คัดลอกลิงก์เเล้ว

B / beecris

โดย bbbbaby33

ดูเหมือนว่าโมเมนต์ความเฉื่อยจะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ

ยอดวิวรวม

2,100

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


2,100

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


55
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 พ.ย. 59 / 13:03 น.
นิยาย B / beecris

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


อะไรสักอย่าง..ล่ะนะ



? cactus

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 พ.ย. 59 / 13:03





การนั่งเท้าคางแล้วเอาแต่มองออกไปทางหน้าต่าง ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ควรทำหากงานและหนังสือมากมายกำลังกองอยู่ตรงหน้า ถ้ามันพูดได้ก็คงต้องตะโกนเรียกฉันให้หันไปสนใจมันอยู่แน่ๆ แต่รางรถไฟที่ฉันกำลังมองมันดูน่าสนใจกว่าเจ้าหนังสือพวกนั้นตั้งเยอะ


ฉันเห็นต้นไม้ด้านนอกกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม นั่นทำให้ฉันเผลอหัวเราะออกมา หึ


 

นี่มันก็หน้าหนาวแล้วนะ แต่ฉันไม่เห็นจะสัมผัสได้ถึงความหนาวเลย ฉันหรี่ตาลงหลังจากมีรถแท็กซี่สีแดงขับผ่านแล้วดันสะท้อนกับแสงอาทิตย์มาเข้าตาฉัน ให้ตายสิ นั่นมันทำให้ฉันต้องหันมาเพื่อเจอกับหนังสือ


 

ถอนหายใจ   ใช่ ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย แม้ว่าวันต่อไปฉันกำลังจะต้องเจอกับวิกฤตกาลฝ่าฟันการฝนคำตอบ แต่ฉันกลับรู้สึกไม่มีอะไรมาทำให้ฉันอยากจะลงไปในสนามบ้าๆนั่น


 

แหงล่ะ ใครจะชอบเวลาสอบกัน



 

ฉันตัดสินใจปิดหนังสือแล้วเลือกที่จะเปิดแลปท็อป หน้าจอแสดงว่าเครื่องพร้อมใช้งานแต่ฉันกลับรู้สึกไม่พร้อมที่จะใช้ ฉันเอามือซ้ายเท้าคางอีกครั้ง พร้อมกับนิ้วชี้ที่เคาะลงบนปุ่ม space bar อย่างไม่เป็นจังหวะ ฉันเบนสายตาออกจากจอแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างอีกรอบแทน

 

ครั้งนี้ฉันดันไปมองตึกเรียนที่พรุ่งนี้ฉันต้องไปสอบนั่นทำให้ฉันเปลี่ยนมุมการมองแทบไม่ทัน

 

ให้ตายสิ..’  ฉันพึมพำออกมาเบาๆอย่างไม่สนใจนัก

 

เวลาตอนนี้เป็นช่วงที่คนเข้ามาใช้บริการหอสมุดอย่างแน่นหนาไม่แปลกที่จะมองไปทางไหนก็จะเจอแต่ผู้คนเอาแต่คร่ำเคร่งพูดคุยกับหนังสืออย่างบ้าคลั่ง บางคนก็เอาหนังสือมาวางไว้บนหัวแล้วฟุบตัวลงนอน บางคนก็เอาแต่เปิดหน้าหนังสือไปเรื่อยๆจนจบเล่มแล้วเปิดเล่มใหม่โดยไม่ได้อ่านเนื้อหาด้านใน ฉันได้แต่หัวเราะเหมือนคนไม่รู้จักการหัวเราะ

 


เอ้อ แต่โต๊ะที่ฉันนั่งมีที่นั่งว่างอยู่นะ ฉันก็เลยเหยียดขาได้อย่างสบายไม่ต้องกลัวจะไปโดนใคร

 


เอาล่ะ ฉันก็ต้องลงมืออ่านหนังสือบ้านั่นได้แล้ว!

 


ฉันปิดจอแลปท็อปที่ไม่รู้ว่าจะเปิดมันมาทำไมลงแล้วเปิดหน้าหนังสือแทน  ให้ตายสิ สมการคลื่นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมองออกนะว่าคลื่นเคลื่อนที่ไปยังไง ฉันมองแล้วรู้สึกเหมือนว่าคลื่นสมองจะหยุดวิ่งไปเลยล่ะ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันใช้พลังสมองกับวิชาอื่นจนไม่เหลือแรงอ่านวิชาภาคที่จะต้องสอบในวันพรุ่งนี้ ใครเป็นคนจัดตารางสอบนะ ฉันอยากจะเห็นหน้าเขาจัง

 




ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ

 



เห?



 

เสียงนี่ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นมามอง ฉันกระพริบตาไปสองสามทีก่อนจะเอาขาลงจากเก้าอี้ที่เธอขอนั่ง แล้วพยักหน้าเป็นเชิงตกลง เธอยิ้มให้ฉันแทนคำขอบคุณ ฉันเองก็ก้มหน้าลงไปที่หนังสืออย่างไม่สนใจนัก แต่ก็ต้องยอมรับล่ะนะว่าต้องแอบเหลือบสายตาขึ้นมามองเธอบ่อยๆ ก็แหงล่ะ ฉันไม่ได้รู้จักเธอนี่

 



แต่เอ้ะ เธอหยิบหนังสือวิชาเดียวกับฉันขึ้นมาอ่าน เห้ อย่าบอกนะว่า..

 



เธออยู่ภาคเดียวกับฉัน!

 



โอววววว ฉันส่งเสียงนั้นในใจ

 




นี่บีๆ สอนคริสข้อนี้หน่อยดิ

 



อ่อๆ ได้

 




เห้ย เมื่อกี้เรียกเราว่าอะไรนะ



บีไง

 


เวน รู้จักชื่อเราด้วย

 


เน่ ทำหน้าแบบนี้ ลืมคริสอีกแล้วใช่ป้ะ

 


คริส?



ก็ไม่แปลกใจอะไรหรอกนะ ก็บีเล่นจำเพื่อนได้ไม่ถึงสิบคนเลยนี่นา คริสอยู่คนละเซ็คก็รู้อยู่แล้วล่ะ เธอว่าแบบนั้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดูยังไงก็เป็นเสียงหัวเราะที่น่าจะหัวเราะได้ขำสุดๆ

 


อ่า ขอโทษนะ

 


แต่ก็นะบี ไฟนอลแล้วยังจะจำเพื่อนไม่ได้อีกหรือไง เธอว่าพลางเท้าคาง แล้วเอาดินสอชี้มาที่หน้าฉัน

 


ทำไงได้ล่ะ ก็มันยากนี่นา ฉันว่าไปแบบนั้น ซึ่งมันก็ยากจริงๆนะ การจำชื่อและใบหน้าคนที่เข้ามาในชีวิตพร้อมกันหลายๆคนไม่ใช่เรื่องสนุกเลย

 


ฉันรู้นะว่าฉันโดนเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในตอนแรกมองว่า ฉันมีมนุษยสัมพันธ์ที่แย่ แต่ไปๆมาๆฉันดันกลายเป็นคนที่ทุกคนในภาครู้จัก แต่ฉันกลับจำชื่อและใบหน้าได้ไม่ถึงสิบ แน่นอนล่ะว่าคริสไม่ได้เป็นหนึ่งในไม่ถึงสิบคนนั้น

 


ฉันว่าจำชื่อเพื่อนมันน่าจะง่ายกว่าจำสมการโมเมนต์ความเฉื่อยของวัตถุมากกว่านะ

 

นี่ถามจริงๆ บีจำไปได้ไงอ้ะ เยอะขนาดนั้น

 


อ่า นั่นสินะ ฉันจำไปได้ยังไง

 


ฉันไม่ได้ตอบคำถามเธอแต่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทน เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนี่นะ จะให้ตอบก็คงไม่ใช่เรื่อง

 



โมเมนต์ความเฉื่อยของวัตถุค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าปวดหัวไปพร้อมๆกัน ถ้าหากนึกภาพวัตถุที่กำลังหมุนโดยมีความเฉื่อยในการรักษาสภาพการหมุนเดิมไม่ออก นั่นก็จะเป็นปัญหาขั้นที่สมการของไอสไตน์ก็แก้ไม่ได้เลยล่ะ

 


แล้วบีอ่านเรื่องอะไรอยู่หรอ เธอว่าพลางชะโงกหน้ามาดูเนื้อหาในหนังสือฉัน

 


เห เรื่องคลื่นออกสอบด้วยหรอ ไม่ยักรู้เลยแฮะ

 


ฉันคงต้องเริ่มจากตรงนี้สินะ

 


เหมือนเธอกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับฉันนะ ฉันได้แต่ส่ายหน้าแล้วก้มลงไปอ่านหนังสือของตัวเองต่อ

 


เสียงของคริสที่กำลังพึมพำอยู่กับหนังสือทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองเธออีกครั้ง

 


ก็นั่นน่ะ มันทำให้ฉันอ่านไม่รู้เองเลยน่ะสิ!

 


อ่า คริส

 


เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าฉันอย่างสงสัย

 


อ่า ช่วย เอ่อ อ่านในใจได้ไหมอ้ะ ฉันรู้นะว่าการพูดเตือนแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ฉันมีสิทธิที่จะทำ แต่คนฟังเนี่ยสิ คงจะต้องรู้สึกผิดมากแน่ๆเลย


คริสขอโทษนะ เธอว่าพร้อมกับสีหน้าที่ฉันเห็นแล้เธอคงรู้สึกผิดขั้นสุดเลยล่ะ ฉันเลยยิ้มแล้วโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ได้โกรธอะไร

 


ฉันก้มลงไปอ่านหนังสือต่อ เห็นทีจะเป็นบรรทัดที่ห้านะ เสียงคริสก็ดันหลุดออกมาจากปากเธออีกแล้วเนี่ยสิ เหมือนเธอจะรู้ว่าฉันสมาธิหลุด เธอเลยเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือตัวเองแล้วขอโทษฉันด้วยการขยับปากเป็นคำนั้นแต่ไม่มีเสียงออกมา

 

ฉันก้มลงไปอ่านต่อ ได้อีกสิบบรรทัดก็มีเหตุการณ์เดิมเกิดขึ้น ฉันเลยเงยหน้าเพื่อที่จะพูดกับเธอเสียหน่อย ถ้าไม่ติดว่าเหมือนเธอกำลังขำที่ฉันทำสีหน้าหงุดหงิด..

 


เอ้ะ ฉันโดนแกล้งนี่

 


เน่ แกล้งกันหรอ ฉันว่าไปอย่างเสียงดัง มันไม่ได้ดังมากหรอก แต่โต๊ะรอบฉันหันมามองฉันเป็นตาเดียวเลย

 

คริสเอาแต่หัวเราะอยู่แบบนั้น โดยไม่ได้พูดอะไรเลย

 

แกล้งบีหรอ โดนซะ!’ ฉันว่าพร้อมกับเอาดินสอของตัวเองไปขีดลงบนหนังสือของเธอ

 

เธอเห็นฉันทำแบบนั้นก็หยิบยางลบมาลบมันออก เธอลบ ฉันก็ขีดมันลงไปอีก แล้วเธอก็รีบลบมัน มันดูเป็นการแกล้งกันเหมือนเด็กวัยประถมทั้งๆที่ฉันกับเธอก็อยู่มหาลัยแล้ว แต่แปลกดีนะที่ทำแบบนี้แล้วฉันก็มีความสุขดี

 

พอแล้วๆ เหนื่อยฉันว่าไปแบบนั้นเพราะเหนื่อยจริงๆ การขีดดินสอลงบนหนังสือไม่ได้ทำให้ฉันเหนื่อยหรอก แต่การที่รัวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนี่แหละ ที่ทำเอาเหนื่อยจนต้องหายใจหอบ

 

ฮ่าๆ บีแพ้


 

เอ๋ เกมนี้มีแพ้มีชนะด้วยหรอ?

 


แต่ฉันแพ้ก็ได้ หมดแรงแล้ว

 







หลังจากนั้นเราก็กลับมาอ่านหนังสือของตัวเองอีกครั้ง จริงสิ ฉันอ่านหนังสือ ใช่ ฉันอ่านมันแล้ว ต้องขอบคุณเธอนะเนี่ยที่ทำให้ฉันอ่านหนังสือได้

 



ขอบคุณนะ

 


คริสทำหน้างงใส่ฉัน ฉันส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่มีอะไรเธอจึงก้มลงไปอ่านหนังสือของตัวเองต่อ

 



ฉันไม่รู้หรอกนะว่าถ้าเป็นคนอื่นมานั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงข้ามฉันแล้วฉันจะอ่านได้ไหม และฉันก็ไม่เข้าใจอีกเช่นกันว่าทำไมคริสถึงทำให้ฉันก้มลงมาอ่านหนังสือได้ มันคงจะเหมือนกับที่ฉันไม่เข้าใจโมเมนต์ความเฉื่อยของวัตถุนั่นแหละ แค่รู้ว่ามีก็พอแล้ว

 

 

 

อะไรสักอย่างที่มีแล้วรู้สึกว่ามี ไม่ได้เข้าใจ แต่แค่ อืม 

 

 

 

มันคงเป็น อะไรสักอย่าง..ล่ะนะ 


......

เยะ


? cactus

ผลงานอื่นๆ ของ bbbbaby33

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. #7 IAmTyping (@M-I-P) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:49
    อืมมมม มันก็คงเป็นอะไรสักอย่าง ล่ะนะ ชอบอะไรแบบนี้จังเลยยย
    #7
    0
  2. #6 Noon_Afternoon (@Noon_Afternoon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 19:49
    ความเฉื่อยนี่มาอีกแล้วเหรออออออ แต่ก็อ่าน ถถถ
    ฟิคสบายๆ ฟีลกู้ดอีกแน่ๆเบยยย รอๆๆๆ

    ไม่ได้เสิชหาฟิคใหม่ๆอ่านตั้งนานแหน่ะ
    ดีใจที่มาเจอออ~


    เด็กดีนี่ตั้งแจ้งเตือนเป็นนามปากกาของไรต์ด้วยได้มั้ยเนี่ยยย ถถถ
    #6
    1
    • 6 ธันวาคม 2559 / 00:16
      มันเป็นวันช็อต ซึ่งจบแล้วนะคะ ตอบตรงนี้ละกันเห็นบางคนก็บอกว่ารอ คือมันจบแล้ว เราไม่ได้มีเจตนาให้คริสกะบีรักกันในเรื่องนี้นะคะ เราอยากให้มันเป็นความสัมพันธ์บางอย่างที่ไม่ใช่เชิงนั้ยอ่ะค่ะ
      #6-1
  3. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 00:56
    รอค่ะ เปิดมาดีมากเลย;)
    #5
    0
  4. #4 น้องสอง
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 21:41
    น่ารักดีค่ะ เป็นความรู้สึกสบายๆ

    ไม่หวือหวา เหมือนค่อยๆก่อตัว
    #4
    0
  5. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 18:54
    งุ้ยยย ชอบเรื่องนี้ง่ะะะ ไรท์เขียนเพิ่มได้มั้ยยยนน
    #3
    0
  6. #2 lostinblue (@lpcypmr) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 15:02
    ชอบบบบ
    #2
    0
  7. #1 Ampz.S (@nichakarnsamp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 14:31
    ชอบจังๆๆ
    #1
    0