หนี้รัก...ภุมรินทร์

ตอนที่ 43 : Re Up : ๘. รุมร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

๘. รุมร้อน

 

               ดวงตาพร่ามัว แยกแยะไม่ออกว่าอะไรที่ไหน ปฐวีงุนงงตาลาย สลับสับสนเหมือนโลกหมุนติ้ว ครึ้มหรือสว่าง หนาวหรือร้อน นี่มันเกิดอะไรเขาเรียบเรียงไม่ถูก สมองหมุนมึน แฉะหรือแห้ง ฝันหรือตื่น ไม่รู้ยืนอยู่หรือนอนกับพื้น ท่านอนเป็นอย่างไร กำลังนอนตะแคงคือสิ่งที่เริ่มระลึก กระบอกตาปวดเกร็ง กล้ามเนื้อปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว กระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสักผืน มันอบอับร้อนจนเหงื่อท่วมตัว ปฐวีเริ่มจับได้ว่าอะไรเป็นอะไร


               ผนังอิฐบล็อกไม่ได้ฉาบ มันมีแนวปูนยาต่อเชื่อมระหว่างกัน เสาไม้ค้ำหลังคาเป็นสีน้ำตาลดำ เขาช่วยกับพ่อทามันเมื่อหลายปีก่อน หลังคาเป็นกระเบื้องลอนคู่ หยากไย่โตงเตงอยู่บ้างตามประสาชายโสด ตู้เสื้อผ้าหลังเก่าของย่ากลายเป็นของเขา ในนั้นมีชุดไม่มาก ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ของเขาแขวนอยู่กับตะปูตัวเดิม


               ห้องของเขาไม่กว้าง มันราวสามคูณสามเมตรเห็นจะได้ ประสาทหูแว่วเสียงคนเคลื่อนไหวหรืออะไรสักอย่าง ก่อนแยกแยะได้ว่ามีแรงสะเทือนแผ่มากับพื้นด้วย เป็นจังหวะลงเท้าหนักๆ ไม่แรงนักแต่คล้ายคนเดินเร็วๆ หูเขาได้ยินเสียงหวานทุ้ม มันไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นคนที่เขารู้จักมานาน


“เช็ดตัวนะคะน้าสรณ์”


เป็นเสียงเปมิกา ตามมาด้วยเสียงน้ำบิดจากผ้าลงสู่กะละมัง เพดานเป็นหลังคาไร้ฝ้าโล่งกว้าง ผนังอิฐบล็อกก่อหยาบๆ เปิดช่องโครงหลังคาไว้ แนวคานไม่ตรงผนัง เสียงก้องข้ามมาทุกครั้งที่ใครคุยอะไร แต่บ้านสวนชั้นเดียวหลังนี้ไม่มีความลับใดๆ ชายหนุ่มนึกขอบคุณหญิงสาวในใจ แต่ความร้อนภายในกายยังสุมรุมรน


มันทำคอเขาแห้ง เสียงน้ำกระตุ้นให้ระลึกรู้เรื่องนี้ จู่ๆ ก็คันคอ เขากระแอมออกมาแบบกลั้นเสียง ครั้งแรกไม่เท่าไหร่ แต่นานไปชักเจ็บคอด้วย มันระคายข้างในจนต้องไอระบาย แต่ขนาดเอาหน้าซุกหมอนเปมิกายังวิ่งมาอยู่ดี น้ำเสียงหวานระคนตื่นเต้นยินดี เธอถลาลงมาคุกเข่าข้างเบาะนอน


“พี่วีฟื้นแล้วหรือจ้ะ”


พื้นสะเทือนด้วยเข่า คงเจ็บพอดูแต่หญิงสาวไม่สนใจ เธอเอาหลังมือแตะหน้าผากเขาไว้ ปฐวีนึกในใจว่ายังดีที่ไม่เอาหน้าผากแตะ ตอนเด็กเธอทำบ่อย ไม่รู้เลียนแบบจากละครเกาหลีหรือญี่ปุ่น เธอเลิกผ้าห่มเขาปล่อยไอร้อน พอเหงื่อโดนลมจึงเย็นชื่นพอผ่อนคลาย


ปฐวีปวดตัว แต่ยังพยายามจะลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวห้ามไว้แล้วดันเขากลับ เธอบอกจะเช็ดตัวให้ แต่ชายหนุ่มปฏิเสธแล้วขอน้ำ เปมิกาทำหน้าเพิ่งนึกได้ เธอเอื้อมมือไปเหนือหัวเตียงหยิบขวดน้ำมาเทใส่แก้วใสสะอาด แสดงว่าเตรียมไว้ก่อน ปฐวีนึกชมหญิงสาวในใจ เธอพยุงเขาลุกแต่ไม่ง่าย ปวดเปลี้ยเนื้อตัวไม่เท่าไหร่ แต่ที่สำคัญกว่าคือในหัวยังคงมึนงง


ไข้ยังมีอยู่ ต้องดื่มน้ำมากๆ คือคำที่เธอพูด ผ้าหนาๆ ที่ห่มใช้เพื่ออบเหงื่อ ให้เหงื่อในร่างกายไล่ความร้อนภายในออกมา เรื่องนี้เขาก็รู้ แต่ที่ไม่รู้คือมานอนตรงนี้ได้อย่างไร นอนลงไปแล้วจึงค่อยเอ่ยถาม เธอบอกว่าพ่อมาช่วย เธอโทรศัพท์ตามมาช่วยพาไปโรงพยาบาล ให้ป้ามลมาดูแลพ่อของเขาไปพลาง หมอบอกว่าน่าจะเป็นหวัดเพราะตากฝนอยู่นาน ฉีดยาแล้วจึงให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ปฐวีตะลึงที่เขาไม่รู้ตัวแม้สักนิดกับเหตุการณ์ ไม่ใคร่สบายใจนักที่ต้องเป็นภาระให้กับทุกคน


“ขอโทษนะเป พี่ไม่น่าทำให้เรากับน้าเกียรติต้องมาลำบากเลย”


เปมิกาชะงักมือ ทำหน้าเหมือนจะซ่อนรอยยิ้ม แต่ไม่สำเร็จ


“อย่าพูดอะไรแบบนี้เลยจ้ะพี่ พี่ก็รู้ว่าเปเต็มใจ”


หญิงสาวว่าแล้วขอตัวไปเช็ดตัวให้อนุสรณ์ บอกว่าเสร็จแล้วจะมาเช็ดให้ชายหนุ่มอีกต่อ เขาสะดุ้งส่ายหน้าด้วยเพิ่งนึกบางอย่าง ดวงตาเขาเหรอหรา เปมิกาคลี่ยิ้มขำ ก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้มแสยะแล้วแลบลิ้นปลิ้นตา ซ้ำยังหัวเราะโฮะๆ เอามือปิดปาก ก่อนจะหันมาหรี่ตาเอ่ยถามปฐวี


“พี่วีขา พี่รู้ไหมว่าตัวเองหลับไปกี่วัน”


เขาส่ายหน้า ดวงตายิ่งตื่น


“หลับไปตั้งวันหนึ่งเต็มๆ เลยนะคะคุณพี่ขา เปเช็ดตัวให้พี่มาก็... อืม สองสามหนแล้วล่ะจ้ะ ฉะนั้นไม่ต้องอายหรอกนะจ้ะ อะไรๆ ก็เห็นมาหมดแล้ว ตัวเท่าหนอนแก้วแค่นั้นทำอะไรเปไม่ได้หรอกค่ะ โฮะโฮะโฮะโฮะ”


ปฐวีร้อนซ่าน ไม่รู้ว่าเพราะอายแทบแทรกแผ่นดินหรือพิษไข้


 

-------------------------------------------------

46 ความคิดเห็น