คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Sungkyu x Woohyun] Valentine Sweety

โดย bumbim01

วาเลนไทน์นี้อยากบอกอะไรกับใครหรือเปล่า #จะบอกความในใจกับคนที่มารีก่อนถึงวาเลนไทน์

ยอดวิวรวม

51

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


51

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ก.พ. 62 / 18:39 น.
นิยาย [Sungkyu x Woohyun] Valentine Sweety

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



ไปส่งเด็กขึ้นเรียนแล้วเหรอวะ"







"อูฮยอนๆ นั่นๆ มาอีกแล้ว"




เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ก.พ. 62 / 18:39



Valentine Sweety

KimSungKyu x NamWooHyun

 


 

 

#จะบอกความในใจกับคนที่มารีก่อนถึงวาเลนไทน์

 

            ผมนั่งมองทวิตนึงอยู่นานพักใหญ่ โดยที่ไม่คิดจะรีหน้าทามฟีททวิตใหม่แม้จะข้อความเตือน ‘คุณมีข้อความใหม่’ กว่าสามสิบข้อความบนหน้าทามไลน์ทวิตเตอร์ของผม ผมไม่กล้าละสายตาไปไหนได้เลยเพราะกลัวว่ามือจะเลื่อนโดนข้อความหายไป แต่อันที่จริงมือและนิ้วของผมเกร็งไปหมดคล้ายจะเป็นตะคริว สติอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ตอนนี้กำลังประมวลผลว่าเอายังไงดี จะอ่านแล้วปล่อยผ่านไป หรือแวะรีเจ้าทวิตต้นเรื่องนี้สักหน่อย

            หลายคนอาจสงสัยว่าแอคเค้าท์ทวิตเตอร์ที่ผมพูดถึงคือแอคเค้าท์อะไร มันคือแอคเค้าท์ๆนึงเท่านั้นเหมือนของผมหรือของพวกคุณๆแต่ต่างกันตรงที่เจ้าของแอคเค้าท์นี้เขาชอบทวิตข้อคิดหรือคำคม ผม Follow ทวิตเขาเพราะข้อความชวนให้คิดพวกนั้นมามากกว่ากว่า 6 เดือนแล้ว และมีโอกาสได้รู้จักเจ้าของแอคเค้าท์นี้ได้เดือนเศษๆ จะเรียกว่ารู้จักก็ไม่ถูกซะทีเดียวเพราะผมรู้จักเขาแค่ฝ่ายเดียว เขาเป็นรุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยของผมเอง โลกกลมดีจังเลยนะครับ รู้จักด้วยความบังเอิญ บังเอิญวันนั้นผมได้ยินเขากับเพื่อนคุยกันว่า ‘จะทวิตประโยคนี้ดีหรือไม่ดี’ อยู่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ต้นหูกวางข้างโรงอาหารเมื่อเดือนก่อนผมยังจำรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับเขาและสิ่งรอบๆตัวเขาในวันนั้นได้เป็นอย่างดี เสื้อเชิตนักศึกษาสีขาว กางเกงสแลคสีดำกับรองเท้าผ้าใบสีขาว กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำเงินเข้มที่มีพวกกุญแจกระต่ายสีขาวหูยาวความจริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรโดดเด่นให้ผมได้จดจำแต่ผมกลับจำมันได้ทุกรายละเอียดไม่เคยลืม

            จากที่ผมสนใจแค่ความคิดของเขาผ่านข้อความบนทวิตเตอร์ ผลก็เริ่มสนใจไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากหนึ่งเรื่อง เป็นสองเรื่อง จนสุดท้ายทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเขา เขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตง่ายๆ กินง่ายอยู่ง่ายสังเกตจากการที่กินทุกอย่างได้โดยไม่มีครั้งไหนเลยที่ผมจะได้ยินเขาพูดบ่นกับเพื่อนว่าไม่กินยามที่ชวนกันไปที่ไหนต่อ เขาเป็นคนมีเพื่อนเยอะครับ เพราะรอยยิ้มนั่นแน่ๆที่เรียกคนเข้ามา รอยยิ้มที่เป็นมิตรรอยยิ้มที่สว่างแต่กลับนุ่มนวลอย่างประหลาดราวกับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ผมเชื่อว่าใครได้อยู่ใกล้เขาคงรู้สึกดีไม่น้อย ผมเหมือนสต๊อกเกอร์เข้าไปทุกทีแล้วสินะ

            ผมตัดสินใจคลิกเม้าส์เข้าหน้าหลักของเขาเพื่อดูความเคลื่อนไหว เขาเริ่มไล่เมนชั่นตอบคนที่มารีทวิตของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทีละทวิต ช่วงแรกๆก็เหมือนจะเป็นกลุ่มเพื่อนๆของเขา คุยแซวเล่นกันตามประสา อวยพรขอให้เจอคนที่ใช่ก่อนถึงวาเลนไทน์แต่ก็ตบมุกเองด้วยการบอกว่า อีก 2 วันคงหาไม่ทันงั้นแกต้องโสดเป็นเพื่อนฉัน

            โสด

            โสด

            โสด

            เขายังโสดแล้วทำไมผมตื่นเต้นขนาดนี้ล่ะ ผมไล่ๆอ่านทวิตที่เขาเมนชั่นตอบไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เหมือนเขารู้จักกัน ทำไมคนในทวิตเตอร์เขาเหมือนสนิทกันจังเลยล่ะครับ ยกเว้นผม ที่เขาคงไม่รู้จักผมแน่ๆ

            “เอาวะ” เสียงในหัวของผมดังซ้ำๆจนหลุดออกมาเป็นคำพูด เป็นไงเป็นกัน ผมจะตื่นเต้นทำไม มือของผมค่อยๆลากลูกศรเม้าส์ไปที่รูปสัญลักษณ์ลูกศรสลับขึ้นลงที่ดูงงๆหน่อย ช้าๆ

            “ไม่ดีกว่าว่ะ” ผมก็ยังทะเลาะกับความคิดของตัวเองอยู่คนเดียว “รีไปเขาก็ไม่รู้จักอยู่ดี เขาไม่รู้จักมึงเขาจะมาพูดอะไรกับมึงวะ สร้างความหวังอะไรให้ตัวเอง พอๆ เลิกๆ”

            ปัง ปัง ปัง

            “ไอ้ซองกยูโว้ย!!”

            “เหี้ย!” ผมสะดุ้งจนตัวโยงเพราะตกใจหลุดจากพะวังของตัวเอง “ใครวะแม่ง”

            “ไอ้ซองกยูโว้ยย เปิดประตูให้กูหน่อย” เสียงเคาะห้องดังรัวพร้อมกับเสียงตะโกนเสียงดังโวยวายตามมาติดๆ

“ไอ้เหี้ยซองยอล” เสียงไอ้เพื่อนเหี้ยผมนั่นแหละครับ ผมลุกไปเปิดประตูอย่างเซ็งๆชีวิตวันดีๆของผมมันจะมาป่วนอะไรอีกล่ะ

แกร๊ก

เป็นเหี้ยไรของมึงเคาะเนี่ยไม่ได้เกรงใจห้องข้างๆจะออกมาด่าผมบ่นให้มันตั้งแต่ประตูยังไม่เปิดออกดี แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจผมเลยสักนิด มันแทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างรีบร้อน

เออๆ กูขอเข้าห้องน้ำก่อนไม่ไหวจะราดแล้วมันตอบปัดๆแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำหายไปอย่างรวดเร็ว

อะไรของมันวะ ห้องตัวเองห้องน้ำตันหรือไงผมขยี้ผมตัวเองอย่างงุดงงก่อนจะกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ฉิบหายตาตี่ๆของผมเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้านั้นคือสัญลักษณ์ลูกศรขึ้นลงที่ดูงงๆนั่น มันเป็นสีเขียว เอาแล้วไงมึงผมพูดกับตัวเอง มือผมมันคงได้กดรีทวิตนั่นเข้าตอนที่ตกใจแน่ๆ เข้าใจที่เขาเรียกว่ามือลั่นก็คราวนี้

 

ตึ่ง!

เสียงแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่น พร้อมกับเลข1สีแดงโล่ ที่สัญลักษณกระดิ่ง ไม่ต้องเดาหรอกครับว่าอะไร ไม่ต้องปลอบใจว่าเพื่อนจะเมนชั่นหา เพราะเพื่อนผมมันปล่อยหนักสบายใจในห้องน้ำไปแล้ว และไม่ต้องเดาปลอบใจอีกว่าเผื่อมีคนมารีทวิตผม เพราะผมไม่เคยทวิตอะไรล่าสุดก็แชร์คลิปช็อตเด็ดๆของฟุตบอลทีมโปรดนั่นมันก็ 3 เดือนได้แล้ว

ใช่ครับ เขาคนนั่น เมนชั่น ตอบผมเข้าให้

 

@Kyuzizi ก่อนอื่นต้องบอกว่ายินดีที่ได้รู้จักนะครับ ชอบมารีทวิตเราบ่อยๆจำได้ วาเลนไทน์นี้ขอให้เป็นเดทที่แฮปปี้นะครับ ^_^

 

 

เหมือนวนลูปเดิมผมนั่งนิ่งๆมองข้อความที่เขาส่งมา ผมควรตอบเขาไปดีมั้ยเขาบอกว่าเขาจำผมได้แอบดีใจแปลกๆ แต่ที่ทำให้ผมคิ้วกระตุกก็เขากำลังเข้าใจผมผิดว่าผมจะไปเดทนี่แหละครับ

 

นั่งอ่านไรวะเสียงมาจากด้านหลัง พร้อมหน้าที่ยื่นมาข้างๆหูของผม

ไอ้ฉิบหาย ขนลุกหมดพูดทั้งลูบแขนตัวเองเพราะขนลุกจริงๆ

ตอบเขาไปสิมันไม่ได้สะทกสะท้านกับคำด่าของผมสักเท่าไหร่หรอก แถมยังบอกหน้าตาเฉยให้ตอบกลับ ถ้ามันง่ายขนาดนั้นคงไม่นั่งปอดแหกอยู่แบบนี้หรอก

เสือกผมบอกไปสั้นๆแค่นั่น

แล้วแต่มึง เห็นเฝ้ามองน้องเขามานานแล้วนี่ มองต่อไปจะเป็นไร ก็มึงมันกากนี่หว่า ไอ้กาก” สกิลการด่าให้เจ็บแสบทรวงของผมคงไม่สู้มันจริงๆเพราะมันมานิ่งๆผมก็สะท้านไปทั้งร่าง

เรื่องของกูอีกนั่นแหละ

เรื่องของมึงก็เรื่องของมึง กูไปล่ะ ขอบใจมากสำหรับห้องน้ำ

เออ แล้วห้องมึงไม่มีห้องน้ำหรือไง ส้วมตันไปยังไม่รู้ห้องน้ำกูน่ะผมบ่นให้มันไม่ได้จริงจังอะไรเพียงแต่ตัดจบเรื่องสนทนาข้างต้น

ห้องกูช่างเขาซ่อมท่ออยู่มันแตก นี่ก็จะรีบขึ้นไปดูช่างเขาก่อน ไปละมันโบกมือให้พร้อมกับร่างใหญ่ยักษ์ค่อยๆห่างออกไป

คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป เออดี ผมปลายตามองหน้าจอนิดๆ แล้วจะเอาไงต่อล่ะหรือจะกากอย่างที่ซองยอลมันว่า ไม่โว้ยยยรู้สึกหึกเหิมเกิดเป็นลูกผู้ชายฆ่าได้แต่หยามไม่ได้

 

@Kyuzizi @NWH91ก็อยากมีเดทดีๆแต่ขาดคนดีๆข้างๆนี่สิครับ

บร๊ะ ปรบมือดังลั่น เป็นไงล่ะครับ หยามไม่ได้!

แล้วจะเอาไงต่อล่ะ รอเขาตอบ แล้วถ้าเขาไม่ตอบ ไม่หงายหลังตกเก้าอี้ไปเลยหรือไง

 

ตึ่ง!

บร๊ะๆๆๆมาแล้ว

@NWH91 @Kyuzizi เหลือเวลาอีก 2 เองน๊าาาา แค่ตอบตกลงกับใครสักคนก็ยังทันนะครับ เอาน่าสู้ๆ

ผมเผลอยิ้มให้กับข้อความของเขาไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่ ทำไมเขาน่ารักได้ขนาดนี้ล่ะครับ เขากับผมพูดคุยกันเหมือนกับเราสนิทกันมานาน หรือว่าเราเริ่มสนิทกันแล้วจริงๆผมคิดแบบนี้สบายใจเอาเป็นว่าผมคิดแบบนี้แล้วกันครับ เราสนิทกัน โอเคคนสนิทกันก็คุยกันได้เป็นเรื่องปกติ คิดแบบนั้นได้มือผมก็รั่วคีย์บอร์ดต่อ

@Kyuzizi @NWH91 มีใครรอคำนั่นอยู่มั้ยล่ะครับ ถ้ามีผมก็จะตอบตกลงล่ะ

@NWH91 @Kyuzizi แล้วอยากให้เป็นใครล่ะครับเจ้าตัวน่าจะรู้ดีกว่าใครนะผมว่า

 

ผมยิ้มกริ่มให้กับข้อความนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผมเผยความรู้สึกสื่อให้เขาเป็นนัยๆ


@Kyuzizi @NWH91 ก็มีนะครับ แต่เขาจะอยากเดทกับผมหรือเปล่าอันนี้เดาใจเขาไม่ได้เลยครับ

@NWH91 @Kyuzizi ลองชวนเขาสิครับ พูดบอกอย่างที่เรารู้สึก มันอาจจะยากหน่อยกับการเอาชนะความกลัวของตัวเอง แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยนะครับ

 

 

 




 

 กูเห็นที่มึงคุยกับน้องเขาในทวิตแล้วนะอีซองยอลเพื่อนของผมพูดขณะที่ผมกำลังใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ ก็ไปได้ดีนี่หว่า ทำไมไม่ชวนเขาเดทไปเลยล่ะผมปรายตามองมันอย่างนึกอึ้ง

กูไม่ได้หน้าด้านเหมือนมึงมั้ยคุยกันไม่กี่ประโยคจะให้กูขอเดทเลยหรือไง

ก็เพราะช้าแบบนี้ไงเดี๋ยวหมาก็คาบไปแดกก่อนจนได้ก็จริงอย่างที่ซองยอลมันพูด น้องเขาน่ะโสดก็จริงหรอกแต่ใช่ว่าคนเข้าหาน้อยซะที่ไหนช้าๆอย่างผมคงอดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ นี่มึงนึกยังไงชวนกูมาแดกสปาเก็ตตี้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นกินใช่ครับผมไม่ค่อยชอบอาหารอิตาเลี่ยนเท่าไหร่ผมว่ามันเลี่ยนสมชื่อ แต่ที่วันนี้เป็นฝ่ายชวนเพื่อนปากมากมานี่ก็เพราะ...

อยากแดกไม่ได้หรือไง

อย่ามาพูดในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ได้มั้ยวะ กูเป็นเพื่อนมึงมา 4 ปี นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่มึงมาแดกอะไรเลี่ยนๆแบบนี้ ทุกทีกูชวนมึงก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมมา เพราะงั้นวันนี้จะให้กูเชื่อว่ามึงนึกพิศวาสอาหารพวกนี้ขึ้นมางั้นเหรอ

ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อสิวะ พูดอะไรยาวฉิบหาย

มึงจะได้เชื่อไงว่ากูไม่เชื่อความตอแหลของมึงจริงๆ เอาความจริงมามันจ้องหน้าผมอย่างจริงจังเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ การเป็นเพื่อนกันนานๆมันก็ทำให้รู้ไส้รู้พุงกันแบบนี้สินะ

เออๆผมตอบรับอย่างหมดหนทางสู้ กูเห็นน้องเขาคุยนัดกับเพื่อนว่าอยากกินสปาเก็ตตี้เหตุผลของผมเล่นเอาอีซองยอลหัวเราะลั่นไม่เกรงใครลูกค้าคนอื่นๆในร้าน เบาๆสิวะเดี๋ยวเขาก็ไล่ออกจากร้านหรอกผมว่ามันเข้าให้แต่ใช้ว่ามันจะยอมหยุดหัวเราะ

ก็มันขำจริงๆนี่หว่า เหตุผลปัญญาอ่อนสิ้นดี สุดท้ายก็เพราะน้องเขา อยากเจอน้องเขาก็นัดเขาตรงๆสิวะ มันยากตรงไหน เออ เผื่อมึงยังไม่รู้ ร้านอาหารอินตาเลี่ยนหรือว่าร้านอาหารชาติอื่นๆที่เขาขาย สปาเก็ตตี้มีเป็นสิบร้านรอบมหาลัย มึงคิดว่าจะเจอง่ายๆเหรอวะผมเองก็อดทำหน้าเซงไม่ได้ ก็รู้อีกนั่นแหละครับแต่จะทำยังไงก็เผื่อความบังเอิญมันเกิดขึ้นกับผมบ้าง ยังไม่นับรวมร้านในห้างเลยนะมึงอีซองยอลไอ้เพื่อนเวรมึงจะทับถมกูไปถึงไหน

พอเถอะมึงไม่เจอก็ไม่เจอ

ผมชะเง้อมองไปนอกร้าน หน้าร้านมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามา โต๊ะแล้วโต๊ะเล่าก็ไม่มีที่คล้ายจะเป็นกลุ่มของน้องเขา ร้านอาหารมีเป็นสิบอย่างที่ซองยอลมันว่า หรือวันนี้คงไม่ใช่วันของผมจริงๆ

อิ่มหรือยังล่ะมึง วันนี้กูเลี้ยงเองเป็นค่าเสียเวลาของมึงผมพูด

ไม่รออีกหน่อยเหรอวะ เผื่อเขามาผมรู้หรอกว่ามันพูดล้อผมอยู่

ไม่รอล่ะ ยังไงพรุ่งนี้ก็เจอที่มออยู่ดีหลังจากจ่ายเงินเสร็จผมก็แยกกับซองยอล ซองยอลมันรีบกลับห้องไปเล่นเกมส์ ส่วนผมเบื่อๆไม่อยากกลับห้องขอเดินเล่นหาอะไรทำสักหน่อยแล้วกัน

ผมจบด้วยการแวะศูนย์หนังสือของมหาลัย ผมไม่ใช่คนรักเรียนที่ต้องแวะร้านหนังสืออะไรหรอกครับเพียงแค่เดินผ่านเลยแวะซื้อปากกาสักหน่อย แต่สายตาของผมมันดันดี มองไปเห็นคนตัวเล็กๆที่กำลังเขย่งเท้าเพื่อหยิบหนังสืออยู่

นี่ครับพี่ช่วยผมอาสาเป็นพระเอกในละครเดินซ้อนหลังเพื่อหยิบหนังสือให้เขา ใจกล้าหน้าด้านสุดๆไปเลยล่ะผม ดีที่ซองยอลมันไม่อยู่ ไม่งั้นโดนล้อไปหลายวัน

ขอบคุณครับคนตัวเล็กรับหนังสือจากผมและก้มโค้งให้อย่างสุภาพ ตามด้วยเดินไปจ่ายเงินที่เค้าท์เตอร์

ใช่ครับพอเขาได้หนังสือเล่มที่ต้องการเขาก็รีบเดินไปจ่ายเงินแล้วเดินจากไป

 

ผมหัวเราะในลำคออย่างนึกขำ อุตส่าห์รีบเข้ามาช่วยหวังบทพระเอกแต่ทำไมละครเรื่องนี้ตัดจบเร็วดั่งสายฟ้า มันต้องมีซีนมากกว่านี้ไม่ใช่หรือไง

หึหึ เอาไงต่อผมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการยืนเกาท้ายทอยเก้อๆหัวเราะเบาๆอยู่แบบนั้น ก็ไปจ่ายเงินสิมึงจะซื้อมั้ยปากกาผมบอกกับตัวเองอย่างนึกขำกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่

 

อย่างน้อยการออกมาข้างนอกกินอาหารที่ไม่ชอบก็ไม่ได้แย่ หรือว่าผมเริ่มชอบมันขึ้นมานิดๆแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

พรุ่งนี้ก็วาเลนไทน์แล้วสินะ พอเข้าใกล้เทศกาลแห่งความรักทีไรทุกอย่างมันก็ดูสดใส๊สดใสอีซองจงพูดขณะเดินเคียงข้างเพื่อนตัวเล็กมุ่งหน้าสู่มหาลัย ร้านค้าต่างๆตกแต่งประดับประดาหน้าร้านและบรรยากาศให้เข้ากับเทศกาลแห่งความรัก ร้านของขวัญร้านดอกไม้น้อยใหญ่เกิดขึ้นมากมายตามริมทางเดิน ถ้าบอกว่ามีงานรับปริญญาก็คงเชื่อสนิทใจ

อืม ร้านขายของเต็มไปหมดเลยอะ ดูสิซองจงหมีตัวอย่างใหญ่อูฮยอนชี้ไปยังร้านขนมหวานร้านหนึ่งที่นำตุ๊กตาหมีตัวขนาดเท่าคนมาตกแต่งอยู่หน้าร้าน

โห ลงทุนน่าดู ซองจงหัวเราะขำ ถ้ามีคนซื้อแบบนั้นให้จะเอามั้ยอูฮยอน

ไม่เอาหรอกขี้เกียจแบกแล้วทั้งคู่คุยหัวเราะขำกับบทสนทนาไปเรื่อยๆตลอดทางเดิน

อูฮยอนๆซองจงสะกิดแขนอูฮยอนอย่างตื่นๆ

อะไรซองจงตกใจหมด

นั่นๆ มาอีกแล้วคำว่ามาอีกแล้วของซองจงเหมือนเป็นสิ่งที่รู้กัน อูฮยอนกวาดสายตาไปตามการบุ้ยปากของซองจงและก็ใช่อย่างที่เขานึก วันนี้มาแต่เช้าแฮะซองจงพูดต่อ

มีเรียนเช้าล่ะมั้งเมื่อสายตาของอูฮยอนหยุดอยู่ตรงเป้าหมาย ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดียืนอยู่อีกฝั่งของถนนที่อยู่ไม่ไกลนัก

ตามมาตั้งนาน แค่นี้ก็ไม่กล้าเข้ามาทักซองจงบ่นไปตามเรื่องตามราว

ใช่ว่าการแอบตามแอบมองของซองกยูเป็นความลับซะเมื่อไหร่ อูฮยอนไม่ใช่คนที่ไม่รับรู้อะไรเลยที่ไหน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพักหลังๆมีคนแอบตามและแอบมองเขาอยู่บ่อยๆแต่ที่ยังไม่ได้พูดอะไรก็เพราะไม่รู้จุดประสงค์ทีแน่นชัดของอีกฝ่าย อูฮยอนน่ะเป็นพวกขี้ระแวงกว่าที่หลายๆคนคิดซะอีก ถามว่ารู้สึกดีไหมที่มีคนมาคอยติดตาม อูฮยอนตอบได้ทันทีเลยว่า ไม่ เขารู้สึกกลัวซะด้วยซ้ำแต่พอนานๆเข้าหน่อยเริ่มรู้สึกชินเพราะเขาคนนั้นไม่เคยทำอะไรให้มากกว่าการตามอยู่ห่างๆ และคอยช่วยเหลือหากมีโอกาส

เห็นเขาแล้วก็เพิ่งนึกได้ เมื่อวานอะซองจง เราเจอเขาที่ร้านหนังสือด้วยล่ะตกใจแทบแย่

จริงดิเขาได้ทำไรแกหรือเปล่าอูฮยอน ที่วิ่งหน้าตาตื่นออกมาอะนะ บอกให้รอๆเห็นมั้ยล่ะ

พี่เขาไม่ได้ทำไรเราหรอก แค่มาช่วยหยิบหนังสือให้เองกลิ่นพี่เขาน่ะหอมเป็นบ้าเลยซองจง อูฮยอนได้แต่คิดไม่กล้าพูดออกมา

มานี่เลยอูฮยอน ให้มันรู้กันไปเลยจะเอาไงซองจงดึงมือคล้ายจะฉุดลากอูฮยอนให้เดินไปอีกฝั่งถนนที่คนตัวสูงยืนอยู่

เฮ้ยๆๆซองจงจะลากเราไปไหน

ก็ไปถามให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยไง ตามเป็นโรคจิตไปได้

ไม่ๆ ซองจงเราไม่ไป ไม่เอาหรอก ช่างเขาเถอะ เบื่อเขาก็เลิกตามเองนั่นแหละ

ก็เป็นซะแบบนี้ไง

พอๆไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ไปรอเรียนดีกว่า เร็วๆเดี๋ยวมยองซูรอนาน

 

 

 

 

ไปส่งเด็กขึ้นเรียนแล้วเหรอวะคำทักทายของเพื่อนสนิทของผม

อืมผมตอบกลับไปทั้งที่ในหัวมันไม่ได้สนใจการสนทนากับเพื่อนตัวเองสักเท่าไหร่

มีอะไรหรือเปล่าวะ หน้าเครียดๆนะมึงมีสักเรื่องไหมที่ผมจะรอดพ้นสายตาของอีซองยอลมันได้

วันนี้น้องเขาแปลกๆว่ะเพราะผมรู้ว่าโกหกไปว่าไม่มีอะไร ซองยอลมันคงไม่เชื่ออยู่ดี

แปลกยังไง

น้องเขามองกูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้พรางนึกย้อนถึงใบหน้าของร่างเล็กเมื่อหลายนาทีก่อ่นหน้า

เขารู้ตัวแล้วหรือเปล่า ก็มึงเล่นตามเขาทุกวันเลยนี่

ไม่รู้วะ กูถึงเครียดอยู่นี่ไง

ยากอะไรวะ ถ้ามึงอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ มึงก็ส่องทวิตเขาสิ น่าจะมีอะไรอยู่บ้างล่ะกูว่า

นิ้วเรียวยาวกดปลดล็อคและเข้าแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ทันที อย่างที่ซองยอลมันพูด อูฮยอนชอบเล่นทวิตเตอร์เอามากๆ ผมรีบกดเข้าหน้าหลักของแอคเค้าท์ @NWH91 แทบจะในทันที และก็อย่างที่เดาไว้ มีสถานะอัพล่าสุดเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว

 

@NWH91 คนเราทำได้ทุกอย่าง เพื่อปกป้อง และปกปิด

 

มันหมายความว่ายังไง ข้อความของเขามันสื่อถึงอะไร ซองยอลชะโงกหน้าเข้ามาอ่านสิ่งที่ผมเปิดค้างเอาไว้และมันก็อ่านทวนอยู่แบบนั้นซ้ำๆอย่างใช้ความคิด

“ปกป้อง ปกปิด อะไรวะ น้องเขาหมายถึงอะไร กูก็พอรู้หรอกนะว่าเขาเจ้าสำนวนแต่กูก็ไม่ค่อยเก็ทว่ะ”

เขาอาจจะทวิตเล่นๆเหมือนทุกครั้งก็ได้เปล่าวะถึงผมจะคิดเหมือนที่ซองยอลมันพูดแต่ผมก็อยากจะคิดในแง่ดีเอาไว้บ้าง

ก็อาจเป็นไปได้ ถ้ามึงไม่บอกว่าวันนี้เขาแปลกๆอะนะ ทางที่ดีกูว่ามึงควรทำอะไรเถอะ เอาสักวิธีจะเข้าไปคุยดีๆหรือว่าออกจากชีวิตเขาไป เพราะถ้าสิ่งที่เขาทวิตมันเกี่ยวกับมึง กูอ่านแล้วรู้สึกว่าเขากำลังกลัวว่ะ

มึงคิดแบบนั้นเหรอวะ

อืม กูเตือนเพราะมึงเป็นเพื่อนกูหรอกนะ ไม่ได้อยากให้มึงคิดมาก แต่ในโลกนี้ไม่มีใครหรอกนะ ที่จะชอบให้คนที่ไม่รู้จักติดตามชีวิตน่ะ

 

แล้วผมควรจะทำยังไงต่อดีล่ะ...

 

 

 

เฮ้อ!

 

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเองขณะยืนอยู่หน้าป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนว่าภาควิชานิเทศศาสตร์ หลังจากที่อาจารย์ปล่อยคลาส ผมก็รีบตรงดิ่งมาที่นี่ ความห่างของตึกคณะไม่ได้ไกลจนต้องใช้รถยนต์หรืออะไร ผมใช้เวลาเดินอยู่ประมาณ10นาที ทุกๆก้าวที่ไปข้างหน้ามันรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆใช่ว่าผมจะไม่เคยมาตึกภาควิชานี้ซะเมื่อไหร่ ผมมาจนรู้ทางเข้าออกทุกด้าน และยังรู้อีกว่าปกติตารางเรียนวันพุธของรุ่นน้องหน้าหวานจะเลิกหลังผมเป็นชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมจะแวะทานข้าวก่อนค่อยมาก็ได้แต่ก็เท่านั้นเมื่อคำพูดของอีซองยอลมันดังก้องอยู่ในหัวจนผมไม่มีสมาธิทำอะไร

กูอ่านแล้วรู้สึกว่าเขากำลังกลัวว่ะ

ถ้าข้อความที่ว่ามันหมายถึงผม น้องเขากำลังกลัวผมอย่างนั้นน่ะเหรอ

 




 

ผมใช้เวลาระหว่างรอคิดทบทวนอย่างที่ซองยอลมันบอก ผมจะเดินหน้าหรือว่าถอยหลังแต่คำตอบของผมมันคงชัดเพราะถ้าผมเลือกที่จะถอยหลังผมคงไม่มียืนอยู่ที่นี่ ในเวลานี้ ถึงจะแพ้ก็ขอให้แพ้อย่างลูกผู้ชาย ก็แค่คำปลอบใจตัวเองเท่านั่นแหละครับ ความจริงแล้วผมไม่ได้มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าน้องเขาจะยอมคุยกับผม

 

“’งานเยอะมากเลยอะ อาจารย์เขากลัวเราไปเดทเพลินหรือไงพรุ่งนี้วาเลนไทน์นะ

พูดเหมือนได้ออกเดทกับเขางั้นแหละซองจง

อย่างฉันน่ะอูฮยอนถึงไม่มีแฟนแต่ก็ใช่ว่าจะว่าง ฮ่าฮ่า

เสน่ห์ล้นเหลือเกิน

พูดมากพวกนายหาข้าวกินกันเถอะ

 

ผมได้ยินเสียงกลุ่มของอูฮยอนเดินคุยกันออกมาจากใต้อาคารและกำลังจะเดินผ่านหน้าผมไปถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง

น้องครับ

ทั้งกลุ่มหยุดเดินพร้อมกันและหันมามองตามเสียงเรียกของผม อูฮยอนเหมือนจะตกใจนิดๆเมื่อเห็นหน้าผม เพื่อนของเขาที่หน้าหวานๆเคยได้ยินเรียกชื่อว่าซองจงเบี่ยงตัวขึ้นมาบังคนตัวเล็กของผมไว้

พี่มีธุระอะไรครับเพื่อนเขาที่ชื่อซองจงพูด

เอ่อ...คือพี่มีเรื่องจะขอคุยกับ กับ น้องอูฮยอนหน่อยน่ะครับ

พี่มีธุระอะไรกับเพื่อนผมผู้ชายหน้าตาดีพูดแทรกขึ้นมา

นั้นสิ พวกผมทั้งกลุ่มเนี่ยมั่นใจเลยล่ะไม่มีใครรู้จักกับพี่แน่ๆผมสบตากับคนที่อยู่ด้านหลังเพื่อนของเขา แววตาที่ฉายแววว่ากำลังชั่งใจอะไรอยู่

พี่จะคุยกับผมงั้นเหรอครับ

อูฮยอน/อูฮยอนเพื่อนทั้งสองของเขาเรียกเชิงห้ามไม่ให้ยุ่งกับผม

เอาน่ามยองซู ซองจง ไปนั่งรอก่อนหรือถ้าหิวก็ไปกินข้าวรอก็ได้เดี๋ยวเราตามไป

 

 

 

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณหน้าอาคาร โดยมีเพื่อนของเขานั่งจ้องมองอยู่ที่โต๊ะถัดไป ผมรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกหน้าด้านมาขอเขาคุยแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

เอ่อ คือ...

พี่อึดอัดหรือเปล่าครับ เพื่อนผมเล่นนั่งจ้องขนาดนั้นเขายิ้มนิดๆเมื่อเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา รอยยิ้มของเขามันยังสว่างเหมือนเช่นทุกทีที่ผมเคยเห็นแต่มันต่างออกไปจากทุกครั้งเพราะครั้งนี้เขายิ้มให้ผม เขายิ้มให้ผม

นิดหน่อยครับ แต่ไม่เป็นไรหรอก

พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับเขาดูผ่อนคลายลงมากไม่ได้มีอาการตื่นกลัวผมเหมือนช่วงแรกๆอาจจะเป็นเพราะเรานั่งคุยกันในที่ที่ไม่ได้มิดชิดอะไรแถมยังมีเพื่อนเขานั่งเฝ้าอยู่ก็เป็นได้

พี่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เอาเป็นว่าขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยแล้วกันนะ พี่ชื่อซองกยู คิมซองกยู สารสนเทศ ปี4

ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมคงไม่ต้องแนะนำตัวใช่มั้ย หมายถึงพี่รู้จักผมแล้ว

ผมยิ้มหัวเราะเขินๆ มันก็น่าเขินมั้ยล่ะครับมานั่งแนะนำตัวอย่างกับจะสัมภาษณ์เข้าทำงานแบบนี้

ครับ

เขามองหน้าผมเงียบๆเพื่อรอฟังในสิ่งที่ผมจะพูด ส่วนผมก็ตื่นเต้นจนเริ่มไม่ถูก คือ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนแฮะยกมือขึ้นจับท้ายทอยอย่างเก้อเขิน

ค่อยๆพูดก็ได้ครับ ผมไม่ได้รีบอะไร แต่ก็เร็วหน่อยก็ดีผมไม่อยากให้เพื่อนผมกินหัวพี่เขาพูดแหย่ผมยิ้มๆ

พี่จะมีสิทธิ์ไหมถ้าพี่จะถามว่า เรารู้ใช้มั้ยว่าพี่ตามเราบ่อยๆ

ครับเขาตอบอย่างไม่ลังเล

แล้วกลัวใช่มั้ย

แรกๆก็กลัวครับ หลังๆก็ไม่เท่าไหร่แต่ก็มีบ้าง อันที่จริงที่ผมยอมนั่งคุยกับพี่ตอนนี้ก็เพราะเรื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าผมไม่ได้คิดไปเองว่าพี่ตามผม

ขอบคุณครับถึงมันไม่ใช่ความรู้สึกดีแต่ผมก็สบายใจที่เขายอมตอบผมมาตรงๆแบบนี้ ขอบคุณที่พูดตรงๆกับพี่ ขอโทษนะที่ทำให้กลัว พี่เข้าหาคนไม่ค่อยเป็นเมื่อเขาพูดกับตรงๆผมก็ควรจะพูดตรงๆกับเขาเช่นกัน

แล้วทำไมวันนี้ตัดสินใจเข้าหาล่ะครับ

ก็เพราะเราไงผมตอบได้ในทันที

ผมเขาเลิกคิ้วทำหน้าสงสัย

เพราะพี่เองก็เริ่มรู้สึกว่าเรากำลังกลัว และพี่ก็ไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุของความกลัวแบบนั่นหรอกนะ

แล้วพี่คิดว่าการที่พี่เข้ามาจู่โจมผมแบบนี้ มันไม่ทำให้ผมกลัวพี่มากไปกว่าเดิมหรือไง

พี่ว่าไม่ เพราะถ้าเรากลัวเราคงไม่นั่งตั้งคำถามกับพี่แบบนี้หรอกผมยกยิ้มขำนิดๆ

ผมว่าพี่น่ากลัวจริงๆนั่นแหละเขาพูดยิ้มๆ ท่าทีที่เขาแสดงมันทำให้ผมรับรู้ได้ว่าเขาไม่ได้กลัวผมจริงๆอย่างที่บอก โอเค ผมเข้าใจพี่ได้ว่าพี่ไม่ได้มาร้าย ต่อไปผมจะได้ไม่ต้องคอยระแวงพี่อีก แต่วันนี้ผมต้องพาเพื่อนผมไปกินข้าวแล้วล่ะ

เราจะได้คุยกันอีกใช่มั้ยอูฮยอนผมลุกยืนตามเขา

คุยสิถ้าที่ทักผม ผมก็คุย ทำไม่ผมจะไม่คุยล่ะ

ถ้างั้น ถ้าเราจะคุยกันต่อ พรุ่งนี้ห้าโมงเย็นพี่จะไปรอที่ร้านxx พี่หวังว่าเราจะมานะเขาทำหน้าครุ่นคิดและตอบผมกลับมา

ถ้าผมหิวผมคงไปแหละ

 

 

ผมมองตามหลังของเขาที่เดินกลับไปยังกลุ่มเพื่อน เขาคุยกับเพื่อนนิดหน่อยก่อนทั้งกลุ่มจะลุกเดินออกไป เขาไม่ได้หันกลับมามองผมแบบในซีรี่เลยสักนิด

 

ผมยังมีความหวังอยู่ไหม...

 

อูฮยอนแกคุยอะไรกับพี่เขาเล่ามาซะดีๆซองจงรีบซักหลังจากที่อูฮยอนเดินยิ้มๆมาที่โต๊ะ

ไม่มีอะไรพี่เขาแค่มาแนะนำตัว

แนะนำตัวยังไงมยองซูถามขึ้น

ปกติมยองซูไม่ใช่คนขี้ซักนี่น่าสังสัยอยู่กับซองจงเยอะอูฮยอนพูดแซว

ไม่ต้องมาเล่นลิ้นพูดมาเร็วๆ

ไม่มีอะไรหรอก พี่เขาแค่บอกว่าเขาชื่อซองกยูน่ะพูดจบอูฮยอนก็หยิบกระเป๋าสะพายเดินนำออกมา

เฮ้ยๆ จะหนีไปเฉยๆอย่างนี้ได้ยังไง อูฮยอนอย่ามาขี้โกงนะเสียงไล่หลังของเพื่อนทั้งสองดังตามหลังคนตัวเล็กที่หัวเราะเดินหัวเราะความอยากรู้ของเพื่อนตัวเอง

 

 

 

 

อูฮยอนนอนกลิ้งไปมาบนเตียงกว้าง เขากำลังทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ คิมซองกยู พี่ชายคนนั้นพอได้ลองพูดคุยก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่พอลองคิดกลับไปหากวันพรุ่งนี้หรือวันต่อๆไป ไม่มีพี่ชายคนนั้นเข้ามาวนเวียนใกล้ๆ อูฮยอนเองจะรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าพรุ่งนี้ลองไปตามนัดดู ต่อจากนั้นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม คิดแล้วก็ปวดหัว อูฮยอนลุกๆนั่งๆประเดี๋ยวก็กลับมานอนกลิ้ง เขาคิดไม่ตกเลยจริงๆ

 

เฮ้อ! อะไรเนี่ย ปวดหัวชะมัดมือเล็กคว้าโทรศํพท์กดเข้าแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบ่อยที่สุด ทวิตเตอร์ เขากดพิมพ์ข้อความและกดโพสแทบจะทันทีก่อนจะวางโทรศัพท์แล้วนั่งเซงๆต่อ ไม่นานโทรศัพท์เครื่องเล็กก็สั่นครืด เมื่อมีแจ้งเตือนบางอย่าง อูฮยอนคว้าเอามาอ่านก่อนจะตาโตด้วยความตกใจ

 

@NWH91 คนเรามักจะพลาดโอกาสอะไรในชีวิตไป เพียงเพราะ #ความลังเล

 

@Kyuzizi @NWH91 อยากให้ความลังเลในนั้นมีเรื่องของพี่สักเรื่องจะได้มั้ย

@NWH91 @Kyuzizi ห๊ะ อย่าบอกนะครับว่านี่คือพี่ซองกยู

@Kyuzizi @NWH91 ครับพี่เอง

 

 

 

 

 

 

เมื่อไหร่อาจารย์จะปล่อยสักที ฉันมีนัดตอนสี่โมงเย็น” ซองจงกระซิบกระซาบกับเพื่อนเมื่อเวลาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

หืมอะไรอะมีนัดกับใครอูฮยอนถามเพื่อนกลับเบาๆ

ถึงฉันจะโสดแต่ฉันก็ไม่ได้ว่าง วาเลนไทน์ทั้งทีขอบ้างสิ

แล้วมยองซูล่ะอูฮยอนหันมาถามเพื่อนอีกคน ไม่น่าถามใช่มั้ยอูฮยอนทำหน้าหงอยๆ

ก็มีนัดแล้วล่ะ

อย่ามาทำหน้าเพื่อนทิ้งเลยนะ พี่คนนั้นล่ะซองจงถามขึ้น

บ้าน่าพี่คนนั้นคนไหน อะไรกันอูฮยอนทำหน้าเลิกลั่กตอบกลับ

เห็นหรอกนะ ในทวิเตอร์เมื่อคืน ไม่เข้าไปป่วนถือว่าปรานีเท่าไหร่แล้วซองจงพูดอย่างหมั่นไส้เพื่อน

พอได้แล้วทั้งสองคนอาจารย์มองแล้วมยองซูห้ามทัพ

 

เอาล่ะนักศึกษา วันนี้หลายๆคนคงไม่มีกระจิตกระใจเรียนสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้แล้วกัน ส่วนรายงานอนุโลมให้ส่งสัปดาห์หน้าได้

ค่า/ครับ

วันนี้อาจารย์ก็เข้าใจว่าเป็นวันวาเลนไทน์ ผู้ช่วยอาจารย์ก็เลยขอหยุด ซึ่งถ้าอาจารย์ไม่ให้หยุดก็คงจะใจดำเกินทน

นักศึกษาทุกคนต่างก็ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์ท่านกำลังจะบอก

ดังนั้นเลยไม่มีคนช่วยจัดชีทการสอนให้อาจารย์เลย อาจารย์จึงอยากขอความช่วยเหลือใครพอจะว่างไปช่วยอาจารย์เตรียมเอกสารหน่อยต้องใช้สอนพรุ่งนี้ แต่ใครมีนัดหรือไม่ว่างก็ไม่ได้บังคับหรอกนะ

ฉันมีนัดแล้ว

ฉันไม่ว่างแกล่ะ

แกแฟนฉันมารอรับหน้าตึกแล้ว

เอาไงดีล่ะแก ฉันอยากช่วยอาจารย์นะแต่ถ้าผิดนัดกับแฟนวันนี้ทะเลาะกันแน่ๆเสียงแซ่เซ็งค่อยๆดังขึ้นไปทั่วห้อง

“…”

ผมว่างครับอาจารย์ ผมช่วยเองครับ

 

 

 

บรรยากาศรอบๆมันฟุ้งอวบอวนไปด้วยความรัก บรรยากาศร้านถูกตกแต่งให้เข้ากับความหมายของวันแห่งความรัก คู่รักหลายคู่เลือกใช้สถานที่แห่งเป็นสถานที่ออกเดทเช่นเดียวกับคิมซองกยู เขามาถึงร้านช่วงเวลาใกล้ๆห้าโมงเย็นเขาได้โทรจองล่วงหน้าไว้ก่อนเพราะรู้ดีว่าช่วงเทศกาลอย่างนี้ผู้คนจะค่อนข้างเยอะ

น้ำในแก้วพร่องลงเรื่อยๆจนต้องสั่งเพิ่มเป็นแก้วที่ 2 เวลาล่วงเลยกว่า 2 ชั่วโมงที่เขายังนั่งรออยู่ที่เดิม ท้องฟ้าจากสีอมส้มกลับแปรเปลี่ยนเป็นมืดดำปกคลุมเข้ามามากทุกขณะ ซองกยูนั่งถอดใจมากออกไปเรื่อยๆ บางช่วงก็คิดปลอบใจเผื่อเขาติดธุระ พอหลอกตัวเองนานๆเข้าเริ่มไม่ได้ผล

บางครั้งความรู้สึกเป็นห่วงก็เกิดขึ้นเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า ข้อมูลการติดต่ออะไรไม่มีเลย แต่พอคิดว่าเลิกหลอกตัวเองสักทีเขาจะมาทำไม ลมหายใจก้อนใหญ่ๆก็ถูกพรูออกมา

เก็บตังค์ด้วยครับ

คงไม่มาแล้วล่ะเขาพึมพำเบาๆกับตัวเองจัดการจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มและเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกที่ผิดหวังสุดๆ ยิ่งมองรอบๆตัวบรรยากาศมันช่างตอกย้ำความรู้สึกเขาได้ดีทีเดียว คิดแล้วก็รู้สึกขำ

 

 

กุ๊งกิ๊ง กุ๊งกิ๊ง เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังเมื่อมีลูกค้ารายใหม่เข้ามา

ยินดีต้อนรับค่ะ

อูฮยอนมองไปรอบร้านผู้คนมากมายนั่งพร้อมคู่รู้ใจของตนอยู่หลายโต๊ะแต่ก็ไร้วี่แววของผู้ชายที่เป็นคนชวนเขาออกมาในวันนี้ ความคิดของอูฮยอนผิดคาดไปมากตอนแรกเขาคิดว่ายังพอมีเวลาเกือบชั่วโมงก่อนถึงเวลานัดเขาจึงอาสาช่วยงานอาจารย์ แต่ผิดไปถนัดเมื่อเอกสารมากกว่าที่คาดเอาไว้บวกกับไม่มีคนช่วยยิ่งล้าช้ากินเวลาไปหลายชั่วโมง

            ขอโทษนะครับ เห็นผู้ชายตัวสูงๆตาตี่ๆหน่อยมั้ยครับ

ถ้าเป็นผู้ชายตัวสูงๆตาตี่ๆที่มาคนเดียวอูฮยอนยืนลุ้นไปกับคำตอบ กลับออกไปได้สักพักแล้วล่ะค่ะ

พอทราบมั้ยครับเขาไปทางไหน

 

 

อูฮยอนวิ่งกระหือกระหอบไปตามทางที่พนักงานบอกไว้ โชคดีที่ทางดังกล่าวเป็นเพียงแค่ถนนเส้นยาวไม่ได้มีซอกซอยให้เวียนหัว

อยู่ไหนของเขา ไปถึงไปแล้วเนี่ยมองซ้ายขวาขาสั้นๆก็ยังวิ่งไม่หยุด

 

ดวงตารีเล็กที่ไม่ได้ใหญ่เกินกว่าคนเป็นพี่ มองจดจ้องไปยังมุมหนึ่งที่แสงไฟสาดส่องสลัวๆ ผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งหันหลังอยู่ตรงม้านั่งยาวรอรถ รอยยิ้มเล็กๆก็เกิดขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้

นี่ซองกยูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียง พบใบหน้าจิ้มลิ้มของคนที่วันนี้เขารอมานานร่วม 3 ชั่วโมง

อูฮยอนเขาเรียกชื่ออูฮยอนด้วยท่าทางอึ้งๆ

ผมหิวสองมือเล็กยืนไขว่หลัง พูดลอยๆหันหน้าไปทางอื่นมองนั่นนี่ไปเรื่อยเหมือนไปได้กำลังพูดกับเขาอยู่ในตอนนี้

ถ้าผมหิวผมคงไปแหละ

คำพูดของอูฮยอนที่พูดไว้ก่อนหน้าวิ่งเข้ามาในหัวทำให้ซองกยูหลุดยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ ดูทำหน้าเข้ามันน่าบีบแก้มจริงๆเชียว

ถ้าไม่หิวคงไม่มาใช่มั้ยซองกยูพูดยิ้มๆ

อื้มตอบกลับด้วยใบหน้าไม่รู้ไม่ชี้ตามเคย

แล้วอยากกินอะไรล่ะ

ใครชวนคนนั้นก็คิดสิ

คิดแล้ว แล้วก็เกินเวลามานานมากแล้วด้วย แผนมันก็ต้องเปลี่ยนบ้างสิ

“บูเดชิเกก็ได้ ผมหิวจริงๆนะผมยิ้มรับและพยักหน้าตามที่เขาบอก เดทแรกเป็นหม้อไฟคงไม่ได้แย่เท่าไหร่หรอกมั้งครับ หมดกันกับการนั่งเสิร์ชหาร้านน่ารักๆตั้งหลายชั่งโมง

แล้วไม่คิดจะมองหน้ากันหรือไง

มองทางสิมองหน้าทำไม เดินเร็วๆเลย

 

 

 

 

 

อูฮยอนเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าอมยิ้มบ้างก็หลุดขำ เหตุการณ์อาหารมื้อแรกของพวกเขา

ถ้ารู้ว่ากินเก่งขนาดนี้พาไปกินบุฟเฟ่แล้ว

ผมไม่ได้กินเก่งสักหน่อย แค่ผมหิว

เหลือไว้ให้พี่มั่งสิหิวเหมือนกันนะ

น้ำซุปไงกินเยอะๆสิ เอาให้อิ่มๆ

คึคึ คนอะไรแกล้งง่ายชะมัดเสียงหัวเราะคิกคักของเจ้าตัวดังขึ้นเป็นระยะๆ

 

ครืด ครืด

 

อูฮยอนหันมองตามเสียงและแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์เครื่องเล็กที่วางเอาไว้บนที่นอนก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ เขารีบนั่งลงที่ปลายเตียงมือเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นดู คิ้วขมวดหน่อยๆก่อนจะยกยิ้ม ก็เพราะข้อความบนทวิตเตอร์ของคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน โพสข้อความและติดแท็กชื่อของเขา

 

จะบอกความในใจกับคนที่รีก่อนหมดวาเลนไทน์ @NWH91

@NWH91@Kyuzizi เล่นอะไรของพี่เนี่ย

@Kyuzizi @NWH91 ให้รีทวิตไม่ได้ให้เมนชั่นตอบ

@NWH91@Kyuzizi ทำไมผมต้องรีด้วย แล้วทำไมผมต้องทำ!

 

อูฮยอนหัวเราะขำอยู่คนเดียวเขาใช้มือข้างเดียวกดพิมพ์ตอบถึงแม้จะไม่ค่อยถนัดแต่พอได้คุยกับรุ่นพี่คนนั้นความยากลำบากก็ไม่มีผล ส่วนมือที่ว่างอีกข้างก็ยังเช็ดผมไปพร้อมๆกัน

 

@Kyuzizi @NWH91 อยากบอกรีหน่อยเถอะนะ นะ นะ นะ

 

อูฮยอนถึงกับส่ายหัวนิดๆเขาชั่งใจอยู่ครูหนึ่งก่อนจะกดเครื่องหมายขึ้นลง เพื่อทำการรีข้อความที่ถูกแท็กมา อยากรู้เหมือนกันจะเล่นอะไร

 

@NWH91@Kyuzizi รีแล้วไง บอกอะไรล่ะ

 

แต่ข้อความที่ถูกส่งมาทำให้อูอยอนอ้าปากค้างมือไม้อ่อนจนโทรศัพท์หลุดร่วงลงบนตัก ผ้าที่ใช้เช็ดผมถูกปล่อยให้กองอยู่กับพื้น ร่างกายแข็งทื่อแทบไร้วิญญาณ

 

@Kyuzizi @NWH91 คบกันมั้ย อย่างน้อยก็จะได้ไม่โสดก่อนหมดวาเลนไทน์

 

คนตัวเล็กรีบคลานขึ้นเตียงผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมร่างที่ไร้วิญญาณอาการมันจะตัวเบาๆเหมือนกำลังลอยเป็นลูกโป่งในชั้นบรรยากาศ หรือว่าอูฮยอนจะเป็นไข้ใบหน้าแดงระเรือจนไปถึงใบหูหัวใจเต้นแรงและเร็วจนหน้ากลัว แต่ตัวกลับไม่ร้อน

 

ครืน ครืน

อูฮยอนสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเสียงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ที่ทิ้งเอาไว้ปลายเตียงแจ้งเตือน คนตัวเล็กรีบมุดซ่อนตัวเข้าไปในผ้าห่มทันทีที่ได้ยิน

เล่นอะไรก็ไม่รู้พรุ่งนี้ก็มีเรียน ฮือออ หัวใจบ้าเต้นแรงขนาดนี้ก็เหนื่อยตายสิ อูฮยอนทั้งบ่นทั้งเขินและทั้งกลัวในเวลาเดียว เขาไม่กล้าแม้จะหยิบโทรศํพท์ขึ้นมาอ่านถึงแม้อยากจะรู้ เขาเองก็กลัว กลัวหัวใจมันจะทำงานหนักกว่าเดิม เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยหาทางเอาตัวรอดใหม่ 

 

@Kyuzizi @NWH91 วันนี้ไม่ตอบพรุ่งนี้ถามใหม่ พรุ่งนี้ไม่ตอบ มะรืนก็ถามใหม่ ถ้ามะรืนยังไม่ตอบ พี่ก็จะถามใหม่ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะยอมตอบ กู๊ดไนท์ครับ เจ้าชายหมู ^_^

 



 

หวังว่าตื่นมาจะไม่เป็นลมไปก่อนนะอูฮอยน

 

 



 Fin.




 

Talk à Happy Valentine ค่ะ เจอกันอีกแล้วเนอะปีที่ 2 แล้วกับฟิควาเลนไทน์ ถามว่ามีปีที่3 มั้ย ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยค่ะเหนื่อยมาก แต่สิ่งเดียวที่ยังยึดให้เรายังอยู่นั่นคือเราไม่อยากให้คู่เราหาย เรายังอยากให้มี กยูอู ต่อไปอีกเรื่อยๆ คนอ่านก็อย่าเพิ่งหายนะคะ ถึงมันจะไม่ได้สนุกมากมายอะไรก็เถอะ 555 ปาแท็ก ต่อไปเราจะโยนฟิค OS SF Special เฉพาะกิจใดๆ เข้าในแท็กนี้ทั้งหมด #บบฟฟ หวังว่ามันจะไม่วังเวงนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

ผลงานอื่นๆ ของ bumbim01

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:17

    ทวิตเตอร์สื่อรักนี่มันดีจริงๆ น่ารักมากง่ะ แต่งต่อนะคะ รออ่านคู่นี้เสมอๆ ????

    #1
    0