมา มือเรียวภายใต้ถุงมือสีเขียวสดโบกไปมา ก่อนคนตรงหน้าจะเดินไปยักไหล่ไป
         "ไม่เป็นไรฮะ แต่ถ้าวันหลังพี่จะมาหาไอ้โจ้ก็เขยิบเข้าไปหลังร้านหน่อยตรงนี้คนผ่านร้านเยอะ ผมว่ากลัวพวกเขาจะได้โดนมดกันจนตุ่มเต็มตัว"
         "ไอ้ทุ!" แม้จิงโจ้จะยืนกอดอกส่งเสียงเย็นแต่เพื่อนรักก็เอาแต่ยักไหล่ หันไปเปิดป้ายร้านจาก 'close' ให้เป็น 'open'

         ผลสุดท้ายก็เลยโดนจิงโจ้พ่อลูกอ่อนเดินมาตบหัวหนามให้สักทีด้วยความหมั่นไส้ ทุเรียนย่นคิ้วในหน้ากาก จ้องมองคนขี้แกล้งแล้วเริ่มตบกลับ สงครามประสาทจากคนไม่รู้จักโตกำลังจะเริ่มอีกรอบ หน้ากากระฆังเห็นท่าว่าศึกนี้น่าจะอีกยาวก็เลยต้องหย่าศึกซะก่อนจะขอตัวลา
         "งั้นพี่ไปก่อนนะครับ ไว้ตอนเย็น ๆ พี่จะมารับเรานะ จิงโจ้"
         "ครับ พี่ระฆัง ไปดีมาดีนะครับ!" ทุเรียนน้อยชิงพูดแทรกเพื่อนตัวแสบที่เอาแต่เขินมุดหนามเขา ศอกเอวเบา ๆ ให้หน้ากากจิงโจ้หันมาโบกมือลาก่อนหน้ากากระฆังเดินจากไป

         "ได้เวลาเปิดร้านแล้วครับเพื่อน เลิกเหม่อได้ละฮะ" น้ำเสียงขำ ๆ ดังอีกระลอก จิงโจ้พยักหน้าหงึกหงัก เดินไปก็โยกอย่างกับคนกำลังเดิน เขาเข้าไปประจำอยู่หลังตู้ขนมในเคาน์เตอร์ในขณะที่เขาอยู่ซ้มทำกาแฟ เพียงแค่ไม่นานผู้คนในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ทยอยกันเข้ามากันจนแน่น ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกค้าประจำสาวของเขาด้วย หน้ากากเกอิชา แม้รูปลักษณ์จะขัดกับสถานที่ร้าน แต่ความแตกต่างที่ลงตัวก็ช่วยดึงดูดให้ร้านนี้ดูน่าสนใจ

         บรรยากาศอบอุ่นลอยทั่วบริเวณแห่งนี้ นับตั้งแต่จิงโจ้หนุ่มที่ติดสำนวนงงเด้ ๆ ตามมาเป็นระยะ ทั้งยังท่าทีขี้อ่อย จีบสาวคนอื่นตอนเสิร์ฟขนมกับกาแฟให้ ส่งเสียงละมุนล่อใจสาวจนติดหนึบกันไปหลายราย แต่เดี๋ยวก่อนเถอะ พ่อคุณ... แฟนน่ะมีแล้วไม่ใช่เรอะ
         "อะแฮ่ม" ทุเรียนส่งเสียงเบาขัดขึ้นกลางร้าน ดึงสติจิงโจ้จอมหยอดสาวให้สะดุ้งก่อนจะหันไปชงกาแฟเอสเปรสโซ่รสเข้มให้กับหน้ากากเจ้าชายที่มานั่งหน้าเคาน์เตอร์แทนเพราะโต๊ะในร้านเต็มไปหมดแล้ว

         "อย่าลืมนะ อย่าลืม"ว่าเสียงทิ้งท้ายก็เหมือนจะได้เห็นท่าทีฮึดฮัดกับลูกโจ้น้อยที่ส่ายไปมา ทุเรียนหลุดหัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนจะยื่นแก้วกาแฟให้ ทว่าในชั่ววินาทีที่หันไปองยังนอกหน้าต่าง สายตาก็พลันสะดุดเข้ากับร่างในชุดคลุมสีดำสนิท จงอยปากแหลมที่คุ้นเคย กับชุดสีแดงสดนั่นของใครอีกคนนั้นพาลอารมณ์ต้องหยุดชะงักลง
         'พี่อีกากับคุณหมูป่า... ทั้งสองคนมาทำอะไรกันตรงนี้' ยิ่งได้เห็นหมูป่าที่เอ่ยหยอกล้อมาเป็นระยะ ใจมันก็กระตุกวูบ...
         '...คงไม่ใช่หรอกมั้งนะ'

         ปึ้ง

         "!!"
         "ม็อคค่าสองที่เมื่อไหร่จะได้ครับ เพื่อนทุ" เสียงเล็กนั่นขัดขึ้นมาเสียก่อน ทุเรียนได้แต่มองตาปริบ ๆ ใต้หน้ากาก ปรับอารมณ์ชั่วขณะก่อนจะหันไปทำกาแฟต่อ
         จิงโจ้ดำจ้องมองท่าทีนั้นด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ชั่วขณะนั้นที่เหลือบไปมองยังนอกหน้าต่าง แอบเห็นอีกาดำหันมายกนิ้วโป้งให้เขาก่อนตัวแสบจะยักไหล่ให้แล้วหันไปสนใจงานในร้านตามเดิม


         "พี่อีกาฮะ" เสียงหวานใสทักมาจากหน้าประตู มือเรียวถือถ้วยกาแฟพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นที่โชยมาพาลให้คนนั่งทำงานต้องละความสนใจจากคอมมายังทุเรียนแทน หนุ่มน้อยในชุดเสื้อลำลองเดินนำมาก่อนยื่นถ้วยกาแฟให้คนรักรับไปดื่ม ส่วนตัวเขาลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้า เท้าคางมองตาสลับกับนาฬิการิมฝาผนัง
         "นี่ก็สองทุ่มแล้ว ดื่มกาแฟแก้วนั้นแล้วก็รีบทำงานจะได้รีบไปนอนนะฮะ" อีกาดำพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบางให้กับรสชาตินุ่มละมุ่นของเอสเพรสโซ่ที่อีกฝ่ายทำให้ ความหวานซ่อนความขมอันคุ้นเคยทำให้เขาอารมณ์ดีได้เสมอมา

         "เดี๋ยวพี่เคลียร์งานตรงนี้อีกสักพักใหญ่เลย น้องทุไปนอนก่อนได้เลยนะครับ" คนอายุมากกว่าว่าเสียงทุ้ม มือข้างหนึ่งเลื่อนไปกุมมืออีกข้างของเด็กน้อย จุ๊บมันภายใต้หน้ากากเบา ๆ ถ้าหากเป็นเวลาปกติเขาคงจะเขินไปแล้ว เว้นแต่คราวนี้... แค่คราวนี้เท่านั้น
         "ผมเห็นพี่อีกาอยู่กับคุณหมูป่าด้วยกัน ทั้งสองครั้งเลย...ทำไมถึงต้องสนิทสนมกันขนาดนั้นด้วยล่ะฮะ" เขาขัดบรรยากาศเงียบสงบนั้น ดึงความผ่อนคลายให้ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด 

         อีกาดำหันขวับมามองแทบจะในทันควัน ดวงตาคมกริบจ้องมองทุเรียนลูกน้อยที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
         "พวกเราก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานครับ แถมยังเป็นเพื่อนสนิทพี่ด้วย น้องทุเรียนก็รู้นี่ครับ" คำพูดนั้นแย้งไปตามคาด ทุเรียนนิ่งไป สะอึกเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน นึกไปถึงสิ่งที่เขาได้เห็นมาสองครั้งติด

         ครั้งแรก ตอนหน้าร้านที่ต่างฝ่ายต่างคุยกันด้วยท่าทางสนิทสนม คนรักเขาเอื้อมมือไปแตะไหล่สาวเจ้าด้วย แถมยังหน้าชิดกันจนมีระยะห่างจากหน้ากากไม่ถึงซามเซน ครั้งที่สองก็ตอนปั่นจักรยานไปจะซื้อของที่ร้าน เขาแอบเห็นอีกาดำเดินจับมือกับหน้ากากหมูป่า เพื่อนสนิทน่ะ... เขาจำเป็นต้องทำกันแบบนี้ด้วยงั้นหรอ
         "ง่วงนอนแล้วหรอเรา ถึงได้เงียบไปน่ะ"
         "อ๊ะ คะ ครับ ผมง่วงแล้วละ ไปนอนก่อนนะครับ" เด็กน้อยพูดตะกุกตะกักจนลุกพรวดเดินหายจากห้องไป อีกาดำได้แต่มองตามหลังนั้น เกาหัวแกรก ๆ ไปพลางจนเมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายจากไปถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

         "เฮ้อ เกือบไปแล้วเชียว..."


         ในที่สุดเช้าวันอาทิตย์ก็มาถึง ทั้งทุเรียนและจิงโจ้ต่างก็ได้ฤกษ์กันไปพักตามต้องการเพราะเป็นวันหยุดของร้าน น่าแปลกใจที่ว่าทุกวันหยุดนี้จิงโจ้มักจะหนีเขาไปเที่ยวกับระฆังอยู่บ่อยครั้ง แต่คราวนี้กลับมานั่สลอนอยู่หน้าบ้าน จิบกาแฟไปกับเขาแถมยังชวนคุยนู่นนี่สารพัดด้วยสำเนียงเมายากันยุงเหมือนอย่างเคย 
         ...แถมยังถามหาถึงคนรักเขาก่อนซะด้วย... หืม...
         "วันนี่พี่อีกาไม่ว่าง ไปทำงานแต่เช้าตรู่นู่นเว่ย ถามแบบนี้มีอะไรเปล่าวะ"

         "เปล่าครับคุณเพื่อน ก็แค่อยากรู้เฉย ๆ ทำไมต้องหงุดหงิดโจ้ด้วยวะ" ว่าไปนั่นก็ทำเสียงอ้อนบาทาอีกรอบ ความรู้สึกฉุนตั้งแต่เมื่อคืนสะสมรวมมาวันนี้ แต่สุดท้ายก็เลือกแค่เคาะหัวเพื่อนรักไปสองที
         "ว่าแต่มึงเหอะ เป็นอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ดูหงุดหงิดบ่อยซะเหลือเกินไม่สมเป็นมึงเลยว่ะ อะ งงเด้ ๆ " พอคนสนิทดูซึมไม่เหมือนทุกทีก็เลยต้องเอ่ยคำหยอกเย้า ทุเรียนน้อยได้แต่ส่ายหัวก่อนจะก้มหน้าก้มตาจิบกาแฟตามเดิม

         โจ้น้อยเท้าคางมองด้วยแววตาที่หรี่ลงก่อนจะสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่น หน้ากากหนามจ้องมองท่าทีสะดุ้งเกินเหตุด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะยิ่งฉงนอีกเมื่อตัวแสบรีบลุกพรวดไปขอตัวรับโทรศัพท์ ทั้งที่ปกติแล้วจะต้องนั่งคุยอยู่หัวโด่กับเขาแท้ ๆ 
         'บางทีอาจจะหนีไปคุยกับแฟนก็ได้มั้ง' คิดไปงั้นพอนึกถึงแฟนก็ยิ่งห่อเหี่ยวใจอีก นึกไปถึงอีกาดำที่ตื่นแต่เช้าตรู่ไป เห็นว่ามีงานให้ต้องคุยกับหน้ากากหมูป่า... เฮ้อ ป่านนี้คงแอบไปสวีทกันอยู่ละสิพี่บ้า! ฮึ่ม!

         "ไอ้ทุ"
         "อะไร!" เพราะมัวแต่โมโหเลยเผลอตวาดเสียงดังลั่นจนเพื่อนโจ้สะดุ้งโหยง เขารีบปิดปากตัวเองแทบไม่ทันก่อนจะเอ่ยคำขอโทษเสียงอ่อย
         " 'โทษทีเว่ย"
         "คือเมื่อกี้อะ หน้ากากอาหมวยกับโพนี่โทรมาอะ สองคนนั้นชวนเราไปเที่ยวห้างกัน เดี๋ยวอีกสักพักก็จะมาถึงนี้แล้ว เอาหน่อยมั้ยวะเพื่อน ไปเที่ยวห้างกัน จะได้อารมณ์ดีขึ้น"

         "อาหมวยกับโพนี่อะนะ"
         "อ่าฮะ" จิงโจ้ย้ำคำเดิม ทุเรียนนิ่งคิดไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจตอบรับอีกฝ่ายไปอย่างเหนื่อยอ่นอ และในเวลาไม่เกินห้านาทีทั้งสองคนก็มาอย่างคำโจ้ว่า ทุเรียนขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยก่อนจะตามลงมา แล้วทั้งสี่หน้ากากก็พากันขึ้นแท็กซี่เพื่อไปถึงยังที่หมาย
         ตลอดทางที่นั่งรถ ทุเรียนเอาแต่เหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง มีบ้างส่วนน้อยที่จะหันมาคุยกับคนอื่นอย่างร่าเริงดังเช่นทุกที แต่ก็เงียบอีกรอบ...

         "วันนี้ทุเรียนเป็นอะไรไปหรอ ทำไมถึงได้เงียบ ๆ ไปแบบนั้น" หน้ากากอาหมวยว่าเสียงเบา หันไปกระซิบกับจิงโจ้ หากแต่ตัวแสบก็ยังคงเป็นตัวแสบวันยังค่ำ เอาแต่ยักไหล่ไม่รู้ไม่ชี้ จนต้องหันไปถามกับโพนี่แทน
         "ถึงแล้วเดี๋ยวบอกนะ" เพื่อนสาวกระซิบด้วยคำพูดที่ไม่เข้าใจอีกคน สุดท้ายหมวยน้อยก็ได้แต่เก็บงำมันไปตลอดทาง
         จนกระทั่งถึงตัวห้าง ตลอดทางนั้น สุดท้ายทุเรียนก็ยอมสลัดความอึดอัดใจทิ้งไปชั่วขณะ เขาหันมาคุยเฮฮาร่าเริงกับเพื่อนในกลุ่มทั้งสี่ ทั้งตะลุยเล่นโบว์ลิ่ง พากันไปดูหนัง ตามด้วยพักทานอาหารกลางวันแล้วก็... ร้องคาราโอเกะกัน ด้วยที่ทุเรียนเป็นคนปิดท้าย


Share my life, take me for what I am
Cause I'll never change all my colors for you
Take my love, I'll never ask for too much
Just all that you are and everything that you do

ร่วมชีวิตกับฉันในแบบที่ฉันเป็น
เพราะฉันจะไม่เปลี่ยนตัวฉันเพื่อคุณ
โปรดรักฉัน ฉันไม่ได้ขอมากเกินไป
เป็นอย่างที่คุณเป็นทำอย่างที่คุณทำ

I don't really need to look very much further
I don't want to have to go where you don't follow
I won't hold it back again, this passion inside
Can't run from myself
There's nowhere to hide

ฉันไม่ต้องการมองไปไกลกว่าตรงนี้
ฉันไม่ต้องการไปในที่ที่เธอไม่ไป
ฉันจะไม่ดึงตัวเองออกมาจากกิเลสตัวนี้หรอก
และฉันก็วิ่งหนีไม่ได้ หลบซ่อนไม่ได้

         ดวงตากลมจ้องมองภาพที่หน้าจอคาราโอเกะ ส่งยิ้มเฝื่อนให้เมื่อนึกถึงใครคนหนึ่ง อาจจะเพราะเขาคิดมากไปหรืออะไรก็ตามที แต่ภาพที่เห็นมันไม่อาจสลัดออกจากหัวไปได้เลย... แม้แต่นิดเดียว 

Don't make me close one more door
I don't wanna hurt anymore
Stay in my arms if you dare
Or must I imagine you there

อย่าทำให้ฉันต้องปิดใจอีกครั้งเลย
ฉันไม่อยากเจ็บอีกแล้ว
เธอมาอยู่ในอ้อมกอดของฉันที ถ้าเธอกล้าที่จะ
เสี่ยง
หรือจะให้ฉันต้องคิดเอาเองว่าเธออยู่ตรงนี้

Don't walk away from me...
I have nothing, nothing, nothing
If I don't have you, you, you, you.

ได้โปรด อย่าไปจากฉัน
เพราะฉันจะไม่เหลืออะไรเลย
ถ้าฉันไม่มีเธอ

         ก่อนที่เพลงจะถูกเล่นค้างไว้แบบนั้น สายตาคมกริบพลันเหลือบไปเห็นใครอีกคนนอกหน้าต่าง หน้ากากอีกาดำที่ยืนอยู่ข้างหน้ากากหมูป่าที่เขาคุ้นเคยนัก หัวเราะหยอกล้อกันเหมือนอย่างทุกครั้งที่เคยเจอแถมยังถือกล่องสีแดงหน้าตาคล้ายแหวนอีก เหตุผลแค่นั้นก็มากพอให้ต้องหยุดเสียงร้องลง
         "ทุเรียน มีอะไร..."
         "ขอโทษด้วยนะ อาหมวย แต่ฉันร้องเพลงนี้ต่อไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนเพลงใหม่แล้วพวกเธอก็ร้องต่อกันไปเลยนะ" ทุเรียนน้อยหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะทรุดลงไปนั่งข้างกันกับจิงโจ้ดำที่เอียงคอมองอย่างสงสัย

         สองสาวได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจก่อนเพื่อนหน้ากากทั้งสามจะสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ได้ถึงร่างที่สั่นระริกกับเสียงสะอื้นเล็ดรอดออกมา
         "ทุเรียนเป็นอะไรไป ทำไมถึงร้องไห้!" อาหมวยโพล่งออกมาคนแรก ละตัวจากไมค์ลอยในมือก่อนจะเดินเข้ามาดูเพื่อนชายที่เอาแต่ซบไหล่จิงโจ้ ในขณะที่ตัวแสบทั้งสองกลับหน้าซีดเผือดอย่างรู้กัน
         ถ้าทุเรียนถึงกับร้องไห้ออกมาแบบนี้ ก็พูดได้คำเดียวละ

         งานนี้พี่อีกาดำซวยแล้ว!

         "ใจเย็น หยุดร้องก่อนนะ" อาหมวยนั่งปลอบหน้ากากหนามที่เอาแต่สะอื้น น้ำตาไหลออกจากหน้ากากก่อนจะสงบลงได้ด้วยฝ่ามือที่ลูบบนหัว โจ้น้อยขยี้หน้ากากตัวเองอย่างรู้กัน ก่อนจะเอ่ยออกมา
         "เรื่องของพี่อีกาดำกับคุณหน้ากากหมูป่าใช่มั้ย"
         "มึงรู้?" ทุเรียนหันขวับไปมอง ก่อนจะพบว่าโพนี่เองก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วถอนหายใจ อาหมวยยังคงงงอยู่ตามเดิม

         "ตั้งแต่แรกเลยใช่มั้ย... เรื่องที่พี่อีกาดำนอกใจกูน่ะ! มึงรู้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย" เท่านั้นแหละ สาวหมวยถึงได้เข้าใจเรื่องทั้งหมด แววตาคมกริบหันกลับไปมองเพื่อนอีกสองคนที่ได้แต่นิ่งเงียบ จะว่าไปแล้วโพนี่เองก็บอกว่ามีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังตั้งแต่ตอนนั้น แต่จนป่านนี้เธอก็ยังไม่รู้อะะไรด้วยเลย อย่าบอกนะ...ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้
         "เรื่องนี้พวกกูอธิบายได้นะเว่ย เรื่องของ..."
         "กับพี่อีกาดำน่ะ กูเคยถามเจ้าตัวแล้วละ แต่เจ้าตัวก็บอกว่าแค่เพื่อนร่วมงาน แต่ไอ้ท่าทางสนิทแบบนั้นมันอะไรกัน ฮึก..."

         "แล้วก็โพนี่น่ะ ไม่ต้องแก้ตัวแทนเขาหรอก เราเข้าใจดี..."
         เรื่องชักจะวุ่นวายเข้าไปทุกที จนหน้ากากสามคนต้องรีบจ่ายเงินแล้วพาออกไปนอกร้าน หาวิธีสงบสติคนร้องไห้ให้หยุดที่เก้าอี้ไม้ แต่เมื่อทุเรียนจะยังโกรธพวกเขาอยู่ก็เลยต้องหลีกออกมา โพนี่ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ อย่างเหนื่อยใจ ส่วนจิงโจ้เดินแทบไม่อยู่สุข วนไปวนมา จนตื่นตัวมากเข้าเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหันไปมองหน้าโพนี่เล็กน้อยก่อนสาวเจ้าจะพยักหน้าให้

         หน้ากากจิงโจ้ถึงได้วิ่งหายไปรับโทรศัพท์ และในไม่ช้านานร่างของแฟนหนุ่มที่หายไปนานก็ปรากฏตรงหน้า คนชุดดำว่าเสียงรัวเร็วเล่าถึงเหตุการณ์ที่กำลังบานปลายให้กับคนฟัง ก่อนเสียงอุทานจะหลุดอยู่สองสามคำ
         "ไอ้อีกานะไอ้อีกา บอกไว้แล้วว่าจะทำอะไรให้มันรีบหน่อย แล้วก็เลิกทำอะไรพิเรนทร์พวกนั้น ผลสุดท้ายก็ลงอีหรอบนี้จนได้"
         "อืม ผมเองก็มีส่วนผิดด้วยแท้ ๆ เลย ถ้าเกิดสองคนนั้นต้องเลิกกันขึ้นมา..."
         
         "ใจเย็นก่อนนะครับ น้องจิงโจ้ น้องทุเรียนน่ะรักอีกาจะตาย ไม่มีทางเลิกกันหรอกครับ"
         "จะจริงแน่เหอวะพี่ ผมอยู่กับมันมาหลายปีแล้วนะเว่ย ปกติแล้วมันไม่ใช่พวกร้องไห้ง่ายซะหน่อย แถมยังโกรธคนยากด้วย นี่มันเป็นหนักถึงขนาดนี้ครั้งที่สองเอง ผมยังไม่รู้เลยว่าถ้ามันรู้ความจริงจะหายโกรธพี่อีกาดำมั้ยอะ"
         "ความจริงเรื่องอะไร ไอ้โจ้"
         "!!" สองร่างสะดุ้งเฮือกเมื่อได้เห็นผู้มาใหม่ที่ตามมาสมทบ หน้ากากโพนี่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊กไปมา เป็นเชิงว่าพยายามห้ามแล้ว ส่วนอาหมวยกอดอกแน่นด้วยควาสงสัยอีกคน

         "ชิท" จิงโจ้หลุดอุทานอย่างลืมตัวก่อนจะรีบปิดปากแทบในทันควัน ระฆังถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกาหน้ากากแก้เก้อก่อนจะคงมาดพ่อพระ(?)จอมเนียนไว้ได้เช่นเดิม
         "ก็แค่เรื่องงานเฉย ๆ น่ะครับ ช่วงนี้มันมีเรื่องให้ต้องสนิทกันบ่อยพวกเขาเลยต้องตัวติดกันแบบนั้นละครับ"
         "แล้วทำไมพี่อีกาดำถึงต้องถือกล่องแหวนต่อหน้าหน้ากากหมูป่าด้วยละครับ ถ้าไม่มีอะไรจริง..."
         'นี่มันหนักไปถึงขั้นนี้เลยหรอ' หน้ากากระฆังถอนหายใจอย่างปลง ๆ ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดีแล้ว พอดีกันกับที่ไลน์เด้งขึ้นมา ทุเรียนก้มลงมองโทรศัพท์อีกคนอย่างใคร่รู้ ระฆังได้แต่หลบออกให้จิงโจ้ได้เห็นอีกคน ยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดปนขุ่นใจกับทุเรียนมากกว่าเก่า

         "อีกาดำรอเราอยู่ที่สวนสาธารณะ...กับหน้ากากหมูป่า"
         น้ำเสียงทุ้มหล่อว่าเรียบ ๆ เรียกหัวใจดวงน้อยให้หล่นวูบไปที่ตาตุ่ม ทุเรียนจ้องมองตาไม่กระพริบก่อนจะเม้มปากแน่น
         "พี่ว่ามันคงจะดีกว่าถ้าเราได้รู้ความจริงด้วยตัวเอง..."
         นาทีนี้เองที่หัวใจพลันแตกสลาย ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกหงักเดินคอตกไปพร้อมกับอาหมวยและโพนี่ สองหนุ่มหน้ากากหันมามองตาปริบ ๆ กันก่อนจะหนักใจแทนใครอีกคน
         'งานนี้พี่/มึงทำตัวเองนะ'


         "ในที่สุดนายก็มาสักที" ทุเรียนเดินดุ่มเข้ามายังบ่อน้ำพุที่อีกาดำยืนอยู่...กับหน้ากากหมูป่า ท่าทางสนิทแนบชิดของคนสองคน พวกเขายืนใกล้กันแต่ไม่ได้ควงแขน ทว่าภาพที่ได้เห็นมาก่อนหน้าก็เจ็บเกินจะทำใจแล้ว หน้ากากอาหมวยเดินหายไปจากตรงนี้พร้อมกับโพนี่แทบจะในทันควัน
         "พี่..."
         "ก่อนพี่จะพูดอะไร ผมขอบอกอะไรสักอย่างก่อนได้มั้ยครับ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง" ทุเรียนว่าเสียงเบา พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่น หากแต่ท่าทีเล็กน้อยนั่นกลับพาลให้คนช่างสังเกตต้องขมวดคิ้วมุ่น ลางสังหรณ์ถึงบางอย่างกำลังร้องเตือน

         แม้แต่หน้ากากหมูป่าเองก็สลายโต๋ไปจากตรงนั้นตามแผนที่วางไว้ ทั้งที่ทุกอย่างน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่ความไม่สบายใจนี่มันอะไรกัน...
         "ว่ามาเลยครับ น้องทุเรียน"
         "เรา...เลิกกันเถอะนะครับ" 
         ถ้อยคำสั้น ๆ แต่สะเทือนทั้งดวงใจ สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อนทำให้เขาตกใจ ดวงตาคมกริบจ้องมองกลับด้วยความงุนงง ท่ามกลางความตกใจของใครอีกหลายคนที่อยู่ตรงนั้น หากแต่มือที่จะรั้งไว้แขนเล็กนั่นไว้ก็ถูกสะบัดออก

         "น้องทุเรียน ฟังพี่ก่อนนะ เรื่องทั้งหมด..."
         "พอแล้ว ไม่ต้องมากรอกหูอะไรใส่ผมทั้งนั้น ทุกสิ่งที่พี่พูดน่ะ เรื่องโกหกทั้งหมดเลย ทั้งคำสัญญาที่บอกว่าจะรักผมแค่คนเดียวทั้งชีวิตพวกนั้นน่ะ ฮึก ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาพูด!" ทุเรียนน้อยดิ้นสุดฤทธิ์ก่อนจะถูกรั้งเข้ากอดจากข้างหลัง แรงที่น้อยกว่าถูกสยบด้วยขนาดตัวของอีกคนก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกเปิดหน้ากากออก ถูกบังคับให้หันหน้าไปก่อนริมฝีปากจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมา

         ร่างพลันไร้เรี่ยวแรงแทบทรุดฮวบ อีกาดำคิ้วกระตุกในทันทีที่แอบเห็นร่างของคนคุ้นเคยพรวดจากข้างหน้าของเขานั่น... กะไว้แล้วเชียว
         อีกาดำจัดท่าทางของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะดันให้คนขี้น้อยใจยืนขึ้นส่วนตัวเขากลับทรุดลงคุกเข่า ท่ามกลางความตกใจของเด็กน้อย
         "สิ่งที่น้องเห็นทั้งหมดนั่น พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเราไปเจอพี่กับคุณหมูป่าทำอะไรกันมาบ้าง แต่ว่านั่นน่ะ ส่วนนึงเป็นแค่การแดงละครนะครับ"

         "งั้นแสดงว่า--"
         "ฟังพี่ก่อนสิครับ พี่ยังพูดไม่จบ" น้ำเสียงทุ้มแข็งกร้าวในทันควัน ก่อนมืออีกข้างจะควานหากล่องในเสื้อยกขึ้นมา ชูให้เขาเห็นถึงบางสิ่งที่คุ้นตาเหมือนอย่างตอนนั้น
         "นี่มัน...อะไรน่ะ"ถุงมือสีเขียวข้างซ้ายถูกอีกฝ่ายถอดออกไปแล้ว ก่อนมืออีกข้างของคนรักจะเปิดเอาแหวนเงินเกลี้ยงเกลาขึ้นมาถือไว้ และดูเหมือนว่ามันจะสลักชื่อเขาเอาไว้

         "ทุกอย่างที่พี่ทำก็เพื่อวันนี้ เพื่อที่จะซื้อแหวนนี้มาให้กับเรา ที่พี่สนิทกับคุณหมูป่าก็เพราะแบบนี้ พี่ขอให้เขาช่วยทำแหวนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาทำได้มาให้เรา"

         "เพราะงั้นแล้ว... น้องทุเรียนครับ แต่งงานกับพี่นะครับ" ดูเหมือนว่าอะไรหลายอย่างจะดูเร็วไวจนน่าสับสนไปเสียหมด ทุเรียนน้อยได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง น้ำตาที่เคยไหลหยุดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนนี้เขามีแต่คำถามวนเวียนเต็มหัวไปหมด
         "ถ้างั้นตอนแรกที่หน้าร้าน ทำไมพี่ถึงต้องสนิทกับคุณหมูป่าขนาดนั้นล่ะครับ"
         "อ๋อ อันนั้น... พี่แค่อยากแกล้งน้องทุเรียนเฉย ๆ เรื่องนั้นเพื่อนน้องก็รู้นะ"
         "ไอ้จิ้ง..."

         "คร้าบบ" จิงโจ้น้อยลุกตัวจากพุ่มไม้ที่หลบซ่อนก่อนจะส่งเสียงจ๋อยมาแต่ไกล ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ 
         "ทำไมมึงไม่บอกกู!"
         "ก็ตอนนั้นกูโดนพี่เขาติดสินบนไว้นี่หว่า เลยเงียบไว้" ว่าไปนั่นก็มุดหน้าลง ทุเรียนน้อยหันขวับมามองคนคุกเข่าที่ยังเอาแต่นิ่งเหมือนเดิมไม่มีท่าทีอะไร ฮึ่ม...
         "แล้วถ้างั้นทำไมตอนผมปั่นจักรยานพี่ต้องเดินจับมือกับคุณหน้ากากหมูป่าครับ" 

         "เวลาน้องปั่นจักรยานทีไรเสียงกระดิ่งที่ข้างเบรกมันดังทุกที พี่ก็เลยลองแหย่น้องอีกรอบน่ะ... มันจะได้เซอร์ไฟรส์สำหรับวันนี้ไง" อีกาจอมเจ้าเล่ห์หยักยิ้มมุมปากจากหน้ากากที่ถูกพับครึ่ง ทุเรียนน้อยหน้าเริ่มขึ้นสี ฮึดฮัด ความรู้สึกของคนกำลังเสียรู้
         "ถ้างั้นแล้วตอนผมอยู่ห้างทำไมถึงต้องถือกล่องแหวนโชว์หน้าคุณหมูป่าด้วยเล่า"
         "ตอนนั้นพี่พึ่งได้แหวนมาใหม่น่ะนะ พอดีใจมากไปก็เลยเผลอยกแหวนขึ้นมาดูจนเราเข้าใจผิดไปเอง...

         ...........
         ....

         .
         ถ้าไม่เชื่อก็ถามทุกคนที่นี่ได้นะครับ..."

         สิ้นคำพูดเท่านั้นละ เหล่าหน้ากากมุงทั้งหลายก็โผล่พรวดขึ้นมายืนสลอนกันทันที ทุเรียนน้อยได้แต่ก้มหน้างุด ความรู้สึกเขินอายเพราะความเข้าใจผิดปะปนกับความโกรธแต่ตอนนี้มันโล่งใจมากกว่าได้ที่ยินอย่างนั้น แต่ถึงยังไงก็ยังโกรธอยู่ดีนั่นแหละ!
         "ทุเรียนครับ พี่ขอโทษที่แกล้งเราไปแบบนั้นนะ แต่ว่าพี่รักเราจริง ๆ เพราะงั้นแต่งานกับพี่นะครับ คนดี" ทุกอย่างสิ้นสุดลงได้ด้วยคำอ้อน หนุ่มน้อยหันไปจ้องตาเขม็งยังเพื่อนสนิทกับพี่ระฆังที่หัวเราะเบาๆให้ได้ยิน เหลือบมองคนนี้คนนั้นทีจนได้แต่เม้มปากแน่น

         "ผมเกลียดพี่อีกาดำที่สุดเลยฮะ!"
         บ่นไปอย่างงั้นแต่สุดท้ายเขาก็เอื้อมไปหยิบแหวนในกล่องขึ้นมาใส่นิ้วนางข้างซ้ายในทันที เรียกเสียงโห่ร้องยินดีให้กันคนโดยรอบ ก่อนอีกาดำจะยิ้มกริ่ม ปิดหน้ากากลงแล้วทำสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง จัดการอุ้มทุเรียนขี้น้อยใจในท่าเจ้าสาว
         "อู้วว" จิงโจ้หลุดว่าเสียงขบขัน ก่อนจะเอียงคอแกล้งซื่อเมื่อเพื่อนซี้หันมาค้อนใส่ ทุกคนที่นั่นต่างฝ่ายต่างก็หลบไปให้อีกาดำได้เดินอย่างสะดวก เพื่อไปถึงบ้านของพวกเขา...

         แม้ระหว่างทางน้องทุจะเอาแต่ทุบอกอีกาไปมาแต่ก็มุดหน้าหนีเป็นระยะด้วย อา... ดูท่าว่าคราวนี้จะได้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองหน้ากากก็คราวนี้ล่ะฮะพี่น้อง!

         ซีนพิเศษ 
         แล้วในที่สุดความวุ่นวายขนาดย่อมก็จบลงไป ทกคนพากันแยกย้ายเหลือแต่จิงโจ้งที่ยังยืนหัวโด่อยู่กับระฆังและหมูป่า 
         "เฮ้อ ตกใจหมดเลย นึกว่าสองคนนั้นจะไปกันไม่รอดซะแล้ว" ระฆังว่าเสียงทุ้มหล่อกับคนข้างตัว หน้ากากหมูป่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหัวเราะร่าเสียงใส
         "แต่อย่างน้อยทุกอย่างก็ไปได้ดีน่า ดูพวกเขาสิสวีทกันจนมดขึ้นตามทางเชียว"

         "ดูท่าว่าคราวนี้ผมคงต้องแวะร้านยาไปซื้อยาแก้ปวดแขวนไว้หน้าบ้านสองคนนั้นแล้วล่ะมั้งครับ อะ งงเด้ ๆ"
         "ทำไมหรอจ๊ะ" หมูป่าถามเด็กแร็พหากแต่เจ้าตัวกลับยักไหล่ไปมา ก่อนจะต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ถึงมือที่โอบไหล่
         "เราเองก็ไม่ต่างกันนักหรอก ให้พี่พุ่งมาช่วยอย่างตอนกลางวันนั้นคงต้องมีของตอบแทนกันหน่อยแล้วมั้ง"
         "พะ พี่ระฆัง" โจ้น้อยว่าเสียงเขินก่อนจะมุดหน้านี้ไปอีกทาง แล้วเขาก็ได้รับถ้อยคำหวานตอบกลับมาช่วยเรียกเลือดบนหน้า

         "ครับน้องจิงโจ้" หมูป่าได้แต่เกาหน้ากากแกรก ๆ ก่อนจะยักไหล่ ค่อย ๆ ถอยตัวหนีออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้คู่รักได้แต่แผ่รังสีสีชมพูกันอยู่ตรงนั้น
         ดูท่าว่างานนี้จะไม่ได้มีแค่ลูกเต็มบ้านเมืองอย่างเดียวแล้วล่ะมั้ง น้องจิงโจ้ คุณระฆัง...

..........
         ลืมฮะ ลืมใส่ลิงค์ที่เราไปก็อปคำแปลเขามา เอ้า

ปล. อ่านแล้วช่วยเม้นกันด้วยนะ งุงิ เราจะได้รู้สึกว่าสกิลการแต่งหวานตัวเองยังไปรอดนะคะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เจ้าหนูตัวจุ้น จากทั้งหมด 30 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 เมษายน 2560 / 09:57
    อ่านตอนแรกนี่แบบใจหายหมด เฮ้อ พอตอนจบนะ มดขึ้นจอจนปัดแทบไม่ทัน 555
    #5
    1
    • 4 เมษายน 2560 / 13:32
      มันก็เป็นแค่กับดักไว้แกล้งทุน้อยค่ะ
      #5-1
  2. วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:40
    ดีต่อใจจังค่ะ
    #4
    2
    • 27 มีนาคม 2560 / 16:06
      สนองนี้ดชเชยกับวีทีอาร์ก็ต้องจัดแบบนี้แหละค่ะ
      #4-1
    • 27 มีนาคม 2560 / 19:34
      เขียนเรื่อยๆนะคะ ชอบค่ะะะะ
      #4-2
  3. วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 02:21
    ฮึ่ย คือชอบอ่ะ แบบ..อินตอนที่น้องทุร้องไห้แบบ หน่วงสงสาร ในใจนี่คิดฆ่าพี่อีกามาหลายครั้งแล้ว พอเริ่มจับไต๋ได้ อ้อองี้เอง..
    ฟินมากกกก
    #3
    1
    • 27 มีนาคม 2560 / 16:06
      อย่าเพิ่งฆ่าพี่กา ให้อยู่กับทุก่อนน
      #3-1
  4. #2 Sasitorn Nakon (@bow_mayuki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 19:30
    ฟินนนนน
    #2
    1
    • #2-1 Cherry Phurita (@cherry-ann) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2560 / 16:04
      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #2-1
  5. #1 pearketsawang (@pearketsawang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 18:07
    ฟิน~ อ๊าก!!!!!! น่ารักโครตๆ //นั่งกรี๊ดลั่นบ้านน
    #1
    2
    • #1-1 Cherry Phurita (@cherry-ann) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2560 / 16:03
      อิอิ ตอนแรกว่าจะแกล้งน้องทุแล้วค่ะ แต้เกรงใจนาง
      #1-1
    • #1-2 Cherry Phurita (@cherry-ann) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2560 / 16:04
      อิอิ ตอนแรกว่าจะแกล้งน้องทุแล้วค่ะ แต่เกรงใจนาง
      #1-2