





ภาพไม่ครบนะคร้าบ
คงเป็นเรื่องน่าแปลกไม่น้อย ถ้าผมจะบอกว่าชื่อตอนนี้ (The Monster น่ะ) ตั้งขึ้นโดยมีความนัยกล่าวถึงตัวละครตัวหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าใครอ่านเข้าคงไม่อยากจะเชื่อว่าชื่อตอนนี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับตัวละครตัวนั้นจริงๆ (ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันแหละ เหอๆๆ) แต่ก็ฟังดูแปลกเก๋ไปอีกแบบดีเหมอืนกัน
ส่วนเนื้อหาจะเป็นแบบไหน และใครคือ "ปีศาจ" ที่ว่านั้น เชิญติดตามชมใน Spoil ได้เลยครับ
เปิดตอนมาต่อจากตอนที่แล้วที่อิชิดะใช้ท่า "เท้าเหิน" วกอ้อมเข้าทางด้านหลังซาเอลอพอลโลอย่างรวดเร็วพร้อมน้าวคันศรวิญญาณปล่อยธนู "เซเล่ชไนเดอร์" เข้าใส่จากมุมอับนั้นอย่างเหมาะเหม็ง ศรวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดของเทพบุตรจักรเย็บผ้า เสียบทะลุคอหอยของเอสปาด้าลำดับ 8 อย่างแม่นยำราวจับวาง
ทุกผู้ในที่นั้น ทั้งเร็นจิ ทั้งเพชเช่ ทั้งบรรดาฟราเซี่ยนใต้บังคับบัญชาของซาเอลอพอลโล ต่างพร้อมใจกันเงียบเสียงลงโดยพลันต่อภาพอันน่าตกตะลึงเบื้องหน้า ภาพร่างของเอสปาด้าลำดับ 8 ตาเหลือกกลับทรุดร่างลงราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกตัดสาย เสียงเข่าสองข้างกระแทกพื้นดังสะท้านไปทั่วราวกับจะตอกย้ำภาพความจริงตรงหน้าให้หนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีก
เห็นเจ้านายโดนยิงคว่ำไปเช่นนั้น บรรดาลิ่วล้ออารันคาร์ที่ยืนบื้อเป็นสากด้วยความตะลึงก็แหกปากร้องเรียกชื่อเจ้านายเสียงหลง น้ำเสียงของบรรดาลิ่วล้อเต็มไปด้วยความตะลึงและหวาดกลัว ราวกับสุนัขป่าที่สูญเสียจ่าฝูงไปต่อหน้าด้วยน้ำมือนายพราน
แต่แล้วทุกผู้ในที่นั้นก็ต้องตะลึงอีกครั้ง
เมื่อศรวิญญาณที่ปักคาคอหอยของซาเอลอพอลโลอยู่นั้นกลับแตกสลายกลายเป็นเศษละอองวิญญาณเสียเฉยๆ เศษละอองวิญญาณเหล่านั้นร่วงกราวลงกับพื้นก่อนจะสลายหายไป
เทพบุตรจักรเย็บผ้าเบิกตาค้างอย่างตะลึงลานเมื่อเห็นว่าศรวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดของตนไม่อาจคว่ำฝ่ายตรงข้ามได้ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามที่แสดงทีท่าว่าต้องศรจวนเจียนใกล้ตายมาจนถึงเมื่อตะกี้นี้ กลับเปลี่ยนทีท่ามาเป็นเงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะกึกก้องอย่างสะใจที่ "ละครแกล้งหวิดตาย" ของตนทำลายความมั่นใจของอีกฝ่ายจนยับเยินได้
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โง่รึเปล่า! ธนูโง่ๆ ของเจ้า! พุ่งทะลวง! ทำลายร่างข้าจนตายได้!? คงคิดแบบนั้นอยู่ล่ะสิท่า!? ไม่คิดว่ามันแปลกบ้างรึไง ที่ข้ารู้ว่าเจ้าสู้กับใครมาก่อนหน้านี้!?"
เยาะเย้ยถึงตรงนี้ เอสปาด้าลำดับ 8 ก็ยกนิ้วชี้มือขวาขึ้นชี้ใส่หน้าของอิชิดะด้วยอาการดูถูก ก่อนจะเปิดศักราชถากถางต่อไป
"ความสามารถของเจ้าน่ะ ข้าวิเคราะห์จนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว!! เจ้าควินซี่!!!"
ตัดฉากกลับไปยังห้องคุมขังของโอริฮิเมะ
เปลือกตาของอารันคาร์สาวผมสั้นนามเมโนรี่ขยับสองสามครั้งก่อนจะลืมขึ้น เผยให้เห็นแววตกตะลึงในดวงตาข้างซ้ายที่ไม่มีเศษหน้ากากปิดบัง สติสัมปชัญญะค่อยๆ กลับคืนมาดังเดิม พร้อมๆ กับภาพความทรงจำถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงชั่วหลายนาทีก่อนหน้านี้
...นี่ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ... อารันคาร์สาวถามตนเองในใจ ขณะยันตัวขึ้นนั่ง ...ทำไมกัน ทำไมถึงยังไม่ตาย ก็เมื่อตะกี้นี้ ตอนที่กระโจนเข้าไปจะเล่นงานเจ้ากริมจอว์ เรา...
"ยัยนั่นไงล่ะ"
เสียงคุ้นเคยเสียงหนึ่งดังแทรกจังหวะความคิดขึ้น เมโนรี่หันไปมอง พบร่างของลอรี่ เพื่อนสาวของตนนั่งกอดเข่าเหมือนคนบ้าอยู่ที่มุมห้อง ขาซ้ายที่ถูกกริมจอว์กระชากขาดไปในตอนที่แล้ว บัดนี้ต่อติดกันเหมือนเดิม อารันคาร์สาวผมดำซุกใบหน้าของตนเองลงกับหัวเข่าทั้งสองข้าง ขดตัวกลมราวกับตัวเม่นที่กำลังปกป้องตนเองจากความน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง
ในสมองของลอรี่นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วหลายนาทีก่อน...
"รักษาหน้าตัวเองซะ" เสียงกริมจอว์ เอสปาด้าลำดับ 6 ออกคำสั่งห้วนๆ ขณะวางร่างของโอริฮิเมะลงยืนกับพื้น "ข้าไม่ชอบลากผู้หญิงหน้าเละตุ้มเปะไปไหนมาไหน เพราะงั้นรักษาหน้าตัวเองเดี๋ยวนี้"
หากแทนที่จะยืนนิ่งรักษาใบหน้าตนเองตามคำสั่ง โอริฮิเมะกลับถลันพรวดตรงไปยังร่างของลอรี่ที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นจากอาการบาดเจ็บ เก็บขาข้างที่ขาดของอีกฝ่ายขึ้นมาจ่อเข้ากับปากแผล ไม่แสดงสีหน้าขยะแขยงหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย แล้วจึงเริ่มส่งพลังใช้วิชา "โล่คืนสวรรค์คู่" รักษาให้ทันที
"ทำอะไรของหล่อนน่ะ..." ลอรี่ถามด้วยสีหน้าเหมือนวัวที่ถูกอีกาเห็นแผลบนสันหลัง แต่โอริฮิเมะก็ไม่สนใจ ยังคงใช้พลังของตนต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบคำถาม ความหวาดระแวงก็แล่นพรวดขึ้นมาในใจของลอรี่ทันที อารันคาร์สาวสะบัดหลังหมัดฟาดใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรงจนหน้าของโอริฮิเมะสะบัดไปตามแรงฟาด ปากก็ร้องตะโกนใส่อย่างโกรธแค้นระคนหวาดหวั่น "ถามว่าทำอะไรอยู่ไงเล่า ปล่อยข้านะ!!!"
หากโอริฮิเมะก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไร เด็กสาวเพียงหันหน้าที่โชกไปด้วยเลือดและรอยช้ำกลับมาจ้องตอบลอรี่เท่านั้น ก็ทำให้ผู้ถามกลับเป็นฝ่ายปิดปากเงียบไปในทันที ดวงตาของโอริฮิเมะใช่ว่าจะมีแววโกรธแค้นหรือขู่อาฆาต แต่กลับแฝงนัยอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้ถูกจ้องถึงกับขนลุกซู่ ได้แต่นอนเงียบๆ ให้โอริฮิเมะต่อขาให้โดยดี
ต่อขาให้ลอรี่เสร็จ โอริฮิเมะก็ลุกขึ้น เดินตรงไปยังศพของเมโนรี่ พร้อมกับใช้ "โล่คืนสวรรค์คู่" อีกครั้ง ชั่วขณะที่ลอรี่นึกสงสัยว่าจะใช้วิชารักษากับซากศพที่ไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีกแล้วไปทำไมนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น อณูวิญญาณจำนวนมหาศาลลอยเข้ามารวมตัวกับซากศพนั้น ประกอบกันจนเป็นร่างท่อนบนของเมโนรี่ก่อนที่จะถูกซีโร่ทำลายจนไม่เหลือซากไม่มีผิดเพี้ยน เพียงชั่วระยะเวลาไม่ถึงอึดใจ ที่ที่เคยมีซากศพครึ่งท่อนนอนตายอยู่ ก็กลับกลายเป็นที่นอนของอารันคาร์สาวผมสั้นตนหนึ่งในสภาพครบ 32 ไม่มีส่วนไหนขาดหายหรือบุบสลายไปแม้แต่นิดเดียว
ภาพเพื่อนสาวที่เคยเป็นศพไปแล้วกลับมามีชีวิตมีเนื้อหนังอีกครั้งทำเอาลอรี่ถึงกับนั่งเซ่ออยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปยังโอริฮิเมะที่ยืนอยู่หน้าโล่พลังของหกบุปผาพิทักษ์อย่างตะลึงลาน ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ตนได้เห็นเบื้องหน้านี้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ภายในใจของอารันคาร์สาวเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายประดังเข้ามา ทั้งความสับสน ความตะลึง และความไม่แน่ใจ
หากมีเพียงความรู้สึกเดียวเท่านั้นที่ลอรี่รู้สึกได้ชัดเจนกว่าความรู้สึกอื่น รุนแรงกว่าความรู้สึกอื่น แน่นอนยิ่งกว่าความรู้สึกอื่น
"ความหวาดกลัว" ต่อปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบเห็น ต่ออำนาจที่ไม่เคยพบเห็น และต่อตัวตนที่ไม่เคยพบเห็น
เพียงชั่วเวลาไม่กี่นาทีที่โอริฮิเมะแสดงพลังของตนออกมา ได้เปลี่ยนมุมมองของลอรี่ที่มีต่อโอริฮิเมะไปจนหมดสิ้น ในสายตาของลอรี่ โอริฮิเมะในยามนี้ไม่ใช่คนเดียวกับ "นังมนุษย์ชั้นต่ำที่พวกตนเคยข่มขู่ทั้งยังลงมือลงไม้ใส่ตามใจชอบ" อีกแล้ว หากแต่เป็นตัวตนของบางสิ่งบางอย่างที่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์ ยมทูต หรือแม้แต่อารันคาร์เช่นพวกตนจะเข้าใจได้
อารันคาร์สาวผมดำคู้ตัวเข้าด้วยกันราวกับจะปกปิดความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้าเต็มลำตัวอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่ริมฝีปากก็พร่ำพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน
"นังนั่น... มันตัวอะไรกันแน่... แบบนั้น... แบบนั้นมัน... ปีศาจชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง..."
ตัดฉากกลับมายังวังของซาเอลอพอลโลที่กำลังเกิดการต่อสู้กันอยู่ อิชิดะผู้ปรากฏตัวอย่างเท่ในตอนที่แล้ว มาตอนนี้กลับต้องเป็นฝ่ายถูกต้อนหมูหมดเท่เอาดื้อๆ ด้วยฝีมือของอารันคาร์ระดับลิ่วล้อของนายดาบลำดับ 8 เท่านั้น โดยที่ตัวนายดาบผู้เป็นเจ้านายไม่ต้องลดตัวลงไปกระทืบเองให้เปลืองไขข้อ ลูกศรวิญญาณที่อิชิดะปล่อยออกไปแต่ละดอกทำอะไรบรรดาลิ่วล้ออารันคาร์ไม่ได้เลย เนื่องจากก่อนที่ศรวิญญาณจะทันได้กระทบเป้าหมายก็แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยกลางอากาศซะเฉยๆ
ว่ากันตามความจริง หากซาเอลอพอลโลไม่มีข้อมูลพลังกดดันวิญญาณของธนูวิญญาณที่อิชิดะใช้แล้วละก็ แค่อารันคาร์ระดับลิ่วล้อสิบยี่สิบกว่าตนไม่พอให้อิชิดะสู้ด้วยซ้ำ แต่นี่อีกฝ่ายมีข้อมูลพลังกดดันวิญญาณของเขาทั้งหมด ทั้งยังใส่ข้อมูลนั้นไว้ในเครื่องมือบางอย่างที่ส่งผลทำให้ไม่สามารถใช้พลังกดดันวิญญาณที่ใส่ข้อมูลไว้ในเครื่องได้ อิชิดะในยามนี้จึงไม่ต่างอะไรกับเสือลำบากถูกฝูงสุนัขจรจัดรุมเล่นงานเลย
แล้วอิชิดะก็พลาด ในจังหวะที่ก้าวหลบการโจมตีของอารันคาร์ตนหนึ่งและพยายามจะตีโต้ ตอนนั้นเอง อารันคาร์ยักษ์อีกตนที่รอจังหวะเล่นทีเผลออยู่แล้ว ก็ควงกำปั้นกระโจนเข้าใส่ แต่อิชิดะปฏิกิริยาไวกว่ารีบวาดธนูกลับมาจะยิงใส่อีกฝ่าย หากยังไม่ทันได้ออกแรงน้าวศร ธนูวิญญาณ "งินเรย์โคจาคุ" ก็แตกสลายกลายเป็นอณูวิญญาณกระจัดกระจายหายไป ด้วยอำนาจแห่งเครื่องมือวิญญาณที่อยู่ภายในวังแห่งนี้ อิชิดะถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะกับการสูญเสียอาวุธคู่มือ กลายเป็นเป้านิ่งให้กำปั้นมหึมาของเจ้าอารันคาร์ลิ่วล้อร่างยักษ์พุ่งเข้าใส่
แต่ก่อนที่กำปั้นขนาดยักษ์จะถึงตัวอิชิดะ เร็นจิก็เผ่นพรวดเข้ามาใช้ดาบกันการโจมตีให้อิชิดะได้ทันชนิดฉิวเฉียด พร้อมกับหันไปตะโกนปลุกใจ "อย่ามัวแต่เหม่อ!! ยังสู้ได้ไม่ใช่รึไง!! เรื่องจับจุดอ่อนคู่ต่อสู้น่ะของถนัดของเจ้าไม่ใช่เรอะ! ไม่มีวิธีอะไรจะรับมือไอ้เจ้านั่นบ้างรึไงฟะ!" ได้ยินอดีตคู่แค้นพูดใส่แบบนั้น จักรเย็บผ้าหนุ่มก็แค่นยิ้มแล้วบอกว่า "อย่าพูดบ้าๆ น่ะ ของแบบนั้นชั้นมีอยู่แล้ว!"
คำตอบรับของเจ้าหนุ่มจักรเย็บผ้าจุดรอยยิ้มอย่างมีชัยที่มุมปากของเร็นจิในทันที เขาสะบัดซาบิมารุกระแทกเอาเจ้าอารันคาร์ลิ่วล้อร่างยักษ์จนกระเด็นไป เปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้มีโอกาสตั้งตัวกันติดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโจมตีสวนกลับเจ้านักวิจัยจอมเก๊กเท่ให้จั๋งหนับ
"ข้าเชื่อมือเจ้านะเฟ้ย!" ยมทูตหนุ่มผมแดงตะโกนบอกเพื่อนร่วมรบ "อย่าทำพลาดชุ่ยๆ ซะล่ะ!!"
"ไม่มีปัญหา" อิชิดะสวนกลับเรียบๆ ขณะตั้งท่าพร้อมบุกตะลุย "ถ้านายไม่ทำพลาดละก็นะ"
เรื่องทั้งหมดดำเนินไปภายใต้สายตาของซาเอลอพอลโล ผู้ยืนเก๊กเท่เอามือไขว้หลังอย่างไม่ยี่หระต่อการเคลื่อนไหวใดๆ ของ "ร่างทดลองใหม่ทั้งสอง" เลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดก็ได้เลเวลอัพซะทีนะ โอริฮิเมะ ถึงขนาดชุบดวงวิญญาณที่แตกดับไปแล้วได้นี่ จะโกงเกินไปรึเปล่าหว่า (มีความรู้สึกว่าได้ความสามารถนี้มาแล้ว นาฬิกาชีวิตของโอริฮิเมะมันกำลังนับถอยหลังสู่ความตายไงชอบกลไม่รู้สิ) แต่ก็นั่นแหละ เราเองก็ยังไม่ได้รู้เลยว่าความสามารถถึงระดับนี้แล้วจะมีเงื่อนไขในการใช้ยังไงบ้างหรือเปล่า
ว่าแต่ อุตส่าห์ได้เป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ Bleach ที่ถูกพวกฮอลโลว์หรืออารันคาร์ (ที่ใกล้เคียงกับคำว่า "ปีศาจ" มากที่สุด) หาว่าเป็น "นางปีศาจ" นี่ ไม่รู้จะยินดีหรือยินร้ายดีเหมือนกันแฮะ แต่อย่างน้อยก็คงทำให้ยัยนางอิจฉาทั้งสองคนไม่กล้าเข้ามายุ่มย่ามด้วยไปซักพักละนะ เหอๆๆ
ปล. อนึ่ง ตัวอักษรอังกฤษของชื่อดาบซาออกมาแล้วนะ (ก็ตอนนี้ดาบซาขึ้นหน้าเปิดตอนนี่นะ เหอๆๆ) เขียนว่า "Szayelaporro" ครับ (ภาษาอะไรหว่าเนี่ย อ่านยากๆ ไงชอบกล เอาเถอะ ไงๆ เรียก "ซาเอลอพอลโล" ฟังดูติดปากกว่ากันเยอะ)
ความคิดเห็น