กฎแห่งกรรม ของลุงโต - กฎแห่งกรรม ของลุงโต นิยาย กฎแห่งกรรม ของลุงโต : Dek-D.com - Writer

    กฎแห่งกรรม ของลุงโต

    ลุงโต ต้องชดใช้หนี้กรรม ที่เคยฆ่าวัวควาย ตั้งแต่วัยหนุ่ม เขาต้องจบชีวิตอย่างทรมาน

    ผู้เข้าชมรวม

    45

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    45

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  19 ม.ค. 66 / 09:47 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                                               กฎแห่งกรรมของ ลุงโต

      ทุกๆ เช้า ที่ผมไปตลาดสด ..จะต้องเดินผ่านเขียง เนื้อวัว- เนื้อควาย ของ(ลุง) ตาบัง ชาวปากีสถาน   ตาบังที่คนในเขตเทศบาลเรียกชื่ออย่างนั้น   ชื่อจริงๆแกชื่ออะไร ไม่มีใครทราบ      ตั้งแต่ผมจำความได้  ทราบเพียงว่า บ้านของแกตั้งอยู่ใกล้ โรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลตำบล ตาบัง มีเมียเป็นคนไทยชื่อป้านาง  มีลูกชายสองคน ลูกสาว 1 คน   ที่บ้านแก มีฝูงวัวและควายที่เลี้ยงไว้ในคอกเกือบ100 ตัว เพื่อฆ่าชำแหละเนื้อสดไว้จำหน่ายในทุกๆเช้า และทุกเย็น     ในสมัยก่อนเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล จะมีวัวควายเป็นจำนวนมาก เพราะคนชนบท จะใช้วัว ควายไว้ ไถนา ทั้งเอาไว้ใช้เป็นพาหนะ เพื่อเข้าป่าหาของป่า เช่น  หาเห็ด น้ำผึ้ง พืชผัก  เด็กๆ ที่ร้องไห้กระจองงอแง หาก พ่อหรือแม่ ขู่ว่าหาก ไม่หยุดร้อง จะเรียกตาบังกับลุงโตมาเชือดคอ เด็กทุกคนต้องหยุดร้องไห้ในทันทีเพราะความกลัวนั่นเอง 

     ตาบัง .เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ กว่าคนไทยทั่วไป จมูกโด่ง เสียงดัง ..  หากใครได้สัมผัสกับตาบังแล้ว  จะรู้ว่าแกเป็นคนใจดี  แม้แกจะพูดไทยไม่ค่อยชัด แต่ก็ช่างพูดช่างคุย ฝ่ายที่คุยด้วยกับแกก็ไม่ยากที่จะแปลความได้ อีกคนที่ต้องกล่าวถึงคือตาโต หรือลุงโต ชายไทยร่างเตี้ย หลังค่อมๆ สูงไม่เกิน140 เซนติเมตร  ผิวคล้ำ ตาโต จนน่ากลัว เสียงพูด ของแกจะแหบ และดังกว่าตาบังเสียอีก  ลุงโตหรือ ตาโต เป็นลูกจ้าง และเป็นลูกน้องตาบังที่เก่าแก่ที่สุดคนหนึ่ง   เขามีหน้าที่นำวัว ในคอกไปปล่อยทุ่งบริเวณแถววัดเกาะและบ้านวังปลาตอง  บริเวณจุดนี้ในอดีตเป็นที่เปลี่ยวและน่ากลัวมากที่สุด จุดเลี้ยงวัวของลุงโต จะมีหนองน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้วัวได้กินน้ำ  หลังจากที่พวกมันได้และเล็มหญ้า เคี้ยวเอีื้องหญ้าและใบไม้              สมัยหนึ่ง…… ที่มีข่าวเรื่องซีอุยจับเด็กไปกินตับ   บริเวณ หนองตาบัง ที่ใครๆ เรียกจะเงียบวังเวงสนิทราวกับป่าช้า   ตาโต แม้ตัวแกจะเล็ก แต่เสียงแกดังมาก  วัวที่แตกฝูงที่ไปหากินไกลๆ เมื่อได้ยินเสียงแกเรียก จะต้องรีบมาเข้าฝูง ก่อนที่แกจะพากลับมาเข้าคอกที่บ้านตาบังในทุกๆ พลบค่ำ  วัวตัวไหน พยศ ต้องถูกลุงโต โบย ด้วยแส้ ไนล่อน หรือบางที เจอแส้หางปลากระเบน  

    “ควั่บ ๆๆๆๆนี่แน่ะ  พยศนัก เรียกให้มาเข้าฝูง ไม่ยอมมา  ” แก ใช้แส้ฟาดไปกลางหลังวัว พร้อมพึมพำ ตามประสา

    หลายครั้งที่ผมเห็น มีความรู้สึกว่า สงสารวัวหรือควายตัวนั้นๆ   ฝูงวัวควาย ที่ลุงโต ต้อนไปหากินจะเริ่มขึ้นในช่วง สายๆ ของทุกวัน   บางวันลุงโต จะพาฝูงวัวควายเดินผ่านหน้าบ้านผม  เสียงกระดิ่ง กระดึง ที่ใส่คอวัว ดังกุ๊ง กิ๊ง  โก๊ง เก๊ง.. เ ป็นจังหวะ  ผมและเพื่อนๆที่นึกสนุก ก็จะกระโดดขึ้นขี่หลังวัว ควาย เป็นที่สนุกสนาน.   . นอกจากแกจะเลี้ยงวัวแล้ว  ทุกๆ วัน แกต้องทำอีกหนึ่งหน้าที่ คือตำแหน่งฆาตกร  ..คือนักฆ่าวัว ควาย มืออาชีพ  หากแกเจ็บป่วย ก็จะมีลูกตาบัง ทำหน้าที่นักฆ่า แทน   ตลาดขายเนื้อวัวควาย ในตลาดอรัญ จะมีเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น  ส่วนเคียงหมู มีกว่า 10 เจ้า  ที่โรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล จะมีเพชรฆาต ในการฆ่าหมูและวัวควาย แยกกันคนละส่วน  ไม่ว่าจะฆ่าหมู ฆ่าวัว- ควาย เพื่อชำแหละเอาเนื้อมาจำหน่าย ล้วนแต่ต้องผ่านกระบวนการที่โหดเหี้ยม ทารุณสัตว์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ลุงโต จะต้องฆ่าวัวหรือควายเกือบทุกวัน ยกเว้นวันพระเท่านั้นที่เป็นกติกาของโรงฆ่าสัตว์ คือห้ามฆ่าสัตว์ 

     ลุงโตจะมีอาวุธประจำตัว คือ มีดยาวๆ ประมาณ 1 ศอก ผมเคยไปยืนดูโดยความบังเอิญ เพราะวันนั้นผม ต้องไปติดต่อขายหมูให้โรงฆ่าสัตว์มาจับหมู ซึ่งที่บ้านของผมเลี้ยงไว้  5 ตัว วิธีการฆ่าวัวชองลุงโตไม่มีอะไรมาก   แกใช้มือค่อยๆลูบๆ แถวๆซอกไหล่ควาย จากนั้นก็ตบด้ามมีดจนจมมิด ควายจึงแทบไม่ได้ดิ้น พักเดียวลมหายใจของมันก็แผ่วเบาและก็สิ้นลมไปในที่สุด  คงต้องบอกว่า นี่คือความสามารถเฉพาะตัวของลุงโต ที่ทำอาชีพนี้ มาตั้งแต่ยังหนุ่ม   โดยเฉลี่ยวันหนึ่งๆ แกจะฆ่า วัวหรือควาย อย่างน้อยวันละ 2  ตัว  เฉพาะวันพระจึงจะหยุดฆ่า  เดือนหนึ่ง มีวันพระ 4  ครั้ง เอาเป็นว่าปีหนึ่งมีวันพระ 50 ครั้ง  หนึ่งปีมี  365 วัน หักลบเป็นตัวเลขกลมๆ  300 วัน ก็จะต้องฆ่าวัวและควาย ปีละ  600 ตัว ลุงโต เสียชีวิตในวัย 70 เศษๆ แกฆ่าวัวมา 50  ปี คำนวนแล้วก็ตก  30,000 ตัว  ว่าไปแล้วเป็นจำนวนไม่น้อยเลย  ดูเหมือนว่าการฆ่าสัตว์ จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของลุงโต  ยิ่งฆ่า มากเท่าใด ใจของแก ก็ยิ่งกระด้างมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าแกจะเคยไปวัดอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนกับว่า แกไปเป็นเป็นเพียงพิธีการ  ไม่ได้สนใจใยดีอะไร คงคิดว่าผลกรรม คงไม่มีจริงๆหรอก ไม่มีวัวควายตัวไหน ที่จะพื้นขึ้นมาแทงคอแกได้   

      “โอ้โห ลุง  วันนี้ เข้าวัด เสียด้วย”  ชาวบ้าน ที่พบทักทาย

      “นานๆ  มีโอกาส ได้ทำบุญกับเขาบ้าง  ” ลุงโต พูด

    กฎแห่งกรรมบางครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องให้ผลทางตรง แต่มันจะแสดงออกมาในรูปแบบอื่น กรณีของลุงโตเป็นอีกกรณี ที่ผลแห่งกรรมได้สนองแก อย่างแยบยล และแสดงออกมาคล้ายกับกรรมที่แกได้กระทำไว้กับวัวควาย  เมื่อช่วงแกเริ่มแก่ชรามากขึ้น  บ่อยครั้งที่แกหน้ามืดเหมือนกับว่าจะเป็นลม และแล้ว …………..

    วันหนึ่ง  แกนำวัวไปเลี้ยงที่ทุ่งหญ้า ที่แกเคยเลี้ยงตามปกติ  ก็เกิดหน้ามืดเสียดื้อๆ แกค่อยๆเซล้มลง  คอของแกได้ถูกแผ่นสังกะสีที่ไม่รู้ว่ามันปลิวมาจากไหน และมาอยู่บริเวณนั้นพอดี  บาดแผลที่ถูกสังกะสีบาด ค่อนข้าวยาว และลึกมาก  แกดิ้นทุรนทุรายร้องให้คนช่วยอยู่คนเดียวกลางทุ่งหนองตาบัง   บริเวณนี้.. ซึ่งไม่มีใครผ่านในแต่ละวัน  เว้นแต่เพียงแกคนเดียวที่เอาวัวไปเลี้ยง  เลือดของลุงโตไหลออกมาอย่างมาก  ทำให้แกหมดแรงลงเรื่อยๆ  ในตอนนั้นสิ่งที่แกนึกขึ้นมาในใจก็คือ ภาพของวัวควายที่ตนเองเคยใช้มีดแหลมแทงมัน   ในที่สุด ตาโตก็สิ้นสติ ด้วยความเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น กระทั่ง 2-3 ชั่วโมงต่อมา  มีชาวบ้านผ่านมาเห็นเข้า จึงช่วยนำตัวแกส่งสุขศาลา(โรงพยาบาล)   เมื่อถึงมือหมอ ลุงโต ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง   

      “ผมพบลุงโต นอนจมกองเลือด  ไม่รู้เหมือนกันว่า สังกะสี บาดคอแกได้อย่างไร  ”ชาวบ้าน ที่เป็นพลเมืองดีบอกหมอ

     “นี่.อาการหนักมากเลยทีเดียว  ”หมอพูด

     ขณะทำการรักษาในโรงพยาบาล  ในบางช่วงลุงโตจะมีอาการเพ้อและร้องออกมา   เสียงของแกเหมือนเสียงวัว ควาย  กำลังทุรนทุราย เจ็บปวด 

     “มอๆๆๆๆ  ” ตาโต  ร้อง  ทั้งดิ้นไปมา อย่างน่าเวทนา สงสาร

     **************************************************************************

     ถึงแม้ว่าแพทย์และพยาบาลจะพยายามช่วยรักษาลุงโต อย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตแกได้ คนไข้ ที่เห็นสภาพลุงโต ต่างรู้สึกสงสารอย่างมาก ทุกครั้งที่อาการไข้แกขึ้นสูง  แกจะถลึงตา ตกใจ และร้องเสียง มอๆๆๆ ดังลั่นโรงพยาบาล  ในที่สุดแกก็ขาดใจตายอย่างทุรนทุราย  หลังจากทำการเผาศพลุงโตแล้ว ระยะต่อๆ มา  ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดๆที่ชาวบ้านผ่านทุ่งตาบังและหนองตาบังก็จะเห็นลุงโตกำลังต้อนวัวควายส่งเสียงร้องลั่นทุ่ง..  ท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่พบเห็น 

    นี่ขนาดเป็นกลางวันแสกๆ ยังขนาดนี้   บ่อยๆครั้งที่ ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องผ่านทุ่งและหนองตาบัง  ช่วงกลางคืน. ยิ่งหนักไปกว่านั้นอีกคือเขาได้พบเจอชายร่างเตี้ย เสียงแหบได้ส่งเสียงไล่ วัวควายทั้งยังได้ยินเสียงแส้ หวด บนหลังวัวควาย ดัง ควั๋บๆๆ   พร้อม ส่งเสียง   

    “หี๊ย ...ๆๆๆๆ ” เป็นระยะๆ   เสียงวัวควาย ร้องระงม มอๆๆๆ  จนน่ากลัว 

       .ดูเอาเถิดลุงโต .ตายไปแล้ว  ก็ยังต้องมารับกรรม  เลี้ยงวัว -ควายอีก  หลายๆคนนึกสงสาร จึงได้ช่วยทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ เพราะแกไม่มีครอบครัวและลูกหลาน.เลยสักคน

      เรื่องกฎแห่งกรรม จึงน่าจะส่งผลให้ลุงโตได้ประสบ.เคราะห์กรรมดังกล่าว .  นี่ จึงเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ในเรื่องกฎแห่งกรรม ว่ามีจริงๆ   (ไม่เชื่อ. .อย่าลบหลู่ )

                                                      ขลุ่ย บ้านข่อย 

                                                        19 -1- 66  
           

           

         

     

     

      

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×