Fic [exo x you] Zombie Hunt

ตอนที่ 7 : Section 6 : Deer

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 ม.ค. 58




Section 6 : Deer
 

       เราต้องขับตรงไปจากถนนเส้นนี้อีกประมาณ 10 15 กิโลเมตรทางก็จะเป็นถนนดินธรรมดาเพราะมันออกนอกเมืองไปแล้วทางกันดารแบบนั้นไม่ค่อยมีคนปกติเขาใช้กันหรอก ขับไปอีกน่าจะสักเกือบๆ 20 กิโลฯนู่นแหละถึงจะเจอถนนเลียบแม่น้ำต่อไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำคึม บอกตามตรงว่าไกลเอาเรื่อง

            เสียงห้าวเอ่ยบอกอย่างเป็นระบบ มือหนาแกร่งเสยผมกัดสีของตัวเองขึ้นลวกๆ แอบเบะหน้ากับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่ติดมาด้วย

            แล้วถ้ามีพวกมันอยู่ที่สะพานล่ะ?

 

            ...

 

            ...?

 

            จงอินเงียบไปราวกับใช้ความคิด ในหัวเริ่มวาดแผนที่เกาหลีเขตนครต่างๆขึ้นคร่าวๆ ถึงจะไม่ได้เรียนมาแต่ก็พอจะจำได้จากการที่ตะลอนหางานทำอยู่บ้าง

            มี 2 ทาง หาเรือข้ามไปแล้วอาจจะทิ้งรถไว้ที่นี่ ถ้ามันไม่ใช่เรือที่ขนสินค้าได้ หรืออีกทางที่อาจจะยากและโคตรเสียเวลาคือกลับรถลงไปผ่าช็อลลาเหนืออ้อมไปย้อนขึ้นเขตคย็องซังเหนือแล้วขับต่อไปจนถึงช็องจูนู่นแหละ

            พูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายเนอะ -_-

            กูว่าภาวนาอย่าให้มีพวกมันอยู่ที่สะพานเหอะ หรือถ้าแย่จริงๆก็ขอเลือกทางที่หนึ่งดีกว่าว่ะ ให้ลงใต้ขึ้นเหนืออยู่นั่นน้ำมันต่างๆนาๆที่กักตุนคงได้หมดก่อนอ่ะ

            คยองซูเป็นฝ่ายออกความเห็นก่อน แม้ว่าอาจจะต้องทิ้งลูกรักไปก็ตาม

            ว่าตามนั้น

            ...

            โซวอนเพียงแค่พยักหน้าตกลง

            ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปตามทางอ้อมที่จงอินเป็นคนบอก ทางเลือกมันคงมีไม่มาก นอกจากลองเสี่ยงดวงแล้วไปตายเอาดาบหน้า ให้หยุดอยู่เฉยๆมันก็คงเป็นได้แค่รอให้ความตายเดินเข้าหาเท่านั้น

            แล้วใครมันจะโง่ทำแบบนั้นกัน!!!

            ...

            ทั้งคันรถเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีใครอ้าปากพูดมาก่อน แหงสิ! ก็เพิ่งเกิดเหตุเฉียดตายกันมาหมาดๆ ซ้ำพวกมันยังมาได้โคตรเร็วเหมือนกับจงใจเดินมาหาพวกเขาอีก ใครมันจะไปมีอารมณ์เฮฮาปาร์ตี้สุนทรีย์อยู่นั่นล่ะวะ

            แม่ง...หิวสัส...

            ยอมทำลายความเงียบก่อนก็ได้วะ

            เออ...เพิ่งนึกได้ว่ะ กูก็หิว

 

            ...

 

            ...

 

            แน่นอนว่าทั้งสี่ย่อมรู้สึกว่าน้ำย่อยในกระเพาะมันเริ่มทำงานกันบ้างแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งความเหนื่อยทั้งความหิวจะโดนความตกใจกลบไปหมดก็เถอะ

           

แกรบๆ~

           

            เด็กสาวเปิดเป้ของชานยอลที่พาดอยู่บนตักตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ออก ก้มสำรวจอยู่สักพักก็ล้วงเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาสองซองโดยไม่ต้องเอ่ยขอให้มีมารยาท

            อ่ะ

            ยื่นให้จงอินเป็นคนแรกเลยนะ -_-

            ปาร์คชานยอลอยากจะบ้า

            แบ่งดีโอด้วย

            พูดแค่นั้นก็ขยำห่อบะหมี่ในมือตัวเองให้แหลกละเอียด ฉีกส่งให้ชานยอลเป็นฝ่ายได้กินก่อน ไหนๆก็ของหมอนี่น่ะนะ

            โอ้ ขอบใจ...

            ไม่มีน้ำ ไม่มีอุปกรณ์ กินแบบนี้ไปก่อนละกัน ไว้มันอืดก็อิ่มเองแหละ

            ประสบการณ์ชีวิตเธอเรอะ ยัยเตี้ย!”

            กลับมาแล้วสินะ ปากหมาจงอิน

            หึ ความลับระดับชาติเลยนะ

 

            มิน่า ตัวถึงเตี้ยม่อต้อแค่นี้ ปากมัน

 

            ดีกว่ากินถ่านกินแกลบให้ตัวดำแบบนายละกันน่ะ

           

            อุ๊ย! แรงส์ ฮ่าๆๆๆ

            หนุ่มหูกางแหกปากหัวเราะตอกย้ำโดยไม่พลาดสักวินาที

            เวลานี้คิมจงอินอยากจะล้วงเอาชะแลงคู่ใจออกมาไฝว้ให้มันรู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ลืมนึกได้ซะก่อนน่ะนะว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ไอ้เรื่องโดนล้อเรื่องสีผิวมันชินไปแล้วล่ะ มันจะไม่เจ็บเลยสักกะผีก ถ้าไม่ได้ออกมาจากปากยัยเตี้ยข้างๆไอ้ชานยอลนั่นน่ะ!

            อันที่จริง...ฉันว่านายน่าจะยกไอ้นั่นให้ดีโอไปเลยก็ได้นะ

            อะไรอี๊ก!!

            ยังไม่ได้แตะสักคำครับน้องสาว

            อ้าวเหรอ นึกว่ากินจุดอิ่มแล้วซะอีก

            .

            .

            .

            เออ! กูแพ้ก็ได้!!!!

 

            แลมโบกินีที่เคยเป็นสีเหลืองสด ตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเกรอะกรังจากสถานการณ์ต่างๆขับไปตามเส้นทางดินเหนียวร่วนด้วยความลำบากพอสมควร ไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์ไม่ดี แต่เพราะไอ้เศษดินโง่ๆที่ฟุ้งเต็มทางเนี่ยแหละแม่งปัญหาใหญ่ ขับเร็วก็ไม่ได้อีก ชีวิตนี้มีอะไรเซ็งกว่านี้อีกมั้ยล่ะหา!? โดคยองซู!!

            ไอ้เหลืองลูกพ่อ!!!

            โซวอน...

            อะไร

            ...

            นั่นสิ กูจะพูดอะไรดีเนี่ย เหลือบไปข้างๆก็เห็นพ่อไก่ดำหลับคากระจกไปแล้ว ชำเลืองมองหลังไอ้กางเพื่อนยากก็น็อคไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทิ้งกูไว้กับแม่สาวจอมสงัดนี่อีกแล้ว! ดีนะที่เขาไม่โดนกวนส้นติงเหมือนจงอินน่ะ

            ตอนนี้...กี่โมง

            คำถามกากมาก แถมได้ยินเสียงถอนหายใจมาจากคนฟังอีกต่างหาก

            ตรงหน้าจอที่คอนโซลรถนั่นมันก็มีบอกไม่ใช่รึไง

            เปรี้ยง!!!!

            เออโทษ...

            จะเที่ยงแล้ว

            ก็สมควร...หนีกันมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วนี่

            เสียงเนือยๆเบื่อโลกแบบนั้นมันหมายความว่าไงเนี่ย

            ...

            บางที เงียบต่อไปอาจจะดีกว่านี้ก็เป็นได้

 

 

ตึก ตึก ครืด ครืด

           

            “!!!!”

 

            ชู่ววว~”

            ร่างบอบบางที่สูงกว่าโอบร่างของอีกคนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น เสียงครืดคราดและเสียงฝีเท้ากระทบพื้นนั้นก้องไปทั่วทั้งโสตประสาท เสียงข้าวของที่พังจนหล่นลงพื้นนั้นทำให้ทั้งคู่รู้ดี...ว่าไอ้ตู้ที่หลบอยู่ด้วยกันตรงนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย...

            แต่ก็ดีกว่าอยู่ข้างนอกให้ พวกมัน ได้กัดกิน

            ดวงตาคู่สวยสองคู่มองสบกันในความมืดสลัว เพราะแสงที่ส่องลอดเข้ามาตามร่องแตกของตู้เพียงน้อยนิด คู่หนึ่ง สั่นไหวด้วยความกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อีกคู่...กลัว หากแต่ยังคงเข้มแข็งด้วยความหวังว่าจะรอดไปจากที่แห่งนี้ แม้มันจะน่าสิ้นหวังเพียงใดก็ตาม

            ริมฝีปากได้รูปกดลงบนหน้าผากมนของร่างในอ้อมแขน พร้อมกระซิบด้วยลมปากอันแผ่วเบาหากแต่มั่นคง

            Don’t fear...my dear... (อย่ากลัวไปเลยนะที่รัก)

 

 

            ให้ตายสิ...รู้สึกเหมือนฝนจะตกเลยแฮะ

            พลขับรถบ่นออกมาหลังจากที่เข้าเขตป่ามาได้ประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ แต่มันก็ถูกของเขา เพราะเมื่อเหลือบมองผ่านกิ่งไม้ขึ้นไปก็เห็นว่าฟ้ามันครึ้มจริงๆ

            ถ้าฝนตกจะเอาไงต่อล่ะ

            ก็ขับต่อไปนั่นแหละ จอดพักแถวนี้คงไม่ดีเท่าไหร่

            เสียงหวานๆตอบกลับ เนื่องจากอีกสองคนมันยังเฝ้าพระอินทร์ไม่ยอมเสด็จกลับลงมาเสียที สบายเหลือเกินนะพวกมึงเนี่ย!

            อืม...ล้างรถไปด้วยเลย

            ...

            ดวงตาสองสีของคนด้านหลังได้แต่เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างที่ติดฟิล์มแบบโคตรหนา ก่อนจะเลื่อนไปมองคนผิวสีแทนที่นอนหลับเป็นตาย โดยไม่รู้ตัวที่มุมปากสีระเรื่อก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างขำๆ คิดแล้วก็อดอยากหัวเราะตัวเองไม่ได้แฮะ

            โอ๊ย...ถึงไหนแล้วว้า

            เสียงมาก่อนที่ตาจะเปิดซะอีกนะคนเรา

            คนถูกมองค่อยๆเหยียดแขนออกแล้วอ้าปากหาวแบบไร้มารยาทสัดๆ

            ถึงบ้านพ่อมึงอ่ะ

            เสียงเข้มๆอีกเสียงตอบกลับไป

            เดี๋ยวกูโบกให้

            ร่างสูงทำท่าว่าจะหันมาตบกะโหลกชานยอลอยู่รอมร่อ หากไม่บังเอิญสบตาคู่โตที่มองอยู่ก่อนแล้วพอดี มุมปากหยักแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

            แหม...มองทำไมจ๊ะคนสวย ชอบก็บอก

            เปล่า แค่คิดว่าหน้านายมันแปลกดี

            ฟรีสสสสสสสสสส!!                                                

            กูไม่น่าเลย!!!

            ไงเพื่อน เขินเลยดิสัด

            เขินหอกอะไรครับ

            ไอ้เหี้ยชานยอล!!!”

 

            และแล้วก็ตกลงมาจนได้...

            แลมโบกินีสีเหลืองสดเคลื่อนผ่านถนนกลางป่าไปอย่างช้าๆ เพราะเม็ดฝนที่ตกลงมาเริ่มหนาตา แม้จะมีกิ่งไม้ด้านบนบังอยู่บ้างก็ตาม แสดงว่าคงตกหนักไม่ใช่เล่น

            ชักจะเริ่มมองทางข้างหน้าไม่ค่อยเห็นแล้วนะ

            คยองซูบอกด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แม้สิ่งที่พูดจะน่ากังวลพอสมควร นั่นหมายความว่าอาจต้องจอด ซึ่งในป่าแบบนี้มันย่อมไม่ดีเท่าไหร่แน่

            ร้อยวันพันปีไม่เห็นตก เสือกมาตกเอาเวลาแบบนี้เนี่ยนะ

            คนหูกางอดบ่นไม่ได้ เขาเกลียดฝน นั่นแหละเหตุผล

            เราเข้ามาในถนนเส้นนี้นานเท่าไหร่แล้ววะคยองซู

            ชั่วโมงกว่า เพราะกูขับเร็วไม่ได้

            ได้ยินแบบนั้นคนบอกเส้นทางก็ยิ้มร่า

            อีกแป๊บเดียวก็ได้ออกไปแล้วแหละ

กรึก แคร่ก~

            ไม่ทันขาดคำ ล้อของเจ้ากระทิงดุก็บดไปกับพื้นหินสีดำที่เป็นสัญญาณว่าถนนดินเหนียวกำลังจะสิ้นสุดแล้ว และมันทำให้ทุกคนเริ่มยิ้มออก

            นี่มึงเป็นนักพยากรณ์เหรอวะดำ

            เปล่า แต่กูแค่ฉลาด

            ไอ้ห่า!!

            กูยอมรับฝีปากมึงจริงๆ

           

            รถคันหรูกลับมาแล่นบนทางคอนกรีตอีกครั้ง แต่ก็เป็นไปด้วยความเชื่องช้าอยู่ดี แม้จะมองเห็นทางได้ชัดกว่าก็ขับเร็วไม่ได้ ขัดใจคยองซูผู้นี่เสียจริงๆ!!

 

กึก!!!!

 

            เบรกหาอะไรวะเตี้ย!!!”

            เนื่องจากขับไม่เร็วเท่าไหร่เสียงเบรกรถจึงไม่ดังอะไรมากมาย แต่ก็หงุดหงิดอยู่ดีที่มันหยุดโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้

            ข้างหน้านั่น มีคน...

            เฮ้ย! กำลังสู้กับพวกผีห่านั่นด้วยนี่หว่า

            จงอินอุทานออกมา พวกเขามองเห็นสถานการณ์ได้ชัดขึ้น เพราะสายฝนที่เริ่มซาลง แม้จะยังไม่หยุดตกก็ตาม

            นายจะลงไปช่วยงั้นเหรอ

            เด็กสาวเปิดปากถามเมื่อคนตัวโตทำท่าว่าจะล้วงเอาชะแลงคู่ใจออกมาถือไว้

            เป็นเธอล่ะจะทำยังไง

            แต่นายอาจจะพลาดนะจงอิน

            โซวอนหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวห้าม

            กูเห็นด้วย

            ชานยอลคว้าปกเสื้อเพื่อนเบาะหน้าเอาไว้

            มึงเห็นนั่นมั้ย ไอ้คนข้างหน้ามันกำลังสู้อยู่ตัวคนเดียว มึงไม่คิดว่ามันอยากจะรอดตายบ้างเหรอวะ เป็นมึงมึงไม่อยากรึไง

 

            ...

 

            มือแกร่งดึงแขนเพื่อนหูกางออกจากเสื้อของตัวเอง แล้วเปิดประตูรถ ติดอยู่ตรงที่ว่า...

            คยองซูปลดล็อค

            จงอินกัดฟันกรอด กำชะแลงในมือแน่น

            นายรู้ใช่มั้ยว่าถ้าเขาถูกกัดมันจะเสียเวลาเปล่า

 

            ...

           

            แล้วถ้านายโดนกัดเอง ทุกอย่างมันจะไม่คุ้มเลยสักนิดเดียว

 

            ...

 

            ร่างสูงผิวสีแทนไม่ตอบอะไรกลับ มีเพียงสายตาจริงจังเท่านั้นที่เป็นคำตอบ

            ดีโอ เปิดประตูให้เขา

            ทั้งสามหันไปมองคนพูดอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะชานยอลที่ดูจะประหลาดใจเหลือล้น

            ถ้านายโดนกัดล่ะก็ ฉันจะเป็นคนเป่านายเอง

            ฝ่ามือขาวตบลงข้างเอวที่มีอาวุธทรงอานุภาพเก็บไว้อยู่เป็นเชิงบอก เห็นแบบนั้นคนตัวสูงก็ยิ้มออก เสียงหัวเราะที่นานๆจะปล่อยออกมาสักที

            ฉันไม่ยอมโดนเธอฆ่าหรอกน่ะยัยเปี๊ยก!”

 

            แฮกๆๆ

            แม่งเอ๊ย!!!”

            กูจะต้องมาตายแบบนี้รึไง ต้องมาตายในสภาพทุเรศๆแบบนี้งั้นเหรอ!!

            ร่างสูงสมส่วนแกว่งดาบในมือไปรอบๆ ผีดิบเกือบสิบตัวกำลังพุ่งเข้ามาหาเขาโดยพร้อมเพรียงกัน ไม่มีช่องว่างที่จะเก็บตัวไหนก่อนเลยสักนิด

            ปืนสีดำขลับถูกชักออกมาเมื่อสถานการณ์บังคับ เขาไม่อยากใช้เพื่อเรียกพวกมันตัวอื่นมาเพิ่มหรอกนะ แต่ตอนนี้จะทำยังไงได้ล่ะวะ!

 

หมับ!!!

 

            เฮ้ยๆ อย่าเสี่ยงยิงเลยน่า

            ปืนในมือโดนกดต่ำลงพร้อมเสียงทุ้มห้าวที่ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงกำยำจะขว้างมีดสั้น 8 นิ้วไปปักคาหัวผีดิบตัวหนึ่งจนมันล้มลงทั้งยืน ตามด้วยฝ่าเท้าแกร่งที่ยันมันอีกตัวลงพื้นแล้วแทงชะแลงซ้ำจนดับคาที่

            เฮ้ย! คนมาช่วยแล้ว ก็อย่าบื้อดิวะ!”

            เออๆ

            ไม่รู้หรอกว่าไอ้คนที่มาช่วยมันเป็นใคร แต่คนสูงน้อยกว่าก็อุ่นใจขึ้นพอสมควร ดาบในมือพร้อมใช้งานอีกครั้งถ้าไม่ติดตรงที่ว่า...

 

พรืด!!!

 

            เวรชิบ!!”

            ผีดิบขาด้วนตัวหนึ่งคว้าข้อเท้าชายหนุ่มปริศนาจนลื่นล้ม เนื่องจากส่วนหนึ่งก็เพราะถนนมันก็เปียกไปด้วยน้ำฝนอยู่แล้วนั่นเอง แผ่นหลังชายหนุ่มเย็นวาบ พยายามใช้เท้าอีกข้างยันหน้าผากมันให้หงายก่อนที่จะฝังขากรรไกรลงบนข้อเท้าของเขา

 

ฟิ้ววว~

 

            “!!!”

            เลือดสีแดงปนดำสาดกระจายจากหัวที่เป็นรู ชายหนุ่มชักขากลับ แล้วหันไปมองตามวิถีกระสุนที่ยิงเมื่อกี้ด้วยความตกใจ

            แทนที่จะเอาขาถีบ ดาบในมือทำไมไม่ผ่าหัวมันซะล่ะ

            เสียงหวานใสดังค้ำหัวพร้อมแรงที่ดึงคอเสื้อเขาให้ลุกขึ้นยืน

            ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อล่ะว่าตัวเล็กๆบางๆแค่นี้ แต่แรงแม่งโคตรเยอะ

            ขะ ขอบใจ

            ฉันไม่ได้ช่วยนาย แต่ฉันมาช่วยเพื่อนฉันคนโน้นต่างหาก

            โซวอนเพยิดหน้าไปด้านหลังชายหนุ่ม

            อะ...มึง!!!”

            หือ?

            ชายหนุ่มหัวสีทองซีดชี้หน้าจงอินด้วยความตกใจ แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือสรรพนามที่ใช้ต่างหาก! ฝ่ายคิมไคพ่อพระเอกเองก็เงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วอย่างฉงนงงงวย กูไปรู้จักมึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ แล้วพอเห็นหน้าชัดๆเท่านั้นแหละ...

            ไอ้เชี่ยลู่ / ไอ้ห่าดำ!!!”

            จงอินพุ่งเข้ากอดคอชายหนุ่มร่างโปร่งด้วยความคิดถึง โซวอนได้แต่มองตามแล้วกระพริบตาปริบๆ มันเรื่องห่าอะไรกันอีกเนี่ย

            เอ่อ...อย่าว่างั้นงี้เลยนะ ไปคุยกันที่รถดีกว่ามั้ย พวกชานยอลรออยู่

            ว่าแล้วก็หันหลังเดินกลับไปที่รถหน้าตาเฉย

            ชานยอล? ใครวะ เพื่อนใหม่มึงรึไง

            ค่อยว่ากัน ไปที่รถก่อน

            จงอินลาก เพื่อน ของตัวเองตามหลังโซวอนไปที่รถคันหรู

            แลมโบกินี!!!”

            หนุ่มหน้าหวานอุทานขึ้น แทบจะถลาเข้าไปลูบ ถ้าหากไม่มีอีกคนเกี่ยวคอเอาไว้ก่อน แหม...รู้นิสัยกูเหลือเกินนะไอ้ไก่ดำเอ๊ย!

            อย่ามาทำตัวแบบยัยเปี๊ยกนั่นตอนนี้เว้ย

            หา?

            ร่างสูงผิวแทนเดินเข้าไปเปิดประตูรถด้านข้างชานยอลแล้วบอกให้ลู่หานเข้าไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงหวานติดจะหงุดหงิดดังขึ้นด้านหลังเขา

            แล้วจะให้ฉันนั่งตรงไหนหา!”

            เออว่ะ...ลืมนึก

            มานั่งตักฉันก็ได้น้า

 

ชิ้ง!!!

 

            สายตาของจงอินแทบจะฆ่าคนได้เมื่อได้ยินชานยอลพูดแบบนั้น ชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างคนขับ ก่อนจะรวบเอวบางๆตามเข้ามานั่งลงบนตักแล้วปิดประตูดังลั่น

            ...?!”

            โซวอนก็ไม่เข้าใจความคิดไอ้บ้านี่เหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าดิ้นอะไรมากมาย นอกจากพยายามขยับตัวให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ก็ไอ้ท่าที่นั่งอยู่ตอนนี้น่ะ มันโคตรจะล่อแหลมเลยแม่ง!  

            อยู่เฉยๆดิวะ

            ฉันนั่งไม่ถนัดนี่!”

            เออเหอะน่า

            มือหยาบใหญ่กดศีรษะเล็กให้แนบอก ปล่อยให้ร่างเล็กนั่งตรงหว่างขาต่อไป ถามว่ารู้สึกอะไรมั้ยก็ต้องตอบตามประสาผู้ชายเลยนะว่า

            ถ้ากูไม่รู้สึกก็กามตายด้านแล้วไอ้ห่า!’ แถมในสภาพเสื้อผ้าเปียกๆแบบนี้อีกด้วยนะ

            ลู่หานเหลือบมองร่างสูงหูกางด้านข้างกับร่างสันทัดที่ขับรถอยู่อย่างประเมินในใจ แต่ไอ้เพื่อนยากที่นั่งกอดสาวอยู่ข้างคนขับนั่นมันหมายความว่าเยี่ยงไร!

            หวัดดีหนุ่มน้อย ฉันปาร์คชานยอลยินดีที่ได้รู้จัก

            เห็นอีกคนมองอย่างสงสัย คนมนุษยสัมพันธ์ดีอย่างชานยอลก็แนะนำตัวเองไปตามระเบียบ เรียกรอยยิ้มจากคนมองได้เป็นอย่างดี

            ฉันลู่ หาน เรียกว่าลู่หานนั่นแหละ

            คยองซู...

            อีกเสียงดังมาจากเบาะคนขับ

            อา...หวัดดี

            ไปไม่ถูกเลยกู

            กู...คิมจงอิน

            ส้นตีนเถอะครับเพื่อน

            ลู่หานโน้มตัวไปโบกหัวเพื่อนตัวดีด้วยความหมั่นไส้ และมันเป็นครั้งแรกที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุจกวางป่าได้สบกับดวงตาสีดำขลับของร่างเล็กบนตักจงอิน...ต่างฝ่ายต่างมองลึกเข้าไปในแววตาของอีกฝ่าย แต่ก็เป็นเด็กสาวที่เบือนหน้าหลบไปก่อน

            ชายหนุ่มอมยิ้มนิดๆกับท่าทางเงอะงะที่เด็กสาวแสดงออก

            โซ...วอน...

            อะไรนะ?

            คนตัวเล็กอยากจะกัดลิ้นตัวเองที่บอกชื่อออกไป ยิ่งเห็นคนหน้าหวานเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาทยิ่งอยากจะบ้า เข้าใจล่ะว่ามันเป็นเพื่อนกันได้ยังไง

            ปาร์คโซวอน!!”

            หางเสียงสะบัดแบบนั้น ลู่หานบอกเลยว่าพี่เอ็นดู๊เอ็นดูครับ

            กูกำลังจะไปหามึงที่ช็องจู... จงอินขัดจังหวะขึ้นก่อน ...แล้วทำไมมึงถึงมาโผล่ที่นี่ได้วะไอ้กวางผี

            เรื่องมันยาวว่ะเพื่อน...ไว้หาที่ลงได้เดี๋ยวกูจัดเป็นชุดให้เลย

            ลู่หานเสยผมสีซีดของตนให้ตั้งขึ้นเผยหน้าผากแคบดูมีเสน่ห์ ใครบอกว่ากูสวยนี่มีตบนะครับ มาดแมนซะขนาดนี้น่ะ

            หน้านาย...คล้ายกับคนที่ฉันเคยรู้จัก

            หืม?

            ดวงตากวางฉายแววสงสัยกับสิ่งที่ได้ยิน แหม...มุขจีบเก่าไปหน่อยนะสาวน้อย

            นี่!!!”

            เป็นครั้งแรกที่โซวอนมาดหลุดแบบนี้ รู้มั้ยว่าพอหน้าหวานๆนิ่งๆนั้นแสดงอารมณ์ขัดใจนี่มันแบบว่า...โคตรน่ารักในสายตาพี่จงอินอ่ะครับ J

            ไอ้ลู่!! กูอิจฉามึง!!

            โทษทีๆ ว่าแต่ใครเหรอ? คนที่ว่าน่ะ...

            ไม่มีอะไรหรอก ฉันจำชื่อหมอนั่นไม่ได้เท่าไหร่

            ไม่อยากพูดชื่อมันออกจากปากให้เป็นเสนียดต่างหาก

            อ้อ...

            ฝ่ายนี้เองก็เชื่อซะที่ไหน จำไม่ได้แล้วจะพูดถึงขึ้นมาทำเผือกเผาอะไรกันล่ะแหม่ รึจะเป็นแฟนเก่า? ถามดีมั้ย? ไม่ดีกว่า เดี๋ยวไอ้ดำมันจะสวบ

            ยินดีต้อนรับสมาชิกน้องใหม่ละกันนะ หวังว่าเราจะเข้ากันได้

            ชานยอลที่ไร้บทไปนาน(?)กล่าวต้อนรับอีกครั้งพร้อมโชว์ฟัน 32 ซี่อันเป็นเอกลักษณ์ จุดขายครับจุดขาย

            หวังว่างั้นแหละนะ

            สมาชิกใหม่กูเห็นด้วย แต่ฟังแล้วบอกว่ามันเป็นน้องนี่กูขอเถียงขาดใจได้ป่ะวะ

            ทำไมครับไอ้ดำ

            มันอายุ 26 แล้วนะว้อยยยย!!! เรียกกูดำหาของ้าวอะไรนักหนาห๊า!!!!!”

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

            แลมโบกินีสีสดจอดพักที่ชายป่าติดแม่น้ำคึมตามคำขอของลู่หาน เพราะมันปลอดภัยจากผีกินคนนั่นพอสมควร เนื่องจากมันยังมาไม่ถึงแถบนี้เท่าไหร่นัก สมาชิกทั้ง 5 แทบกระโดดผึงลงจากรถด้วยความเมื่อยขบ เล่นนั่งมาแทบทั้งวันแล้วนี่หว่า

            วันนี้เราจะกินอะไรกันดีอ่ะ

            ถามหาแต่ของกินอย่างเดียวเลยนะครับมึง จงอิน

            หรือมึงจะไม่กินครับ

            ไม่จ้องแต่จะยัดเข้าปากแบบมึงละกัน!”

            นับวันก็ยิ่งกัดกันตลอด คนเหมือนกันนี่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆนั่นแหละ

            บะหมี่มีนะ แต่อุปกรณ์น่ะไม่มีหรอก

            เดี๋ยวสิ นายมีบะหมี่แบบถ้วยไม่ใช่เหรอดีโอ

            หม้อต้มน้ำอยู่ไหนอ่ะคร้าบ

            ตรงท้ายรถนั่นไง ฉันหยิบติดมือมา

            พอดีมือมันเผลอนิดหน่อยนะนะ

            เฮ้ น้ำในแม่น้ำมันกินไม่ได้หรอกนะ

           

            “!!!”

           

            ร่างเล็กแทบสะดุ้งเมื่อเสียงทุ้มออกแนวใสนิดๆดังอยู่ด้านหลังในระยะประชิดจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย เด็กสาวรีบผละออกอย่างเนียนๆ

            ก็ไม่ได้ว่าจะเอาน้ำในแม่น้ำนี่ พูดอะไรแปลกๆ

            ถึงจะว่าแบบนั้นแต่สายตาคุณเธอน่ะมันบอกว่า...

            พูดห่าอะไรของนาย สมองมีน่ะคิดหรือเปล่า?

            ให้ตาย...ไอ้ลู่จุกครับจุก

            ฉันผิดเองแหละ

            อืม

            แล้วสาวน้อยก็หันกลับไปเทน้ำจากขวดลงในหม้อเป็นการจบบทสนทนา ดวงตากวางมองท่าทางคล่องแคล่ว ทั้งการแกะซีนขวดน้ำสองขวดแล้วเทลงหม้ออย่างรวดเร็ว ทั้งการเอาบะหมี่ออกมาวางเรียงกัน 3 ถ้วย เดี๋ยวนะ...

            แค่สามถ้วยเนี่ยนะ!!

            คือว่า...

            ถ้าจะถามเรื่องจำนวนบะหมี่ล่ะก็ เชิญไปนั่งกับสองคนนั้นเถอะ

            โซวอนจิตสัมผัสรึ?

            ร่างโปร่งได้แต่เกาหัวตัวเองเดินออกไปตามที่เด็กสาวบอก(สั่ง) เหลือบเห็นจงอินนั่งอยู่ข้างคนตัวสูงหูกางแล้วจึงรี่เข้าไปหาอย่างคนต้องการเพื่อนคุย

            เป็นไรวะกวาง ทำหน้าเหมือนหมางงเลยอ่ะ

            หมาห่าอะไรหล่อขนาดนี้

            หมาห่าลู่หานไง

            สัด!!!”

            ชื่นชมพร้อมฝ่ามืออรหันต์หนึ่งดอก ชานยอลเห็นแล้วก็ขำเว้ย ไอ้ดำท่าทางจะมีความสุขเวลาที่เถียงชนะเพื่อนหน้าหวานคนนี้เสียเหลือเกิน

            แหม...เก็บกดจากยัยตัวเล็กล่ะสิมึง

            เธอ...เป็นแฟนมึงเหรอวะ

 

กึก!!!

 

            มาอีกแล้วคำถามหยุดโลก -_-

            “อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้นครับเพื่อน

            กล้าถามนะครับคิมจงอิน เล่นโอบกัน นั่งตักกัน ไปช่วยกันแบบนั้นอ่ะ เอาตามจริง กูคิดว่าเมียเลยซะอีก

 

            แค่กกกกก!!~

            แม่ง! น้ำติดคอ!!!

            “แค่เพื่อนเว้ย! อย่าพูดอะไรชวนขนลุกแบบนั้นอีกล่ะ

            พูดแล้วก็เบ้ปาก

            คร้าบๆ

            แบบนั้นอ่ะ กูไม่หลงผิดคว้ามาเชยชมหรอก

            เฮ้ย อย่าพูดแบบนั้นให้เค้าได้ยินนะโว้ย!”

 

            เปล่าหรอก ได้ยินเต็มสองหูเลยต่างหาก...

 

            เด็กสาวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนักหรอก นอกจากเฟลนิดๆ เป็นผู้หญิงปกติใครก็ย่อมรู้สึกเหมือนกันแหละ ถ้ามีผู้ชายมาว่าให้แบบนี้ แต่เอาตามจริง...คนอย่างปาร์คโซวอนก็ไม่ได้แคร์อะไร ในเมื่อคิมจงอินไม่ใช่พ่อใช่แม่ที่ต้องใยดีความรู้สึกนี่นา

            มือเรียวเล็กจัดกิ่งไม้มาวางสุมกันเป็นกองไฟขนาดกลาง ใช้ใบไม้ที่แห้งพอสมควรในการเป็นเชื้อเพลิงติดไฟ แต่ให้ตายเถอะเว้ย! กิ่งไม้มันเปียกแบบนี้จะทำยังไงให้มันติดล่ะวะ!! ไฟแช็กซิบโป้ลายสวยได้แต่จุดไฟที่ใบไม้ไปเรื่อยๆ จนคนจุดแทบหมดความอดทน

            ดีโอ...

            ???

            มาจุดไฟให้หน่อย... -_-

 

           

            กว่าจะได้อิ่มหนำกันก็ปาไปเกือบมืดสนิท เด็กสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเป็นชุดแรกที่ได้เจอกันกับพวกจงอิน ไหนๆก็อุตส่าห์ซักกับยาสระผมจนหอมล่ะนะ ร่างเล็กนั่งชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาพลางมาบคางของตัวเองตามลงไป ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ชอบมองตามสายน้ำแบบนี้นะ

            หรือเพราะว่า...ลึกๆแล้วในใจกำลังภาวนาให้เวลามันไหลย้อนกลับอยู่กันแน่

            เฮ้...

            เสียงทักดังมาพร้อมเสียงสวบสาบจากด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะนั่งลงข้างๆ

            ทำไมเธอถึงชอบมานั่งคนเดียวอยู่เรื่อย

            ก็แค่...อยากคิดอะไรคนเดียว

 

            ...

 

            ...

 

            คิมจงอินเกลียดความเงียบจริงๆนะ แต่ดูเหมือนโซวอนจะชอบสร้างมันขึ้นมาได้ไม่หยุดหย่อนจริงๆ ร่างสูงถอนหายใจเฮือก

            หันมานี่...

            แม้จะงง แต่ก็ยอมหันมาอยู่ดี เป็นข้อดีของยัยเด็กนี่เลยนะเนี่ย

            ปลายนิ้วเย็นแตะลงบนผิวหน้าผากที่เป็นรอยนูนช้ำเบาๆ ลากสัมผัสเป็นวงกลมพร้อมเนื้อยาเหนียวๆ คนตัวเล็กแอบสะดุ้งกับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็อยู่นิ่งๆให้อีกฝ่ายทายาให้ ใบหน้าคมนั้นอยู่หางไปเพียงไม่กี่คืบ เรียกให้เด็กสาวรู้สึกแปลกๆขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ในขณะที่ตาคมคู่นั้นก็ลอบมองใบหน้าเนียนขาวของเธออยู่ตลอดเวลา

            ถ้ามันเจ็บก็บอกแล้วกัน

            อันที่จริง...มันก็เลิกเจ็บตั้งนานแล้ว

            ใบหน้าเรียนหันกลับไปที่เดิม มองดวงอาทิตย์ที่จมหายไปกับขอบฟ้าอยู่อย่างนั้น ดวงอาทิตย์ที่เหมือนกับจี้ห้อยคอของเธอเอง...

            นี่จงอิน...

            ว่า...

            นายคิดว่า...คนเราจะสามารถเชื่อใจใครคนหนึ่งได้กี่ครั้ง

            คำถามแบบนี้นี่หวังอะไรกันน้อ จงอินไม่ใช่ผู้ชายที่จะสามารถคิดคำพูดหล่อๆออกมาพูดได้ดีเสียด้วยสิ เอาตามตรรกะง่ายๆของตัวเองแล้วกัน

            ความเชื่อใจน่ะ มันมีแค่ครั้งเดียวไม่ใช่รึไง มุมปากหยักยิ้มร่า แต่ถ้าเกิดคนคนนั้นเป็นคนที่เรารักมากๆ เราอาจจะยอมให้โอกาสครั้งที่สองกับเขาก็ได้นะ

            แล้วถ้ามันโดนทำลายล่ะ...

           

            ...

 

            ...

 

            ...ฉันก็จะเกลียดแม่งเลย

            เออดี ตอบเสร็จก็เงียบต่อเลยนะ สงสัยกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก

            ขอบใจ...

            ถึงจะเป็นการพูดเบาๆก็เถอะ แต่เขาก็ได้ยินล่ะนะ

            หึ...นึกว่าจะพูดไม่เป็นซะอีก...

 

 

            หวัดดดดดดเด // หลบเกิบ

            มาแล้วสำหรับฟิคซอมบี้ ตอนนี้ยาวไปมั้ยอ่ะ พอดีแหละเนอะ ติดลมนิดหน่อย

            พี่ลู่โผล่มาแล้วววว ใครรอ? ฮ่า...

            ตอนนี้ไม่รู้จะเรียกว่าหวานรึเปล่าเนอะ เพราะต่างคนต่างยังไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันเลย...รึเปล่า?

            ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ จะปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไปเรื่อยๆ วิจารณ์ได้นะคะ ขออย่างเดียวคือ...อย่าด่ากันเลยนะเธอจ๋า 5555

            ไว้เจอกันตอนหน้าค่า อาจช้าไปหน่อย

            เดี๋ยวตอนนี้ขอไปปั่นฟิค GOT ก่อนน้าาาาาา  

                         




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. #33 Doyoonme (@kulapornaum) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 12:59
    กรี๊ดดดดดด โซวอนลงไปช่วยจงอิน เหยดดดด สู้ๆน่ะไรท์ ตอนนี้ ฮาอ่ะ
    #33
    0
  2. #31 Kpm HO (@tongue) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 06:26
    สนุกสุดๆเลน เพื่อนแท้แย่าทิ้งกันนะ
    #31
    0
  3. #30 Suphatsara Samanya (@candy909) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2558 / 20:53
    ต่อๆสนุกมากเลยค่าาาา
    #30
    0