คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 697 : 10 เรื่องจริงที่กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญน่ากลัว


     อัพเดท 26 พ.ย. 58
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,322 Overall : 2,739,207
22,175 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7173 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 697 : 10 เรื่องจริงที่กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญน่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4870 , โพส : 2 , Rating : 67% / 3 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่เราเห็นทุกวันนี้ มักมีส่วนผสมกับความน่ากลัวและอันตรายอย่างลงตัว และภาพยนตร์บางเรื่องมีเค้าโครงและแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง ซึ่งเรามักได้ยินประโยคว่า “ภาพยนตร์อยู่บนพื้นฐานของเรื่องจริง” โดยหารู้ไม่ว่าเรื่องจริงน่ากลัวกว่าภาพยนตร์ด้วย

10 อันดับต่อไปนี้คือภาพยนตร์สยองขวัญ แม้ว่าตัวภาพยนตร์จะไม่ค่อยดังหรือเป็นที่รู้จักนัก แต่มันก็น่าสนใจบ้าง เพราะทุกเรื่องมีเค้าโรงและแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ลองมาเปรียบเทียบเลยว่าภาพยนตร์และเรื่องจริงอันไหนน่ากลัวกว่ากัน

 

10. Ravenous (1999)


             Ravenous (1999) คนเขมือบคน  เรื่องราวของนายทหารคนหนึ่งในยุคสงครามเม็กซิกัน-อเมริกัน ในช่วงปี 1846-1848 ที่ต้องโทษว่าแกล้งตายในสนามรบ จึงถูกส่งตัวไปยังค่ายทหารแนวชายแดนอันหนาวเหน็บ สุดแสนทุรกันดารและห่างใกล้ ที่นั่นเขาได้พบกับกลุ่มทหาร 7 คน ที่ถูกส่งมาประจำที่นี่ใน สภาพที่จำใจจำทนไม่ต่างกัน และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของมนุษย์ต้องฆ่ามนุษย์เพื่อกินเนื้อกันเองเพื่อมีชีวิตรอด

ภาพยนตร์มีแรงบันดาลใจจาก อัลเฟรด แพ็คเกอร์ (Alferd Packer) เป็นชายที่ถูกจารึกครั้งแรกว่าเป็นมนุษย์กินคนเลวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน ประมาณปี  1874 เขาและเพื่อนร่วมงานเหมือง 5 คน (ประกอบด้วย แชนนอน วิลสัน เบลล์, เจมส์ ฮัมฟรีย์, แฟรงก์ มิลเลอร์, จอร์จ นูน และอิสราเอล  สวอน)  ได้ตัดสินใจเดินทางไปเหมือนทองโคโลราโด บนเทือกเขาร็อกกี้ ในฤดูหนาว แทนที่จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ผลคือพวกเขาต้องพบกับสภาพอากาศอันเลวร้าย และความหิวโหย

ไม่มีใครทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนนั้น มีเพียงแพ็คเกอร์คนเดียวที่รอดชีวิต จากคำให้การเขาได้ว่า แซนนอน เบลล์ ได้ฆ่าเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ก่อนที่จะโจมตีเขาด้วยขวาน ทำให้เขาไม่ทางเลือกจำเป็นต้องฆ่าเบลล์เสียแต่ในฐานะป้องกันตัว ในขณะที่บางคนเชื่อว่าแพ็คเกอร์ฆ่าพวกเขาทุกคนและโยนความผิดให้เบลล์

อย่างไรก็ตาม หลายคนยังสงสัยว่าแพ็คเกอร์รอดตายยังไงในสภาพอากาศที่โหดร้ายบนภูเขา จนกระทั่งมีคนพบศพที่มีร่อยรอยการใช้มีด แล่เนื้อออกอย่างระมัดระวัง และนั้นทำให้แพ็คเกอร์สารภาพว่าเขากินเนื้อผู้ตายเพื่อเป็นการประทังชีวิต

 

9. Eaten Alive (1977)


           Eaten Alive (1977)  เป็นเรื่องเกี่ยวกับ เจ้าของโรงแรมชาวเท็กซัส ซึ่งมีนิสัยชอบสังหารผู้คนและนำไปให้จระเข้ที่เขาเลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร

Eaten Alive (1977)  ได้รับแรงบันดาลใจ ในช่วงทศวรรษที่ 1930 โจ บอล (Joe Ball) พ่อค้าขายสุราเถื่อน ที่เป็นเจ้าของร้านเหล้าโซไซเอเบิลอินน์ ในเมืองที่เงียบสงบของเอลเมนดอร์ฟ  ในเท็กซัส เพื่อความบันเทิงของเขา บอลได้สร้างแอ่งน้ำด้านหลังโรงแรงที่เต็มไปด้วยจระเข้ จำรวนห้าตัว และเขามักให้ลูกแมวและสนุขเป็นอาหาร จนกระทั่งเขาเกิดมีความคิดโรคจิตจับมนุษย์มาเป็นอาหารจระเข้บ้าง จนทำให้พนักงานเสริฟ์และผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับบอลหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ระหว่างปี 1934 และ 1938 ผู้หญิงในท้องถิ่น มินนี ก๊อตฮาร์ดต์, ดอเลอร์ บัดดี กู๊ดวิน, ฮาเซล บราวน์ และมินนี ก๊อตฮาร์ดต์ได้หายตัวไปในขณะทำงานให้โจ บอล และพยานได้อ้างว่าพวกเขาได้เห็นร่างเน่าเปื่อยของมนุษย์และกลิ่นเหม็นลอยมาจากยุ้งฉางของบอล เมื่อตำรวจไปสอบสวนบอล เขาก็ฉวยโอกาสใช้ปืนยิงหัวใจตนเองตายเสียก่อน

หลังจากที่ตำรวจทำการสอบสวน คนรับจ้างของนายบอล ยอมรับว่าได้ช่วยนายบอล กำจัดร่างของผู้หญิงที่หายไป ด้วยการให้เป็นอาหารจระเข้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นบ่อน้ำข้างโรงแรม แต่ไม่พบชิ้นส่วนของมนุษย์แต่อย่างใด ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโจบอลล่ามนุษย์เพื่อเอามาเป็นอาหารของจระเข้จริงหรือไม่

 

 

8. Black Water (2007)


           
Black Water (2007) เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ในวันหยุดบนทางตอนเหนือของออสเตรเลีย
, เกรซ, อดัมสามีของเธอและน้องสาวคนเล็กของเธอลีตัดสินใจที่ตกปลา โดยมีจิมเป็นมัคคุเทศก์แต่แล้วมีจระเข้ขนาดใหญ่มาคว่ำเรือ และลากจิมไปกิน  สามผู้รอดชีวิตปีนต้นไม้และเมื่อพวกเขาตระหนักดีว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับจระเข้ที่หิวโหยเพื่อเอาชีวิตรอดไปยังที่ปลอดภัยให้ได้

ภาพยนตร์ได้รับมาจากเรื่องจริงเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2003 แอชลีย์ แมกอฟห์ (Ashley McGough), ซอว์น โบลเวอร์ (Shaun Blowers) และ เบร็ทท์ แมนน์ (Brett Mann) ได้ขับรถ  ATV ท่องเที่ยวในดินแดนทางเหนือของออสเตรเลีย เมื่อพวกเขาตัดสินใจเอารถไปจอด แล้วไปล้างเนื้อล้างตัวที่ฟินนิสส์ ขณะที่ทั้งสามกำลังเล่นน้ำ ทันใดนั้นแอชลีย์ก็ได้เห็นจระเข้ว่ายตรงมาที่พวกเขา พวกเขาพยายามหนีมัน แล้วปีนขึ้นไปที่ต้นไม้ใกล้ๆ แต่เบร็ทท์ถูกจับจระเข้คาบได้เสียก่อนแล้วมันก็พาเขาลงใต้น้ำ

ไม่กี่นาทีต่อมาจระเข้ก็โผล่มาให้พร้อมกับร่างกายของเบร็ทอยู่ในปาก ห้านาทีต่อมามันก็พยายามโคนต้นไม้เพื่อกินมนุษย์ที่เหลือ ทั้งสองอยู่อย่างนี้นานตั้งแต่เย็นถึงเช้านานถึง 22 ชั่วโมง จนกระทั่งเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยได้มาถึงแล้วช่วยเหลือได้ทัน และไม่มีใครพบศพของแบร็ทท์ แมนน์

 

7. Fire In The Sky (1993)


             Fire In The Sky (1993) เป็นเรื่องราวของคนตัดไม้ที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวขึ้นจานบินนานถึง 5 วัน

ภาพยนตร์ได้อ้างอิงจากเรื่องจริงของทราวิส วอลตัน" (Travis Walton )  ที่อ้างว่าเขาถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว ในรัฐแอริโซนา ในตอนเย็นวันที่ 5 พฤศจิกายน 1975 วันนั้นทราวิสและเพื่อนร่วมงานของเขาทำงานตัดไม้เสร็จ แล้วกำลังจะขับรถกลับบ้าน หากแต่ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นยูเอฟโอลอยอยู่เหนือเขตป่าสงวน Apache-Sitgreaves  ทราซิสพยายามมองที่ยูเอฟโอ หากแต่สิ่งสุดท้ายที่จำได้ คือ เขาถูกยิงด้วยลำแสง ก่อนที่จะหมดสติไป ส่วนเพื่อนร่วมงานของเขาได้หนีจากที่เกิดเหตุ และเมื่อกลับไปอีกทีก็พบว่าทราวิส และยูเอฟโอก็หายไปแล้ว

ตามคำกล่าวอ้างของทราซิสได้อ้างว่ามนุษย์ต่างดาวได้นำตัวเขาไปทดลอง และได้เห็นมนุษย์ต่างดาว ส่งกลับโลกหลังจากเวลาผ่านไป 5 วัน เรื่องราวของเขาเป็นที่สนใจของคนอเมริกันจำนวนมาก และผ่านการเข้าเครื่องจับเท็จอย่างน้อย 12 ครั้ง แม้การทดสอบจะออกมาว่าเขาหลอกลวงก็ตาม อย่างไรก็ตามทราซิสได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับจานบินของมนุษย์ต่างดาวออกมาหลายเล่ม จนกระทั่งบริษัทพาราเมาต์พิคเจอร์ต้องนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ.1993 นั้นคือเรื่อง "Fire in the Sky" นั้นเอง

 

Borderland (2006)


            Borderland (2006) เป็นภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องราวของ เมื่อ 3 นักศึกษามหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ไปท่องเที่ยวฉลองที่เรียนจบในเมืองหนึ่ง ที่อยู่ติดชายแดนของประเทศเม็กซิโก พวกเขาต้องการที่จะไปฉลองความสำเร็จก่อนเรียนจบที่นั่น โดยที่นั้นมีทั้งเหล้ายาปาร์ตี้ครบ   ขณะที่กำลังสนุกสนานกันอยู่ หนึ่งในพวกเขาเกิดไปมีปากเสียงทะเลาะกันกับคนกลุ่มหนึ่งเข้า แต่ที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นก็คือคนพวกนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มคลั่งลัทธิบูชาซาตาน และพวกมันกำลังมองหาเหยื่อที่จะนำไปทำพิธีบูชายัญ

ภาพยนตร์ Borderland (2006)ได้รับแรงบันดาลใจจากแก๊งนรกของเอลพาดริโน คอนสแตนโซ (Adolfo de Jesus Constanzo) เป็นเจ้าพ่อมนต์ดำที่มีความรู้พื้นฐานการประกอบพิธีกรรมลัทธิในแอฟริกาแคริบเบียน ที่บูชายันสัตว์ ก่อนที่เขาจะดัดแปลงลัทธิหันมาบูชายันมนุษย์แทน

เอลพาดริโนได้กลายเป็นเจ้าลัทธิ เขากับแก๊งมีส่วนในการก่อคดีบูชายันมนุษย์ถึง 24 คน ในมาตาโมเรส ประเทศเม็กซิโก ระหว่างปี 1988 และปี 1989 ผู้ตกเป็นเหยื่อจะถูกฆ่าแล้วหั่นศพมาต้มในหม้อขนาดใหญ่ ซึ่งพิธีกรรมเหล่านี้เสริมคาถาเพื่อป้องกันแก๊งของเขาจากศัตรู และทำให้ธุรกิจเถื่อนของแก๊งเจริญรุ่งเรือง

อย่างไรก็ตาม จุดจบแก๊งของเอลพาดริโนก็มาถึง เมื่อแก๊งได้ลักพาตัวหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งมาร์ก คิลรอย ที่ไปฉลองจบการศึกษาที่มาตาโมเรส เพราะคิดว่ามันเป็นแดนสวรรค์ หากแต่เขาถูกแก๊งลักพาตัว และฆ่าหั่นศพนำมาต้มเพื่อบูชายัน ที่การเม็กซิโกได้ออกตามล่ายกแก๊ง จนอดอลโฟถูกต้อนจนมุมตำรวจ และตัดสินใจที่จะจบชีวิตตนเองด้วยการยิงปืน พร้อมกับซาร่า มาเรีย อัลเดรเต้ผู้เป็นคนรักของเอลพาดริโน

 

5.The Rite (2011)


             The Rite (2011) เป็น
เรื่องราวของพระหนุ่มชาวอเมริกา ไมเคิล โคแว็ค ที่ถูกส่งตัวเข้าไปศึกษาด้านการไล่ผีที่วาติกัน แบบไม่เต็มใจมากนัก เพราะเขาไม่เชื่อคนถูกเรื่องผีสิง และที่นั้นเองเขาก็ได้เจอของจริง!!

ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงของจีน แกรี่ โทมัส (Father Gary Thomas) บาทหลวงไล่ผีคนแรกของอเมริกา ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาคริสตจักรคาทอลิกในอเมริกาได้เริ่มให้ความสำคัญกับการไล่ผีเป็นอย่างมาก โดยสำนักวิจัยพิวได้รายงานว่า “ร้อยละ 40 ของชาวอเมริกันเชื่อพวกเขาถูกเทวทูตเทวดาเข้าสิง และร้อยละ 28ของคนทั่วโลกเชื่อว่าเขาถูกผีปีศาจเข้าสิง” ด้วยเหตุนี้จึงส่งหลวงพ่อจีน แกรี่ โทมัสไปศึกษาการไล่ที่วาติกัน

หลวงพ่อโทมัสได้ศึกษาที่ Athenaeum Pontificium Regina Apostolorum ในกรุงโรม และได้ฝึกฝนการไล่ผีโดยหลวงพ่อคาร์มิน เด ฟิลิปปิส  (Father Carmine De Filippis) ซึ่งระหว่างการไล่ผีผู้ป่วยที่ถูกผีเข้า เหมือนลมชักนั้นเขาก็ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาจะทำได้ ซึ่งฝึกอบรมการขับไล่ของโทมัสได้ถูกนำไปเขียนเป็นหนังสือ The Rite: The Making of a Modern Exorcist ซึ่งหลวงพ่อโทมัสยังเอยปากชมเป็นเป็นภาพยนตร์ไล่ผีที่สมจริงมากที่สุดในเวลานี้  (ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้วย) และในช่วงถ่ายทำนักแสดงหลายคนเป็นห่วงว่าการแสดงจะการเปิดประตูให้ปีศาจออกมาข้างนอก โชคดีที่หลวงพ่อโทมัสได้สร้างความมั่นใจด้วยคำพูดอ่อนโยนว่า “อาจเป็นไปได้”

 

4.The Serpent And The Rainbow (1988)


            The Serpent And The Rainbow (1988) เป็นเรื่องราวของเดนนิส อลัน นักมานุษวิทยาชาวอเมริกัน ถูกว่าจ้างโดยบริษัททางเวชภัณฑ์แห่งหนึ่งให้ไปรับตัวยาที่ใช้ในพิธีกรรมวูดูของชาวไฮติ เป็นผงที่ทำให้คนเป็นอัมพาตเหมือนกับสภาพที่ตายแล้ว

The Serpent And The Rainbow (1988) ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงในปี 1962 เมื่อมีชาวเยติชื่อ แคลร์เวียส นาร์ซิสส์ (Clairvius Narcisse) ที่ตายไปแล้ว และถูกฝังโดยครอบครัว แต่ต่อมาในปี 1980 แคลร์เวียสที่ว่าตายไปแล้ว กลับคืนชีพกลับมายังหมู่บ้านจน เขาได้อ้างว่าหมอวูดูใช้ “ผงผีดิบ” ทำให้เขาอยู่ในสภาวะนอนหลับเหมือนตาย ก่อนที่จะคืนชีพ และบังคับให้เขาทำงานในไร่ เมื่อหมอปีและเจ้าของไร่ตาย เขาจึงสามารถกลับบ้านได้

เรื่องราวของแคลร์เวียส นาร์ซิสส์ ได้เข้าหูถึงนักมานุษย์วิทยาชาวอเมริกันที่เดินทางไปเฮติคนหนึ่งชื่อ ชาวแคนนาดา เวด เดวิส เขาได้ทำการศึกษา “ผงซอมบี้” ที่ว่ามีส่วนประกอบที่ผสมผสานของ tetrodotoxin bufotenin และสารพิษที่นำมาจากบางชนิดของปลาปักเป้าและกบ  เขาระบุว่าผงพิษที่มาจากธรรมชาตินั้นสามารถทำให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอยู่ในภาวะเสมือนตาย เพื่อที่จะให้ฟื้นคืนชีพมาใหม่ และเกิดความทรงจำเสื่อม จนสามารถควบคุมได้ง่าย ซึ่งต่อมาเดวิสได้นำประสบการณ์ของเขาเขียนเป็นหนังสือในชื่อ The Serpent And The Rainbow ซึ่งต่อมาถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียสกัน โดยผุ้กำกับหนังสยองขวัญในตำนานเวส คราเวน

 

3. Hoboken Hollow (2006)


              Hoboken Hollow (2006) กล่าวถึงเหล่านักร่อนเร่ที่โบกรถเพื่อเดินทาง และพวกขาได้พบครอบครัวโบรเดอริก ซึ่งได้ชักชวนพวกเขาทำงานในไร่ โดยตอนแรกๆ พวกเขาได้รับจัดเลี้ยงอาหารอย่างดี ให้เตียงนุ่มน่านอน หากแต่เวลาต่อมาพวกเขาก็พบว่าพวกเขาถูกหลอกเป็นทาสทำงานตลอดชีวิต  หากใครพยายามออกจากที่นี่ พวกเขาต้องถูกทรมาน ยิงเป้า แขวนคอ หรืออาจเลวร้ายยิ่งกว่า

ภาพยนตร์สร้างจากแรงบันดาลใจที่น่ากลัวในช่วงต้นปี 1980 เมื่อวอลเตอร์ เวสลีย์ แอลบราแชท (Walter Wesley Ellebracht) เจ้าของไร่ที่ซานอันโตนีโอ เท็กซัส ด้วยความช่วยเหลือของลูกชายของเขา วอลเตอร์ จูเนียร์ และคาร์ตัน โรเบิร์ต คาร์สตัน คอบเวลล์ พวกเขาได้ทำการหลอกล่อ ชายเร่ร่อน และพวกนักโบกรถ มาเป็นแรงงานทาสในไร่ โดยหลอกว่าจะให้อาหารและที่นอนอย่างดี ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมามีชายเรร่อนมาถึง 75 ชีวิตถูกใช้แรงงานในไร่ ซึ่งหากพวกเขาไม่ปฏิบัติการคำสั่งก็จะถูกลงโทษ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอนโทนี่ เบตส์ ชายเร่ร่อนตาเดียว แรงงานแรกๆ ที่ถูกหลอกมาทำงานในไร่ เมื่อปี 1984 หากแต่เวลาต่อมาเขาไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เบตส์ต้องกลายเป็นกระสอบทรายให้กับพวกวอลเตอร์ และพวกทาสคนอื่นๆ เขามักจะถูกผูกติดอยู่กับต้นไม้ และใช้ที่แยงวัวแหลมๆ แทงที่อวัยวะเพศ, ลิ้นและเบ้าตา เบตส์ต้องทรทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จนเบตส์ขาดใจตายเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1984 และวอลเตอร์จัดการเผาร่างของเขา  

 ในเดือนมีนาคมปี 1983 "ไร่ทาสเท็กซัส" ก็ถูกถล่มโดยตำรวจหลังจากมีเบาะแสจากแหล่งที่ไม่ระบุ ซึ่งเชื่อว่ามาจากอดีตทาสที่พ้นเงื่อมมือของวอลเตอร์ ผลสุดท้ายไร่ก็เหลือเพียงแค่ชื่อ เรื่องเล่า และแรงบันดาลใจภาพยนตร์อินดี้ ในปี 2006 เท่านั้น


             2. Stuck (2007)


           Stuck (2007) เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ขับรถชนชายคนหนึ่งเข้า ตัวของชายคนนั้นได้ติดคากระจกรถ อาการสาหัส แต่แทนที่ผู้หญิงจะช่วยเหลือชายคนนั้น เธอกลับขับรถที่ว่าไปจอดที่โรงรถเธอ และปล่อยให้ชายคนนั้นที่ตัวยังคากระจกรถตายอย่างช้าๆ พร้อมกับปกปิดหลักฐานโดยมีแฟนของเธอเป็นผู้ช่วยเหลือ

ภาพยนตร์ Stuck (2007)  สร้างจากเรื่องจริง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2001 เมื่อผู้ชายพยาบาลหญิงคนหนึ่งชื่อ Chante Mallard  ได้กินอาหารมื้อเย็น เสพยาเสพติด ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งในฟอร์ตเวิร์ธ เท็กซิส ต่อมาเวลา 3.00 น,เธอก็ตัดสินใจออกจากงานและขับรถกลับบ้าน โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลงตลอดกาล

ระหว่างทางกลับบ้าน รถของเธอก็ชนกับชายจรจัดท้องถิ่นเกรดอรี่ บิ๊กส์ (Gregory Biggs) กำลังเดินข้ามถนนหกเลนเข้า การชนรุนแรงมากถึงขั้นตัวเขาติดอยู่ที่กระจกหน้ารถ เขาบาดเจ็บสาหัสแต่ก็มีลมหายใจอยู่ แต่ที่น่าตกใจคือ เธอยังคงขับรถทั้งๆ ที่ตัวชายจรจัดยังคงติดคากระจกรถ 

เมื่อเธอขับรถไปจอดที่โรงรถ แทนที่จะช่วยเหลือหรือแจ้งตำรวจ เธอกลับเอาแต่ขอโทษชายจรจัดซ้ำไปซ้ำมา โดยไม่ได้พยายามช่วยเหลือชายจรจัดเท่าที่ควรนัก อีกทั้งยังยังไม่ติดต่อเจ้าหน้าที่ จนในที่สุดชายจรจัดก็ขาดใจตายคากระจกรถจากการเสียเลือด และที่เลวร้ายคือเธอและอดีตแฟนแจ๊คสัน และลูกพี่ลูกน้องเฮอร์เบิร์ค ลิฟแลนด์ ได้นำศพไปทิ้งที่สวนสาธารณะใกล้ๆ และศพก็ถูกพบวันที่ 27 ตุลาคม

อย่างไรก็ตามสี่เดือนต่อมาทั้งหมดก็ถูกจับกุมต่อมา เธอถูกตัดสินจำคุก 50 ปีในข้อหาฆาตกรรม และเชื่อว่าบิ๊กส์อาจรอดชีวิตหากส่งเขาไปยังมือหมอทันทีที่ถูกรถชน

 

1. Snowtown (2011)


            Snowtown (2011) เป็นภาพยนตร์บอกเรื่องราวถึง เจมี่เด็กหนุ่มวัย 16 ปีที่เมื่อชีวิตของเขาได้รู้จักกับ จอห์น ชายผู้มีชื่อเสียงในทางไม่ดี จนทำให้ชีวิตของเขาถูกคุกคามและจมดิ่งไปกับเส้นทางอาชญากรรม

ภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงของจอห์น จัสติน บันติ้ง (John Justin Bunting) ซึ่งได้ย้ายมาอยู่ใน Salisbury North ชานเมืองที่มีรายได้ต่ำของแอดิเลด ออสเตรเลีย เขาและลูกน้องซึ่งประกอบด้วย โรเบิร์ต โจ วากเนอร์ (Robert Joe Wagner) , มาร์ค เฮดอน (Mark Haydon) และเจมส์ (James Vlassakis) ได้ก่อคดีทรมานและฆ่าชาวเมืองอย่างน้อย 11 ศพ โดย 8 ศพถูกยัดลงในถังและนำไปซ่อนในตู้เซฟของธนาคารที่ถูกทิ้งร้างใกล้กับ Snowtown โดยจอห์นได้อ้างว่าเขาสังคมกดขี่ ถูกล่วงละเมิด เขาเกลียดกระเทย

เหยื่อรายแรกของพวกเขา เป็นคนพิการทางสมองชื่อเรย์ เดวีส์ หลังจากจอห์นได้ตัดสินว่าเรย์เป็นเฒ่าหัวงูเขาก็ทรมานและรัดคอจนตาย หลังจากนั้นก็มีผู้ตกเป็นเหยื่อมากขึ้น บางคนถูกทรมานนานถึงสองวันก่อนจะถูกฆ่า

อย่างไรก็ตามหลังจากที่จอห์นและวากเนอร์ได้ฆ่ามาร์ค เฮดอน และภรรยาอลิซาเบธ เขาก็ถูกตำรวจไล่บี้ ก่อนที่จะถูกจับ และความจริงที่น่ากลัวก็ถูกเปิดเผย หลักฐานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจมือ มีดเปื้อนเลือด, เลื่อย, ปืน ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญให้จอห์นและแก๊งจนมุมที่สุด

 


อ้างอิง

http://listverse.com/2015/04/28/10-real-stories-that-became-terrifying-horror-films/

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 697 : 10 เรื่องจริงที่กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญน่ากลัว , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4870 , โพส : 2 , Rating : 67% / 3 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21071
อันดับสิบเคยได้ยินมาเหมือนกัน และออริจินัลของเรื่องคนกินคนแห่งเทือกเขาร็อกกี้น่ะ น่ากลัวทุกเรื่องจริง  
Name : Narumi Tsukiko < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Narumi Tsukiko [ IP : 171.5.251.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2558 / 21:00
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21064
น่ากลัวทั้งนั้นเลยครับ คุณ cammy ทำต่อไปเรื่อยๆนะครับ
Name : มิสเตอร์ฆ้อง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มิสเตอร์ฆ้อง [ IP : 125.25.77.23 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤษภาคม 2558 / 22:21

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android