ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 1 : -1-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 มี.ค. 54

ROSE MASK.

 

 

สองมือเล็กกุมกันมั่นเหมาะ นิ้วมือผสานกันจวบจนต้องแยกจากกันด้วยสายน้ำที่เรียกว่ากาลเวลา หากกระนั้นสายสัมพันธ์ประหนึ่งว่า เรา คือคนๆเดียวกันก็ไม่อาจจะแยกจากกันได้ง่ายๆ

ร่างเพรียวในชุดสูทยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งของโรงพยาบาลประสาท ขณะที่เสียงกรีดร้องของคนด้านในนั้นดังอื้ออึงจนกลบประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขาอย่างสิ้นเชิง มือขาวสั่นระริกยื่นเข้าไปเปิดประตูที่แย้มอยู่ให้เปิดออก ดวงตาสีอำพันที่มองเข้าไปสั่นระริก

“...ออกไปนะ!! บอกแล้วไงว่าให้ออกไป! ไปให้พ้นนะ...!!

เสียงกรีดร้องของร่างเล็กที่พวกบุรุษพยาบาลกำลังช่วยกันฉีดยาระงับประสาท เสียงสบถดังขึ้นเมื่อฝ่ามือของเจ้าตัวเล็กที่อยู่บนเตียงกระทบดวงหน้ากร้าน ฝ่ามือแข็งเงื้อขึ้นจะตวัดตบลงบนหน้าใส หากทว่า...

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!

มือขาวที่ยื่นมาจับ ก่อนกระชากจนร่างสูงสง่าผงะหงาย หันมาสบดวงตาแข็งกร้าวที่เหมือนกับว่าจะฆ่าเขาได้ก็ต้องผวา ร่างบางสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้ง ก่อนจะใช้สายตาแข็งกร้าวไล่ทุกคนออกห่างร่างเล็กที่อยู่บนเตียง ร่างเพรียวเดินมาลูบศีรษะของคนที่อยู่บนเตียง ร่างเล็กสั่นระริกก่อนปัดป้องเหมือนหวาดกลัวนัก

“...อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!! เอามันออกไป!!...”

มือเล็กสั่นระริกขย้ำเส้นผมสีอ่อนของตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาเขาอย่างหวาดผวา ร่างเพรียวขยับกายขึ้นบนเตียงก่อนรวบมือทั้งสองข้างของอีกคนเอาไว้ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“อึนฮยอก...พี่เอง...”

 

“...ฮยอกแจไง”

 

**

 

“หาตัวไม่พบเลยเหรอ?

เสียงถามทำเอาคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะตรงข้ามหน้าเครียด คยูฮยอนก้มหน้านิดๆก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่เจอเลยพี่ ผมขับรถวนหา ทั้งในเมืองทั้งชานเมืองเรียบร้อยแล้ว...แต่ไม่พบเลยสักที่ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาไปอยู่ไหน”

“จะไปอยู่ไหนได้...”ร่างสูงของคนพี่เอ่ยอย่างหัวเสีย “...ตัวก็เท่านั้น แล้วไหนจะเงินติดตัวก็มีไม่เท่าไหร่ แล้วเขาจะหายไปไหนได้!?

“พี่ซีวอน...”คยูฮยอนเอ่ยเรียกปรามผู้เป็นพี่ ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มคุมอาการของตัวเองไม่อยู่เสียแล้ว “...ใจเย็นก่อนครับพี่”

“จะใจเย็นได้ยังไง!? เขาหายไปจะเป็นเดือนแล้วนะ!!

โจ คยูฮยอนนิ่งงัน มองลูกพี่ลูกน้องของตัวเองที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม ชเว ซีวอนยกมือขึ้นลูบดวงหน้าอย่างเหนื่อยล้า

“คอยดูนะคยูฮยอน...”

“...”

 

“ถ้าเขาเป็นอะไรไป พี่จะ...ไม่ยกโทษให้ตัวเองเลย”

 

**

 

“เอามาหรือเปล่า”

เสียงถามเย็นเยียบ เป็นคำถามแรกนับตั้งแต่เพื่อนรักหย่นก้มงอนๆลงเก้าอี้นุ่ม อี ทงเฮมองดวงหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะยื่นซองสีน้ำตาลให้ ฮยอกแจรีบมายิ้มกริ่ม ก่อนจะลงมือแกะซองออกแล้วเทรูปออกมาปึกใหญ่

“ฮยอกแจ...”อี ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อน เมื่ออีกคนเริ่มต้นลงมือควานหาภาพใครบางคนในกองรูป “...นายจะทำแบบนี้จริงๆเหรอ?

“แล้วคิดว่าที่ฉันให้นายหารูปกับข้อมูลมาเพื่ออะไรล่ะ?

“ฮยอกแจ...”มือเล็กยื่นมากุมข้อมือเขาเอาไว้ ก่อนเอ่ยเสียงอ่อน “...ฉันห่วงนายนะ”

ดวงตาสีอำพันชะงัก ก่อนจะอ่อนแสงลง ปลดมือของอีกคนออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ฉันไม่เป็นไรหรอก นายน่ะห่วงเจ้าพวกนั้นจะดีกว่า”

“พวกของคนที่ทำน้องของนายน่ะเหรอ?...”ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อน ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเจ็บแค้นไม่แพ้เพื่อนสนิท “...พูดถึงแล้วมันก็อดโกรธไม่ได้เนอะ ก็ดูสิ....ฉันเห็นสภาพน้องนายยังเวทนา คนเรานี่ก็ทำกันได้ลงคอจริงๆ”

“ช่าย~ เวทนา...”เสียงเข่นเขี้ยวของอีกคนทำเอาทงเฮสะดุ้ง

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ”ร่างบางรีบออกตัว

ฮยอกแจถอนหายใจ ก่อนจะปัดความโกรธไร้สาระออก ทงเฮไม่ใช่คนอย่างนั้น...เขารู้ดี แต่ถึงกระนั้นก็อดรู้สึกจุกลึกๆในอกไม่ได้อยู่ดี

“ฉันไม่โกรธนายหรอก ของแบบนี้มันพลาดกันได้ แล้วรูปที่เอามาให้นี่ใครชื่ออะไรบ้างล่ะ”

“เขียนไว้อยู่ด้านหลังของรูปน่ะ คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รวมถึงทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับน้องชายนาย...ถ้าหากเอ่ยชื่อพวกนี้น้องนายอาจจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างก็ได้นะ”

“ฉันไม่คิดจะทำให้อึนฮยอกกระทบกระเทือนใจไปมากกว่านี้หรอกนะ...”อีกคนเอ่ย พร้อมยกไวน์แดงขึ้นจิบ “...แล้วหลักฐานมันก็เห็นอยู่ทนโท่”

“แล้วเรื่องหน้าที่การงานของนายล่ะ? นายเป็นประธานใหญ่เลยนะ จะให้ฉันบอกพี่ฮีชอลว่ายังไง?

“ก็บอกไปว่าติดธุระ ถ้าจะมีเอกสารอะไรเข้ามาก็ขอทำงานนอกสถานที่ หรือถ้าหากว่าจำเป็นจริง...”ฮยอกแจโกยรูปภาพใส่ซองสีน้ำตาล ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาบางเบา “...ก็บอกไปได้เลยว่าฉันเห็นสภาพน้องชายฝาแฝดที่ไม่ได้เจอกันมานานนับปีแล้วเกิดช็อกสมองกลับ อยู่โรงพยาบาลเพื่อนน้องชายฉันก็ได้”

“ไอ้บ้า!”ทงเฮตีเพียะที่แขนเพื่อน ทำปากยู่ “...ว่าแต่น้องของนายมีใครเฝ้าอย่างนั้นเหรอ”

“คิบอม...น้องชายพี่ฮีชอลไง คนที่เคยเป็นกิ๊กกับนายนั่นแหละ”

“ไอ้นี่! บอกชื่อมาอย่างเดียวก็พอแล้ว!”ทงเฮค้อนขวับ ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างนุ่มนวล

“ถ้านายมีปัญหาอะไรก็บอกให้ฉันช่วยก็ได้นะฮยอกแจ ฉันพร้อมจะช่วยนายเสมอ”

ฮยอกแจเก็บซองสีน้ำตาล ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเคย

“ได้สิ...”

 

“...ถ้ามีปัญหานะ”

 

**

 

ร่างเพรียวบางเดินลากกระเป๋าไปยังห้องพักราคาถูก ดวงตาสีอำพันปรายตามองแต่ละพื้นที่อย่างไม่คุ้นชิน ก่อนจะชะงักเมื่อขวดเหล้าขวดหนึ่งกลิ้งมาหยุดอยู่แทบรองเท้าหนังชั้นดี ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างพิจารณา เขาอาจจะก้าวข้ามมันผ่านไปหากไม่มียายแก่คนนึงคลานมาหยิบมันออกจากข้างรองเท้า ท่าทางจะยังไม่สร่างเมาดีเลยด้วยซ้ำ

“นี่แก!!...”ดวงตาสีซีดพอช้อนมาเห็นเขาก็เอ่ยคำต่อว่าใส่ “...นี่หายหัวไปไหนมาตั้งเดือนนึง แล้วนี่ค้างค่าเช่าฉันมาจะสองสามเดือนแล้วนะ!!

คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูง ก่อนที่อีกคนจะกล่าวคำผรุสวาทต่อมา มือเรียวอย่างลูกคุณหนูก็กรีดเงินปึกใหญ่ยัดใส่ปากอีกคนหมับอย่างเย็นชา

“เท่านี้พอไหม...”

ดวงตาสีซีดเบิกแทบถลน ร่างเพรียวบางค่อยๆทรุดตัวลงให้ดวงหน้าอยู่ระดับเดียวกับอีกคนที่กำลังนับเงินอย่างขมีขมัน “...ถ้านับจนพอใจแล้ว ก็ช่วยกรุณา...พาไปเก็บของที่ห้องของฉันด้วย”

“เจ้าค่ะๆ...ได้เจ้าค่ะ”

เสียงแหบกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนมาระรื่นหูแทบทันควัน ก่อนจะค่อยๆหยัดตัวลุกอย่างโซเซ คนที่ยืนอยู่ต้องก้าวถอยห่างอย่างรังเกียจกลิ่นฉุนที่ติดตัวอีกฝ่ายมาด้วย ร่างผอมเกร็งนั้นเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องริมสุด ก่อนจะเปิดประตูออกให้เห็นการจัดห้องแสนเป็นระเบียบเรียบร้อยของเจ้าของห้อง

ร่างบางกวาดดวงตาสีอำพันของตนเอง ไล่ไปทั่วพื้นที่แทบทุกตารางของพื้นห้อง ก่อนจะเบ้ปากเล็กๆอย่างไม่ชอบใจนัก ร่างบางหันมาปัดมือให้คนนำทางไปไกลๆ ก่อนจะทรุดตัวลงเปิดกระเป๋าเดินทางสุดหรูขนาดใหญ่ หันมาเก็บข้าวของน้อยชิ้นลงกระเป๋า ท่าทีแบบนี้คงจะไม่ต้องพึ่งรถขนของที่อุตส่าห์สั่งให้ลูกน้องเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วล่ะมั้ง

“เสื้อผ้ามีแค่นี้เองเหรอเนี่ย...”เสียงหวานเอ่ยอย่างนึกสังเวช ผ้าผ่อนเพียงไม่ถึงสิบชุดถูกวางลงกระเป๋าใบใหญ่ เนื้อที่ยังเหลือเฟือเลยด้วยซ้ำ ดวงตาสีอำพันตวัดมองไปที่ฟูกนอนเก่าๆที่วางเด่นเป็นสง่า กับพัดลมเครื่องเล็กสีเขียวอ่อน แน่นอนว่าไอ้เครื่องนอนผุๆและกำลังจะเป็นอาหารปลวกนั่นคือสิ่งที่เขาไม่มีทางคิดจะเก็บมันกลับบ้านเป็นอันขาด แต่สิ่งที่วางอยู่ใต้หมอนเมื่อรื้อค้นก็ทำเอาดวงตาสีอำพันอ่อนลง

รูปคู่ของเด็กผู้ชายสองคนที่ใส่ชุดกันหนาวอย่างหนา นั่งอยู่เคียงกันบนม้านั่งตัวยาวที่มีหิมะตกปอยๆ เด็กผู้ชายหน้าหวานสองคนกำลังชูสองนิ้วให้กล้อง พลิกด้านหลังของรูปก็ต้องแย้มรอยยิ้มเมื่อได้เห็นลายมือที่ตวัดขึ้นลงอย่างบรรจง

 

‘My Precious Memories’

 

ความทรงจำที่มีค่าของผม...

 

แทนที่จะเก็บใส่กระเป๋า รูปนั้นกลับถูกพับจนมีขนาดพอดีแล้วถูกยัดลงกระเป๋าตังค์ราคาแพง ดวงตาสีอำพันกวาดตามองอีกครั้ง ก่อนจะสะดุดที่สมุดโน้ตเล่มเล็กที่อยู่ตรงมุมห้อง ยังคงเปิดค้างไว้เพราะเจ้าของของมันยังจารึกความทรงจำได้ไม่เสร็จดี เรียวปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะหยิบมันกลับมาเข้ากระเป๋าเดินทาง กวาดตามองอีกรอบเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ครานี้ก็ถึงเวลาที่ต้องจากห้องนี้ไปแล้ว

“จะรับอะไรเพิ่มอีกไหมเจ้าคะ”หญิงชราเจ้าของแฟลชเอ่ยพลางแย้มรอยยิ้มอย่างฉอเลาะ ถูมือไปมา

ดวงตาสีอำพันหรี่ลงแล้วแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน หยิบธนบัตรให้อีกสองสามใบแล้วเอ่ยเสียงหวาน

“ห้องนี้ฉันจะไม่มาอยู่แล้วนะ แล้วก็ถ้าหากว่าใครมาถามหา บอกเขาให้มาพบฉันที่คลับนี้ได้เลย ฉันอยู่ประจำ...”นามบัตรของคลับใหญ่กลางกรุงโซลที่จะมีสมาชิกเพียงไม่กี่คนถูกยื่นให้ หญิงชราพยักหน้ารับพลางรีบยัดเงินใส่กระเป๋าของตนเองอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ คุณอึนฮยอก!

หญิงชราชะแง้คอเรียก เมื่ออีกคนกำลังเอากระเป๋าเก็บที่รถหรูของตนเอง เจ้าของดวงตาสีอำพันหันตามเสียงเรียก ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนบางตามสไตล์เมื่อเอ่ยประโยคต่อไป

“อย่าเรียกว่าคุณอึนฮยอกอีกเลย...”ร่างเพรียวเอนตัวพิงรถสีดำขลับของตนเองด้วยท่าทีสบายๆ เอ่ยต่ออย่างนุ่มนวล

 

“...เรียกชื่อใหม่ฉันจะดีกว่า อี ฮยอกแจ”

 

**

 

รูปของชายหนุ่มและหญิงสาวหลายคนถูกวางเรียงกันอยู่บนเตียงกว้าง ของห้องพักสุดหรูริมแม่น้ำฮัน ฮยอกแจกรีดนิ้วไล่ดูชื่อคนในไดอารี่เล่มเล็ก ก่อนจะหันมาหารูปภาพเจ้าของชื่อ

“ชเว ซึงอา...”

ดวงตาสีอำพันตวัดมองหญิงสาวท่าทางนุ่มนวลในชุดสีอ่อน ก่อนจะตวัดมองไดอารี่อีกครั้ง

“...ชอง ฮเยอิน...”

หญิงสาวหน้าตาสวยคม ท่าทางปราดเปรียว

“...โจ คยูฮยอน...”

ภาพชายหนุ่มบุคลิกมีเสน่ห์น่าค้นหา หล่อหวานอย่างหาตัวจับยาก

“...อี ซองมิน...”

หนุ่มน้อยหน้าหวานที่มีรอยยิ้มตรึงในแม้เป็นภาพแอบถ่าย แต่ก็สะกดสายตาคนมองได้อย่างดีเยี่ยม

“...แล้วก็...”

ดวงตาสีอำพันวาววาบเมื่อเอานิ้วเรียวของตนเองมีคีบรูปภาพสุดท้าย บุหรี่มวนเล็กที่อยู่ในมือถูกสูบแล้วพ่นใส่ดวงหน้าหล่อเข้มของเหยื่อ...ของแผนการนี้ เรียวปากอิ่มขยับเป็นยิ้มหยัก ก่อนจะจี้ปลายบุหรี่ที่ดวงหน้าของคนในภาพ

 

“...ชเว ซีวอน”

 

**

 

ร่างสูงโปร่งของคยูฮยอนลืมมารยาทสังคมอย่างการเคาะประตูและเอ่ยปากขออนุญาตเข้าห้อง เจ้าตัวกระแทกประตูเปิดอย่างรีบร้อนทำเอาคนที่กำลังตรวจเอกสารอยู่ภายในห้องต้องเอ่ยเสียงดุเข้ม

“หัดเคาะประตูก่อนสิคยูฮยอน นายลืมมารยาทผู้ดีไปหมดแล้วหรือยังไง?

“พี่ซีวอน...”ร่างสูงกำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทำให้อีกคนรู้ว่าเขารีบมากจริงๆ ชเว ซีวอนเหลือบตามองน้องชายตัวเองอย่างสนใจ คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มเหมือนเด็กเมื่อชูการ์ดสีฟ้าของคลับดังให้เขา

“ฉันมีแล้ว”

อีกคนช่างกระไร พอเห็นว่ามันคืออะไรก็ไม่นึกสนใจไยดีอีกเลย คยูฮยอนทำปากยื่น ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

“รับไป! แล้วคืนนี้เราไปเที่ยวด้วยกัน!

“งานรัดตัว นายคิดว่าพี่จะปลีกตัวไปตะลอนๆกับนายได้เหมือนเมื่อก่อนเหรอ?

“ผมคิดว่าไม่ว่ายังไงคืนนี้ คืนพรุ่งนี้ หรือคืนต่อๆไปพี่ก็ไปได้...”คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินมาโอบคอท่านประธานบริษัทอย่างสนิทสนม “...ไปกับผมหน่อยนะพี่”

“พี่ไม่มีอารมณ์ที่จะเที่ยวอะไรไร้สาระกับนายหรอกนะคยูฮยอน”

“ไม่ไปเหรอ?...”คยูฮยอนทำหน้าเสียดาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ “...งั้นให้ผมไปเจออึนฮยอกคนเดียวก็ได้นะครับ”

!!

ปากกาในมือแทบจะขว้างทิ้ง ชเว ซีวอนตวัดมองดวงหน้าคนพูดที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างเป็นคำถาม คยูฮยอนเฉลยคำตอบเสียงนุ่ม

“ผมไปที่แฟลชของอึนฮยอกมา ป้าที่ดูแลเขาบอกอึนฮยอกน่ะกลับมาแล้ว แถมยังเก็บข้าวเก็บของไปหมดเลย แต่เขาบอกว่าถ้าอยากจะตามให้ไปตามที่นี่...”

“แต่นี่มันคลับ...”อีกคนเอ่ยค้านเบาๆ หลุบตาลงมองการ์ดสีอ่อนในมือ “...อึนฮยอกไม่ใช่คนที่จะไปในที่แบบนี้ นายแน่ใจเหรอว่าตัวจริง?

“ป้าแกยืนยันนะฮะ...”คยูฮยอนเอ่ย “...เขาบอกว่าแต่งตัวโก้เชียว แต่หน้าตาน่ะอึนฮยอกคนเดิมเปี๊ยบ”

“...”ท่าทีของอีกฝ่ายยังมีวี่แววลังเล คยูฮยอนถอนหายใจก่อนจะดึงการ์ดกลับมา

“งั้นผมไปคนเดียวก็ได้”

“เดี๋ยวสิ!!”ร่างสูงผวา ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยแบบที่คยูฮยอนต้องยิ้มกริ่ม

 

“...พี่ไปด้วย”

 

**

 

“นึกยังไงถึงได้ชวนฉันมาดื่มจ๊ะคนสวย...”

เสียงหวานพร้อมมือที่ไล้มาตามช่วงบ่าบอบบางทำเอาฮยอกแจคลี่ยิ้ม ขณะที่โยกหัวไปตามจังหวะเพลงในคลับ หันมาสบดวงตาดำสนิทที่ประดับบนดวงหน้างดงามไร้ที่ติของอีกคนที่กำลังยิ้มหวาน

“ก็อยากจะร่วมสังสรรค์กับพี่รหัสที่แสนดี...”ฮยอกแจยกแก้วคอกเทลให้อีกคนที่ยิ้มรับ ก่อนจะขยับเรียวปากเป็นยิ้มยั่วท้าทาย “...พี่ฮีชอลเองก็ไม่คิดจะมาทักทายผมที่เพิ่งกลับจากอเมริกาหน่อยเหรอครับ?

คนสวยตรงหน้ามองแก้วคอกเทลแบบที่เขาโปรดปรานที่อีกคนยื่นให้ ก่อนจะยื่นมือมารับแล้วดื่มลงคอรวดเดียวหมด โอบคอรุ่นน้องของตัวเองพร้อมแย้มรอยยิ้มอย่างชอบใจ

“นายนี่ไม่เปลี่ยนไปเล้ยยยย!

“พี่เองก็ยังชอบเที่ยวเหมือนเดิม ว่าไงล่ะครับ คืนนี้ตกลงจะอยู่ล่อเก้งบางตัวกับผมไหมล่ะ?

คำพูดที่ทำเอาคนถูกถามแสยะยิ้ม มองน้องรหัสที่ปรือตาฉ่ำหวานมองฝูงเก้ง ในบาร์อย่างไม่แคร์สายตาใคร แต่คนอย่างอี ฮยอกแจ...จะทำอะไรก็ไม่มีใครสามารถว่าได้หรอก

“นายทิ้งงานบริษัทมาอยู่ล่อเก้งอย่างนี้ทุกคืนหรือเปล่านะ?”ฮีชอลเปรยขึ้นเบาๆ “...คนที่ทำงานเขาเดือดร้อนนะ ประธานใหญ่ไม่ยอมมาทำงาน ให้รองประธานอย่างฉัน กับผู้ถือหุ้นอย่างทงเฮต้องหัวปั่น”

“ผมแค่มีเรื่องที่ต้องจัดการให้สิ้นซากอยู่นิดหน่อย แต่รับรองว่าจะกลับไปแน่...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้ม เป็นยิ้มที่ฮีชอลมองแล้วโคตรยั่วเลย!

“...แค่ขอทำธุระให้เสร็จซะก่อน”

“ธุระนี้...คงจะเกี่ยวกับคนในครอบครัวใช่ไหม?”ฮีชอลดักทางอย่างรู้ทัน และแววตาที่เปลี่ยนไปของอีกคนก็เป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยม

“นั่นไง ว่าแล้วเชียว! นายนี่เผลอเป็นไม่ได้ต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานอยู่เรื่อย”ร่างบางเอ่ยพลางส่ายหัวระอา ก่อนจะตบบ่าอีกฝ่ายแรงๆหนึ่งที “...แต่ไม่เป็นไร มีอะไรให้พี่กับทงเฮช่วยก็บอกได้เสมอนะ แล้วอย่าลืม...”

ร่างที่สูงกว่าหน่อย ก้มลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหูนิ่ม ก่อนจะกดจูบแรงๆที่ข้างแก้มเหมือนเป็นการเตือน...

 

“...ความพยาบาทคือของหวาน”

 

อี ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ก่อนจะตอบรับรสจูบอ่อนหวานที่อีกคนประเคนเข้ามา ฮีชอลถอนริมฝีปากออก ก่อนจะเบ้หน้าเมื่อมีสายเรียกเข้า

“ฮัลโหล? ได้ๆ เดี๋ยวจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ฮ่วย!

“กิ๊กโทรมาตามเหรอเจ๊...”ฮยอกแจถามเสียงเย้า อีกคนสะบัดหน้าพรืด ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วกระทืบเท้าเดินจากไป

“ไปก่อนนะ อย่าให้เจอล่ะพับผ่า แม่จะโละทิ้งให้หมดเลย!

คนที่เหลืออยู่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเปิดกระจกพับออกมาสำรวจหน้าตาของตัวเอง ดวงตาสีอำพันชะงัก เมื่อเห็นภาพใครบางคนที่เดินเข้ามาในผับ

“มาช้าไปสามวันแหะ...”นิ้วเรียวกดให้กระจกปิดลงเสียงดัง ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มให้ตนเองอีกแก้ว ชักสีหน้าเบื่อหน่ายเล็กน้อยเมื่อเอ่ย “...เอาวะ ดีกว่าไม่มาก็แล้วกัน”

นิ้วเรียวไล้ที่ปากแก้วทรงสูง เรียวปากสีสดคลี่แย้มยิ้มกับถ้อยคำของเพื่อนรุ่นพี่ที่จากไป..

 

ความพยาบาท...คือของหวาน

 

“พี่! อึนฮยอก!!

เสียงแว่วๆดังมาจากทางปากประตู ฮยอกแจหยัดกายลุกขึ้น ก่อนจะยิ้มกริ่มกับตัวเอง...

 

“ได้เวลาใส่หน้ากากแล้วสินะ”

 

**

 

“อึนฮยอก!!

ร่างเพรียวลุกขึ้นจากเก้าอี้ หนีฝ่ามือที่จะดึงเขาเข้าหาวงแขนของอีกฝ่ายเหมือนรู้เท่าทัน ดวงตาสีอำพันเบือนมองคนที่คว้าลมหวืด ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“ผมคุณยังจำผมได้ด้วยเหรอครับ...”

เสียงละห้อยครานี้ คลับคล้ายกับว่าเบาหวิวประหนึ่งไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ปาน ยิ่งดวงตาสีอำพันที่หลุบต่ำเหมือนน้อยเนื้อต่ำใจนั่น คยูฮยอนเห็นท่าทีของคนสองคนดังนั้นก็ก้าวเท้าถอยหลังให้ผู้พี่ได้ปรับความเข้าใจกับคนรัก

“อึนฮยอก...”มืออุ่นที่เลื่อนมาจะกุมมือของอีกคนถูกปัดออก ชเว ซีวอนใจหายวูบเมื่ออีกคนหลบสายตา ร่างบางเลื่อนตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบและเย็นชายิ่งนัก

“ผมนึกว่าคุณจะไม่อยากเห็นหน้าผมแล้วซะอีก”

“โธ่! ใครเขาจะทำอย่างนั้นกับนายเล่า!?”ร่างสูงเดินเข้ามา หากยังไม่กล้าแตะต้องอีกคน ได้แต่ยืนเก้ๆกังๆเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“...ผมขอโทษนะที่ผมทำรุนแรงกับคุณในวันนั้น ผมแค่ใจร้อนไปหน่อยเท่านั้นเอง”

“เหรอฮะ? แต่ผมลืมไม่ลงเลย”อีกคนเอ่ยเสียงเศร้า หลุบตามองแก้วเหล้าในมือ “...ทุกวันนี้ได้แต่ตั้งคำถาม ว่าคุณทำกับอึนฮยอกได้ยังไง?

ร่างสูงดูจะจับอารมณ์บางอย่างในน้ำเสียงนั้นไม่ถูก ทรุดตัวลงนั่งข้างๆแล้วเอ่ยอย่างงอนง้อ

“ผมขอโทษ ผมเองแหละที่เข้าใจคุณผิดไป อึนฮยอก...ตอนนี้ผมปรับความเข้าใจกับผู้หญิงคนนั้นแล้วนะ เขาจะไม่มาระรานคุณอีก ผมสัญญานะว่าต่อจากนี้จะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

คนที่เขาคุยด้วยหันมาเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปทางเก่า ปัดมือของซีวอนที่วางบนตักของตนเองออกจนอีกคนนิ่งงัน

“เก็บคำพูดของคุณไปบอกผู้หญิงพวกนั้นเถอะครับ ผมว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม...เพราะตอนนี้ผมดูแลตัวเองได้”

เจ้าตัวเน้นย้ำคำพูดประโยคท้ายๆ ก่อนจะหันมาแย้มรอยยิ้มให้คนที่นิ่งอึ้ง ก่อนจะเดินเข้ามานั่งบนตักของอีกคนอย่างไม่คาดคิด ประคองดวงหน้าเข้มขึ้นมาแล้วยิ้มยวนยั่ว

“แล้วตอนนี้ผมก็เปลี่ยนชื่อแล้วนะครับคุณซีวอน...”ดวงตาสีอำพันเหมือนสะกดดวงตาสีดำขลับที่ช้อนมองมาให้ลุ่มหลง “...จากอี อึนฮยอก...ตอนนี้ผมคืออี ฮยอกแจ”

นิ้วเรียวปัดเส้นผมออกจากวงหน้าขาว ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปประชิดใกล้ “...แล้วการงอนง้ออี ฮยอกแจคนนี้มันก็ยากสักหน่อยนะครับ”

ชเว ซีวอนเม้มปากแน่น ก่อนจะถามเสียงเครียด

“ใครสอนให้คุณทำอย่างนี้อึนฮะ...”

“อี ฮยอกแจ...”นิ้วเรียวแตะปากของอีกคน มองดวงตาสับสันของอีกฝ่ายแล้วยังแย้มยิ้ม “...ไม่ใช่อึนฮยอก ถ้าคุณเรียกผมผิดอีก จะไม่ยกโทษให้แล้วนะ”

“...ฮยอกแจ...”

“เรียกต่อไปนะครับ จนกว่าคุณจะจำมันได้ขึ้นใจ...”มือขาวเลื่อนมาโอบรอบลำคอของอีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู

“...เพราะต่อไปนี้คุณจะจำชื่อนี้ได้ไม่มีวันลืมเลย”

“คุณเปลี่ยนไปมาก”

“เวลาเปลี่ยน...คนก็เปลี่ยน ประสบการณ์ที่ได้รับจากคุณมันสอนให้ผมรู้อะไรหลายๆอย่าง...”ฮยอกแจหัวเราะคิกอย่างน่ารัก ประคองดวงหน้าของอีกคนให้สบตาเขาอย่างเก่า “...แล้วคุณล่ะครับ จะเปลี่ยนใจจากผมไหม?

“ไม่มีวัน...”ดวงตาสีดำหนักแน่น รวบมือของเขามาวางไว้ที่ตำแหน่งอกซ้ายเหมือนเป็นคำปฏิญาณ “...ต่อให้คุณเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนอย่างอื่น ผมก็ยังรักคุณ”

คนถูกบอกรักนิ่งไปนิด ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาเหมือนว่าถูกใจนัก ก้มลงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะกดจูบแก้มขาวอย่างนุ่มนวล

“งั้นก็ดีสิครับ...ซีวอน”

 

เพราะถ้าเป็นแบบนี้...เกมส์นี้มันก็จะสนุก และง่ายขึ้น

 

**

ตัดริบบิ้นเปิดเรื่องใหม่ ขอบคุณน้องเอ้กที่อุตส่าห์มาช่วยเรื่องหารูปเยอะแยะเลย หุหุ -..-

ใจจริงอยากแต่งเคะแบบนี้มานานแล้วล่ะ ไปขโมยรูปชาวบ้านเขามาตั้งเยอะแน่ ถ้าเรื่องนี้ลงในบอร์ดบ้านบีลีฟอย่างเดียวมันก็เสียดายคนอื่นไม่ได้อ่านเนอะ - -;;

ฮยอกแจอุตส่าห์ได้ใจขนาดนี้แล้วแท้ๆ = = แถมยังเป็นครั้งแรกที่เจเขียนคู่แฝดอีก ต้องเปิดๆ -w-

คิคิ ไม่อยากเม้นท์ไรเตอร์ก็ไม่ฝืนนะ เม้นท์ก็ไม่เป็นไร ไรเตอร์แค่จะลบเรื่องนี้ทิ้งเท่านั้นเอง - -

(ก็คะแนนความนิยมน้อย จะลงต่อไปทำไมล่ะเนอะ -_-)

ใครอ่าน เมมโมรี่ควีนมา เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ให้ฮยอกแจได้แก้แค้นเต็มที่กว่าเมมโมรี่ล่ะนะ โฮะๆ(ชเวตายแน่ - -)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1754 `กดกี้ขยี้เฮ.? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 21:41
    วอนทำไรไว้น่ะะ
    #1,754
    0
  2. #1696 ChovySilver (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 14:27
    กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ

    ขอบคุณที่ไม่ปิดเรื่องนี้ทิ้ง

    ฟิคเอสเจยังอยู่ 
    #1,696
    0
  3. #1691 janehyukjae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 07:31
    ขอnc ค้าบบ 
    janeee191@gmail.com
    #1,691
    0
  4. #1618 HaeEun_Hyuk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 19:42
    กรี้ดดดดดดดดดฮยอกแจสวมรอยอึนฮยอกใช่มั้ยยยยยยยย

    เคะเปรี้ยวมากกกกกกกกกกกกกกก ><
    #1,618
    0
  5. #1371 atomicblue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:20
    โอ้ววว วอนไปทำไรให้ฮยอกแจเกลียดขนาดนี้เนี่ย

    สงสัยจะทำกับอึนฮยอกไว้เยอะสินะ

    พี่เค้าถึงได้มาเอาคืนอ่ะ 555

    แบบนี้ต้องให้ฮยอกจัดหนัก
    #1,371
    0
  6. #1119 เป็ดน้อยเดินดิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2555 / 15:55
    ฮยอก แกเตรียมตัวมาแก้แค้นเต็มที่เลยซิ

    ชอบเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว ติดตามจ้าาา
    #1,119
    0
  7. #977 popla (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 / 17:31
    ฮยอกร้ายมาก อ่านเรื่องนี้ตอนนี้เข้าก่ะแรงเงามาก แก้แค้นแทนน้อง คนสวยแร็งส์
    #977
    0
  8. #891 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กันยายน 2555 / 22:25
    ฮยอกแจ ร้ายกาจมากอ่า >< ชอบบบบ
    อึนฮยอกเปอะไร T^T
    สนุกดีงิ ตามต่อๆๆ
    #891
    0
  9. #800 Pepo Himma (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2555 / 20:28
    โว๊ะ!!!!

    ฮยอกแจโหมดนี้ชอบบบบบ *ㅇ*

    ตาแวววาวแพรวพราว ชอบอ่ะ

    อยากรู้ว่าพ่อชเวไปทำอะไรน้องอึนฮยอก

    และด๊องกับบอมไหมไม่เป็นแฟนกัน 555+

    ตามต่อโลดค่ะ
    #800
    0
  10. #732 Mhoomin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2555 / 18:10
    จำได้ว่าเคยอ่านในบ้านบีลีฟ แต่ลงไม่จบใช่มั๊ยคะ??

    อยากรู้ว่าบุคคลที่ถูกฮยอกแจหมายหัวทำอะไรอึนฮยอกบ้าง แต่ท่าทางจะแรงอยู่

    ไม่งั้นฮยอกแจไม่แค้นขนาดนี้หรอก
    #732
    0
  11. #76 ae snoopy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:41


    วอนไปทำไรไว้ฮยอกแจถึงตามมาแก้แค้ให้อึนๆ
    #76
    0
  12. #75 yepat@dD (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:33
    วอนทำไรอึนฮยอกนะ ถึงเป็นแบบนั้น
    #75
    0
  13. #74 ตะเภาแ้ก้ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2555 / 18:54
    อึนฮยอกน่าสงสาร วอนคงทำร้ายอึนฮยอกมากเลยถึงเป็นขนาดนั้นได้
    ตอนแรกมาแอบชอลฮยอกรึป่าว -..-
    #74
    0
  14. #73 ze_gusy club (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มกราคม 2555 / 11:53
    อึนฮยอกน่าสงสารมากอ่ะ
    ฮยอกแจน่ากลัว

    #73
    0
  15. #72 พริกหยวก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 18:36
    อึนฮยอกน่าสงสารมากกก
    ฮยอกแจก็น่ากลัวมาก 
    #72
    0
  16. #71 habu_habu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 / 12:31
    อี ฮยอกแจนี่ยั่วเก่งชะมัด คริคริ น่ารักกกกกกอ่า^^
    #71
    0
  17. #70 ^หมาป่าKYUHyun^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 21:08
     ความพยาบาทคอของหวาน นากลวอะ
    อยากรวาเกฮดไรขนกบซีวอน อนิยอก วอนทฑไรไวิยอกแจถงตองมาแกแคน
    #70
    0
  18. #69 Namsai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 03:35
     งานเข้าชายชเวเเล้วไง
    55555
    #69
    0
  19. #68 aun_nana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 15:20
    "ฮยอกเเจ"

    "คุนจะจำชื่อนนี้ได้ไม่มีวันลืม"

    นายซวยเเน่ชเวซีวอน!!!!!!!!!!!!!
    #68
    0
  20. #67 [ลี_Aiw]^^~~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2554 / 14:13
    เริ่มเรื่องด้วยความแค้น    ~

    วอนทำไร ต้องติดตาม
    #67
    0
  21. #66 chokie~~minum^^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 13:14
    คยูฮยอนนี่เราดูจะแบ๊วนะ งิงิ
    #66
    0
  22. #65 'MIN' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 09:50
    แง่ว คนพี่ช่างร้าย
    #65
    0
  23. #64 กอลิล่าน้อย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 19:30
    ฮยอกแค้นเรืองไรอะ อยากรู้
    #64
    0
  24. #63 phahae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 15:30
    เรื่องนี้แลดูแค้นแรงนะ
    ตกลงเป็นยังไงหนอ
    ความสัมพันธ์ระหว่างซีวอนกับอึนฮยอกเนี่ย
    #63
    0
  25. #62 kmkmkm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 01:25
    โห ดูมันส์มากจริงๆ ตามมาจาก OPV

    กรี๊ดดดดดดดด แรงแค้นพยาบาทมากกกกก 55555555



    ฮยอกแจ ลุคนางพญาสุดๆอะ คูลมาก *โบกธงเชียร์*

    อยากรู้เรื่องในอดีตว่าเกิดไรขึ้น
    #62
    0