นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย ʺó Էͺ PAT { Ѻ }

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


                เราเขียนกระทู้ไว้ช่วงประกาศผลสอบแกทแพทค่ะ แต่ตอนนี้มีเวลาว่างเลยมาแก้ไข + เพิ่มเนื้อหาบางส่วน จนมันยาวมากทำให้ใส่ในกระทู้ไม่หมด เพราะฉะนั้นเราขออนุญาตย้ายมาเปิดเป็นบทความแทนนะคะ

                ยังไงก็ฝากบทความนี้ไว้ด้วยนะคะ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ต.ค. 58 / 19:11


 

                สวัสดีค่ะ

                เนื่องจากมีน้อง ๆ บางคนทักมาถามเรื่องการอ่านหนังสือบาลีของเรา เราเลยอยากจะรีไรท์แล้วก็อัพเดตอะไรใหม่ ๆ เพิ่ม เผื่อจะได้เป็นแนวทางสำหรับน้อง ๆ สายวิทย์ที่อยากจะเข้าคณะสายศิลป์ หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคะ

                ( ตรงนี้จะเป็นเรื่องของเราช่วงที่เบนจากสายวิทย์ไปทางสายศิลป์ ใครไม่อยากอ่านก็ข้ามได้นะคะ )

                เหตุผลที่เราเลือกเรียนสายวิทย์เป็นเพราะช่วง ม.4 เรายังไม่รู้ว่าอยากเรียนอะไรค่ะ ช่วงนั้นคณะในฝันของเรามั่วมาก มีทั้งทันตแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ และอีกหลายคณะเลยค่ะ สุดท้ายเราก็เลยตัดสินใจเรียนสายวิทย์ไปก่อน เพราะอย่างน้อยมันก็สามารถไปได้หลายทาง ( หลายทางในความหมายของเราคือเด็กวิทย์สามารถสอบเข้าคณะสายวิทย์ได้ ศิลป์ได้ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดดราม่าบ่อย ๆ อย่างที่เห็น ) จนในที่สุด ตอนที่เราขึ้น ม.5 เราก็เริ่มรู้ตัวว่าสายวิทย์ไม่ใช่ทางของเรา

                ออกตัวก่อนเลยว่าเราเป็นติ่งเกาหลีค่ะ แหะ TwT ชอบมาตั้งแต่ช่วงม.ต้น โดนบ่นมาก็เยอะเพราะวัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากเล่นทวิตเตอร์ อ่านฟิค จนช่วงม.ปลายนี่แหละที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่ามันมีจุดเปลี่ยน หนึ่งในนั้นคือเราชอบอ่านฟิคมาก ๆ ถ้าใครเป็นสายที่ชอบอ่านฟิคก็จะรู้ดีว่าอ่านแล้วติดมาก ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไรท์เตอร์แต่งโดยใช้ภาษาสวย ๆ เราก็จะยิ่งชอบค่ะ มันเลยทำให้เราเริ่มอยากเขียนฟิคบ้าง อยากจะลองดูสักครั้งว่าเราจะเขียนออกมาเป็นอย่างไร สื่อด้วยภาษาที่ทำให้คนอ่านเข้าใจไหม ทำให้ตอนนั้นการเขียนฟิคจบสักเรื่องแล้วก็รวมเล่มเก็บไว้กลายเป็นความฝันของเรา

                แล้วเราก็พยายามแต่งไปเรื่อย ๆ พยายามหาข้อมูลรวมถึงอ่านให้มาก ๆ ด้วย พอทำแบบนั้นมาก ๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่างานเขียนมันมีเสน่ห์ ไม่ใช่สักแต่ว่าแต่งเล่น ๆ ถ้าเราอยากให้ผลงานเราออกมาดีเราก็ต้องพยายามและก็ทุ่มเทกับมันมาก ๆ พอเป็นแบบนั้นมันก็ทำให้เราหาตัวเองเจอ สุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่าตัวเองอยากเรียนเกี่ยวกับพวกภาษา-งานเขียน ทำให้คณะในฝันอันดับหนี่งของเรากลายเป็นคณะอักษรศาสตร์ค่ะ

                หลังจากนั้นเราก็เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับคณะนี้ว่าต้องใช้คะแนนสอบเข้าวิชาอะไรบ้าง สัดส่วนเท่าไหร่ จริง ๆ เราก็พอรู้อยู่แล้วว่าต้องใช้ PAT ภาษา หรือถ้าไม่ใช้ PAT ภาษาก็ต้องใช้ PAT คณิตศาสตร์ ( ซึ่งเราขอบายค่ะ ) เลยทำให้เราคิดหนัก เพราะในหัวไม่มีภาษาที่สามเลย ภาษาจีนที่เรียนมา 6 ปีก็งู ๆ ปลา ๆ มาก เพราะอย่างนั้นเราเลยนึกถึง PAT บาลี

               

                มาถึงเรื่องของ PAT บาลีกันบ้างนะคะ

                ช่วงนั้นใกล้จะปิดเทอมซัมเมอร์ค่ะ แต่เราก็ยังไม่ได้เน้นเนื้อหาเท่าไหร่เพราะคิดว่ามันมีเวลาอีกเยอะ เลยทำตัวเอื่อยเฉื่อยไปวัน ๆ เรียนบ้างเล่นบางตามประสา ตั้งใจเอาไว้ว่าจะอ่านตอนปิดเทอมทีเดียว ( อย่าทำตามนะคะ อ่านได้ก็อ่านไปเลยเพราะเอาเข้าจริง ๆ เวลาผ่านไปไวมาก TT ) แต่พอปิดเทอมแล้วเราก็ยังเอื่อยอยู่ค่ะ โดนดุหนักมากด้วยเพราะตามแต่เกาหลี จนสุดท้ายเราก็ต้องไปซื้อหนังสือบาลีมาอ่าน ( ตอนนั้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตค่ะ ซื้อที่ร้านเรืองปัญญา @ ท่าพระจันทร์ กทม. )

                ความรู้สึกแรกที่เห็นเนื้อหาคือ อึ้งมาก ที่ท่องวรรคในวิชาภาษาไทยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของบาลีเท่านั้นเองค่ะ เรารู้สึกเหมือนมันเป็นภาษาพระมาก ๆ อ่านแล้วอาจจะบรรลุได้ ถ้าใครอยากรู้ว่ามันเป็นยังไงลองเข้าเว็บ บาลีดิค ( http://www.palidict.com/  <-- เหมือนตอนนี้เข้าไม่ได้ ) ดูก่อนก็ได้ค่ะ จะได้รู้ว่าไปทางภาษานี้ไหวไหม

                ตอนนั้นประมาณปลายเดือน เม.ย. ตารางสอบ GAT-PAT กับ 7 วิชาสามัญออกแล้ว ปีเราสอบ GAT-PAT เดือน พ.ย. ถ้าลองนับ ๆ ดูเหลือเวลาประมาณ 7 เดือน สำหรับคนที่มีพื้นฐานแค่วรรคกับสนธิแบบง่อย ๆ ถ้าอ่านจริง ๆ จัง ๆ ก็ถือว่าเวลาเยอะมากค่ะ เราก็เริ่มอ่านได้สักพักประมาณเดือนสองเดือน สุดท้ายก็เริ่มช้าลงเพราะรู้สึกว่าเนื้อหาเยอะและส่วนมากอาศัยจำทั้งนั้น เลยหยุดอ่านไปพักนึง แต่ก็ไม่ได้ปล่อยว่างนะคะ เราเก็บภาษาไทย สังคม ภาษาอังกฤษไปพลาง ๆ แทน

                จนสุดท้ายเราก็กลับมาอ่านบาลีเหมือนเดิมจนได้ หนึ่งเลยคือโดนแรงกระตุ้นจากพ่อกับแม่ค่ะ ถ้าไม่อ่านไม่ติด คำเดียวเลยคือ ไม่ติดเราก็อ่านไปด้วย ถามจากรุ่นพี่ที่โรงเรียนไปด้วยตามประสาคนอ่านเอง ( พี่เขาคือไอดอลของเราค่ะ ฮา ) พยายามอ่านเยอะ ๆ ทวนหลาย ๆ รอบ แล้วก็ลองทำข้อสอบดูบ้าง

                เป้าหมายของเราค่อนข้างสูง ( เพราะรู้ว่าเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่ เลยจะฝากความหวังไว้ที่บาลี ) เราอยากได้คะแนนประมาณ 210 ไม่ก็สูงกว่านั้นค่ะ แต่ในใจก็คิดว่าเราจะทำได้ไหม มันยากมาก T_T

                ตอนลองทำข้อสอบครั้งแรกเราช็อคมากค่ะ หลังจากที่อ่านไปหลายรอบแล้วแต่เราก็ยังได้ไม่ถึง 150 สำหรับเราเราคิดว่ามันน้อยมาก ๆ นะเพราะก็เข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว เลยคิดว่าต้องพยายามให้มากกว่านี้ เพื่อที่คะแนนจะได้แตะ 210 อย่างที่เราตั้งเป้าไว้ เราก็เลยอ่านแต่บาลีค่ะ อาจจะเป็นวิธีที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอเปิดเทอม ม.6 แล้วเราแทบไม่ได้เรียนวิชาอื่นเลย ทิ้งหมดเลยพวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เรียนบ้างแต่ก็ไม่ได้อะไรมาก บนโต๊ะเรียนมีแต่หนังสือบาลี ตอนเช้าไปถึงโรงเรียนก็นั่งอ่าน เพื่อนนั่งคุยเราก็นั่งอ่าน ( จริง ๆ เราเป็นพวกประหลาดที่ชอบฟังเพลงตอนอ่านหนังสือค่ะ แต่ต้องเป็นเพลงที่ชอบมาก ๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าฟังเพลงไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วยแล้วจะอ่านรู้เรื่องเหรอ สำหรับเราเรารู้เรื่องนะ ;_; ) แล้วก็พวกวิชาไหนที่เราคิดว่าไม่สำคัญเราก็หยิบบาลีขึ้นมาอ่าน พักเที่ยงก็อ่าน กลับบ้านก็อ่าน แต่เราไม่นอนดึกนะคะ ง่วงก็นอนไม่มีฝืนเพราะอ่านตอนง่วง ๆ มันไม่ได้อะไร สมองไม่ไหว

                สรุปคือเราใช้เวลาไปกับบาลีค่ะ มีบ้างที่หยิบเอาสังคมกับภาษาไทยขึ้นมาอ่าน แต่ถ้าเทียบกับบาลีแล้วสู้ไม่ได้เลย ขีดจนหนังสือเละแถมเปลี่ยนเล่มใหม่ด้วย พอใกล้ ๆ จะสอบก็ทำสรุปบ้าง นั่งทำข้อสอบเก่า ๆ บ้าง ( ข้อสอบตั้งแต่ปี 52 จนถึงปีล่าสุด ) ทำให้เรารู้ว่าคะแนนเรากระเตื้องขึ้นมาแล้ว เยอะที่สุดก็ 207 คะแนน

                [ พูดถึงเรื่องข้อสอบหน่อยแล้วกัน เราปริ๊นมาทุกชุดเลยค่ะ ทำชุดละประมาณสามรอบ แต่ไม่ใช่วงคำตอบในข้อสอบนะคะ เอากระดาษมาเขียนเรียงคำตอบเป็นข้อ ๆ เพื่อที่ครั้งต่อไปจะได้ไม่รู้คำตอบ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อ่านจบแล้วก็ลองทำดู เราว่ามันได้ผลเพราะคะแนนเพิ่มขึ้นทุกรอบ และอีกอย่างการทำข้อสอบบาลีจะได้เปรียบมาก ๆ เพราะข้อสอบชอบออกวน ถ้าเราผ่านตาแล้วเวลาเจอในข้อสอบเราก็จะ อ๋อ มันเป็นแบบนี้นะ ]

                เราอ่านไปเรื่อย ๆ ค่ะ หลายคนถามว่าเรามีทริคในการอ่านบาลียังไง เราบอกก่อนเลยว่าเราอ่านเอง ไม่ได้ไปเรียนพิเศษที่ไหน เวลาไม่เข้าใจตรงไหนก็พยายามอ่านย้ำ ๆ ใช้สกิลการเชื่อมโยง ( มโน ) ให้เป็นประโยชน์ ฮา จนสุดท้ายเราก็เริ่มเข้าใจและจับจุดได้ไปเองค่ะ ว่าอันนี้มันเป็นอย่างนี้นะ ใช้หลักแบบนี้นะ แต่ถ้าคนไหนที่มีมีเวลามากพอแล้วก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ลองหาที่เรียนตามวัดดูนะคะ ช่วยได้เยอะมาก

                จนในที่สุดก็ถึงช่วงเวลาแห่งการสอบ สอง-สามเดือนก่อนสอบเราอ่านหนักมาก หนักแต่ก็ไม่ได้หักโหมนะคะ ยอมรับว่าเครียดมาก ๆ เพราะรับตรงใช้คะแนนรอบแรกรอบเดียวเท่านั้น โอกาสเรามีครั้งเดียวค่ะ พอเข้าห้องสอบแล้วเราก็พยายามนั่งนิ่ง ๆ ทำสมาธิให้ตัวเอง จนรู้สึกว่าสมาธิมาแล้ว เราค่อยทำข้อสอบค่ะ

                บรรยากาศในห้องสอบก็น่ารักดีค่ะ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหลับไปแล้วเกือบสิบคน มีไม่กี่คนที่นั่งทำจริง ๆ จัง ๆ

                จนทำข้อสอบเสร็จ เรานั่งตรวจคำตอบประมาณสามรอบ ในความคิดเราเรารู้สึกว่าปีนี้ ( 1/58 ) ไม่ยากเท่าไหร่ เราก็ลองนั่งนับดูว่าที่เราไม่ได้จริง ๆ มีประมาณกี่ข้อ มั่วไปกี่ข้อ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะไม่เกิน 15 ข้อค่ะ ( เข้าข้างตัวเองสุด ๆ ) พอออกมาจากห้องเราก็ไลน์คุยกับเพื่อนที่สอบบาลีด้วยกัน เช็คคำตอบด้วยอะไรด้วย ที่มั่วถูกก็มี มั่วผิดก็เยอะ รวมถึงที่คิดว่าถูกแต่ก็ผิดด้วย แต่เราก็ปล่อยมันไป ทำอะไรไม่ได้แล้ว TT__TT

                หลังจากสอบเสร็จก็ต้องฟิตอ่าน 7 วิชาสามัญต่อค่ะ อันนี้เราจะข้ามไปนะคะ วิธีการอ่านก็เหมือนกับตอนที่เราอ่านบาลีค่ะ อ่านย้ำ ๆ อ่านทวน ๆ

                จนวันที่คะแนนออก วันนั้นเราหลับก่อนค่ะ lol ตื่นมาถึงได้รู้ว่าคะแนนออกแล้ว มือสั่นมากเพราะเพื่อนรู้กันเกือบหมดแล้ว ในใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ มากเพราะกลัวว่าคะแนนจะไม่ดี..

                แล้วพอเราเห็นคะแนนช่องล่างสุด เราก็ร้องไห้เลยค่ะ

                เราได้ 264

                มันเป็นอะไรที่เกินคาดมาก ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ถึงขนาดนี้ TT คิดไว้ว่าถ้าเกิน 240 ก็โอเคแล้ว แต่พอมาเห็นคะแนนจริง ๆ แล้วเราหายเหนื่อยเลย เหมือนกับว่าที่เราทุ่มเทมาทั้งหมดมันไม่เสียเปล่า เราเองไม่ได้หวังคะแนนสูง ๆ เหมือนเด็กสายศิลป์นะคะ แต่เราแค่อยากได้คะแนนที่เยอะพอสมกับความพยายามของเรา ซึ่ง ณ จุด ๆ นี้เราดีใจมาก

                เราเลยอยากบอกน้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ที่สนใจจะสอบบาลีนะคะ PAT บาลีไม่ได้ยากเกินความสามารถ เราเองก็ไม่คิดว่าเราจะมาได้ถึงขนาดนี้ค่ะ สำหรับ PAT บาลีเรารู้สึกว่ามันอาศัยความพยายามมากกว่า จริงอยู่ที่บาลีอาจจะดูเหมือนภาษาพระ ภาษาบทสวดมนต์ แต่ถ้าลองอ่านจริง ๆ มันก็ไม่ได้น่าปวดหัวขนาดนั้น ว่ากันตามตรงเราเกือบทุกคนคุ้นกับภาษาบาลีค่ะ คำศัพท์บางคำแทบจะไม่ต้องท่อง เพราะเราเจอในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่ารู้ความหมายด้วย

                เราว่าความเพียรคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดค่ะ บางคนเก่งแต่ไม่เพียรทำข้อสอบ เขาก็อาจจะได้คะแนนไม่ดี สู้เราไม่เก่งแต่เราเพียรจนจำได้ ทำข้อสอบได้ สุดท้ายแล้วผลที่ได้ก็คือคะแนนที่มีค่าที่สุดสำหรับเรา



                *รบกวนอ่านข้างล่างนี้ด้วยนะคะ* 

                มาตอบคำถามกันบ้างดีกว่า..( เราจะพยายามนึกคำถามที่น้อง ๆ ถามมานะคะ อาจจะมีเพิ่มเรื่อย ๆ ) 




                Q: ภาษาบาลียากไหม
                A: คำถามนี้ตอบยากค่ะ เราว่ามันแล้วแต่คนนะ ถ้าเป็นคนที่ความจำดีหรือว่าเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ ก็จะบอกว่ามันไม่ยาก ( มาก ) แต่ถ้าเป็นคนที่ความจำไม่ดี / ขี้เกียจอ่านหลายรอบ ก็จะคิดว่ามันยากค่ะ เพราะบาลีอาศัยจำ ที่สำคัญคือต้องวิเคราะห์เป็นด้วย
               

                Q: ใช้เวลาเตรียมตัวนานไหม
                A: เวลาเตรียมตัวของเราเอาหยาบ ๆ ก็ 6-7 เดือนค่ะ แต่ถ้าจะเอาที่อ่านแบบจริง ๆ จัง ๆ รวม ๆ แล้วก็ 4-5 เดือน ไม่เกินนั้น


                Q: ควรเริ่มอ่านเรื่องไหนก่อน
                A: เราไม่รู้ว่าคนอื่นอ่านยังไงนะคะ แต่เท่าที่อ่าน + ทดลองด้วยตัวเอง ควรอ่านเรื่องสมัญญาภิธานก่อนค่ะ ต่อด้วยสนธิแล้วค่อยไปเรื่องนาม ยาว ๆ จนจบเล่ม เพราะสมัญญาภิธานคือพื้นฐานที่ต้องรู้

 


                Q: แบ่งเวลายังไงในเมื่อต้องเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ด้วย
                A: อ่านทุกครั้งที่มีเวลาว่างค่ะ ส่วนพวกวิชาสายวิทย์ก็ทิ้ง แต่ก็ไม่เชิงไม่เรียนเลยขนาดนั้นนะ ช่วง ม.6 เทอม 1 ต้องเก็บเกรดเลยเรียนบ้าง แต่เทอมสอง.......ละไว้นะคะ -_- แต่ถ้าจำเป็นต้องทิ้งจริง ๆ ให้ทิ้งเทอมสองค่ะ แต่ต้องระวังด้วยนะ ถ้าทิ้งแล้วต้องทำให้เต็มที่ ถ้าไม่เต็มที่มันจะมีปัญหาเกี่ยวกับเกรดตอนแอดมิชชันเพราะใช้เกรดหกเทอม


                Q: เพิ่งรู้ตัวว่าจะสอบบาลี ทำยังไงดีคะ กลัวอ่านหนังสือไม่ทัน
                A: อันดับแรกใจเย็น ๆ ค่ะ บางคนมีเวลาแค่ 1-2 เดือนยังทำได้คะแนนดี เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การแบ่งเวลา + การแบ่งเนื้อหา ไม่ต้องรน อ่านไปเรื่อย ๆ ให้เวลากับมันมาก ๆ เน้นอ่านที่พาร์ทเก็บคะแนน ( แบบง่าย ๆ ) อย่างพวกสมัญญาภิธาน อันนี้แนะนำให้อ่านก่อนเลยค่ะ แล้วค่อยไปอ่านต้นเล่ม ยาวไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องที่คิดว่าถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ ไม่ต้องเน้นก็ได้ น่าจะเป็นเรื่อง กิตก์ ค่ะ ออกน้อยและเนื้อหามันก็เยอะมาก ถ้าคิดว่าไม่ได้จริง ๆ ไปเก็บพาร์ทอื่นจะดีกว่า


                Q: ถามคะแนน GAT ด้วยได้ไหม
                A: เพราะไม่ได้ใช้ค่ะเลยไม่ได้เน้น.. เอาเป็นว่าได้แกทเชื่อม 150 อิ้ง 102.5 เอาไปบวกเองนะคะ 55555555555555


                Q: อยากใช้บาลีเข้าคณะอื่นด้วย
                A: อันนี้ต้องดูระเบียบการคณะที่จะเข้านะ บางคณะไม่เอาบาลี ต้องดูให้ดี ๆ ก่อน แต่ส่วนมากที่น้องถามมาคือรัฐศาสตร์ IR คะแนนที่ปลอดภัยควรจะ 240 อัพค่ะ แต่แกทต้องดีมาก ๆ นะ ทางที่ดีถามรุ่นพี่หรือคนที่สอบเข้าได้ดีกว่า ไม่ชัวร์อย่างแรงค่ะ 

                
                Q: อยู่ต่างจังหวัด หาซื้อหนังสือได้ที่ไหน
                A: อันนี้เราไม่ทราบจริง ๆ เพราะอยู่กรุงเทพ แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ให้ดูเล่มเหลืองในเว็บเลี่ยงเชียงค่ะ แต่ต้องทำใจนะว่า 4 เล่มของสมเด็จฯ หายากมากค่ะ อาจจะหาไม่ได้จริง ๆ ใครมีแหล่งก็เม้นท์บอกได้นะ ส่วนหนังสือเราซื้อที่ร้านเรืองปัญญาค่ะ ท่าพระจันทร์


                Q: อ่านแค่เล่มเหลืองพอไหม เพราะหา 4 เล่มเล็กไม่ได้
                A: จะว่าพอก็พอค่ะ แต่เราว่ามันไม่สุด ;-; แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่มีปัญหานะ 4 เล่มแค่อธิบายรูปวิเคราะห์บางเรื่องที่เล่มเหลืองไม่ได้เขียนไว้ รวมถึงเรื่องบางเรื่องที่อ่านในเล่มเหลืองไม่เข้าใจ ใน 4 เล่มก็จะเขียนคำอธิบายไว้ค่ะ มันเลยดีกว่าตรงนี้ 



                ประมาณนี้นะคะ ถ้ามีคำถามที่น่าจะสนใจจะเอามาลงเพิ่มน้า




                ส่วนเรื่องของหนังสือ เราใช้อ่านทั้งหมดสองอย่างด้วยกันค่ะ

                1. บาลีไวยากรณ์ พระนิพนธ์ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ มีทั้งหมด 4 เล่ม ในเว็บไม่มีขาย หาซื้อได้ที่ร้านนะคะ เล่มนี้เรารู้สึกว่าครบที่สุด แต่ภาษาค่อนข้างอ่านยากนิดนึง 

 

 

                2. หลักสูตรย่อบาลีไวยากรณ์ พระมหานิยม อุตฺตโม ราคาเล่มละ 120 บาท ใครที่อยากจะอ่าน หรือหาร้านซื้อไม่ได้ แนะนำให้ลองดูที่เว็บของเลี่ยงเชียงค่ะ จิ้ม 

 

 

                หรือ ถ้าอยากจะลองอ่านในอินเตอร์เน็ตก็ลองเข้าไปที่เว็บ  บาลีดิค ได้นะคะ มีศัพท์ให้ท่องด้วย

 

                สุดท้ายแล้ว อยากฝากน้อง ๆ #dek59 #dek60 ฯลฯ ทุกคนเรื่องความอึดนะคะ lol มันอาศัยจำค่อนข้างเยอะ บางเรื่องก็ยากมากด้วย ต้องสู้เท่านั้น ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ก็มาคุย/ถามได้นะคะ ที่ทวิตเตอร์ @ptuan96 ( เปิดเทอมแล้วค่ะ ) ถ้าไม่เล่นก็เม้นท์ไว้ข้างล่างนี้เลย เดี๋ยวมาตอบให้ค่ะ 

O W E N TM.

ผลงานอื่นๆ ของ imnatt

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. #15 wonka
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 18:37
    อ่านกระทู้พี่แล้วเขวเลยอะ เขวแบบ เขวแรง ตอนนี้ลังเลว่าจะแพทญี่ปุ่นหรือบาลี ยากทั้งสองอันเลย55555 แต่หนังสือบาลีนี่หายากจัง ท่าพระจันทร์ก็ไกลเหลือเกินแงแง พอจะมีที่อื่นอีกไหมคะ
    #15
    0
  2. #14 wonka
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 18:36
    อ่านกระทู้พี่แล้วเขวเลยอะ เขวแบบ เขวแรง ตอนนี้ลังเลว่าจะแพทญี่ปุ่นหรือบาลี ยากทั้งสองอันเลย55555 แต่หนังสือบาลีนี่หายากจัง ท่าพระจันทร์ก็ไกลเหลือเกินแงแง พอจะมีที่อื่นอีกไหมคะ
    #14
    0
  3. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:18
    หาทวิตพี่ไม่เจออะครับ u_u
    #13
    0
  4. #12 jsoc
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 19:44
    อย่างนี้เอง ได้เปิดมุมมองใหม่ๆเยอะเลย ขอบคุณๆ
    #12
    0
  5. วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 21:09
    พี่ขาา หนูอยากปรึกษาล้ะก้รายละเอียดในการสอบเข้าอะค่ะ ขออนุญาติติดต่อเป็นส่วนตัวได้มั้ยค้า ทางไหนก้ได้ค่ะแล้วแต่สะดวก ขอบคุณล่วงหน้านะคะะ
    #11
    0
  6. #10 C-neR
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 16:21
    พี่คะ อาขยาต สมาส ตัทธิต สนธิ ยากจัง จำไม่ได้เลยค่ะ TT
    #10
    0
  7. #9 Tttttt
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 18:07
    ทำข้อสอบจบไปแล้วสามรอบเหมือนกันแต่ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีเลยค่ะ. อยากได้200 ขึ้นไป ไม่รู้จะถึงไหม หนูอ่านแค่เล่มเหลืองเองค่ะ พี่ได้จำศัพท์ไหมคะ ?
    #9
    0
  8. #8 Music
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 07:48
    หนังสือบาลีไวยากรณ์ซื้อที่ไหนเหรอคะ *-*
    #8
    0
  9. #7 April M
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 20:41
    ขอบคุณมากๆค่ะ เป็นประโยชน์มากสำหรับเด็กวิทย์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าต้องสอบแพท7 TvT /โค้งงามๆ
    #7
    0
  10. #6 ณัฏฐนันท์
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 20:44
    ชอบกระทู้นี้มากๆเลยครับ เป็นเหมือนกันเลย เรียนสายวิทย์แต่หัวใจศิลป์5555
    #6
    0
  11. #5 มิกกี้
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 20:07
    พี่เอาข้อสอบเก่าๆของPatบาลีมาจากไหนอ่าคะ หนูหาไม่ค่อยเจอเลย เฉลยก็หายาก ;__;
    #5
    1
    • #5-1 dieliebe.p
      11 สิงหาคม 2558 / 06:10
      นี่ค่ะ http://forum.02dual.com/index.php?topic=1471.0
      #5-1
  12. #4 เอ็นดู
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 19:30
    อ่านแล้ว ชื่นชมมากค่ะ แต่เห็นว่าคะแนนGAT พี่ได้เยอะจัง พี่ทำยังไงใช้วิธีเดียวกันรึป่าวคะ ตอนนี้หนูกำลังอ่านแกทอยู่
    #4
    1
    • #4-1 dieliebe.p
      11 สิงหาคม 2558 / 06:08
      พี่เป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษค่ะ เพิ่งจะมาชอบตอนม.6 เลยเน้นแค่ท่องศัพท์อย่างเดียว ส่วนรีดดิ้งพี่ฝึกโดยการอ่านฟิคภาษาอังกฤษค่ะ 555555
      #4-1
  13. วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 18:13
    เว๊ปบาลีดิกซ์ เอาไม่ได้ T^T
    #3
    0
  14. กดเข้าเว็บไม่ได้จ้า
    #2
    1
    • #2-1 dieliebe.p
      11 สิงหาคม 2558 / 06:07
      เราเพิ่งรู้ว่าเข้าไม่ได้เหมือนกัน เว็บน่าจะปิดปรับปรุงมั้งคะ เดี๋ยวสักพักลองเข้าใหม่แล้วกันเนอะ
      #2-1
  15. วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:09
    ขอบคุณค่ะพี่ กำลังใจมีขึ้นเยอะเลย > ปล.หนูอ่านแค่เล่มเหลืองพอหรือเปล่าคะ
    #1
    2
    • #1-1 dieliebe.p
      4 สิงหาคม 2558 / 20:26
      จะว่าพอก็พอค่ะ แต่พี่ว่ามันไม่สุด ;-; แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็ไม่มีปัญหานะ 4 เล่มแค่อธิบายรูปวิเคราะห์บางเรื่องที่เล่มเหลืองไม่ได้เขียนไว้ รวมถึงเรื่องบางเรื่องที่อ่านในเล่มเหลืองไม่เข้าใจ ใน 4 เล่มก็จะเขียนคำอธิบายไว้ค่ะ มันเลยดีกว่าตรงนี้
      #1-1
    • #1-2 Windiiz7
      11 สิงหาคม 2558 / 05:21
      โอเคค่ะ ตอนนี้หนูหาได้แล้ว ขอบคุณมากๆนะคะ >/\<
      จะพยายามตามไปเป็นรุ่นน้องพี่ให้ได้ค่ะ
      #1-2