คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย os blackpink :: not broken just bent ( jensoo ) os blackpink :: not broken just bent ( jensoo ) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหน ก็หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มันบิดเบี้ยวไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น

▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪ ▪





จากจินตนาการของผู้เขียนสู่สายตาผู้อ่าน
ใช้วิจารณญาณในการอ่านเนอะ
butterfingers
cr.sqw

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 60 / 18:41



Not Broken Just Bent

 

 




ฝึกซ้อมๆส่งเสียงเชียร์ตัวเองในใจ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนออกเรียกความมั่นใจ เธอตื่นเต้นทุกครั้งที่พาตัวเองมาถึงหน้าอาคารสูงแห่งนี้ ที่ที่จะทำให้เวลาส่วนใหญ่ของวันหมดไปอย่างมีความหมาย ตื่นเต้นกับทุกๆ อย่างที่จะได้เจอภายในอาคารนั่น ทุกบทเรียนทุกความทรงจำของอนาคต


ด้วยความที่เป็นพี่ใหญ่ คำว่าพี่ใหญ่มันค้ำคอเธออยู่เสมอ ทุกคำตำหนิทุกความคิดเห็นจากโซเชี่ยลทุกคำพูดที่ผ่านเข้ามาแต่ไม่เคยผ่านออกไปจากสมองเธอเลย เธอเก็บทุกถ้อยคำเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน ไม่อยากโดนตำหนิในเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่อยากเป็นสมาชิกที่พัฒนาช้าที่สุด ไม่อยากเป็นพี่ใหญ่แต่กลับดูไร้ประสบการณ์ จะว่ากดดันตัวเองเกินไปก็ไม่เชิงหรอก แต่มันก็ได้ผลจริงๆ เธอไม่รู้สึกขี้เกียจหรือเบื่อหน่ายกับเรื่องแบบนี้เลย

 



เธอเตรียมจะเดินเข้าอาคารทางประตูหน้าของบริษัทเหมือนเช่นทุกวัน แต่ก่อนจะได้ยิ้มทักทายรปภ.ที่ยืนต้อนรับเตรียมจะเปิดประตูให้อยู่นั้น หางตาเธอดันไปสังเกตเห็นอะไรบางอย่างใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ด้านข้างห่างออกไปจากตัวอาคารไม่มากนัก เหมือนจะเป็นผู้หญิงผมยาวนอนโบกมือหยอยๆ


“ ไม่เอา จีซู อย่ามองสิ! ” วันก่อนในห้องซ้อมก็ทีหนึ่งแล้วนะ นี่เธอมีเซนส์กับเรื่องลี้ลับแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร จีซูปิดเปลือกตาแน่นสะบัดหัวแรงๆ ไล่ภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้ออกไป


“ จีซู!


เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือก จีซูหันไปมองใต้ต้นไม้นั่นที่เป็นต้นเสียงโดยอัตโนมัติ คราวนี้เธอเห็นชัดเต็มๆ ตา ..เธอเชื่อแล้ว เธอมีเซนส์แน่ๆ มันเป็นภาพผู้หญิงผมยาวปิดหน้าปิดตาท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนมือข้างหนึ่งยันตัวให้ลุกขึ้นแขนอีกข้างชันศอกกันพื้นหญ้า


ร่างเล็กเตรียมโกยเต็มที่ เธอตั้งท่าจะวิ่งแต่เสียงเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นอีกหยุดเธอไว้ในท่านั้น มันดังกว่าครั้งก่อน เธอได้ยินเสียงนั่นชัดเต็มสองหู เป็นเสียงที่คุ้นเคยดี เหมือนได้ยินอยู่ทุกวัน

 


“ เจนนี่ ” เมื่อเธอมั่นใจว่าสิ่งที่กองอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ใช่ผีอย่างที่กลัวว่าจะเป็น เธอจึงตัดสินใจเดินมา แล้วก็ได้พบ “ ทำไรน่ะ ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้อ่ะ ”


“ นอนคุยกับไส้เดือนมั้ง ” คนกองอยู่กับพื้นพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นโดยมีอีกคนช่วยพยุง “ ถามมาได้.. แล้วท่าทางเมื่อกี้นี้มันอะไร ฉันเรียกแล้วจะวิ่งหนีหรือไงหะ ”


“ ใครจะไปรู้เล่าว่าเป็นเธอ ใครมาเห็นสภาพนั้นก็ต้องวิ่งทั้งนั้นแหละ นึกว่าผี ”


“ จะบ้าไง นี่กลางวันแสกๆ มั้ยล่ะ ผีที่ไหนจะโผล่มาเวลาแบบนี้ ” ทั้งคู่ช่วยกันปัดๆ เศษหญ้าบนตัวเจนนี่


“ ก็เธอนี่ไง จะว่าไปก็น่ากลัวกว่าผีอีกนะ ”


พอลุกขึ้นยืนได้เต็มตัว ทิ้งน้ำหนักลงขาทั้งสองข้าง เจนนี่ก็ทำท่าเหมือนจะล้มอีกครั้ง ความเจ็บแปล๊บแล่นจากข้อเท้าขึ้นมาหน้าขา เธอคว้าแขนอีกคนมาเกาะไว้แน่น


“ ข-ข้อเท้า ปวดอ่ะ ” เธอตอบคำถามบนใบหน้าของอีกคน น้ำเสียงไม่สู้ดีนัก สีหน้าเองก็เช่นกัน


“ ข้อเท้าพลิกหรอ ได้ไงอ่ะ ”





ทั้งสามคนช่วยกันใช้ผ้ายืดพันข้อเท้าเจนนี่หลังจากประคบน้ำแข็งแล้ว แต่คนเจ็บรายนี้ท่าจะดูแลยากเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เสียงร้องดังลั่นห้องซ้อมที่ทำให้พยาบาลจำเป็นอย่างจีซูไม่กล้าแตะส่วนที่บาดเจ็บของเธอมากนัก เธอยังดิ้นไม่หยุดแม้จะมีเพื่อนร่วมวงอีกสองคนช่วยกันล็อคแขนล็อคขาไว้แต่ก็ต้านทานแรงเธอไม่ได้เลย นี่คนเจ็บขาเพราะข้อเท้าพลิก หรือเด็กงอแงขอของเล่นในห้าง ทุกคนชักไม่แน่ใจ


“ อยู่นิ่งๆ ได้มั้ยเนี่ย! มันพันไม่ได้เนี่ยเห็นมั้ย! ” จีซูดุอีกคนที่เอาแต่โอดโอยแถมขาข้างที่เธอต้องรับผิดชอบพันผ้าให้ยังปัดไปปัดมาอยู่ไม่สุข จนน้องๆ ทั้งสองคนตัดสินใจใช้ทั้งตัวล็อคขาเจนนี่ไว้


“ โอ๊ย!!! เจ็บ!!


สิ้นเสียงร้อง จีซูกลัดปลายผ้ายืดให้เรียบร้อยก่อนจะตีลงไปบนผ้าที่เพิ่งพันเสร็จอย่างลืมตัว แน่นอนว่ามันทำให้อีกคนร้องออกมาอีกครั้ง แต่ก็เรียบร้อยแล้ว เธอพันข้อเท้าให้คนเจ็บเสร็จจนได้หลังจากที่ต้องแก้ออกและพันใหม่อยู่หลายครั้ง


“ ไปทำไอท่าไหนให้ข้อเท้าพลิกอ่ะ ” คำถามจากโรเซ่ทำเอาเจนนี่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ จะตอบก็อาย แถมระหว่างทางจากใต้ต้นไม้จนมาถึงห้องซ้อมนี่ เธอก็โดนคุณพยาบาลจำเป็นที่เอาแต่นั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าเธอคนนี้ด่าซะจนหูชามาแล้วตลอดทาง


“ เลิกสักทีเหอะไอนิสัยแบบเนี้ย มันอันตรายไม่รู้หรือไง ” จีซูเอ่ยเสียงเรียบ


“ โถ่..พี่ เจอแบบนั้นเป็นใครก็ต้องช่วยป้ะ ” เจนนี่เถียงแม้จะรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของจีซูจากน้ำเสียง


“ แต่มันก็ใช้วิธีอื่นก็ได้ไง จำเป็นต้องปีนต้นไม้เองเลยเหรอ ไม่ใช่เตี้ยๆ นะที่ปีนขึ้นไปอ่ะ ”


“ ก็ตอนนั้นใครมันจะไปทันคิดเล่า ”


“ ทีหลังก็หัดคิดซะบ้างสิ! ” จีซูฉุนกึ้กกับคำตอบขอไปทีของเจนนี่ ความหงุดหงิดพวยพุ่งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ทำเอาเธอต้องกระแทกเสียงใส่อีกคนอย่างอดไม่ได้


“ งั้นก็ขอโทษแล้วกัน!ที่ทำให้ต้องวุ่นวาย แต่ไม่เข้าใจอ่ะ ไม่รู้ยังจะโกรธอะไรอีกฉันไม่ได้ทำไรผิดซะหน่อย ”


ท่ามกลางสายตางงงวยของน้องๆ ในใจทั้งคู่คงแทบร้อนเป็นไฟ คนนึงโกรธที่อีกคนเอาแต่เถียงและไม่ยอมเข้าใจว่าตัวเองผิดยังไง อีกคนก็โกรธที่ถูกโกรธถูกต่อว่าทั้งที่ตัวเองไม่ได้ผิดอะไร


“ ถ้าเธอยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดก็ไม่ต้องมาคุยกันแล้ว!!

 





“ เห้อ!! ” เสียงถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดดังขึ้น หลังจากที่เจ้าตัวพาตัวเองเข้ามาในห้องซ้อมวางกระเป๋าและทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเรียบร้อยแล้ว


“ เป็นไรพี่จีซู ” น้องเล็กของวงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันกำลังง่วนอยู่กับการกินเศษขนมก้นห่อถามขึ้น


“ หงุดหงิด ” ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นพี่สาวคนนี้ที่มักจะอารมณ์ดีร่าเริงอยู่ตลอดเวลามีมุมเหวี่ยงๆ แบบนี้กับเขาบ้าง ดังนั้นจึงเดาได้ไม่ยากว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่ตัวเล็กหัวเสียอยู่ตอนนี้ได้


“ ก็ไม่น่าไปหาเรื่องเขาตั้งแต่แรกมั้ยล่ะ สุดท้ายก็ต้องมานั่งอารมณ์บูดอยู่อย่างนี้เพราะเขาไม่ง้อ ”


จี้ใจดำคนพี่มาก


สองวันแล้วนับแต่วันที่เธอประกาศกร้าวกับเจนนี่ว่าไม่ต้องมาคุยกัน แล้วฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมมาคุยกับเธอจริงๆ คนเจอหน้ากันเกือบจะทั้งวัน เป็นธรรมดาที่จะอึดอัดและอารมณ์เสียแบบนี้

 


“ ก็น่าจะรู้มะว่ามันไม่น่าทำได้ด้วยตัวเองอ่ะ พี่รปภ.ก็อยู่ใกล้ๆ ทำไมไม่เรียกมาปีนแทน ถ้ามันไม่ใช้แค่ข้อเท้าพลิกเธอจะทำยังไง คิดบ้างดิ!


“ แล้วมันมีใครเป็นอะไรมากกว่านั้นหรือไง ถ้ามัวแต่จะขอให้ใครมาช่วยจะทำอะไรเองเป็นบ้างมะ ก็คิดแล้วอ่ะว่าทำได้ถึงทำไง!


“ เอออยากทำไรทำไปเลย! แล้วไม่ต้องมาขอให้ช่วยนะ ”


“ เออทำแน่! ก็ไม่เคยขอให้มาช่วยอะไรอยู่แล้วป้ะ ”


“ แล้วตอนนั้นจะมาเรียกให้ไปช่วยทำไม ก็ลุกขึ้นมาเองดิ!


“ ก็ไม่ต้องมาช่วยก็ได้มะ ถึงพี่ไม่ช่วย ฉันก็ลุกเองได้!


หลังจากเหตุการณ์ในห้องซ้อม พอทุกคนกลับถึงหอพัก ด้วยความอึดอัดที่มันแผ่ไปถึงคนรอบข้าง ทั้งโรเซ่และลิซ่าจึงไม่ยอม ยืนยันจะให้ทั้งสองคนคุยกันให้เข้าใจให้ได้ แต่ก็ล้มเหลว ทั้งคู่ทะเลาะกันอีกครั้งและไม่คุยกันอีกเลยหลังจากนั้นให้ตายเหอะ ทะเลาะกันแค่เพราะคนนึงปีนต้นไม้จะไปช่วยแมวแต่กลับตกลงมาข้อเท้าพลิกซะเอง นี่มันไร้สาระไปไหมเนี่ย คงเป็นความในใจของน้องๆที่พอจะอธิบายได้ดีที่สุด



“ ทำเป็นเก่ง สุดท้ายก็ต้องลำบากคนอื่นเขาอยู่ดี ” เมื่อเห็นอีกสองคนที่เหลือเปิดประตูเข้ามาในห้องซ้อมด้วยสภาพที่เจนนี่ซึ่งยังไม่หายจากอาการปวดเพราะข้อเท้าพลิกถูกโรเซ่พยุงมาด้วยความทุลักทุเล จีซูก็หงุดหงิดยิ่งขึ้นไปอีกอย่างอดไม่ได้


เนื่องจากเจนนี่ที่ถึงแม้จะเจ็บอยู่และร่วมซ้อมด้วยไม่ได้ แต่เธอก็ยืนยันจะมาซ้อมกับทุกคนให้ได้ แค่ให้ได้นั่งอยู่ในห้องซ้อมด้วยก็ยังดี ตอนแรกเธอก็ยืนยันจะเดินเองเพราะไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากคอยพาเธอมา แต่แน่นอน ไม่มีใครยอมให้เธอทำอย่างงั้นแน่ๆ



“ เป็นซะแบบเนี้ย เห็นมั้ยล่ะ ฝากด้วยแล้วกัน ลำบากพวกเธอแล้ว ” เมื่อได้ยินว่าเจนนี่ตั้งใจจะไปห้องซ้อมด้วยตัวเอง จีซูจึงมาย้ำกับน้องๆ ว่าให้ช่วยดูแลคนอวดเก่งของเธอด้วย


“ จะไปลำบากอะไรเล่า ” โรเซ่อดขำไม่ได้กับท่าทีของพี่ใหญ่ ถึงจะทะเลาะกันแต่ก็ยังเป็นห่วงอีกคนอยู่เสมอ คงจะอยากดูแลด้วยตัวเองแต่ก็กลัวจะเสียฟอร์มสินะ ก็เล่นใหญ่ซะขนาดนั้นแล้ว “ พี่ก็เลิกงอนกันเป็นเด็กๆ แบบนี้ซะทีซิ ”


“ อือใช่ เรื่องเล็กๆ แค่เนี้ย โกรธกันเป็นจริงเป็นจังไปได้ ” น้องเล็กเสริมขึ้นอีกเสียง


“ ไม่อ่ะ จนกว่าจะสำนึก ” เธอก็ไม่ใช่คนใจแข็งอะไรขนาดนั้น ยิ่งกับอีกคนด้วยแล้ว “ ถ้าไม่มีใครบอกก็ไม่รู้ตัวสักทีสิ ไม่รู้ว่าเห็นคนอื่นพึ่งพาไม่ได้หรือไม่คิดจะพึ่งพาใครเลยกันแน่ ” แต่เพราะความเป็นห่วงที่มีต่ออีกคน



เพราะเธอไม่อยากให้เจนนี่คิดแต่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยไม่คิดเลยว่าสิ่งนั้นมันเกินตัวเกินไปหรือเปล่า เพราะทุกคนก็มีเรื่องที่ทำด้วยตัวเองไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น


“ เอาน่า ไปช่วยเขาเหอะปะ ”


“ เรื่องไรล่ะ เก่งนักก็ปล่อยเขาเดินเองสิ ” จีซูจงใจพูดเสียงดังให้คนที่ถูกเอ่ยถึงได้ยิน ก่อนจะลุกและเดินออกจากห้องซ้อมไป



ไม่ชอบเลยที่ต้องมาทะเลาะกันแบบนี้ นี่คงเป็นความรู้สึกที่พอจะอธิบายได้ของทั้งสองคน ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจแต่เจนนี่ก็รู้แล้วว่าที่อีกคนต้องบ่นต้องว่าเธอขนาดนี้ก็เพราะเป็นห่วงเธอ รู้มานานแล้วรู้มาตลอด แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือทำไมจีซูต้องโกรธเธอขนาดนี้ และปัญหาที่ใหญ่กว่าความไม่เข้าใจนี้คือเธอไม่รู้ว่าจะเข้าไปง้ออีกคนยังไง จะว่าไม่รู้จักวิธีง้อก็คงใช่ล่ะมั้ง



“ รู้งี้ไปเอาบันไดข้างตึกมาปีนซะก็ดี ” เธอได้แต่นั่งมองผ้าพันข้อเท้าซึ่งดูจะแน่นขึ้นกว่าเมื่อเช้า ที่โรเซ่แอบกระซิบบอกว่าจีซูเป็นคนมาพันให้ใหม่ตอนเธอหลับอยู่ที่หอเพราะเห็นมันเริ่มหลวมแล้ว จริงๆ ก็รู้อยู่แล้วแหละ ก็เธอไม่ได้หลับอยู่สักหน่อย


“ ก็คิดมากอยู่เหมือนกันหรอเนี่ย ” ลิซ่าพูดขึ้น “ ไปขอโทษพี่จีซูซะเถอะนะ พี่ก็รู้ไม่ใช่หรอว่าที่เขาทำเพราะเขาเป็นห่วงอ่ะ ”


“ ใช่ ไปขอโทษแล้วก็คุยกันดีๆ เถอะ ” โรเซ่เสริมขึ้นอีก “ ยังไงเรื่องนี้พี่ก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะ ”





เป็นอีกวันที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดหนึบที่ข้อเท้า นี่ก็เข้าวันที่สามแล้วแต่อาการปวดก็ไม่ได้ลดลงเลย เคยอ่านเจออยู่ว่าต้องใช้เวลาพักฟื้นสักสัปดาห์ถึงจะหาย แต่กับกรณีเธอที่ฝืนแบกสังขารตัวเองไปห้องซ้อมตลอดสองวันแบบนี้ คงต้องยอมแพ้แล้วพักอยู่หอเฉยๆ สักที วันนี้วันหยุดพอดีเลยด้วย


..รู้สึกเหมือนร่างกายต้องการน้ำตาลขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่ใช่พวกรักสุขภาพขนาดที่ตื่นเช้ามาต้องดื่มน้ำ 1 แก้วเป็นอย่างน้อยเหมือนโรเซ่เสียด้วยสิ ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้เอยช่วยให้ผิวใสเอย เธอยังไม่ค่อยอินกับมันเท่าไร แต่เธอมีความเชื่อว่าของหวานจะทำให้เธอตื่นได้เต็มตา แม้จะยังไม่ได้เจองานวิจัยที่ช่วยพิสูจน์ความคิดนี้ก็ตาม แต่มันเป็นทฤษฎีที่ใช้ได้ผลกับตัวเธอเอง


คิดได้ดังนั้นเจนนี่ก็พาร่างที่ขาดหวานกับข้อเท้าหนักๆ ของตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าตู้เย็นพร้อมกวาดสายตาหาช็อกโกแลตบาร์ที่เธอซื้อมาตุนไว้ แต่มันกลับว่างเปล่า ชั้นวางขนมของเธอไม่มีช็อกโกแลตวางอยู่สักอัน



“ มาเอานี่ ” จีซูที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องชูช็อกโกแลตบาร์ยี่ห้อโปรดของเธอขึ้นทั้งที่ตายังคงจับจ้องภาพเคลื่อนไหวในทีวีอยู่ “ ลิซ่ากินไปหมดแล้วเมื่อคืน ”


“ อ-เอ่อ ” ตกใจนิดหน่อยที่เห็นอีกคนนั่งอยู่ที่นี้ เพราะคิดว่าตอนนี้ตัวเองน่าจะอยู่ในหอพักเพียงคนเดียว เจนนี่รับช็อกโกแลตมาถือไว้อยากจะพูดขอบคุณแต่ปากก็หนักไม่ยอมขยับได้ดั่งใจ เธอจึงเดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งของโซฟาตัวเดียวกัน กำช็อกโกแลตบาร์ในมือแน่น


แล้วทั้งสองก็ปล่อยให้ทั้งห้องมีแค่เสียงทีวีกับเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกัน คงเป็นแผนของโรเซ่และลิซ่าที่อยู่ๆ ก็ยืนกรานจะออกไปช็อปปิ้งกันให้ได้โดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ไปกันนานแล้ว ส่วนจีซูคงโดนบังคับให้ยกเลิกนัดเพื่อนสินะ สองคนนั้นอุตส่าห์ทำขนาดนี้แล้ว เธอก็ควรจะพูดอะไรบ้างสักทีได้แล้ว แต่จะพูดอะไรล่ะ


“ เอ่อ.. คือ..


“ จะพูดอะไรก็พูดสิ อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้ ” จีซูคงเหลือทนกับท่าทางงะๆเงิ่นๆของอีกคนแล้ว เธอได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด “ จะเอาอะไรก็เรียกแล้วกัน ” กระแทกเสียงที่ท้ายประโยคตามอารมณ์ ก่อนจะลุกหวังจะพาตัวเองออกไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดตรงนี้


ไวเท่าความคิด ข้อมือเล็กของเธอถูกอีกคนคว้าเอาไว้ได้ทันก่อนจะถูกดึงอย่างแรงจนเซล้มลงไปบนตักของคนที่นั่งอยู่ เตรียมจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วหันไปต่อว่าแต่อีกคนยังคงไวกว่า เอวบางของเธอถูกรัดแน่นด้วยแขนทั้งสองข้างของเจ้าของตัก


“ ทำอะไรของเธอเนี่ย! ปล่อย! ” ทั้งดิ้นทั้งบ่น มือทั้งสองข้างก็พยายามจะแกะแขนของอีกคนที่รัดเอวตัวเองอยู่ แต่ก็ไม่สำเร็จก็ไม่ได้จะรังเกียจตักนุ่มๆของอีกคนหรอกนะ แต่แบบนี้มันทำให้จีซูรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกควบคุมอะไรเทือกๆนั้นเลยล่ะ แน่นอนว่ามันทำให้เธอไม่สบายใจ


“ ฉันขอโทษ ” ลมอุ่นๆพร้อมกับเสียงนุ่มดังผ่านหลังหูของคนที่เอาแต่ดิ้น ความรู้สึกประหลาดแล่นแว๊บเข้ามาในความคิดจนเธอต้องหยุดความพยายามและนิ่งทบทวนคำพูดของอีกคน ก็พอเข้าใจอยู่ว่าที่พูดมานั่นหมายถึงอะไร อย่างไรก็ตามเธอยังจะดิ้นให้มากกว่าเดิมเพื่อจะออกจากการเกาะกุมให้ได้ ทำให้อีกคนต้องออกแรงกอดรัดเอวบางนั่นให้แน่นกว่าเดิมมันช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ทำแบบนี้เธอก็คงไม่กล้าพูดกับอีกคนสักที ก็เล่นปั้นหน้าดุใส่ทุกครั้งที่พยายามจะเข้าไปพูดด้วย ยอมรับเลยว่าเธอก็กลัวคนตัวเล็กนี่อยู่ไม่น้อย


และไม่ทันจะได้ต่อว่าอะไรกันให้มากความ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่คนตัวเล็กควรจะละลึกได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้นกระแทกลงกับตักของอีกคนก็ตื่นขึ้น จีซูสังเกตเห็นเจนนี่พยายามจะยืดขาข้างที่เจ็บออกห่างจากตัวถึงนึกขึ้นได้ว่าอีกคนยังเจ็บอยู่


 

“ เอาล่ะ จะยังไงก็ปล่อยฉันก่อนแล้วนั่งคุยกันดีๆเถอะ ” จีซูหยุดดิ้นปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง ยื่นข้อเสนอให้เด็กดื้อที่เธอนั่งทับอยู่ แต่เหมือนเด็กดื้อของเธอจะไม่ยอมยังคงกอดเธอนิ่งอยู่อย่างนั้น “ บอกให้ปล่อยไงเล่า นั่งแบบนี้มันสะเทือนถึงข้อเท้าเธอนะ ไม่เจ็บหรือไงหะ ”


“ พี่แค่นั่งเฉยๆแบบนี้ฉันก็ไม่เจ็บแล้ว ”


“ นิ่-


“ ขอแปปเดียวน่า ” คนพี่ที่พยายามจะเอี้ยวตัวหันมาคุยได้แต่นิ่งและหันกลับไปยอมอยู่เฉยๆเมื่อคนน้องซุกใบหน้าลงกับแผ่นหลังแคบๆของเธอ


เจนนี่หลับตาพริ้ม เหมือนอยากจะตักตวงความอบอุ่นจากคนตัวเล็กในอ้อมกอดให้ได้มากที่สุดชดเชยความเย็นชาที่ได้รับมาตลอดสองวัน แต่เหมือนคนพี่จะไม่ยอมร่วมมือด้วยเลย ไม่นานนักคนบนตักก็เริ่มจะยุกยิกอีกครั้ง



“ พ-พอได้แล่ว เมื่อยตูด ” ให้มันได้อย่างงี้สิคิมจีซู เธอลุกจากตักอีกคนมายืนเกาแก้มเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจจะเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก


“ เอ้า จะไปไหนเล่า ไหนว่าจะมานั่งคุยกันดีๆ ” เจนนี่เรียกรั้งอีกคนไว้ เธออมยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกขำกับท่าทางของคนตัวเล็กตรงหน้า น่ารักเป็นบ้า ท่าทางเขินๆมึนๆที่เธอมักจะเห็นอยู่บ่อยๆ ความจริงแล้วคนพี่ก็ไม่ได้จะเด๋อๆอะไรแบบนี้บ่อยนักหรอกถ้าคนน้องไม่แกล้งให้พี่เขามีอาการอยู่เป็นประจำ


“ คุยไรเล่า ”


“ พันผ้าใหม่ให้หน่อย ”


“ พันใหม่ไรอีกล่ะ เมื่อเช้าก็เพิ่งจะ- ” จีซูปิดปากฉับอย่างกับกลัวว่าถ้าพูดต่อมันจะทำให้ตัวเองเสียเปรียบเสียฟอร์มหรืออะไรทำนองนั้นอย่างนั้นแหละ


“ เพิ่งจะอะไร พี่เพิ่งจะพันให้ใหม่ไปแล้วตอนฉันหลับอ่ะหรอ ” คนโดนจับได้ไม่ตอบอะไรได้แต่ถลึงตาใส่คนที่นั่งอยู่ คงเขินล่ะมั้ง เจนนี่ตีความเป็นอย่างนั้น ก็พี่เขาอุตส่าห์มาแอบดูแลเจ้าตัวก็ดันตื่นได้จังหวะทุกครั้ง ถ้าอีกคนรู้ว่าตัวเองรู้ตัวอยู่ตลอดเลยจะเป็นยังไงนะ เจนนี่นึกขำ เธอฉุดให้อีกคนนั่งลงข้างๆกันก่อนจะคิดหนีเธออีก “ เป็นห่วงฉันอ่ะดิ ”


“ พ-เพ้อเจ้อ ” จีซูเสมองไปทางอื่นอย่างจงใจ ก็ทั้งโดนจ้องทั้งคำพูดแบบนั้นอีก ถึงมันจะเป็นความรุ้สึกจากใจจริงเธอเลยก็เถอะแต่อะไรแบบนี้ใครเขาจะพูดกัน ไม่ใช่เธอแน่ๆ แหงล่ะกับคนฟอร์มจัดอย่างจีซู ไม่อย่างงั้นจะคอยลลำบากตื่นให้เช้ากว่าและนอนให้ดึกกว่าอีกคนเพื่อจะเช็คผ้าพันข้อเท้าให้ตลอดสองวันที่ทะเลาะกันทำไม


“ เห้อ.. แค่พูดว่าเป็นห่วงแค่เนี้ย มันยากนักหรือไง ”


“ ทีเธอล่ะ ไม่ทำตัวให้น่าเป็นห่วงเนี่ยมันยากนักหรอ ” แค่ต้องการจะเอาชนะแต่คำพูดนั่นก็เหมือนยอมรับกับเขาไปแล้ว เจนนี่ระบายยิ้มกว้างให้คนพี่ไปไม่เป็นอีกครั้งจนได้สิน่า


“ ก็แค่เนี้ย ”


“ อะไร!


“ ฉันขอโทษนะ จะไม่ทำอะไรเกินตัวแบบนี้อีกแล้ว ” อยู่ๆก็ปรับน้ำเสียงจริงจังสบตาอีกคนอย่างรู้สึกผิดจริงๆที่ทำให้ต้องเป็นห่วงขนาดนี้ จากการกระทำของอีกคนที่ตัวเองรับรู้ได้โดยบังเอิญทำให้เข้าใจอย่างสุดซึ้งเลยว่าจีซูเป็นห่วงเธอมากมายขนาดไหน คนพี่ไม่ตอบอะไรแต่ก็ไม่ได้หันหน้าหนีไปไหนเพียงแค่เม้มปากเหมือนไม่รู้จะทำหน้ายังไง “ พี่ก็พูดบ้างสิ ”


“ พ-พูดอะไร ”


“ ก็พูดว่าเป็นห่วงฉันไง ”


“ จะบ้าหรอ ใครจะพูดเล่า ”


“ เอ้า เป็นห่วงกันก็แค่พูดออกมา ใครเขาก็พูดกันทั้งนั้นอ่ะ ”


“ ไม่ ฉันไม่พูด ”


“ พูดหน่อยน่า นะๆ ฉันอยากได้ยินอ่ะ ”


เหมือนมีเด็กน้อยเข้าสิงเจนนี่ทั้งอ้อนทั้งตื๊อคนพี่ไม่เลิก ทั้งสองหยอกเย้ากันเหมือนลืมความเย็นชาที่เคยมีตลอดสองวันที่ผ่านมา ถึงจะแค่สองวันแต่การต้องทะเลาะกันต้องหมางเมินกันแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะให้เกินขึ้นอีกแน่นอน ยังไงก็เถอะทั้งคู่ก็แค่ทะเลาะกันไม่ได้จะแตกหักกันไปเลยซะเมื่อไหร่ อย่างน้อยมันก็ทำให้เจนนี่รู้แล้วว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเธอควรจะทำยังไง แค่เป็นเธออย่างที่เคยเป็นกับอีกคน ก็จีซูไม่มีทางโกรธเธอจริงจังอยู่แล้วนี่นา..




 

“ เอ้อ! เป็นห่วง พอใจยังเล่า ไอเด็กบ้า ”




the end

ผลงานอื่นๆ ของ butterfingers

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 15:46
    ความน่ารัก พุ่งทะลุมิติออกมาเลย น่ารักกกกก
    #6
    0
  2. #5 Jen2017
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 01:47
    ฮื่อออออ น่ารัก
    #5
    0
  3. #4 0001
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 03:43
    อิพี่ชิชูขี้เก๊ก 5555555 ทำฟอร์มอยู่นั่นแหละ พอเจอน้องเค้าอ่อนข้อให้หน่อยก็เขินทำอะไรไม่ถูกเลย 55555555

    #4
    0
  4. วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 13:21
    โอ้ยยยย น่ารักเวอร์ จีซูขี้เก๊กจนขำ 55555 ทะเลาะกันเหมือนเด็กจริงๆ ค่ะ เหมือนเด็กประถมที่ไม่ยอมรับว่าชอบเพื่อน แต่นี่แค่ยอมรับว่าเป็นห่วงด้วยนะ สุดสุด
    btw ติดตามมาตั้งแต่เรื่องเก่าแล้วค่ะ ยังชอบภาษาเหมือนเดิมนะคะ ไม่ค่อยเจอฟิคแบลคพิงค์ที่ถูกใจ แต่เรื่องนี้ (จริงๆ ก็เรื่องที่แล้วด้วย) ถูกใจม้ากมาก
    #3
    1
    • 20 กันยายน 2561 / 09:24
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ
      #3-1
  5. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:54
    น่ารักมากอ่า
    จีซูเป็นห่วงก็บอกไปเถอะไม่ต้องฟอร์ม55555
    #2
    0
  6. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:14
    จีซูปากแข็งจริงๆ เป็นห่วงเค้าก็บอกไป ฟอร์มอยู่ได้55555
    หลังๆนี่จีซูเขินน้องน่ารักมากก
    #1
    0