หนี้รัก...ภุมรินทร์

ตอนที่ 55 : Re Up : ๒๐.หวาดวิตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

๒๐.หวาดวิตก

 

            ชายหนุ่มหนาวสันหลัง เขามั่นใจว่าตัวเองตาไม่ฝาด อะไรมันจะบังเอิญขนาด ไม่คิดว่าหญิงสาวจะออกมาเดินข้างนอกแบบนี้ เปมิกาเหลียวมองตามเขา ในกระจกส่องหลังเห็นเธอยืนนิ่ง ปฐวีร้อนรุ่มในอกตัวเอง ถึงเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เธอหรือจะยอมเข้าใจ


            หรือต่อให้ยอม จะเป็นการยอมโดยมีเงื่อนไขแบบไหน จะเรียกร้องอะไรจากเขาหรืออาละวาดใส่ ปฐวีไม่แน่ใจว่าทำอย่างไรถึงจะถูก เขามากับภมรรัตน์ตามหน้าที่ ถูกเธอเชิญมาเป็นเกษตรกรตัวอย่างเรื่องสาหร่ายผลิตน้ำมัน ผลผลิตที่สวนของเขาสร้างรายได้อย่างงาม ลงทุนแค่ทีแรกแล้วปล่อยให้มันผลิตน้ำมันขายเป็นเงินเป็นทอง


เหมือนเป็นเสือนอนกิน จีเอฟไอรับซื้อหมดและเขาแทบไม่ต้องทำอะไร ถ่านไม้ก็เผาขายอยู่ตลอด หมดกองลำไยคงต้องเผาไผ่ทำถ่าน ปริมาณอาจลดลง แต่อีกไม่กี่เดือนเขาจะต้องตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวผลลำไย ถึงจะไม่มีหนังสือสัญญาแต่เป็นสัญญาใจ สัญญาระหว่างเขากับ...บริษัทของเธอ


 มีแต่จีเอฟไอที่รับสาหร่ายไปสกัด อย่างน้อยเจ้าอื่นยังไม่มีทำเชิงพาณิชย์ ที่เขามากับเธอคราวนี้ก็เพื่อหาเกษตรกรพันธมิตร เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงจะแอบรู้สึกดีลึกๆ อยู่ไม่น้อย ปฐวียอมรับแล้วว่าชอบภมรรัตน์ อธิบายตัวเองได้ว่าคงเป็นความสมดุลของบุคลิก คงคล้ายแม่เหล็กต่างขั้วที่ดูดกันติด ส่วนที่เป็นขั้วเดียวกันมันกลับผลักออก 


แต่เปมิกาไม่ใช่โลหะ เป็นเหมือนแก้วมีราคาแต่ไม่มีแรงดึงดูด เขาซาบซึ้งใจแต่ไม่รู้สึกมากกว่าพี่น้องกับเธอ หรือว่าที่จริงเขาควรจะทำให้ชัดเจน


            ไม่ได้คาดหวัง หรือที่จริงไม่น่ามีความหวังกับสาวสวยรวยเท่ แต่อย่างน้อยเขาก็ยอมรับหัวใจตัวเอง เรื่องบวชยังอีกไกล แต่ความทุกข์ใจเกิดเพราะไม่ยอมรับต่างหาก หลวงตาเคยว่าไว้ ทุกข์มีไว้ให้รู้ สมุทัยมีไว้ให้ละ การเปิดตาดูให้ชัดเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา จิตใจเขาคลายความอึดอัดลงไปได้มาก แค่ยอมรับความจริงขึ้นมา ปัญหาหนักหนาก็เหมือนเบาลง


            ต่อไปจะเป็นอย่างไรเอาไว้ก่อน ไม่ได้คิดไปไกลถึงขั้นลงเอยกัน ขอแค่ตอนนี้เขาอยู่กับปัจจุบัน พอยอมรับแล้วมันก็ทุกข์น้อย ยังมีเชื้อเหลือให้ทุกข์ แต่ความคาดหวังบั่นทอนด้วยเจียมตน รักษาใจได้เท่านี้ก็ค่อยมีความสุข แต่สีหน้าเปมิกาที่เห็นทำเขาหวั่นใจ


            อยากบอกให้จอดก็เกินไป อยากเข้าไปปลอบใจก็ดูไม่ใช่ที่ นึกตำหนิตัวเองที่ปล่อยปละจนเลยมาขนาดนี้ หรือที่เธอเห็นเขาตอนนี้จะโชคดีแล้ว ไม่ต้องบอกเอง ปล่อยให้บุญกรรมชักพาไปเอง เผลอๆ อาจดีกับเธอเพราะได้เตรียมใจไว้ก่อน อาจมีเวลาให้เธอสงบสติอารมณ์ลง


            “จะให้ย้อนกลับไปไหม”


            ถ้อยคำจากภมรรัตน์เรียบเฉย แต่เจือน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วง เมื่อครู่เธอคงเห็นเปมิกาด้วย ความร้อนรุ่มขัดแย้งในอกอีก เขากลับมาบอกไม่ถูกว่าควรวางตัวอย่างไรอีกครั้ง จะเดินหน้าถอยหลังหรือไปด้านข้างดี ที่สุดจึงเลือกปล่อยเลยตามเลย ให้สถานการณ์ชักพาเขาไปก็แล้วกัน


            “ไม่...ไม่ต้องครับ” พูดพลางรู้สึกเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว “เรามีนัดกับชาวบ้านไม่ใช่หรือ”


            ภมรรัตน์หันมามองเขาสลับกับดูทาง สักพักจึงถามย้ำ


“แน่ใจนะ”


            ชายหนุ่มลังเล แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้า


            ----------------------------


            การให้สร้างเครือข่ายประสบความสำเร็จ ทั้งเรื่องสาหร่ายและการขุดสระสร้างกังหันน้ำ แต่ปฐวีรู้สึกมึนลอยๆ เหมือนสมองฟุ้งซ่าน ไม่แน่ใจตัวเองว่าพูดอะไรไปบ้าง และชาวบ้านตอบรับเขาได้อย่างไร เหมือนทุกอย่างไหลผ่าน เขาแค่ล่องลอยไปตามกระแสธารหลาก อาจเพราะมีภมรรัตน์คอยชักพา เป็นเหมือนเรือใหญ่ให้เขาพ่วงเรือเล็กตามๆ กันไป


ในใจหนาวสะท้าน ราวมีผีพรายซุกอยู่ในถ้ำมืด มันคอยกระซิบถึงไต้ฝุ่นลมงวง เกลียวลมและฝุ่นเตรียมรอฟาดใส่ เป็นไงเป็นกัน ยิ่งคิดยิ่งกังวลจนกระสับกระส่าย ปฐวีบอกตัวเองขณะกลับมาถึงสวนใหม่ๆ รถเปมิกาไม่อยู่ เวลาป่านนี้คงยังติดปิดบัญชีอยู่ที่ร้านกระมัง


ภมรรัตน์เองก็เหมือนเร่งกระบวนการ ปรกติจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านถามนานกว่านี้ เขารู้ว่านั่นเป็นหนึ่งในกลวิธีของเธอ เป็นกุศโลบายสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างหนึ่ง ด้านหนึ่งเขานึกขอบคุณภมรรัตน์ แต่อีกใจหนึ่งกลับนึกน้อยใจเธอ กระนั้นก็ดีกว่าให้สองคนนี้มาเจอ ปัญหานี้เกิดจากตัวเขาคนเดียว


เย็นนั้นเปมิกาไม่มา กระทั่งรุ่งเช้าก็ไม่มารอใส่บาตร ปรกติต้องตักบาตรหลวงตาก่อนค่อยไปป้อนข้าวพ่อของเขา มันทั้งน่าประหลาดและชวนหวั่นใจ ทั้งยังสร้างความกังวลใจให้เขาหวาดสะดุ้ง ทรงเกียรติเองก็เป็นผู้ใหญ่บ้านกึ่งนักเลงลูกทุ่ง นี่เขาจะโดนแกเล่นงานอย่างไร


วันมะรืนเธอค่อยมา เปมิกาทำทุกอย่างเหมือนเป็นปรกติ มันราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจอเข้าแบบนี้ปฐวียิ่งวางตัวไม่ถูก เขากระสับกระส่ายกว่าเดิม กังวลกว่าเดิม ทั้งประหวั่นพรั่นพรึงและเจ็บปวดเสียใจ มันราวกับเธออภัยให้เขาไม่ว่าผิดต่อเธอแค่ไหน ไม่มีคำตำหนิใดๆ จนเขาละอายใจไปเอง


“เปกลับก่อนนะพี่วี”


เสียงหญิงสาวแจ่มใส ไม่เจือกระแสขุ่นใจให้เขาสำเหนียก ทว่าใจเขาวันนี้กลับเพรียกหาเปมิกาอยู่ลึกๆ ดุจผีก้นบ่อโหยหาคนรัก เหมือนช่องว่างดำมืดถมไม่เต็ม ดุจกระเชอก้นรั่วที่น้ำรินแล้วซึมหาย แต่ก่อนเคยเบื่อจะฟัง อึดอัดที่มาอยู่ใกล้ แต่วันนี้กลับเปลี่ยนไป เขาไม่อยากให้เธอไป อย่างน้อยตำหนิอะไรเขาสักคำก็ยังดี


“เดี๋ยวสิเป”


ปากพูดไปแล้ว แต่ในสมองยังไม่ทันคิด เปมิกาหันกลับมาทำหน้าแปลกๆ เหมือนแปลกใจที่วันนี้ถูกเรียกไว้ ปฐวีอึกอักไม่รู้จะพูด หรือให้ถูกคือจะเริ่มต้นด้วยเรื่องอะไร ใจหนึ่งอยากอธิบาย แต่เอาเข้าจริงกลับกลัวขึ้นมา


“คือ...” เป็นไงเป็นกัน “เมื่อวันก่อนพี่เห็นเปอยู่หน้าบ้าน ตอนนั้นพี่กำลัง...”


“ช่างมันเถอะค่ะ” สีหน้าเปมิกาเรียบนิ่ง “พี่วีจะทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ของพี่วี เปไม่ก้าวก่ายหรอกค่ะ”


“แต่ว่า...” ปฐวีหนาวสะท้าน


“ไม่เป็นไรค่ะ” เปมิกายิ้ม “เปเชื่อว่าพี่วีมีเหตุผลที่ดีที่ไปกับคุณภมรรัตน์ พี่ไปช่วยให้ความรู้เรื่องสาหร่ายน้ำมันกับการสำรองน้ำใช่ไหมล่ะคะ”


ชายหนุ่มพยักหน้า


“ถ้างั้นเปก็ไม่มีอะไรให้กังวล”


หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนเกินระยะส่วนตัวของปฐวี เธอใช้มือทั้งสองเอื้อมมือมาจับมือชายหนุ่มข้างหนึ่ง จงใจรวบมากุมไว้ที่ยอดอก ชายหนุ่มสะดุ้งนิดหน่อย แต่กระนั้นก็ไม่กล้าชักมือออก เปมิกาไม่ได้ให้ผิวกายเขาสัมผัสปทุมถันบางเล็กของเธอ มันถูกมือน้อยๆ ของหญิงสาวกุมไว้อย่างดี


“เปภูมิใจในตัวพี่วีนะคะ แล้วก็...รักพี่วีมาก ข้อนี้เปมั่นใจว่าพี่วีรู้อยู่แล้ว แล้วก็มั่นใจว่าไม่มีใครจะรักพี่วีได้มากกว่าเปอีก แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้พี่วีจะไม่เลือกเปเป็นคนนั้นของพี่ เปก็จะขออยู่ข้างๆ พี่วี อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงเวลาที่เป...”


“เวลา...? เวลาอะไร”


หญิงสาวไม่ตอบทันที เธอเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตาปริ่มนัยน์ ปฐวีร้อนวาบทั้งดวงหน้าและสรรพางค์กาย เปมิกาเดินเข้ามาใกล้เขาอีกแล้วสวมกอด เธอซุกหน้าลงกับแผงอกแน่นนิ่ง ราวจะหาความอบอุ่นอันเข้มแข็งแต่อ่อนโยน ปฐวีรู้สึกได้ถึงความชื้นจากดวงตาของเธอ มันซึมผ่านเสื้อของเขาเข้าสู่หัวใจ


“เวลาอะไร เปเป็นอะไร”


หญิงสาวส่ายหน้าในอ้อมอกเขา ปฐวีลังเลนิดหน่อยก่อนโอบกอดเธอ


“เปไม่สบายอะไรหรือเปล่า”


เปมิกาซุกหน้ากับกอดเขาแน่นขึ้น ร่างเล็กสะอื้นพลางสูดจมูกเหมือนพยายามกลั้นไว้ ชายหนุ่มหวั่นวิตกต้องปลอบอยู่นานกว่าหญิงสาวจะคลาย เธอถอนตัวออกมาเงยหน้ามองเขาด้วยดวงนัยน์รื้นแดง


เวลาที่เปต้องอยู่ตัวคนเดียวไงคะ

 

-------------------------------------------------

46 ความคิดเห็น