นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย Irreplaceable 1 (Thorki-Hiddlesworth-Chriski)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

" คุณโกหก "

 

" ผมพูดความจริง "

 

" พิสูจน์สิ "


/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


Pairing > Thorki - Hiddlesworth - Chriski 

Genre > Drama - Sweet - Fantasy - Short fic  

Chapter 1 ( 2 ตอนจบจ้า )

Chapter 2 https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1978802

***WARNING***

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื้อหาในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งค่ะ และเนื้อหาอาจจะกาวๆบ้าง งงๆบ้าง ฝากติชมกันด้วยนะคะ <3


Thx Theme > Berlin Theme 


b
e
r
l
i
n
?
dimension precision select

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ส.ค. 62 / 20:36


Chriski SF 1

 

Irreplaceable 1

 

 

 

เสียงเม็ดฝนกระทบกับหลังคาอย่างหนักหน่วง ทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงอื่นภายนอก หลายคนในเมืองต่างวิ่งหลบฝนกันชุลมุน บ้างมาคนเดียว บ้างมาเป็นคู่ กลับบ้านของตน เป็นชีวิตปกติของผู้คนในเมืองเมื่อเจอกับสายฝน ผ่านไปแค่ช่วงเวลาหนึ่งบรรยากาศภายในเมืองก็เปลี่ยนไป ว่างปล่าวร้างผู้คนแต่ภายในบ้านอาคารข้างทางมีแต่แสงไฟที่ลอดออกมาจากหน้าต่าง กับแสงไฟตกแต่งประดับบริเวณเกาะกลางถนน มีสัญลักษณ์จุดเด่นของเมือง ตกแต่งรายล้อม แสงสว่างระรานตา มองดูแล้วอดซึมซับบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้จริงๆ

 

ร้านค้าภายในเมืองที่ยังไม่ปิดคงเป็นดังเช่นร้านคาเฟ่ของชายคนนี้ เปิดบริการช่วงเช้าเวลาทำงานของหลายๆคน และปิดบริการในช่วงเวลาที่ไม่ดึกมากเกินไป จุดประสงค์อาจจะเพื่อใครบางคนที่เหนื่อยอ่อนจากการทำงาน แต่ไม่รู้จะรีบกลับบ้านเพื่อเจอกับความว่างเปล่า อย่างที่เขารู้สึกก็ได้

 

ทอม ฮิดเดิลสตัน

 

เจ้าของร้านคาเฟ่ชื่อดังที่มักจะปรากฏให้เห็นในสื่อออนไลน์ ตามด้วยรีวิวพ่อค้าหล่อบอกต่อด้วยอะไรแบบนี้ หรือจะเป็นการชื่นชมเครื่องดื่ม อาหารของหวานที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน ร้านของเขามีชื่อในทางที่หลากหลายออกไป ส่วนตัวแล้วทอมเองก็พอจะรู้สิ่งเหล่านี้จากหลายๆแหล่ง ทำให้รู้สึกมีแรงบันดาลใจพอสมควรในการทำคาเฟ่นี้ต่อ

 

เปรียบเสมือนคาเฟ่คือความสุขหนึ่งอย่างในชีวิตของเขา

 

ในช่วงเวลานี้สายฝนพากันเทลงมา ทุกอย่างดูสงบเงียบ มีเพียงสายฝนที่ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างน่าแปลก ลูกค้าคงไม่นิยมเข้าร้านในช่วงเวลานี้ นอกจากจะเป็นสถานที่หลบฝนชั่วคราว หรือพักใจจริงๆเหมือนกับจุดประสงค์ของเขา

 

ทอมไม่ได้รับลูกค้าอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เหมือนเช่นปกติ เขาเลือกที่จะมานั่งมุมหนึ่งในร้านที่สามารถมองเห็นภายนอกได้ เขาชอบที่จะนั่งมองสายฝนไม่ว่าจะเป็นเวลาค่ำคืนหรือกลางวัน อีกหนึ่งความชอบของเขาคือชอบที่จะได้เห็นแสงสีภายในเมือง ใบหน้าของผู้คนที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคน บางคนเศร้า บางคนยิ้มแย้ม บางคนไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนกับเหม่อลอยถึงบางสิ่งอยู่ เขาชอบคิดว่าผู้คนเหล่านั้นจะรู้สึกอะไรอยู่ และมีสาเหตุเพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น

 

แอบเป็นห่วงในบางครั้ง ได้แต่ภาวนาขอให้โชคดีกับคนเหล่านั้นที่ทำหน้าไม่สบายใจ

 

ความเปิดกว้างทางความคิดทำให้เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่หาได้ยาก ซึ่งทอมเป็นหนึ่งคนที่มี ทำให้มีหลายคนเช่นกันที่เข้าหาตัวเขาด้วยความเสน่ห์หา ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร เหมือนเป็นการเปิดรับความคิดใหม่ๆ ผ่านการพูดคุยยิ้มแย้ม บางทีแค่การพูดคุยเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เห็นถึงนิสัยบางอย่างของบุคคลนั้น

 

เป็นนิสัยของเขาที่ชอบการสังเกตอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ไม่รู้สิ พูดอีกแง่ก็เหมือนเขาจะได้เปรียบที่รู้ข้อมูลของอีกฝ่ายก่อน ทำให้ชักจูงได้ง่าย อีกฝ่ายเดินตามเกมของเขา

 

แต่สักพักมานี้เขารู้สึกชอบนิสัยของคนๆนึง น่าแปลกที่คนๆนั้นดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นแค่ไอ้คนตัวใหญร่างหมี แต่กลับดึงดูดสายตาของเขาได้ดีไม่น้อย

 

น่าสนใจจริงๆ

 

 

" วันนี้เขาเลิกงานดึกสินะ "

 

 

ทอมกล่าวพึมพำกับตนเอง ใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางเหม่อมองไปด้านนอก อีกข้างวางแนบกับโต๊ะ ใช้นิ้วเคาะโต๊ะไปเรื่อยๆ เกิดเสียงเคาะดังแทรกกับเสียงฝนภายนอกร้าน

 

ผมดำขลับเงาด้านหลังรวบมัดด้วยหนังยางสีดำ เป็นเหมือนปอยผมด้านหลัง ผมของเขาเริ่มยาวขึ้นมันปัดช่วงหลังคอบ่อยๆ มันทำให้เขารู้สึกรำคาญจนต้องมัดมันขึ้น เขาเองก็คิดว่ามันดูตลกที่ผู้ชายอย่างเขามามัดปอยผมด้านหลังเล็กๆแบบนี้ ทำไงได้ขี้เกียจไปตัดผมนี่นา

 

ชุดทำงานปกติของทอม ไม่ใช่อะไรที่หรูหรา แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เรียบง่ายเกินไปซะมากกว่า เขามักจะสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีเรียบๆ เช่น สีดำ สีขาว ใส่ผ้ากันเปื้อนผูกเอวสีดำ กางเกงเป็นแสล็คสีดำดูเรียบร้อย กับรองเท้าสีดำขลับเงา

 

เป็นการแต่งตัวง่ายๆที่ลูกค้าหลายคนก็ยังหลงเสน่ห์นั้น

 

ไม่รู้ว่าคนๆนั้นด้วยรึเปล่า

 

 

ตาสีน้ำแข็งจับจ้องไปตามทิวทัศน์ในเมืองอย่างเลื่อนลอย หากแต่ภายในใจกำลังนึกถึงใครคนหนึ่ง ชายร่างหมีแต่กลับทำตัวเด๋อไม่สมกับที่มีร่างกายแบบนั้น แต่ในเวลาเอาจริงกลับมีสายตาที่ดุร้ายได้ขนาดนั้น

 

น่าค้นหา

 

เท่าที่รู้คนๆนั้นชื่อ คริส เฮมเวิร์ธ ทำงานอยู่ในบริษัทหนึ่งที่ไม่อยู่ไม่ไกลจากคาเฟ่ของเขา ไม่รู้อยู่ในตำแหน่งอะไร แต่จากที่สังเกตแล้วดูยุ่งๆตลอดเวลา แบกแล็ปท็อปจากในรถหรืออะไรสักอย่างมาที่คาเฟ่ของเขาประจำ

 

เหมือนกับครั้งแรกที่เจอ

 

 

/

 

 

กริ๊งง~

 

เสียงกระดิ่งในร้านทำงานเมื่อมีผู้มาเยือน ในวันที่แดดจ้าช่วงบ่ายของวันนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งท่าทางดูน่ากลัว มีอิทธิพลแปลกๆ เขาสวมเสื้อคอวีสีเทาหม่นสวมทับด้วยแจ็คเก็ตดำและกางเกงสีเดียวกันกับเสื้อแจ็คเก็ต สวมรองเท้าผ้าใบเรียบๆแต่ดูเข้ากับชุดที่สวมอยู่

 

ภายในร้านมีลูกค้าอยู่ประปรายเป็นปกติ ยังมีที่นั่งอยู่บ้าง ชายคนนั้นเดินเข้ามาทำท่ามองหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะทำท่าเหมือนตกใจทอมที่กำลังงุ่นง่านเช็ดแก้วใบหนึ่ง ชายคนนั้นสังเกตได้ว่าคงเป็นแก้วใบโปรดหรืออะไรสักอย่าง สลักตัวอักษร T

 

ชายคนนั้นเมื่อรู้ตัวว่าจ้องอยู่นานเกินไป เขาจึงตบหน้าตัวเองเรียกสติ โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของทอมอยู่ตลอด

 

ทอมแสร้งเงยหน้าขึ้นมา ราวกับว่าพึ่งรับรู้การมีอยู่ของชายคนนั้น แสดงท่าทีตกใจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างสุภาพ จากนั้นจึงเปิดบทสนทนา

 

" ยินดีต้อนรับครับ "

 

ชายคนนั้นทำหน้าตาเลิ่กลั่ก ดูแล้วคงจะทำตัวไม่ถูก สายตามองไปที่มุมนั้นที มุมนี้ที ไม่โฟกัสที่ใดที่หนึ่ง ทอมจับสังเกตแล้วคิดอะไรบางอย่างออก

 

ทอมฉวยโอกาสที่ชายคนนั้นหลบตามองไปทางอื่น ไม่ยอมคุยกับเขา ทำให้ตัวเองอยู่ในสายตา แกล้งเอนคอลงต่ำ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ ปฏิกิริยาที่ทอมคาดไว้ก็

 

" ยินดีต้อนรับครับ รับอะไรดีครับ  "

 

" เอ่อ.... ขอเป็นเอสเปรสโซ่เย็น... ครับ "

 

 

ชายคนนั้นตัวสะดุ้งโหยง ถอยห่างไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวได้ว่าลุกลี้ลุกลนมากไปจนดูแปลก ชายคนนั้นจึงพยายามสบตาทอมตรงๆ ทอมเห็นดังนั้นจึงแกล้งยิ้มให้กลับ ฝ่ายพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัยคือ ชายคนนั้นคนที่พยายามสบตากับทอมและสั่งกาแฟด้วยเสียงขาดห้วง

 

เขาขยี้ผมสั้นบลอนด์ของตัวเอง แก้อาการเขิน แอบลอบยิ้มมุมปากก่อนจะส่งรอยยิ้มมาให้ทอมแต่ไม่ได้พูดอะไรตอบ แล้วเดินหนีทอมไปแบบงงๆ เขาไม่คิดสงสัยต่อ คงไม่ต่างจากพวกที่จะเข้าหาเขาล่ะมั้ง ทอมคิด แล้วจึงจัดการทำเมนูตามที่ชายคนนั้นโดยไม่คิดอะไรต่อ แต่มีความคิดในหัวบางอย่างที่เกิดขึ้นมา แต่ทอมเลือกที่จะไม่สนใจมัน

 

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ทอมทำตามเมนูที่ชายคนนั้นสั่งแล้ว จัดการตกแต่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือการยกไปเสิร์ฟ ทอมเดินออกจากเคาน์เตอร์ มองหาโต๊ะของชายคนนั้น หลังจากมองหาเห็นว่าชายคนนั้นนั่งอยู่โซนที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้จากด้านใน เป็นโต๊ะเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อน จึงเดินเข้าไปหา

 

ต้องเดินผ่านโต๊ะของชายแก่ที่ดูท่าทางมีอายุไม่มากนักประมาณห้าสิบต้นๆ แต่งตัวมิดชิดแปลกๆขัดกับสภาพอากาศ และยังทำการกระทำที่ดูเสียมารยาทกับเขานิดหน่อย ทอมพยายามไม่คิดใส่ใจกับสายตาแปลกๆของพวกเขา ทอมคิดว่าเขาควรทำตัวให้ชินกับอะไรแบบนี้ได้แล้ว ไม่ควรจะใส่ใจให้รกสมอง ถึงจะแอบหวั่นในใจว่าจะทำอะไรหรือไม่ก็ตาม

 

ชายคนนั้นดูกำลังเหม่อหันมองหาอะไรสักอย่าง คงจะเป็นคนที่ชายคนนั้นนัดมาล่ะมั้ง เมื่อทอมเริ่มเข้าใกล้ ชายคนนั้นราวกับรู้ตัวถึงการมา จึงหันมาทางทอม ดวงตาฟ้าน้ำแข็งสีเดียวกับเขา จ้องเขาไม่วางตา

 

รู้สึกทำตัวไม่ถูกหน่อยๆแฮะ ทอมคิด

 

ชายคนนั้นยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ โดยไม่มีเหตุผลอีกครั้ง ทอมคิดสงสัยในใจว่าจะยิ้มให้เขาทำไมเยอะแยะ ยิ้มได้เปลืองมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยิ้มตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน

 

ทอมเสิร์ฟแก้วกาแฟเอสเปรสโซ่วางลงบนโต๊ะข้างตัวของชายคนนั้น แล้วกล่าวอย่างสุภาพ

 

" นี่ครับ เอสเปรสโซ่ที่สั่งได้แล้วครับ "

 

ทอมหันหลังกลับกำลังจะเดินกลับไปที่ประจำเพื่อรอรับลูกค้า แต่ชายคนนั้นกลับส่งเสียงขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาของทั้งสอง

 

" ผมชื่อ คริส "

 

" คริส เฮมเวิร์ธ ....คุณชื่ออะไรเหรอครับ "

 

ทอมชะงัก ตกใจเล็กน้อย ตัดสินใจหันหลังกลับมามองคู่สนทนา ยิ้มมุมปากเล็กๆให้ ทอมเกาท้ายทอยตัวเองรู้สึกเกร็งต่อสายตาละมุนที่อีกฝ่ายส่งมาโดยไม่รู้ตัว สายตาอยู่ไม่นิ่งสบตาบ้าง มองอย่างอื่นบ้าง

 

ตามมารยาทคงต้องตอบกลับด้วยสินะ ทอมคิด

 

" ทอม ครับ "

 

ทอมตัดสินใจสบตากับคริสโดยตรง เขายิ้มให้คริสด้วยความรู้สึกที่รู้ได้ชัดเจนแล้วว่า คริสคงไม่ต่างจากคนอื่นที่ต้องการเข้าหาเขา เพราะงั้นคงไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยากจะดีกว่า

 

" ทอม ฮิดเดิลสตัน "

 

หลังจากพูดชื่อตัวเองจบ ทอมก้มหัวเล็กน้อย พลางส่งยิ้มปิดท้ายแล้วหันหลังเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ที่เดิมของตัวเองตามปกติ ถ้าหากไม่รู้สึกถึงสัมผัสจากด้านหลังบริเวณกางเกงที่กำลังจับอยู่ว่ามันไม่ถูกต้อง ชายแก่ท่าทางไม่น่าไว้ใจจากโต๊ะที่เขาสงสัย กำลังจับก้นของเขาอยู่

 

ฟัค!!! ทอมเกรี้ยวกราดในใจ แต่พูดออกมาได้เพียงว่า

 

" คุณลูกค้า เสียมารยาทมากเลยนะครับ ช่วยขอโทษผมเพื่อให้เรื่องมันจบด้วยดีเถอะครับ "

 

ทอมไม่ถามเพื่อความชัดเจนอะไรทั้งนั้น หลักฐานมีอยู่ตรงหน้า แค่การกระทำเมื่อครู่ เขาก็เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งกว่าชัดเจน ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้าแบบไหนออกไป รู้แค่รู้สึกโมโหที่โดนรุกล้ำสิทธิแล้วยังจะลวนลามอีก เขาไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะทำอะไรก็ได้ หรือผู้ชายแล้วจะโดนลวนลามแบบนี้ได้ ไม่ว่าเพศไหนก็ไม่ควรโดนลวนลามแบบนี้

 

ชายแก่สองคนยิ้มหัวเราะร่าใส่กัน ชายหนึ่งในนั้นหันมาหาทอมที่ดูท่าทางน้ำโหขึ้นมาแล้ว

 

" มีหลักฐานอะไรว่าเราทำงั้นเหรอ หนุ่มน้อย "

 

ทอมจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตากดดัน ในใจอยากจะต่อยให้มันจบๆไป แต่เขาจะทำแบบนั้นไม่ได้ ร้านก็สำคัญเหมือนกัน จะทำให้ดูแย่ไม่ได้ ทอมเผลอกำหมัดไปโดยไม่รู้ตัวเพียงแต่หมัดนั้นซ่อนด้านหลังของตัวเขา ไม่มีใครมองเห็นนอกเสียจาก

 

" ขอโทษคุณฮิดเดิลสตันเดี๋ยวนี้ "

 

เสียงผู้ชายพูดขึ้นจากด้านหลังของทอม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นเสียงใคร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ควรสนใจ ทอมตอนนี้เขาต้องการแค่คำขอโทษเพียงครั้งเดียวเพื่อการไม่เอาความ

 

" โว้วๆ  เหมือนจะฮีโร่มาปกป้องสาวน้อยซะด้วย "

 

ชายแก่อีกคนพูดเสริมด้วยน้ำเสียงยั่วยุโทสะ พลางแสยะยิ้มเยาเย้ย เพราะรู้ว่ายังไงทอมคงไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คริสที่นั่งมองอยู่นานแล้ว ลุกขึ้นไปหาทอม บีบไหล่ทอมเบาๆ เจ้าตัวเองไม่เข้าใจว่าคริสจะทำอะไร ทอมยืนมองเงียบๆไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร คริสแสยะยิ้มให้ชายทั้งสอง ก่อนจะก้มหน้าลงกระซิบข้างหูชายคนหนึ่ง ข้างหน้าทอม

 

" ถ้าไม่ขอโทษแล้วไม่รีบไสหัวไป ระวังผู้หญิงคนนั้นจะหายไปจากชีวิตแกตลอดกาล "

 

คริสพูดจบ จึงถอยหลังออกมา ส่งยิ้มให้ชายคนนั้นแล้วตบไหล่เบาๆ

 

" คิดว่าไง พอจำได้บ้างรึยัง "

 

ชายคนนั้นเริ่มรู้สึกมีเหงื่อเย็นๆผุดขึ้นมา เหมือนเขาจะเริ่มรู้ตัวซะแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร จู่ๆชายคนนั้นก็สั่นไปทั้งตัว คนภายในร้านเริ่มให้ความสนใจกับทั้งคู่เพราะยืนอยู่ที่โต๊ะชายแก่นานผิดปกติ แต่ทั้งสองไม่ได้ให้ความสนใจรอบข้าง

คริสจับจ้องไปที่ชายคนนั้น พลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย

 

" ควรจะขอโทษก่อนจะเป็นเรื่องใหญ่... "

 

คริสพูดเสียงเบาพอที่ชายคนนั้นจะได้ยิน ก่อนจะพูดต่อ

 

" ใช่มั้ย? "

 

ชายแก่อีกคนที่สังเกตอยู่ มองอย่างไม่เข้าใจ สิ่งที่เพื่อนของตนกำลังเป็นอยู่ มีอาการคล้ายกลัวอะไรบางอย่างจนถึงขั้นสั่นกลัว

 

" ขอโทษครับ ขะ ขอโทษครับ ขอโทษครับ "

 

ชายที่คริสกระซิบบอก พูดขอโทษด้วยเสียงสั่นเครือไม่หยุด พยายามลุกจากเก้าอี้ ก้มหัวซ้ำๆ มือรีบล้วงกระเป๋ากางเกง หาอะไรบางอย่าง ก่อนจะรีบวางเงินลงบนโต๊ะ แล้วยังไม่หยุดก้มหัวขอโทษ จนคริสกระแอมไอหนึ่งครั้ง พลางกอดอกขึ้นมองชายทั้งสองว่าจะทำอย่างไรต่อ

 

" อะไรวะ.. "

 

ชายอีกคนพึมพำไม่เข้าใจแต่ยอมลุกเดินตามเพื่อนตนเองไป ทอมมองตามทั้งคู่ด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ต่างจากชายทั้งสอง แต่ก็คงเดาได้ไม่ยากนัก ทอมหันกลับมามองชายหนุ่มข้างตนเอง คริสทำสีหน้าคล้ายยิ้มเยาะเย้ยคล้อยหลังทั้งคู่ ก่อนจะรู้ตัวว่าทอมนั้นมองอยู่จึงกลับมาทำสีหน้าเป็นปกติ พร้อมยิ้มแห้งๆใส่

 

" มีอะไรเหรอครับ? "

 

ทอมระบายยิ้มออกมา แกมหัวเราะเบาๆ ทำเหมือนเขาเป็นคนซื่อไม่ทันคนไปได้ เห็นเขาเป็นคนยังไงนะ แต่ถึงแบบนั้น

 

" ไม่รู้สิครับ "

 

จะยอมแกล้งตามเกมคุณก็ได้ :)

 

" ยังไงก็ขอบคุณนะครับ "

 

ทอมกล่าว ก่อนจะเก็บเงินที่ชายคนนั้นวางไว้ แล้วก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณคริส

 

" ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องแค่นี้เอง "

 

คริสส่ายหน้าพลางยิ้มอีกครั้ง หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบลง เพราะคริสมีท่าทีเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่ยอมพูดออกมา เอาแต่เกาแก้มตัวเอง จนทอมนีกขัดใจอยากจะดึงมือที่เกาออกมา แล้วถามว่าจะเกาอะไรเยอะแยะ

 

" คุณมีอะไรรึเปล่าครับ? "

 

ทอมเปิดบทสนทนา พลางนับเงินที่พึ่งได้มา ครบพอดีเป๊ะถึงจะเสียมารยาทไปไม่นิดหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไม่เบี้ยวตัง ทอมคิด

 

คริสช่างใจอยู่ไม่นาน แล้วจึงถอนหายใจออกมาแล้วยอมพูดพร้อมสบตา

 

" ผมอยากจีบคุณ "

 

 

" ..... "

 

 

" ได้ไหมครับ? "

 

หลังจากพูดจบ คริสได้แต่กรี๊ดอัดในใจ รู้สึกเขินจนอยากเอาหน้าซบไหล่คนตรงหน้า แต่ต้องหักห้ามใจไว้ รู้สึกขาอ่อนทำให้ทรุดคุกเข่าลง ใจรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

 

จีบหญิงยังไม่เคยเขินขนาดนี่เลยให้ตาย คริสคิด

 

ทอมมองตามตั้งแต่แรก จนเจ้าตัวนั่งคุกเข่ากับพื้น เขารู้สึกอยากจะหัวเราะด้วยความเอ็นดูอาการของอีกฝ่าย ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ชายเข้ามาจีบเขาแบบนี้หรอก ที่ผ่านมาเขาก็เจอคนเข้ามาจีบไม่ว่าจะหญิงหรือชาย มีวิธีการเข้าหาแตกต่างกันออกไป

 

แต่การเข้าหาโดยความรู้สึกซื่อตรงด้วยความเขินอายก็เป็นอะไรที่เขาชอบลิ้มลองเสมอ

 

ทอมหัวเราะเบาๆ พลางก้มไปหาคริสที่กำลังก้มหน้าไม่กล้าสบตาของเขา ใช้นิ้วชี้สะกิดไหล่ของเจ้าหมีเบาๆ คริสเงยหน้าขึ้นมาสบตา แอบตกใจแทบล้มลงเล็กน้อยที่เห็นใบหน้าของทอมเข้ามาใกล้ขนาดนี้ แต่เหมือนอยู่ในภวังค์คริสค้างท่านั้นตั้งใจฟังสิ่งที่ทอมกำลังจะพูด

 

" ได้สิครับ ผมยังไม่มีแฟนเลย "

 

คริสหลุดหัวเราะออกมา รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะเป็นก้าวแรกแต่รู้สึกดีใจเหมือนได้เป็นแฟนแล้ว ก่อนจะเห็นว่ามีมืออยู่ตรงหน้าของตัวเอง

 

" ลุกขึ้นเถอะครับ มีแต่คนมองแล้ว "

 

ทอมกล่าวพลางให้มองรอบๆร้านว่า มีสายตาลูกค้าที่มองมาทางนี้ หลายสายตามองมาแล้วแอบยิ้ม บ้างมองด้วยความตกใจ แต่คริสไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะสิ่งเดียวที่สนใจตอนนี้ คือมือของคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม

 

ฟัค ทำไมน่ารักอย่างนี้วะ คริสคิด

 

" นั่นสินะครับ ขอโทษครับ "

 

คริสกล่าวพร้อมจับมือของอีกฝ่ายลุกขึ้น ในใจอยากคว้ามือมาจูบก็ตาม ได้ทำแบบนั้นคงไม่ต่างจากการลวนลาม ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบนอกจากคนๆนั้นจะชอบคุณแล้ว ตั้งแต่แรกเห็น

 

ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว คริสคิด

 

แต่เหมือนจะจับเพลินเกินไปหน่อย ทอมมองมือของตัวเองที่เจ้าตัวจับไว้ไม่ปล่อย จนเริ่มมีเหงื่อขึ้น ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายคงจะตื่นเต้นที่ได้จับมือของเขา มือของคริสรู้สึกหยาบกร้านพอสมควร คงจะทำงานอย่างหนัก ไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ คิดแล้วก็สงสัยเช่นกันว่าคนตรงหน้าทำงานอะไร มีอิทธิพลอะไรรึเปล่าถึงสามารถไล่ชายสองนั้นไปได้

 

อีกไม่นานเขาคงได้รู้ ทอมคิด

 

"คือว่า ... "

 

ทอมกล่าวเปิดประเด็น พลางมองไปที่มือของตัวเอง คริสมองตามสายตานั้น แล้วจึงส่งเสียง ' โอ้ะ ' แล้วปล่อยมือออก ก่อนจะหัวเราะแห้งออกมา

 

" ขอโทษครับ คือผม...ตื่นเต้นไปหน่อย "

 

" ไม่เป็นไรครับ "

 

ทันทีที่ทอมตอบกลับ เสียงกริ่งในร้านก็ดังอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่าเขาควรจะกลับไปทำหน้าที่ได้แล้ว ทอมจึงยิ้มให้คริสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะรีบเดินไปที่เคาน์เตอร์ แต่ก่อนจะจากไป เขาพูดบางอย่างออกไปโดยไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะได้ยินหรือไม่

 

แต่ดูจากท่าทางก็คงรู้แล้ว

 

 

คริสรู้สึกเก็บอาการไว้ไม่อยู่ อยากจะกระโดดแล้วตะโดนเสียงดัง แต่เขาทำแค่ส่งเสียงว่า'เยส'กับตัวเอง พร้อมกำปั้น เขายิ้มจนตาหยีเหมือนเป็นหมีที่มีความสุขที่สุดในโลก เขาเดินไปหยิบแก้วกาแฟที่เริ่มมีหยดน้ำเกาะรอบแก้ว น้ำแข็งคงละลายไปบ้างแล้ว แต่ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญกว่ากาแฟแก้วนี้ คือคนที่ทำกาแฟแก้วนี้ ได้กล่าวประโยคนั้นๆกับเขา

 

 

" มาหาผมที่ร้านนี้ได้เสมอนะครับ "

 

 

/

 

 

 

แน่นอนว่าความสุขย่อมผ่านไปเร็วเสมอ

หลังจากที่ทอมเดินละออกมา ทำหน้าที่ของตัวเอง คริสเองก็มีหน้าที่ของตัวเองไม่ต่างกัน หลังจากที่ทอมทำออเดอร์ของลูกค้าเสร็จ สายตากวาดมองไปทั่วร้านก็ไร้เงาของคริสภายในร้านแล้ว สิ้นสุดการพบกันครั้งแรกเพียงเท่านั้น

 

โดยไม่มีข้อมูลอะไรที่มากไปกว่า ชื่อและการกระทำของอีกฝ่าย ทอมเคยคิดด้วยซ้ำว่าถ้าหากการกระทำครั้งนั้นเป็นเพียงความเสน่หา กระทำเพียงเพราะหลงไหล แล้วจากไปอยู่ภายในแสงสีของเมืองใหญ่ ทอมคงรู้สึกไม่แปลกใจนัก

 

เพียงแต่หลังจากวันนั้น ทุกวันจะมีชายคนหนึ่งมาที่ร้านของเขา นั่นก็คือ คริส คนที่ช่วยเขาในวันนั้น แล้วพูดว่าจะจีบเขา การเข้าหาของเขาไม่ใช่อะไรที่มากมาย นอกเสียจากการมาดื่มที่ร้านของเขา และชวนพูดคุยเรื่องต่างๆ ถามความเป็นห่วงเป็นใยในวันนั้น

 

ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า ใกล้ชิดกัน อย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งที่คริสได้บอกกับทอมเริ่มมากขึ้น ได้เรียนรู้เรื่องราวของกันและกัน ทุกอย่างดำเนินมาอย่างราบเรียบตลอดสามเดือน ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้รู้สึกหวือหวา ควบคุมไม่ได้ มีเพียงสิ่งที่เป็นความสบายใจ และเหมือนความสุขเล็กๆในแต่ละวัน

 

ทอมเหลือบมองนาฬกาที่แขวนอยู่บยผนัง บอกเวลาสามทุ่มครึ่ง เป็นเวลาที่ดึกกว่าทุกวัน แต่ไม่ใช่ว่าคริสจะไม่เคยมาเวลานี้ น่าแปลกที่เขาเลือกจะรอเจ้าตัว ในวันที่ฝนตกควรรีบกลับบ้านเช่นนี้ เวลาปิดร้านของทอมคือ สี่ทุ่มตรง ถ้าหากเจ้าตัวยังไม่มาเขาคงไม่มีทางเลือกเช่นกัน อีกอย่างในวันที่ฝนตกเช่นนี้ คริสยังเลือกที่จะมารึเปล่านะ

 

กริ๊งง~

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นหลังจากทอมเริ่มคิดที่จะปิดร้าน มีบุคคลหนึ่งวิ่งเข้ามาภายในร้าน พลางหอบแฮ่กในสภาพเปียกโชก ชายคนนั้นถอดเสื้อโค้ทหนาสีทึบของตัวเอง ก่อนจะมองไปทั่วร้าน จนสบตาเข้ากับเจ้าของร้าน ทอมรีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย พลางเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

 

" คุณตากฝนมาเหรอคริส ตัวเปียกหมดเลย "

 

เจ้าตัวหัวเราะเบาๆ ก่อนจะแกล้งสะบัดผมของตัวเองให้ตัวของทอมเปียก ทอมหัวเราะออกมา พลางบอกให้อีกฝ่ายหยุด แล้วเดินออกมาไปหาผ้ามาเช็ดให้

คริสจึงหยุดเล่น แล้วยืนรอไม่นานก็มีคนนำหน้ามาให้ เขาหยิบผ้านั้นขึ้นมา แต่กลับโดนฉกคืนโดยคนที่หยิบมาให้

 

" เดี๋ยวผมเช็ดให้ "

 

คริสมีท่าทีตกใจ เลยยืนนิ่งกับที่ แต่สายตาของทอมกลับไม่พอใจ พลางส่งเสียงหึ

 

" ช่วยก้มลงมาหน่อยได้มั้ยครับ คุณหมีเฮมเวิร์ธ "

 

เขาพึ่งรู้ตัวว่าความสูงของตัวเขา มีปัญหากับคนตรงหน้า จึงหัวเราะออกมา ทอมแกล้งไม่สนใจพลางใช้ผ้าโอบคอของอีกฝ่ายเพื่อดึงลงมา แต่เขาคงดึงมากเกินไป ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้ จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน แต่ทอมแกล้งไม่รับรู้ถึงสัมผัสพลางเช็ดผมของคริส พยายามไม่สนใจสายตาของเขาที่จ้องมองมา ราวกับจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว

 

" ทำไมคุณถึงตากฝนมาล่ะ "

 

ทอมเปิดบทสนทนาเพื่อไม่ให้เกิดเดดแอร์ขึ้น ความจริงนั้นเพื่อไม่ให้ตัวเขาเองต้องรู้สึกอึดอัดภายในอก ความรู้สึกร้อนผ่าวที่รู้สึกบนใบหน้า แกล้งไม่รับรู้ถึงมัน ด้วยการชวนคุย แต่ไม่รู้จะทนได้ถึงเท่าไหร่ เพราะสายตาที่คริสส่งมาไม่ยอมหยุด เขาทนมันไม่ไหว

 

" มาเพื่อเจอคุณ "

 

คริสกล่าวเสียงนิ่ง สายตาจับจ้องมาไม่ละสายตาไปที่ใด อยากหยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้ เพื่อเฝ้ามองความงามของสิ่งที่เขาเฝ้าหลงไหล และหวงแหน มาตลอดหลายเดือน อยากครอบครองไว้เพียงผู้เดียว ดวงตาน้ำแข็งราวกับพร้อมแช่แข็งทุกอย่างเอาไว้ที่ดวงตาคู่นี้ 

 

เขาคงโดนแช่แข็งเข้าแล้ว คริสคิด

 

" ปากหวานแบบนี้กับทุกคนเลยสิ "

 

" มีแค่คุณที่ผมทำแบบนี้ "

 

ทอมชะงัก รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้ อีกฝ่ายเป็นไฟหรืออย่างไร ทำให้เขารู้สึกราวกับถูกเผาไหม้แบบนี้ เหมือนถูกละลายด้วยไฟร้อนระอุที่ไม่เผาเพื่อทำลายให้แหลกสลาย แต่ให้ความอบอุ่นนั้นหลอมละลายให้เป็นส่วนหนึ่งของไฟ

 

ร้อนเกินไป ทอมคิด

 

ใช้ผ้าเช็ดปิดดวงตาสองคู่นั้น แกล้งประทับรอยจูบบนเปลือกตาผ่านผ้าผืนนี้ ทอมผุดรอยยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว พลางส่งเสียงกระซิบคล้ายต้องการจะพูดกับสายฝน

 

" ช่วยหยุดมองผมด้วยสายตาคู่นั้นก่อน "

 

" .... "

 

" คุณอยากเผาผมให้ไหม้ตายเลยรึไง "

 

คริสตกใจจนแทบหัวใจหยุดเต้นกับการจูบเมื่อครู่ ถึงจะเป็นสัมผัสที่เปลือกตาโดยมีผ้าเป็นตัวกลางก็ตาม แต่สัมผัสนั้นมันจริงราวกับไม่มีผ้าผืนนี้เป็นตัวกลั้นกลาง รวมถึงคำพูดที่ทอมได้บอก ทำให้ตัวเขาเองอยากจะกอดแล้วฟัดเจ้าตัวให้จม แต่ต้องอดกลั้นใจเอาไว้

 

คริสเดาจากสัมผัสแล้วจับมือของทอมเอาไว้ พลางเอ่ยตอบ

 

" คุณก็ไม่ต่างกัน "

 

" ผมทำอะไรเหรอ "

 

" สายตาของคุณก็เหมือนจะแช่แข็งผมเอาไว้ตลอดไป "

 

ทอมได้ฟังแล้วหัวเราะหึๆออกมา เปิดตาของคริส ใช้ผ้านั้นเช็ดหยดน้ำที่ยังมีอยู่บนใบหน้า หลังจากซับมันจนหมด แล้วจึงนำผ้าออก ก่อนจะส่งยิ้มให้คริสแล้วพูดตอบ

 

" น้ำแข็งกับไฟเหรอ? ดูเข้ากันไม่ได้จัง "

 

คริสหัวเราะกับประโยคของทอม ก่อนจะตอบ

 

" ไม่หรอก แตกต่างแต่เข้ากันได้ต่างหาก "

 

" คุณคิดงั้นเหรอ? "

 

ทอมถามย้ำอีกครั้ง เหมือนจะต้องการเหตุผลของความคิดนั้น เขาเดินไปเก็บผ้าผืนนั้น ก่อนจะออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวเผื่อคริสจะหนาว พร้อมเดินกลับมาชวนคริสให้ไปนั่งด้วยกัน คริสเดินตามทอมไป แล้วนั่งลงพร้อมเอาผ้าคลุมตัว ลมแอร์ภายในร้านไม่อ่อนโยนเลยจริงๆ

 

" ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนเสื้อผมก็ไม่ว่าอะไรนะ "

 

ทอมเสนอความคิด เพราะเห็นคนข้างๆนั่งสั่นอยู่ แต่คริสส่ายหน้าบอกไม่เป็นไร พร้อมอธิบายให้ทอมฟัง

 

" ไฟของผมไม่ได้ร้อนขนาดละลายน้ำแข็งของคุณให้หายไปหรอก ไฟของผมทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น ไม่รู้สึกเหงา ไม่หนาวจนทนไม่ไหวกับน้ำแข็งของตัวเอง "

 

ทอมนั่งฟังอยู่เงียบๆพลางหยักหน้า

 

" เหมือนกับน้ำแข็งของคุณ ที่คงไม่คิดจะแช่ให้ผมหนาวตายหรอกมั้ง "

 

ทอมหัวเราะเบาๆ คริสจึงยิ้มแล้วพูดต่อ

 

" น้ำแข็งของคุณ ทำให้ผมไม่ทำลายสิ่งอื่น ทำให้ผมรู้ว่ามีคุณที่ผมจะไม่ทำลาย และอยู่ข้างๆผมได้ "

 

" หึ งั้นเหรอ... ไฟที่ทำลายทุกอย่างงั้นเหรอ คุณน่ะ? "

 

ทอมกล่าว ไม่รู้ความคิดอะไรทำให้เขาเอ่ยถามออกไป อาจจะเป็นความสงสัยแรกพบที่ไล่สองคนนั้นออกไปได้โดยง่าย และสายตาคู่นั้นที่เขาสังเกตเห็นแต่แกล้งที่จะไม่รับรู้มัน เพื่อเดินตามเกมของอีกฝ่ายบ้าง คริสนิ่งไปก่อนจะเอ่ยตอบพร้อมยิ้มมุมปาก

 

" ผมคือไฟที่ทำลายทุกอย่าง พร้อมทำลายและปกป้องคุณไปพร้อมๆกัน "

 

" เป็นไฟที่จะไม่ทำร้ายผมเหรอ? "

 

" ใช่ "

 

คริสกล่าวพร้อมมองตรงด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ทอมสัมผัสถึงมันได้ทำให้ไม่กล้าที่จะหลบสายตานั้น ไม่รู้ว่าสายตาแบบนั้นมันเป็นความจริงหรือไม่ แต่ถ้าให้เขาเข้าข้างตัวเอง

 

ขอคิดว่านั่นคือ ความรู้สึกจริงๆ

 

ทอมไม่รู้ว่าที่เป็นอยู่คือความเสน่หารึเปล่า ทำให้ตัวเองไม่กล้าพูดเหมือนกันว่ารักคนตรงหน้านี้หรือไม่ ถ้าตัดสินเอาตอนนี้ว่า เขาจะยอมให้คนตรงนี้ไหม

 

คำตอบก็คง

 

" ผมก็คงไม่ต่างกัน "

 

ทอมยิ้มตอบ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นเป็นเรื่องในวันนี้

 

" คุณเป็นยังไงบ้าง "

 

" ก็เหมือนทุกๆวัน "

 

คริสตอบพลางพอถอนหายใจ ลอบสำรวจใบหน้าของคนข้างๆอย่างละเอียด เป็นใบหน้าที่มองยังไงก็ไม่เคยเบื่อเลย เขาคงจะหลงจนถอนตัวไม่ได้แล้ว

 

" อาชีพของคุณนี่ทำงานหนักจังเลยนะ "

 

ทอมกล่าวด้วยความรู้สึกเป็นห่วงปนสงสัย คริสหันมามองทอมแว้บนึงก่อนจะหันกลับ เหม่อมองสายฝนแกล้งไม่เห็นสายตาของทอม

 

ผ่านฝน เพื่อโดนแช่แข็งด้วยสายตาคู่นี้

 

เป็นความรู้สึกที่คุ้มค่าจริงๆ

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังบอกอาชีพเขาทำอยู่ไม่ได้ ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มากพอ ความเชื่อใจที่ยังคงต้องการมันมากกว่านี้ คริสยังคงต้องการบทพิสูจน์มากกว่านี้ ไม่แน่ว่าอาจเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ไม่กล้าจะเทใจใครเต็มร้อย หรือคาดหวังอะไรจากใครอีก

 

" คุณไม่ต้องห่วง ผมไม่เป็นไร "

 

ทอมลอบมองด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย แอบรู้สึกน้อยใจเล็กๆ คงเป็นความเอาแต่ใจที่อยากจะครอบครองอีกฝ่าย อยากจะรับรู้ทุกอย่างมากกว่าทุกคน ทุกสิ่งที่คนอื่นไม่รู้เขาอยากจะรู้ แต่ควรจะระงับความเอาแต่ใจนั้นไว้

 

เอื้อมมือหยิกแก้มเจ้าหมียักษ์ตัวเปียก แกล้งดึงไปมาเบาๆ สงเสียงหึใส่ประโยคที่คริสพูด เป็นเชิงไม่พอใจแต่กล้บดู

เหมือนแมวขู่มากกว่า

 

" ขี้โม้ "

 

ทอมดึงแก้มคริสจนยืดสุด เจ้าตัวเริ่มร้องโอ้ยเหมือนหมีอาละวาดตัวนี้ต้องการจะดึงหน้าเขาให้ขาดเป็นกระดาษ คริสตีมือทอมเบาๆให้ปล่อยมือ ทอมเลยปล่อยอย่างง่ายดาย แลบลิ้นล้อเลียนเจ้าหมียักษ์แล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

 

คริสลูบแก้มตัวเอง แล้วหันมามองเจ้าตัวที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะแอบลูบหัวเจ้าแมวตัวนั้นอย่างเบามือ ทอมส่งเสียงอืออืมออกมา ไม่รู้ว่าเพราะเพลินหรืออย่างไร แต่เขาก็รู้สึกเอ็นดูคนข้างตัวมาตลอดอยู่แล้ว แต่เวลาทอมทำท่าทางแบบนี้ รู้สึกอยากลองให้หูแมวกับคนๆนี้ ให้ลองใส่มาให้เขาดู พร้อมหางแมว

 

อ่า.... คิดไปมากกว่าไม่ดีแน่

 

ทอมเงยหน้าขึ้นแต่ยังหน้าแนบโต๊ะอยู่ คริสนำหน้าแนบโต๊ะบ้าง ทำให้สายตาทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน คริสยิ้มให้พร้อมแลบลิ้นใส่อีกฝ่าย แต่ทอมไม่ยอมจึงจับมือของคริสมากัดเบาๆตอบ

 

" กัดเจ็บจังเลยครับคุณ "

 

คริสพูดไม่ตรงกับสีหน้าที่กำลังแสดงออก ทำให้ทอมรู้สึกหมั่นไส้ อยากจะทำให้คนๆนี้พ่ายแพ้เขาบ้าง ไม่รู้ความคิดนี้มันเกิดมาจากอะไร แต่ทอมเลือกที่จะทำแบบนี้ ด้วยความรู้สึกและขาดสติ

 

ความรู้สึกชุ่มชื้นนั้นสัมผัสบริเวณนิ้วชี้ของคริสที่ทอมกำล้งกัดอยู่ ทอมใช้มือตัวเองจับมือของคริสให้เข้าใกล้มากขึ้น แกล้งช้อนสายตาขึ้นมองสบกับดวงตาสีน้ำแข็ง ก่อนจะหลบสายตาแล้วใช้ลิ้นของตนเองเลียไล้ไปรอบนิ้ว แกล้งดูดนิ้วจนมีเสียงจุ๊บขึ้นมา ใช้ฟันลอบกัดเบาๆ ก่อนจะถอนปากออกมา แล้วสบตากับคริสอีกครั้ง ทอมยิ้มมุมปากเช็ดน้ำลายที่ไหลออกมาตามมุมปาก

 

ครั้งนี้เป็นชัยชนะของเขา ทอมคิด

 

" ทีนี้เจ็บไหม? "

 

คริสตกใจเหมือนโดนแช่แข็งเอาไว้อีกครั้ง ใจอยากจะชักมือกลับมาด้วยความตกใจ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับ ใจอยากจะรุกเข้าใส่แต่ทำไม่ได้ กลัวใจอีกฝ่าย แต่ทอมดันทำถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าเป็นเขาในอดีตคนตรงหน้าคง'เสร็จ'เขาไปแล้ว

 

แต่เขาเปลี่ยนไปแล้ว

 

" ....... "

 

ภาวะสมองประมวลผลไม่ทัน ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าเขาคิดอยู่ในหัวว่าควรจะหักห้ามใจยังไง คนที่เคยเลวแต่กลับใจมาทำดีเพื่อใครสักคนหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

จะให้ผิดพลาดอีกไม่ได้

 

คริสคว้ามือทอมมากอบกุมเอาไว้ มือทั้งสองกุมมืออีกฝ่ายไว้แน่น มือของคริสรู้สึกสั่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าสั่นเพราะความกลัวหรือตื่นเต้น ทอมมองคริสแต่ไม่คิดจะปฏิเสธหรือขัดขืนอย่างใด ดวงตาน้ำแข็งจ้องมองนิ่งเงียบ คริสรู้สึกถึงสายตานั้น ไม่รู้จะแสดงสีหน้าแบบใดออกไป จึงหลับตาลงพลางค่อยๆคิดถึงสิ่งที่เกิดและเคยเกิดขึ้น

 

ริมฝีปากหนาจุมพิตที่หลังมือของอีกฝ่าย ทอมตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน แอบกระตุกยิ้มมุมปากเล็กๆ แล้วใช้นิ้วชี้แตะปากคริสเบาๆ

 

" เป็นอะไรไป? "

 

คริสลืมตามองอีกฝ่าย ได้เห็นทอมกำลังยิ้มอย่างมีความสุข ทำให้ความรู้สึกภายในเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาควรจะมีความสุขกับสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่คิดถึงสิ่งที่เคยทำผิดจนไม่สามารถทำอะไรอีกได้

 

ที่เขาควรจะทำคือ ไม่ทำผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

คริสคลี่ยิ้มออกมาแต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่มีความสุขนัก สบตากับทอมพลางนิ่งจ้องอยู่เพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่สายตาจะเปลี่ยนไป แล้วกระชับมือให้แน่นขึ้น ส่ายหน้าเชิงปฏิเสธแทนคำพูด

 

" ไม่มีอะไรต้องห่วง "

 

" แค่รู้ว่าผม'รัก'คุณก็พอแล้ว "

 

คริสกล่าวจบพลางจุมพิตอีกครั้งหนึ่ง นำมือของอีกฝ่ายแนบใบหน้าตนเอง จ้องมองหน้าของทอมราวกับต้องการสำรวจเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้ เหมือนกำลังกลัวว่ามันจะหายไป

 

ความรู้สึกนั้นส่งถึงอีกฝ่ายได้อย่างไม่ต้องสงสัย ทอมรู้สึกเจ็บปวดราวกับครั้งหนึ่งเคยมีความรู้สึกเจ็บปวด หัวใจถูกบิดเหมือนกำลังจะฉีกขาดด้วยคำพูดและการกระทำของใครสักคน

 

เพียงแต่เขานึกไม่ออกเลย

 

" เอ้ะ... "

 

ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ตาของตนเอง ทำไมทอมรู้สึกไม่ทันตั้งตัวกับน้ำตาที่จู่ๆก็มาอย่างกะทันหัน เขาใช้มือข้างที่ว่างแตะบริเวณขอบตาตัวเอง พบว่าเป็นอย่างที่ตัวเองคิด เขากำลังร้องไห้อยู่ ทำไมเขาถึงร้องล่ะ เพราะสายตาที่เขาเห็นเท่านั้นเหรอ ถึงต้องรู้สีกเสียใจขนาดนี้

 

คริสเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงปล่อยมือข้างหนึ่ง ให้มืออีกข้างของตัวเองเช็ดน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอให้คนตรงหน้าอย่างเบามือ เขาควรจะคิดสิว่าทำไมถึงแสดงให้เห็นไม่ได้

 

เขานี่เป็นคนโง่อย่างที่'อีกฝ่าย'บอกจริงๆ

 

" ขี้แยจริงๆเลย "

 

ทอมฉุนกับคำพูดอีกฝ่าย เลยฟาดไปที่ไหล่เบาๆ คริสแกล้งทำเป็นร้องโอดโอยเหมือนเจ็บหนัก แต่จริงๆแรงเหมือนแมวตบเท่านั้นเอง ทอมสะบดหัวเบาๆให้ในหัวมันโล่งขึ้น พยายามฮึบตัวเองให้ไม่หลุดร้องไห้ โดยมีคริสนั่งมองอมยิ้มอย่างเงียบๆ

 

" ยิ้มอะไรเล่า "

 

ทอมแกล้งทำหน้าขมวดคิ้วไม่พอใจอีกฝ่าย แต่ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดเลย คริสหัวเราะกับความไร้เดียงสาของทอม แล้วส่ายหน้าแทนคำพูดว่าไม่มีอะไร

 

ก่อนจะทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยพูด

 

" เพราะอะไรคุณถึงทำคาเฟ่นี้เหรอ? "

 

คริสเอ่ยถามเปลี่ยนประเด็น  พลางเท้าคางมอง สายตาที่คริสใช้มองทอมเป็นสายตาอ่อนโยนจนสัมผัสได้ ไม่รู้ความรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองหรือไม่ แต่ทอมก็เลือกที่จะปิดหน้าส่วนหนี่งของตัวเองด้วยการเท้าคางเช่นเดียวกัน พลางเบือนสายตาไปทางอื่น ทำตัวเป็นปกติ

 

" เพราะผมชอบ "

 

ทอมตอบสั้นๆตามที่เขาคิดกับตัวเอง ก่อนจะหันมาสบตากับคริสที่ดูเหวอไป

 

" ก็ตามนั้นแหละ ผมแค่รู้สึกชอบในสิ่งที่ผมทำอยู่เลยทำก็เท่านั้น "

 

ความชอบของคนตรงหน้าเป็นสิ่งบริสุทธิ์ เกินกว่าจะทำให้เป็นมลทินในสายตาของคนอื่นๆ

 

คริสอยากจะปกป้องมันไว้ ไม่ให้มันสลายไปด้วยน้ำมือคนอื่น

 

เหมือนครั้งก่อน

 

" ผมจะปกป้องคุณเอง "

 

คริสเผลอตัว นำมือไปลูบศีรษะของอีกฝ่าย แต่ทอมไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่จับมือของคริสให้ค้างไว้บนศีรษะของตนเอง

 

" ชอบเวลาโดนลูบหัวเหรอ "

 

คริสถาม

 

" .... "

 

ทอมไม่ตอบทำเหมือนตัวเองไม่ได้ยินพลางมองสายฝนนอกหน้าต่าง แอบอมยิ้มน้อยๆ คริสมองแล้วรู้สึกอยากจะหอมแก้มที่เอาแต่ยิ้มนั่นจริงๆ แต่ไม่ทันไรเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น ย้อนให้คิดถึงความหลังบางอย่างของคริส แต่เขาพยายามลืมส่วนนั้นซะ แล้วมองห่าฝนที่เริ่มมากขึ้นไม่มีท่าทีว่าจะน้อยลง

 

จะว่าไปแล้วเวลาก็ผ่านมาตั้งขนาดนี้ ดึกขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คริสหันมองนาฬิกาในร้าน จึงเห็นว่าเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว เป็นเวลาปิดร้านพอดี

 

ถ้าดึกขนาดนี้แล้ว ก็ควรจะปิดร้านได้แล้ว กลางคืนมันอันตรายเกินไป อีกอย่างคนข้างๆคริสยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดคนได้ง่ายจะตายไป ให้กลับบ้านคนเดียวในเวลานี้จะโดนอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ น่าเป็นห่วง

 

" เราปิดร้านกันเลยไหม? "

 

คริสเสนอความคิดโดยมือของตัวเองยังจับศีรษะทอมอยู่ ทุกอย่างยังอยู่ท่าเดิมเหมือนเมื่อครู่ ทอมพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือคริสสักที ตัวคริสเองรู้สึกเหมือนมีเจ้าแมวตัวใหญ่รัดมือของตัวเองเอาไว้ ทำสายตาอ้อนใส่เหมือนแทนคำพูดว่าอย่าดึงมือกลับนะ

 

โว้ย อย่าทำตัวน่าเอ็นดูนักได้ไหม! คริสคิด

 

ขยี้ศีรษะของอีกฝ่ายจนผมสีดำที่รวบไว้เริ่มยุ่งไม่เรียบร้อย ทอมทำหน้าบูดใส่นำมือคริสที่จับไว้มากัดจนเป็นรอยฟันแล้วจึงปล่อยมือ เหมือนโดนตัดบทสนทนาด้วยการกระทำ ทอมลุกหนีทันที จัดการปิดผ้าม่านภายในร้าน โดยมีคริสเป็นลูกมือคอยเช็ดทำความสะอาดและล็อกทุกประตูและหน้าต่างที่สามารถล็อกได้

 

จนเสร็จเรียบร้อยดีทุกอย่าง ทั้งคู่จึงกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

 

" งั้นจะกลับบ้านเลยไหม? "

 

คริสพูดขณะยืนท้าวเอวมองตรวจสอบไปรอบๆร้าน ราวกับตัวเองเป็นเจ้าของกำลังเช็คความเรียบร้อย ตรงข้ามกับทอมที่ทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ขมวดคิ้ว เพ่งมองในหน้าของคริสแกล้งถอนหายใจออกมาเรื่อยๆ

 

" เป็นอะไรครับคนดี "

 

" ปล่าว แล้วคุณจะกลับรึยัง "

 

ทอมส่ายหน้าพลางถามกลับ

 

" ถ้าคุณกลับ ผมก็กลับ "

 

ทอมยิ่งขมวดคิ้วมากกว่าเดิม ทำเสียงอืมอือในลำคอ ไม่พูดอะไรตอบ เพื่อไม่ให้บรรยากาศดูเครียดเกินไป คริสเลยพูดต่อ

 

" อยากให้ไปส่งไหมครับ? "

 

ทอมเปลี่ยนอาการในทันที คนตัวเล็กกว่ากลั้นยิ้มแทบไม่ไหว จึงหลุดยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วรีบพยักหน้าตกลง ถือวิสาสะจับมือคริส

 

คริสทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง แต่ถือวเป็นโอกาสดีไม่ใช่เหรอที่คนข้างๆอยากให้ไปส่งถึงที่บ้าน ดีไม่ดีอาจจะได้ค้าง...

 

บ้าจริงความคิด

 

 

" แต่ว่าบ้านผมอยู่แถวๆนี้ ถ้าคุณไม่รังเกียจ... "

 

ความคิดเข้าข้างตัวเองดันโพล่งออกไปห้ามความคิดไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวคริสก็พูดจนเกือบจบประโยคแล้ว ความคิดในหัวของคริสกำลังตีกันระหว่างฝั่งเข้าข้างตัวเองและสุภาพบุรุษโดยมีสายตาของทอมที่กำลังไตร่ตรองอยู่ใกล้ๆ

 

ตึกตัก

 

ตึกตัก

 

ตึกตัก

 

ตึกตัก

 

" เอาสิ "

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

รู้สึกเหมือนจะตายเพราะเขินใครสักคน

 

" เอาจริงเหรอ "

 

ทอมหลุดหัวเราะออกมา เหมือนจะกำลังตลกใบหน้าของตัวคริส นี่เขากำลังทำหน้าแบบไหนออกไปนะ ต้องเป็นหน้าแบบ'ไอ้โง่'แน่นอนเลย

 

อ่า.. นั่นสินะ

 

" ไปกันเถอะ อาจจะตากฝนหน่อยนะ "

 

" ไม่เป็นไร รีบไปกันเถอะ "

 

ทอมตอบตัดบท พลางมองไปรอบๆร้านเป็นการสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะปิดประตูร้าน

 

 

/

 

 

 

เสียงฝนดังกลบเสียงชายสองคนที่กำลังหัวเราะท่ามกลางสายฝน คริสใช้เสื้อโค้ทตัวใหญ่บังฝนให้ทอม ทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน วิ่งฝ่าฝนเข้ามาในพื้นที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ลักษณะเป็นเหมือนทาวน์เฮ้าส์ติดต่อกันมุมมองไม่ต่างจากที่ทอมมองภายในร้านมากนัก แต่ได้รู้มาว่าบ้านของคริสคือตึกหลายตึกติดต่อกัน พอได้มาครั้งแรกรู้สึกตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าคนๆนี้จะมีฐานะขนาดนี้ ระยะทางจากคาเฟ่จนถึงบ้านอยู่ไม่ไกลนัก ถ้าเดินทางในสภาพอากาศที่ปลอดโปร่งก็คงจะสะดวกว่าอากาศแบบนี้

 

ทอมตั้งใจจะเบนความสนใจจากอาการหนาวด้วยลูกอมมิ้นต์ในกระเป๋ากางเกง ทอมตัดสินใจแกะลูกอมที่พกติดตัวขึ้นมาทานอย่างช้าๆ ขณะเหม่อมองสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุด

 

" รอเดี๋ยวนะ "

 

คริสหันมาพูดกับทอมขณะกำลังหากุญแจเพื่อไขบ้าน เสียงฝนที่ดังกระหน่ำไม่หยุดทำให้ได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดนัก แต่ทอมก็เลือกที่จะพยักหน้ารับ กระชับเสื้อโค้ทที่คริสให้มาคลุมตั้งแต่ระหว่างทาง ทอมมองตัวเองหลังจากวิ่งตากฝนมา เสื้อเชิ้ทสีขาวของตัวเองเริ่มแนบเนื้อ ทำให้เห็นผิวที่อยู่ใต้ร่มผ้าของทอม หามองได้ยากในเวลาปกติ

 

ทอมรู้ตัวว่าเสื้อแนบเนื้อตัวเอง จึงนำเสื้อโค้ทมาปิดด้านหน้าของตัวเอง ทรงผมตัวเองตอนนี้เปียกเป็นลูกแมว ผมที่ไม่ได้รวบเริ่มลู่ลง ทอมสะบัดหน้าตัวเองแทนการใช้มือเช็ดน้ำฝนที่ไหลตามเส้นผมจะเข้าตา

 

คริสมองอยู่เงียบๆทั้งที่ไขประตูเสร็จนานแล้ว รู้สึกเหมือนนั่งมองแมวที่กำลังเปียกหนาว แต่พอร์นกว่า เอ้ะ เมื่อกี้เราคิดอะไรไป ไม่อยากจะแกล้งแล้วสิ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา ว่าแต่มันจัดเป็นความเพลิดเพลินชนิดหนึ่งได้ไหมนะ

 

" เข้าบ้านกัน "

 

คริสจัดการเปิดประตูต้อนรับ ผายมือเชิญให้ทอมเข้าไปก่อน ทอมมองดูแล้วเดินเข้าไปภายในบ้าน มองไปรอบๆเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็น เข้าไปภายในเห็นบันไดที่สามารถขึ้นไปข้างบนได้ เป็นบันไดสีดำสแตนเลส ทอมหันกลับมามองเจ้าของบ้าน อยากจะให้นำขึ้นไป แต่คริสกลับยิ้มให้และส่งสัญญาณมือให้ไปก่อนเลย ก่อนจะจัดการล็อกประตู ด้วยคำสั่งเจ้าของบ้านทอมจึงขึ้นไปสำรวจชั้นสอง มีที่พักบันไดก่อนจะเดินขึ้นต่อ แล้วเจอกับความรกเล็กน้อยแสดงว่ามีคนอยู่ สังเกตได้จากผ้าห่มที่วางไว้บนโซฟา แต่ไม่ได้พับให้เรียบร้อย ถ้วยกาแฟที่เหมือนจะดื่มแล้วทิ้งไว้ระยะหนึ่งแล้ว

 

รูปแบบภายในบ้านเต็มไปด้วยสีดำและขาว มีความผสมผสานกันอย่างลงตัว โซฟาหนังสีดำวางขวามือ หลังขึ้นบันไดมา มีโต๊ะกาแฟวางหน้าโซฟาอยู่ไม่ห่างกัน ด้านขวาของโซฟา หน้าต่างสองบานวางคู่กัน มีโต๊ะคอมคั่นกลาง แน่นอนว่าเป็นสีดำเช่นกัน แต่โคมไฟบนโต๊ะเป็นสีขาวเรียบหรู ฝั่งตรงข้ามของโซฟา เหมือนเป็นบอร์ดแผนผังอะไรสักอย่าง คงเกี่ยวกับอาชีพที่คริสทำงานอยู่  ข้างๆบอร์ดมีชั้นหนังสือขนาดกลาง มีหนังสืออยู่เต็มชั้น ทอมยืนมองบอร์ดนั้นสักพักหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางซ้ายมือเป็นห้องครัวขนาดเล็ก มีเคาน์เตอร์เรียบๆวางติดต่อกัน โซนห้องครัวจะเป็นสีขาวตัดดำ เคาน์เตอร์กับตู้เย็นเป็นสีดำแต่พื้นและผนังเป็นสีขาวตัดกับเฟอร์นิเจอร์

 

ส่วนโซนรับแขกที่มีบอร์ดงานอยู่ ไม่ได้มีกำแพงกั้นระหว่างเป็นห้องต่อกัน แต่สีภายในตัดกัน โดยโซนรับแขกเป็นสีดำล้วน แต่บริเวณบอร์ดงานกลับเป็นผนังสีขาว มีพรมขนาดใหญ่สองผืนปูไว้ บริเวณแรกที่โซฟาจนถึงโต๊ะคอม บริเวณที่สอง คือ บอร์ดงานจนถึงชั้นหนังสือ

 

ทอมเดินเข้าไปภายในโซนห้องครัว ถือวิสาสะเปิดตู้เย็นสำรวจเผื่อจะมีของอะไรที่สามารถนำมาทานได้

 

" อืม.... "

 

ก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้มากหรอกนะ

 

ภายในตู้เย็นส่วนใหญ่จะเป็นของที่สามารถทานได้เร็วทันที เช่น ของเวฟ หรือ เครื่องดื่ม กาแฟ อะไรพวกนี้ ส่วนผสมอาหารคาว พวกเนื้อ หรือผักต่างๆ พอจะมีให้เห็นบ้าง แต่มันเก็บอยู่ในส่วนลึกของตู้เย็น ดูแล้วคงไม่ค่อยจะเอามาทำอาหารทานเองซะเท่าไหร่

 

ทอมปิดตู้เย็น พิงกับเคาน์เตอร์ข้างตู้เย็น ในหัวกำลังคิดว่าจะทำอะไรทานดีและคิดว่าห้องนอนของเจ้าตัวคงจะอยู่ชั้นบนสินะ

 

แล้ววันนี้เขาจะนอนไหนล่ะ ทอมคิด

 

โซฟาก็โอเคนะ

 

" คุณคิดว่าไง "

 

คริสนั่งมองอีกฝ่ายสำรวจตั้งแต่แรก แล้วนั่งรอที่โซฟาเงียบๆ รู้สึกเหมือนคู่สามีภรรยาย้ายมาอยู่ด้วยกันเป็นครั้งแรก แล้วคุณภรรยาก็สำรวจบ้านไปทั่ว แล้วแอบบ่นถึงความรกต่างๆในบ้าน

 

คิดแล้วก็เขิน คริสคิด

 

" ผมชอบนะ เรียบง่ายดูสวยดี "

 

ทอมเดินออกมาจากครัว แล้วพูดตอบเจ้าของบ้าน แต่เหมือนทอมจะลืมตัวว่าเนื้อยังเปียกอยู่ทำให้แนบเนื้อเลยถือเสื้อโค้ทไว้ด้วยมือข้างเดียว ทำให้คริสได้เห็นสิ่งที่อยู่ใต้เสื้อโดยบังเอิญ

 

"อะแฮ่ม "

 

คริสกระแอมไอแทนการบอกทอมตรงๆ พยายามไม่โฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าถึงมันจะแอบเย้ายวนใจ แต่ถ้าทำตอนนี้มีหวังโดนเกลียดแน่ เขาเลยทำสองอย่างวนไปมา ก็คือหันมามองแล้วหลบตาไปทางหน้าต่าง

 

ทอมขมวดคิ้วสงสัยอีกฝ่าย แต่พอมองที่เสื้อของตัวเองจึงเข้าใจ ในใจนึกอายขึ้นมาทั้งที่เป็นผู้ชายด้วยกันแต่ก็ไม่ทันแล้ว เขาจะลืมว่าคนตรงนั้นเป็นคนที่คิดไม่ซื่อกับเขาไม่ได้ ทอมจึงนำเสื้อโค้ทที่ถือว่ามาคลุมตัว แล้วพูดขออะไรกับเจ้าของบ้าน

 

" ผมขอยืมเสื้อผ้าคุณได้ไหม? "

 

คริสมองเห็นอีกฝ่ายเอาเสื้อโค้ทคลุมเรียบร้อยแล้วผ่านหางตา จึงหันมาพยักหน้าด้วยท่าทางไม่ได้คิดอะไร แล้วลุกขึ้นเดินนำขึ้นไปชั้นบน

 

" แต่ผมไม่แน่ใจนะ ว่าคุณจะใส่ได้ไหม "

 

คริสหันกลับมาบอกอีกฝ่าย แล้วขึ้นบันไดนำไปก่อน คริสมองไปรอบๆห้องนอนของตัวเอง ว่ามีร่องรอยอะไรชวนพิศวงหรือไม่ ดูผ่านสายตาแบบไม่ละเอียดนักก็ไม่เห็นมีอะไร เลยเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ขณะกำลังคิดว่าเจ้าตัวจะใส่อะไร หรือ ใส่อะไรแล้วจะเข้าที่สุดอยู่ คนในความคิดก็เดินมาถึงแล้ว ตัวพิงกับราวบันได สายตามองไปรอบๆห้อง

 

ทอมกระชับเสื้อโค้ทไว้แน่น พลางมองสำรวจรอบๆห้อง การตกแต่งไม่ต่างจากด้านล่าง ผ้าห่มเป็นสีดำแต่ตัวเตียงเป็นสีเทามีหมอนเป็นสีเดียวกัน มีโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง ด้านในสุดของห้องเป็นหน้าต่างบานใหญ่แต่ทึบ ไม่สามารถมองเห็นจากภายนอกได้ รูปหนึ่งถูกวางคว่ำอยู่บนโต๊ะ ด้วยความสงสัยจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมาดู

 

เป็นภาพของคริสกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาจะไม่ตกใจเลย ถ้าชายที่ได้เห็นใบหน้าคล้ายกับเขาไม่มีผิด เพียงแต่คนในภาพผมยาวกว่า ผมสีดำประบ่า สายตามองไปทางคริสด้วยความหงุดหงิด ต่างจากคริสที่หันมามองกล้องอย่างบังเอิญ ชายคนนั้นกอดอกทำท่าทางไม่พอใจแต่ก็ยอมให้อีกฝ่ายโอบเอวไม่มีท่าทีจะขัดขืน  บรรยากาศภายในรูปเหมือนกำลังออกงานอะไรสักอย่างอยู่ เพราะทั้งคู่ใส่สูทสีดำเรียบร้อย รายล้อมไปด้วยผู้คนต่างๆ ใส่ชุดออกงานไม่ต่างกัน

 

" ผมมีเสื้อยืดอยู่ คุณพอจะใส่ได้ไหม? "

 

คริสที่กำลังหาเสื้อผ้าอยู่ หยิบขึ้นมาตัวหนึ่งหันไปถามทอม เห็นอีกฝ่ายกำลังยืนดูรูปถ่าย จึงหันไปมองโต๊ะข้างหัวเตียงไม่เห็นรูป เลยเดาได้ทันทีว่ารูปในมือต้องเป็นรูปนั้นแน่นอน เขานิ่งเงียบไม่คิดจะไปแย่งรูปจากมือทอม เพราะคิดว่าคงไม่ทันแล้ว ในหัวกำลังประมวลผลว่าจะเตรียมรับมืออย่างไร พลางหยิบกางเกงพร้อมเสื้อมาด้วย

 

" คุณคงจะใส่ได้นะ "

 

เขาหันไปตามเสียงคริส ทอมรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาท รีบวางรูปลงที่เดิม แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะอีกฝ่ายกำลังยืนอยู่ข้างๆเขาแทน ทอมเลิ่กลั่กไม่รู้จะสบตาคริสยังไง คริสเลยพูดปลอบ

 

" ไม่เป็นไร อยากดูก็ดูเถอะ "

 

คริสเอื้อมไปหยิบรูปภาพนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะนั่งลงบนเตียง พลางฉีกยิ้มแต่ใบหน้ากำลังเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ทอมจึงนั่งลงข้างๆ ใช้มือบีบไหล่ของคริสเอาไว้ เป็นการให้กำลังใจ คริสหันมามองพร้อมยิ้มให้ และจับมือของทอมเบาๆ

 

" คนในรูปเหมือนคุณเลย "

 

ทอมเหลือบมองใบหน้าของคริสตอนพูด ก่อนจะมองไปที่รูป แล้วเอ่ยตอบ

 

" ใช่ เหมือนมากๆ ... แต่ผมไม่มีฝาแฝด "

 

คริสส่งเสียงหึ สายตาไม่ละจากรูปไปไหน และตอบกลับ

 

" แน่นอน คนๆนี้ไม่ใช่แฝดทางสายเลือดของคุณหรอก "

 

ทอมพยักหน้ารับเป็นเชิงเห็นด้วย ในใจคิดสงสัยมีหลายคำถามที่รู้สึกคาใจ นอกจากเรื่องใบหน้าที่เหมือนกันอย่างน่าแปลก คือเรื่องความสัมพันธ์ของคนในรูปกับคริส  คงเพราะไม่รู้ว่ารูปนี้ถูกถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ และสถานะในตอนนี้คงไม่เหมาะที่จะมีรูปนี้โผล่ขึ้นมา ท่ามกลางการคบกันของทั้งคู่อย่างแน่นอน

 

คริสพอจะสังเกตได้ เพราะถ้าเป็นตัวเองคงจะมีคำถามมากมายในหัว แต่ทอมดันเอาแต่นั่งนิ่งเงียบ จ้องภาพอย่างเดียวจนคิ้วสองข้างชนกัน มองแล้วอยากจะแยกคิ้วทั้งสองออกจากกันจริงๆ คริสเลยตัดสินใจจะเล่าสิ่งที่อยากรู้ให้ทอมฟังเริ่มจาก

 

" ได้ยินแล้ว อย่าตกใจนะ "

 

ทอมหันขวับ ตาจ้องตาคริสไม่กะพริบ เจ้าตัวรู้สึกแอบเหงื่อตกถึงจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเล่าก็ตามที

 

" เขาเป็น'คนที่ผมเคยชอบ'เอง "

 

คิ้วทั้งสองข้างของทอมชนกันโดยไม่ได้นัดหมาย ใบหน้าดูบึ้งตึงกว่าเดิม คริสคงต้องรีบเล่าและรีบแก้สถานการณ์ให้เร็ว ยิ่งได้เร็วยิ่งดี

 

" แต่ตอนนี้เขาไปที่ไกลแสนไกลแล้ว "

 

ทอมเอียงคอไม่เข้าใจ และพูดถามไปทันควัน

 

" หมายความว่าไง?"

 

" เขาคงไปหาพี่ชายของเขาล่ะมั้ง ที่ไหนสักแห่งบนไทม์ไลน์สักที่ "

 

คริสตอบตามตรง แต่คนฟังนั้นไม่เข้าใจ เป็นเรื่องที่เข้าใจยากอยู่แล้ว ชวนเพ้อฝัน นึกถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นเค้าก็รู้สึกแฟนตาซีในชีวิตเหมือนกัน ทั้งที่ใครคนนั้นเข้ามา แล้วหายไปเหมือนทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน คนคนนั้นจากไป เพราะคนที่รักไม่ได้อยู่ตรงนี้

 

และคนนั้นไม่ใช่เขา

 

" คุณจะบอกว่า มีโลกคู่ขนานอะไรแบบนั้นเหรอ "

 

ทอมพูดด้วยเสียงไม่แน่ใจ เริ่มเอียงคอเล็กน้อย มือแตะคางตัวเองทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิด แต่มืออีกข้างก็ยังจับเสื้อโค้ทเอาไว้แน่น โลกคู่ขนานเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขา มันเป็นเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แต่คนข้างๆของเขา คริสกลับพึ่งเผชิญกับเรื่องแบบนั้นมา ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ เขาหันไปมองหน้าของคริสที่เหมือนจะเอาแต่จ้องรูปภาพ ไม่มองไปทางอื่นเลย

 

" คุณโอเคไหม? "

 

" ..... อ่า "

 

คริสลังเลที่จะตอบตามตรง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วส่งรูปในมือให้ทอมถือ

 

" รูปนั้นมันมาจากงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง ที่หมอนั่นอยากไป ไปแล้วก็ไปทั้งหว่านเสน่ห์ ทั้งกวนเขาไปทั่ว "

 

คริสปล่อยมือที่จับมือทอมไว้ มากุมมือของตัวเอง พลางเล่าด้วยรอยยิ้มแต่ดูแล้วมีความเศร้าแฝงอยู่

 

ทอมปล่อยมือที่จับไหล่ของคริสเช่นกัน เขาจับรูปไว้ด้วยทั้งสองมือ จ้องมองดูรอยยิ้มของคริสในตอนนั้นดูมีความสุขสดใสมากกว่าตอนนี้จริงๆ ถ้าคนนั้นยังอยู่ตรงนี้ คริสจะมีความสุขไหมนะ

 

" เป็นไอ้ดื้อเลยล่ะ "

 

" นั่นสินะ "

 

" อ่อ ลืมบอกไป เจ้านั่นชื่อ'โลกิ' "

 

ทอมแสดงอาการตกใจน้อยลง เพียงแค่หันไปถามซ้ำเพื่อความแน่ใจว่า

 

" โลกิ? โลกิที่เป็น god of mischief น่ะเหรอ? "

 

คริสพยักหน้า และอธิบายต่อ

 

" โลกินั้นแหละ ถ้าผมเล่าให้ใครฟัง คงจะทำท่าทางไม่เชื่อยิ่งกว่านี้ "

 

คริสใช้หางตามองหน้าทอม ก่อนจะกลับมาเหม่อมองมือที่กุมอยู่ของตัวเอง

 

" ถ้าคุณจะไม่เชื่อผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก "

 

"..... "

 

ทอมรู้สึกใจไม่ดีกับคำพูดของคริส จึงหันไปมองหน้าคริสที่เหมือนกำลังลังเลอะไรอยู่ ทอมรู้ได้ไม่ยากถึงความคิดของคริส ถ้าเอื้อมมือไปจับตอนนี้กลัวเหลือเกินว่าคนๆนี้จะหายไปกับอากาศ หายไปหาโลกิคนนั้น ฟังดูตลกแต่ความรู้สึกของคริสมันไม่ตลก มันดูเป็นของจริง และเจ็บจริงด้วย

 

" ผมเชื่อคุณนะ "

 

"...."

 

"ถึงมันจะดูแฟนตาซีเหลือเชื่อ แต่ความรู้สึกของคุณกับรูปภาพใบนี้

 

....ผมจะยอมเชื่อ "

 

ทอมพูดพลางมองรูปที่ถืออยู่ ชายที่อยู่ในรูปใบหน้าเหมือนเขาราวกับแกะ ถึงจะบอกว่าเชื่อ แต่ทอมก็ยังคิดไม่ตกกับเรื่องนี้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนหน้าตาเหมือนเขาแบบเป๊ะๆอยู่ด้วยเหรอ ที่คริสพูดเหมือนกับเอาเรื่องตำนานต่างๆมาเพ้อฝันยังไงอย่างนั้น แต่เมื่อมีหลักฐานกับความสัมพันธ์มันค้ำคออยู่ ทำให้ทอมไม่อยากจะขัดใจหรือมีท่าทีต่อต้านกับคริส ถึงเรื่องจะดูเหลือเชื่อแค่ไหนก็ตาม

 

แต่ด้วยหน้าตาของโลกิ มันทำให้เขาพาลคิดถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ ถ้าเป็นแบบนี้ หน้าตาคล้ายกันแบบนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทอมเป็นแค่'ตัวแทน'ของคนที่ชื่อ'โลกิ'อย่างนั้นเหรอ

 

การกระทำที่ผ่านมา คริสทำไปเพราะรักและอาวรณ์โลกิรึเปล่า?

 

รอยยิ้มของคริสที่เอ็นดูอีกฝ่ายขนาดนั้น ยิ่งมองยิ่งรู้สึกอิจฉาไม่รู้ว่าเพราะอะไร ความงี่เง่ามันเกิดขึ้นเอง ทอมอยากจะต่อต้านแต่ภายในหัวก็ตีกันด้วยความคิดหลายๆอย่าง ทั้งคาดหวังไม่ให้มันเป็นแบบที่คิด คิดเข้าข้างตัวเอง และคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลที่สุด เขาไม่อยากจะแสดงด้านคิดมากของตัวเองให้คริสเห็น

 

ทอมวางรูปลงที่เดิม รีบเดินออกมาจากจุดนั้น ลงบันไดไปนั่งที่โซฟาชั้นสอง ทิ้งให้คริสไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายที่จู่ๆก็ลุกออกไป ทำสีหน้าบึ้งตึงเป็นคนละคนกับตอนแรก โดยก่อนหน้าพึ่งพูดให้กำลังใจเขาไป แต่พอตอนนี้กลับมีสีหน้าบึ้งตึงราวกับไม่พอใจในอะไรบางอย่าง คริสมองโลกิภายในรูปแล้วแอบฉุกคิดเล็กๆได้ว่า

 

หรือว่าทอมจะคิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนของโลกิ?

 

คริสขมวดคิ้วใช้สมองที่ไม่ค่อยได้ใช้งานประมวลผลอย่างพยายามให้เร็วที่สุด คิดๆดูแล้วคงมีแต่ทางเลือกนี้ที่เป็นไปได้ คริสแอบมองโลกิในรูปใบนั้นโลกิในรูปหันมองมาที่คริส ไม่ใช่สีหน้าเกรี้ยวกราดไม่พอใจอย่างที่เคยทำ แต่เป็นสีหน้าที่คล้ายอยู่ในภวังค์หันมาหาตัวเขาที่ยิ้มอยู่ในรูป สายตาที่ใช้มองก็เปลี่ยนไป ดวงตามรกตที่เคยมีแต่ความไม่พอใจ ความโกรธเกรี้ยว แต่ในรูปกลับไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย คงเพราะเหตุผลนั้นคริสถึงเลือกที่จะเก็บรูปไว้ใกล้ตัวเสมอ

 

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ คนที่อยู่ชั้นล่าง ดูจากท่าทางแล้วกำลังไม่พอใจและคงจะคิดไปไกลแสนไกลแล้ว ถึงอดีตจะเคยสำคัญ แต่คนในปัจจุบันนั้นสำคัญกว่า

 

คริสยืนยันทางเลือกนี้ว่าทอมคงคิดมากเรื่องนี้แน่นอน ถ้าให้พูดตรงๆถึงเหตุผลแรกที่เขาชอบทอมก็คือใบหน้าที่เหมือนกับโลกิ ใช้ทอมเป็นตัวแทนโลกิ แต่ในตอนนี้ความรู้สึกได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

คริสชอบที่ทอมเป็นทอม ไม่ใช่ตัวแทนของใคร

 

ชายร่างหมีเลิกนั่งมองรูปอย่างกับคนขี้เพ้อ รีบลุกขึ้นวิ่งลงไปหาคนด้านล่างที่นั่งกอดเสื้อโค้ทของคริสไม่ปล่อย พลางขมวดคิ้วแน่น จนกลัวว่าตีนกาจะเกิดบนใบหน้าสวยนั้น คริสกระโจนเข้าใส่คนตัวเล็กกว่าจนแอบเซล้มลงนอนบนโซฟา  ทอมไม่ได้มีท่าทีตกใจนัก และรีบผลักอีกฝ่ายให้ลุกนั่งก่อนที่จะทำอะไรเกินเลยมากกว่านี้

 

" ทำอะไรของคุณ "

 

ทอมพูดเสียงเชิงตำหนิใช้แขนดันตัวให้ร่างหมียักษ์ออกห่างจากตัวเอง แต่คริสกลับยิ้มเลศนัยใส่ คร่อมตัวของทอมเอาไว้ เสื้อเชิ้ตขาวของทอมคงเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว เหลือเพียงความชื้นส่วนความโปร่งแสงจนเห็นผิวหนังนั้นคงไม่มีแล้ว ส่วนเสื้อโค้ทก็อยู่ในที่พอเหมาะของมัน ปิดช่วงกระดุมเอาไว้ เหมือนเป็นปราการแรกก่อนการทำอะไรที่ไม่ควร คริสเบนสายตาไปที่จุดอื่นบ้าง คริสมองตรงสบตากับทอม สายตาอีกฝ่ายยังแฝงความไม่พอใจเอาไว้ ทางที่ดีคงต้องรีบไขข้อข้องใจให้เร็วที่สุด

 

" คุณเป็นอะไร? "

 

" ผมถามคุณก่อน "

 

" ก็.... "

 

คริสไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วขมวดคิ้วใส่

 

" คร่อมตัวคุณอยู่? "

 

" ...... "

 

ทอมปิดหน้าตัวเองดังแป๊ะพร้อมเสียงถอนหายใจ แล้วพูดตอบ

 

" ผมรู้... แต่ผมหมายถึง ทำเพื่ออะไรต่างหาก... "

 

" เพื่อคุยกับคุณ "

 

" นั่งคุยกันก็ได้ "

 

" ผมกลัวคุณหนี "

 

ทอมนำมือที่ปิดหน้าออกแล้วขมวดคิ้วใส่บ้าง

 

" ผมจะหนีคุณทำไม "

 

" ก็... ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น "

 

คริสเว้นช่วงประโยค ภาพในหัวเผลอแว้บเข้ามาเป็นฉากคล้ายเป็นภาพแฟลชแบ็ค ไม่อยากจะขยายความไปมากกว่านี้

 

" อย่าเอาผมไปรวมกับคนพวกนั้น "

 

คนใต้ร่างพูดเสียงแข็ง แสดงออกว่ากำลังไม่พอใจไปอีกขั้นหนึ่ง ทอมไม่มองหน้าของคริสเลือกที่จะดึงเสื้อโค้ทปิดหน้า ไม่รับรู้การมีอยู่ของคริส การทำแบบนี้มันทำให้ทอมมีช่องว่างอยู่เต็มไปหมด แต่คริสเลือกที่จะเก็บโอกาสนั้นไว้ และเริ่มพูดอธิบายต่อ เพราะประโยคเมื่อกี้ฟังดูซีเรียสพอสมควร

 

" ผมขอโทษ "

 

" ไม่เป็นไร "

 

" ....... "

 

คริสซบใบหน้าลงไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ ใช้มือช้อนตัวของทอมขึ้นมากอด ทอมไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร

 

" แต่... อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับคนพวกนั้น "

 

" อือ "

 

" ผมก็คือผม คุณก็คงไม่ชอบถ้าผมเอาคุณไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเหมือนกัน "

 

" ผมเข้าใจแล้ว "

 

คริสพูดเสียงอู้อี้เพราะไม่ยอมเงยหน้าจากไหล่ของอีกฝ่ายซะที ด้วยความรู้สึกผิดและต้องการจะอ้อนจึงแกล้งฟุบหน้าลงกับไหล่ทอม แล้วส่งเสียงงุ้งงิ้งออกมาเบาๆ

 

ทอมไม่พูดอะไร ใช้มือของตัวเองลูบหลังของอีกฝ่ายเบาๆ แล้วเลื่อนไปลูบศีรษะของคริสต่อ ผมก็ไม่ได้ยาวน่าสัมผัสอะไรขนาดนั้น แต่จับแล้วเพลินดีจัง ทอมคิดแบบนั้นจึงลูบไม่หยุด

 

" เพลินเหรอ? "

 

คริสถามเสียงอู้อี้แต่ไม่ขัดขืนอะไร แกล้งเอียงหน้าไปหาคอของทอม แอบสูดกลิ่นเฉพาะของอีกฝ่ายโดยที่ไม่รู้ตัว

 

" ปล่าว "

 

ทอมพูดจบก็หยุดลูบหัวทันที เผลอเห็นสายตาขวางก่อนที่จะเอาเสื้อโค้ทมาปิดหน้าต่อ คริสจึงถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย ละใบหน้าจากคอของทอมแล้วง้อต่อ

 

" คุณเป็นอะไร "

 

" ปล่าว "

 

" คุณเป็น "

 

ทอมเปลี่ยนท่าเป็นนอนตะแคง เสื้อโค้ทยังปิดหน้าดังเดิม คริสไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ เลยกระโดดลงจากโซฟา ไปนั่งทรุดอยู่ข้างๆโซฟา พยายามแอบลอบมองใบหน้าของทอม แต่มองยังไงก็ไม่เห็น เลยนั่งมองเสื้อโค้ทที่บังหน้าอยู่ แล้วพูดถึงแม้จะมองไม่เห็น

 

" คุณไม่ใช่ตัวแทนของใครนะ "

 

" ..... "

 

ไม่ตอบแสดงว่าใช่ คริสคิด

 

" คุณคงคิดเรื่องโลกิใช่ไหมล่ะ? "

 

 

คริสพูดเปิดประเด็นแต่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ เริ่มรู้สึกเมื่อยคอและอยากใกล้ชิดกับทอม เลยนำหน้าแนบนอนกับโซฟา

แกล้งนำมือแตะใบหน้าของอีกฝ่ายผ่านเสื้อโค้ท

 

" ผมรักคุณนะ คุณไม่ใช่ตัวแทนของโลกิ "

 

ทอมเริ่มขยับตัวเล็กน้อยแต่ไม่ยอมพูดตอบอะไร

 

" ผมรักคุณที่เป็นคุณ ไม่ใช่ตัวแทนของอะไรทั้งนั้น "

 

ทอมเลื่อนเสื้อโค้ทลงมาให้เห็นเฉพาะดวงตาน้ำแข็งคู่เดิม มือของคริสที่สัมผัสใบหน้าอยู่ เถิบไปลูบหน้าผากกว้างเบาๆ

 

เจ้าเถิก คริสคิดและอมยิ้มกับตัวเอง

 

" ทำไมผมต้องเชื่อล่ะ? "

 

ทอมพูดดวงตาเพ่งเขมง สบตากับคริสไม่ละสายตาไปไหน ทอมต้องการความจริง ไม่โลเล คงเพราะความสัมพันธ์มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะให้เขายอมเชื่อโดยไม่มีเหตุผล หรือความชัดเจนใดๆ คงไม่ใช่เรื่องดี

 

" เพราะผมพูดความจริง ผมจะพิสูจน์ให้เห็นเอง ว่าผมจริงจังกับคุณ "

 

ทอมสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและพยายามในดวงตานั้น จนเผลอหลบสายตามองไปทางอื่น รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ เขาจึงตะแคงหันไปทางอื่น

 

คริสอมยิ้มกับการกระทำของทอม เลยลุกขึ้นยืน เห็นว่าทอมนอนจ้องโซฟานิ่งคล้ายกำลังเกร็งอยู่ คริสแกล้งเขยิบหน้าใกล้ ทำเสียงกระซิบข้างหู

 

" คุณรู้ไหม ว่าคุณพิเศษสำหรับผมยังไง "

 

คริสเห็นอาการขนลุกของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกเอ็นดู ตัดสินใจรุกเข้าอีกอยู่ในท่าคร่อมตัว ทอมใช้หางตาลอบมองการกระทำของคริสแล้วรีบเบนสายตาออกทันที คริสใช้มือสัมผัสแก้มของทอมเบาๆ แกล้งออกแรงให้ทอมยอมหันมาทางเขาอย่างง่ายดาย สัมผัสได้ถึงอาการสั่นของร่างกาย มันเป็นอาการสั่นของความตื่นเต้นหรือกลัวกันนะ

 

มือที่สัมผัสแก้มย้ายไปที่บริเวณคาง ส่งแรงดันให้อีกฝ่ายเชิดคางขึ้น คริสเลื่อนตัวเข้าหา มอบสัมผัสเบาบางบริเวณริมฝีปาก โดยปราศจากการขัดขืน ก่อนขะผละออกอย่างรวดเร็ว คริสคลี่ยิ้มให้ ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ แขนยันคร่อมตัวเป็นระยะห่างของคริสและทอม

 

" ผมไม่เคยจูบกับใครแบบนี้ "

 

"...... "

 

" แล้วหยุดแค่จูบ "

 

ทอมได้ยินแล้วฉุนเฉียวโดยไม่มีสาเหตุ อาการตกใจเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น ตัดสินใจกระชากคอเสื้อของคริสเข้ามาจูบด้วยตัวเอง ความชุ่มชื้น สัมผัสของลิ้น ต่างฝ่ายต่างลิ้มรสของกันและกัน กลิ่นกาแฟจางๆของคริส ความขมของกาแฟที่ยังคงอยู่ ทอมแอบหลงไหลมันเล็กน้อย กลิ่นมิ้นต์อ่อนๆของทอม คริสที่ไม่ได้ชอบรสมิ้นต์ขนาดนั้น ยังรู้สึกชอบและอยากจะได้อีก ทั้งสองละเมียดละไมชิมอีกฝ่ายจนเริ่มหายใจหอบ แล้วจึงผละออกจากกัน มือของทอมปล่อยจากคอเสื้อของคริส แล้วนอนหายใจหอบ ใบหน้าแดงระเรื่อแต่ไม่สามารถมองได้นานเพราะเจ้าตัวดันเอาเสื้อโค้ทมาปิดเผยให้เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น

 

คริสหอบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่งมองอาการของอีกฝ่ายที่ทำให้ตัวเองรู้สึกต้องการมากขึ้น ทั้งที่เขากำหนดลิมิตของตัวเองเอาไว้แล้วแต่เจ้าเถิกคนนั้นกลับมาพังลิมิตของตัวเขาทิ้งไปซะอย่างนั้น

 

" แบบนี้ก็แฟร์กันแล้วนะ "

 

 

" รักษาคำพูดของคุณเถอะ "

 

 

/

 

 

 

แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านม่านสีจาง แสงนั้นส่องกระทบกับดวงตาคู่หนึ่งที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงสีโทนหม่นเทา หมอนใบหนึ่งถูกชายคนนี้หนุน อีกใบหนึ่งกอดอยู่ ชายคนนั้นไม่ได้สวมเสื้อผ้าใดๆ มีเพียงผ้าห่มสีดำสนิทคลุมปิดช่วงเอวเอาไว้ ตั้งแต่ช่วงขาอ่อนจนถึงเท้าปล่อยเป็นอิสระ

 

ลมเย็นของแอร์พัดผ่านช่วงขาที่เปลือยเปล่า ชวนให้เจ้าของขารู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาแต่ไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด

 

" อือ.... อืม "

 

เสียงครางในลำคอดังขึ้นภายในห้อง แทนที่เสียงแอร์ เสียงเอี้ยดอ้าดของเตียงบ่งบอกว่าเจ้าของร่างกายบนเตียงนี้กำลังขยับตัว ชายคนนั้นลุกขึ้นนั่งด้านข้างเตียง เจ้าตัวตื่นเพราะแสงอาทิตย์ที่ไม่เคยอ่อนโยนมาแยงตา ทั้งที่เมื่อคืนมั่นใจแล้วแท้ๆว่าปิดม่านมิดชิด ตอนเช้าดันเปิดแง้มไว้ซะอย่างนั้น เขาขยี้ตาเบาๆ ใช้ดวงตาน้ำแข็งค่อยๆเพ่งมองไปรอบห้อง มองหาแล้วไม่เห็นเจ้าของห้อง จึงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นั่งนิ่งในสภาพร่างกายเปลือยเปล่า กับกองผ้าห่มที่ปกปิดส่วนลับอย่างหมิ่นเหม่ ใครที่มองลอดหน้าต่างบานนั้นมาคงจะสติแตกแน่นอน

 

ชายคนนั้นนั่งใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่นึง ก่อนจะรวบผ้าห่มไปด้วย ใช้ผ้าห่มนั้นคลุมตัว เดินลงไปจนถึงชั้นสอง พอถึงใช้สายตากวาดมองไปรอบๆ เห็นผู้ชายร่างหมีคนหนึ่งกำลังยืนจ้องบอร์ดใบใหญ่ที่มีเส้นด้ายโยงเกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อน ชายร่างหมีกำลังยืนคิดอะไรบางอย่างอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน ท่อนล่างใส่กางเกงแสล็คสีดำกับเข็มขัดธรรมดา เขายืนมองอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้วแต่ก็ไม่พูดอะไร เขาเลือกจะกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาชายร่างหมีตรงนั้น ใช้ผ้าห่มที่คลุมตัวเอง คลุมชายร่างหมีแทน

 

" แฮ่ "

 

" ผมต้องตกใจมั้ยครับ "

 

คริสหันมามองทอมที่เอียงคอซบไหล่ของเขาอยู่ เจ้าคนตัวเล็กกว่ากอดเขาผ่านผ้าห่ม ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนนี้ทอมกำลังใส่อะไร คริสหันหลังกลับแล้วพบคำตอบตามที่คาดไว้ เขารีบเอาผ้าห่มที่คลุมอยู่คืนให้ทอม จัดการห่มคืนอย่างเรียบร้อย ส่วนลับที่เผลอโผล่ออกมา รอยจ้ำแดงปริศนาที่เหมือนเจ้าของร่างกายจะยังไม่รู้ตัว ถูกปกปิดไว้ดังเดิม

 

คริสยิ้มพอใจก่อนจะบอกให้ทอมไปนั่งที่โซฟาแทน ทอมมองสายตาของคริสแล้วยืนกอดคริสแทน

 

" เธอครับ ไปนั่งโซฟานะ "

 

" .... "

 

ทอมส่ายหน้าพลางกอดแน่นขึ้น จนคริสรู้สึกเสียสมาธิแต่ไม่ได้หงุดหงิดอะไร คริสจ้องตากับทอมที่ทำตาแป๋วใส่อยู่ด้านหลัง สุดท้ายเขาทนไม่ไหวจึงอุ้มเจ้าตัวไปนั่งที่โซฟา ส่วนตัวเขาจะยืนดูบอร์ดอีกสักนิด แต่หลังจากที่ปล่อยทอมลงโซฟา เจ้าตัวกลับเกาะแขนเขาไว้ไม่ปล่อย แน่นอนว่าคริสยอมทอมเสมอ เขาจึงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเจ้าดื้อคนนี้เลย พลางหอมแก้มหลายฟอดแก้หมั่นเขี้ยว แล้วจึงนั่งวิเคราะห์สิ่งที่อยู่บนบอร์ดต่อ

 

 

" ใกล้จะไขได้แล้วเหรอ "

 

ทอมพูดเสียงเอื่อยจากอาการพึ่งตื่น ร่างกายเอนซบกับอีกฝ่าย แขนเกาะคริสเอาไว้ ทรงผมยาวดำของตัวเองเริ่มไล้ไปตามช่วงไหล่ของคริส ทำให้คริสรู้สึกเสียวแปลกๆ จะว่าไปเขาก็ยังไม่ค่อยชินกับการที่ทอมไว้ผมยาวเท่าไหร่ คงเพราะความ'สวย'กับการที่เหมือนโดนลูบไล้ตลอดเวลานี่ด้วย

 

กลับเข้าเรื่องที่ทอมถามก่อน คริสบอกตัวเอง

 

" ใช่ "

 

ทอมเงียบไปครู่นึงก่อนจะถามตอบ มือที่เกาะแขนคริสเริ่มคลายออก จับมือของคริสแทน

 

" คุณคิดว่าเขาหายไปได้ยังไงล่ะ "

 

" อธิบายยากอยู่นะ "

 

หลังจบประโยค ความเงียบเข้ามาปกคลุมทำให้คริสเริ่มรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ปกติแล้วทอมจะไม่ใช่คนที่สร้างบรรยากาศความเงียบแบบนี้ แล้วทำไมจู่ๆถึงเงียบได้ เขาหันมองอีกฝ่ายที่แกล้งหลับตากุมมือของเขาอยู่ ทอมกำลังเลี่ยงที่จะตอบคำถามเหรอ หรืออีกฝ่ายกำลังหลับอยู่จริงๆ

 

" เธอครับ "

 

"...... "

 

" เธอ .... "

 

 

แต่ไอ้การที่ถามจบแล้วหลับเลยเนี่ย เป็นไปได้ยากเกินไป กิจกรรมเมื่อคืนก็ไม่น่าจะหนักจนสร้างความเหนื่อยขนาดนั้นนี่ คริสสันนิษฐาน

 

" ถ้าคุณหาเขาเจอแล้ว "

 

ทอมพูดขึ้นทั้งที่ตายังหลับอยู่ คริสเดาอารมณ์ในตอนนี้ของทอมไม่ออก แต่สามารถเดาได้ว่าความคิดของทอมตอนนี้เป็นอย่างไร คงไม่ใช่คำถามอะไรที่ยากนัก คงเป็น

 

" คุณจะทิ้งผมไหม? "

 

คริสกระชับมือที่กุมอยู่ให้แน่นขึ้น มอบจุมพิตให้บริเวณหน้าผากอย่างแผ่วเบา

 

" ผมรักคุณ ผมไม่ทิ้งคุณไปหาโลกิหรอก "

 

ทอมไม่ยอมลืมตาหรือแสดงอาการใดๆบ่งบอกว่าเข้าใจที่คริสสื่อเลย นอกจากกอดคริสเอาไว้แน่น ตัวของทอมสั่นเบาๆไม่รู้ว่าเพราะอะไร คริสกอดทอมกลับเช่นกันพลางลูบหัวของทอมอย่างเบามือ เจ้าหมียกตัวทอมมานั่งบนตักของตัวเองจะได้กอดถนัดกันทั้งสองฝ่าย ทอมได้ทีใช้ขาเกี่ยวเอวของคริสเอาไว้ไม่ให้ไปไหนได้ สองแขนกอดตัวซุกหน้ากับไหล่กว้าง

 

" คุณโกหก "

 

" ผมพูดความจริง "

 

" พิสูจน์สิ "

 

 

 

 

 

" จะพิสูจน์ได้ยังไง ในเมื่อคุณเป็นโลกิ "

 

 

 

To be con

ผลงานอื่นๆ ของ xanxct

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 20:29
    โอ๊ยยยยยยยย

    ขอภาคต่อได้ไหม
    #4
    0
  2. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 20:29
    โง้ยยยย

    น่ารักมากค่ะ ชอบมากๆๆๆ
    #3
    0
  3. วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 02:30

    อบอุ่น​ไปอีก
    #2
    0
  4. #1 Rrrooo
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 21:53

    น่าสนุกมากค่ะ ลุ้นต่อไปค่ะ ชอบมากๆ^0^


    #1
    0