Fic [exo x you] Zombie Hunt

ตอนที่ 8 : Section 7 : Way to the bridge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ก.พ. 58


Section 7 : Way to the bridge   


       “มีใครเคยบอกมึงมั้ยว่า มึงมันใจดำ...มาก

 

            ทุกวัน...

 

            แม่งดำเหมือนตัวเองชิบหาย

 

            กูสำเหนียกตัวเองดี...

 

            สารเลว กูว่ากูเกลียดมึงจริงๆ ไอ้เชี่ยยยย!!”

 

            กูก็ว่ามึงพอเถอะไอ้สัสสสส!!!”

           

            หนอย...ปล่อยให้มันด่ามาตั้งแต่ 5 นาทีที่แล้ว ตั้งแต่รากแก้วไปจนถึงปลายยอด ห่าราก...หรือเพราะว่ามันแก่ก็เลยพูดมาก กลัวจะได้เอาฟืนข้างๆยัดปากมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยแม่ง

            กูหนีไอ้ผีบ้าพวกนั้นมาทั้งวัน แทนที่จะให้กูไปนอน ทำไมต้องลากกูมานั่งเฝ้ายามกับมึงด้วยว้าไอ้เพื่อนบังเกิดเกล้า

 

            ก็กูคิดถึงมึงไงครับ

 

            จะอ้วกว่ะ แล้วทีพวกชานยอล มึงยังให้พวกเขานอนได้เลยนะเว้ย แถมยังได้นอนในรถใกล้ชิดกับเบบี๋ของมึงอีก

            กูบอกว่ากูคิดถึงมึงไงวะ อีกอย่างเบบี๋ที่ว่านี่อย่าบอกนะว่าเป็นยัยนั่น

            คิมจงอินชักสงสัยแล้วนะ ทำไมเพื่อนแต่ละคนต้องหานิคเนมน่ารักๆคาวาอิใสๆพวกนั้นมาเรียกยัยเตี้ยนั่นด้วย นี่! มันต้องเรียกชื่อง่ายๆแบบเขานี่ ยัยเตี้ย คำเดียวจบ!

            คิดว่ากูเอาไว้เรียกคยองซูรึไงครับจงอิน

            ห่า...

            ลู่หานอยากจะหัวเราะเหลือเกินครับทุกคน

            เพื่อนใหม่มึงนี่ตลกดีว่ะ ไอ้ชานยอลนี่ดูๆไปก็น่าจะเป็นนายแบบได้เลยนะ ถ้าเจอในสถานการณ์ปกติ กูว่าจะพาไปแนะนำกับเจ๊

            อย่าสงสัยว่าทำไมเรียกกันสนิทขนาดนั้น ดูอย่างจงอินครับ เจอไอ้หยอยมันไม่ถึง 24 ชั่วโมง คุยกันเล่นหัวกันเหมือนเจอกันมาเป็นปี

            มึงคิดว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้รึไงวะไอ้หาน

            เจ้าของผิวสีแทนแค่นหัวเราะใส่ ถึงเขาจะมีความหวังในการมีชีวิตอยู่ แต่ความหวังว่าโลกใบนี้จะกลับไปเป็นโลกที่คึกคักด้วยแสงสีเหมือนเดิมนั้น มันแทบไม่มีเหลืออยู่ในหัวเลยสักนิด

 

            อย่ามาชวนดราม่าดีกว่าน่ะ ถึงกูจะคิดแบบมึงก็เหอะ           

            ชายหนุ่มหน้าหวานเอ่ยกลั้วหัวเราะ ควักบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงขาเดฟสุดเท่ขึ้นมาจุดสูบแก้ง่วง พลางส่งอีกมวนให้ไอ้คนหน้ายุ่งด้านตรงข้าม

            รสเย็นๆของ Arctic Black สร้างความสดชื่นให้คอบุหรี่อย่างเขาได้อย่างชะงัดนัก ดวงตากวางปรือลงครู่หนึ่งก็กลับมาเปิดขึ้นต่อ

            มึงหนีมาจากช็องจูเปล่าวะ หรือมาจากที่อื่น

            จงอินพ่นควันสีขาวออกมา เอ่ยปากถาม

            กูหนีมาจากแทกู...

 

            ไปทำอะไรวะตั้งแทกู

 

            ดวงตากวางฉายแววครุ่นคิด

            ไปเยี่ยมน้องชาย...เป็นรุ่นน้องที่เจอกันตอนมาเกาหลีครั้งแรกน่ะ ประมาณสัก 4-5 ปีก่อนได้มั้ง มันไม่สบายนิดหน่อย ใครจะรู้ล่ะว่าจะมีเรื่องบัดซบนี่เกิดขึ้นน่ะ

            ริมฝีปากได้รูปปล่อยควันบุหรี่เบาๆ

 

            กูรู้จักมะ

 

            ไม่หรอก...พูดแล้วกูล่ะโมโหชิบหาย ตอนหนีขึ้นรถถามว่ามีใครโดนกัดมั้ย เสือกตอบว่าไม่มี ไปๆมาๆล่ะกลายร่างแม่งหมดทั้งคัน ไอ้ผีที่กูหนีนั่นก็คนในรถนั่นแหละ ดีนะที่คนขับมันไม่โดนกัดอยู่ก่อนแล้ว ไม่งั้นกูคงตายกลายเป็นผีสมองไหลอยู่แถวโคนเสาไฟฟ้าสักต้นไปแล้ว

            ผู้ฟังเบ้หน้าหงุดหงิดแทน ก่อนจะถามต่อ

            แล้วนี่...มึงติดนิสัยพกดาบติดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ

            ดวงตาคมเหล่มองข้างตัวเพื่อนที่ไม่ยอมปล่อยอาวุธให้ห่างกาย

            กูคว้าติดมือมาตอนหนีเฉยๆ ใครมันจะบ้าพกดาบขนาดนั้นวะ ลู่หานหัวเราะเบาๆ ทีแรกกูล่ะใช้แม่งไม่เป็นหรอก ฟันไปฟันมามันก็ชินมือไปเอง จนตอนนี้คงขาดไอ้คู่ใจไม่ได้ละ

            เล่นเสียคาตานะเชียวนะมึง สู้ชะแลงคู่ชีพกูก็ไม่ได้

            ใครมันจะไปติดดินเหมือนมึงล่ะครับ

            กูมันผู้ชายใจหิน

            เหยียดยิ้มภูมิใจ

            ถุ้ย! ดำเหมือนหินโสโครกเลยมึงอ่ะ

           

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

            นอนไม่หลับเหรอ

            ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยจากเสียงทุ้มต่ำที่ทักจากด้านหลัง ดวงตาคู่หวานเหลือบมองร่างสูงใบหน้าอารมณ์ดีที่ส่งยิ้มร่าเริงมาให้ ก่อนจะหันกลับไปมองที่เดิม

            ก็เห็นๆอยู่

            ชานยอลยังไม่คลายรอยยิ้ม แม้สิ่งที่ได้รับจะเป็นเพียงเสียงเนือยๆไร้อารมณ์ก็ตามที เขาก็อยากให้เธอแสดงอารมณ์อื่นๆกับเขาบ้างเหมือนกันนะ

            รอให้ไอ้ดำมันมากล่อมเหรอ

 

            จะบ้ารึไง

 

            เสียงเล็กตวัดห้วยเล็กน้อย แต่สายตาก็ยังมองไปทางจงอินกับลู่หานที่อยู่ด้านนอกอยู่ดี นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นชานยอลพูดล่ะก็ คงด่าเละไปแล้ว

            บางทีฉันก็สงสัยนะ เด็กอายุอย่างเธอ ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนี้ บางทีเธอก็พูดเหมือนผู้หญิงที่...เอ่อ...กร้านโลกไปหน่อย ไม่อยากจะว่าหรอกนะ แต่มัน...

            ดูไม่ดีใช่มั้ยล่ะ?... เป็นครั้งแรกที่โซวอนหันมายิ้มให้ชานยอล แต่รอยยิ้มแบบนั้นเขาไม่ต้องการ ฉันแคร์ซะเมื่อไหร่

            แต่ฉันแคร์นี่

 

            ...

 

            ...

 

            อิ่มจุดไปแล้ว ณ ตอนนี้ ปาร์คโซวอน อยากจะบอก ปาร์คชานยอลให้ออกไปจากรถแล้วเอาฟืนฟาดหัวตัวเองสักที โทษฐานที่พูดอะไรไม่เข้าท่า

            จะจีบฉันว่างั้น

            รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นบนใบหน้าเนียนสวย ดวงตาสองสีที่ตอนนี้ดูกลมกลืนไปด้วยกันนั้นเป็นประกายขำขันขึ้นมานิดๆ

            จะดีเหรอพี่ชาย...เรายังอยู่ด้วยกันอีกนานนะ

            เขินสักหน่อยสิ...

            ไม่เคยเสียเซลฟ์ขนาดนี้เลยให้ตายเหอะไอ้หยอยเอ๊ย

            โอ๊ะ! ตอนนี้ใจเต้นไปหมดแล้ว

            ตลกล่ะ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าเขินหรอกเฟ้ย!”

            มือใหญ่ผลักหัวคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะยีเส้นผมด้วยความหมั่นเขี้ยว แม้จะเจ็บใจนิดๆ แต่การที่เธอแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาต่อเขาแบบนี้ มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

 

            ...ไม่ได้ตัดรอนให้เสียน้ำใจ แต่ก็ไม่ได้ให้ความหวังจนเจ็บช้ำ...

 

            มันเร็วไป... เด็กสาวหันมาสบตาคนอายุมากกว่า นายอาจจะแค่สนใจที่หน้าตาฉัน อาจจะเพียงเพราะฉันเป็นผู้หญิงคนแรกที่อยู่ในสภาพเป็นๆแบบนี้ อีกเดี๋ยวก็เจอคนอื่นแล้ว นายอาจจะเลิกมองฉันไปเลยก็ได้

            ร่างสูงเหมือนโดนผู้ใหญ่อายุมากกว่าสักสิบปีกำลังสั่งสอนเขาที่เป็นเหมือนเด็กมัธยมแรกรัก บอกตามตรงว่าสิ่งที่โซวอนพูดนั้นมันก็อาจจะจริง

           

            ...พวกเขาเพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ...

 

            งั้นก็ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันนะ

            เมื่อเสียงทุ้มนั้นตอบ โซวอนยิ้มบางๆให้กับคนตัวสูง เธอไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ในกลุ่มสักเท่าไหร่นัก มันอาจจะเป็นจุดที่ทำให้คนในกลุ่มมีปัญหา...ปัญหาที่เรียกว่าความรัก

            ก็แล้วแต่นายอะนะ

            ร่างเล็กยักไหล่อย่างไม่รู้จะทำยังไง

            ถ้าไคมันพูดแบบนี้เธอจะว่ายังไงเนี่ย

            ก็เหมือนที่พูดกับนาย...

            แววตาของโซวอนไม่ได้โกหก ชานยอลถอนหายใจกับความใจแข็งของคนตัวเล็ก เธอปฏิเสธความรู้สึกของผู้ชายอย่างไม่ลังเล แม้จะไม่ได้ทำลายน้ำใจก็ตาม

            นอนเถอะ ปาร์คชานยอล

            ตื่นมาพรุ่งนี้ เธอจะไม่เปลี่ยนใช่มั้ย

            ตื่นมาเดี๋ยวก็รู้นั่นแหละ

            จบแค่นั้นโซวอนก็ขยับไปชิดประตูรถอีกฝั่งแล้วหลับตาลง ปิดโอกาสที่ชายหนุ่มจะตั้งคำถามไปโดยสิ้นเชิง

           

            ...ตื่นมาก็รู้งั้นเหรอ...

 

 

            ผ่านไปชั่วโมงกว่า ป่านนี้ชานยอลคงหลับไปแล้ว แต่ร่างเล็กอีกฝั่งของประตูยังคงปิดเปลือกตาไม่ลง แววตาล้ำลึกแบบคนที่กำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจ

            การปรากฏตัวของลู่หานกำลังสร้างความหวาดหวั่นบางอย่างให้กับเธอ ไม่ใช่ว่าอยากมองคนในแง่ร้ายอะไรขนาดนั้น แต่มันเป็นแค่ความรู้สึกที่ผุดขึ้นมา บางทีเธออาจจะคิดไปเองก็ได้...

            บ้าเอ๊ย...

            เสียงหวานสบถออกมาให้กับความระแวงของตัวเอง มันไม่ใช่แค่เพียงนิสัย แต่มันคงเป็นถึงสันดาน จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อที่เธออยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะความระแวงพวกนี้ทั้งนั้น

            ป่านนี้จงอินยังคุยกับลู่หานยังไม่เสร็จเลย คงไม่ได้เจอกันนานล่ะนะ

 

            แวบหนึ่งที่เธออิจฉาจงอินขึ้นมา...

            ถ้าเธอมีเพื่อนคู่ใจให้คิดถึงบ้างก็คงดี เพื่อนที่คิดอะไรคล้ายกัน เพื่อนที่ตัวติดกันเป็นขนมตังเม เพื่อนที่คอยกอดคอไปไหนด้วยกัน ยื่นมือให้กันจับเมื่ออีกฝ่ายล้ม หรือแม้แต่ล้มด้วยกันก็ช่วยประคองกันให้ลุกยืน เพื่อนที่ให้กันได้ทั้งชีวิต...

            ภาพของเด็กหนุ่มอีกคนลอยขึ้นมาในมโนภาพ หยาดน้ำใสค่อยๆไหลรื้นขึ้นมาบนขอบตาบางอย่างช้าๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่ เพียงแค่มีสิ่งกระตุ้น เศษเสี้ยวความทรงจำที่ปล่อยให้มันตกตะกอนอยู่ในเบื้องลึกของสมองมันก็พร้อมที่จะลอยฟุ้งขึ้นมาสร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของมันอยู่เสมอ

            ไร้สาระ...

            ใบหน้าหวานเชิดขึ้น กัดฟันแน่น ไม่ยอมให้หยาดน้ำใสนั้นไหลออกมา เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยอ่อนแอนี่สักทีนะปาร์คโซวอน มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่เธอจะไม่ยอมให้มันไหลต่อหน้าใคร จะไม่ยอมให้ใครได้เห็นด้านที่อ่อนแอของเธอโดยเด็ดขาด ไม่มีทาง!

           

 

            หลับสบายดีมั้ยจ๊ะ น้องเตี้ยของพี่จงอิน

            คำทักทายยามเช้าลอยมาพร้อมใบหน้าแสนกวนประสาท

            สบาย...คงเพราะไม่ได้เห็นหน้าแปลกๆของนายตอนจะนอน

 

เปรี้ยง!!!!

 

            จัดไปให้หนึ่งดอก

            เอื้อ...

            ลู่หานทำท่าปาดคอ แลบลิ้นใส่ไอ้เพื่อนตัวดำด้านข้าง นึกขำสีหน้าเงิบแดกของมันจริงๆให้ตายเหอะ อยากให้มาเห็นด้วยกันจัง

            นี่ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงนะ ฉันถีบเธอตกแม่น้ำแน่

            ถ้าไม่ใช่เพราะนายเคยช่วยฉันนะ ฉันเอาปืนเป่าหัวนายตั้งแต่นายอ้าปากพูดแล้ว ริมฝีปากบางเหยียดออก เผอิญฉันก็อยากอนุรักษ์พันธุ์หมาในปากนายไว้ด้วยน่ะ คิมจงอิน หึ!”

 

            ดอกที่สอง...

 

            ยะ ยัย...

            ร่างบอบบางเดินเลี่ยงไปอีกทาง ปล่อยให้นายคิมจงอินต้องยืนตัวสั่นเทาด้วยความโมโหสุดขั้ว ไม่รู้ลู่หานตาฝาดไปเองมั้ย แต่เขาเห็นรังสีคอสโม่แผ่พุ่งออกมาจากตัวจงอินแบบเข้าขั้นซุปเปอร์ไซย่า แม่ง แถมมันยังย้อมหัวทองอีก โคตรเหมือนเลย

            ไม่ใช่ละ...

            กูไปเอามาจากเรื่องไหนวะเนี่ย

            ใจเย็นไว้เพื่อน กูรู้ว่ามึงเจ็บ

            นายหานแซ่ลู่ตบบ่าเพื่อนซี้ด้วยความเห็นอกเห็นใจเหลือแสน จงอินอาจจะซึ้งก็เป็นได้ ถ้าหากปากมันไม่แสยะยิ้มเย้ยมาให้แบบนั้น!!

 

 

            เราจะเดินทางไปที่ช็องจูเหมือนเดิม ถ้าหากช่วงสะพานมันไม่มีไอ้ตัวเวรพวกนั้นอยู่

            จงอินที่นั่งเบียดกับลู่หานและชานยอลด้านหลังเอ่ยบอกอย่างจริงจัง ไม่มีความขี้เล่นอยู่ในแววตาเวลาที่พูดถึงเรื่องการเดินทางฝ่าอันตราย

            สะพานตรงนั้นมันอยู่ที่สูง อีกอย่างเขาเลิกใช้สะพานนั่นไปได้ครึ่งเดือนแล้ว กะว่าจะปิดปรับปรุงก็เลยสร้างประตูเหล็กสูงสามเมตรขึ้นมากั้นเอาไว้กันคนฝ่าฝืน ว่าง่ายๆ ถ้าพวกมันไปถึงแต่ยังฝ่าประตูไม่ได้เราก็ยังพอมีโอกาสเล่นมันแล้วหนีข้ามสะพานไป แต่ว่าถ้าจำนวนพวกมันเยอะมาก เราก็จำเป็นต้องทิ้งรถ แล้วปีนข้ามไปแทน

            ...

 

            ...

 

            ...

 

            ...

            ทุกคนล้วนเป็นผู้รับฟังที่ดี โดยเฉพาะคยองซูที่เงียบเสมอต้นเสมอปลาย

            ...เส้นทางแถบนั้นไม่ค่อยมีคนอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจมีพวกมันอยู่ไม่ถึง 20 ตัว แล้วอีกอย่าง ถ้าจะมาเส้นนี้ก็ต้องมาตามถนนที่พวกนายเพิ่งผ่านมาหรือไม่ก็ต้องเดินลัดป่าเข้ามา ฉันว่าโชคดีอาจจะอยู่กับเราก็ได้

            ลู่หานออกความเห็นบ้าง

            เสบียงของเราเริ่มจะเหลือน้อยลงแล้ว ความหวังของเราอยู่ที่ช็องจู

            ชานยอลยักคิ้ว

            ถ้าเป็นอย่างที่ลู่หานบอก เราคงต้องให้มือดีของเราสักสองสามคนลงไปเก็บพวกมันในระยะประชิด แล้วให้คนแม่นปืนไล่เก็บพวกมันกรอบนอกหรือช่วยเซฟพวกที่ลงไปสู้ด้วย

            เสียงหวานที่มีเพียงคนเดียวในกลุ่มบอกแผนการออกมาคร่าวๆ

            เดี๋ยวนะแป๊บนึง...

            อย่าบอกนะว่าไอ้มือดีที่ว่าน่ะ...

            เฮ้...

            จงอิน ลู่หาน ลงไปสู้กับพวกมันซะ ส่วนชานยอลจะคอยเซฟให้ คยองซูก็ขับรถต่อไปน่ะดีแล้ว ฉันจะเป็นคนไปเปิดประตูเอง

            แผนอะไรของหล่อนฟะ

            แผนของเธอมันบ้าบิ่นไปมั้ยยัยบ้า! ถ้าพวกฉันพลาดล่ะหา!!”

            มือแกร่งที่ประกอบด้วยนิ้วเรียวยาวชี้หน้าเด็กสาวอย่างไร้มารยาดสุดๆ

            เอ้า...ก็ตายน่ะสิ!”

            อย่ามาพูดหน้าตายแบบนั้นนะ!!”

            ครั้งนี้ทั้งลู่หานทั้งจงอินต่างก็ประสานเสียงอย่างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ส่วนคนที่โดนตะโกนใส่ก็ได้แต่เอามืออุดหูด้วยท่าทางกวนประสาทที่สุดเท่าที่จงอินเคยเห็นมา

            ทำไมต้องตะโกนด้วยล่ะ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง

            ไอ้ท่าทางเอียงคอนั่นมันอะไร้!!!

            กล้าถามนะหนูนะ...

            ลู่หานกัดฟันกรอด ตกลงว่าสาวน้อยนี่ไม่ชอบหน้าเขาถึงขั้นไหนงั้นเหรอ เจอกันแค่วันเดียวถึงได้จงใจส่งเขาไปตายแบบนี้น่ะ

            นายมีปัญหากับฉันเรอะลู่หาน

            ร้อยทั้งร้อยถ้าเจอสายตาเหมือนฟันปลาปิรันย่าแบบนั้นมองมาก็ต้องตอบว่า...

            มะ ไม่มีจ้า

            นี่มึงกลัวยัยนี่เหรอไอ้ลู่...เธอมีปัญหากับฉันมากรึไงฮะ!”

            ชายหนุ่มจิกตาใส่เพื่อนแล้วมองเด็กอายุน้อยกว่าด้วยสายตาเขียวปั้ด

            ไม่มี... โซวอนยักคิ้วให้ แต่เห็นว่านาย เก่ง ฉันก็เลยส่งลงไปเป็นหน่วยกล้าตายไง โอเคมะ

            ทำไมฉันต้องโอเคด้วยฟะ แล้วเธอล่ะ ทำไมไม่ลงไปเองมิทราบ!”

            ก็เพราะฉันไม่เก่งนะสิ!”

            นี่ยะ...

 

ชิ้ง!!

 

            มีดปลายแหลมถูกชี้มาที่กลางหน้าผากเขาในระยะประชิด แถมคนชี้ยังตวัดมาได้โคตรเร็วชนิดที่ว่ามองตามแทบไม่ทัน เฮ้ย แบบนี้ไม่ตลกนะเนี่ย

            ไหนลองพูดต่อซิ คนเก่งอย่างนายไม่กลัวฉันนี่นาว่ามั้ย

            ทำไมการกลืนน้ำลายลงคอมันถึงได้ยากเย็นแสนเข็นแบบนี้น้อ

            ใจเย็นกันก่อนมั้ยพวก...

 

ขวับ!!!

 

            อะไรเหรอชานยอล

            หันแต่หน้ามาก็ได้ ไม่ต้องชี้มีดมา

            ฉะ ฉันแค่จะบอกว่า มึงลงไปเหอะนะจงอิน!!!”

            สุดท้ายมึงก็ไม่ต่างจากไอ้ลู่เลยเว้ย ไอ้หยอยหูกาง!!!   

           

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

            ยิ่งใกล้สะพานมากเท่าไหร่ หัวใจของทุกคนในรถก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นมากเท่านั้น ชานยอลจัดการเอาปืนคู่กายขึ้นมามาเช็คสลัก แต่ถ้าไม่ติดว่า...

            ชานยอลเอากล่องที่อยู่ตรงเท้านายมาให้หน่อย

            ดวงตาคมโตฉายแววสงสัย แต่ก็ยอมยกกล่องที่โคตรหนักนั้นส่งไปให้คนสั่งอยู่ดี

            กล่องอะไรของเธอ?

            เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองที่กำลังเช็ดมีด 8 นิ้วอาวุธคู่กายอีกชิ้นอยู่เงยหน้าขึ้นถาม

            ...

            เด็กสาวยังคงไม่ตอบ ได้แต่เปิดฝากลล่องขึ้นเผยให้เห็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง ฝ่ามือเรียวขยับหยิบสิ่งของที่อยู่ในกล่องนั้นขึ้นประกอบอย่างรวดเร็ว เสียงแกรกๆ ของโลหะนั้นดังเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในรถที่มีแต่ความเงียบ ไม่นานเสียงสุดท้ายก็จบลง...

            ไอ้นี่น่ะ ใช้เป็นใช่มั้ยชานยอล...

            Snowwolf M24*...

            ชานหนุ่มเผยอปากขึ้น

            ใช่...Snowwolf M24 Zombie Killer* แบบ Upgrade

            เด็กสาวยิ้มดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงอาวุธในมือที่เข้าขั้นหลงใหล

            เจ๋งเลย... ชายหนุ่มยกจากมือเด็กสาวไปวางไว้บนตักตัวเอง

            ยิงทีล่ะนัด ปรับให้ up หรือ down ไปซ้ายไปขวาก็แล้วแต่นะ

            โซวอนพับกล่องลง ปืนที่เธอเอาออกมานั้นมันเป็นของผิดกฎหมาย เพราะตามจริงแล้วมันเป็นแค่ปืนที่ใช้ยิงเล่นกันสนาม BB Gun เท่านั้น แต่ก็แน่นอนว่าของที่เธอไปขโมยมาจากบ้านเล็กของมาเฟียนั้นมันก็ต้องย่อมเป็นของไม่ธรรมดา จากปืนของเล่น ถูกสร้างเป็นของเลียนแบบให้ใส่กระสุนจริงได้ อานุภาพของปืนจากสนามยิงนั้นเจ๋งแค่ไหน คนบ้าปืนอย่างชานยอลต้องรู้อย่างแน่นอน

            แล้วยิ่งมันสามารถใช้กระสุนจริงได้แบบนี้ มันจะทรงพลังแค่ไหนกัน

            เธอมีไอ้ของแบบนี้ด้วยเหรอ

            เอาตามจริง จงอินชักจะขยาดแม่นี่เข้าไปทุกทีแล้ว

            มันเป็นแค่ BB Gun ไม่ใช่เหรอ

            คยองซูเอ่ยปากบ้าง

            พวกนายคงไม่คิดว่าฉันจะเอาปืนของเล่นมาใช้ฆ่าซอมบี้หรอกนะ จริงมั้ย?

           

            ...

 

            ...

 

            มองเห็นประตูสะพานแล้ว

            เสียงทุ้มใสของลู่หานบอกให้ทุกคนตื่นตัว โดยที่คยองซูก็ค่อยๆจอดรถเลียบข้างทางเอาไว้

            ไม่ผิดจากที่ลู่หานพูดเลยสักนิด ผีดิบจำนวนไม่น่าจะเกิน 20 ตัวนั้นเดินเพ่นพ่านอยู่หน้าประตูเหล็ก ดูจากเครื่องแต่งกายของพวกมัน ดูเหมือนจะเป็นพวกเจ้าหน้าที่อะไรสักอย่าง อาจจะเป็นพวกที่จะหนีข้ามสะพานเหมือนกันก็ได้ แต่พลาดโดนกัดเสียก่อน

            เหมือนจะเยอะอยู่นะนั่น

            จงอินแทบพ่นน้ำลายออกมา

            ประตูยังใหม่อยู่เลยนะ เพิ่งทาสีใหม่เหรอ

            ชานยอลยิ้มแห้งๆถามคำถามแก้เซ็ง

            เอาวะ! ไอ้ดำรีบลงไปจัดการให้มันเสร็จๆดีกว่า

            ลู่หานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินลงจากรถไปก่อน ตามด้วยชานยอลที่จะไปหาทำเลเหมาะๆในการซุ่มยิง ทั้งที่ความจริงมันไม่ต้องก็ได้

            เหอะ ถ้าฉันเป็นอะไรไปเธออย่าเสียใจแล้วกันยัยเตี้ย!”

            พูดแค่นั้นชายหนุ่มผิวสีแทนก็ลงจากรถไปโดยไม่รอฟังคำตอกกลับให้เจ็บใจเล่น ดวงตาคู่คมกวาดมองผีดิบกลุ่มไม่ใหญ่มากตรงหน้าแล้วแยกเขี้ยวใส่อย่างเกรี้ยวกราด...

            ไอ้ลู่!! ลุยโว้ยยยยย!!”

            ส่งเสียงเรียกเพื่อนแล้วยังไม่พอ แถมยังเรียกให้พวกมันมองมาเสียด้วย คิมจงอินนี่มันคิมจงอินจริงๆเลย

           

            กร๊าซซซซซซซซซ!!!!!

 

            ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่ซอมบี้สองตัว ยันตัวหนึ่งให้เซไปอีกทาง ก่อนจะตวัดมีด 8 นิ้วแทงเข้ากลางแสกหน้าของมันอย่างสุดแรง ไม่ต้องสื่อสารกันให้มากความ อีกตัวที่เซไปถูกคาตานะเล่มยาวผ่าหัวออกเป็นสองซีกราวกับผ่าแตงโม เศษเลือดเศษสมองกระจายเต็มพื้นไปหมด

           

            มันต้องอย่างงี้เซ่!!”

 

            เมื่อได้สหายคู่ใจกลับมา ร่างสูงก็คึกขึ้นเสียอย่างนั้น ท่ามกลางเหล่าซอมบี้ที่เริ่มดาหน้าเข้ามานั้น แผ่นหลังของทั้งคู่ชนกันจนแนบแน่น ภาพที่เบื้องหน้าหันไปคนละทางนั้นเหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน ความหวัง...

 

            ลุยสิวะ!!!”

             

            ชะแลงด้ามยาวกะซวกแทงลึกเข้าไปในโพรงปากอ้ากว้างที่พุ่งมายังร่างสูงจนทะลุท้ายทอย ก่อนจะถูกฝ่ามือแกร่งกระชากออกมาทั้งแบบนั้น

            ฝ่าเท้าแข็งแรงถีบร่างนั้นออกไปให้พ้นทาง แต่ต้องชะงักกับผีดิบร่างใหญ่ที่พุ่งมาใกล้เกินกว่าจะเงื้อมีดได้ทัน...

 

ฟุ่บ!!!!

 

            หึ! เจ๋งเลยโว้ยไอ้หยอย!!!”

           

            ไม่ใช่เพียงแต่คนสองคนในดงซอมบี้ที่พยายาม แต่คนที่คอยเซฟเพื่อนอยู่ตลอดเวลานั้นก็ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มหูกางไม่ปล่อยให้ดวงตาห่างจากสโคปเลยสักนิดเดียว นิ้วแกร่งจัดการเหนี่ยวไกอย่างมั่นคงทีล่ะนัด สื่อถึงความใจเย็นผิดกับนิสัยที่เคยแสดงออก

 

            กรรรรรรรรร

 

            ผีดิบสาวแขนด้วนถูกคาตานะตัดเข้ากลางหัวในแนวขวางจนลงไปแน่นิ่งอีกตัว เป็นการวาดดาบที่ไร้ช่องโหว่และเต็มไปด้วยความมั่นคง ขายาวๆของชายหนุ่มหน้าหวานวิ่งเข้าไปจัดการผีดิบอีกสองตัว ที่ไร้สภาพในการสวนกลับเนื่องจากบาดแผลที่พวกมันมีก่อนตาย

 

ฉัวะ!!

 

            มันสมองสีขาวปนดำไหลทะลักออกมาจนน่าคลื่นไส้ จนตอนนี้พวกเขาสามคนก็กำจัดผีดิบไปได้กว่า 10 ตัวแล้ว ทว่า...การเคลื่อนไหวทั้งหลบทั้งหลีกมันก็ทำให้สองคนในหมู่ผีดิบนั้นถึงกับต้องหอบหายใจ

           

            ยังไหวน่า!!!”

 

           

            จะเอายังไงดีล่ะ โซวอน...

            เสียงทุ้มข้างๆดังถาม ดูจากสถานการณ์แล้วคงหน้าเป็นห่วงไม่ใช่น้อย

            ฉันจะลงไปเปิดประตู พอให้สัญญาณแล้วนายก็รีบพาชานยอลขึ้นรถแล้วซิ่งเลยนะ

            เสี่ยงเกินไปแล้วนะ

           

            ...

 

            ไม่มีคำตอบจากคนหน้าหวาน มีเพียงเสียงชักสลักของปืนออโตเมติกกระบอกโตที่พร้อมใช้งาน เด็กสาวรูดซิบแจ๊คเก็ตของตัวเองขึ้นมาให้สุด ก่อนจะกระโดดลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว

            ความแคบของถนน ทำให้รถฝ่าไปไม่ได้ มันถูกสร้างมาเพื่อเป็นทางของจักรยานยนต์เสียมากกว่า เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงไม่เลือกแผนใช้แลมโบกินีฝ่าไปตั้งแต่ทีแรก

            ร่างเล็กเคลื่อนไหวได้ปราดเปรียวกว่าคนอื่น วิ่งผ่านลู่หานที่กำลังสู้ติดพันอยู่กับผีดิบร่างท้วมสองตัว ผ่านจงอินที่กำลังหอบหายใจ เบื้องหน้าของคนตัวเล็กยังมีพวกมันอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ความหวังที่ฉายชัดอยู่ข้างหน้านั้นก็คุ้มค่ากับการเสี่ยงลงมาในครั้งนี้

            ประตูสะพานที่ถูกล็อกด้วยโซ่แบบลวกๆ...

            ถ้าเปิดมันได้ทุกคนจะต้องปลอดภัย...ล่ะมั้งนะ

            ปืนออโตเมติกสีเงินคู่ชีพในมือจัดการระเบิดหัวผีดิบ 3-4 ตัวที่ขวางหน้าจนหัวกระจุย การจะปล่อยให้มันเข้ามาใกล้ในระยะที่เกิน 2 เมตรนั้นถือเป็นเรื่องอันตราย เด็กสาวจึงต้องยิงมันตั้งแต่ระยะไกล

            แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีการจำกัด...

            แม่ง...โธ่เอ๊ย!!”

            ลำกล้องถูกกระชากไปข้างหน้าด้วยตัวมันเอง เป็นสัญญาณว่า กระสุนหมด

            อีกแค่ไม่กี่ถึง 10 เมตรก็จะถึงประตูอยู่แล้วแท้ๆ

           

            กร๊าซซซซซซซซซซซ

           

            ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำหนองพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความที่มีไหวพริบทางด้านเอาตัวรอดสูงจึงทำให้ร่างเล็กกระโจนไปอีกทางที่มีผีดิบเด็กยืนอยู่

 

กรุบบบบ

 

            เสียงขากรรไกรงับลงบนกระบอกปืนดังอย่างน่าขยะแขยง แต่ถ้าเธอยกมันขึ้นมากันไว้ไม่ทัน มันคงฝังเข้าที่หัวไหล่เธอแทนแล้ว

            มีดสั้น 6 นิ้วถูกกระชากออกมาแทงเข้าที่เบ้าตาผีดิบรุ่นเยาว์ตัวนั้นเกือบมิดด้ามแล้วถูกกระชากออกอย่างแรงจนมีวุ้นสีขุ่นติดออกมาด้วย ร่างเล็กหยัดตัวลุกขึ้นยืน พยายามวิ่งอ้อมไปอีกด้านที่มีช่องทางให้ขยับหนีมากที่สุด ในมือก็ถอดแมกกาซีนเปลี่ยนเอากระสุนชุดใหม่เข้าไปอย่างชำนาญ

            อีกนิดเดียวเท่านั้น!!!

           

            ยัยนั่นทำเอาตกใจหมดเลยโว้ย!!”

            จงอินสบถอย่างตกใจปนโล่งใจไปด้วย ตอนนี้รอบตัวพวกเขาแทบไม่มีผีดิบเหลืออยู่แล้ว คนมันเก่งก็งี้แหละเนาะ

            ไอ้ดำ!!! รีบไปช่วยโซวอนก่อน ทางนี้กูไหวอยู่!!”

            ลู่หานตะโกนมาจากอีกฟาก ดวงตากวางมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจนหนำซ้ำยังไม่ขาดตอนอีกด้วย คาตานะโชกไปด้วยของเหลวสีแดงดำ รวมถึงเศษไขมันสีขาวเหลือง หากเป็นแต่ก่อนคงโก่งคออ้วกออกมาแล้ว

            ไม่บอกก็รู้เฟ้ย!!”

            จบประโยค ร่างสูงโปร่งผิวแทนก็วิ่งพรวดไปโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น มีเพียงเรือนผมสีบลอนด์ที่ปลิวไสวขณะกำลังเคลื่อนตัวเท่านั้น

            ยัยเตี้ย!! ไหวมั้ย!!!”

            ฮึ่ม!! น่าจะมาตอนพรุ่งนี้ซะเลยนะ

            ร่างเล็กกระโจนวิ่งไปทางประตูที่ห่างออกไปเพียงห้าเมตรด้วยความรวดเร็ว เพราะจงอินก็มาแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องผีดิบอะไรมากมายนัก

            ล็อกอะไรแน่นนักหนานะ!”

            โซวอนจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด เล็งวิถีเปืนไปที่แม่กุญแจตัวใหญ่แล้วเหนี่ยวไก เพียงแค่ขาแม่กุญแจหักออกจากกัน มือบางก็จัดการดึงโซ่ออกอย่างรีบเร่งในทันที

            จะ จงอิน มาช่วยดันประตูหน่อย!!!”

            ความฝืดอันน่ารำคาญนั้นทำให้เด็กสาวออกแรงเท่าไหร่ก็ไม่ขยับ

            มา! ฉันช่วยเอง!!!”

            ลู่หานมาอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ มีเพียงแรงอันมหาศาลที่ส่งผ่านไปยังบานประตูเหล็กเท่านั้นที่พอจะรับรู้ โซวอนยิ้มนิดๆ หันกลับไปยังแลมโบกินีสีเหลืองสดของคยองซู ดวงตากลมเปิดกว้างเมื่อเห็นว่ามันมาจอดรออยู่ด้านหลังแล้ว โดยมีจงอินส่งยิ้มกวนประสาทมาให้

            เอาล่ะ... ลู่หานเดินเข้าไปข้างในเป็นคนแรก ก่อนจะค่อยๆดันประตูทั้งสองบานออกไปอย่างช้าๆ ลมเย็นๆจากแม่น้ำพัดเข้ามากระทบใบหน้าอย่างพอดิบพอดี ขอยินดีต้อนรับสู่สะพานข้ามแม่น้ำคึม...


 

ไอขอซอรี่อย่างแรงน๊า // เช็ดน้ำตา

 เรื่องนี้มันต้องใช้พลังงานอย่างมากในการเขียน ต้องคิดฉากบู๊ออกมา เป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก

คิดถึงรีดเดอร์ทุกคนน๊า แต่ไว้เจอกันตอนหน้าดีกว่า

ตอนนี้ไม่อยากพูดมากแล้ว // หลบเกิบไปเงียบๆ
ใครว่าจะทิ้งเรื่องนี้กัน ไม่มีทางค่า


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 12:59
    รอน่ะค่ะไรท์์
    #42
    0
  2. #41 Doyoonme (@kulapornaum) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:31
    สนุกมากไรท์^^
    #41
    0
  3. #40 Kpm HO (@tongue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:00
    หนูชอบเรื่งนี้ที่สุดอ่า จะรอนะ^0^
    #40
    0
  4. #39 Kpm HO (@tongue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:00
    หนูชอบเรื่งนี้ที่สุดอ่า จะรอนะ^0^
    #39
    0
  5. #38 Fuji'Mk (@mn-eb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:02
    ต่อไวๆน้า สนุกมาก
    #38
    0
  6. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:55
    หูวววววว ตอนนี้ยาวจุงงงงง
    #36
    0
  7. #35 อาซาลาเปา (@101141nam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:36
    ไรท์จ๋าอยากรู้ใจจะขาดแล้วอ้ะ
    #35
    0
  8. #34 jillsky88 (@jillsky88) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:08
    รอต่อนะคะ
    #34
    0