นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

GOT7 Playground // #Yugjin

นิยามความรักใน ฤดูหนาว ที่จะทำให้หนาว จนจับขั้วหัวใจ

ยอดวิวรวม

106

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


106

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ธ.ค. 62 / 14:12 น.
นิยาย GOT7 Playground // #Yugjin

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Cafe'Mojito



จากโปรเจคการรวมคู่ชิปทั้ง 21 คู่ ของ GOT7 มาทำเป็นฟีคเรื่องสั้นที่จบในตอนเดียว ในส่วนของเราก็จะมีทั้งหมด 4 เรื่อง 4 คู่ชิป 
และอย่างที่บอกคือเราว่าพล็อตคร่าวๆไว้ว่าจะให้ออกมาเป็นนิยามของความรัก 4 ฤดู ในประเทศเกาหลี 
ซึ่งก็คือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน



โดยแรกของเราก็คือเรื่อง You Are ของคู่ออทั่มทูยอง  [ฤดูใบไม้ร่วงทูยอง] จากนิยามของความรักในฤดูใบไม้ร่วงที่จะมาสร้างความอบอุ่นหัวใจให้กับนักอ่านทุกท่านที่ได้ผ่านเข้ามาสัมผัส ซึ่งก็สามารถไปหาอ่านกันได้นะคะ


และสำหรับเรื่องที่สองนี้นั้นมีชื่อว่า Playground ของคู่วินเทอร์ยูคจิน [ฤดูหนาวยูคจิน] นิยามความรักในฤดูหนาวที่จะทำให้คุณหนาวจนจับขั้วหัวใจ

" Playground เป็นเรื่องราวความรักของ น้องชายตัวสูงที่แอบรักพี่ชายข้างบ้าน จากจุดเริ่มต้นในวัยเด็กที่สนามเด็กเล่นแห่งหนึ่ง สู่ความรู้สึกที่ต่างก็เก็บซ่อนกันเอาไว้ ท้ายที่สุดแล้วความรักในครั้งนี้จะจบลงอย่างไรกันนะ "





soming soon!!  

See The Light ของสปริงค์ยูคแจ [ฤดูใบไม้ผลิยูคแจ]นิยามความรักใน "ฤดูใบไม้ผลิ" ที่จะทำให้คุณได้เห็นดอกรักที่ผลิบาน  

U&I ของซัมเมอร์บีสัน  [ฤดูร้อนบีสัน] นิยามความรักใน "ฤดูร้อน" ที่จะมาแผดเผาทุกคนที่ได้สัมผัสให้หลอมละลายไปกับรักครั้งนี้   


b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ธ.ค. 62 / 14:12


Playground

 

#Yugjin


 

 

คุณเคยแอบรักใครบ้างไหม?

แล้วคุณคิดว่า คนๆนึงสามารถใช้เวลาได้มากที่สุดเท่าไหร่...ในการแอบรักใครซักคน?

ถ้าสำหรับผมคือ 12 ปีครับ

12 ปีที่ผมแอบรักคนๆนึง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน ที่สนามเด็กเล่นแห่งหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้น....

 

 

 

ก๊อกๆๆ

     พี่จินยอง ตื่นรึยังอ่ะ

     “...... เงียบ

     พี่จินยอง วันนี้ผมมีสอบตัวสุดท้าย พี่จะทำให้ผมสายแล้วนะ

     “...... เงียบ อีกแล้ว =.,=

     ย่าห์!!! ปาร์ค จินยอง พี่นอนหรือซ้อมตายวะ

     มาแล้วๆ นายจะตะโกนเสียงดังรบกวนคนอื่นเขาทำไมเนี่ยยูคยอม

     อ่ะ นั้นไง ผมกลายเป็นคนผิดซะงั้น

     ผมยืนมองคนตรงหน้าที่ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งๆที่เจ้าตัวเป็นคนสัญญาเองแท้ๆว่าจะไปส่งผมไปสอบแท้ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่ารีบนะผมคงได้ลากเข้าไปคุยกันในห้องอะบอกเลย คอยดูเถอะถ้าผมเข้าห้องสอบไม่ทันผมจะให้เลี้ยงช็อคโกแลตปั่นซะให้เข็ด

     นายไม่ต้องมาบ่นฉันในใจเลยนะยูคยอม...อ่ะนี่แซนวิช เอาไปกินซะจะได้มีแรงทำข้อสอบ แล้วเดี๋ยวพอสอบเสร็จจะซื้อช็อคปั่นไปให้เพื่อเป็นการไถ่โทษที่วันนี้ฉันสายก็แล้วกัน

     แหมมม รู้ใจผมจังเลยนะครับเนี่ย

     ผมส่งยิ้มกวนๆพร้อมกับยกมือข้างที่ไม่ได้ถือกล่องใส่แซนวิชขึ้นหยิกแก้มขาวๆของคนตรงหน้าและเขาคนนี้ก็คือ ปาร์ค จินยอง พี่ชายข้างห้องของผมเอง เขาอายุมากกว่าผม 3ปีและตอนนี้เราสองคนก็เรียนอยู่มหาลัยเดียวกันเพียงแต่อยู่คนละคณะกันเท่านั้น

     อันที่จริงผมกับพี่จินยองก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะตอนผม 7 ขวบ พ่อกับแม่พี่เขาย้ายบ้านมาอยู่ข้างๆกันกับบ้านของผม ทำให้บ้านเราค่อนข้างสนิทกัน ตอนมัธยมก็เรียนโรงเรียนเดียวกันและพอเข้ามหาลัยผมก็เลือกเข้าที่จะตามมาอยู่คอนโดห้องข้างๆกันอีก ดูๆไปแล้วก็เหมือนผมเป็นเด็กที่ติดพี่จินยองและจากที่มีสถานะเป็นน้องชายข้างบ้านก็กลายมาเป็นน้องชายข้างห้อง

     และที่ผ่านมามันก็ดูเหมือนผมกับเขาได้ใกล้ชิดกันขึ้นมาอีกนิด...แต่ป่าวเลย เพราะถึงจะใกล้กันมากแค่ไหน แต่สถานะน้องชายก็ไม่ใช่สถานะที่ผมอยากจะเป็นอยู่ดี

     ถ้าไม่ให้ฉันรู้ใจน้องชายอย่างนายแล้วจะให้ฉันไปรู้ใจใครล่ะ

     หึหึ น้องชาย คำสั้นๆแต่ความหมายโคตรตรงตัว ฟังทีไรก็เจ็บอ่อนๆ คล้ายกับโดนลากไปตบกลางสี่แยกตอนแดดร้อนๆเลยครับ (?)

     น้องอีกละ พี่ก็รู้ว่าผมไม่ได้อยากเป็นน้อง ผมอยากเป็นแฟ...

     ป่ะๆ ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวสายแล้วจะไปสอบไม่ทัน

     นั้นไง พอผมพูดเรื่องนี้ทีไรเขาก็มักจะแกล้งเบลอใส่ผมตลอด ตั้งแต่ที่ผมสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเขาครั้งแรกตอนที่เขาเรียนจบม.ปลาย ซึ่งตอนนั้นเขาก็ทำเป็นไม่สนใจเพราะคิดว่าผมคงแค่พูดเล่นๆ ไหนจะการที่ชอบมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทำปากงุ้ยๆใส่เวลาที่ผมพูดเรื่องนี้อีก บ่ายเบี่ยงเก่ง งุ้ยๆเก่ง เดี๋ยวพ่อก็ลากไปกัดปากในห้องเลยนิ  

 

     อาทิตย์หน้าก็วันเกิดพี่แล้ว อยากได้อะไรไหม ผมพูดขึ้นขณะก้มลงกัดแซนวิชที่อยู่ในมือ อืมแซวิชก็ยังอร่อยเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือได้มองหน้าคนทำไปด้วยนี่มันดีจริงๆ

     นายจะให้อะไร ฉันก็ชอบหมดแหละ

     งั้นเดี๋ยวผมเอาตัวเองผูกริบบิ้นแล้วให้พี่เป็นของขวัญเอามะ

     ก็เอาสิ…”

     บร๊ะ! เอาจริงดิ!”  นี่คือประกายแห่งความหวังใช่ไหม ให้ตายสิทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหูตั้งหางกระดิกประหนึ่งเป็นโกเด้นรีทีฟเว่อที่รู้ว่าจะมีคนน่ารักมารับเลี้ยงเลย เชรดดดด ในที่สุด..

     จริงกับผีสิ! ฉันจะเอานายมาทำไมให้มันรกห้องตัวเอง นอนก็ดิ้นกินก็เก่ง สิ้นเปลืองจริงๆ

     อ่าวเห้ย ดีใจเก้อเลย ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปดึงแก้มของคนข้างๆที่หลอกให้ผมดีใจด้วยความหมั่นเขี้ยว คนอะไรตัวก็ไม่ได้อ้วนแต่แก้มนี่บวมเชียว หึ้ย น่ากัด!!

     โอ๊ย! ปล่อยเลยนะเจ้าเด็กบ้า ฉันเจ็บ...

 

     อ่าว นยองงิ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ

     ในขณะที่ผมกำลังจะได้โอกาสในการก้มลงไปกัดชิมแก้มขาวๆเพราะกินแซนวิชไม่อิ่ม ก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้นซะก่อนทำให้พี่จินยองรีบผละออกจากผมทันทีและกลายเป็นว่าผมต้องมายืนมองแก้มของเขาด้วยความเสียดาย แต่เดี๋ยวนะ ทำไมไอ้หมอนี่ถึงเรียกนยองงิซะดูน่ารักเลยล่ะ แล้วทำไมต้องเข้ามาลูบหัว พี่จินยองของผมด้วย! แถมยังยิ้มซะตาหวานเยิ้มอีก!!...ยูคยอมกดโกรธสิ่งนี้ ????

     “อ๊ะ อันยองครับเจบี

     “อันยอง จินยองงิ แล้วนี่มาทำอะไรที่ตึกนิเทศหรอ ตึกบริหารอยู่ตั้งไกลเลยหนิ

     พอดีผมมาส่งยูคมาสอบน่ะครับ จริงสิ เจบีก็เรียนคณะนี้เหมือนกัน งั้นก็แสดงว่า...

     ผมเข้าห้องสอบก่อนนะพูดจบผมก็เลือกที่จะหันหลังเดินออกมาทันที อันที่จริงผมก็พอรู้จักรุ่นพี่คนนี้อยู่บ้างแหละ ได้ยินว่าพี่เขาเป็นถึงเดือนนิเทศปีสี่ที่เรียนอยู่เอกฟิลม์ ซึ่งตอนนี้ผมชักจะรู้สึกเหม็นขี้หน้าขึ้นมาซะละ คนอะไรฟันก็ยาว ตาก็เล็กอย่างกับเม็ดก๊วยจี๋...หึ้ย ยูคยอมไม่ถูกใจสิ่งนี้ ??‘?

     ยูคยอม! เอ่อ ต้องขอโทษแทนยูคด้วยนะครับ

     ไม่เป็นไรหรอกฉันเข้าใจ ว่าแต่คนนี้หรอที่เคยเล่าให้ฟัง

     ใช่ครับ คนนี้แหล่ะ

     ฉันแค่แกล้งเรียกชื่อน่ารักเข้าหน่อยก็หงุดหงิดจนถึงกับต้องเดินหนีเลย ดูเขาจะหวงจินมากเลยนะ ไม่ลองคิดดูอีกทีหน่อยหรอ

     ผมรู้ครับว่ายูคยอมคิดยังไง แต่บีก็รู้ว่าผม...

     แต่บางทีคนเราก็ต้องเลือกที่ใช้ชีวิตในทุกๆวันให้มีความสุขที่สุดไม่ใช่หรอ

     แล้วอย่างผมจะมีความสุขได้อีกนานแค่ไหนกันล่ะครับ จินยองพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับอากาศในขณะที่สายตาก็เอาแต่มองตามแผ่นหลังของเจ้าเด็กยักษ์ที่เดินห่างออกไป โดยคนที่ถูกมองไม่รู้เลยว่าแววตาของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความปวดร้าวเพียงใด...

 

 

………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

 

@ร้านคาเฟ่โมจิโตะ

18:00 น.

     ผมเดินเข้ามาในคาแฟ่แห่งหนึ่งที่ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาวเขียวที่ให้ความรู้สึกสบายตาและตอนนี้มุมๆหนึ่งของร้านก็มีการประดับประดาไปด้วยลูกโป่งเพื่อเตรียมสำหรับงานวันเกิดของพี่จินยอง ซึ่งธีมงานในวันนี้เป็นสีขาวกับฟ้าพาสเทล ดูน่ารักเหมือนเจ้าของวันเกิดเลย

     ยังไม่มีคนมาหรอ?” ผมเอ่ยถามกับเจ้าของงานที่ตอนนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนดูนุ่มนิ้มน่าฟัด เอ้ย! น่ารัก

     อืม พอดีนัดคนอื่นตอนสองทุ่งน่ะ

     พี่นัดคนอื่นสองทุ่มแต่ให้ผมมาตอนหกโมงเนี่ยนะ

     เอาหน่า ถือซะว่ามาช่วยฉันเตรียมงานไง

     ค๊าบบบ อยากอยู่กับผมนานๆก็บอกมาเถอะ...อ่ะ ของขวัญ พูดจบผมก็ยื่นกล่องของขวัญให้กับคนตรงหน้าและรวบตัวเขาเข้ามานั่งข้างๆพร้อมกับโอบเอวของอีกคนเอาไว้อย่างถือวิสาสะ

     นี่ผมตั้งใจเลือกสุดๆเลยนะ รับรองว่าพี่ต้องชอบแน่ๆ

     งั้นแกะเลยนะ

     เมื่อเห็นผมพยักหน้าเบาๆพี่จินยองก็ลงมือแกะของขวัญทันทีและพอได้เห็นของในกล่องเจ้าตัวก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความถูกใจ ผมรู้ว่าเขาชอบอ่านหนังสือและในกล่องนั้นก็คือหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดพร้อมลายเซนต์ของพีเจอาร์* นักเขียนคนโปรดของพี่จินยองที่ผมตั้งใจหามาให้และมันก็คุ้มค่าสุดๆกับการตามหาในครั้งนี้ เพราะมันทำให้ผมได้เห็นหนวดแมวทั้งสามเส้นและใบหน้าน่ารักที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสนจะสดใสของเขา...

     รอยยิ้มที่ผมชอบที่สุด

     ชอบไหม?

     อืม ชอบสิ ชอบมากเลย ขอบคุณมากนะยูคยอม

     ที่ผมถาม ผมหมายถึงชอบผมไหมต่างหากล่ะ พูดจบผมก็เกยคางของตัวเองไปบนไหล่ของคนที่อยู่ข้างๆ ผมชอบเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆเขาแบบนี้ที่สุดเพราะมันทำให้ผมมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจนและได้กลิ่นหอมอ่อนๆที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา

     ไอ้เด็กบ้า ใช่เวลามาหยอดไหมเนี่ย

 

 [พีเจอาร์* เป็นนามปากกาของพระเอกเรื่อง YOU ARE #2young นะคะ]

 

     ผมนั่งมองเขาเปิดอ่านหนังสือที่อยู่ในมือและชวนเขาพูดคุยเรื่องต่างๆอยู่เนินนานจนเวลาผ่านไป เพื่อนๆของพี่จินยองก็ค่อยๆพากันเข้าในร้านพร้อมกับของขวัญมากมายในมือ ภาพของเจ้าของวันเกิดที่กำลังพูดคุย ส่งยิ้มอย่างมีความสุขนั้นทำให้คนมองอย่างผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

     แต่แล้วรอยยิ้มของผมก็เป็นอันต้องสะดุดลงเพราะแขกคนใหม่ที่พึ่งเดินเข้ามา

     สุขสันต์วันเกิดนะจินยองงิ

     ขอบคุณนะครับเจบี

 

     ครับ...ไม่ใช่ใครที่ไหน

     ผมมองพี่เจบีที่พึ่งเดินเข้ามาหาพี่จินยองด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ ผมก็เข้าใจแหละว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะหวงเวลาที่อีกคนส่งยิ้มไปให้คนอื่นที่ไม่ใช่ ผมเลยตัดสินใจที่จะเดินออกมาด้านนอกเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเอง

     ทำไมมายืนหล่ออยู่ตรงนี้ล่ะครับพ่อเดือนนิเทศปีหนึ่ง

     อ่า อันยองครับพี่แจ็คสัน พอดีผมออกมาเดินเล่นน่ะ...แล้วนี่พี่มาคนเดียวหรอครับผมโค้งตัวให้กับคนที่เข้ามาทักและเขาคือรุ่นพี่แจ็คสัน เพื่อนสนิทที่เรียนคณะเดียวกันกับพี่จินยอง

     ป่าวหรอก พี่มากับแฟนน่ะ

     แฟน? แล้วไหนล่ะแฟนพี่

     ก็คนตาตี๋ๆฟันเยอะๆที่พึ่งเข้าไปเมื่อกี้นี้ไง

     “…!!”

     ว๊อท!! นี่อย่าบอกนะว่าเดือนนิเทศปีสี่.....

 

 

………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

     ช่วงหลังสอบเป็นช่วงที่ปีหนึ่งอย่างเขาค่อนข้างสบาย ต่างจากรุ่นพี่ปีสี่อย่างจินยองที่งานรัดตัว ทำให้ช่วงนี้ทั้งสองคนแทบไม่ได้เจอกันเพราะคนพี่คงมั่วแต่ยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสำหรับช่วงสุดท้ายก่อนจบ โชคดีหน่อยที่วันนี้เป็นวันเสาร์ เขาเลยตั้งใจว่าจะมาชวนจินยองออกไป เดท แค่ ก ๆ ๆๆ ไปหาอะไรกินข้างนอก

ก๊อกๆๆ

     ทำไมหน้าซีด ไม่สบายหรอ หลังจากที่ประตูถูกเปิดออกก็ปรากฎภาพของจินยองที่มีใบหน้าซีดราวกับกระดาษทำให้เขาตกใจจนเผลอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากอีกคนด้วยความเป็นห่วง

     “ป่าวหรอกไม่ได้เป็นอะไร

     เฮ้ออ ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยนะ จนแล้วจนรอดก็อดที่จะดุไม่ได้จริงๆ

     ขอโทษ~ ว่าแต่นายมาหาฉัน มีอะไรรึป่าว

     ผมว่าจะชวนไปหาอะไรกินข้างนอก แต่ดูแล้ว ผมว่าพี่ควรพักผ่อนมากกว่า คนร่างสูงพูดพร้อมกับดันตัวของคนตรงหน้าเบาๆให้เดินเข้าประตูไป จนทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟาที่อยู่ภายในห้องของจินยอง

     หิวมั๊ย?

     “...... น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทำให้จินยองไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนพูดและทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆ

     งั้นไปนอนพักเถอะ เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อน

     หลังจากที่พาจินยองเข้ามาในห้องนอนเขาก็จัดการห่มผ้าให้เจ้าของห้องอย่างอ่อนโยนแล้วนั่งลงบนเตียงข้างๆกัน

     มือหนายกขึ้นลูบเบาที่ข้างแก้มของจินยองที่ตอนนี้กลายเป็นสีขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มลงไปจรดริมฝีปากทาบทับลงบนหน้าผากของคนที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของร่างกายอีกคน ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ข้างแก้มอย่างช้าๆ จนทำให้แก้มของทั้งสองคนสัมผัสกัน

     ทะ ทำอะไรน่ะยูค

     อยู่นิ่งๆสิ ผมกำลังวัดไข้อยู่

     จินยองได้แต่โอดครวญในใจมีใครที่ไหนเขาวัดไข้กันแบบนี้บ้างเล่า!’

     ตัวไม่ร้อน นอนพักก่อนซักหน่อยเดี๋ยวตื่นขึ้นมาแล้วค่อยกิน ยูคยอมกระซิบเสียงแผ่วเบาในขณะที่แก้มของทั้งสองคนก็ยังคงสัมผัสกันอยู่ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

     อื้ม ข เข้าใจแล้ว

     หืม เข้าใจว่าอะไร

     นอนพักก่อนแล้วตื่นมาค่อยไปกินข้าว

     แล้วนอกจากกินข้าว ไม่อยากกินอย่างอื่นด้วยหรอ เขาจงใจพูดจาสองแง่สองง่ามในขณะที่ตัวเองก็ยังวนๆอยู่กับการคลอเคลียแก้มนุ่มๆไม่ยอมห่างเพื่อหวังจะแกล้งคนป่วยเพราะเขารู้ว่าอีกคนกำลังเขิน

     ไม่อยาก...นายจะไปกินก่อนก็ได้นะไม่ต้องรอฉันหรอก

     ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ตื่นขึ้นมาผมค่อยกิน ทีเดียว

     พอพูดจบก็แกล้งเฉียดริมฝีปากเข้าที่ข้างแก้มอีกคนเบาๆทำเอาคนที่ถูกแกล้งแทบอยากจะระเบิดตัวเองไปให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

     เด็กบ้า ร้ายกาจเกินไปแล้วนะ!!

     งื้อออ ลุกออกไปเลยฉันจะนอนแล้ว

     จินยองมองคนที่รับปากว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเขาและตอนนี้ก็กำลังนั่งมองเขาอยู่ข้างๆด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนตากลมจะค่อยๆปิดลงเพื่อเข้าสู่ห่วงนิทราด้วยความอ่อนเพลียและอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องหลับตาลงก็เพื่อหนีคนตรงหน้า

     สายตาที่ยูคยอมมองมาที่เขานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย ทุกๆการกระทำที่แสนจะอ่อนโยนที่อีกคนส่งมารวมไปถึงคำพูดและทุกความรู้สึกที่แสดงออกมานั้น เขาก็ล้วนแล้วแต่สัมผัสได้ทุกสิ่งและรับรู้ได้ทุกอย่างเพียงแต่...

     อย่าดีกับฉันมากเลยยูคยอม

     เพียงประโยคหนึ่งที่คำดังขึ้นภายในใจเพราะเขาคงไม่กล้าที่จะเอ่ยมันออกมา

 

 

………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

     ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมายูคยอมแทบไม่ได้เจอจินยองเลยตั้งแต่หลังจากวันที่เขาเข้าไปเฝ้าไข้อีกคน ไม่รู้ว่าเพราะจินยองยุ่งอยู่หรือเพราะอะไร พอไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ โทรไปก็ไม่ค่อยรับสาย เป็นแบบนี้อยู่นานจนทำให้เขารู้สึกร้อนใจ

     และวันนี้ก็มาถึง...

     หลังจากที่เขาส่งข้อความไปหาจินยองเกี่ยวกับสถานที่จัดงานเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเขา วันเกิดอายุครบ 20 ปีของ คิม ยูคยอม ที่เจ้าของวันเกิดเอาแต่นั่งรอใครอีกคนด้วยหวังว่าคนๆนั้นจะมาอวยพรเขาอย่างเช่นทุกปี

 

ติ๊ง!

     เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแชทไลน์ดังขึ้นเรียกความสนใจจากเจ้าของโทรศัพท์ให้ก้มลงไปมอง พอเห็นรายชื่อแชทที่ปรากฎก็ยกยิ้มด้วยความดีใจแล้วรีบกดเข้าไปอ่านทันที

 

???‘ พี่จินยองของผม

        [ตอนนี้อยู่หน้าร้าน ออกมาหาหน่อย] 19.22

 

     หลังจากที่อ่านจบยูคยอมก็แทบจะถลาออกไปนอกร้านในทันที ภาพของจินยองในชุดเสื้อสเวตเตอร์สีครีมตัวที่เขาเป็นคนซื้อให้ ที่ตอนนี้ยืนหันหลังอยู่หน้าร้านไม่ไกล ทำให้ยูคยอมตรงเข้าไปสวมกอดอีกคนจากด้านหลังด้วยความคิดถึง

     ผมคิดว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว

     วันเกิดนายทั้งทีทำไมฉันจะไม่มาล่ะ

     พี่หายไปไหนมารู้ไหมว่าผมคิดถึงแทบแย่

     อ่า ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกัน ประโยคที่แผ่วเบาที่เอ่ยพูดออกมาเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจมากนัก แต่คนที่อยู่ใกล้กลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

     ขอโทษทีนะ ปีนี้ฉันไม่มีของขวัญมาให้เลย

     แค่พี่มาผมก็ดีในแล้ว

 

ครืดด ครืดดด

     แรงสั่นของโทรศัพท์มือถือในเสื้อของจินยองทำให้เจ้าตัวรีบคว้ามันขึ้นมาดู ก่อนจะผละออกจากยูคยอมเพื่อกดรับสาย

     ครับ...

     ผมออกมาหายูคยอมครับ

     ผมแค่อยากมาอวยพรวันเกิดให้เขา

     ครับ อีกไม่นานผมก็ต้องไปแล้ว ขอเวลาให้ผมอีกสักนิดนะ...

 

     พี่จะไปไหน

     หลังจากที่จินยองวางสาย เขาก็ถามอีกคนขึ้นทันทีเพราะสงสัยในบทสนทนาที่จินยองพึ่งคุยจบไป

     ไม่มีอะไรหรอก

     ไม่มีได้ไง! ก็ผมได้ยินอยู่ที่พี่บอกว่าจะไป พี่จะไปไหน ไปกับใคร!”

     ยูคยอมตรงเข้าไปกระชากแขนคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าทันทีเพราะความโกรธ ทั้งๆที่เขาเฝ้ารอคนตรงหน้ามาตั้งนาน คอยกังวลว่าอีกคนจะเป็นอย่างไรในระหว่างที่ติดต่อไม่ได้ แล้วอยู่ๆจะมาบอกว่าจะไปที่อื่นซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้นง่ายๆหรอก

     “ยูคปล่อยก่อน ฉันเจ็บ

     “พี่เจ็บหรอ ถ้าพี่เจ็บแล้วผมล่ะ ผมรอ ผมเป็นห่วงพี่มากแค่ไหนรู้ไหม แล้วอยู่ๆพี่จะไปที่อื่นโดยไม่คิดจะบอกผมแบบนี้ พี่ไม่คิดว่าผมจะเจ็บปวดบ้างหรอ

     ยูคยอมคว้าเอาไหล่ทั้งสองข้างของจินยองเอาไว้แล้วดึงให้หันกลับมาสบตา แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ เพราะจินยอง...

     “ยูค ฮึก ฉันขอโทษ...

     “!!!!”

     ภาพของจินยองที่ตอนนี้ดูอ่อนล้า ใบหน้าที่เคยมีแก้มกลมๆกลับซีดเซียวราวกับไม่มีเลือด หยดน้ำใสๆที่หลั่งไหลออกมาจากดวงตาที่ทอประกายของความโศกเศร้าและสิ้นหวัง

     “ขะ ขอ โท ด

     “พี่จินยอง!!”

     ยูคยอมเอื้อมไปคว้าเอาร่างของจินองที่ร่วงลงราวกับคนไร้เรี้ยวแรงและมองใบหน้าของคนในอ้อมกอดที่ตอนนี้ตรงจมูกมีเลือดหยดออกมาไม่หยุด

     2 ชั่วโมงผ่านไปกับการเฝ้ารอ 2 ชั่วโมงที่แสนยาวนานในความคิดของยูคยอม หลังจากที่พาจินยองมาที่โรงพยาบาลเขาก็ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องฉุกเฉินจนแทบไม่ได้ขยับไปไหน

     เขาเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นจินยองเป็นแบบนี้มาก่อน ภาพของอีกคนที่มีสีหน้าเหมือนกับกำลังเจ็บปวดและล้มลงต่อหน้าต่อตาเขา ทำให้เขากลัว...

     “หมอ! พี่จินยองเป็นยังไงบ้างครับ

     “คุณคือ คิม ยูคยอม ใช่ไหม?

     “ใช่ครับ

     “หมอชื่ออิม แจบอมนะครับ เป็นหมอประจำตัวของคุณจินยอง...ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแอมากบวกกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นทำให้ร่างกายของเขารับไม่ไหว หมอคิดว่าเขาคงอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้

     “ห หมอ หมายความว่ายังไงครับ

     ตอนนี้ยูคยอมทั้งกังวลทั้งสับสน ในหัวของเขามันตื้อไปหมดราวกับว่ามีคนเอาค้อนปอนด์มาฟาดเข้าที่กลางหน้าผาก หลังจากที่ฟังประโยควินิจฉัยของหมอที่บอกว่าคนที่กำลังนอนรอเขาอยู่นั้น...คงอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้

     “คุณจินยองป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย หมอเสียใจด้วยนะครับ

     “มะ เร็ง ....

     “หมอว่าคุณรีบเข้าไปหาคุณจินยองเถอะ เขากำลังรอคุณอยู่

     “......

 

 

     ยูคยอมเดินเข้าไปภายในห้องผู้ป่วยด้วยความรู้สึกที่หน่วงไปหมดหลังจากที่คุยกับหมออิมเสร็จ เขายืนมองคนป่วยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าที่เคยสดใสตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาที่เขาไม่ได้เจอหรือติดต่อกับอีกคนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะจินยองกำลังยุ่งอยู่กับช่วงเรียนจบ แต่เป็นเพราะจินยองกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่างหาก จินยองป่วยเป็นมะเร็งและเป็นมาตั้งนานแล้ว ซึ่งเขากลับไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

     “พี่ใจร้ายมากเลยนะที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับผม

     “ยูค....”

     “ทำไม?

     “เพราะฉันรู้ไงว่าถ้าบอกไปนายก็จะเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากเห็นนายเจ็บปวดและฉันก็ไม่อยากให้นายมาเห็นสภาพของแย่ๆฉัน

     “......

     “ฉันรู้ว่าฉันเห็นแก่ตัว แต่อย่างน้อยๆฉันก็อยากให้นายจำภาพของฉันตอนที่ฉันมีความสุข มากกว่าการที่ต้องให้นายมาเห็นฉันตอนนอนทรมานอยู่บนเตียงคนป่วย

     “......

     “ฮึก ฉันไม่ได้อยากทำให้นายเสียใจนะยูค

     ร่างสูงยืนฟังทุกคำอธิบายที่เอ่ยออกมาจากปากคนที่อยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เขามองใบหน้าที่ดูอ่อนล้าของคนตรงหน้า เอ่ยทุกคำพูดพร้อมน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินลงมาบนสองข้างแก้ม ทำให้คนมองทนไม่ไหวอีกต่อไป

     “พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไม่ต้องร้องแล้วนะ...ไม่ต้องร้องแล้ว

     “ฮือออ ขอโทษนะ ฉันขอโทษ

     ยูคยอมคว้าเอาคนที่นั้งร้องไห้อยู่บนเตียงเข้ามากอดด้วยความรักและความห่วงใย สองมือคอยลูบหัวลูบหลังบางเพื่อหวังให้อีกคนหยุดร้อง เขายอมรับว่าเขาโกรธ เขาเสียใจ เขาน้อยใจที่จินยองไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเขา แต่พอได้ฟังทุกคำพูดได้เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตากลมและแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดก็ทำให้เขาทนไม่ไหว

     เขาไม่ชอบเห็นจินยองร้องไห้

     เขาไม่ชอบน้ำตาของจินยอง

 

 

     สายลมเย็นพัดโชยปะทะเข้ากับสองร่างที่อยู่ในสนามเด็กเล่นในเวลากลางคืนภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ร่างเล็กกว่าที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนชิงช้าโดยมีร่างสูงค่อยไกวอยู่ด้านหลังเบาๆ

     หลังจากที่ทั้งสองคนพูดปรับความเข้าใจเสร็จ ยูคยอมก็ปลอบจินยองจนอีกคนหยุดร้องไห้และหลังจากนั้นคนตัวเล็กกว่าที่อยู่ในอ้อมกอดก็อ้อนขอให้เขาพามายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงจะดีใจมากที่จินยองอ้อนขอเขาแบบนี้....

     แต่สำหรับตอนนี้มันไม่ใช่

     เขาไม่ได้อยากจะยอมรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้อยากที่จะเสียอีกคนไป เพียงแต่เขาไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องใช้ทุกวินาทีที่เหลืออยู่ให้คุ้มค้าที่สุด กับคนที่เขารักที่สุด...

 

     คิดถึงสมัยตอนเด็กๆเลยเนอะ ตอนที่เราสองคนชอบมาเล่นที่นี่กัน

     “......

     “นายจำได้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกที่ไหน

     “จำได้สิ...

     ยูคยอมเดินอ้อมมานั่งคุกเข้าอยู่ตรงหน้าของจินยองที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนชินช้า ทำให้ความสูงของทั้งสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน

     “เมื่อ 12 ปีก่อนเราเจอกันครั้งแรกที่นี่...แล้วนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมตกหลุมรักพี่

     “......

     “......

     “ฉันก็เหมือนกัน...

     จินยองค่อยๆยกมือขึ้นมาสัมผัสเบาๆที่ข้างแก้มของคนตรงหน้าและมองลึกเข้าไปใหนดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น เจ้าของใบหน้าขาวซีดค่อยๆโน้มตัวเข้าไปและประกบริมฝีปากกับคนที่อยู่ตรงหน้าเพื่อส่งมองจูบที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความโหยหา ถ่ายทอดทุกความรู้สึกที่มีทั้งหมดผ่านทางเรียวลิ้นเล็กและล้มหายใจที่แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

     เป็นเขาเองที่แอบรักเจ้าเด็กยักษ์ตรงหน้าตั้งแต่แรกพบและเป็นเขาเองที่ไม่กล้าบอกความรู้สึกที่มี จนทุกอย่างมันสายเกินไป

     “นายรู้ไหมว่าฉันดีใจมากแค่ไหนวันที่นายมาบอกว่า นายชอบฉัน

     “ผมรู้ว่าพี่ดีใจ แต่ก็ยังแกล้งเบลอใส่ผม

     “ขอโทษนะยูคที่ฉันเอาแต่หนีนายมาโดยตลอด

     “ใช่ พี่ชอบเอาแต่หนีผมอยู่เรื่อย แล้วตอนนี้ก็กำลังจะหนีผมไปอีกใช่ไหม

     จินยองมองสบตากับคนตรงหน้าที่กำลังพยายามอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมาจนดวงตาแดงก่ำ เขารู้ว่ายูคยอมกำลังพยายามที่จะไม่ร้องไห้ เขารู้ว่าอีกคนกำลังทำเป็นเข็มแข็งเพื่อให้เขาสบายใจและรับรู้ถึงความหมายของคำพูดที่ยูคยอมพูดออกมาเพราะเขาเองก็รู้ดีเหมือนกันว่าตอนนี้เวลาของเขามันใกล้จะหมดลงไปทุกที

     “ฉันไม่ได้จะหนีไปไหนซะหน่อย แค่จะเปลี่ยนไปเป็นคนที่คอยเฝ้ามองนายอยู่ในที่ที่หนึ่งเท่านั้นเอง

     “......

     “ฉันขอขี่หลังนายหน่อยได้ไหม

     คนที่นั่งคุกเข่าอยู่พยักหน้าเบาๆก่อนจะหันหลังให้คนตัวเล็กกว่าขึ้นมาและแบกจินยองเอาไว้แล้วค่อยๆก้าวเดินออกไป สองขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดมุ่งหมายขอเพียงแค่ได้ใช้วลาอยู่กับคนๆนี้ให้ได้นานที่สุด

     “ตอนเด็กๆจำได้ไหมว่านายเคยให้ฉันแบกจากสนามเด็กเล่นกลับบ้าน

     “ตอนนั้นพี่เอาแต่บ่นให้ผมฟังแต่ก็ยังยอมแบกผมไปจนถึงบ้าน

     “ใช่ เพราะอะไรรู้ไหม...

     “......

     “เพราะฉันอยากที่จะอยู่ใกล้ๆนายยังไงล่ะ ฮ่าๆ

     “......”

     “นายรู้ไหมว่าการขี่หลังแบบนี้มันทำฉันได้สัมผัสนายและทำให้เราได้ไกลชิดกันจนสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของกันและกัน

     “นั้นสินะ เหมือนตอนนี้ที่ผมได้ยินเสียงหัวใจของพี่

     จินยองกระชับอ้อมแขนเข้ากอดคอคนที่แบกเขาเอาไว้ให้แน่นขึ้น ก่อนจะซบหน้าลงที่ไหล่กว้างของคนตัวสูงจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายหอมละมุนจากคนตรงหน้า

     “สัญญากันฉันว่านายจะใช้ชีวิตให้มีความสุข

     “อืม ผมสัญญา

     “เวลามองฟ้า...อย่า ลืม คิดถึงฉั น บ้าง นะ ....

     “........!!!.”

     น้ำตาที่พยายามจะกลั่นเอาไว้ไม่ให้ไหลตอนนี้ได้พรั่งพรูออกมาทันทีหลังจากที่สัมผัสได้ว่าลมหายใจของคนข้างหลังที่ก่อนหน้านี้รินรดอยู่ที่ต้นคอนั้นขาดหายไป สองแขนที่เคยกระชับอ้อมกอดจากด้านหลังค่อยๆคลายออกร่วมไปถึงเสียงหัวใจของคนอีกคนที่ค่อยๆเต็นช้าลง จนในที่สุดทุกอย่างก็เงียบสนิท

     “ขอร้องล่ะ อย่าพึ่งมาขี้เซาตอนนี้สิ ตื่นขึ้นมาคุยกับผมก่อน

     คำพูดที่เอื้อยเอ่ยออกมานั้นถูกปลิวหายไปกับสายลมโดยไร้การตอบกลับจากใครอีกคน คำขอร้องที่พูดขึ้นเพื่อหวังให้คนที่อยู่ข้างหลังได้ยิน

     “ผ ผม รักพี่นะพี่ได้ยินไหม ฮึก ได้ยินใช่ไหม...

 

     ยูคยอมเดินทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายโดยที่แขนทั้งสองข้างก็กำลังกอดร่างไร้วิณญาณของใครอีกคนไว้อยู่ด้านหลัง สายลมเย็นที่พัดผ่านไปนั้นบ่งบอกได้ว่าฤดูหนาวกำลังมาถึงในอีกไม่ช้าและฤดูหนาวปีนี้ก็คงเป็นปีที่หนาวที่สุดสำหรับเขา

     ดั่งความเหน็บหนาวที่กำลังกัดกินและแทรกซึมเข้าไปในขั้วหัวใจ....

 

 

 

 

 

You are my playground playground playground

เธอคือสนามเด็กเล่นของฉันนะ

 

너의 마음 속에서 

ภายในใจของเธอ

 

어릴 잃어버린 

ฉันจะสามารถหาความฝันที่มันหายไป

 

꿈을 찾을까

ในตอนเด็กของฉันได้มั้ย?

 

You are my playground playground playground

เธอคือสนามเด็กเล่นของฉันนะ

 

환상 속에서 

ฉันจะได้พบความรัก

 

보았던 좋았던 사랑을 찾아

ที่ดีกว่าในนิยายได้แน่นอน

 

You are my playground

เธอคือสนามเด็กเล่นของฉัน

 

................................................END……………………………………

 


 

ผลงานอื่นๆ ของ The Little Artist

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น