คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 111 : เคยมียานพาหนะะที่บินได้ในสมัยโบราณจริงหรือ??


     อัพเดท 25 ก.ย. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 5,661 Overall : 2,763,243
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 111 : เคยมียานพาหนะะที่บินได้ในสมัยโบราณจริงหรือ?? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17011 , โพส : 15 , Rating : 76% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




วิมาน(
Vimana )

 

                เรื่องราวลึกลับนี้เริ่มขึ้น เมื่อจิตรกรรมและประติมากรรมในโบราณสถานหลายแห่งที่เป้นรูปแสดงถึงวัตถุประหลาดซึ่งมีลักษณะคล้ายยานบินหรือแม้กระทั้งยานอวกาศ

                เป็นไปได้ไหมว่า ในอดีตนั้นเราเคยมียานที่บินได้ โดยมนุษย์จากนอกโลกเป็นผู้นำมา และเป็นที่กำเนิดยาน UFO??

                หลักฐานชิ้นแรกในประวัติศาสตร์คือในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช(Ashoka) พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดียมีคำร่ำลือว่าพระองค์เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งแหล่งวิทยาการ “สมาคมลับของบุรุษนิรนามทั้งเก้า”(Secret Society of the Nine Unknown Men) ซึ่งปราชญ์อินเดียในสมัยนั้นต่างกระหายที่จะเรียนรู้วิทยาการเหล่านี้ แต่พระเจ้าอโศกกลับงานวิทยาการต่างๆ ของพวกเขาเป็นความลับ เพราะกลัวว่าวิทยาการเหล่านั้นถ้าเผยแพร่ไปอาจเกิดเหตุนองเลือดขึ้นได้ เพราะพระองค์เองเคยใช้วิทยาการเหล่านั้นทำสงครามมาแล้ว พระองค์จึงเน้นทำนุบำรุงศาสนาพุทธแทน

                “บุรุษนิรนามทั้งเก้า(The Nine Unknown Men) หมายถึงหนังสือเก้าเล่มที่พระเจ้าอโศกทรงนิพนธ์ขึ้นมา เล่มหนึ่งมีชื่อว่า “ความลับของแรงโน้มถ่วง(The Secrets of Gravitation) เป็นที่รู้จักกันดีในสมัยโบราณ เนื้อหาในหนังสือเป็นคนละแบบกับ “กฎของแรงโน้นถ่วงของนิวตัน” และหนังสือเก้าเล่มนี้อาจเก็บอยู่ในห้องสมุดที่ไหนสักแห่งในอินเดียหรือทิเบต(หรือแม้แต่ในอเมริกา)

                เมื่อไม่นานมาแล้ว ชาวจีนได้ค้นพบแท่งหินอักขระจารึกเป้นภาษาสันสกฤตในเมืองลาศา(Lhasa) ในทิเบต และส่งแท่นหินเหล่านี้ไปศึกษาค้นคว้าที่มหาลับชานดริการ์ ดร.รูท เรย์นา อาจารย์ประจำมหาลัยกล่าวว่า แท่งหินอักขระพวกนี้บ่งบอกถึงวิธีการสร้างยานอวกาศที่สามารถเดินทางไปมาระหว่างดวงดาวได้!!

                ส่วนวิธีการขับเคลื่อนนั้น ด็อกเตอร์เรย์นาอธิบายว่าจากอักขระว่า เป็นแรงต่อต้านโน้นถ่วง ในชื่อที่พวกเขาเรียกว่า ลากิมะ(Laghima) ซึ่งเป็นแรงที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เกิดมาจากพลังจิตของมนุษย์ โดยมีหลักการว่า แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง(Centrifugak Force) จะมีกำลังมากพอที่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของโลกได้ และจากความรู้ทางฮินดูโบราณ(Hindu Yogis)แรงหรือพลัง ลากิมะนี้สามารถยกมนุษย์ให้ลอยขึ้นฟ้าได้

                ดร.เรย์ยังอธิบายอีกว่าสำหรับตัวเครื่องจักรหรือยานพาหนะนี้พวกเขาเรียกว่า “แอสทรา(Astras)” ซึ่งเป็นยานที่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของโลกและมีหลักฐานที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีชนิดนี้ว่ามีใช้กันในอินเดียสมัยโบราณหรือในสมัยที่ยังมีอาณาจักรของพระรามอยู่ อาณาจักรของพระรามอยู่ อาณาจักรนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอินเดียและปากีสถาน ได้ก่อตั้งมานาน 15,000 ปีแล้วในทวีปอินเดียซึ่งตอนนั้นยังแยกออกมาจากทวีปเอเซียอยู่และดำรงมาควบคู่กับอาณาจักรแอตแลนติสที่อยู่กลางมหาสมุทรแอนแลนติกมาก่อน

                อาณาจักรพระรามปกครองโดย “สังฆราชาผู้สำเร็จ”(Enlightened Priest-Kings) เรียกชื่อเมืองหลวงทั้งเจ็ดเมืองว่า เมืองฤษีทั้งเจ็ด(The Seven Risni Cities)

                ตามหลักฐานของชาวอินเดียโบราณ ผู้คนในสมัยนั้นใช้ยวดยานพาหนะที่สามารถบินได้ชื่อ วิมาน(Vimanas)

                
                แท่งอักขระได้บรรยายรูปร่างลักษณะของยานวิมานว่า

                “มันเป็นยานที่มีสองชั้น รูปร่างค่อนข้างกลม มีท่อไอเสียอยู่ด้านล่าง และในห้องผู้โดยสารด้านบนมีรูปร่างคล้ายโดม”

                จากข้อความดังกล่าว ทำให้เราจิตนาการว่ามันคือจากบินหรือเปล่านี่!!

                ยานวิมานบินด้วย “ความเร็วที่ยิ่งกว่าสายลม(Speed of The Wind)และมีเสียงที่ดังมาก ยานนี้มีรูปร่างที่ต่างๆ กันถึงสี่แบบ มีรูปร่างคล้ายกับจานบินบ้าง หรือไม่ก็มีรูปร่างคล้ายกระบอกยาวๆ บ้าง (หรือมีรูปร่างคล้ายซิการ์ดังเช่น UFO)

                ชาวอินเดียโบราณผลิตยานเหล่านี้ด้วยตัวพวกเขาเอง และพวกเขาได้เขียนวิธีควบคุมยานบินทั้งสี่แบบเหล่านี้ไว้ซะด้วย!!

                ในปี ค.ศ.1875 มีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับยานชนิดนี้ในวัดแห่งหนึ่งในอินเดีย เป็นหลักฐานที่มีอายุออยู่ในช่วงศตวรรษที่สี่ก่อนคริสต์ศักราช ในหลักฐานนั้นบ่บอกถึงวิธีการควบคุมยานวิมาน รวมถึงการบังคับเลี้ยว การระมัดระวังในการเดินทาง การป้องกันยานจากพายุและสายฟ้า และยังบอกวิธีการขับเคลื่อนโดยการใช้แสงอาทิตย์ที่คล้ายๆ กับ “แรงต่อต้านแรงโน้นถ่วง”

                นอกจากนี้ หลักฐานชิ้นนี้ยังบอกวิธีการสร้างยานวิมานอย่างละเอียดถึงชิ้นส่วนของยาน 31 ชิ้น และวัสดุที่ใช้สร้างอีก 16 อย่าง ซึ่งวัสดุพวกนี้มีคุณสมบัติที่ดูดซับแสงและความร้อนได้ และนี่คงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างยานที่สามารถขับเคลื่อนไปบนฟ้าได้

                เป็นไปได้ว่ายานวิมานจะต้องใช้พลังบางอย่างที่สามารถต่อต้านแรงโนถ่วงได้อย่างแน่นอน มันออกตัวในแนวดิ่งจากพื้นดิน และยังสามารถลอยอยู่บนฟ้าได้ราวกับเฮลิคอปเตอร์หรือยานบินในสมัยนี้ซะอีก

                ในด้านพลังงานที่ใช้ขับเคลื่อนนั้นหลักฐานกล่าวไว้ว่า ยานวิมานใช้ของเหลวสีขาวอมเหลือง(Yellowish white liguid)เป็นสารประกอบที่คล้ายกัยปรอท ดูเหมือนว่าบางทีของเหลวสีขาวอมเหลืองนี้อาจเป็นสารที่คล้ายๆ กับน้ำมันเชื้อเพลิงและใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือเครื่องยนต์ไอพ่นก็ได้

                นอกเหนือจากหลักฐานแท่งอักขระแล้ว ก็ยังมีเนื้อเรื่องบางส่วนในมหากาพย์มหาภารตะกับรามายณะที่บรรยายลักษณะของยานวิมานว่ามีรูปร่างเป็นทรงกลมและขับเคลื่อนไปด้วยความเร็วยิ่งกว่าสายลมโดยใช้ปรอทเป็นตัวขับเคลื่อน การขับเคลื่อนคล้ายกับ UFO ไม่มีผิด เพราะสามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง ถอยหลังหรือเดินเท้าได้ตามที่นักบินต้องการ และระบุว่ายานวิมานเป็นเครื่องจักรกลที่ทำด้วยเหล็ก เชื่อมติดกันอย่างดีและเรียบร้อยสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยใช้ปรอทพ่นออกมาจากข้างหลังของตัวยานในรูปแบบของเปลวไฟคำราม(Roaring Flame)

                
               นักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียตได้ค้นพบสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “เครื่องมือในยุคโบราณที่ใช้ระบบนำร่องของยาน” ในถ้ำแห่งหนึ่งของประเทศตุรกีและในทะเลทรายโกบี มันเป็น “อุปกรร์” ที่เป้นรูปทรงครึ่งวงกลมที่ทำมาจากแก้วเหมือนถ้วบชาม โดยส่วนปลายสุดจะเรียวเล็กลงเป้นรูปกรวยและมีสารปรอทอยู่ภายในด้วย หลักฐานบ่ชี้ว่าชาวอินเดียในสมัยโบราณเคยใช้พาหนะนี้บินผ่านทั่วเอเชียมาแล้ว และอาจจะเคยบินผ่านทวีปแอตแลนตีสมาแล้วด้วย

                นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงรถศึกเพลิงกัลป์(Fiery Charot)ไว้ในมหากาพย์มหาภารตยุทธว่า “ภีมะขับรถของเขาบินสู่ฟากฟ้า ลุกสว่างราวกับแสงอาทิตย์ เสียงดังราวกับฟ้าผ่า ราชรถที่อยู่บนฟ้า ลุกสว่างราวกับเปลวเพลิงที่ส่องสว่างฟากฟ้ายาวค่ำคืนของฤดูร้อน มันบินโฉบไปราวกับผีพุ่งใต้ ราวกับมีพระอาทิตย์สองดวงกำลังส่องแสงอยู่กระนั้น และสวรรค์ทั่วทั้งชั้นฟ้าก็สว่างขึ้นบัดดล”

                
               คัมภีร์พระเวท(
Vedas)หลักฐานทางฮนดูโบราณที่เก่าแก่ที่สุดก็คือกล่าวถึงยานวิมานว่า “อนิโหตระวิมาน(Ahnihotra-Vinana)เป็นยานที่มีสองเครื่องยนต์, วิมานรูปช้าง(Elephant VimanaX,มีเครื่องยนต์มากกว่านั้น และระบุชื่อยานวิมานรูปแบบอื่นๆ ที่ตั้งชื่อเป็นสัตว์ต่างๆ

                ชาวแอตแลนติสเคยใช้ยานบินที่เรียกว่า “ไวลิกซี(Vaillxl)” มีรูปร่างคล้ายกับเครื่องบินในสมัยนี้ หลักฐานของอินเดียว่าคนทวีปนี้ต้องการจะใช้ยานของเขาเพื่อครอบครองโลก(ติดตามได้ในเมื่อนาซีค้นหาแอตแลนตีส)

                ยานของแอตแลนตีสเรียกว่า “อัศวิน(Asvins)และยังบอกว่าชาวแอตแลนตีสมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าของอินเดียและยังเป็นที่ชื่นชอบการทำสงครามด้วย แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกถึงยานบินวืมานก็ตาม แต่ก็มีข้อมูลบางอย่างอยู่บ้าง เช่นว่า รูปร่างคล้ายซิการ์และสามารถแทรกตัวลงใต้น้ำได้ดีพอๆ กับการบินผ่านชั้นบรรยากาศหรือนอกโลก

                เอกลัล เกศนะ ผู้แต่งหนังสือชื่อ The Ultimate Frontier พิมพ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1966 กล่าวว่าวิมานสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ 20000ปีก่อน ในทวีปแอตแลนติส และส่วนใหญ่มีรูปร่างคล้ายๆ จานแบนๆ ภาคตัวยานตัดขวางรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีเครื่องยนต์รูปครึ่งวงกลมสามตัวติดตั้งอยู่ส่วนล่างของยาน...พวกเขาใช้อุปกรณ์ต่อต้านแรงโน้นถ่วงที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ที่มีกำลังประมาณ 30,000แรงม้า

                บางตอนในมหากาพย์รามายณะกับมหาภารตะก็เคยกล่าวถึงสงครามมหาประลัย ครั้งนั้นว่า

                “อาวุธที่เคลื่อนที่เป็นวิถีโค้งปลดปล่อยพลังของเอกภพมาอย่างมหาศาล เปลวเพลิงและควันที่ลุกโซติช่วงราวกับมีพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่นับพันดวง...พายุสายฟ้ากัมปนาท ผู้ส่งสารแห่งความตาย ที่นำมาซึ่งขี้เถ้า เผ่าพันธุ์ทั้งปวง........ซากศพกลับถูกเผาไหม้ จนจำหน้าตาไม่ได้ ผมและเล็บก็หลุดร่วงออกมาเครื่องดินเผาต่างๆ กลับแจกหักโดยไม่รู้สาเหตุ และนกก็เปลี่ยนเป็นสีขาว.........หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงอาหารทั้งหมดก็เป็นพิษ เพื่อที่จะหนีออกมาจากไฟบรรลัยกัลป์นี้ ชะล้างตัวพวกเขาและเครื่องไม้เครื่องมือของพวกเขาด้วย

                นี้เขาบรรยายมหาภารตะหรือบรรยายเรื่องมหาสงครามนิวเคลียร์นี้!!

                และดูเหมือนว่ามหากาพย์มหาภารตะจะเป็นเรื่องจริงซะด้วย เพราะว่ามีการค้นพบอุโมงค์ในซากโบราณสถานในเมืองโมเฮ็นโจดาโร เมื่อศตวรรษที่แล้ว พวกเขาพบโครงกระดูกหลายศาก บางโครงนอนกุมมืดอยู่บนหน้าอกด้วยความกลัว ราวกับมีหายนะครั้งใหญ่ นอกจากนี้เขายังพบสารกัมมันตรังรังสีค้างอยู่ในตัวด้วย

                เมื่ออาณาจักรแอตแลนตีสกับรามาล่มสลายด้วยอาวุธนิวเคลียร์หรืออะไรก็เถอะ โลกก็เริ่มเข้าสู่ยุคหิน และประวัติศาสตร์สมัยใหม่ก็ดำเนินต่อไปอีกนับพันปี แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวของจานบินวิมานยุคโบราณจะไม่สูญหายไปไหน เพราะมันปรากฏอีกทีก็บันทึกของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์บุกโจมตีอินเดียเมื่อสองพันปีก่อน มีบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งกองทัพของพระองค์ถูกโจมตีโดยโล่บินได้ที่ทำให้รถศึกและกองทัพของพระองค์ต้องหวั่นเกรงไปตามกัน

                ว่ากันว่า สมาคมลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ภราดรภาพ(Brotherhoods) ได้เก็บยานวิมานกับยานไวลิกซี่ไว้ในถ้ำลึกลับที่ไหนสักแห่งในทิเบตหรือเจกลางเอเซียรวมทั้งทะเลทรายลอปนอร์(Lop Nor Desert) ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของจีน ที่มีคนกล่าวขวัญกันมากที่สุดว่าเป็นศูนย์กลางของลึกลับ UFO

                
               ในช่วงปี ค.ศ.1930 พรรคนาซีของฮิตเลอร์เคยส่งนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีไปยังอินเดียเพื่อเก็บเรื่องราวลึกลับและวิทยาการในสมัยโบราณที่พวกเขาเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง พวกเขาเชื่อว่าอารยธรรมในอดีตนั้นมียานบินต่างๆ และรวมไปถึงอาวุธทำลายล้างที่พวกเขาเคยใช้ในอดีต

                นักโบราณคดีเยอรมันได้ถอดความสันสกฤตโบราณและอักขระโบราณเหล่านี้ว่ามีการบรรยายถึงเหตุการณ์ที่มียานบินผ่านอยู่บนฟ้า โดยมีผู้สังเกตการณ์อยู่ในทวีปอเมริกาใต้, อาฟริกา, แถบแปซิฟิก และอื่นๆ เกือบทั่วโลก และเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ยังคงได้ศึกษาวิจัยต่อจากประเทศอเมริกาและโซเวียตให้การสนับสนุน

                นอกจากนี้ยังมีทีมงานของจีนก็เคยทำการสืบค้นอักขระภาษาสันสกฤตทั้งในทิเบตและอินเดียเหมือนกัน และทางจีนเคยยืนยันแล้วว่าข้อมูลจากแหล่งโบราณเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ในโครงการสำรวจอวกาศของพวกเขา

                ทางด้านอเมริกาเองก็เคยทำการสืบสวนในเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ.1947 เหมือนกัน แต่น่าเสียหลักฐานต่างๆถูกทำลายจนหมดสิ้น เช่นห้องสมุดอเล็กซานเดรีย(The Great Lirary of Alexandria)ที่ถูกทำลายเพราะกองทัพโรมัน และทำให้หลักฐานต่างๆ ถูกเผาทำลายจนหมด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นกุญแจไขความลับเรื่องยานบินยุคโบราณให้เราทราบได้

 

                ปิดท้ายด้วย OOPARTS ที่เกี่ยวข้องกับยานบินยุคโบราณนะครับ

               

                
               คานติดเพดานอายุกว่า 3000 ปี ในวิหาร
อาบิดอส โบราณทางใต้ของไคโร ของอียิปต์ บริเวณที่ราบสูงกิซา มีภาพประติมากรรมยานลึกลับปรากฏอยู่

               

               
                 
และนี้ก็อีกตัวอย่างหนึ่ง พบในเม็กซิโก

              

                ภาพจากตำนานของชาวสุเมเรี่ยน/บาบิโลเนียน เทพเจ้าพร้อมกับยานของพระองค์

               

                อันนี้เป็นศิลปะเม็กซิกันโบราณ เป็นภาพยานพาหนะของเทพเจ้าครับ

             
                ถูกค้นพบเมื่อปี 1898 ในสุสานใกล้กับเมืองกีซาซึ่งถูกประมาณการว่าสร้างเมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล (บางเอกสารจะกล่าวว่า 2000 ปี แต่ที่จริงแล้ว 200 ปีนี่แหละค่ะ) ความยาวตลอดตัวประมาณ 14 เซนติเมตร ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธพันธ์กรุงไคโรค่ะ

               
                
ในครั้งแรกนักโบราณคดีลงความเห็นว่าเป็นเพียงงานฝีมือธรรมดาจึงถูกเก็บไว้ในห้องใต้ดินและไม่ได้รับความสนใจนัก หากภายหลังมีผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การบินชี้ว่าทรวดทรงและองศาของปีกตรงตามหลักการทำปีกเครื่องบิน และยังมีผู้กล่าวด้วยว่าเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด (ในเวลานั้น) ซึ่งดีไซน์โดยนาซ่ามีความคล้ายคลึงกับโมเดลดังกล่าวนี้มาก

               เอาล่ะ รู้สึกว่าอียิปต์โบราณมีเครื่องบินกันขึ้นมาจริงๆรึยัง เวลาไปดูตามหนังสือหรือเว็บต่างๆ เขามักจะชอบลงรูปแถวๆนี้แหละค่ะ โปรดสังเกตว่าต้องเป็นรูปจากมุมด้านหลังเสียส่วนใหญ่ ทำไมหรือ? เพราะถ้าลงรูปนี้ ความก็แตกสิ

              

                ดูยังไงก็นก (มีตา + จงอยปาก)

                กล่าวกันว่า ในตอนแรกโมเดลนี้ถูกนำมาโชว์ในตู้กระจกและมีผู้เข้าชมเป็นแถวยาวล้นหลาม หากไม่นานนักคนก็ห่างหายไปจนถูกเก็บลงจากตู้โชว์ในที่สุด


 

จากต่วนตูน

และ http://www.mythland.org/v2/viewthread.php?tid=75

http://www.mythland.org/v2/thread-30-1-1.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 111 : เคยมียานพาหนะะที่บินได้ในสมัยโบราณจริงหรือ?? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 17011 , โพส : 15 , Rating : 76% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 15 : ความคิดเห็นที่ 21167
ตอนนี้ที่อเมริกา ส่งคนไปอัฟนิสถาน ไปค้นพบถ้ำที่มีซากชิ้นส่วนยานวิมาน ในอดีต ที่เป็นเทคโนโลยีที่สูงกว่าในปัจจุบัน เพราะปัจจุบัน ยานบินสามารถบินได้แค่ทิศด้านหน้าเท่านั้น แต่วิมานสามารถบินได้ทุกทิศทาง โดยอาศัยแรงต้านแรงโน้มถ่วง ที่ยังไม่ทุกค้นพบในปัจจุบัน

แม้แต่ชาวอเมริกันบางคนยังเชื่อว่าเหตุการณ์ 9/11 เป็นเหตุการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหาข้ออ้างเข้าไปอัฟกานิสถาน เพราะเชื่อว่าถ้าสามารถค้นหาความลับแรงต้านแรงโน้มถ่วง และ การสร้างวิมาน จะเป็นผู้กุมอำนาจของโลกในยุคต่อไป

แล้วแต่ความเชื่อนะ
Name : godog [ IP : 171.96.244.203 ]

วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 / 10:49
# 14 : ความคิดเห็นที่ 18208
เสียดายเทคโนโลยี
Name : phichuda < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ phichuda [ IP : 110.49.235.185 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 เมษายน 2556 / 19:26
# 13 : ความคิดเห็นที่ 17447
นายช่างสร้างวิมานลอยในอากาศ
สร้างนกครุฑด้วยไม่แห้งไม่มีแก่น
เพื่อหนีการถูกฆ่า
โดยให้ครอบครัวนั้งในท้องนกครุฑที่สร้างด้วยไม้
เดินทางทางอากาศ จากยอดยานวิมานลงสู่หุบเขาหิมาลัย
อยู่ในธัมมปฐกถาเล่ม7 หน้า 139
Name : thapon [ IP : 115.67.195.69 ]

วันที่: 23 ธันวาคม 2555 / 16:57
# 12 : ความคิดเห็นที่ 17446
เครื่องบิน ยานวิมาน นกครุฑ มีมานานแล้ว ปรากฏในพระไตรปิฎกด้วยนะ
Name : thapon [ IP : 115.67.195.69 ]

วันที่: 23 ธันวาคม 2555 / 16:52
# 11 : ความคิดเห็นที่ 10575
รูปทองหล่อรูปเครื่องบินที่พบในเม็กซิโกรู้สึกว่าที่จริงมันตั้งใจจะทำเป็นปลา -*- (ไปทำอีท่าไหนให้กลายเป็นเครื่องบินได้เนี่ย?)
Name : zaab เกินร้อย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ zaab เกินร้อย [ IP : 124.120.72.83 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2554 / 08:40
# 10 : ความคิดเห็นที่ 4893

ยิ่งอ่านยิ่งอยากรู้มากขึ้น

ชอบอะๆๆๆ

เหอๆๆๆ

ขอบคุณนะ


PS.  ความพยายามครั้งที่100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
Name : [翔]MG_DAVE(Kakeru) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [翔]MG_DAVE(Kakeru) [ IP : 119.42.117.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 / 21:38
# 9 : ความคิดเห็นที่ 2916
รู้สึกว่า...ตอนนี้ อาฟกานิสถาน กำลังใช้ยานนี้กับทหารอเมริกันในสงครามช่วงนี้.....
ทหารของเมกาตายด้วยลักษณะแปลก ๆ ต่อสู้กับยานแปลก ๆ อาวุธของพวกนั้นก็เหมิอนยิงด้วยแสงเลเซอร์ด้วย...
ตอนนี้กำลังค้นหาว่า...." กำลังต่อสู้กับอะไร " นี่จะแพ้อาวุธสงครามรามายณะ ซะ ก็ไม่รู้.
Name : คนไกลบ้าน [ IP : 66.75.101.44 ]

วันที่: 22 เมษายน 2553 / 17:59
# 8 : ความคิดเห็นที่ 1634
ชอบทุกเรื่องของคุณอ่ะคับ
Name : nat_the_spy [ IP : 124.122.148.158 ]

วันที่: 23 ตุลาคม 2552 / 01:12
# 7 : ความคิดเห็นที่ 1504

Wow ว้าว O.O


PS.  ความรัก... มีไว้เพื่ออะไรนะ
Name : The thief < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The thief [ IP : 125.24.146.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 ตุลาคม 2552 / 12:10
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1464
ยังกะเอเลียนปะทะพรีเดเตอร์ ใครเคยดูคงรู้อ่ะ ว่าเหมือนกันยังไง


PS.  ฉันมันทำตามใจไปวันๆ เดี๋ยวผีเข้าผีออก นอกนั้นบ้าเกมกับตำนานเก่าแก่(เหมือนใบหน้า)--หมายเหตุ หนูเปลี่ยนนามแฝงเว็บบอร์ดกับนามปากกาแล้วค่ะ-_-Y(aristeaus)
Name : Rena < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rena [ IP : 58.8.237.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 ตุลาคม 2552 / 14:58
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1432
นี่แหละ วัฏจักรของมนุษย์ อุบัติ แล้วก็วิบัติ
OOPARTS ทั้งหลายก็คือหลักฐานว่าเคยมีความรุ่งเรืองในอดีตหลายแสนปีมาแล้ว
Name : Sigma [ IP : 118.174.25.192 ]

วันที่: 28 กันยายน 2552 / 19:05
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1401
แนว จัง     
Name : Mr.เห็๑Xoม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mr.เห็๑Xoม [ IP : 124.157.246.194 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กันยายน 2552 / 13:22
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1400
ถ้ามีจริงๆ

แล้วเทคโนโลยีนั้นหายไปไหนหมดเนาะ

เสียดายจัง

แต่ถ้าสมัยนี้มีจริงๆ

สงครามคงจาเกิดขึ้นตลอดเวลาแน่นอน

เทคโนโลยีมันมีทั้งดีและไม่ดี

เฮ้อ........

อยากไปดาวอังคารจัง
Name : ความรักของผม < My.iD > [ IP : 117.47.138.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 กันยายน 2552 / 01:36
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1398
ในบทความพระเจ้าจากอวกาศไงละ
PS.  ทำดีร้อยครั้ง ไม่เท่ากับทำชั่วครั้งเดียว(ใช่เปล่าล่ะ)
Name : cammy < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cammy [ IP : 118.174.6.104 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2552 / 23:13
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1397
ดีครับพี่แคมมี่ ไม่ได้มาโพสความเห็นนานเลย แต่ดูทุกวันนะครับ

นิดนึง
-----------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องนี้ผมก็เคยอ่านเจอครับ Vimanas อ่านว่า วิมานะ หรือเปล่าครับ
เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนนา
-----------------------------------------------------------------------------------------
PS.   คุยกันได้เป็นกันเอง
Name : tee2539 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tee2539 [ IP : 114.128.161.32 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กันยายน 2552 / 22:57
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android