![]() |
|
|
-
นี่นับเป็นยุคของนักร้องหญิงอังกฤษอย่างแท้จริง เพราะนอกจาก อเดล กับ เอลลี่ กูลดิ้ง แล้ว เจสซี่ เจ สาววัย 23 ปี เป็นคนล่าสุดที่อาสาบุกตลาดเป้าหมายอเมริกา แม้อายุยังน้อย แต่เธอเหมือนกับคนที่ประสบการณ์สูง ที่มีประวัติสุดขั้ว เธอป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตอนอายุ 18 แต่หายสนิท และแข็งแรงปึ๋งปั๋งได้ เธอพัฒนาตัวเองจากการเป็นสมาชิกวงสาวๆ ''Soul Deep'' และตอนนี้มีซิงเกิลฮิตอย่าง ''Do It Like a Dude'' และ ''Price Tag''
Q - คุณเป็นไงบ้าง ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่บ้าสุดๆ ของคุณหรือเปล่า?
Jessie J - มันบ้านิดหน่อย ซิงเกิลใน ยูเค ไปได้สวยทีเดียว อย่าง ''Do It Like a Dude'' ก็ขึ้นถึงอันดับ 2 ส่วน ''Price Tag'' ขึ้นที่ 1 ตั้ง 2 อาทิตย์ จากนั้นมันก็ถูกปล่อยวางแผงทั่วโลก และไต่อันดับได้ทั้งที่ฉันไม่เคยไปประเทศนั้นเลย ฉันว่านี่มันเป็นความรู้สึกเป็นเกียรติที่สุดที่ศิลปินคนหนึ่งจะได้รับแล้ว ที่ประเทศนั้นๆ ยอมรับเพลงของฉันโดยที่ไม่ได้ไปโปรโมตเลย ฉันต้องเดินทางตลอด 6 เดือนที่ที่ผ่านมา ฉันแสดงเยอะ และใช้ชีวิตเหมือนฝัน ไต่จากศูนย์สู่ 100 ในเวลารวดเร็ว ''Price Tag'' ขึ้นที่ 1 ในชาร์ต 16 ประเทศ ฉันคิดว่านะ ซึ่งมันเหมือนฝัน
Q - แล้วประสบการณ์ อเมริกา หละเป็นยังไงบ้าง?
Jessie J - น่าเหลือเชื่อ ฉันเคยมา อเมริกา แล้ว และมันเคยเป็นสถานที่หลบหนีของฉัน แต่ตอนนี้ พอย่างเท้าออกจากเครื่องบิน และมีปาปาราซซี่ แฟนๆ และมีคนจำฉันได้ มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื้นตันใจ อังกฤษ เล็กกว่า อเมริกา มาก และฉันคิดว่ามันเหมือนความฝันของศิลปินจาก อังกฤษ เลย ศิลปินเยอะแยะฝันอยากประสบความสำเร็จใน อเมริกา ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นตลาดที่น่าท้าทายที่สุดแล้ว ศิลปินหลายคนที่ฉันเฝ้าดูสละเวลามาบอกให้ฉันรู้ว่า พวกเขาชื่นชมดนตรีของฉัน และมันวิเศษจริงๆ แฟนๆ ก็ฮาร์ดคอร์มาก ทุกๆ ที่ที่ฉันไปใน อเมริกา พวกเขาจะรออยู่ข้างนอก พวกเขามีทั้งป้ายผ้า และสักเนื้อร้องของฉัน การทำอะไรอย่างนั้นได้มันวิเศษมาก แฟนเพลงของฉันกลายเป็นเพื่อนกันรอบโลก ฉันดูจากทวิตเตอร์ ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนแม่ และพวกเขาเป็นลูกๆ
Q - คุณเจอแฟนๆ ทำผมทรงเดียวกับคุณมั้ย?
Jessie J - อ๋อ แน่นอน โดยเฉพาะที่ อังกฤษ ยิ่งเล่นเยอะเท่าไหร่ คุณยิ่งเห็นอะไรเยอะแยะ ทั้ง ฮูปส์, เล็บ, ส้นสูง และชุดแมว พวกเขามากันแบบเมกอัพเข้มเลย มันตลกนะ สนุกมาก จริงๆ แล้วมีบางคนเหมือนฉันมากๆ มันทำเอาฉันอยากบ้าไปชั่วขณะ
Q - ช่วงแรกๆ คุณบอกว่าคุณปรับเปลี่ยนแฟชั่นบางอย่างให้เข้ากับตลาดอเมริกา แต่ตอนนี้คุณกำลังสร้างเทรนด์อยู่
Jessie J - ฉันว่าตอนนี้ฉันตอบรับสไตล์ของตัวเองมากขึ้น ผู้คนลืมไปว่าเพียงเพราะคุณเป็นศิลปิน มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะสะดวกใจกับรูปร่าง หรือสิ่งที่คุณสวมใส่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ซะที่ไหน ฉันว่ามันเป็นสิ่งที่แบบว่า ปล่อยมันเป็นไป และบอกว่า ''โอเค ฉันจะแต่งแบบนี้ แล้วไปร็อก และสนุกกับมัน''
Q - คุณต้องทำอะไรเข้าท่าอยู่แน่ๆ เพราะศิลปินหญิงใน อังกฤษ อย่างคุณทั้ง เอลลี่ กูลดิ้ง และ อเดล ต่างมาดังที่นี่ มันเป็นการรุกคืบของศิลปินหญิงอังกฤษเลยนะ
Jessie J - ผู้คนเอาแต่พูดกับฉันว่า - ที่นั่นมีอะไรกันเหรอ? - (หัวเราะ) ซึ่งฉันก็ไม่รู้ เอลลี่ และ อเดล เป็นเพื่อนสนิทของฉัน โดยเฉพาะ เอลลี่ ฉันมีความสุข และเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในศิลปินหญิงอังกฤษ ที่บุกเข้ามา (อเมริกา) อย่างที่คุณบอก ฉันและอเดลไปเรียนด้วยกัน ส่วนฉันกับเอลลี่ก็สนิทกันมาก ฉันรู้สึกดีที่ได้เห็นเพื่อนๆ ประสบความสำเร็จ
Q - คุณ กับ เอลลี่ ดูจะประสบความสำเร็จแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ แต่ไม่เหมือนกัน
Jessie J - สิ่งหนึ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับตัวเอง และ เอลลี่ คือ เธอเรียกฉันว่า ''แม่มด'' ส่วนฉันเรียกเธอว่า ''สโนว์ไวท์'' ไม่ว่าเธอทำอะไรฉันจะแบบว่า - ว้าว! - และทุกอย่างที่ฉันทำเธอก็จะ - ว้าว! - พวกเราถนัดในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่เราก็ต่างกันมาก ฉันอยากทำงานกับเธอมาก เราจะเข้าสตูดิโอในเร็วๆ นี้ ฉันคิดว่าเราต่างชื่นชมกัน มันเป็นเรื่องดีที่ได้รับแรงใจจากคนที่ผ่านอะไรมาเหมือนๆ กัน คนที่โทรศัพท์มาหา และบอกว่า - เธอเหนื่อยหรือเปล่า? วันนี้เป็นไง? เธอเครียดมั้ย? - เป็นเรื่องดีที่คุณมีคนให้คุยด้วย
Q - กระทั่งตอนนี้อะไรเป็นสิ่งที่คุณคิดว่าจัดการได้ยากที่สุด?
Jessie J - น่าจะเป็นการสูญเสียอิสรเสรีภาพ มันเป็นสิ่งที่หนักหนาที่สุด การไม่สามารถไปไหนมาไหนด้วยตัวเองอีกต่อไป ฉันชอบเดินเล่น ชอบออกไปข้างนอก ไม่มีคนสนใจว่าฉันจะทำอะไร ฉันต้องใช้เวลานานมากกว่าจะมีความมั่นใจพอที่จะขับรถไปไหนมาไหน และตอนนี้ฉันไม่ปลอดภัยที่จะทำแบบบนั้นอีก บางครั้งฉันถามตัวเองว่า - เราจะไปห้องน้ำได้มั้ย? - เพื่อให้ฉันมีเวลาอยู่เงียบๆ 5 นาที มันฟังดูแย่กว่าที่เป็นนะ (หัวเราะ)


ความคิดเห็น