Capz-
ดู Blog ทั้งหมด

Bleach 275 United Front 2

เขียนโดย Capz-












เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่สองสิงห์หนุ่ม อิชิดะกับเร็นจิต้องบำเพ็ญตนเป็นคู่หูจำเป็นมาร่วมมือกันรุมสกรัมคุณชาย 8 ซาเอลอพอลโล โดยระหว่างที่ยืนประจันหน้าคุมเชิงกันอยู่นั้น อิชิดะก็แอบกระซิบถามเร็นจิเสียงเบาพอให้ได้ยินกันสองคนว่า "ถ้าให้นายถ่วงเวลาหมอนั่น จะทำได้ซักกี่วินาที?" เร็นจิเหลือบตาดูดาบซาปราดเดียวก็ตอบกลับว่า "อย่างเก่งคงได้ซัก 20 วิฯ มั้ง..." ซึ่งอิชิดะก็ตอบว่า แค่นั้นก็เหลือเฟือแล้ว พร้อมกับบอกให้เร็นจิเข้าไปถ่วงเวลามันเลย

ฝ่ายคุณชาย 8 เห็นอิชิดะกับเร็นจิทำท่ากระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ก็รู้แน่ว่าพวกมันกำลังวางแผนเล่นงานตน แต่กระนั้นด้วยความหยิ่งผยองคิดว่าแม้จะกำลังถูกรุมสกรัม แต่อีกฝ่ายโดนสะกดท่าใหญ่ไป ใช้ได้แต่ท่าจิ๊บท่าจ๊อย ซึ่งไม่ได้ระคายแม้แต่ขี้เล็บของตนเสียด้วยซ้ำ คิดได้ดังนั้น เอสปาด้าลำดับ 8 ก็หันไปสั่งบรรดาลิ่วล้อของตนให้อยู่เฉยๆ อย่าได้เสนอหน้าขึ้นมาสอดเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน ที่แนวหลังสุดของกองทัพฟราเซี่ยนที่ 8 ซึ่งยืนสลอนอยู่แทบทุกที่ 2 แก๊งค์ฮอลโลว์เชิญยิ้มที่อยู่ไม่อยู่ก็เสนอหน้าเข้ามาติดอยู่ตรงกลางระหว่างการต่อสู้ของสองฝ่ายซะงั้น ก็กำลังเคลื่อนไหวเพื่อสวัสดิภาพของชีวิตตนเอง โดยเริ่มจากทางเพชเช่ที่หลังจากที่ค่อยๆ ทำเอ็กซ์ตรีมไต่กำแพงลื่นปรู๊ด (ที่ดูยังไงก็เหมือนลื่นตูดไหม้มือไหม้ลงมามากกว่า) เมื่อลงมาถึงพื้นได้โดยไม่ถูกบรรดาลิ่วล้อพบตัวแล้ว เพชเช่ก็รีบสอดสายตาล่อกแล่กมองหาพี่ใหญ่ดอนโดแจ๊คทันที

หลังจากมองหาอยู่ครู่หนึ่ง เพชเช่ก็พบดอนโดแจ๊คเข้าจนได้ ...หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือ พบ "ขาข้างหนึ่ง" ของดอนโดแจ็คโผล่ออกมาจากซากหักพังของกำแพงเพดานที่ถล่มลงมาจากการปะทะพลังกันของอิชิดะ เร็นจิ และซาเอลอพอลโลเจ้าของวัง... หาตัวพี่ใหญ่เจอเสร็จ เพชเช่ก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปหาซากหักพังที่ดอนโดแจ็คติดอยู่อย่างช้าๆ รักษาความเงียบกริบให้ตนเองทุกตารางนิ้วเพื่อไม่ให้บรรดาลิ่วล้อของซาเอลอพอลโลซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรรู้ตัว ด้วยรู้ดีว่าหากขยับตัวผิดท่าจนเกิดเสียงให้พวกมันได้ยินแม้เพียงนิดเดียว ก็มีสิทธิ์ถูกรุมสรัมจนเละคาที่ได้

ทว่าอีกเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงตัวดอนโดแจ็คอยู่แล้ว ดอนโดแจ็คก็กลับเป็นคนทำพิธีแตกเสียเอง ด้วยการทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากกองหินราวกับผีดิบ พร้อมแหกปากโวยวายพร่ำรำพันอย่างดีใจปนขี้หดตดหายที่เพชเช่อุตส่าห์เสี่ยงอันตรายมาช่วย โดยไม่รู้แม้สักนิดว่าไอ้การร้องแรกแหกกระเชอของตนเองจะเป็นการแหกปากถามหาความตายโดยแท้ เสียงแหกปากของดอนโดแจ็ค เรียกให้บรรดาพี่ท่านหน่วยสหบาททั้งหลายหันขวับมาหาโดยพร้อมเพรียงกันในบัดดล เมื่อพบที่มาของเสียงว่าเป็นโก๋ต่างถิ่นที่บังอาจชักศึกมาเข้าบ้าน 2 ตนนั้น เหล่าลิ่วล้อแห่งหน่วยย่อยที่ 8 ก็ถีบเท้าแล่นปราดเข้าใส่หมายใจจะตื้บให้เละทันที

ทว่าเพิ่งจะก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงครืนครานสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ทำเอาพวกมันต่างชะงักหันกลับไปมองตามทิศที่เสียงดังมา

ตรงนั้น บนลานกว้างกลางปราสาทที่เหล่าลิ่วล้อเว้นที่ไว้ให้หัวหน้าของพวกตนกับผู้บุกรุกทั้ง 2 ต่อสู้กัน ผู้บุกรุกยมทูตหนุ่มผมแดงเพลิงเปื้อนรอยสักทั้งตัวกำลังควงดาบฟันวิญญาณลักษณะคล้ายดาบแส้ของตนจนเป็นวงอยู่เหนือศีรษะ แรงหมุนจากการควงทำให้เกิดเสียงครืนครานดังสนั่นและสายลมแรงพัดโหมราวกับเฮลิคอปเตอร์แล่นลงสัมผัสพื้น

หลังจากควงสะสมพลังครู่หนึ่ง เร็นจิก็สะบัด "ซาบิมารุ" ที่อัดพลังควงจนเต็มที่แล้ว ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ซาเอลอพอลโลอย่างรวดเร็วราวสายลมกรรโชก หากซาเอลอพอลโลกลับไม่หวั่น เพียงขยับมือวูบ สะบัดดาบฟันวิญญาณฟาดออกจากฝักทีเดียว นายดาบลำดับ 8 ก็สามารถทำลายการจู่โจมอันรวดเร็วรุนแรงของเร็นจิได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังหัวเราะเยาะเร็นจิเข้าอีก ว่าการโจมตีของเร็นจิเมื่อกี้มันก็ดีแต่ใช้แรงเข้าว่าเท่านั้น

พริบตาที่คำพูดถากถางหลุดจากปากนั้นเอง เร็นจิก็ปราดเข้าประชิดตัวซาเอลอพอลโลอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ มือซ้ายคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้มั่น ขณะที่มือขวาก็บังคับสะบัดซาบิมารุให้ตลบวกกลับมาม้วนพันรอบร่างของตนกับอีกฝ่ายไว้ในทันที สร้างความตะลึงให้ซาเอลอพอลโลอย่างมาก และก่อนที่นายดาบลำดับ 8 จะมีโอกาสทันได้แก้ไขสถานการณ์อย่างไร ซาบิมารุในสภาพดาบแส้ก็มัดร่างของเขากับเร็นจิเข้าไว้ด้วยกันแล้ว

"คิดจะทำอะไรของเจ้า?" เอสปาด้าลำดับ 8 ถามขึ้น น้ำเสียงคล้ายจะรำคาญมากกว่าหวาดหวั่น แต่เร็นจิกลับไม่มีทีท่าสนใจ กลับขยับปากขมุบขมิบคล้ายกำลังบ่นงึมงำอะไรบางอย่างกับตนเอง ทีท่าของเร็นจิที่ทำเหมือนไม่สนใจยิ่งทำให้ซาเอลอพอลโลรู้สึกรำคาญแกมหงุดหงิดขึ้น ขยับปากถามด้วยเสียงแข็งขึ้น แต่คำถามยังพ้นจากปากไม่ทันหมดประโยค เสียงของเร็นจิก็ดังขัดขึ้นซะก่อน

"...เฮอะ ปลดปล่อยขั้นต้นของข้ากับพลังของแกอาจต่างกันมาก... ถ้าปะทะกันตรงๆ ละก็ไม่มีทางทำอะไรแกได้แน่ ...แต่ว่านะ ถ้าโดนจากระยะห่างแค่ 0 ละก็ ก็คงเจ็บๆ คันๆ บ้างใช่มั้ยล่ะหา?"

คำพูดของเร็นจิทำเอาดาบซาฉุกใจอะไรขึ้นมาได้ทันที เขาเหลือบตาลงมองมือของเร็นจิที่คว้าคอเสื้อของตนเอาไว้ แล้วก็ต้องตะลึง เมื่อพบว่ามือข้างนั้นของเร็นจิกำลังส่องประกายสีแดงฉานราวกับกองเพลิงขนาดย่อมๆ ไอร้อนจากรัศมีสีแดงทำเอาเนื้อผ้าบริเวณที่เร็นจิสัมผัสอยู่ถึงกับเป็นรอยไหม้เลยทีเดียว

"ข้าน่ะไม่ถนัดเรื่องวิถีมารมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว" เร็นจิแค่นยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าขวัญหายของฝ่ายตรงข้าม อวดวี่แววอย่างผู้กำชัยเต็มที่ทั้งบนรอยยิ้มและในดวงตา "ออมพลังเลยไม่ค่อยจะอยู่ทำระเบิดบ่อยๆ จนโดนด่าซะทุกครั้ง เอาละ งั้นมาลองกันหน่อยดีกว่า ว่าระหว่างแกกับข้า ใครจะอึดกว่ากัน"

"วิถีทำลายที่ 31 กระสุนเพลิงแดง!!"

สิ้นคำประกาศชื่อวิถีมาร กลุ่มเพลิงแดงฉานก็ลุกวาบขึ้นตรงบริเวณที่ทั้งคู่ถูกมัดติดกันอยู่ในบัดดล เปลวเพลิงเป็นลำๆ พลุ่งตามแรงระเบิดของพลังวิญญาณ ลุกโชติช่วงขึ้นไปถึงเพดาน แรงระเบิดทำเอาฝุ่นหินฝุ่นดินรอบบริเวณถึงกับฟุ้งกระจาย

ท่ามกลางกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายนั้น ร่างของซาเอลอพอลโลก็ปรากฏตัวพุ่งฝ่ากลุ่มควันระเบิดออกมาด้วยลักษณะอย่างคนเพิ่งหนีตายออกมาจากตึกที่ถูกไฟไหม้หมาดๆ ร่างของเอสปาด้าหนุ่มมีรอยแผลไฟลวกยับเยินอยู่เต็มไปหมด ทั้งลำตัว ทั้งแขนขา ทั้งใบหน้าซีกซ้าย

ฝ่ายเร็นจิซึ่งเป็นคนใช้วิถีมารนั้นก็โดนหนักไม่แพ้กัน ยมทูตหนุ่มปรากฏกายท่ามกลางกลุ่มควันที่ค่อยๆ หายไป บนร่างเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้และแผลถูกระเบิดยับเยินไปทั่วร่างเช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้าม ยืนสะง่อกสะแง่กอยู่ได้ครู่หนึ่ง ยมทูตผมแดงก็ล้มปังลงกับพื้นราวกับตุ๊กตาเชิดที่ถูกตัดสาย

ข้างฝ่ายเอสปาด้าลำดับ 8 เมื่อควบคุมสติและลมหายใจที่ปั่นป่วนจากแรงระเบิดให้เป็นปกติได้ ก็หันขวับกลับมามองยมทูตหนุ่มผมแดงซึ่งลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นเรียบร้อยไปแล้วด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ "โธ่โว้ย... ดันประมาทพวกยมทูตมากไปหน่อย...!!"

คำสบถยังไม่ทันหลุดจากปากครบประโยคดี เสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นซะก่อน

"อย่างที่กะไว้เลยแฮะ" พร้อมกับคำพูดนั้น อิชิดะก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นระเบิด ในมือขวาถือ "เซเล่ชไนเดอร์" ในสภาพดาบแสงชี้ตรงมายังซาเอลอพอลโลด้วยท่าทางพร้อมต่อสู้ "ถ้านายโดนการโจมตีของอาบาราอิเข้า ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว นายก็ต้องถอยฉากออกมาด้านตรงข้ามกับที่อาบาราอิอยู่ และเพราะนายเป็นพวกชอบดูถูกคู่ต่อสู้ ดังนั้น ถ้ารับการโจมตีแล้ว ก็จะติดนิสัยชอบถอยออกมาในระยะที่คู่ต่อสู้จะเอื้อมไม่ถึงชนิดฉิวเฉียด"

"แล้วไง?" เอสปาด้าลำดับ 8 ย้อน "เจ้าเองท่าทางจะชอบเข้าข้างหลังชาวบ้านเค้าจริงๆ นะ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะชนะได้หรือไงหือ ควินซี่?"

"...ใช่" หนุ่มจักรเย็บผ้าตอบเสียงเรียบ "ตั้งใจแบบนั้นแหละ"

พูดจบ อิชิดะก็ปักเซเล่ชไนเดอร์ในมือของตนลงกับพื้นเบื้องล่าง วินาทีเดียวกับที่เซเล่ชไนเดอร์ปักลงสู่พื้นนั้นเอง แสงสว่างจำนวน 5 ดวงก็ส่องวาบขึ้นรอบตัวของซาเอลอพอลโลในทันที แรงกดดันวิญญาณมหาศาลพัดเอาฝุ่นระเบิดรอบตัวจนกระจายออก เผยให้เห็นว่าดวงแสงทั้ง 5 ดวงนั้น แท้จริงคือ "เซเล่ชไนเดอร์" ที่อัดพลังจนกลายเป็นดาบไปแล้วปักกระจายอยู่บนพื้นตามตำแหน่งต่างๆ รอบตัวของซาเอลอพอลโล แสงสว่างทั้ง 5 ดวงแปรรูปกลายเป็นสัญลักษณ์รูปร่างคล้ายกางเขนควินซี่ขนาดมหึมาที่มีซาเอลอพอลโลอยู่ตรงกลาง

"เป็นไปไม่ได้..." นายดาบลำดับ 8 ร้องอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง "ก็พลังกดดันวิญญาณของอาวุธของเจ้าถูกผนึกไว้แล้วนี่นา..."

"ในโลกนี้น่ะนะ" จักรเย็บผ้าใส่แว่นย้อนอย่างเยือกเย็น อันเป็นนิสัยปกติยามเมื่อแน่ใจว่าพิฆาตศัตรูได้แน่แล้ว "เรื่องที่นายไม่รู้ยังมีอีกหลายเรื่องนัก"

พูดถึงตรงนี้ อิชิดะก็ล้วงเอาวัตถุลักษณะคล้ายท่อเงินออกมาจากเสื้อ ภายในท่อบรรจุของเหลวลักษณะคล้ายน้ำไว้เต็ม แม้จะไม่เข้าใจถึงการกระทำของอีกฝ่ายชัดเจนนัก แต่สังหรณ์อันเฉียบแหลมของซาเอลอพอลโลก็ส่งเสียงเตือนดังก้องอยู่ในหัวว่าของเหลวในท่อเงินนั้น "อันตรายเป็นอย่างยิ่ง"

"เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ขอพูดด้วยภาษาของพวกนายเลยละกันนะ" น้ำเสียงของบุตรแห่งควินซี่คนสุดท้ายเย็นชาไม่แพ้แววตา "อัสต้า อากี (นายจบสิ้นแล้ว) ซาเอลอพอลโล แกรนซ์"

สิ้นสุดคำพูดนั้น อิชิดะก็เทของเหลวในท่อเงินนั้นลงไปบนเขตอาคมรูปกางเขนควินซี่บนพื้นดิน พริบตานั้น ก็บังเกิดแสงสว่างวาบราวเปลวเพลิงสีเงินระเบิดพุ่งขึ้นมาจากสัญลักษณ์บนพื้นในทันที เปลวไฟโอบล้อมร่างของเอสปาด้าลำดับ 8 เอาไว้ราวกับสัตว์ร้ายกลืนกินเหยื่อ กลืนร่างทั้งร่างจนหายไปในพริบตา




ดาบซาโดนหนักเลยแฮะตอนนี้ ทั้งระเบิดพลีชีพ ทั้งเผานั่งยาง งานนี้จะได้ปลดปล่อยดาบสู้จริงๆ ก็คงตอนหน้านี่แหละมั้ง เหอๆๆ แต่ขืนเป็นแบบนั้นก็มีหวังอายุสั้นสิ เพราะตามสถิติที่ผ่านมา อารันคาร์ตนไหนปลดปล่อยดาบสู้มักต้องตายนี่นะ เหอๆๆ (มีแต่กันเทนไบน์ที่ต่อยกับแช้ดเท่านั้นที่รอดพ้นกฎข้อนี้ไปได้แฮะ)

แอบเศร้าแทนเร็นจินิดหน่อยแฮะ ที่ตอนนี้มีค่าแค่หน่วยระเบิดพลีชีพเพื่อล่อให้ดาบซาเดินมาติดกับดักของอิชิดะแค่นั้นเอง (ว่าแต่มันจะใช้วิธีอื่นถ่วงเวลาไม่ได้รึไงฟะ ต้องใช้ระเบิดพลีชีพด้วย) แต่ก็ถือว่าหายกันละนะ (ไงๆ เร็นจิก็เคยอัดอิชิดะร่วงมาก่อนนะครับ งานนี้โดนอัดร่วงบ้างก็ถือว่าเจ๊ากันไปละ เหอๆๆ)

ว่าแต่อิชิดะเถอะ ชักจะกลายเป็นหมอผีเอ็กโซซิสต์ขึ้นทุกวันแล้วนะ มีดหมอก็มีแล้ว สายสิญจน์ก็มีแล้ว (ที่ใช้ตอนสู้กับเมนอสแล้วพ่อมาช่วยในเล่ม 21 น่ะ) นี่ยังมีน้ำมนต์ให้ใช้อีก ซึ่งจะเป็นน้ำมนต์จริงๆ รึเปล่าคงต้องรอดูต่อไปในตอนหน้าละครับ :)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น