เกียรติยศหัวใจ (สนพ.บางรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 216,513 Views

  • 811 Comments

  • 2,342 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    244

    Overall
    216,513

ตอนที่ 14 : นัดสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

“ก่อนเลิกงานวันนี้เรามีนัดกันที่คณะเศรษฐศาสตร์ ทำไมน้องบัวถึงจะหนีกลับบ้านแล้วละคะ” สุกัญญารุ่นพี่สอนคณะเดียวกันเอ่ยเตือนความจำ เมื่อเห็นปัทมนเดินลิ่วเก็บข้าวของจำเป็นบนโต๊ะลงกระเป๋าด้วยความรีบเร่ง หลังกลับจากสอนชั่วโมงสุดท้าย

“ขอโทษด้วยค่ะพี่หญิง งานเลี้ยงต้อนรับอาจารย์ใหม่บัวคงไปร่วมไม่ได้แล้ว วันนี้บัวมีธุระด่วนต้องรีบกลับไปจัดการที่บ้านค่ะ” เอ่ยปฏิเสธด้วยสีหน้าร้อนใจ พร้อมคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นคล้องที่ไหล่

“ใครเป็นอะไรเหรอบัว ทำไมต้องรีบขนาดนั้น”

“แม่ไม่สบายค่ะ บัวต้องรีบกลับบ้านด่วน” ปัทมนเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากนิ่มนวลว่าแม่เป็นลมล้มฟุบหมดสติระหว่างนั่งทำน้ำปรุงอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน การไม่ใส่ใจกินอาหารให้ตรงเวลา และนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้สุขภาพแม่ยังไม่ค่อยจะดีนัก

“ถ้าอย่างงั้นบัวรีบไปดูแม่เถอะ เดี๋ยวพี่จะบอกคนทางนี้เองว่าว่าบัวอยู่ร่วมงานไม่ได้” คนที่ได้ยินพลอยร้อนใจตามไปด้วย

ในคณะบริหารธุรกิจเอกการบัญชี ถือว่าปัทมนเป็นอาจารย์ที่มีอายุน้อยที่สุด เธอจึงเปรียบดั่งดอกไม้งามเป็นที่หมายตาของอาจารย์หนุ่มโสดหลายคณะทั่วทั้งมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตย์ฯ หรือนิติศาสตร์ มีรายชื่อแขกขาประจำเดินแวะเวียนมาหา พร้อมขนมนมเนยเป็นของฝากติดไม้ติดมือมาฝากอย่างสม่ำเสมอ จนเธอกลายเป็นที่อิจฉาของอาจารย์สาวคณะอื่นโดยไม่รู้ตัว

“พรุ่งนี้บัวไม่รู้ว่าจะได้มาสอนรึเปล่านะคะพี่หญิง คงต้องขอดูอาการแม่ก่อน”  

“อย่ามัวแต่พะวงห่วงแต่การสอนพรุ่งนี้เลย ยังไงภาควิชาก็หาอาจารย์ไปสอนแทนจนได้”

“แต่บัวเกรงใจอาจารย์ท่านอื่น” 

ถ้าไม่จำเป็นปัทมนไม่คิดจะลางาน เธอเป็นคนมีระเบียบวินัยรักในอาชีพอันมีเกียรติของตัวเอง เพราะกว่าจะผ่าด่านสอบเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ได้ ต้องใช้ความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างหนัก เมื่อเข้ามาแล้วเธอจึงอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุ่มเทเตรียมการสอนเพื่อถ่ายทอดวิชาความรู้ที่ตัวเองมีให้กับลูกศิษย์อย่างเต็มกำลังความสามารถ

“กฎระเบียบวันลาเขามีอยู่ อีกอย่างตั้งแต่บัวเข้ามาสอนหนังสือที่นี่พี่แทบจะไม่เห็นบัวลางานเลย ลาครั้งล่าสุดตอนงานศพคุณพ่อ... แต่นั่นก็เป็นธุระสำคัญ อย่าคิดมากเลยน่า” 

สุกัญญาบีบกระชับมืออาจารย์รุ่นน้อง ช่วยเป็นกำลังใจให้ปัทมนฝ่าฟันอุปสรรคที่ยังดาหน้าเข้าหาไม่หยุดหย่อน 

“ขอบคุณมากค่ะพี่หญิง ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยบัวจะรีบกลับมาทำงานให้ไวที่สุด”

“ตอนนี้บัวควรดูแลคุณแม่ก่อน คนเรามีพ่อกับแม่เพียงคนเดียว เมื่อท่านเจ็บป่วยไม่สบายลูกควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่าละเลยไม่ใส่ใจหรือมองว่าหน้าที่การงานสำคัญกว่า ตอนที่พ่อกับแม่พี่ป่วย พี่ไม่มีโอกาสกลับบ้านต่างจังหวัดไปดูแลท่านอย่างเต็มที่ เพราะห่วงแต่งาน เมื่อท่านจากไป ทุกวันนี้พี่จึงรู้สึกเสียใจมาก ได้แต่นั่งนึกเสียดายว่าวันนั้นทำไมเราไม่ไปอยู่กับท่านในวินาทีสุดท้าย”

คนผ่านประสบการณ์ชีวิตเตือนสติรุ่นน้อง อาจเป็นเพราะปัทมนเป็นคนนอบน้อมและวางตัวดีเสมอต้นเสมอปลาย สุกัญญาจึงรู้สึกถูกชะตาและเอ็นดูเหมือนน้องแท้ๆ

“ขอบคุณค่ะที่ช่วยเตือนสติ ถ้าอย่างนั้นบัวลานะคะ” ปัทมนไหว้ขอบคุณสุกัญญาด้วยความเคารพ มีหลายสิ่งที่เธอตักเตือนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ฟังทีไรก็สัมผัสได้ว่าออกมาจากใจที่มีแต่ความปรารถนาดี

 


การจราจรของเย็นวันศุกร์ ท้องถนนในกรุงเทพมหานครทุกเส้นทางแสนจะคับคั่ง นานนับชั่วโมงกว่าปัทมนจะฝ่าฟันเดินทางกลับถึงบ้านได้ ที่สำคัญวันนี้เธอไม่ได้ลืมว่ามีนัดกับครอบครัวกาญจนกุล

รถยุโรปคันหรูที่จอดอยู่บริเวณไม่ห่างจากบ้าน บอกให้รู้ว่าแขกคนสำคัญมาถึงก่อนเวลาที่นัดไว้

‘เพิ่งจะห้าโมงเย็น ทำไมถึงได้มาไวนัก’ แม้จะเกิดความสงสัยแต่เธอเลือกที่จะเก็บไว้ในใจ เวลานี้เป็นห่วงอาการป่วยกระเสาะกระแสะของแม่มากกว่าอะไรทั้งหมด

“น้านิ่ม แม่เป็นยังไงบ้างคะ” จอดรถแล้วเธอเดินลิ่วตรงเข้าบ้าน แต่ระหว่างทางสวนกับนิ่มนวลที่เดินลงมาจากบันไดพอดี จึงได้เรียกหยุดเพื่อซักไซ้

“พี่พิมอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะคุณบัว ตอนนี้กำลังรับแขกอยู่ที่ระเบียงบ้านฝั่งติดกับริมแม่น้ำ”

คนรับใช้ในบ้านทุกคนไม่ได้เรียกปานพิมว่าคุณ เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้านายเหมือนคนอื่น แต่ทั้งหมดก็นับถือเรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง ตัวปานพิมเองก็ไม่เคยเป็นคนถือยศถาบรรดาศักดิ์ ว่าตัวเองเคยเป็นเมียคนหนึ่งของคุณชาย

“เฮ้อ ค่อยโล่งอก ตอนน้านิ่มโทรหาบัวตกใจรีบบึ่งรถกลับมาซะแทบแย่”

“น้าละลายยาหอมให้กิน แล้วให้นอนพัก ไม่นานนักอาการพี่พิมก็ค่อยยังชั่วขึ้น... พอดีมีแขกมาขอพบ ได้มีเพื่อนคุยถูกคอ พี่พิมก็คงลืมอาการเป็นลมล้มพับไปแล้วล่ะค่ะ”

“งั้นบัวขอตัวไปหาแม่ก่อนนะคะ ขอบคุณน้านิ่มมากค่ะที่ช่วยดูแลแม่ตอนที่บัวไม่อยู่”

นิ่มนวลเป็นคนมีน้ำใจคอยช่วยเหลือเธอกับแม่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ขนาดโดนนพดารากีดกันไม่ให้ลงมาคบค้าสมาคม แต่นิ่มนวลก็มักจะขัดคำสั่งไม่ทำตามอยู่เสมอ ตอนนี้นพดาราไม่ได้อยู่ที่วังวรทัศน์แล้ว ตอนกลางวันปัทมนจึงสามารถฝากนิ่มนวลให้ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยดูแม่ได้

“เหลือกันอยู่แค่นี้ ยามเจ็บไข้ก็ต้องช่วยดูแลกันค่ะ คุณบัว ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจอะไรนักหรอก... ถ้าไม่มีอะไรแล้วน้าขอตัวนะคะ วันนี้ลองทำห่อหมกปลาช่อนใส่ใบยอ ว่าจะเอาไปขายที่ตลาด ไม่รู้ว่าจะมีคนซื้อหรือเปล่า”

 “ฝีมือทำกับข้าวของน้านิ่มใครได้ชิมก็ต้องติดใจรสมือทั้งนั้น บัวรับรองว่าวางขายไม่นานก็น่าจะหมดเกลี้ยงภายในพริบตา รสชาติละเมียดละไมและความใส่ใจในการทุกขั้นของอาหารชาววัง ใครได้ชิมก็ล้วนติดใจกันทั้งนั้น”  

“สาธุ ขอให้เป็นอย่างนั้นทีเถอะค่ะคุณบัว อีกไม่กี่เดือนโรงเรียนลูกชายก็จะเปิดเทอมแล้ว น้าต้องเร่งหาเงินให้ทัน ไม่อย่างนั้นต้องเดือดร้อนไปหาหยิบยืมคนอื่น”    

จากที่เคยได้รับเงินเดือนเป็นประจำ ทำให้หลายชีวิตในบ้านต่างดิ้นรนกันไปตามสภาพ ใครถนัดหรือมีวิชาชีพติดตัวด้านไหนก็งัดออกมาใช้หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในยามที่ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ทุกคนก็ยังเบาใจที่อย่างน้อยยังมีที่พัก ไม่ต้องระเหเร่ร่อนไปหาที่อยู่ใหม่

 

“คุณพิมอย่ากังวลใจเรื่องนั้นไปเลยค่ะ ถ้าดิฉันรับปาก ก็หมายความว่าตานนท์จะต้องจัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง เว้นเสียแต่ว่าคุณพิมจะรังเกียจพวกเรา”

เท้าที่กำลังก้าวขึ้นสู่บันไดบ้านทางด้านหลังหยุดชะงัก เสียงของแม่กับคุณศุภลักษณ์ที่ดังมาจากระเบียงบ้าน ทำให้ปัทมนอยากรู้ว่าผู้อาวุโสทั้งสองกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน

“ดิฉันไม่ได้นึกรังเกียจอะไรเลยค่ะ แต่ที่รับปากไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวเขาจะเห็นด้วยหรือเปล่า คงต้องรอให้เค้าเป็นฝ่ายมาตอบเอง”

เสียงแม่แบ่งรับแบ่งสู้ ยิ่งทำให้ปัทมนอยากรู้เพิ่มมากขึ้น

“ถ้าคุณพิมช่วยพูดกับหนูบัว ดิฉันว่าอะไรมันก็จะง่าย หนูบัวรักและแคร์คุณพิมมาก มองปราดเดียวก็รู้ว่าแกเป็นเด็กน่ารัก มีความกตัญญูรู้คุณ ถ้าได้คนอย่างหนูบัวไปเป็นลูกสาวเพิ่มอีกคน ดิฉันคงจะปลื้มใจนอนตายตาหลับ”

ใจของปัทมนเต้นแรง พอจะเริ่มเดาทางได้ว่าผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังคิดอ่านทำอะไรกันอยู่ และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ชายสายตาเจ้าเล่ห์คนนั้น  

“ขอบคุณที่ชื่นชมในตัวยัยบัวค่ะ เจ้าตัวรู้คงจะดีใจมาก”

“เห็นหนูบัวครั้งแรกก็นึกรักและรู้สึกถูกชะตาทันทีเลยค่ะ นี่ดิฉันไม่ได้พูดโกหกนะคะ สามีดิฉันเองยังเอ่ยปากชมว่าหนูบัวเป็นเด็กเข้มแข็งเกินวัย”

ปัทมนเดาว่าแม่คงไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะปกติแม่ก็เป็นคนเข้าสังคมไม่เก่งอยู่แล้ว โลกของแม่คับแคบเพราะอยู่แต่ในบ้าน ใครขอร้องให้ช่วยทำอะไรหากพอช่วยได้แม่ไม่เคยปฏิเสธ ใครพูดโน้มน้าวชักจูงแม่ก็มักคล้อยตามว่าเป็นจริงตามนั้นไปซะหมด

“วันนี้เชิญอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันนะคะ อาหารไทยพื้นบ้านเรียบง่ายดิฉันเข้าครัวปรุงเองค่ะ”

‘แม่นะแม่ ทำไมจะต้องชวนเขากินข้าวด้วยก็ไม่รู้’ เพราะความอยากให้แขกกลับไวๆ ทำให้ปัทมนรู้สึกไม่พอใจแม่เท่าไหร่ คนไม่สนิทสนมคุ้นเคยกัน เธอไม่อยากให้อยู่ที่บ้านนานนัก

ว่าแต่ทำไมได้ยินแต่เสียงของคุณศุภลักษณ์ หรือว่าวันนี้เธอไม่ได้พาลูกชายจิตใจแสนอำมหิตมาด้วย 

“ใครจะกล้าปฏิเสธล่ะคะ คุณพิมอุตส่าห์ใจดีออกปากชวนทั้งที ส่วนตัวแล้วดิฉันโปรดปรานอาหารไทยรสชาติจัดจ้านอยู่แล้ว และอีกอย่างทิวทัศน์แถวนี้ก็ดูแล้วเพลินหูเพลินตา หากจะถือโอกาสคุณพิมอยู่ชมความงามของสายน้ำเจ้าพระยายามโพล้เพล้ใกล้ค่ำ ก็คงไม่เป็นการรบกวนมากเกินไปนะคะ”

ฟังจากน้ำเสียงทำให้พอรู้ว่า แขกผู้มาเยือนถูกใจบรรยากาศเรียบง่ายของบ้านติดชายน้ำเข้าให้แล้ว แสงสีส้มยามอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าส่องประกายจับผิวน้ำระยิบระยับราวกับเกล็ดแก้วมณีล้ำค่า สายลมโชยพัดหอบความฉ่ำชื้นของสายน้ำช่วยบรรเทาความร้อนอบร้าวตลอดทั้งวันให้ทุเลาเบาบางลง 

หากใครได้มาสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบของบ้านเล็กห่างไกลผู้คนหลังนี้ ต่างก็ตกหลุมรักกันแทบทั้งนั้น

“ดิฉันกับลูกยินดีมากค่ะที่คุณศุภลักษณ์ให้เกียรติครอบครัวเล็กๆ ของเรา”

“คุณพิมต่างหากล่ะคะที่ให้เกียรติดิฉัน ขนมนมเนยที่จัดมาต้อนรับก็อร่อยทุกอย่าง จันอับนี่ทั้งหอมทั้งอร่อย ไหนจะเปลือกส้มโอแช่อิ่มไม่หวานจัดจนเกินไป ของพวกนี้ดิฉันไม่ได้ชิมมานานแล้ว”

“อร่อยก็ทานเยอะๆ นะคะ อีกไม่นานยัยบัวก็คงจะกลับ เชิญคุณศุภลักษณ์พักผ่อนตามสบายก่อน ดิฉันขอตัวเข้าครัวดูความเรียบร้อยเรื่องอาหารสักครู่”

 เพราะกลัวว่าแม่จะเป็นลมล้มพับไปอีกรอบ ทำให้ปัทมนต้องรีบขยับตัวเพื่อจะขึ้นบ้านตามเข้าไปช่วยงานในครัว แต่แล้วน้ำเสียงทุ้มกังวานที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้เท้าเธอถูกตรึงให้หยุดอยู่กับที่

“เป็นถึงอาจารย์ไม่รู้หรือไงว่าการแอบฟังคนคุยกันเป็นเรื่องผิดมารยาท” อิศรานนท์ส่งแขนล่ำสันพาดขวางราวบันได ส่งผลให้เจ้าของบ้านที่เตรียมตัวหลบไม่สามารถขยับไปไหนได้

“อุ๊ย!” ปัทมนอุทานด้วยความคาดไม่ถึง เกิดอาการไม่พอใจที่ถูกต่อว่าเป็นคนไร้มารยาท

@@@@@@@@@@@@@@2

ไรท์จะรีอัพนิยายเรื่องนี้อีกครั้ง สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน หรือว่าใครที่เคยติดตามแล้วอยากอ่านซ้ำ หนังสือจะวางแผงช่วงปลายเดือนมีค.61 สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือใครสะดวกจะไปสอยที่งานสัปดาห์หนังสือก็ได้ค่ะ สำหรับใครที่ถนัดอ่านอีบุ้ค ทางสนพ.น่าจะพร้อมให้โหลดช่วงกลางเดือน เมย.61 นะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

0 ความคิดเห็น