SOTUS : พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง [Yaoi]

ตอนที่ 6 : กฎของปีหนึ่งข้อที่ 5 : จงเข้าใจในหน้าที่ของพี่ว้าก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147,237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 450 ครั้ง
    13 ส.ค. 56

 

SOTUS  :  พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง








กฎของปีหนึ่งข้อที่ 5  : จงเข้าใจในหน้าที่ของพี่ว้าก

 





 

            “เคยมีคนสอนความสามัคคีให้พวกคุณมั้ยครับ!

 




            ...เคย... 


 

มันแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นคำตอบนี้ เรียนจนเข้ามหาวิทยาลัย ใครบ้างจะไม่รู้จักคำง่าย ๆ   แต่ในสายตาของเฮดว้ากที่กำลังคุมน้องอยู่กลางสนามตอนสี่โมงเย็น คงเห็นบรรดาเด็กปีหนึ่งมีความสามารถเท่ากับเด็กอนุบาลหนึ่ง ด้วยผลงานวีรกรรมที่เคยทำไว้


 

            “มาประชุมไม่เคยครบ เข้าแถวช้า ขนาดโดนลงโทษก็ยังไม่พร้อม! พวกคุณไม่รู้จักความสามัคคีกันเหรอครับ หรือว่าสมองไม่เคยคิดจะใส่ใจจำ!!


 

คำตะโกนดังใส่เหล่าเฟรชชี่ ซึ่งวันนี้สวมเสื้อเชียร์คณะวิศวะพร้อมกางเกงวอร์มเตรียมลุย เหมือนเล็งเห็นในชะตากรรมของตัวเองล่วงหน้าว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์เลวร้ายอะไรบ้าง และก็ไม่ผิดไปจากที่คิด เมื่อเฮดว้ากเตรียมบทลงโทษรออยู่แล้ว



           

“ไม่เป็นไร ถ้าพวกคุณลืม ผมจะสอนให้ใหม่เอง แต่วิธีสอนของผม ขอเตือนไว้ก่อนถ้าใครสำออย คิดว่าตัวเองทนรับไม่ไหว ก็ให้ออกไปซะ!



           

            เป็นธรรมดาของการรับน้องที่จะมีโซนแยกพวกคนป่วยหรือร่างกายอ่อนแอเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้อง ๆ บาดเจ็บ เพราะการฝึกลงโทษของพี่ว้ากดุโหดไม่แตกต่างไปจากการฝึกรด.เข้าค่ายทหาร ดังนั้นจึงมีน้องปีหนึ่งหลายคนอยากจะขอถอนตัวออก เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ ถ้าไม่ติดอยู่ที่คำพูดประโยคต่อไปของเฮดว้าก


 

 

            “แต่...ถ้าคุณออกไป อย่าลืมว่าเพื่อนของคุณที่อยู่ที่นี่จะได้เรียนความสามัคคีเผื่อพวกคุณด้วย!”



 

            ...ดักทางไว้แบบนี้แล้วใครมันจะกล้าออก  เพราะถ้าเลือกหนีไปพักก็เท่ากับว่าเพื่อน ๆ ต้องรับเคราะห์แทนตัวเองด้วย เลยไม่มีใครคิดโชว์ความเห็นแก่ตัวกันโต้ง ๆ  ปล่อยให้อาทิตย์กวาดตามองแถวที่ยังคงเป็นระเบียบ ไร้วี่แววคนยกมือขอออก จนต้องเอ่ยปากชมอย่างพอใจ


 

            “ดี! ผมขอชมในสปิริตของพวกคุณ เริ่มมีความสามัคคีกันบ้างแล้ว แต่แค่นี้ยังไม่พอ! พวกคุณหันหลังกลับไป เห็นเพื่อนของผมที่อยู่ตรงสนามอีกฝั่งหนึ่งมั้ย... พวกคุณต้องวิ่งไปจัดแถวใหม่ที่โน้นให้พร้อมภายในเวลา 3 นาที ถ้าช้าผมจะลงโทษคุณตามจำนวนเวลาเป็นวินาทีที่เกินมา เข้าใจมั้ย!!


 

            “เข้าใจครับ/ค่ะ”


 

            เฟรชชี่รับคำพร้อมเพรียงหนักแน่น ตรงข้ามกับสีหน้าที่เริ่มซีดลง เพราะสนามที่ยืนอยู่มันก็ใหญ่ไม่ใช่เล่น ไซต์เท่ากับสนามฟุตบอลดี ๆ นี่เอง แล้วพี่ว้ากที่ยืนรออีกฝั่งก็อยู่โคตรไกลชนิดคนละประตูโกล  ซ้ำยังกำหนดเวลาให้แค่สามนาที มันจะไปวิ่งกันทันได้ยังไง  ใจอยากจะร้องประท้วง แต่ไม่มีความปราณีใด ๆ จากเฮดว้ากอยู่แล้ว เพราะเจ้าตัวกลับรีบตะโกนเร่ง


 

            “เอ้า! เข้าใจแล้วก็ไปสิ!  ยืนบื้อทำไมกัน ผมเริ่มจับเวลาแล้วนะ ไป๊!!


 

            สิ้นเสียงสั่งก็เหมือนกับมหกรรรมผึ้งแตกรัง ทุกคนต่างวิ่งกระจายกันตรงดิ่งไปยังสนามอีกฝั่ง เพื่อให้ทันเวลาสามนาที ทว่าสนามห่างกันเป็นโยชน์ย่อมไม่มีทางทันอยู่แล้ว สุดท้ายก็ต้องโดนลุกนั่งกันเป็นร้อย สลับกับวิ่งไปจัดแถวใหม่อีกที วนอยู่อย่างนั้นจนกว่าแถวจะเป็นระเบียบ โดยมีอาทิตย์ทำหน้าที่เดินสำรวจแถวไปเรื่อย ๆ   


 

วิ่งหลายเที่ยว มันก็ต้องมีล้ากันบ้าง น้องบางคนเริ่มหน้าซีด เหงื่อไหลเป็นน้ำ หอบหายใจกันแฮ่ก ๆ แต่พอถูกสายตาดุ ๆ ของอาทิตย์มองก็ต้องเก็บอาการยืนนิ่งตามระเบียบพักตัวตรง ยกเว้นน้องผู้หญิงแถวหลังที่ขนาดโดนเขาจ้องก็ยังคงยืนก้มหน้าหอบเหนื่อยอยู่



 

...เอ๊ะ...เดี๋ยวก่อนนะ...ทำไมน้องคนนี้หอบแปลก ๆ มันถี่ผิดปกติ หรือว่า...



 

            ยังไม่ทันได้คิดอะไร คนหอบก็ทรุดตัวล้มลงทั้งยืน ซึ่งโชคดีที่อาทิตย์ยืนมองอยู่แล้ว เลยรีบพุ่งเข้าไปรับตัวประคองไว้ได้ทัน ไม่ให้หัวน้องฟาดลงกับพื้น  แต่โชคร้ายที่เรื่องมาเกิดตอนเข้าแถวอยู่อีกฝากสนามทำให้หน่วยพยาบาลไม่เห็นเหตุการณ์ จนเขาต้องตะโกนเรียกข้ามฝั่งดังลั่น



 

            “พยาบาล!! พยาบาลอยู่ไหนครับ!! มาดูน้องด้วย!!


 

 

เสียงของอาทิตย์ทำให้ปีหนึ่งทุกคนเริ่มหันไปมองอย่างตกใจ หากก็ถูกพี่ว้ากคนอื่นร้องสั่งห้าม


 

“ไม่ต้องหันไปมอง! ใครให้พวกคุณหันไปครับ!!  หันกลับมาตรงหน้าเดี๋ยวนี้!!


 

คำสั่งดังอย่างเฉียบขาด เพื่อเป็นการระงับความวุ่นวายตกใจของน้อง ๆ ทุกคนจึงต้องหันกลับไปมองด้านหน้า ทั้ง ๆ ที่ใจอยากจะรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากด้านหลัง 


 

กระนั้นสำหรับก้องภพซึ่งยืนอยู่ท้ายแถว เพราะถูกแยกเดี่ยวไว้เป็นกรณีพิเศษจากการลงโทษที่เขาไม่มีป้ายชื่อ  เขากลับมองเห็นการกระทำทุกอย่างชัดเจนผ่านสายตา เมื่อพี่พยาบาลสามคนมาถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อเช็คดูอาการ แต่กลับถูกคนประคองชิงบอกด้วยน้ำเสียงรวดเร็ว


 

“น้องเป็นไฮเปอร์*  อย่าจับน้องนอน หาถุงมาครอบปากกับจมูกให้น้องหายใจ ถ้าไม่ไหวพาส่งห้องพยาบาลเลย”


 

เป็นคำวิเคราะห์ชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายมากความ เพื่อประหยัดเวลาในการช่วยเหลือน้องให้เร็วที่สุด  ก้องภพมองเห็นพี่พยาบาลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจัดการอุ้มคนป่วยพาออกไปนอกสนาม เหลือแค่เฮดว้ากซึ่งมองตาม จนกระทั่งแน่ใจว่าเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยหันกลับมา เดินตรงไปยังด้านหน้าสุดของแถว ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง



 

“ผมบอกพวกคุณแล้วนะครับ ใครรู้ตัวว่าไม่ไหวก็ออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้ ผมรับผิดชอบชีวิตพวกคุณไม่ได้ คราวนี้ถ้าเกิดมีใครเป็นอะไรขึ้นมากลางสนามอีก ผมจะปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนั้น และเพื่อนคนที่เหลือก็ต้องโดนลงโทษแทนคุณด้วย!!



 

ประโยคขู่โดยใช้เพื่อนเป็นบทลงโทษเหมือนกับครั้งแรก เพียงแต่คราวนี้ต่างออกไป เพราะพวกเด็กปีหนึ่งต่างวิ่งกันมาเกือบชั่วโมงแล้ว ย่อมต้องมีคนรู้สึกว่าฝืนต่อไปไม่ไหว ดังนั้น ถึงจะอยากอยู่ต่อ แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิต จึงมีคนยกมือขอออกไปเกือบยี่สิบกว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และพอพี่ว้ากอนุญาตเสร็จ พวกที่เหลือถึงค่อยเริ่มวิ่งกันต่อ จนกระทั่งอาทิตย์ตกดิน ฟ้าเริ่มมืด บรรดาเฟรชชี่จึงได้ยินคำสั่งที่รอคอยมานาน



 

“เอาล่ะ...วันนี้พอแค่นี้ ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้จักความสามัคคีกันมากขึ้นแล้ว คราวหน้าก็อย่าลืมอีก เพราะถ้าพวกคุณลืม ผมจะเริ่มสอนให้ใหม่ตั้งแต่ต้นทั้งหมด! เลิกแถวได้!!


 

“ขอบคุณครับ/ค่ะ”


 

จบคำขอบคุณตามธรรมเนียม พวกน้องปีหนึ่งต่างเดินสะโหลสะเหลรีบแยกย้ายด้วยสภาพไม่ผิดอะไรจากหุ่นยนต์แบตหมด โดยเฉพาะก้องภพที่โดนหนักกว่าใคร เพราะมีคำสั่งคล้องคอว่าจะต้องโดนทำโทษมากกว่าเพื่อนเป็นสองเท่า เนื่องจากทำผิดระเบียบรุ่น ดังนั้นเขาจึงต้องลุกนั่งมากกว่าคนอื่น เสร็จแล้วก็ต้องรีบวิ่งไปต่อแถวเพื่อให้ทัน ทำให้สภาพของเขาตอนนี้เหมือนคนเพิ่งตกน้ำ เหงื่อท่วมเปียกชุ่มเสื้อเต็มแผ่นหลัง ท้องก็ร้องโครกครากหิวข้าวหมดพลังจากมื้อเที่ยง ใจอยากจะอาบน้ำหาอะไรใส่ปากให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่ทันออกจากสนาม เขากลับเห็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลกอยู่ไม่ไกล เลยเปลี่ยนทิศก้าวไปหาอีกฝ่าย พลางถามอย่างเป็นห่วง  


 

“เอ็มเป็นไรวะ เจ็บขาเหรอ”


 

“เออ...สงสัยข้อเท้าเคล็ดว่ะ”


 

เพื่อนที่เรียนกันมาตั้งแต่มัธยมบอกด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี ดูจากท่าทางคงเจ็บอยู่ไม่น้อย เพราะเดี๋ยวก็โดนสั่งให้วิ่งบ้าง เดี๋ยวก็สั่งให้ลุกนั่งบ้าง ผิดท่าขึ้นมานิดเดียวเลยแสดงอาการอย่างที่เห็น


 

“ไปให้พี่พยาบาลเขาดูหน่อยมั้ย เดี๋ยวเป็นหนักกว่าเดิมจะแย่”


 

ก้องภพเสนอทางเลือก ซึ่งอีกฝ่ายก็คงเห็นด้วยเลยพยักหน้ารับ เขาจึงช่วยประคองเพื่อนออกไปหาพี่พยาบาลที่รวมกลุ่มกันอยู่ข้างสนาม ...จริง ๆ แล้วตัวเขาเองก็ปวดขานิด ๆ เหมือนกัน ไปขอยาทาจากพี่สักหน่อยอาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง




 

โต๊ะข้างสนามเต็มไปด้วยบรรดาพี่ ๆ หน่วยพยาบาลกับหน่วยสันทนาการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพี่ปีสอง แต่ก็ยังคงมีปีสามหลงเหลืออยู่บ้าง เพื่อเป็นหัวหน้าประสานงานให้น้อง ๆ เช่นเดียวกับพี่ผู้หญิงหน้าหวานคนหนึ่งที่พวกเขาไปขอความช่วยเหลือ โดยเอ็มเป็นฝ่ายเปิดปากพูด


 

“พี่ครับ ผมเจ็บขาครับ”


 

“อ้าว...น้องเจ็บขาเหรอคะ นั่งเลยค่ะ เดี๋ยวพี่ดูให้”


 

พี่ผู้หญิงที่ห้อยป้ายชื่อว่า พี่ฟาง รีบเข้ามาตรวจดูอาการ ให้ถอดรองเท้าผ้าใบออกแล้วขยับบีบตรงเท้าเพื่อทดสอบอาการเจ็บ ก่อนจะวินิจฉัย


 

“อืม...ไม่ถึงกับแพลงนะ ทาเคาเตอร์เพนสักสองสามวันก็คงหาย แต่ตอนนี้ยาพี่หมดอ่ะ ให้เพื่อนพี่ไปซื้ออยู่ น้องรอหน่อยได้มั้ยคะ”


 

คำตอบไม่คาดคิดทำให้เอ็มหันมามองเพื่อนที่ยืนอยู่ห่าง ๆ เหมือนถามความเห็นให้ก้องภพตัดสินใจ เพราะถ้าจะรอก็ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ไอ้พวกเขาก็ชักจะเริ่มหิวแล้วด้วย ดูจากอาการแล้วไม่เป็นอะไรมาก แบบนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องอยู่รอยาตัวเดียว


 

“งั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปซื้อให้เพื่อนเองทีหลังก็ได้ ขอบคุณนะครับ”


 

ก้องภพจึงพูดแทรกขึ้นมาแทน หากคนฟังกลับเพิ่งคล้ายสังเกตเห็นหน้าชัด ๆ ว่าคนที่ยืนอยู่ด้วยเป็นใคร  เจ้าตัวเลยรีบอุทานอย่างตกใจ


 

“อุ๊ย! นี่น้องก้องภพนี่ ...พอดีเลย เพื่อนพี่เขาอยากคุยด้วย เรื่องประกวดเดือนคณะ พี่ว่าจะให้น้องเป็นตัวแทนภาคเรา น้องรอเพื่อนพี่ได้มั้ยคะ มีธุระจะไปไหนต่อรึเปล่า”


 

ก้องภพกระพริบตาปริบอย่างงง ๆ ...จากแค่ขอยา ทำไมเปลี่ยนมาคุยเรื่องเดือนคณะได้ ความจริงเขาไม่ได้ลำบากจะเข้าร่วมอะไรหากมันเป็นกิจกรรมของคณะ แต่ไอ้ที่ลำบากจริง ๆ คือเสียงกระเพาะที่กำลังร้องดังรบกวน จนต้องบอกออกไปเลี่ยง ๆ 


 

“คือ...เดี๋ยวพวกผมจะไปกินข้าวน่ะครับ”


 

“อ้อ...งั้นไม่ต้องไปหรอกจ๊ะ กินข้าวกล่องกับพวกพี่ก็ได้ รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่โทรเรียกเพื่อนพี่ก่อน”


 

            คู่สนทนาพูดอนุญาตเร็วเป็นจรวด พยักเพยิดไปยังกล่องข้าวใส่โฟมเรียงกันเป็นตั้งบนโต๊ะ แล้วรีบหยิบโทรศัพท์กดโทรออกคุยกับเพื่อนทันที ทิ้งให้เขากับเอ็มมองกันอย่างงง ๆ จวบจนพี่โทรศัพท์เสร็จแล้ว ค่อยหันกลับมามอง แต่ยังเห็นน้องยืนกันนิ่งจึงเป็นฝ่ายขมวดคิ้วงงแทน


 

            “อ้าว...ไม่หยิบไปล่ะจ๊ะ”


 

            “ให้พวกผมกินด้วยจะดีเหรอครับ”


 

            ก้องภพถามด้วยความเกรงใจ เพราะเขารู้ว่าข้าวพวกนี้สั่งมาให้พวกพี่ ๆ ทาน เพื่อจะได้มีแรงทำงานรอบดึกกันต่อ ถึงแม้จะปล่อยน้องให้กลับบ้านไปแล้ว แต่พวกพี่ก็ยังต้องอยู่เคลียร์ข้าวของเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ หากคนอนุญาตกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ถือสา


 

            “โอยย...ไม่เป็นไรหรอก พี่สั่งมาเยอะ เผื่อไว้ให้กลุ่มของพี่ว้ากด้วย พวกนั้นชอบกินเบิ้ลตลอดแหละ กล่องเดียวไม่เคยพอสักที”


 

คำอธิบายมาพร้อมชื่อของใครบางคนทำเอาเอ็มสะดุ้ง ลดความอยากอาหารไปได้เกือบครึ่ง ด้วยเหตุผลเดียว


 

            “ถ้าเป็นของพี่ว้ากพวกผมยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่เลยครับ”


 

สีหน้าสยดสยองของเอ็มคงแสดงเห็นชัดเจน จนพี่ฟางถึงกับหัวเราะ



 

            “ฮ่า ๆ กลัวอะไรล่ะค่ะน้อง พี่ว้ากเขาไม่ได้ดุขนาดนั้นหรอก เขาก็ทำไปตามหน้าที่ ไอ้ที่น้องโดนทำโทษกันน่ะ พวกพี่ว้ากเขาทำมาหมดแล้ว ถึงจะมาสั่งพวกน้องได้ ไม่ใช่ลงโทษเอาตามความสะใจ เขาต้องฝึกเป็นเดือน ๆ นะกว่าจะได้แบบนี้ เพราะต้องคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ เวลามีสถานการณ์ฉุกเฉินอะไรจะได้รับมือไม่ให้น้องเป็นอันตราย”



 

            ก้องภพนิ่งฟังเรื่องราวมากมายที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และมันอาจเป็นจริงตามนั้น


 

...วันนี้ก็เขาเห็นพี่ว้ากอาทิตย์ออกคำสั่งกับพวกพี่พยาบาลรวดเร็ว โดยไม่มีความลังเลอะไรเลย  เป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างใจเย็นและเฉียบขาด แบบที่เขาไม่คิดว่าบุคลิกของคนคนนี้จะทำได้  เพราะทุกครั้งสิ่งที่เฮดว้ากแสดงต่อหน้าพวกเขาคือ ความโหด ดิบ เถื่อน ต่อให้น้องทำถูกก็ยังบอกให้เป็นผิดได้ และสั่งลงโทษโดยไม่เคยคิดถึงใจใคร เลยไม่แปลกที่บรรดาเพื่อน ๆ ของเขาจะพากันกลัว จนถึงขั้นเกลียดไม่ชอบขี้หน้า และมีการเก็บไปนินทากันลับหลังสนุกปาก




 

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร พวกพี่ ๆ ปีสูง ๆ ก็รู้กันดีว่าต้องมีฟีดแบคกลับมา  กระนั้นพี่ฟางก็ยังเอ่ยเตือนอย่างคนมีประสบการณ์มากกว่า...




 

            “จริง ๆ แล้วพี่ไม่อยากให้น้องโกรธหรือเกลียดพี่ว้ากเลยนะ เพราะมันเป็นแค่หน้าที่ที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ และที่สำคัญ พวกน้องรู้มั้ยว่า...คนที่ห่วงพวกน้องมากที่สุด ก็คือ...พี่ว้ากเนี่ยแหละ”




 

...ถ้อยคำสะกิดใจตกกระทบกลางความรู้สึก ส่งผลก้องภพนิ่งคิดทบทวนตัวเองด้วยความลังเล


 

...จริงเหรอที่พี่ว้ากจะห่วงเขา ยิ่งกับเฮดว้ากอย่างพี่อาทิตย์กลับดูจะเกลียดเขามากเป็นพิเศษด้วยซ้ำ เพราะดันไปปากดีปีนเกลียวใส่ตั้งแต่วันแรก ๆ



 

เขายอมรับว่าตัวเองผิดที่พูดเหมือนเป็นการหยามศักดิ์ศรีต่อหน้าพี่ว้ากเมื่อครั้งนั้น แต่ก็เพราะอยากช่วยเพื่อนเลยทำไปโดยไม่ได้คิดว่าผลจะออกมาเป็นยังไง สุดท้ายกลายเป็นว่าเขาไปทำให้เฮดว้ากโกรธมากกว่าเดิม ทำให้ต้องถูกลงโทษหนักจนบางครั้งก็นึกท้อ แต่พี่ว้ากก็ยังไม่เคยแสดงความเห็นใจกับเขาเลยสักนิด



 

...แล้วแบบนี้เขาจะมั่นใจได้ยังไงว่าพี่ว้ากห่วงเขาจริง ๆ เพราะสิ่งที่แสดงออกมา มันคล้ายใช้อารมณ์สะใจตัดสินเป็นที่ตั้งทั้งนั้น



 

            ความสับสนที่ก่อตัวขึ้นยังไม่ทันหาคำสรุปดี กลับมีเสียงพี่ฟางดังขัดพร้อมกับยื่นกล่องข้าวมาให้พวกเขา


 

            “อ่ะ...เอาข้าวไป นั่งกินตรงนี้เลย เออ...มีส้มด้วยนะ เดี๋ยวพี่เอามาให้ แบ่ง ๆ กันไป เหมามาหลายโลเลย พวกพี่กินกันไม่หมดหรอก”  


 

            ก้องภพกับเอ็มรับกล่องข้าวที่ถูกยัดเหยียดมาไว้ในมือ แล้วตามมาด้วยส้มอีกคนละสองลูก ถึงตรงนี้จะให้ปฏิเสธอะไรไปก็คงไม่มีประโยชน์ พวกเขาจึงต้องนั่งลงกินข้าวผัดกระเพราไข่ดาวง่าย ๆ ถึงกล่องเดียวจะไม่อยู่ท้อง แต่พอทานหมดก็ช่วยทำให้หายหิวลงไปได้บ้าง  


            กินกันเสร็จกำลังจะแกะส้มเตรียมตามล้างปาก ทว่ายังไม่ทันจะเริ่มทำ เสียงจากด้านหลังกลับดังตามขึ้นแทรก


 



...เป็นเสียงคุ้นหู แต่ฟังแล้วมันดูอ่อนลงกว่าปกติ เมื่อครั้งที่ได้ยินจากปากของคนคนนี้



           

            “ฟาง น้องที่ไปห้องพยาบาลกลับไปแล้วเหรอ เมื่อกี๊เราแวะไปหาไม่เห็นเจอเลย เออ...แล้วเคาเตอร์เพนที่ฝากซื้ออ่ะ มันมีแบบร้อนกับแบบเย็น เราไม่รู้ว่าใช้อันไหนเลยเอามาให้ทั้งสองแบบ...”


 

            เสียงทักหยุดชะงักไปทันที เมื่อคนพูดมองเห็นว่าเพื่อนของเขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว แต่ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญมาด้วยถึงสองคน และหนึ่งในสองดันเป็นคนที่ไม่อยากเผชิญหน้าเป็นที่สุด


 

            “พวกคุณมาทำอะไรที่นี่!


 

            อาทิตย์ตะโกนถามปรับน้ำเสียงและท่าทางให้ขึงขังดุดันสวมบทเฮดว้ากเป็นคนละคน จนคนถูกดุแทบกระเด้งขึ้นมาลุกยืนตัวตรงแต่โชคดีที่พี่ฟางรีบพูดอธิบายแก้ไขความเข้าใจผิด

 


            “อ้อ...เราให้น้องก้องภพเขารอคุยเรื่องเดือนคณะ ว่าจะส่งน้องเป็นตัวแทน”


 

            แม้จะรับฟังเหตุผลไปแล้ว ทว่าท่าทีของอาทิตย์กลับไม่ได้เปลี่ยนแปลง ซ้ำยังส่งสายตาดูถูกไปยังตัวแทนของเดือนคณะ พร้อมกับเอ่ยคำปรามาศ


 

            “จะส่งมันไปทำไม! ส่งไปคณะเราก็คงแพ้ หน้าตาไม่ได้เรื่อง ความประพฤติไม่ผ่าน อับอายขายขี้หน้าคณะอื่นเปล่า ๆ”


 

            น้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางแบบไม่ปิดบังทำเอาก้องภพหน้าชา กระนั้นก็อ้าปากเถียงอะไรไม่ได้ ด้วยยังคงไม่ลืมว่าอีกฝ่ายมีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ และยังมีตำแหน่งเป็นพี่ว้ากที่สามารถสั่งลงโทษเขาได้ตามใจชอบ


 

            ความเงียบอันสู้ไม่ได้นี้ คงทำให้อาทิตย์สะใจอยู่ไม่น้อย เจ้าตัวจึงไม่คิดจะใยดีอะไรกับพวกส่วนเกินอีก  หันไปหาเพื่อนตัวเอง พร้อมกับยื่นส่งถุงไปให้


 

            “ยาที่ฝากซื้อ”


 

            “ขอบใจนะ น้องเขากำลังรอใช้พอดีเลย”


 

ฟางรับถุงยามาพร้อมคำขอบคุณ แต่ไอ้ประโยคด้านท้ายกลับทำให้อาทิตย์ถึงกับนิ่งอึ้ง ยิ่งเมื่อเห็นว่ายาที่ตนอุตส่าห์ไปซื้อมากลับถูกส่งไปให้คนที่เขาเพิ่งด่าไปเมื่อกี๊หมาด ๆ จนต้องเผลอเบิกตากว้าง


 

“ก้องภพจะเอาด้วยมั้ย ปวดขาเหมือนกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”


 

“เอาครับ ขอบคุณครับ”


 

ก้องภพรีบรับน้ำใจแบบไม่ปฏิเสธ สบตามองเฮดว้ากแล้วแอบนึกขำในใจที่เห็นอีกฝ่ายตีสีหน้าแปลก ๆ แบบคนอ้ำอึ้ง ๆ คงอึดอัดอยากจะด่าอะไรออกมาสักคำ เพราะคงเจ็บใจไม่น้อยที่ถูกเอาคืนด้วยวิธีตลบหลังแบบนี้  หากยังไม่ทันจะพูดอะไร กลับมีเสียงหวานแหลมปรี๊ดของใครบางคนดังขัดจังหวะ


 

            “ไหนย่ะยัยฟางงง!! ตัวแทนภาคหล่อนนะ เอามาให้ฉันยลโฉมหน่อยสิ!


           

...เป็นเพื่อนของพี่ฟางที่เดินเข้ามาทัก แต่ที่ทำเอาเงียบไปทั้งหมด คือไม่คิดว่าเพื่อนพี่ฟางจะเป็นชายใจหญิง หุ่นดูมาดแมน ตรงข้ามกับท่าทางจริตจก้านซึ่งเกินกว่าผู้หญิงไปหลายขุม และไม่จำเป็นต้องรอฟังคำตอบว่าตัวแทนเป็นใคร ร่างนั้นก็พุ่งตรงมาหาเป้าหมายทันควันเหมือนมีเรดาห์จับเหยื่อ พร้อมด้วยน้ำเสียงวี๊ดว๊ายตื้นเต้นปิดไม่มิด


 

            “อุ๊ยต๊าย!! มีของดีขนาดนี้ก็ไม่บอกกันนะยะ  ไปแอบอยู่ไหนมาค่ะลูก แบบนี้ไม่ต้องคัดกับภาคอื่นแล้ว เจ๊มินนี่ให้ผ่านเป็นตัวแทนคณะได้เลย ชนะขาดกันเห็น ๆ ค่ะ เจ๊คอนเฟิรม์!


 

             ก้องภพยิ้มแห้ง ๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายพลิกตัวเขาไปมา แบบคนอยากสำรวจตรวจตราทั่วทุกตารางนิ้ว ช่วงจังหวะหนึ่งที่หันหลังไป เขาเหลือบไปเห็นพี่อาทิตย์ตีสีหน้าเบื่อ พลางยกกล่องข้าวเดินไปกินอีกทาง เหมือนไม่อยากอยู่ฟังให้รำคาญหู ปล่อยให้พวกเขาคุยธุระกันเองตามสะดวก


 

            ซึ่งเอาจริง ๆ แล้ว พอฟังรายละเอียดของการประกวดก็ไม่มีอะไรมากมาย แต่เจ๊มินนี่เป็นคนคุยเก่งเลยลากไปคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ได้ยาว จนเห็นว่าโต๊ะที่นั่งคุยกันอยู่ เริ่มเปิดไฟไล่ความมืดล่วงเวลามาพอสมควรแล้ว เลยต้องเบรกไว้ให้น้องได้กลับไปพักบ้าง


 

            “โอเค งั้นไว้เดี๋ยวเจ๊จะโทรหานัดวันถ่ายรูปอีกทีนะคะ น้องก้องภพ รอรับโทรศัพท์เจ๊ด้วยล่ะ”


 

            “โทรเรื่องงานนะคะคุณเพื่อน ไม่ใช่โทรคุยเรื่องอื่น”


           

            พี่ฟางยังไม่วายทิ้งคำแซว จนคนถูกกัดต้องค้อนใส่


 

            “แหม...รีบดักคอเลยนะยะ คุยแค่เรื่องงานอย่างเดียวจ๊ะ ระดับเจ๊ได้ยินแค่เสียงอย่างเดียวไม่พอ มันต้องเห็นตัวเป็น ๆ ด้วยถึงจะได้อารมณ์”


 

            มุกสองแง่สองง่ามที่ถูกปล่อยออกมาเรียกเสียงหัวเราะฮาครืนกันทั้งโต๊ะ แต่ก็ต้องเงียบกริบลงทันควัน เมื่อได้ยินคำบ่นดุเอ่ยปราม


 

 

“พวกคุณหัวเราะอะไรกันเสียงดัง เกรงใจคนอื่นที่ทำงานอยู่ด้วยครับ!


 

คนที่พูดด้วยท่าทีวางอำนาจแบบนี้เป็นใครไม่ได้นอกจากเฮดว้ากที่เงียบหายไปเป็นนาน แต่คราวนี้เจ้าตัวเดินมาพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดเหมือนไปกินรังแตนมาจากที่ไหน


 

            “ฟาง ตุลย์เรียกให้มาตาม ส่วนพวกปีหนึ่งถ้าเสร็จธุระก็กลับไปได้แล้ว!


 

            คำตวาดอย่างไม่ไว้หน้าทำให้วงสนทนาที่คุยกันอยู่สลายโดยฉับพลัน ก้องภพกับเพื่อนรีบลุกขึ้น เตรียมเดินถอยทัพไปทันทีก่อนจะโดนสั่งให้ทำโทษอะไรอีก ทว่ามันคงไม่ทันใจใครบางคน



 

            “เฮ้ย!  เดี๋ยวก่อน!!


 

           เสียงรั้งตะคอกจากด้านหลังจนคนฟังต้องหยุดกึกตามคำสั่ง หันกลับมามองอีกฝ่ายซึ่งเดินก้าวฉับๆ  มาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา



 

            “ยื่นมือมาข้างหน้าด้วย!



 

            น้ำเสียงสั่งถูกเจาะจงมาที่ก้องภพ ...ถึงจะไม่เข้าใจเหตุผล แต่ก็รู้ว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งบทลงโทษ ไม่แน่เฮดว้ากอาจอยากสวมบทเป็นครูหาไม้หรืออะไรมาตีมือเขาก็ได้ 



 

สุดท้ายก้องภพจึงต้องจำใจยื่นมือมาข้างหน้าทั้งสองข้าง เตรียมรับการลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยม หากแต่เฝ้ารอนานแค่ไหน มันกลับไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ ปรากฏ

           



            เพราะสิ่งที่มือของเขาสัมผัสตอนนี้มีเพียง...



 

...ส้มสี่ลูก

 



 

“เอาไป!! เพื่อนผมอุตส่าห์เอามาให้ รับไว้แล้วก็อย่าลืม!



 

สั่งจบ อีกฝ่ายก็เดินหันหลังไปหยิบข้าวเพิ่มอีกกล่อง แล้วเดินหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเขาไว้กับเพื่อนที่กำลังรีบเรียงเหตุการณ์ด้วยความมึนงง ก่อนจะได้ยินคนข้างตัวถอนหายใจออกมาโล่งอกที่ไม่ได้มีเรื่องเลวร้าย


           

            “เฮ้อ....ตกใจหมดเลยวะ นึกว่าจะโดนสั่งให้ทำโทษอะไรซะอีก”


 

“อืม”

 

 

            ก้องภพตอบรับเอ็มเพียงแค่นั้น ขณะที่ดวงตายังคงมองส้มสี่ลูกในมือซึ่งได้รับจากใครบางคน



 

...ส้ม ที่เขาลืมเอาไป




 

            ทั้ง ๆ ที่จะทำเป็นไม่สนใจก็ได้ แต่ก็ยังเดินเอามาให้  อยู่ ๆ ไม่รู้ทำไม เขากลับนึกถึงคำคำหนึ่ง...




 

            คนที่ห่วงพวกน้องมากที่สุด ก็คือพี่ว้ากเนี่ยแหละ




 

            ...คนที่ห่วง?



 

แค่คิด...ใบหน้าคม ๆ  ตาดุ ๆ ปากร้าย ๆ ของเฮดว้ากอย่างอาทิตย์ก็ลอยขึ้นมาแทน และพอเปรียบเทียบกันแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำขึ้นมาเบา ๆ  เพราะมันไม่มีความเข้ากันกับบุคลิกและท่าทางตอนเอาส้มมาให้เขาเลยสักนิด



 

แต่แม้ว่าเป็นแบบนั้น หัวใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด จนต้องเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่



 

มันอาจจะเป็นจริงดังว่า... ถ้าคนที่ห่วงเขามากที่สุด คือ คนเดียวกับคนที่ใจร้ายใส่เขามากที่สุด



 

เป็นแบบนี้เขาคงไม่สามารถเอาชนะได้ เพราะเขาคงทำใจให้เกลียดอีกฝ่ายไม่ลง



 

ตราบใดที่ในสายตาของเขายังรู้สึกเสมอว่า...


 

 

 

...คนใจร้าย    ...ช่างใจร้ายได้...    น่ารัก




 

 
 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



 

 

            TBC

 

 

 

มาแบบละมุน เขิน ๆ พอมุ้งมิ้ง กรุบกริบ

หลังจากตอนที่แล้วดราม่าโหดจนคะแนนความนิยมพี่อาทิตย์ตกฮวบ

มาตอนนี้พอจะเรียกคะแนนพี่อาทิตย์กลับมาได้มั้ยเอย?

จริง ๆ แล้วเหตุผลที่พี่ว้ากทำตัวโหดก็อย่างที่บอกนั่นแหละค่ะว่ามันเป็นไปตามหน้าที่

            ลึก ๆ พี่ว้ากทุกคนเองก็ห่วงน้องไม่แพ้กัน เลยอยากให้ช่วยเห็นใจพี่อาทิตย์นิดหนึ่ง

            อย่าเอนเอียงเขาข้างก้องภพกันหมด เดี๋ยวจะไม่เสมอภาค ไฟท์กันไม่มันส์ ฮ่า ๆ

           

*ส่วนเรื่องโรคที่น้องผู้หญิงล้มลงตอนฝึกวิ่ง

ชื่อว่า โรคไฮเปอร์เวนติเลชั่น (Hyperventilation Sydrome)

            หรือชื่อภาษาไทยว่า “โรคหอบจากอารมณ์” (ดูดู๊ตั้งชื่อซะส่อเชียว)

            แต่ถ้าเป็นจริง ๆ แล้วจะขำไม่ออกเพราะมันทรมานมาก เราเองก็เคยเป็นแทบขาดใจตาย

            มันเกิดจากภาวะตึงเครียดทางอารมณ์ที่ส่งผลให้เกิดอาการเกร็งที่มือและเท้า

            รวมทั้งจะมีอาการหอบหายใจเร็ว จนทำให้เกิดความผิดปกติของสารเคมีในเลือด

            อันนี้ใครอยากได้รายละเอียด ตามลิงค์ไปเลยจ๊ะ      
            http://www.ramamental.com/medicalstudent/generalpsyc/hyperventilation-syndrome/        

             วิธีแก้ฉุกเฉินก็คือทำตามที่พี่อาทิตย์บอกเลย คือหาถุงกระดาษมาครอบปากและจมูกผู้ป่วยไว้

            เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์เข้าไปจนปรับสมดุลได้ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ให้พาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

            อันนี้ฝากเป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้นะคะ

 

            สุดท้ายขอบคุณทุกกำลังใจที่ยังติดตามกันอยู่เรื่อย ๆ

            ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

 
            

 

            BitterSweet

 

 

 

            ป.ล. แถมเพลงให้เพลงหนึ่งค่ะ อ่านจบแล้วเปิดฟังจะเพิ่มความฟินให้อีก 200%

           

            คนน่ารักมักใจร้าย  : Basketband       
 

            

            
 

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 450 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14,150 ความคิดเห็น

  1. #14126 Saguramio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 18:26

    ตอนนี้เป็นตอนที่so cuteมากกก ปล.#พี่ว้ากคนซึนและน่ารัก

    #14,126
    0
  2. #14107 Londarr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 12:31

    พึ่งมาติด 5555 ตอนดูในซีรีส์ฉากนี้คือทำได้ละมุนมากๆๆๆๆ น่ารักมากเลย

    #14,107
    0
  3. #14090 koiikan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 14:10

    จุดเริ่มต้น ของ อาทิตย์ก้องภพ
    #14,090
    0
  4. #14086 Saguramio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:50

    นี่แหละจุดเริ่มต้นนนนนน

    #14,086
    0
  5. #14060 -FL- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 13:33
    จ้าาาาาคุณก้แงภพ
    #14,060
    0
  6. #14059 bingso (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:22
    น่ารักอ่ะ
    #14,059
    0
  7. #14001 RileyRen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 16:23
    ชอบมากที่ใส่เรื่องไฮเปอร์ค่ะ ชอบให้มีความรู้อะไรแบบนี้ในนิยายนะ ชอบๆ

    พี่อาทิตย์ดูฉลาด ฉับไว พึ่งพาได้มากอ้ะ

    นึกว่าการให้ส้มไม่เท่ากันในซีรีส์จะแอบซ่อนความหมาย อ้อ ในนิยาย เป็นส้มสี่ผลเนอะ ว้าๆๆๆ 555 แต่ก็เจาะจงที่ก้องภพคนเดียวนะ หืมมมม

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ตุลาคม 2560 / 16:38
    #14,001
    0
  8. #13955 ยิ้งฉุบ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 19:33
    กรี๊ดดดดดด เขินนนนนนนน
    #13,955
    0
  9. #13948 StoryOfLove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:57
    อ่าน10ครั้งตาย10ครั้ง
    #13,948
    0
  10. #13902 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 14:33
    ทุบโต๊ะ ทุยเตียง กัดหมอน กัดผ้าห่ม นั่นๆๆๆๆ เอาแล้วไงทุกคน
    #13,902
    0
  11. #13857 เหมียวขนฟู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 20:55
    ชอบตอนที่พี่อาทิตย์บอกพี่พยาบาลอ่ะ
    ปล.ตอนเรารับน้องก็มีเพื่อนเป็นไฮเปอร์เหมือนกัน เครียดจัดตอนพี่ปี4มาดุ
    #13,857
    0
  12. #13835 khawkhun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 15:46
    เอะ ยังไง "น่ารัก"



    #13,835
    0
  13. #13809 TheSilverGun1910 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 21:31
    ฟินวนไปค่ะ น่ารักที่สุดดด
    #13,809
    0
  14. #13807 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 19:36
    โอ๊ยยย น่ารักกกกก
    #13,807
    0
  15. #13786 Skyblue (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 23:00
    อยากได้คนใจร้าบแบบนี้มาากอดจังเยยย
    #13,786
    0
  16. #13755 YamaLuffyijikO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 01:51
    เอร้ยยย มีมุมน่ารักด้วยย
    #13,755
    0
  17. #13741 C\'srswd Rtn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:17
    ไฮเปอร์คนเป็นเยอะมากค่ะ เราก็เป็น == เป็นอาการฉับพลันจริงๆ เหนื่อยมากกกกกกกก
    #13,741
    0
  18. #13728 3874119 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 20:30
    น่ารักอะไรขนาดนั้น ภาษาสวยมาก อ่านทุกวัน ก้อยังอ่านอีก55
    #13,728
    0
  19. #13717 pim.' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 15:31
    น่ารักก็รักเลยยยยย
    #13,717
    0
  20. #13659 ฮิโรตะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:43
    อ่านแล้วฟินมากอ่ะ
    ชอบ ๆ 
    ^^
    #13,659
    0
  21. #13652 meenet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 23:44
    ชื่อโรคนี่มัน.... 555555555
    #13,652
    0
  22. #13632 Zebus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 13:37
    ชื่อโรคมันส่อจริงๆค่ะ 555555
    #13,632
    0
  23. #13573 Kaewkanjana12120 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 20:49
    อร๊ายยยยกรี๊ดดดดดังๆมันชอบมากก
    #13,573
    0
  24. #13549 ployonploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 06:38
    คนใจร้ายช่างใจร้ายได้น่ารักกก เอร้ยยยย
    #13,549
    0
  25. #13520 Umehana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 11:50
    น่ารักแล้วรักมั้ยคะ ^///^
    #13,520
    0