คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 101 : 5 อันดับสัตว์ลึกลับที่สุดพิลึก(ที่สุดแสนน่ากลัว)


     อัพเดท 30 ส.ค. 52
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,207 Overall : 2,739,092
22,175 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7172 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 101 : 5 อันดับสัตว์ลึกลับที่สุดพิลึก(ที่สุดแสนน่ากลัว) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 28338 , โพส : 25 , Rating : 80% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด





5 อันดับสัตว์ลึกลับที่สุดพิลึก

 

                คำว่าสัตว์เร้นลับวิทยานี้ถอดมาจาก Cryptozoology ในภาษาอังกฤษมาจาก Crypto แปลว่าคุยหะ หลบซ่อน หรือไม่เปิดเผย กับคำว่า zoology คือสัตว์วิทยา และเมื่อเราเอาสองคำมารวมกันก็หมายถึง การศึกษาค้นคว้าสัตว์ที่หลบซ่อนอยู่ ที่ยังไม่ได้เผยตัวออกมาให้วงการวิทยาศาสตร์รู้จัก

                ความจริงแล้วคำว่า Cryptozoologyยังเป็นคำค่อนข้างใหม่ ที่เพิ่งบัญญัติกันไม่นานมานี้เอง ซึ่งเราอาจไม่พบคำศัพท์นี้จากดิกชันนารีอังกฤษบางเล่มนะครับ ไม่เชื่อก็หาดูก็ได้

                สัตว์ลึกลับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสัตว์ในตำนานนะครับ อยากให้เข้าใจกันใหม่ พวกไฮดรา กรีฟฟิน มังกร คิไมร่า ฯลฯ นี้ตัดไปเลย เพราะคำว่าสัตว์ลึกลับคือสัตว์ที่วงการวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จัก หมายถึงเป็นสัตว์พื้นเมืองที่คนในท้องถิ่นรู้จักกันดี และพูดถึง แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่รู้จักตัวตนจริงๆ เข้าใจกันว่ามันอาจเป็นแค่ตำนานในท้องถิ่น ทั้งๆ ที่มีหลักฐาน เช่น รอยเท้า เหยื่อที่มันฆ่า เส้นขน เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึง สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับปรากฏตัวอีกครั้ง หรือพบเห็นสัตว์ที่ไม่น่าเชื่อว่าในท้องถิ่นจะมีการพบเห็นสัตว์ชนิดนั้น เป็นต้น

                นอกจากนี้การวิเคราะห์สัตว์ในตำนานว่า สัตว์ตัวไหนมีอยู่จริง หรือพัฒนามาจากสัตว์ที่มีตัวตนจริง แต่ถูกเปลี่ยนรูปร่างไปเพราะถูกเล่าปากต่อปากมาจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เช่น กรีฟฟิน ก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของนักวิทยาศาสตร์สายนี้เช่นกันครับ

                ขอบอกอีกทีนะครับว่าสัตว์ลึกลับไม่ใช้หมายถึง ยังไม่พบแล้วไม่มีใครรู้จัก(อันนี้สัตว์ในตำนาน) พบแล้วจึงรู้จัก(อันนี้สัตว์วิทยา)

                เชื่อหรือไม่ว่าสัตว์ลึกลับวิทยานี้เป็นวิชาหนึ่งสาขาหนึ่งที่เรียนจนถึงปัจจุบัน วิชานี้ไม่ได้มั่วนะ ความจริงแล้วเรื่องของสัตว์เร้นลับนี้มีผู้สนใจศึกษามานานแล้ว แต่เพิ่มมาใช้เป็นระบบโดย ดร.แบร์นาร์ด อูเวลมงส์ (Dr. Bernard Hernard Heuvelmans) นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยี่ยม และได้เขียนหนังสือไว้สองเล่มคือ

                In the Wake of Seaserpents

                On the track of Unknown Animals

                โดยหนังสือสองเล่มนี้ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ และถือว่าเป็นหนังสือคลาสสิก ส่งผลให้ดร. อูเวลมงส์ได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งวิชาสัตว์ลึกลับวิทยาเลยที่เดียว

                This is a description of the image.
               ปัจจุบันมีหลายประเทศมีผู้สนใจเรื่องสัตว์เร้นลับจำนวนมาก และได้มีการจัดตั้งสมาคมเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสัตว์เร้นลับขึ้น อย่างเช่น สมาคมสัตว์ลึกลับวิทยานานาชาติ (International society of Cryptozoology เรียกย่อว่า ISC) มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองทัคซัน อริซ่า สหรัฐอเมริกา จัดตั้งในปี 1982 โดยทุกปีสมาคมจัดการประชุมใหญ่เพื่อให้สมาชิกแลกเปลี่ยนความรู้และยังมีการจัดส่งคณะออกสำรวจค้นหาสัตว์เร้นลับจากทั่วโลกเป็นประจำ

                แต่ปัญหาในการค้นพบสัตว์ลึกลับก็คือในขณะที่คนธรรมดาเห็นสัตว์เร้นลับชนิดนั้นเป็นประจำ แต่ทว่านักสัตว์เร้นลับวิทยากลับไม่พบตัวมันเป็นๆ สักครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ กรีนเวลล์ เลขาธิการของไอเอสซีเคยกล่าวไว้ว่า

                ตราบใดที่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีสัตว์เร้นลับอยู่โดยวงการวิทยาศาสตร์ไม่รู้ มันจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะประเมินหลักฐานพวกนั้นอย่างใจเย็น อย่างมีเป้าหมายแน่ชัด ไม่ใช้กวาดมันเข้าใต้พรมไป แม้ผลที่ออกมาจะไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ก็ตาม

                อย่าพึ่งดูถูกกับศาสตร์สาขานี้นะครับ หลายคนคงคิดว่ามันหลอกเด็ก เพราะศาสตร์สาขานี้มีผลงานของสัตว์วิทยาที่ตามล่าสัตว์ลึกลับจนตามตัวให้เห็นเป็นรูปธรรมจนโลกได้รับรู้ก็มีให้เห็นเหมือนกัน เช่น

                จระเข้พันธุ์สยามที่คาดว่าสูญพันธุ์แต่ค้นพบในชนบทห่างไกลของกัมพูชา(แต่พี่ไทยจับทำกระเป๋าหมด) รวมตัวเสาลา เก้งยักษ์พันธุ์ใหม่ ที่พบที่เวียดนาม ที่คนพื้นบ้านเล่าว่าเป็นสัตว์ในตำนานท้องถิ่น

        และที่น่าทึ่งที่สุด

                ปลาซีลาคานน์ ปลาดึกดำบรรพ์ที่พบเป็นฟอสซิลที่คาดว่าสูญพันธุ์เมื่อ 70 ล้านปีก่อน แต่ค้นพบ ตามรอยว่ามันยังอยู่สุขสบายดีแถวมาดากาสก้าเมื่อปี พ.ศ. 2481 และประเทศอินโดนีเซียเร็วๆ นี้ และผลจากการค้นหาปลาซีลาคานน์ก็ทำให้มีการค้นพบสัตว์พันธุ์ใหม่ที่หมู่เกาะอินโดนีเซียที่ไม่มีใครไปถึงอีกตามมาอีกมากมาย

             โลกนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกนับไม่ถ้วนสปีชี่ส์ที่รอให้เราค้นพบอยู่มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีขนาดใหญ่โตเหมือนไดโนเสาร์เสมอไป ตัวหนอน ดักแด้สัตว์ใต้ทะเลลึก ยังคงรอคอยการค้นพบและตั้งชื่อของมันอยู่ อันที่จริงแล้วนะครับสัตว์เล็กๆและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใหม่ๆได้ถุกค้นพบทุกๆปีและในบางครั้งสัตว์บางชนิดที่เราคิดว่ามันสูญพันธุ์ไปแล้วก็ยังถูกค้นพบอีกแม้ว่าการค้นพบเหล่านี้จะไม่ใช่งานชิ้นเอกแต่ว่าก็ทำให้วงการวิทยาศาสตร์เข้าใจการวิวัฒน์ของสัตว์บางสปีชี่ส์ได้ดีขึ้นและแน่นอนครับ บางทีมันอาจจะเป็นกุญแจนำเราไปสู่สิ่งที่ต้องการหานั่นก็คือสัตว์ลึกลับ นั้นเอง

 

                อันดับ 5 โกทแมน(Goatman)

               

                โกทแมนหรือมนุษย์แพะ สิ่งมีชีวิตลึกลับที่น้อยคนนักจะรู้จัก คนส่วนใหญ่มักจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่คอเรื่องลึกลับสากล โกทแมนเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างมนุษย์กับแพะลึกลับที่โด่งดังมากในเขตเมือง Prince George รัฐแมรีแลนด์ การพบเห็นครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นในปี 1957 ทางตอนบนของเมือง Marlboro และเมือง Forestville

                รูปพรรณสันฐานที่พบผู้พบเห็นบรรยาย ท่อนล่างของร่างกายขาและเท้ามีกีบเหมือนแพะ ท่อนบนของร่างกายเป็นมนุษย์ ศีรษะมีเขาแพะ ผิวหนังบนร่างกายปกคลุมไปด้วยขน สูงประมาณสองเมตร หนักกว่า 130 กิโลกรัม รูปพรรณสันฐานที่กล่าวมาอาจฟังดูคล้ายกับสิ่งมีชวิตในเทพนิยายตัวหนึ่ง

                จากรายงานของบุคคลที่พบเห็นกล่าวว่าโกทแมนมีเสียงร้องแหลม และการตายของสัตว์เลี้ยงมักถูกเชื่อมโยงเข้ากับการปรากฏตัวของโกทแมน มีผู้พบเห็นศพของสัตว์ที่ตายอย่างโหดเหี้ยมบ่อยครั้งในเขตพื้นที่ที่พบเห็นโกทแมน ครึ่งหนึ่งของศพสัตว์ที่ตายถูกนำไป คาดว่าโกทแมนน่าจะฆ่าสัตว์เหล่านี้เพื่อนำไปเป็นอาหาร  มีเหตุการณ์หนึ่งในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริการายงานว่า มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งถูกเจ้าโกทแมนวิ่งไล่และเขวี้ยงซากยางรถยนต์เข้าใส่    และมีเหตุการณ์การใช้อาวุธที่เกิดขึ้นในรัฐแมรีแลนด์ที่เจ้าโกทแมนไปอาละวาดเอาขวานจามรถยนต์หลายคันในเวลาไร่เรี่ยกันและมักทำร้ายสัตว์เลี้ยงของผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น
                แสดงว่าเจ้าโกทแมนนั้นมีสมอง??

                หลายคนเชื่อว่าโกทแมนน่าจะเป็นญาติห่างๆกับบิ๊กฟุต หรือมีความได้โกทแมนเกิดขึ้นจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในการตัดต่อพันธุกรรมของคนและแพะเข้าด้วยกันโดยศูนย์ค้นคว้าและวิจัย beltsville แห่งเมือง prince george อันเป็นแหล่งกำเนิดของตำนานโกทแมน แต่อย่างไรก็ตาม ตามแบบฉบับสิ่งมีชีวิตลึกลับมักจะไม่ค่อยให้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือซึ่งแสดงถึงการมีตัวตนอยู่จริงของมัน

 

อันดับ 4 ปีศาจโดเวอร์ (Dover Demon)

 

(คลิป http://www.youtube.com/watch?v=YuUXMvQ3rM4)

เขาเรียกกันว่า ปีศาจโดเวอร์ (Dover Demon) เพราะมีผู้พบเห็นที่เมืองโดเวอร์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอับ 2 รองจากบอสตัน ใน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา แต่พบเจอแค่ครั้งเดียวนะ ในปี พ.ศ. 2520 หรือ ค.ศ. 1977  พบครั้งแรกเมื่อเดือน 22 เมษายน ค.ศ. 1977

บิลส์ บาร์ทเล็ทท์, ไมค์ แมซซอคคา และแอนดี้ บรอดี วัยรุ่นอายุราว 17 ปี กำลังขับรถไปทางเหนือของฟาร์มสตรีท ในขณะที่ขับรถอยู่ บาร์ทเล็ทท์ซึ่งเป็นคนขับรถก็ได้เห็นสิ่งประหลาดสิ่งหนึ่งกำลังปีนไปตามกำแพงเตี้ยๆ ทางด้านซ้ายของถนน

ครั้งแรกที่เห็นบาร์ทเล็ทท์คิดว่าอาจเป็นสุนัขหรือไม่ก็แมว จนกระทั้งไฟหน้ารถได้ฉายตกกระทบกับร่างลึกลับอย่างจัง สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นก่อนในชีวิต

ร่างนั้นมันค่อยๆ หมุนศีรษะของมันอย่างช้าๆ และจ้องมองมายังแสงไฟของรถ ตากลมของมันสองประกายราวกับแก้วใส เหมือนหินอ่อนสีส้ม 2 ลูก หัวของมันตั้งอยู่บนคอเล็กๆ มีลักษณะคล้ายแตงโม มองดูแล้วผิดส่วน กล่าวคือแขนและขายาวและผอมเรียว แต่มือและเท้าใหญ่ ผิวไม่มีขนและมีสีลูกพีช และหยาบเหมือนกระดาษทราย

ร่างนั้นมันสูงไม่เกิน 4 ฟุต มีลักษณะคล้ายเด็กทารกที่มีแขนและขายาว มันน่าประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวมาก มันเดินไม่รู้จุดมุ่งหมาย มันเดินไปตามกำแพงโดยใช้นิ้วมืออันยาวของมันไต่ตามก้อนหิน…………….”

บาร์ทเล็ทท์เห็นร่างนั้นไม่กี่วินาทีเท่านั้นเองเพราะขณะเขาขับรถด้วยความเร็วสูงและอยู่ในทางโค้ง และเมื่อกลับที่เกิดเหตุร่างลึกลับดังกล่าวก็หายไปแล้ว

และเมื่อทั้งสามกลับมาที่พักบาร์ทเล็ทท์ก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังพร้อมกับวาดภาพปริศนาคลาสลิกให้เพื่อนดู แต่กระนั้น....จนปัจจุบัน ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า เจ้าปีศาจโดเวอร์ ตัวนี้มาจากไหน มาได้ยังไง และมีจุดประสงค์อะไร ? ก็ยังคงเป็นปริศนาที่เล่าขานกันในท้องถิ่นต่อไป แต่บางคนเขาก็เชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องแหกตา เพราะก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ มายืนยันสิ่งที่เด็ก ๆ กลุ่มนี้เจอ และก็ไม่มีรายงานการพบเจอหรือปรากฏตัวอีก

 

อันดับ 3 The Loveland Lizard

 

มนุษย์กบแห่งเลิฟแลนด์(หรืออาจเรียกว่ามนุษย์สัตว์เลื้อยคลานแห่งเลิฟแลนด์ก็ได้หรืออาจเรียกหลายชื่อเช่น กิ่งก่า จิ้งจก) รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีหน้าขนาดใหญ่คล้ายกบ มีรายงานการพบเห็นในเลิฟแลนด์, และเมืองโอไฮโอ(Ohio) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีข่าวลือและรายงานกำลังเกี่ยวกับตัวมันมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันการพิสูจน์ความเป็นจริงได้มันคือตัวอะไรกันแน่ โดยรูปร่างเด่นๆ เท่าที่ประมวลจากคำบอกเล่าคร่าวๆ ก็มีดังต่อไปนี้

“มันสูงประมาณ 3 หรือ 4 ฟุต, หนัก 50 ถึง 75 ปอนด์, หลังของมันมีผิวขรุขะ, ผิวหนังเปียกลื่น, เป็นไปได้ว่าหางมันจะสั้น, หัวและหน้าเหมือนกบ หรือสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ่งก่าหรือจิ้งจก

รายงานปรากฏตัวครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มีนาคม1972 เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังการแล่นเรือตระเวณบนริมฝังแม่น้ำไมแอมอิแม่น้ำในเลิฟแลนด์, เมืองโอไฮโอ ทันใดนั้นพวกเขาก็พบสิ่งผิดปกติบนถนน ตอนแรกสิ่งที่พวกเขาพบเห็นมันน่าจะเป็นสุนัขมากกว่าแต่เมื่อดูใกล้ๆ กลับไม่ใช้อย่างที่พวกเขาคิด พวกเขาลดความเร็วของเรือ และเข้ามาดูสัตว์ตัวนั้นอย่างใกล้ๆ และช้าๆ แต่แล้วเจ้าสัตว์ตัวนั้นก็ลุกขึ้นมันวิ่งมุ่งไปทางทิศทางที่พวกเขาอยู่ แม้ตอนนั้นบนถนนเต็มไปด้วยน้ำแข็งแต่ความเร็วของมันไม่ลดลงเลยและไม่ลื่นหกล้มด้วย แสดงให้เห็นว่ามันมีความสมดุลสูงสามารถยืนอยู่บนก้อนน้ำแข็งได้สบาย

จากนั้นเจ้าสัตว์ตัวนั้นก็เข้ามาใกล้เรือตำรวจสองนายนั้น พวกตำรวจหยุดเรือและแสงไฟสว่างหน้าเรือก็ส่องไปที่สัตว์ตัวนั้นและพวกเขาต้องตะลึงกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า มันเป็นสัตว์ที่พวกขาไม่เคยพบมาก่อนรูปร่างเหมือนครึ่งคนครึ่งสัตว์หัวเป็นสัตว์ประหลาดที่ออกไปทางจิ้งจกหรือสัตว์เลื่อยคลาน แต่ไม่ทันทีเห็นอะไรมากกว่านี้ พวกเขาก็ชักปืนเพื่อยิงมัน มันเลยตกใจและก็หนีไปเข้าพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว และก็หายไปในความมืด ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายยืนยันชัดเจนว่าสามารถสิ่งที่เห็นมันไม่มีสุนัข มันเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถอธิบายมันคือตัวอะไรกันแน่

 

อันดับ 2 ต้นไม้กินคน (Man-eating tree)

 

(รูปต้นไม้กินคน Ya-te-veo ("I see you") ในความเชื่อของอเมริกากลาง จาก Land and Sea โดย J.W. Buel 1887 )

เรื่องของต้นไม้กินคนที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายนั้นมีที่มาจากข่าว เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19  ปี 1881 คาร์ล ลิช (Carl Liche) นักเดินทางชาวเยอมันได้เขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์ South Australian Register เขาเล่าเรื่องเหลือเชื่อ ที่เขาท่องเที่ยวบนเกาะมาดากัสคาร์และได้พบการสังเวยมนุษย์ของเผ่าฮึมโกโด(Mkodo) ชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในถ้ำ คนพวกนี้เป็นชนเผ่าล้าหลังที่ยังเปลือยกายอยู่ พวกเขาชวนคาร์กร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็พากันเดินเข้าไปในป่าทึบแล้วไปหยุดตรงที่โล่งตรงคุ้มลำธาร ที่นั้นมีต้นไม้ประหลาดขึ้นต้นหนึ่ง ซึ่งพวกฮึมโดโดเรียกมันว่า เตเป (Tepe)

                คาร์ล ลิช ได้พรรณนารูปร่างลักษณะที่พิลึกพิลั่นของมันว่า

                ลองนึกภาพสับประรดสูงแปดฟุตและใหญ่ตามสัดส่วน แต่เป็นสีน้ำตาลเข้ม ดูแล้วแข็งเหมือนเหล็ก ใบแปดใบย้อยลงมาจากลำต้น แต่ละใบยาวราวสิบเอ็ดฟุต และเรียวจนแหลม ใบสีเขียวคล้ำเหี่ยวห้อยและเหนียวมากเหมือนเสี้ยนโอ๊ก มีของเหลวใสรสหวานดื่มแล้วทำให้เมามายซึมออกมาที่แอ่งกลางยอดมีมือพัน ยาวแปดฟุตสีเขียว มีขนยาวออกมาทุกทิศทุกทาง มีรยางค์สีขาวเกือบใสหกใบชูสูงขึ้นไปในอากาศ หมุนและบิดไปมาไม่หยุดนิ่ง แต่ก็ยังชูตั้งอยู่อย่างนั้น มันสูงห้าหกฟุต บางขนาดใบกก และอ่อนเหมือนขนนก.............

                การเฝ้าของข้าพเจ้าถูกขัดจังหวะลงด้วยพวกพื้นเมืองที่เดินส่งเสียงไปรอบๆ ต้นไม้ด้วยน้ำเสียโหยหวน เขาท่องมนต์ที่ล่ามของข้าพเจ้าบอกว่าเพื่อขอลุแก่โทษปีศาจที่ยิ่งใหญ่ประจำต้นไม้ ขณะที่ยังคงกรีดร้องและท่องมนต์กระชั้นขึ้นนี้ พวกเขาก็ล้อมหญิงสาวคนหนึ่งใช้หลาวแหลมๆ จี้เธอ เธอไต่ขึ้นไปตามลำต้นอย่างช้าๆ สีหน้าหมดหวังและขึ้นไปยืนอยู่บนปลายยอด ซิก! ซิก! (ดื่ม! ดื่ม!) เสียงคนร้องตะโกณบอก เธอก้มลงดื่มน้ำเหนียวข้นในเบ้าแล้วยืนขึ้นใหม่ด้วยใบหน้าบ้าคลั่งและแขนสั่นระริก เธอทำเหมือนกระโดดลงมา แต่มิได้กระโดด

                ต้นไม้กินคนที่เห็นนิ่งเฉยและดูเหมือนตายกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง รยางค์ที่เรียวและบอบบางของมันสั่งระริกดั่งความโกรธเกรี้ยวของอสรพิษที่กำลังหิวกระหายอยู่เหนือตัวของเธอ แล้วเหมือนด้วยสัญชาตญาณของปีศาจ มันมัดเธอด้วยการรัดรอบคอและแขนรอบแล้วรอบเล่า ขณะเดียวกันเสียงเกลียดร้องด้วยความหวาดกลัวของเธอก็ค่อยแผ่วลง กลายเป็นเสียงครางอึกๆ อักๆ มือพันที่ดูเหมือนงูสีเขียวตัวใหญ่พากันชูขึ้นและหดตัวรัดรอบเธอวงแล้ววงเล่า รัดแน่นๆ เข้าอย่างรวดเร็วและเหนียวแน่นเหมือนงูอนาคอนดารัดเหยื่อไม่มีผิด

                แล้วตอนนี้ใบใหญ่ๆ ของมันก็ค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ และแข็งขึ้น เหมือนแขนของปั่นจั่นยกตัวเองขึ้นบนอากาศ ขึ้นไปหาใบอื่นและปิดหุ้มรัดเหยื่อที่ตายแล้วด้วยพลังอันเงียบเชียบ เห็นโคนของใบไม้เหล่านี้เบียดเข้าหากันแน่นๆ เข้า มีของเหลวคล้ายน้ำผึ้งผสมเลือดไหลออกมาตามลำต้น พอเห็นดังนี้พวกคนป่ารอบๆ ตัวข้าพเจ้าก็ไชโยโห่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง วิ่งเข้าห้อมล้อมต้นไม้ ใช้ใบไม้ ใช้มือรองของเหลวมาดื่ม บ้างก็ใช้ลิ้นเลียจนมึนเมา จากนั้นก็มีพิธีกรรมที่อุจาดตามมาอีกจนไม่สามารถบรรยายได้ตามมา

                ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่คงอยู่ตำแหน่งตั้งขึ้นข้างบนแบบนั้นอยู่สิบวัน เมื่อข้าพเจ้ากลับมาในเช้าวันหนึ่งมันก็กลับตกลงเหมือนเดิม มือที่พันก็เหยียดยาวอย่างเดิม และนอกจากกะโหลกขาวที่ตกอยู่ที่โคนต้นแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นเปลี่ยนแปลง

                จดหมายฉบับนี้ถูกส่งในนิตยสารภาษาเยอรมันชื่อ Graefe und Walther เมื่อปี 1878 หลังจากนั้นก็มีผู้แปลลงในหนังสือพิมพ์เมล์ที่ออกที่เมืองมัทราส อินเดีย และลงในหนังสือพิมพ์เวิลด์ ของกรุงนิวยอร์ก และในนิตยสารรียิสเตอร์ของออสเตรเลียเมื่อ ปี 1880 ทำให้เรื่องของต้นไม้กินคนกลายเป็นสนใจของสาธารณชน แต่พวกนักพฤษศาสตร์และนักสำรวจหลายคนไม่ยอมรับเรื่องนี้เพราะอ่านแล้วมันเหมือนนิยายเกินไป อีกทั้งคนชื่อลิชก็เป็นใครก็ไม่รู้ ทำให้เรื่องของต้นไม้กินคนจึงค่อยๆ เงียบหายไป

แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ยอมเชื่อภาพถ่ายเหล่านั้น หาว่าเฮิร์สต์ทำปลอมขึ้นมา เพื่อพิสูจน์ความจริง เฮิร์สต์ได้เดินทางไปที่เกาะมาดากัสคาร์อีกครั้ง แต่ทว่า คราวนี้ เขาไปลับไม่กลับมาอีกเลย ทำให้เรื่องของต้นไม้กินคนยังคงความลึกลับและน่าค้นหาจนถึงปัจจุบัน

 

อันดับ 1 ชายส้นเท้าสปริง (Spring Heeled Jack)

 

                http://www.youtube.com/watch?v=TlKR97ovmVc

                หรือชื่ออื่นๆ also Springheel Jack, Spring-heel Jack ปรากฏตัวครั้งแรก 1836-1986        ออกอาละวาดที่ลอนดอน,ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ

                ตอนแรกผมว่าน่าจะอยู่หมวดฆาตกรต่อเนื่อง แต่ความจริงเจ้าชายส้นเท้าสปริงนี้จัดอยู่ในหมวดสัตว์ลึกลับครับ เนื่องจากมันมีพลังเหนือธรรมชาติที่ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อว่านี้คือความสามารถของคน แถมรูปร่างของมันดูออกตลกๆ แบบมนุษย์ค้างคาวมากกว่าจะเป็นคนธรรมดามากกว่า แต่ที่ผมเลือกมันก็เพราะมันฆ่าคนด้วยครับ และมีการสืบสวนเกี่ยวกับตัวมันด้วย แถมข้อสันนิษฐานนะครับขอบอกว่าหลุดโลกยิ่งกว่าของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เสียอีก ออกจะขำๆ ด้วยซ้ำ

                เรื่องของชายส้นเท้าสปริงเกิดขึ้นในสมัยวิกเตอเรีย จู่ๆ ก็มีสัตว์ประหลาด(อาจเป็นคนปลอมตัว) ออกอาละวาดไล่ล่าฆ่าคน โดยมันมีความสามารถพิเศษคือ สามารถกระโดดสูงอย่างที่มนุษย์คนไหนสามารถกระโดดได้เหมือนกับว่าร้องเท้าของมันติดสปริงด้วย(และนี้คือที่มาของชายส้นเท้าสปริง) นอกจากนั้นรูปร่างของมันก็ไม่เหมือนกับคน ซึ่งพยานคนหนึ่งได้เคยเผชิญหน้ากับมันและบรรยายอย่างน่าขนลุกว่า “รูปร่างของมันสูงและผอม หน้าของมันเหมือนภูตผีปีศาจ ที่มือของมันมีอุ้มเล็บยาว ตาเหมือนลูกบอลสีแดงที่ลุกเป็นไฟ ใส่หมวก กางเกงมีสีขาว สวมเสื้อคลุมสีดำชอบปรากฏตัวจะกางผ้าคลุมทำให้เวลาดูราวมันเป็นมนุษย์ค้างคาวยังไงอย่างงั้น”

นอกจากนั้นยังมีรายงานเวอร์ๆ ออกมาเป็นระลอกที่ส่งเสริมให้ชายส้นเท้าสปริงกลายเป็นสัตว์ประหลาดเข้าไปใหญ่ เช่น ลมหายใจออกสีน้ำเงินมีฟันแหลมคล้ายแวมไพร์ หูและจมูกแหลม สามารถพ่นเปลวไฟสีขาวออกจากปากได้

โดยช่วงที่มันออกอาละวาดมากที่สุดคือในปี ค.ศ. 1837  มีรายงานการพบเห็นเกือบทั่วประเทศอังกฤษ ไล่ตั้งแต่ Sheffield  ลิเวอร์พูล จนมาถึงลอนดอนโดยเฉพาะใน prevalent ชานเมืองลอนดอนพบเห็นมันบ่อยสุด นอกจากนั้นยังพบในประเทศอื่นอย่างสก็อตแลนด์อีกด้วย


                  รายงานแรกการปรากฏตัวของชายส้นเท้าสปริงเริ่มขึ้นเมื่อ นักธุรกิจคนหนึ่งกำลังเดินกลับบ้านในตอนกลางคืนหลังจากกลับจากที่ทำงาน ทันใดนั้นเขาก็พบชายประหลาดคนหนึ่งกำลังก้าวกระโดดอยู่เหนือหัวของเขา ก่อนที่จะหายไปในความมืด ซึ่งรายงานในช่วงนั้นยังไม่มีเหตุชายส้นเท้าสปริงทำร้ายผู้คนแต่อย่างใด จากนั้นไม่รู้ว่าชายส้นเท้าสปริงไปเก็บกดอะไรมาเขาออกอาละวาดฆ่าผู้คนดะทุกค่ำคืน เหยื่อบางรายโดนมันพ่นไฟใส่หน้าตาย บางรายโดนมันกดแม่น้ำ บางรายถูกผลักตกที่สูง หรือรายช็อตเพราะตกใจตาย จากนั้นมันก็หายไปดื้อๆ เมื่อปี 
1986  

มีทฤษฎี,ข้อสันนิษฐานจำนวนมากที่นำอธิบายฆาตกรเหนือธรรมชาติรายนี้ เช่นมันอาจเป็นลิงที่หลุดจากละครสัตว์ นักแสดงชายชราโรคจิต นักมายากล หรือสัตว์ลึกลับ นอกจากนี้บางคดีก็มีคนมาลอกเลียนแบบชายส้นเท้าสปริงอีก แต่สุดท้ายคดีนี้ก็เป็นปริศนาตลอดกาล และกลายเป็นตำนานในเวลาต่อมา โดยชื่อของมันปรากฏอยู่ในนิทาน, นวนิยาย หนัง ชายส้นเท้าสปริงปรากฏในฐานะฮีโร่ปราบปรามผู้ร้าย

 

 

ที่มา,ดัดแปลงจาก

 จากหนังสือต่วยตูนพิเศษ ฉบับที่ 326 เดือนเมษายน 2545

http://board.art2bempire.com/index.php?topic=80960.0

http://en.wikipedia.org/wiki/Dover_Demon

http://en.wikipedia.org/wiki/Loveland_frog

                www.cryptomundo.com/bigfoot-report/loveland-frog

                http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%99

                http://en.wikipedia.org/wiki/Spring_Heeled_Jack+ +



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 101 : 5 อันดับสัตว์ลึกลับที่สุดพิลึก(ที่สุดแสนน่ากลัว) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 28338 , โพส : 25 , Rating : 80% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 25 : ความคิดเห็นที่ 19102
สนุกมาก ชอบๆๆๆๆ:).!
Name : tomtam [ IP : 1.2.141.51 ]

วันที่: 5 ตุลาคม 2556 / 15:38
# 24 : ความคิดเห็นที่ 13651

โกทแมน

นึกถึงโกรเวอร์ในหนังสือนวนิยายแฟนตาซีเรื่องเพอร์ซี่ย์ แจ็กสันเลยแหะ=____=

ไม่กล้าอ่านดูแค่ภาพ... เดี๋ยวสยองT^T


PS.  ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ เรื่อง Beside my prince II...ป่วนรักเจ้าชายข้างโต๊ะ [up: บทที่ 3] http://writer.dek-d.com/dark-cocoa/story/view.php?id=742701
Name : dark-cocoa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ dark-cocoa [ IP : 124.120.147.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 / 12:52
# 23 : ความคิดเห็นที่ 10887
 คห 1368 คงหมายถึงตัวนี้

 
Name : •Solte• < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ •Solte• [ IP : 125.25.247.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 เมษายน 2554 / 00:48
# 22 : ความคิดเห็นที่ 10011

กึ๋ย

ซาหยองอ่า

ต้นไม้กิงคน ถ้าอยู่ไทยคงจะเหี่ยวเพราะโดนขูด
PS.  โพสมาเล๊ย...ใช้คำยังไงก้อดั้ย แต่ขออย่างเดียว"อย่าด่า"
Name : พายุกิสนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พายุกิสนา [ IP : 115.67.132.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 มีนาคม 2554 / 20:05
# 21 : ความคิดเห็นที่ 9472
ปีศาจโดเวอร์ เป็นแค่เรื่องโกหก ..... ชัวร์

เพราะถ้าเด็กหนุ่มที่ขี่รถผ่านไป บรรยายรูปร่างมันได้ละเอียดมาก
ทั้งๆที่บอกว่า ขี่รถเร็วมากและเป็นทางโค้งและเห็นแค่แวบเดียว
โกหกชัดๆ
Name : Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Oo๐เด็กกริฟฟินดอร์๐oO [ IP : 49.230.244.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:04
# 20 : ความคิดเห็นที่ 8997
โดเวอร์น่ารักมาก
Name : คุณนาย แฮงค์โอเวอร์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คุณนาย แฮงค์โอเวอร์ [ IP : 125.27.129.22 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มกราคม 2554 / 12:56
# 19 : ความคิดเห็นที่ 8475
 โดเวอร์ ดูท่าทางติงต๊องดีเนอะ 555
PS.  มาเคไนเดะ!!!! ไฟโตว!!!! (^O^)V
Name : เจ้าหญิงแห่งดาบ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้าหญิงแห่งดาบ [ IP : 58.9.162.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 / 23:21
# 18 : ความคิดเห็นที่ 6096
โกทแมน ดูไปดูมาก็คล้ายๆ แซเทอร์นะครับ


ครัยเคยดูเรื่องpercy jackson บ้างครับ
Name : percy [ IP : 125.27.78.125 ]

วันที่: 7 สิงหาคม 2553 / 21:26
# 17 : ความคิดเห็นที่ 5976
goatmanหน้าตายังกะ horned lord
Name : bleeding corpse [ IP : 58.9.95.71 ]

วันที่: 1 สิงหาคม 2553 / 13:48
# 16 : ความคิดเห็นที่ 4764
ต้นไม้กินคน...
น่ากลัวที่สุด
PS.  คนน่ารัก~
Name : SweeT LimE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SweeT  LimE [ IP : 115.87.97.75 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 / 13:34
# 15 : ความคิดเห็นที่ 4512
โกทแมนน่ากลัวมากเลย บรื้อออออออออออออออออออออออออ
Name : mr.bean547 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mr.bean547 [ IP : 118.172.122.19 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 / 20:28
# 14 : ความคิดเห็นที่ 4404
ไม่กล้าอ่านเว้ย อยู่คนเดียว
ดูแต่รูป
PS.  นายจะเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของฉัน จะเป็นรักแรกและรักเดียวของฉัน
Name : Black Cat < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Black  Cat [ IP : 124.121.65.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 / 03:07
# 13 : ความคิดเห็นที่ 3821
มีแนวๆผีไทยผสมด้วยแฮะ

น่าสนๆ
Name : kurocros < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kurocros [ IP : 118.172.18.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2553 / 23:09
# 12 : ความคิดเห็นที่ 3671

นี่น่ะเอง  ตำนาน Baphomet  =___=;;

Name : -l3as€๛l3al3y- < My.iD > [ IP : 58.11.5.36 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2553 / 23:50
# 11 : ความคิดเห็นที่ 3493
เซนทอร์ มันเป็น คนครึ่งม้าไม่ใช่เหรอครับ
Name : I_AM_LEGEND -คือตำนาน [ IP : 117.47.40.169 ]

วันที่: 26 มีนาคม 2553 / 17:28
# 10 : ความคิดเห็นที่ 3419
เอ มนุึษย์แพะไม่ใช่แซนทอร์หรอก-คร้าบ
Name : DATH < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ DATH [ IP : 58.8.61.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มีนาคม 2553 / 11:43
# 9 : ความคิดเห็นที่ 3391
เอ่อ.....ฟรานพูดถึงใครอ่ะ(ข้อความที่2515)
PS.  รักเเท้? มันคืออะไรกันนะ?
Name : blackjerry < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blackjerry [ IP : 124.120.120.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2553 / 18:55
# 8 : ความคิดเห็นที่ 2514
ผมคิดว่าถ้าคุณโกทแมนตัดเล็บ เขวี้ยงขวานทิ้งไป แล้วก็ใจดีล่ะก็คงจะน่ารักน่าดูเลยนะครับ
Name : Fran ( F ) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fran ( F ) [ IP : 222.123.152.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มกราคม 2553 / 13:32
# 7 : ความคิดเห็นที่ 1368
เรเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งมันเก่ามากๆๆๆ

หนังสือเล่มนั้นเป็นหนังสือในหอสมุดของของดรงเรียนเราเอง ปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน

แต่ที่ปกหลังของหนังสือเล่มนั้นมีข่าวย่อๆจากหนังสือพิมพิ์เดลินิวส์ประมาณหลายสิปปี่ที่แล้วไม่ก็ไม่รู้
มันจำไม่ค่อยได้ แต่ที่จำได้แม่นก็คือเนื้อหาข่าว

คือมันมีภาพถ่ายด้วยนะ ดูโบราณๆยังไงชอบกล
เขาบอกว่า พบสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งจระเข้ คือหัวมนเป็นคนแต่ลำตัวตั้งแต่อกเป็นจรเข้ มีฟันแหลมๆเต็ม
ทราบว่าพบที่เกาะแถวหมู่เกาะทะเลใต้ (ละมั่งจำไม่ค่อยได้)
แต่จำนวนที่น่าตกใจคือมันมี1000กว่าตัว


แต่ในข่าวก็เขียวว่าเกาะได้ถูกปิดไปแล้วด้วย ....แต่เราก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ที่ไหนอีกเลยนะ

แต่เราเคยอ่านเขานั้นจริงๆ
Name : หลิวไผ่งาม [ IP : 118.173.41.44 ]

วันที่: 22 กันยายน 2552 / 16:20
# 6 : ความคิดเห็นที่ 1311

สุดยอด T^T

Name : Orange RabbiT < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Orange RabbiT [ IP : 124.121.49.23 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2552 / 23:30
# 5 : ความคิดเห็นที่ 1190
=.,=l  สุดยอดด
PS.  ยิ่งมองเท่าไรใจยิ่งสั่น~ยิ้มเธอมันทำให้ฉันละลาย ตามองตาก็เพราะใจตรงกันใจตรงกันเมื่อประสานในตาเธอมองมาก็เพราะฉันมอง เธอ เขินๆๆเมื่อสบตากัน แอบรักเธออะ!!!! อายๆๆเธอทุกข้างอยากจะบอกว่ารักได้แต่ร้องเยๆ
Name : TKDclub < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TKDclub [ IP : 112.142.241.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กันยายน 2552 / 21:33
# 4 : ความคิดเห็นที่ 1189
ชื่อมีนแปลกๆแฮะ...ชายส้นเท้าสปริง...
PS.  สิ่งที่แม่น้ำพาไป..คือความว่างเปล่า...สุดท้ายเราก็เป็นเพียงคนรู้จักที่ไม่มีตัวตน...
Name : มาโกะ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มาโกะ [ IP : 124.122.173.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กันยายน 2552 / 19:03
# 3 : ความคิดเห็นที่ 1183
.....ชายส้นเท้าสปริง...  อุเหม่...  =__="
PS.  Love is a feeling of beauty and purity . Love is charm, forever charm....
Name : ShadoW In tHe MoON < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ShadoW In tHe MoON [ IP : 124.120.15.150 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 สิงหาคม 2552 / 14:49
# 2 : ความคิดเห็นที่ 1180
ต้นไม้กินคน...อ่านแล้วสยอง...
PS.  ความรักอาจไร้ราคา แต่ทรงค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
Name : atomic_no1 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ atomic_no1 [ IP : 61.7.173.151 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 สิงหาคม 2552 / 00:10
# 1 : ความคิดเห็นที่ 1179

ต้นไม้กินคน......บรรยายได้อย่างสยดสยองมากกกกกกกกกกก~0~


PS.  +~ชีวิตนั้นสั้นนัก ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิต คุณไม่หยุดมองดูมันให้กว้างๆ ทั่วๆ สักครู่ คุณจะพลาดมัน~+
Name : NuT4869-แมวเซ่อซ่า>w < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NuT4869-แมวเซ่อซ่า>w [ IP : 58.11.21.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 สิงหาคม 2552 / 20:46
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android