หนี้รัก...ภุมรินทร์

ตอนที่ 54 : Re Up : ๑๙.ทางผ่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ต.ค. 61

๑๙.ทางผ่าน

 

ปฐวีขนลุกทั้งตัว สะบัดหน้าหันหลังไปโดยไว บุคคลที่คาดไม่อยู่อย่างที่คิดไว้ เขาไม่เห็นใครแต่รู้สึกเหมือนถูกจ้อง กลอกตามองซ้ายขวา หันดูก็แล้ว เพ่งมองไกลๆ ก็แล้ว แต่เขาไม่เห็นเปมิกา ตรงข้ามกับหูที่ได้ยินเสียงบางอย่าง มันดังหอบๆ พร้อมอะไรไหวๆ อยู่ด้านล่างกรอบสายตาตัวเอง


“ไอ้ด่าง!?


เท่านั้นเอง เสียงหัวเราะก็ดังลั่นมาจากภมรรัตน์ ไอ้ด่างส่ายหางดิกยืนสี่ขาอยู่ด้านหลัง แต่มันเตี้ยกว่าและเงยหน้ามองเขา คงแทะซี่โครงหมดแล้ว อ้าปากแลบลิ้นสลับเลียน้ำลายหยดย้อย ปฐวีหันกลับไปเห็นภมรรัตน์หน้าแดง เธอย่อตัวลงไปกุมท้องที่คงคัดแข็ง หญิงสาวยิ้มยิงฟันน่ารักน่าตี


“โธ่คุณผึ้ง!” ปฐวีอยากแทรกพระธรณี แต่ดวงหน้าสวยคมกำลังยิ้มกว้าง มันตรึงเขาไว้บนผืนแผ่นดินโลก “เล่นอะไรแบบนี้ครับ ผมขำไม่ออกนะครับ”


“อ้อ เหรอ...” เจ้าหล่อนลากเสียงยาว พยายามกลั้นหัวเราะดังคิกคัก “แล้วที่ยิ้มอยู่นั่นล่ะ”


เธอพยักเพยิดมา แน่นอนว่าเขารู้สึกถึงมันได้ แต่บอกตัวเองว่านี่มันเขินอาย โดนล้อแบบนี้ไม่ได้ขำด้วยสักหน่อย ภมรรัตน์ยังกลั้นไม่อยู่ ทั้งหน้าทั้งตัวเขาร้อนผะผ่าว ไม่รู้จะดีใจหรือรู้สึกอย่างไรดี ไอ้ด่างเองก็เอียงคองงทำหน้าไม่เข้าใจ


----------------------------


ปฐวียืนมองควาย มันเดินสีกันทั้งที่กระดำกระด่าง เจ้าซื่อเดินตามนางใสมา มันอายุน้อยกว่าและเดินตามต้อยๆ ไอ้ด่างเดินปิดท้าย มันเห่าต้อนและงับเบาๆ ก่อนฉากถอย แค่กัดกระตุ้นให้กระบือกลับคอกไวๆ บางทีเจ้าควายก็หยุดกินวัชพืชพลางถ่ายมูลลงดิน


กองอึก้อนเบ้อเริ่ม กลิ่นไม่เหม็นนักก็จริงแต่ไม่น่าดมสด เจ้าด่างดมมันสูดจมูกฟุดฟิด ปฐวีเห็นแล้วรู้สึกอเนจอนาถ เขาสมเพชตัวเอง พักหลังมานี้คิดแต่เรื่องรักใคร่น่ารำคาญ สาวอื่นไม่เท่าไหร่ดันมาเป็นภมรรัตน์ เขาเริ่มยอมรับแล้วว่ามีใจให้จริง


เงินทองเขาไม่มี ไม่ได้เตรียมตัวมาทางนี้จึงไม่เคยคิดสะสมอะไร ส่วนที่อยู่ในบัญชีก็คือหนี้ก้อนใหญ่ เงินทองได้มาก็ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ โชคดีที่อะไรๆ ก็มีให้เขาเก็บกิน ไก่ไข่กับเป็ดไข่อยู่ในเล้า แต่โรงเรือนล้อมตาข่ายของมันมีตาห่างๆ ไม่เหมือนกับเพื่อนบ้านที่เขาเพิ่งสร้าง แต่ด้านในนั้นมีแต่ผักกับผัก เป็นโรงเรือนของผักกางมุ้ง ปฐวีใช้ท่อพีวีซีต่อขึ้นมาอีกสองหลัง ขนาดพอๆ กับเต็นท์เช่าตามงานวัด จะได้ประหยัดการใช้น้ำส้มควันไม้ลง


ปฐวีกังวลเรื่องไม้เผาถ่าน อย่างดีเขาคงตัดมาเผาได้จริงๆ ปีละสองครั้ง ครั้งแรกตอนต้นปีหลังเก็บลำไย ส่วนอีกทีคือกลางปีที่มังคุดกับทุเรียนออก หากปลูกผักกางมุ้ง ผนวกกับเลือกปลูกผักสลับกันคงลดการใช้น้ำส้มลง เขาหาในเน็ตพบว่าซื้อสำเร็จเป็นเงินกว่าครึ่งแสน ก่อนจะไปเจอในยูทูปที่ต่อเอาเองจากท่อน้ำประปา


มันเข้าท่าดี งบประมาณคำนวณแล้วก็ไม่บานปลาย เช้าวันรุ่งขึ้นหลังดูคลิปจึงรีบไปซื้อมาสร้าง ส่วนแบบเขียนเอาเองตั้งแต่หลังดูจบ ต้องใช้ข้อต่อกับก้ามปูสำหรับยึดอย่างละกี่ตัว เรื่องแค่นี้ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเขา ราคากลางพอหาได้จากเว็บไซด์สั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต เขารีบไปเบิกเงินที่ธนาคารในตัวอำเภอ แล้วตรงไปซื้อที่ร้านวัสดุก่อสร้างทันที


บ้านเปมิกาไม่มีขาย หรือถึงจะมีก็มีไม่มากพอ แต่ที่สำคัญกว่าคือความเกรงใจ ขืนไปพบหน้าทรงเกียรติคงโดนทวงเรื่องแต่งงานอีก นี่เขาเลี่ยงมาจนออกพรรษา กระทั่งตักบาตรเทโวโรหณะกับงานกฐินยังไม่ไปร่วม เลยมาจนใกล้ลอยกระทงเต็มที นี่ยังลุ้นว่าจะโดนเปมิกาลากไปร่วมงานประเพณี แต่จู่ๆ ดันคิดถึงภมรรัตน์ในชุดไทย


ปฐวีส่ายหน้า เขาถอนหายใจสังเวชตัวเอง ดูท่าบารมีเขายังไม่แข็งแรง เจอคนแบบที่ชอบจริงๆ ยังเป๋ไถล น่าแปลกที่มันเพิ่งเกิด ก่อนหน้านี้ไม่เห็นสนใจใคร สาวๆ นุ่งน้อยในกรุงเทพแวะมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อก็ออกบ่อย หรือนี่คือที่พระท่านเรียกว่าบุพเพสันนิวาสกัน


ชายหนุ่มคิดเรื่อยเปื่อย อาจเพราะเป็นสาวสวยเท่ด้านงานเกษตรก็เป็นได้ ส่วนมือคอยหยอดเมล็ดผักกาดในถาด มันเป็นถาดสำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์ก่อนลงแปลงใหญ่ ต้นกล้าโตพอแล้วจึงย้ายไปลง ภายในมุ้งร้อนกว่าด้านนอกพอดู ตาข่ายไนล่อนอย่างหนามีตาถี่ๆ มันกรองสายลมเย็นๆ ไม่ให้หลุดเข้ามา


เมล็ดพวกนี้เป็นรุ่นที่สอง ต้องใช้พู่กันผสมมือเอาตอนผลิดอกไม่เก็บไปขาย คอยสังเกตดูตอนถอนหญ้าว่ามีผึ้งน้อยลง ที่จริงคนเลี้ยงผึ้งแถวนี้ก็ยังบ่นกัน ไม่ต้องพูดถึงตลาด ตอนไปคราวก่อนเขาก็สังเกตเช่นกัน ตามแผงขนมหวานและผักมักมีผึ้งหึ่งหั่ง แต่นี่เขาไม่เห็นพวกมันแม้แต่ตัวเดียว


เห็นลุงประทินบอกว่าตายยกรัง แกเป็นเกษตรกรในกลุ่มเลี้ยงผึ้งคิชฌกูฏ แต่ตอนนี้ทั้งหมดต้องเปลี่ยนอาชีพ งานขึ้นเขาปีนี้คงไม่มีคนขาย แกบอกว่าพวกมันหายไปครึ่งรังในคืนเดียว คงออกไปหาน้ำหวานแล้วไม่กลับเหมือนในข่าว ส่วนที่เหลือโดนไรผึ้งเกาะดูดน้ำเลี้ยงจนทยอยตาย มันตัวเล็กกว่าผึ้งและกำจัดลำบาก จะใช้สารเคมีอะไรปราบผึ้งก็โดนลูกหลงไปพร้อมกัน


พวกที่โดนไรเกาะจะเป็นโรค มีไรนี่แหละที่แพร่เชื้อไวรัสอัมพาต ลุงบอกว่าพวกผึ้งเป็นสัตว์สะอาดมาก เพราะน้ำผึ้งที่กินทุกวันมีสารฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติอยู่ด้วย นั่นทำให้เก็บน้ำผึ้งได้นาน ความข้นของมันก็คอยสูบน้ำออกจากผนังเซลล์จุลินทรีย์ เป็นหลักการแพร่ของน้ำที่เรียกว่าแรงดันออสโมซิส และเพราะสะอาดแบบนี้มันจึงมีภูมิต้านทานต่ำตามลงไป


ปลูกผักในมุ้งแบบนี้ เขาเองคงต้องใช้พู่กันผสมเกสรมากขึ้น เพราะไม่ได้แค่ปลูกจนโตพอแล้วตัดเก็บ แต่ต้องการเมล็ดพันธุ์ไปเพาะปลูกใหม่ หยอดเมล็ดยังไม่เสร็จเจ้าด่างกลับเห่า มีเสียงรถดังใกล้เข้ามาจึงพักไว้ ปฐวีเดินหลบท่อสปริงเกอร์สูงเท่าเอว สองข้างเป็นชั้นวางกระบะปลูกผักแบบขั้นบันได แหวกมุ้งออกมาแล้วจึงเห็นว่าใคร ไม่ได้เจอกันมานานแต่ยังทักทาย


“สวัสดีปลา เป็นไงมาไง สบายดีไหมนี่”


ชายหนุ่มทักเพื่อนสาว เธอเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขาที่โรงเรียนวัดกระทิง รูปร่างท้วมนิดๆ มาตั้งแต่เด็ก จนป่านนี้เธอยังคงรักษาหุ่น รถกระบะคันไม่ใหญ่ แต่ท้ายมีโครงเหล็กไว้ขนของ บ้านเธอเองก็เป็นสวนทุเรียน แต่ได้ยินว่าขายที่ไปแล้วจึงแปลกใจ


“ไงวี ฉันสบายดี นายล่ะ พ่อนายล่ะ”


ไต่ถามสารทุกข์ตามประสาแล้วจึงเริ่มเข้าเรื่อง ปรากฏว่าปลาทำอาชีพเป็นแม่ค้าคนกลาง เธอคอยจัดหาผลไม้ไปขายล้งในอำเภอ ส่วนที่มาวันนี้ก็เพื่อขอซื้อยกสวนไปส่งเมืองจีน


“พอดีช่วงนี้ลำไยออกน้อย ก็เลยต้องมาติดต่อไว้ก่อน ว่าไงล่ะ ราคาที่ให้นายพอใจไหม”


ปฐวีมองดูช่อลำไยที่โน้มยอดลงดิน มันน้อยกว่าสมัยเขาเด็กๆ ตอนนั้นพ่อยังไม่รู้วิธีราดสารบังคับให้ออกนอกฤดูกาล พุ่มใบเขียวหนาดก ดูคล้ายแถวหมวกเห็ดรกๆ หากมองไกลๆ หลายกิ่งเกือบถึงพื้นดินต้องเอาไม้ค้ำไว้ เท่าที่จำได้ ปีที่แล้วราคาก็ไม่ต่างจากที่เพื่อนเสนอมาเท่าไหร่ ถึงจะไม่ได้อยู่ช่วยก็จริง แต่เขาถามไถ่กับพ่อเป็นประจำ


ตลาดในกรุงเทพเองก็มีลำไยขาย ถึงเกรดจะต่ำกว่าคัดส่งนอกก็ตามที แต่มันช่วยให้เขาประเมินราคาหน้าสวนได้ด้วย ผลผลิตปีนี้มีน้อย แต่ราคากลับขึ้นไม่มากนัก อุตส่าห์บังคับออกนอกฤดูกาล ใกล้เทศกาลท่องเที่ยวโดยเฉพาะน่าจะออกติดๆ กับตรุษจีน มันน่าจะได้ราคามากกว่านี้ คิดแล้วปฐวีจึงเริ่มต่อรอง


“เราว่ามันถูกไปหน่อยนะ” ปฐวีพาเดินไปตามแถวลำไย มีพริกไทยปลูกพันรอบเสาไม้เป็นพุ่มเขียวทรงกระบอกแซมอยู่ตลอดระยะ “ให้ได้อีกหน่อยไหม”


“วีอยากได้เท่าไหร่ล่ะ”


เพื่อนเก่าย้อนถาม ไม่เปิดราคาก่อน ไล่ตาดูไปตามช่อระพื้น ปฐวีรู้ว่าเธอกำลังประเมินน้ำหนักต่อต้นเพื่อคิดราคายกแปลง ยอดที่ให้ไว้เมื่อครู่นี้เป็นแค่ราคาเปิดขั้นต่ำ


“ตอนนี้ปลาก็น่าจะรู้ว่าแต่ละสวนมีของน้อย เราว่าทางปลาเองก็น่าจะช่วยหน่อยนะ”


ชายหนุ่มลงท้ายประโยคด้วยการลดเสียงลง จงใจสื่อให้เพื่อนรู้ว่าขอความเห็นใจ เมื่อครู่ก็เพิ่งเล่าเรื่องพ่อให้ฟัง แต่ปลาไม่ได้มีทีท่าจะแวะไปเยี่ยม บอกแค่ว่าต้องรีบไปอีกหลายสวนเพื่อแข่งกับเจ้าอื่นที่กำลังตระเวนอยู่เหมือนเธอ


“งั้นเราให้กิโลละร้อยห้าสิบเจ็ดนะ เธอตกลงไหม”


ปฐวีเม้มริมฝีปาก ปีที่แล้วช่วงกลางพฤศจิกายนอย่างนี้ พ่อบอกว่าได้กิโลกรัมละร้อยห้าสิบสองบาท


“ถ้าเราขอสักร้อยแปดสิบห้าล่ะ”


แม่ค้าชื่อปลาหน้าเสียทันที แต่ยังเก็บอาการไว้ “คงไม่ได้หรอกวี ตอนนี้สวนวีไม่ได้ใหญ่อะไรแล้ว ทีแรกเราว่าจะไม่เข้ามาด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าลุงสรณ์โค่นไปขุดบ่อน้ำเกือบหมด ปรกติสวนเล็กต้องไปขายเองที่ล้ง วีก็คงรู้ใช่ไหม”


ปฐวีตระหนักเรื่องนี้ดี แต่ถึงอย่างนั้นปีนี้ก็มีของน้อยกว่าความต้องการของตลาด ไม่อย่างนั้นเพื่อนเก่าของเขาคงไม่แวะเข้ามา เขาตัดสินใจยืนกรานตามราคาที่เสนอไป


“งั้นเราขอกลับไปคิดดูก่อนนะวี” หญิงสาวร่างท้วมออกตัว “แต่บอกได้เลยว่าราคาที่วีเรียกมาเราคงให้ไม่ได้ ถ้ายังไงวีเองก็ลองคิดดูแล้วกันว่าลดลงมาสักหน่อยได้ไหม ตัดสินใจได้ยังไงก็โทรมาหาเรานะ”


เพื่อนเก่าบอกพร้อมยื่นนามบัตร เขาเพิ่งรู้ว่าเธอทำในรูปของห้างหุ้นส่วน ชื่อออกจะไม่คุ้น แต่เขาไม่ได้ลงมาช่วยพ่อหลายปีเลยคงไม่รู้ อย่างเดียวที่รู้คือเพื่อนใช้ลิ้นการทูตกับเขา


----------------------------


“เป็นอะไรไปพี่วี”


เปมิกาถามเขาในสามวันต่อมา ชายหนุ่มนั่งเคี้ยวข้าวเงียบๆ อยู่กับเธอ เช้านี้เปมิกายังคงมาป้อนอนุสรณ์ตอนเขาไปตามบิณฑบาต เพิ่งเริ่มคิดว่าหรือจะไม่ไปตามหลวงตาเพื่อดูแลพ่อ หากเป็นไปได้เขาอยากลดโอกาสที่เปมิกาจะใช้เป็นข้ออ้าง กระนั้นก็เสียดายกุศลที่เกิดจากการทำใจให้สงบทุกเช้า ที่สำคัญคือหากทำแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ หญิงสาวจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เธออาจให้พ่อมาคาดคั้นเรื่องแต่งงานอีกก็เป็นได้


ทว่าที่เขาหนักใจจริงๆ คือเรื่องลำไย หลังปลาลาไปก็มีมาติดต่อแค่สองเจ้า แต่ละรายให้ราคาต่ำกว่าเพื่อนเก่าเสียอีก ไม่รู้เขาคิดถูกหรือคิดผิดที่เรียกไปแบบนั้น


“เปพอรู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้ล้งไหนให้ราคาดีที่สุด”


 หญิงสาวทำตาโตนิดหน่อยขณะกำลังเคี้ยว พวงแก้มที่ปัดมาแดงพองามขยับตุ้ยๆ กลืนคำข้าวก่อนส่ายหน้า


“เดี๋ยวนี้มีแต่ล้งจีนหมดแหละพี่ ของไทยเราตายหมดแล้ว ล้งสุวรรณค้าผลเพิ่งเจ๊งไปอีกรายเมื่อสองปีก่อนนี่เอง สายป่านยาวสู้ไม่ได้”


ปฐวีเงียบ ไม่เห็นพ่อเขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง นั่นเป็นเจ้าใหญ่ที่สุดของคนไทย “งั้นแต่ละสวนก็โดนกดราคาเหมือนๆ กันหมดใช่ไหม”


หญิงสาวพยักหน้า “มีคนมาติดต่อแล้วหรือพี่”


ปฐวีตอบรับ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนเก่าชื่อปลา สีหน้าเปมิกาฉายแววอึดอัดกึ่งขุ่นใจ


“งั้นพี่ก็ลำบากแล้วล่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ปลาเขาเป็นนายหน้าของล้งนั่นแหละ ไม่ได้เป็นพ่อค้าคนกลางเองจริงๆ หรอก เป็นพวกนอมินีหาผลไม้ให้ล้งจีน” หญิงสาวรวบช้อนส้อม จานสะอาดเอี่ยมเหมือนทุกที “อีกอย่าง เปบอกได้เลยว่าของปลาเขาให้ราคาสูงที่สุดแล้ว เพราะเจ้าที่เธอทำงานให้เป็นล้งที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้แล้วล่ะ”


หญิงสาวทำหน้านึกคิด เหมือนเรียบเรียงคำพูดก่อน


“พวกพ่อค้าคนกลางตัวจริงก็โดนแย่งอาชีพหมดเหมือนกัน แต่ก่อนพวกล้งจีนนี่อาศัยเป็นเสือนอนกิน รอพ่อค้าเอาคนมาคัด มาขน คอยตรวจของกับจ่ายเงินอย่างเดียว เดี๋ยวนี้พวกกินรวบต้นกลางปลายหมดเพราะเศรษฐกิจโลกไม่ดี พี่ก็ต้องรู้อยู่แล้วเรื่องที่พืชผลเริ่มขาดแคลนน่ะ”


ปฐวีพยักหน้า เขาฟังข่าวอยู่ทุกวันช่วงหัวค่ำ ซ้ำยังเจอกับตัวเองในหลายๆ มุม เปมิกาพูดต่อ


“เปคิดๆ แล้วล้งพวกนี้คงประมาณว่าไม่อยากโดนกินกำไรอีกต่อ เดี๋ยวเอาไปขายแข่งกับล้งจีนในเออีซีไม่ได้ ล้งเจ้าที่เล็กกว่าก็มีค่าบริหารจัดการสูงกว่า เลยสู้ราคากับเจ้าใหญ่ไม่ค่อยได้ ส่วนใครจะเอาไปขายเองไกลๆ ก็จะโดนเรื่องค่าน้ำมัน พี่เองก็ไม่มีรถ แต่เอ๊ะ! หรือพี่จะยืมรถเป”


หญิงสาวกระวีกระวาดขึ้นมาทันที ปฐวีรีบส่ายหน้า


“รถเปไม่มีโครงเหล็กไว้เทินของหลังกระบะ กี่เที่ยวจะหมดล่ะ ไม่ไหวหรอก ยิ่งไปกันใหญ่”


เปมิกาทำหน้าจ๋อย เขารู้ดีว่าต่อให้เธอเต็มใจ แต่วิ่งหลายๆ เที่ยวอย่างนั้นทรงเกียรติคงบ่นอุบ หรือต่อให้ช่วยจริงๆ ก็จะยิ่งเป็นข้ออ้างมาบีบให้แต่งงานกันมากขึ้นอีก เขาต้องหาวิธีอื่น


----------------------------


เปมิกาครุ่นคิด เธอใคร่ครวญหาทางช่วยปฐวี เธอรู้ดีว่าปรกติเขาไม่ค่อยแสดงออกว่ากลุ้มแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเงียบ นิ่ง หรืออย่างดีก็อึดอัดลอบถอนหายใจ การออกปากถามเธอ หมายความว่านี่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนจากมา เธอขับรถช้าๆ เข้าไปดูแปลงลำไย มันมีเหลืออยู่ไม่กี่ไร่ เดิมมันเคยมีมากกว่าทุเรียนและมังคุดรวมกัน


เธอไม่แปลกใจที่จะไม่มีพวกนอมินีแวะมา ไม่แน่ว่าเผลอๆ พวกล้งอาจฮั้วกันเพื่อกดราคา ที่ไม่ค่อยมีคนกลางมาหาก็เพราะนัดแนะไว้แล้ว ปีนี้ผลผลิตมีน้อย พวกล้งอาจกลัวว่าจะได้ของแพง เกรงว่าส่งไปขายที่บ้านเมืองตัวเองแล้วจะเสียส่วนแบ่ง ภาวะโลกร้อนและน้ำแล้งอาจทำให้ลำไยเขมรขายดีขึ้นมา


ปรกติที่นั่นจะมีปัญหาเรื่องน้ำมาก ภูมิอากาศทำให้เปลือกลำไยแตกเสียราคาอยู่เป็นประจำ พอแล้งแบบนี้อาจกลายเป็นสมดุลใหม่ คงขายได้มากและรุกมาตีตลาดของไทย แต่นั่นมันไกลตัวไปหน่อย เปมิกาคิดแล้วไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร เธอเลี้ยวรถเข้าตลาดแล้วจอดที่หลังร้าน ล็อครถเรียบร้อยแล้วจึงเดินผ่านเข้าทางประตูครัว


“พ่อจ๋า เปกลับมาแล้ว”


เสียงโทรทัศน์ดังอยู่ตามปรกติ กอดกับหอมพ่อทีหนึ่งแล้วจึงเริ่มทำงาน อย่างแรกคือตรวจสินค้าที่สั่งมาส่งวันนี้ ทั้งหมดเป็นปุ๋ยเคมี หัวเชื้อจุลินทรีย์ อุปกรณ์ตัดแต่ง และจอบเสียมประดามี แต่รายการสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่มีอยู่ในรายการ


ไม่ใช่เพราะการถูกตรวจ แต่เพราะชาวบ้านใช้ยาพวกนี้น้อยลง มันตั้งบนชั้นวางจนฝุ่นจับเขรอะ เพิ่งบอกให้ป้ามลทำความสะอาดไปเมื่อวานนี้ ดูยอดรายได้แล้วพาใจเหี่ยว มันเคยเป็นของขายง่ายได้กำไรดี แต่ยอดหดหายนับแต่วันปฐวีมาที่นี่ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร หรือเพราะข่าวออกบ่อยๆ เรื่องผึ้งตายเพราะยา


“เป็นไงบ้างลูก”


ผู้เป็นพ่อเดินมาลูบหัวลูกสาวที่โต๊ะคิดเงิน เธอหันมายิ้มแหยๆ ก่อนเอ่ยตอบ


“ไม่ดีเลยจ้ะพ่อ ยอดตกตั้งแต่วันที่เจ้าหน้าที่มาตรวจนู่นเลยจ้ะ”


ทรงเกียรติระบายลมหายใจ “ตอนพ่อไปประชุมคราวก่อน นายอำเภอเขาก็บอกว่าทางการมีนโยบายให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีเหมือนกัน นี่ขนาดพ่อยังไม่ได้พูดกับชาวบ้านเลยนะ กำลังว่าจะจัดประชุมที่วัดวันอาทิตย์นี้แหละ”


เปมิกาเงียบ รู้สึกถึงความง่อนแง่นของรายรับมากเข้าไปอีก เรื่องนี้กระทบโดยตรงกับบ้านของเธอ เธอเองก็เห็นบิดาอึดอัดไม่น้อย กำไรจากปุ๋ยยาชีวภาพเรียกราคาไม่ค่อยได้ รายได้ส่วนใหญ่มาจากผลกำไรของสารสังเคราะห์ ส่วนเครื่องจักรแม้จะกำไรดีแต่นานๆ จะขายได้สักหน ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยิ่งไม่ต้องพูดถึง นี่ยังไม่นับรายการโทรทัศน์ซึ่งสารพัดจะนำเสนอวิธีทำสารปราบศัตรูพืชกับปุ๋ยใช้เอง


มีทั้งน้ำส้มควันไม้อย่างปฐวี จุลินทรีย์รักษ์โลก สารสกัดสะเดา และอื่นๆ ที่หาได้ง่ายอย่างตะไคร้ พริก กระเทียม หญิงสาวดูทีไรก็หวั่นใจทุกที นี่ถ้าชาวบ้านทำกันเองหมดทั้งยาทั้งปุ๋ย ครอบครัวเธอจะเอารายได้มาจากไหน เปมิกาครุ่นคิดหาทาง เรื่องตัวเองยังไม่รอด แล้วอย่างนี้จะไปช่วยปฐวีได้อย่างไร หรือจะหาอย่างอื่นมาขายเสริม แต่เธอนึกไม่ออกว่าจะเอาอะไร พื้นที่ตรงนี้เป็นสวนเสียส่วนใหญ่ ชุมชนมีขนาดเล็ก จะคึกคักก็เฉพาะเทศกาลสำคัญๆ


“พ่อ หนูว่าตอนนี้เราต้องหาอาชีพเสริมแล้วนะ พ่อคิดว่าไง”


“จะเอาอะไรมาขายเพิ่มดีล่ะ” ทรงเกียรติถามมาจากหน้าโทรทัศน์ เขานั่งเท้าศอกกับเข่าอยู่ที่เก้าอี้ไม้ยาวทรงโซฟา ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารราชการในมือ ซองกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่บนชุดรับแขก “พ่อก็คิดๆ อยู่เหมือนกัน แต่นึกอะไรไม่ออกเลย”


“แล้วถ้าเราจะเป็นล้งเสียเองล่ะพ่อ ช่วงนี้อาหารการกินน่าจะราคาแพงอยู่นะ พ่อคิดว่าไงจ้ะ”


“โห!” ทรงเกียรติดีดนั่งตัวตรง หันมาส่ายหัวดิก “ไม่ไหวหรอกลูก ที่ทางจะหาที่ไหน ต้องลงทุนเท่าไหร่ ต่อให้พ่อจะรู้จักทุกสวนก็เถอะ จะเอาเงินที่ไหนไปสู้กับพวกจีนล่ะ”


เปมิกาพยักหน้าจ๋อยๆ ที่จริงก็รู้คำตอบอยู่แล้ว แต่อดถามเผื่อออกมาไม่ได้ ทรงเกียรติเองก็ถอนหายใจให้เธอได้ยิน ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินมาหาอีกหน


“นี่ลูกกำลังคิดจะช่วยไอ้เจ้าวีด้วยใช่ไหม”


ลูกสาวหน้าร้อนผ่าว หันมาสบตาบิดา พยักหน้าแหยๆ


ทรงเกียรติลูบหัวพร้อมยิ้มให้ แต่แววตาสงสารมากกว่าเอ็นดู “พ่อเองก็ไม่อยากพูดหรอกนะ แต่จะดีกว่าไหมถ้าลูกจะ...”


“ไม่ค่ะ” เสียงเปมิกาแข็ง มองสบตาพ่อน้ำตารื้น “ยังไงหนูก็รักพี่วีคนเดียว ถ้าชีวิตนี้ไม่ได้แต่งกับพี่วี หนูก็จะอยู่ไปอย่างนี้แหละค่ะ”


ทรงเกียรติเม้มริมฝีปากสีหน้าเกรงใจ ไม่พูดอะไรอีกแต่เดินกลับไปนั่งอ่านเอกสาร เปมิการ้อนรน และนับจากนั้นก็ไม่เป็นอันทำงาน ข้างในอกร้อนรุ่มลั่นแตกคล้ายถ่านแดงโดนราดน้ำ ส่วนในสมองของเธอคิดวนซ้ำไปซ้ำมา มันหมุนวนเรื่องที่ร้านสลับกับปฐวี


เธออยากกรีดร้อง แต่สู้ระงับทั้งที่ขุ่นใจ เกรงใจพ่อและลึกๆ แอบน้อยใจ ตั้งแต่ช่วยเธอคุยคราวก่อนก็เหมือนพ่อไม่อยากทำอีก เมื่อครู่ก็เพิ่งพูด แสดงว่าที่จริงคงอยากให้เธอตัดใจจากปฐวี ยิ่งคิดเท่าไหร่หญิงสาวยิ่งหงุดหงิด เธอกัดริมฝีปากระบายอารมณ์พร้อมหยิกเล็บที่นิ้วชี้ ก่อนจะทนตัวเองไม่ไหวแล้วเดินออกมา


เธอหวังสูดอากาศ ถนนหน้าร้านโล่งจนเงียบเหงา จะมีคนสัญจรหลักๆ ก็แค่ช่วงเช้า อีกทีคือตอนเย็นแต่มักเบาบางกว่า นี่เพิ่งบ่ายสองโมง แดดไม่แจ้งเพราะฟ้าครึ้มมีเมฆมาก เปมิกาออกมาเดินเล่นย้อนไปทางขวา มันคือทิศเดียวกับทางเข้าตลาด วัดกระทิง และสวนของปฐวี


จู่ๆ หญิงสาวก็ตัวชาหน้าซีดเผือด!


เธอเพ่งสายตามองให้ชัด


ปฐวีนั่งมาในรถของภมรรัตน์ผ่านหน้าเธอไป

 


-------------------------------------------------

46 ความคิดเห็น