คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 112 : ปริศนาเรือแมรี่ เซเลสต์(Mary Celeste)


     อัพเดท 27 ก.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,089 Overall : 2,763,671
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 112 : ปริศนาเรือแมรี่ เซเลสต์(Mary Celeste) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15955 , โพส : 17 , Rating : 93% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



Mary Celeste as Amazon in 1861.jpg
เรือแมรี่ เซเลสต์(
Mary Celeste)

An 1861 painting of the Amazon (later renamed Mary Celeste) by an unknown artist (perhaps Honoré Pellegrin)

 

                นี้คือปริศนาเรือหายทางทะเลที่โด่งดังที่สุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อกัปตันเบนจามิน สปูนเนอร์ ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยกลางมหาสมุทรแอตแลนติกตอนต้นฤดูหนาว ปี 1872 หรือประมาณ 130 ปีมาแล้ว สมัยนั้นเรือหายกันมีออกบ่อย เนื่องจากเทคโนโลยีในการเดินเรือและการสื่อสารยังไม่เจริญ เรือแต่ละลำออกทะเลไปเหมือนกับอยู่คนเดียวในโลกที่มีแต่น้ำกับฟ้า เวลาเกิดอะไรขึ้นก็ต้องอาศัยพยานที่รอดชีวิตมาเล่าให้คนอื่นฟัง หรือไม่ก็ต้องค้นพบซากเรือกับศพคนบนเรือกันอย่างเดียว

                ปริศนาที่ทำให้เรือแมรี่ เซเลสต์ยังไม่สร่างมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงคลาสสิกที่น่าสะพรึงกลัว ก็คืออยู่ดีๆ ทุกคนบนเรือบวกกับแมวหนึ่งตัวก็ล่องหนหายไปไหนก็ไม่รู้ โดยที่เรือและทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ยังอยู่ดี ไม่มีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปสักเอะ!

                
                 ปริศนาเรือแมรี่ เซเลสต์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1872 เมื่อเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติอังกฤษชื่อ เดอี กราเซีย เห็นเรือใบขนาด 100 ฟุตลำหนึ่งลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเลมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ระหว่างประเทศปอร์ตุเกสกับหมู่เกาะอะซอเรส พอค่อยๆ เข้าไปใกล้ก็เห็นชื่อเรือ “แมรี่ เซเลสต์” กัปตันเดวิด มัวร์เฮาส์ ของเรือเดอี กราเซีย ก็สะดุ้งโหยง เนื่องจากเขาเพิ่งขึ้นไปกินข้าวกับกัปตันบริกกส์บนเรือดังกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นเรือทั้งสองลำจอดเทียบท่ารอขนส่งสินค้าอยู่เคียงข้างในแม่น้ำอิสต์ เมืองนิวยอร์ก กัปตันมัวร์เฮาส์จำได้ว่ากัปตันบริกกส์พาภริยาชื่อซาร่าห์ และลูกสาวเล็กๆ ชื่อโซเฟีย มาทิลด้า อายุประมาณสองขวบมาด้วย เรือแมรี่ เซเลสต์ กำลังจะขนส่งแอลกอฮอล์ดิบจำนวน 1,70 ถึงจากอเมริกาไปยังเมืองเยนัว ประเทศอิตาลี มูลค่าประมาณ 35,000 เหรียญสหรัฐ ออกเดินทางจากท่าเรือเมืองนิวยอร์กในวันที่ 7 พฤศจิกายน ก่อนหน้าเรือเดอี กราเซีย 8 วัน

                หลังจากส่องกล้องและส่งเสียงอยู่สองชั่วโมงจนแน่ใจว่าต้องมีเรื่องผิดปกติร้ายแรง กัปตันมัวร์เฮาส์ก็ตัดสินใจส่งลูกน้องสามคนขึ้นไปบนเรือแมรี่ เซเลสต์เพื่อตรวจสอบ ทั้งสามรายงานกลับมาว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่บนเรือนอกจากหนูและแมลง ตัวเรือแม้จะใช้งานได้ถ้าหากซ่อมแซมเสียหน่อย แต่สภาพทั่วๆ ไปไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ทุกอย่างบนเรือเปียกโชก มีน้ำเป็นหย่อมๆ อยู่บนดาดฟ้า ระวางสินค้ามีน้ำทะเลขังอยู่สูงเกือบเมตร สะพานเดินเรืออยู่ในสภาพทรุดโทรม เตาทำอาหารล้มตะแคงอยู่บนพื้น อุปกรณ์ทำครัวและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารกระจายเกลื่อน เข็มทิศและเครื่องมือเดินเรือบางชิ้นแตกหัก แต่ของส่วนใหญ่บนเรือยังอยู่ดีแม้แต่แอลกอฮอล์(เอกสารบางชิ้นระบุว่าถังแอลกอฮอล์เปล่า 9 ถัง แต่ส่วนใหญ่ยืนยันว่าทุกถังยังอยู่ดี เว้นแต่ถังเดียวที่มีรอยแตกเหมือนโดนกระแทกจนแอลกอฮอล์ไหลออกไปหมด) ที่หายไปคือน้ำจืดนิดหน่อย เรือชูชีพหนึ่งลำ ทะเบียนเรือ และอุปกรณ์สำคัญในการเดินเรือสองชิ้น คือโครโนมิเตอร์(นาฬิกาดาราศาสตร์) กับเซ็กส์แทนต์(เครื่องวัดตำแหน่งของดวงดาวเพื่อหาตำแหน่งของเรือ)

               
               
เมื่อฟังรายงานนี้แล้ว กัปตันเฮาส์ตัดสินใจลงเรือมาดูให้เห็นกับตา เขาพบว่าส่วนที่อยู่อาศัยของกัปตันและลูกเรืออยู่ในสภาพปกติ ทุกอย่างบนเรืออยู่ในสภาพที่ราวกับว่าเพิ่งมีคนอยู่ที่นั่นจนเมื่อครู่ และพวกเขาพากันจากไปอย่างเร่งรีบ ห้องกัปตันมีเสื้อผ้าผู้หญิงและของเล่นเด็กหล่อยอยู่เกลื่อนกลาด สมุดโน็ตดนตรีของภรรยาเปิดค้างไว้เหมือนยังเล่นค้างอยู่ จะมองว่าถูกรื้อกระจุยกระจายก็ได้ หรือจะมองว่าอยู่ในสภาพปกติเมื่อแม่กับลูกอยู่ด้วยกันก็ได้เหมือนกัน ของส่วนตัวของลูกเรือทุกคนถูกเก็บไว้อย่างเรียบร้อยในหีบหรือถุงประจำตัว ที่โต๊ะอาหารว่างของกัปตันยังพบร่องรอยไข่ลวกกระเทาะเปลือกทิ้งไว้โดยไม่ตักรับปะทาน ขนมปังและจานซุปยังวางอยู่บนโต๊ะ (บางข่าวบอกว่าซุปยังร้อนอยู่ด้วยซ้ำ) ไปป์ถูกวางไว้รอจุดไฟ รองเท้าบู้ธถูกวางทิ้งทั้งๆที่ยังขัดค้างไว้อยู่ ภายในห้องต้นหนมีกระดาษชนวนแผ่นหนึ่งพร้อมข้อความเขียนด้วยลายมือบูดๆเบี้ยวๆ ว่า “ถึงแฟนนี่ เมียสุดที่รัก” แล้วก็จบแค่นี้เหมือนคนเขียนละมือไปทำอะไรสักอย่าง รูปการบ่งบอกชัดเจนว่าสะละเรือเป็นไปอย่างเร่งรีบโดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน บันทึกเดินเรือถูกฉีกขาดไปหลายหน้า แต่ก็ไม่มีร่องรอยอย่างอื่นว่าคนทั้ง
10 หายไปไหนและก็ไม่มีใครได้เห็นพวกเขาอีกเลยจริงๆ

                โดยรายชื่อคนหายมีดังต่อไปนี้

                   
                Benjamin S. Briggs (กัปตัน) อายุ 37 สัญชาติอเมริกัน (คนซ้ายสุด)

                Albert C. Richardson (ต้นหน) อายุ 28 สัญชาติอเมริกัน(คนที่สี่)

                Andrew Gilling (รองต้นหน) อายุ 25 สัญชาติเดนมาร์ก

                Edward W. Head (กุ๊ก) อายุ 23 สัญชาติอเมริกัน

                Volkert Lorenson (ลูกเรือ) อายุ 29 สัญชาติเยอรมัน

                Arian Martens (ลูกเรือ) อายุ 35  สัญชาติเยอรมัน

                Boy Lorenson (ลูกเรือ) อายุ 23 สัญชาติเยอรมัน

                Gottlieb Gondeschall (ลูกเรือ) อายุ 23 สัญชาติเยอรมัน

                Sarah Elizabeth Briggs (ภรรยาของกัปตัน) อายุ 31 สัญชาติอเมริกัน(คนที่สอง)

                Sophia Matilda Briggs (ลูกของกัปตัน) อายุ 2 ขวบ สัญชาติอเมริกัน(เด็กคนที่สาม)

                เมื่อกัปตันมัวร์เฮาส์เปิดปูมเดินเรือออกอ่านก็พบด้วยความตกใจว่าวันสุดท้ายที่มีการบันทึกคือวันที่ 25 พฤศจิกายน หรือประมาณ 10 วันมาแล้ว ตำแหน่งเรือปัจจุบันเทียบไว้ในปูม แสดงว่าเรือแมรี่ เซเลสต์ กางใบแล่นมาโดยปราศจากคนบังคับเกือบ 100 ไมล์!

                
               กัปตันมัวร์เฮาส์สังเกตว่าข้างเรือด้านหนึ่งมีเชือกผูกห้อยไว้ ปลายเชือกระไปกับสายน้ำ ตรงกราบเรือมีรอยฟันเป็นแผนลึกหนึ่งแผล ซึ่งอาจเกิดมาจากขวาน และใต้ที่นอนของลูกเรือคนหนึ่งมีดาบเล่มหนึ่งเล่ม(ดาบเล่มนี้ตอนหลังเล่าลือว่ามีรอยเปื้อนเลือดอยู่ด้วย หากแต่บันทึกของศาลเรื่องการหายตัวของกัปตันและลูกเรือแมรี่ เซเลสต์ระบุว่าดาบอยู่ในฝักและขึ้นสนิทหน่อยๆ ไม่ได้เปื้อนเลือดแต่อย่างใด)

                กัปตันมัวร์เฮาส์ตัดสินใจลากเรือแมรี่ เซเลสต์มาเทียบท่าที่ยิบรอลตาร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของอังกฤษขึ้นมาเก็บหลักฐานในการสอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อเห็นร่องรอยทั้งหมด เจ้าหน้าที่ก็รวบรัดสรุปทันทีว่าน่าจะเกิดกบฏขึ้นบนเรือโดยลูกเรือแอบขโมยแอลกฮอล์ในถังจนดื่มเมามาย และก็เลยลุกมายึดเรือฆ่ากัปตันและเมียและลูกโยนทะเลก่อนจะลงเรือชูชีพหนีไป

                เจ้าของเรือชาวอเมริกันอ่านรายงานการสอบสวนนี้อย่างงงๆ ด้วยว่ามันมีข้อขัดแย้งมากมาย เช่นหากลูกเรือยึดเรือได้แล้วทำไมต้องลงเรือชูชีพหนีไปด้วย(ถ้าบอกว่าบังคับให้กัปตันลงเรือชูชีพพร้อมครอบครัวไปตายกลางทะเลก็ว่าไปอย่าง)แถมยังทิ้งข้าวของส่วนตัวไว้บนเรือเสียอีก แถมจำนวนลูกเรือมีแค่สี่คน ก๊กหนึ่ง ต้นหนและรองต้นหน ก็น้อยเกินไปจะทำอะไรได้ โดยเฉพาะต้นหนและกัปตันดูแล้วทำงานเข้าขากันดี กัปตันบริกกส์เองก็ขึ้นชื่อว่าเป็นกัปตันเรือที่ความสามารถ กล้าหาญ ซื่อสัตย์ ลูกน้องก็ให้ความเคารพนับถือ ที่สำคัญเขาไม่ดื่มเหล้า และไม่อนุญาตให้มีการดื่มเหล้าบนเรือ เรื่องที่ลูกเรือจะเจาะถังเหล้าเอาแอลกอฮอล์มาดื่มจนเมายิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ เพราะแอลกอฮอล์ในถังแรงมาก กินเข้าไปมีสิทธิปวดท้องนอนดิ้นเอาง่ายๆ

                
               ศาลอังกฤษฟังคำโต้แย้งก็อื้มๆ จริงว่ะ ในที่สุดก็สรุปว่าไม่สามารถหาสาเหตุการหายตัวไปของกัปตันบริกกส์และลูกเรือทั้งหมดได้ เรือเดอีการเซียได้รับเงินค่าความยุ่งยากในการกู้ซากเรือแมรี่ เซเลสต์ หลังจากเหตุการณ์ในปี
1872 แล้ว แมรี่ เซเลสต์ก็ถูกขายให้เจ้าของคนใหม่และเปลี่ยนชื่อและยังคงออกทะเลอีก และอีก 12 ปีต่อมา มันก็ถูกจมทิ้งเพื่อหวังเงินประกันใกล้ๆ เกาะเฮติ

                ผู้คนรู้จักเรือแมรี่ เซเลสต์หลังจากนักเขียนหนุ่มอาร์เธอร์ โคนันดอยล์ ที่เอาเรื่องนี้ไปเขียนเป็นนิยายลึกลับจนขายดิบขายดี ก่อนที่จะมาเขียนอมตะวรรณกรรมนักสืบนาม เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ในที่สุด

                เรื่องของดอยล์ทำให้ผู้คนมาสนใจการหายตัวลึกลับของลูกเรือ(และแมว)บนเรือแมรี่ เซเลสต์กันใหญ่ หลายทฤษฏีถูกนำมาพูดถึงหลากหลาย บางคนบอกว่าเรือแมรี่ เซเลสต์ถูกโจรสลัดบาร์บารี่ปล้นฆ่าทุกคนบนเรือแต่ก็อีกนั้นแหละในเมื่อมันปล้นแต่ทำไมสินค้าสำคัญบนเรือถึงยังไม่หายไป และเจ้าโจรสลัดบาร์บารี่นั้นมันสูญพันธ์ไปนานแล้วนะ(เว้ย)

                อีกรายหนึ่งออกมาบอกว่า อาจเป็นปลาหมึกยักษ์คราเคนก็ได้ ที่โจมตีเรือ ใช่หนวดยุ่ยยับจับลูกเรือไปเป็นอาหารของมัน ใครจะไปรู้ละว่าในห้วงมหาสมุทรมีตัวอะไรประหลาดๆ แอบซ่อนอยู่บ้าง

                อีกรายก็บอกว่าไม่ใช้ปลาหมึก แต่เป็นจานบินมนุษย์ต่างดาวต่างหากที่คนบนเรือ(และแมว)โดนมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป

                อีกพวกก็บอกว่าอาจเป็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า(ที่ก็มั่วอีกเพราะสามเหลี่ยมที่ว่าห่างจากที่เกิดเหตุหลายพันไมล์)

                อีกพวกก็บอกว่าอาจเป็นพิษจากอาหารทำให้คนบนเรือเกิดภาพหลอนฆ่าฟันกันจนตายยกลำ

                
                แต่ทฤษฏีที่หลายคนยอมรับมากที่สุดเห็นจะเป็นการที่มีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่กัปตันและลูกเรือสละเรือกะทันหัน สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากแอลกอฮอล์?ดิบจำนวนมหาศาลตรงใต้ท้องเรือนั่นแหละ กัปตันบริกก์ไม่เคยขนแอลกอฮอล์มาก่อน และไม่ค่อยสบายใจกับมันมากนัก เมื่อเรือแมรี่ เซเลสต์เผชิญกับพายุหรือคลื่นลมแรง(ล่าสุดมีคนเสนอแผ่นดินไหวใต้น้ำ น่าจะมีเสียงเลื่อนลั่น เรือน่าจะสั่นสะท้านทั้งลำ) กัปตันอาจกลัวว่าเรือจะระเบิด เลยบอกให้ทุกคนลงเรือชูชีพให้เร็วที่สุดแล้วโยนเรือชูชีพไว้กับเรือใหญ่ลากจูงกันไปจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น แต่ไปๆมาๆ ลมคงแรงจนเชือกผูกโยงเรือขาดออก เรือแมรี่ เซเลสต์ติดลมวิ่งฉิวจนเกินกำลังที่เรือชูชีพจะวิ่งทัน ลงท้ายเรือลำเล็กฝ่าคลื่นลมไม่ไหว เลยคว่ำจมลง ทำให้ทั้งสิบเอ็ดชีวิตจมตามไปด้วย หรือไม่ก็ลอยชูชีพติดเกาะที่ไหนสักแห่งบนโลกไปนี้

                แต่ก็อีกนั่นแหละ ถึงจะดูแล้วไม่น่ามีทางรอด แต่ตราบใดที่ไม่มีศพหรือหลักฐานชัดเจนว่าตายแน่ปริศนาก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป

                ในปี 2001 ซากของแมรี่ เซเลสต์ถูกกู้ขึ้นมาโดยการสนับสนุนจากนักเขียน ไครบ์ คัสเลอร์ และจอนห์ เดบิส ผู้กำกับชาวแคนาดา เพื่อค้นหาคำตอบปริศนาที่ผ่านมากว่า 130 ปีต่อไป

 

 

ข้อมูลจาก

http://en.wikipedia.org/wiki/Mary_Celeste

ต่วยตูนเล่มที่ 374 เมษายน 2549+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 112 : ปริศนาเรือแมรี่ เซเลสต์(Mary Celeste) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 15955 , โพส : 17 , Rating : 93% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 17 : ความคิดเห็นที่ 20575
อู้ววว น่ากลัวง่ะ
แต่ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ ว่าเขาหายไปได้ไง
ถ้าอยู่ใกล้เบอร์มิวดา คงกลายเป็นอาถรรพ์ของเบอร์มิวดาแหงง
PS.  ไม่มีใคร "รักเรา" เท่าตัวเราเอง และไม่มีใคร "ทำร้ายเรา" เจ็บได้เท่าตัวเราเอง
Name : mykoaladucky < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mykoaladucky [ IP : 110.169.92.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ตุลาคม 2557 / 21:00
# 16 : ความคิดเห็นที่ 18319
ชอบเรื่องปริศนาพวกนี้มาก แต่สิ่งที่อยากเจอที่สุดคือแฟรี่กับเงือกมันคงทุเรียดมากสินะ=*=
PS.  มนุษย์ตั้งบอร์ดมาให้อ่าน ไม่ใช่ตั้งเพื่อให้'ด่า'
Name : peahy >_^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ peahy >_^ [ IP : 115.87.233.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 / 15:27
# 15 : ความคิดเห็นที่ 13474
 อะไรกันเนี่ยเรือแมรี่น่ากลัว มากก แต่ว่ายังเป็นปริศนาอยูอ่ะ
PS.  เคยมีรักหลายครั้ง แต่มีพี่คนเดียวที่ตัดใจไม่ได้ จริงๆนะพี่เนียร์
Name : CoMpU~Chco < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CoMpU~Chco [ IP : 124.120.7.246 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2554 / 13:12
# 14 : ความคิดเห็นที่ 11203

เรือผี!! อยากเจอ!! อิอิ


PS.  ความรักของฉันคือเธอเท่านั้น
Name : bellbuttie vampire < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bellbuttie vampire [ IP : 115.87.53.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2554 / 21:33
# 13 : ความคิดเห็นที่ 10927
แปลกดีเนอะ ก้อสนุกดีนะ แต่ก้อน่ากลัวอยู่ ^^;;
Name : magic [ IP : 61.90.79.103 ]

วันที่: 28 เมษายน 2554 / 17:52
# 12 : ความคิดเห็นที่ 10831
 โหยยยยย! น่ากลัวอ่า
หายไปแบบนี้ หรือจะเป็นเรือปีศาจเหมือนในหนัง - -
PS.  สายฝนจะผ่านไป...วันใหม่จะกลับมา ,เพราะโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมาย Get?
Name : ซอกงจู™ ;) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซอกงจู™ ;) [ IP : 223.207.172.173 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 เมษายน 2554 / 22:41
# 11 : ความคิดเห็นที่ 9954
เคยได้ยินอยู่เหมือนกันเรื่องนี้ น่ากลัวมากๆ
PS.  I'm E.L.F & WDF :: LeeYe!! จงเจริญ!! จิ้นๆๆๆ ใครไม่จิ้นฉันจิ้น(อยู่คนเดียว)! ลีดเดอร์ผู้น่ารัก!
Name : B-Blue < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B-Blue [ IP : 124.122.203.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2554 / 21:48
# 10 : ความคิดเห็นที่ 4076
เหมือนเค้าหลุดไปอีกมิติรึเปล่า
Name : kurocros < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kurocros [ IP : 118.172.101.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2553 / 22:25
# 9 : ความคิดเห็นที่ 1527

 โอ้เป็นไปได้ไงนั่น
สนุกมากเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ

Name : wing-egg < My.iD > [ IP : 124.121.67.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2552 / 11:13
# 8 : ความคิดเห็นที่ 1505

แคมมี่นี่ขยันพิมพ์เนอะ ขอบคุณคร้า >


PS.  ความรัก... มีไว้เพื่ออะไรนะ
Name : The thief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The thief [ IP : 125.24.146.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2552 / 12:12
# 7 : ความคิดเห็นที่ 1497
เรื่องนี้น่าสนใจน่าอ่านมาก ขอโหวตให้
Name : พลอยไพลิน [ IP : 112.142.48.188 ]

วันที่: 3 ตุลาคม 2552 / 13:37
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1447
ต่วยตูน(พิมพ์เองเลยนะเนี้ย)กับวีพีมีเดียครับ

-_- ข้างล่างคือเว็บที่ลงที่มา
PS.  ทำดีร้อยครั้ง ไม่เท่ากับทำชั่วครั้งเดียว(ใช่เปล่าล่ะ)
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.174.14.3 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2552 / 11:01
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1446
ไปเอาเรื่องพวกนี้มาจาไหนครับ ผมชอบอ่านอ่ะ
ผมอ่านภาษาอังกิตได้ด้วยนะ
Name : THeWhat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ THeWhat [ IP : 75.175.26.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2552 / 09:57
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1425

เง้อออ- -" มันสุดยอดมาก


PS.  สิ่งที่แม่น้ำพาไป..คือความว่างเปล่า...สุดท้ายเราก็เป็นเพียงคนรู้จักที่ไม่มีตัวตน...
Name : มาโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มาโกะ [ IP : 124.121.207.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2552 / 15:52
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1422
*0* น่าสนๆๆๆ
PS.  ยิ่งมองเท่าไรใจยิ่งสั่น~ยิ้มเธอมันทำให้ฉันละลาย ตามองตาก็เพราะใจตรงกันใจตรงกันเมื่อประสานในตาเธอมองมาก็เพราะฉันมอง เธอ เขินๆๆเมื่อสบตากัน แอบรักเธออะ!!!! อายๆๆเธอทุกข้างอยากจะบอกว่ารักได้แต่ร้องเยๆ
Name : TKDclub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TKDclub [ IP : 112.142.243.228 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2552 / 12:12
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1417
ทหารพม่าบังคับขืนใจ ด.ญ. วัย 12 ขวบ จนสลบคาที่

วันที่ 11/08/2009 เวลาประมาณ 15.00 น. ทหารพม่า 3 นาย สังกัด พัน.ร.576 เกงตอง ไปใช้กำลังบังคับขืนใจ ด.ญ.แซม อายุ 12 ขวบ บุตรสาวของ ลุงสร้อย – ป้าสร้อย ชาวบ้านในหมู่บ้านนาปุง ต.กุ๋นโม่ง อ.เกงตอง เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ ด.ญ.แซม กำลังทำถั่วเหน้าอยู่ในสวน ทหารพม่าทั้ง 3 นาย ได้เข้ามาใช้กำลังฉุดกระชาก และผลัดกันเวียน ทุบตีทำร้าย ขืนใจ ด.ญ.แซมอย่างโหดร้าย จนร่างของ ด.ญ.แซมอาบไปด้วยเลือด และหมดสติแน่นิ่งไป เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว ภายหลังก่อเหตุ ทหารพม่าทั้ง3 นายได้ออกจากสวนไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จวบจนกระทั่งเย็น ป่าสร้อยได้ออกมาตามหาบุตรสาว จึงได้พบเห็นภาพอันโหดร้าย อันเกิดจากความเลวทราม บัดซบของทหารพม่า จึงรีบพาร่างบุตรสาว ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล เหตุการณ์ครั้งนี้ ลุงสร้อย – ป้าสร้อย ไม่กล้าที่จะไปเรียกร้องหาความยุติธรรมจากที่ใด ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตนด้วยความขมขื่นใจ

Name : thaiyai [ IP : 116.54.198.96 ]

วันที่: 27 กันยายน 2552 / 22:54
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1416
จากเหตุการณ์ที่กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ก่อการร้าย โดยการใช้ไฟจุดเผาทำลายบ้านเรือน บังคับชาวบ้านย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัย บังคับขืนใจหญิงสาว และเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่ภาคกลาง – ภาคใต้ ของรัฐฉาน ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – ต้นเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 2009 นั้น สภากอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้จัดงานแถลงข่าวขึ้นในพื้ที่เขตรอยต่อชายแดนไทใหญ่ – ไทย แห่งหนึ่ง โดยทางสภากอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้เตรียมหลักฐานต่าง ๆ ไว้ยื่นถึง ASEAN และ UN โดยหวังเรียกร้องให้ ASEAN และ UN ยื่นมือเข้าช่วยแก้ไขปัญหาในเร็ววันนี้ เหตุการณ์ที่กองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ใช้ไฟจุดเผาทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัย แล้วบังคับกวาดต้อนประชาชนผู้บริสุทธิ์ ให้ไปอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ นั้น จุดชนวนความไม่พอใจให้เกิดในกลุ่มคนไทใหญ่ ทั้งที่อาศัยอยู่ในรัฐฉาน หรือสถานที่อื่นทั่วโลก ส่งผลให้พี่น้องชาวไทใหญ่ในต่างแดน พร้อมใจกันออกมาประท้วงต่อต้าน ประณามการกระทำอันป่าเถื่อนของกองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ตามแต่วิธีการของแต่ละคน เท่าที่จะเป็นไปได้ ดั่งเช่น

เมื่อวันที่ 13/08/2009 กลุ่มองค์กรชาวไทใหญ่ ที่เคลื่อนไหวทางด้านสิทธิมนุษยชน ได้รวมตัวกัน ออกแถลงการณ์ประท้วงต่อต้าน ประณามการกระทำอันต่ำช้าของกองทัพรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า
Name : konthai [ IP : 116.54.198.96 ]

วันที่: 27 กันยายน 2552 / 22:52
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android