กลับบ้านมาได้หลายวันแล้วยังไม่ได้เม้าท์เรื่องตอนฝึกงานเลย
ช่วงฝึกงานนี่รู้สึกเหนื่อย เหนื่อย และเหนื่อย
การทำงานเรื่อย ๆ และน่าเบื่อไม่มีอะไรให้พูดถึง
รู้สึกไม่ดีกับญาติในช่วงแรก ๆ ด้วย
ไปเดินแรดที่ไหนต่อที่ไหนมาก็เยอะ สนุกดี
แต่ที่จะเล่าในวันนี้คือความซวย 1 วันที่ปู่เตี้ยมีในวันสุดท้ายของการฝึกงาน
15 พฤษภาคม 2550 วันนี้ก็มาทำงานตามปกติ (แต่เป็นวันสุดท้าย) วันนี้มีความรู้สึกหงุดหงิดใจมาตั้งแต่เช้า รู้สึกแปลก ๆ ยังไงชอบกล แต่ไม่คิดไรมาก
วันนี้รู้สึกว่าจะงานเยอะเป็นพิเศษ ทำไม่ได้หยุด ทำจนลืมเข้าห้องน้ำ เฮ้อ ทำชนิดที่ว่าพี่ที่บริษัทถามเลยว่า วันนี้ไม่กลับเร็วเหรอ เราก็เลยว่าไปว่า อืม ไหน ๆ ก็วันสุดท้ายแล้ว ทำไปให้เสร็จเลย
ก็นะ พอเราจะกลับ อืม คุณพี่ที่เป็นพี่สะใภ้ของพี่ชายบอกว่าให้เอากล่องเครื่องแก้วกลับไปด้วย(คือปู่เตี้ยไปออกทัวร์แล้วได้พวกเครื่องแก้วมาน่ะ เลยกองไว้ที่ทำงานก่อน) ตอนแรกก็ยันแทบตายบอกว่าไม่เอากลับ พี่แกก็ดื้อให้เอากลับจนได้ แมร่งงงง หนักชิบ พี่ชายที่เป็นเจ้าของบริษัทก็ให้เงินมาด้วย รีบรับรีบยัดใส่กระเป๋า แล้วทุกคนก็มาอวยพรให้โชคดี เราก็ร่ำลากันเสร็จ ก็หิ้ว(แบก)กล่องตุเลง ๆ ออกไป
ออกมาหน้าหมู่บ้าน เวร รถรับจ้างหายไปหมด ต้องถ่อเดินไปหารถโดยแบบไอ้กล่องเวรนี่ไปด้วย กว่าจะมีรถผ่าน แล้วมันก็เจือกส่งไม่ถึงที่ต้องแบกมันต่อไปที่รถใต้ดิน และเวรอีกครั้งเมื่อคุณพนักงานบอกให้แงะมันออกมา แง่ง หงุดหงิด มันตื้อแล้วตื้ออีกเลยแงะให้มันดู เสียเวลาโคตร จะค่ำแล้วนะ
หลังจากเสียอารมณ์มามากพอแล้วก็ขึ้นรถเมล์ต่อกลับบ้าน และนี่แหละ คือจุดสิ้นสุดของความอดทนในความหงุดหงิดที่มีมาตลอด
ปกติปู่เตี้ยเป็นคนทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว แต่วันนี้มันมีอิกล่องบ้าที่คอยเกะกะแข้งขาทำให้ทำอะไรไม่สะดวก ก็งี้ไง
ตอนกำลังจะลงรถเมล์ ขาข้างนึงยังอยู่ที่บันได อีกข้างก็ก้าวกำลังจะถึงพื้น ด้วยความที่กล่องแมร่งงงงงงโคตรเกะกะการเดิน ยังไม่ทันลงดีรถออก ก็เลยล้มลงไปเลย อยากบอกว่าเจ็บบบบบบบบบบบ
แต่โชคดีมากที่หัวไม่กระแทกพื้นเพราะมีเบารอง 2 ชั้น นั่นคือ กล่องและแขนตัวเอง แต่หัวเข่าไถลครูดพื้น ยีนส์เกือบแหก แต่คนใจดีที่ลงรถก็รีบเข้ามาช่วยพยุงและด่ารถเมล์แทนด้วย ส่วนรถเหรอ แมร่งขับออกไปเลย ไม่สนใจสักนิด
ตอนนั้นแบบพูดอะไรไม่ออก มีแต่น้ำตาที่ไหลออก ขอบคุณในความมีน้ำใจของคนที่เข้ามาช่วย ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ หงุดหงิดมาตลอดตั้งแต่ช่วงเย็น บ่อน้ำตามันเลยแตกออกมา ไร้สาระมากเลยเนอะ แต่ไม่ช่วยไม่ได้จริง ๆ
กลับบ้านมาตาแดง ๆ คนในบ้านก็ไม่ได้ถามอะไร สุดท้ายก็เล่าให้เค้าฟัง ร้องไห้อีกรอบ
เสียดายที่จำป้ายทะเบียนไม่ได้ รู้แค่ว่าเป็นรถสายอะไร แง่งงง หัวเข่าช้ำไปหลายวัน
ฝึกงานสุดเฟล -*-
เขียนโดย
bluetears
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
30 พ.ค. 50
262
1
ความคิดเห็น
ง่าม้า.... T^T ไม่เป็นไรนะคะ เง้อ
ตอนนั้นที่ปาไปเที่ยงดรุงเทพอ่ะ รู้สึกได้เลยว่ารถเมล์กรุงเทพบ้าเลือดสุดๆ -*- มันจะรีบไปตามควายที่ไหนวะคะ -________________-;;;
เกือบได้ตกรถด้วยรอบนึง เวรสุดๆ -*-
เง้อ เป็นห่วงเน้อๆ TOT คิดถึงค่า
PS. อ๊ายย >w< การบ้านทำไมมันเยอะจัง(ฟะ) งานก็เป็นเทือก = .... = แต่ฉันก็ยังมานั่งเล่นเน็ต 5555+ บ้านิยาย บายนีย่า บ้าๆบอๆ ติงต๊อง ต๊ะติ๊งโหน่ง นี่แหละตัวฉัน โฮะๆ ^O^++ (มันบ้าค่ะ มันบ้า =[]=!!) มาคุยกันสิ