คุณเย็น เปลี่ยนไป - คุณเย็น เปลี่ยนไป นิยาย คุณเย็น เปลี่ยนไป : Dek-D.com - Writer

คุณเย็น เปลี่ยนไป

เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สัจธรรม ที่มิได้เกินความจริงในตัวตนของมนุษย์

ยอดวิวรวม

36

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


36

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ก.ย. 65 / 10:39 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                                            คุณเย็น..เปลี่ยนไป

 ผมเห็นเย็นใจ ตั้งแต่เธอมีอายุเพียง 9 ขวบ ช่วงที่ผมมาเป็นทีปรึกษาพ่อหลวงที่บ้านห้วยนายาง  ผมได้คุ้นเคยกับช่างไม้ชื่อสล่าอ้นที่มีบ้านไม่ห่างจากบ้านพ่อของเย็นใจเท่าไหร่ ในสังคมชนบทที่บ้านห้วยนายาง ที่ผมเข้ามาสัมผัสชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รับจ้างและหาของป่า  ลุงหนานทองพ่อของเย็นใจ มีอาชีพตัดไม้ในป่า มาชายให้กับสล่าอ้น ซึ่งเป็นช่างสร้างบ้านประจำหมู่บ้าน การที่ผมได้เข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้ผมได้รู้จักกับชาวบ้านเกือบทุกหลังคาเรือน สล่าอ้น มีอายุแก่กว่าผมประมาณสามปี เขาเป็นคนต่างหมู่บ้านมาได้ภริยาที่หมู่บ้านแห่งนี้ ทุกๆเย็นที่บ้านสล่าอ้น จะมีสมาชิกคอสุราขาประจำหก-เจ็ดคน มานั่งดื่มและพูดคุยกันอย่างถูกคอ

ในจำนวนสมาชิกดังกล่าว มีลุงหนานทอง ลุงคำ ลุงแก้ว ลุงหมอก ลุงเย็นและลุงระ ณ. วันนี้ สมาชิกในวงเหล้าที่ผมเคยร่วมพบปะสังสรรค์ ได้เสยชีวิตไปแล้วทุกคน ยกเว้นเหลือเพียงสล่าอ้นเพียงคนเดียวที่ได้เปลี่ยนอาชีพ จากช่างก่อสร้าง มาเป็นชาวไร่ปลูกสัปปะรด 

 **************************************************************************

ยามเช้า เวลา 07.00 น  ผมได้พบกับเย็นใจ ที่ตึกอาคารเรียนรวมของคณะบริหารธุรกิจที่ผมนั่งทำงานอยู่

"สวัสดีเจ้า..อาจ๋าน"  เสียงทักทายจากสาวลูกสี่ ที่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันกับผม ซึ่งผมกับเธอรู้จักกันเพียงผิวเผิน ด้วยอาจเป็นเพราะวัยที่แตกต่างกันพอควร

“อ้าวเย็น..มาทำงานที่นี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอเนี่ยะ”ผมพูด

"สองอาทิตย์แล้วค่ะ..อาจารย์ พอดีมีคนบอกว่ามีตำแหน่งว่างหนึ่งตำแหน่ง หนูก็เลยลองมาสมัครดู "เย็นพูด

"ดีแล้วล่ะ จะได้มีรายได้ช่วยกับพ่อบ้านอีกแรง" ผมพูดให้กำลังใจเธอด้วยรู้ถึงความยากลำบาก และปัญหาภายในครอบครัวของเธอเป็นอย่างดี ก่อนหน้าที่เย็นจะมาทำงานในตำแหน่งแม่บ้าน เธอมีอาชีพรับจ้างทั่วไป  การที่เธอมีลูกสาวถึงสี่คนจึงเป็นภาระอันหนักไม่น้อย  ทูนซึงเป็นสามีของเธอซึ่งผมรู้จักเขาตั้งแต่อายุสิบขวบเศษๆ  ทูนเป็นลูกลุงคำ หนึ่งในสมาชิกที่เป็นขาประจำสมาคมคนขี้เมาประจำหมู่บ้านที่ผมได้พบปะกับเขาทุกๆเย็นที่บ้านสลาอ้น  ทูนและเย็นเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันเขาและเธอ มีอายุห่างกันเพียงสามปีทั้งสองคนชอบพอกันและแต่งงานตั้งแต่อายุยังไม่มาก การครองรักครองเรือนจึงกระท่อนกระแท่น มีการทะเลาะเบาะแว้งกันไมเว้นแต่ละวัน ผมได้แต่เห็นใจและมองดูครอบครัวนี้อยู่ห่างๆ

 "บ่าทูนลูกของผม ตั้งแต่ได้ลูก ก็เอาแต่ทะเลาะเบาะแว้งกับเมียมัน ลุงไม่รู้จะสอนมันอย่างไร" ลุงคำชายร่างผอม ผิวคล้ำเล่าเรื่องภายในครอบครัวให้ผมฟังในวงเหล้า

"แล้วทูน. ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว อย่างไรครับ "ผมถาม

"รับจ้างเป็นลูกมือสล่าอ้น ครับ" ลุงคำตอบ 

ช่วงที่ทูนยังเด็ก.ผมมองว่าเขา.เป็นเด็กสุภาพ เรียบร้อย ทูนมีครอบครัวค่อนข้างเร็ว ณ.เวลานั้นเขามีลูกสาวสองคนที่มีอายุห่างกันพียงปีเศษๆ ผมเคยเห็นลูกของทูนและเย็นบ่อยๆ เพราะลุงแก้วพ่อของเย็นมักอุ้มหลานมาเดินเล่น และมาเดินซื้อขนมที่ตลาดของหมู่บ้าน  การที่สองผัวเมียคู่นี้ มีการศึกษาน้อย    ทำให้อาชีพของเขาที่ทำ เป็นได้แค่เพียงผู้รับจ้าง เท่านั้น ทุกๆเช้าสองผัวเมียจะไปรอรถเพื่อเข้าไปทำงานในเมือง ลูกๆ จึงต้องฝากให้ยายเลี้ยงและดูแล ผมมาทราบว่าลูกคนโตของเย็นต้องตาพิการไปหนึ่งข้าง เป็นเพราะยายปล่อยปละละเลยให้เด็กเล่นสาดทรายกันไปมาจนทรายเข้าตาถึงขั้น อักเสบรุนแรงและไปพบแพทย์ล่าช้าจึงทำให้แจน ลูกสาวคนโตของเย็นต้องตาบอดถาวรไปหนึ่งข้าง 

ทั้งทูนและเย็นมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งมิเคยขาด ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันทั้งสิ้นสี่คน เป็นลูกผู้หญิงทั้งหมด  หลังจากเย็น ได้เข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านภายในที่ทำงานที่ผมทำแล้ว  รายได้ของครอบครัวของเธอจึงมั่นคงกว่าแต่ก่อน  นอกจากเงินเดือนที่เธอจะได้รับทุกๆเดือนๆละประมาณ 7500 บาท .เธอยังมีอาชีพเสริมพิเศษจากการรับเย็บเสื้อผ้า  ขณะทำงานในมหาวิทยาลัยเธอยังเก็บกระดาษ ขวดพลาสติค ไว้ขาย ในครั้งหนึ่งๆที่เธอขายวัสดุจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าครั้งละพันบาท 

“ดีแล้วล่ะเย็นที่เก็บเศษกระดาษ  ขวดสะสมไว้ขาย ดีกว่าทิ้งลงถังขยะแล้วรถอบต. ขนไปคัดแยกแล้วขายเอง”ผมพูด 

แม่บ้านประจำอาคารต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะทำในลักษณะนี้เหมือนกันหมด และเกินกว่าครึ่งหนึ่งจะห่วงกับการเก็บขยะเพื่อการรวบรวมไว้ขายมากกว่าที่จะทำความสะอาดห้องเรียน

ในช่วงนี้ทูนก็คงทำงานเป็นลูกมือสล่าอ้น เมื่องานรับเหมาสร้างบ้านกับเจ้าของบ้านคนหนึ่งเสร็จแล้ว ทูนก็ตกงาน ด้วยที่เขาเป็นคนดื่มเหล้าและขาดความรับผิดชอบ ขาดงานบ่อยๆ เมื่อสล่าอ้นรับงานใหม่ เขาจึงไม่ยอมชักชวนให้ทูนมาทำงานอีก ในความโชคร้ายของเย็นที่มีสามีขี้เมาขาดความรับผิดชอบ แต่เธอก็ยังโชคดีที่ลูกสาวทั้งสี่เป็นคนตั้งใจเรียน และสองในสี่คนมีผลการเรียนติดหนึ่งในสิบของระดับจังหวัด ทำให้โรงเรียนสนับสนุนและให้ทุนการเรียน 

"อาจารย์จ๊าว ข้าเจ้า.อยากขอคำแนะนำหน่อยว่า แจนเขาจะไปสอบเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย พอดีเขาเลือกเรียนศึกษาศาสตร์อาจารย์คิดว่าดีมั้ย  "เย็นใจ มาขอคำปรึกษา

"เด็ก.เขาชอบมั้ยล่ะ ถ้าเขาสนใจสมัครใจและเลือกที่จะเรียน ก็สนับสนุนให้เขาเรียนเลย ผมว่าคณะนี้ก็ดีนะ"ผมพูด

หลังจากเย็นใจ ได้มาขอคำแนะนำแล้ว เธอก็อนุญาตให้แจนเรียน จนจบหลักสูตรหกปี แม้แจนจะได้รับสิทธิกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษา แต่ด้วยในครอบครัวมีบุตรมาก เกินกว่าที่สองสามีภริยาจะหารายได้จะส่งเสีย เขาจึงจำต้องกู้หนี้ยืมสินจากนายทุนในอัตราดอกเบี้ยสูง  สองปีหลังจากที่เย็นได้เข้าทำงาน เธอจึงมีลู่ทางที่จะหาทางนำสามีให้เข้ามาทำงานด้วยอีกคนและนับเป็นจังหวะชีวิตที่ดี เมื่อคนงานคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุจึงมีตำแหน่งว่างลง  เย็นซึ่งทราบดีว่าหัวหน้าของเขาเป็นคนเช่นไรจึงได้ดำเนินการจัดซื้อกระเช้าของขวัญมามอบให้ เพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนให้สามีของตนได้เข้าทำงาน  ที่สุด ทูนก็ได้มาทำงานในแผนกอาคารสถานที่เพราะเขาเคยเป็นลูกมือของช่างไม้มาก่อน จึงสามารถทำงานด้านช่างไม้ได้เป็นอย่างดี การที่สองคนได้ทำงานในมหาวิทยาลัย ทำให้รายได้ของทั้งคู่ดีขึ้น..ลูกๆที่เคยลำบากก็ดูจะมีความสุข   เครื่องเขียน อาทิสมุด ปากกา ดินสอและอื่นๆ ที่ใช้เกี่ยวกับการเรียน  ลูกๆของเย็นและทูนแทบไม่ต้องซื้อ เนื่องจากอาจารย์บางคน ทราบข้อมูลของชีวิตครอบครัวของเขา ต่างสงสารและเห็นใจจึงหาซื้อให้   

“อาจารย์ในคณะฯ ของเรา ช่วยกันสมทบทุนเงิน คนละเล็กละน้อย เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เย็นนะ รับไว้เถอะ”อาจารย์ ที่เป็นตัวแทนพูดทั้งมอบอุปกรณ์การเรียนให้ 

“ขอบคุณค่ะ”เย็น พูด

ทูนได้เข้ามาทำงานในช่วงแรกๆเป็นคนขยัน มือไม้อ่อน พูดจาไพเราะทำงานรวดเร็ว จนอาจารย์ส่วนใหญ่ต่างชื่น ชมในความฉับไวและเป็นคนสุภาพ ผมอดที่จะดีใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ทูนเปลี่ยนแปลงมาในทางที่ดี   เขางด ดื่มสุราแล้ว ได้หันกลับมาปรองดองและไม่ตบดีภริยาดังอดีตลูกๆในบ้านทุกคนรู้สึกอบอุ่นที่พ่อแม่ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกแล้ว    ทุกๆกลางเดือนและต้นเดือน   ผมเคยแอบสังเกตว่าเย็นจะมาทำงานสายสืบทราบมาว่าเธอจะแวะไปซื้อหวยใต้ดินที่หัวหน้างาน  เย็น.คงอาจมีความฝันกับการเสี่ยงโชคเพราะอย่างน้อยหากโชคดี เธอคงมีเงินรางวัลจากการถูกหวย ไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกๆ ผมได้ยินคนงานด้วยกันพูดว่าในแต่ละช่วงที่หวยออกเย็นจะแทงหวยงวดละกว่าพันบาท เดือนหนึ่งหมดไปเกือบสามพันเงินเดือนเธอได้รับ7500 บาท มีค่าใช้จ่ายค่ากิน ค่ารถ ค่าวัสดุการเรียนให้ลูกๆ คงไม่พอแน่นอน 

แรกๆ ที่ทูนมาทำงานใหม่ๆ เขาสัญญากับหัวหน้างานว่าจะไม่ดื่มเหล้า.แต่ต่อมา เขาก็หวนกลับมาดื่มเหล้าดังเดิม  งานการที่เคยรับผิดชอบก็เริ่มเสื่อมถอย .งานที่ทำในช่วงหลังหากไม่มีน้ำมันหล่อลื่น (ให้รางวัล) เขาจะไม่สนใจและจะไปทำงานล่าช้า จนอาจารย์ ส่วนใหญ่ เริ่มเอือมระอา บ่อยครั้งที่เย็นมาบอกเล่าและบ่นถึง ความทุกข์ใจ และอยากลาออกจากงานเพราะถูกอาจารย์หลายๆคนตำหนิว่าทำงานไม่ดีและทำงานไม่สะอาด 

"หนูอยากจะลาออกแล้วค่ะ อาจารย์ …หนูถูกอาจารย์เศรษฐพงษ์ตำหนิว่าไม่มาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ไม่มาเอาน้ำไปแช่ในตู้เย็น ลำพังหนูเปิดปิดห้อง -หน้าต่าง เช็ดถูห้องเรียนก็เกือบจะไม่ทันอยู่แล้ว  " เย็น พูด

"เอาน่า.รับฟังปัญหาเขาและทำให้เขาซะ แล้วดูต่อไปสิว่า เขาจะว่าอะไรมั้ย  "ผมพูด  ผมบอกให้เย็นลองทำตามนี้  แม้จะมีเสียงตำหนิบ้างแต่ก็ลดลง  จริงๆแล้วก็น่าเห็นใจเย็นใจที่เธอต้องมารับผิดชอบดูแลห้องเรียนถึงสี่ชั้น (แบ่งกันคนละฝั่งกับแม่บ้านอีกคน) ฝั่งที่เย็นรับผิดชอบมีห้องพักครูถึงสองห้องจึงต้องเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น

 “หนูโดนอาจารย์เศรษฐพงษ์ ด่าอีกแล้วว่า ไม่ทำความสะอาดห้องน้ำห้องพักครู”เย็น มาปรับทุกข์ 

"หนูทำแล้ว แต่ไม่มีน้ำยาล้าง เนื่องจากรอซื้อ " เธอบอกเล่า ในลักษณะการฟ้อง 

ด้วยนิสัยของผม ที่ไม่ชอบการได้เห็นที่ผู้น้อยถูกรังแก จำต้องไปพูด เพื่อบอกให้อาจารย์คนดังกล่าว ได้เข้าใจถึงหัวอกคนงานบ้าง เรื่องนี้ได้ยินไปถึงหัวหน้างานแผนกอาคารฯ จึงมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ โดยย้าย เย็นใจให้ไปทำงานอีกแห่ง และเช่นเดิมเย็นก็ถูกอาจารย์ประจำตึกใหม่ตำหนิการทำงานของเธออีก ผมก็ได้แต่ปลอบใจและบอกให้อดทนเพื่ออนาคตของลูกที่ยังเล่าเรียน

 "เย็นต้องอดทน อาจารย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองพิจารณาดูว่า สิ่งที่เขาตำหนิ เป็นเช่นนั้นหรือเปล่า  แล้วแก้ไขซะ. หากมีโอกาสจะช่วยพูดให้นะ"  ผมพูดด้วยความเห็นใจ และคิดหาแนวทางช่วยเหลือเธอ 

"วันเสาร์ -อาทิตย์ ให้ทูนไปดูต้นไม้ในสวน ของผมหน่อยนะ จะให้เหมางาน เพื่อตัดไม้เป็นท่อนๆจะได้ไว้ทำฟืน"ผมบอกกับเย็นเพื่อให้ทูนมีรายได้อีกทางหนึ่ง ผมจึงได้นัดหมาย และให้เขาไปดูงานในสวน  

  "ค่ะ" เย็นตอบ

 หลังพบกับทูนแล้ว เราได้ตกลงราคาเหมาจ่ายเพื่อตัดต้นไม้

 "สามพันบาทนะครับ.อาจารย์ "ทูนพูด

 "โอเคสามพัน ก็สามพัน"ผมตอบตกลง

                      หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป....

 "  งานเสร็จแล้วครับ ผมมาขอเบิกตังค์  "ทูนพูด

  ทูนมาขอเบิกเงินจากการทำงานเหมาตัดไม้(กระถินยักษ์)ในสวนด้วยความเชื่อใจเขาผมจึงจ่ายเงินไป  แต่หลังจากนั้นไม่นานเมื่อผมไปดูงานที่เขาทำปรากฎว่าเขาทำงานสำเร็จไปเพียงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ทำให้ผมเกิดความรู้สึกผิดหวังและเจ็บใจในความเสียรู้คนทีเคยไว้วางใจและน่าสงสาร     ตลอดระยะเวลาในการทำงานก่อนเกษียณอายุ ผมได้ช่วยแนะนำและช่วยประคับประคองครอบครัวของคนทั้งสอง เพราะรู้สึกเห็นใจและสงสารของครอบครัวของเขา   ทุกครั้งที่ได้ผ่านบ้านเย็น  ได้เห็นลูกๆของเขานั่งทำการบ้านมีพ่อแม่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกดีใจพ่อที่เคยขี้เหล้า ก็จะพูดจาดีกับแม่ ..บ้านที่เคยเป็นสนามมือเท้าของพ่อก็สงบลง 

"ตั้งแต่ทำงานมา คงมีนายทูนนี่แหละ ที่ผมประทับใจเขามากๆ ทูนเป็นคนสุภาพ ช่างเอาอกเอาใจ กับใครๆ ทุกคน เป็นคนว่านอนสอนง่าย  ใครเรียกใช้ไม่เคยปริปากบ่น " อาจารย์คนหนึ่งพูด  

ผมได้ยินคำพูดด้วยหูตนเอง  จึงรู้สึกดีใจแทนทูน…    

  *********************************************************************************      

"น้ำผึ้ง..ครับหัวหน้า  ผมเข้าป่าเลยตีผึ้งเอาน้ำผึ้งมาฝากครับ "ทูนพูดกับหัวหน้า ในวันทำงาน   ทูนนำน้ำผึ้งที่เขาเพิ่งไปตีมาจากในป่าช่วงวันหยุด หัวหน้าของเขารับไว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทูนมักมีอะไรติดมือติดไม้มาฝากหัวหน้าของเขาเสมอ  จนกลายเป็นคนโปรดปราน  ในจังหวะเดียวกัน ทูนก็ได้ถือโอกาสที่จะขอยืมเงินจากหัวหน้ามาใช้จ่ายในครอบครัว  ก่อนหน้านี้ครอบครัวของเย็นและทูนชักหน้าไม่ถึงหลัง  แต่หลังจากที่ทูนเข้ามาทำงานและลูกคนโตเรียนจบ และสมัครสอบบรรจุเป็นครูได้ ชีวิต ครอบครัวเขา จึงลดความเครียดลงได้มาก

         ***********************************************************

ขณะที่ผมกับเพื่อนมีโอกาสไปงานศพของชาวบ้านในหมู่บ้านในวันนี้ จะมีแขกต่างจังหวัด มารวมงานค่อนข้างมาก  ขณะเดินผ่านหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน สายตาได้พบกับชายผู้หนึ่ง ซึ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะเป็นรู้จัก นอนกลิ้งไปกลิ้งมาด้วยอาการเมาขาดสติ

 "บ่าทูน แหมแล้ว(ไอ้ทูนอีกแล้ว) "ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะเดินผ่าน  

 "มา. เรามาช่วยกันหามเข้าไปในบ้านผู้ใหญ่ดีกว่า  นี่มันนอนกลิ้งจนกางเกงหลุดไปกองกับพื้นน่าอับอายคนต่างบ้านนะ "  ผมพูดกับชาวบ้าน พลางช่วยกันประคองร่างเขาเข้าที่ร่มใต้ต้นมะขาม

"ทูนนะทูนนิสัยไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ทำไม ถึงทำใกล้บ้านอย่างนี้  ไม่สงสารลูกๆเลยบ้างหรือ"  ผมพูดกับตัวเองเบาๆ พลางมองเขาด้วยความสมเพท 

                          **************************************

  เมื่อผมเข้าไปนั่งฟังพระสวดพระอภิธรรมในใจผมก็ครุ่นคิดและนึกภาพถึงทูนและลูกสาวของเขา  

.."กรรมเวรแท้ ๆครอบครัวนี้ ทำไมคนเป็นพ่อมันถึงทำได้เยี่ยงนี้"   สมาธิที่จะรับฟังพระสวดแทบจะไม่เหลือ..ห้วงเวลาหนึ่ง ผมยังนึกไปถึงลุงคำพ่อของทูนซึ่งผมสนิทค่อนข้างมาก ภาพชายผิวคล้ำ ผอมสูง ลอยขึ้นมา ผมเห็นอิริยาบทของเขาที่แม้จะเป็นคนชอบดื่ม  แต่บุคลิกของเขาดูสุภาพ ไม่เอะอะโวยวายเหมือนทูน ที่เมื่อเมาหนักๆก็มักจะโวยวายเที่ยวด่าชาวบ้าน หลายครั้งที่ลุงคำกลับบ้านไม่ไหว ผมกับสล่าอ้นก็จะประคองแกไปส่งจนถึงประตูบ้าน

ช่วงที่ผมเกษียณราชการใหม่ๆได้พบเจอเย็น ที่อาคารอำนวยการ เธอได้ทักทายผม ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สอบถามสารทุกข์สุกดิบ ผมสอบถามเธอถึงเรื่อง ความสบายใจในการทำงาน เพราะอดเป็นห่วงเธอที่เคยถูกอาจารย์บางคนรายงานว่ามาทำงานสายและทำงานไม่มีคุณภาพ อันจะส่งผลต่อการถูกประเมินผลให้ออกจากงาน

"หนูปรับตัวได้แล้วค่ะ ใครจะพูดอะไร หนูก็รับฟัง"

บ้านที่ผมพักกับบ้านของเย็นอยู่กันคนละซอย  โอกาสพบปะกันแทบจะไม่มี ช่วงเกษียณอายุราชการ ผมจะพบเย็นขี่จักยานยนต์ไปทำงาน แต่หลังจากทูนลาออกจากงานภายในมหาวิทยาลัย เขาก็ได้กลับไปเป็นลูกมือช่างก่อสร้างในเมือง แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าสองคนสามี ภริยาที่ผมเคยคุ้นเคยสนิทสนม เคยช่วยแนะนำเคยช่วยเหลือบ้าง บางเรื่อง กับทำหมางเมิน ทำเป็นคนไม่รู้จักกันมาก่อน   ทั้งๆที่เมื่อก่อนทั้งเย็นและทูนเวลาเจอผมเขาจะทักทายพูดคุยกับผมอย่างเป็นกันเอง    แต่ระยะหลังเมื่อผมพบกับเธอขณะขับรถสวนทางกัน ..

       เย็นทำนิ่งเฉย ..หมางเมิน..จาก หนึ่งครั้ง สองครั้ง สิบครั้ง และทุกวันที่พบ 

       มันเกิดอะไรขึ้น..  ผมยังหาคำตอบไม่ได้ และคงไม่อยากหาคำตอบ..

                                        ขลุ่ย   บ้านข่อย

                                       ๒๕/  ๙ / ๖๕

 

         

 

   

   

     

   

 

   

                                

 

         

 

   

   

     

   

 

   

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ก.ย. 65 / 10:39


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×