นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

นิยาย (overwatch | yaoi) Ruin #reaper76

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Ruin

Pairing : Reaper76 (Reaper x Soldier 76)

Author : with her percentage | Genre/Rate : SF/PG-13


♥︎

Theme song : Ruin (by Shawn Mendes)


* warning *

Slash & Not based on game info 89.99%

_____________________


ซีรี่ย์นี้มีทั้งหมดสามตอนนะคะ กดอ่านได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้เลยงับ

 1. Ruin #Reaper76 (ตอนนี้)

 2. House of Memories #Reaper76 

⇢ 3. Hold Me Tight or Don't #Reaper76





x

ฝ่ายซ้าย - รีปเปอร์ (Reaper) ชื่อเดิมคือ แกเบรียล เรเยส 

| อดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ Overwatch คนแรกก่อนที่จะย้ายไปอยู่หน่วย Blackwatch

ปัจจุบันเป็นนักฆ่ารับจ้างอิสระ

x

ฝ่ายขวา - พลทหาร 76 (Soldier 76) ชื่อเดิมคือ แจ็ค มอร์ริสัน

| อดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ Overwatch คนที่สองก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นกับหน่วย

ปัจจุบันตั้งตนเป็นศาลเตี้ยและผู้อาวุโสในหน่วย



Talk.

hope u enjoy reading, thanks for your supporting !

#ปาใจ #reaper76

♥︎

WHP.

CR.SQW

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ย. 61 / 11:33




           ในคืนที่สมควรเงียบสงัด ณ เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศเม็กซิโก เสียงกระสุนปืนที่ถูกสาดใส่กันไม่ยั้งดังไปทั่วบริเวณเมืองโดราโดเป็นเวลามากว่าค่อนคืนโดยฝีมือบุรุษสองคนที่กำลังถือปืนไล่ยิงกันอย่างหมายเอาชีวิตของอีกฝั่งให้ได้


           “I’ve got you in my sight!” เสียงหอบหายใจของ 'แจ็ค มอร์ริสันหรือในนามที่เรารู้จักกันว่า 'พลทหาร 76' ประกาศกร้าวในขณะที่กำลังถือกระบอกปืนเล็งยิงเป้าหมายตรงหน้าด้วยความใจจดใจจ่อ


           หึ นายไม่มีทางยิงฉันโดนหรอกมอร์ริสันเสียงแหบต่ำภายใต้หน้ากากรูปกระโหลกของคนตรงหน้าทำให้คิ้วของแจ็คกระตุกอย่างเหลืออด อดีตพลทหารหน่วยรบพิเศษอย่างเขาที่ผันตัวมาเป็นศาลเตี้ยตอนนี้ไม่มีความอดทนมากพอที่จะมาทนเสียงเย้ยหยันแบบนั้นจากศัตรูคู่แค้นของตัวเอง แจ็ครัวกระสุนปืนออกไปหวังจะทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บแต่ท่าทีของอีกฝ่ายนั้นกลับไม่สะทกสะท้านอะไรกับการโจมตีของเขาเลยแม้แต่นิด


           ร่างกายของรีปเปอร์ หรือ อดีตหน่วยรบพิเศษ 'แกเบรียล เรเยสกลายเป็นกลุ่มควันสีดำลอยหลบกระสุนทั้งหมดที่แจ็ค มอร์ริสันยิงออกมา เขาเหยียดยิ้มออกมาภายใต้หน้ากากของตัวเองอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้จะเย้ยหยันให้กับความตลกร้ายที่ร่างกายของตัวเองกลายเป็นแบบนี้ หรือเย้ยหยันให้ความไร้ฝีมือของอีกฝ่ายที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แกเบรียลคิดว่าน่าจะทั้งคู่-- เขาใช้ปืนลูกซองคู่ของตัวเองยิงสวนออกไปซึ่งอีกฝ่ายก็หลบการโจมตีได้ดีโดยที่ไม่ต้องกลายร่างเป็นกลุ่มควันแบบที่เขาทำ


           แล้วนายคิดว่าจะยิงฉันโดนเหรอเรเยสน้ำเสียงปนหอบของมอร์ริสันตะโกนยอกย้อนตอบกลับไป เขานั่งหอบตัวโยนอยู่หลังผนังที่กำลังเป็นแหล่งกำบังให้กับเขา ตอนนี้ร่างกายของเขากำลังจะถึงลิมิตแล้วเขารู้ดี การต่อสู้ครั้งนี้กินเวลานานเกินกว่าที่เขาคาดเดาไว้มาก


           น้ำเสียงฟังดูไม่ได้เลยนะมอร์ริสันและดูเหมือนว่าเรเยสจะรับรู้ได้ถึงเรื่องนั้น ภายใต้หน้ากากรูปกะโหลกเขาส่งเสียงหัวเราะหึในลำคออย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "ฉันว่าถึงเวลาที่จะจบเรื่องบาดหมางระหว่างเราได้แล้วล่ะเขากลายร่างตัวเองเป็นกลุ่มควันสีดำอีกครั้งแล้วลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย


           รีปเปอร์..” เสียงแผ่วของพลทหาร 76 ทำให้อีกฝ่ายชะงักแต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น


           ลาขาดสิ้นคำสุดท้ายของรีปเปอร์ กระสุนที่ถูกยิงออกจากปากปืนลูกซองคู่กายทำให้โลกทั้งใบของพลทหาร 76 ดับลงในทันที





           คิดยังไงพาหมอนี่กลับมาด้วย ?” คำเอ่ยทักจากปากผู้หญิงผิวม่วง เจ้าของโค้ดเนมวิโดว์เมคเกอร์ เธอยืนพิงกำแพงกอดอกมองคนรู้จักที่กลับมาที่ฐานพร้อมทั้งแบกร่างของใครอีกคนกลับมาด้วย


           มันเรื่องของฉัน แล้วเธอล่ะมาทำอะไรที่นี่เรเยสตอบโดยไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา เขาจัดแจงวางร่างที่แบกกลับมานอนลงบนโซฟาใกล้ตัวอย่างระมัดระวังโดยไม่รู้ว่าการกระทำของเขาถูกจ้องมองไม่วางสายตาโดยมือซุ่มยิงอย่างวิโดว์เมคเกอร์


           ก็ไม่ได้อยากจะมานักหรอกเสียงของวิโดว์ผ่อนลง "คนในองค์กรแค่อยากให้ฉันมาดูว่านายยังอยู่ดีมั้ยก็แค่นั้น"


           ความรู้สึกขบขันปนเย้ยหยันที่แน่นอยู่เต็มอกทำให้เรเยสหลุดหัวเราะออกมา เขาหันไปจ้องคู่สนทนาด้วยหน้าตาไม่เป็นมิตรแบบที่คนรู้จักกันควรทำ “จ้างฉันไปตายแล้วยังจะมีหน้าส่งคนมาดูอีกเหรอ องค์กรเธอนี่ใจดีจริงนะเขาแค่นหัวเราะ "ฉันไม่ไปฆ่าล้างองค์กรของเธอก็นับว่าดีขนาดไหนแล้วแอมิลี่.. ฝากเอาไปบอกเจ้าพวกนั้นด้วยแล้วกัน"


           วิโดว์ขบริมฝีปากล่างด้วยความไม่พอใจเมื่อถูกอีกคนเรียกด้วยชื่อจริง เธอกำลังที่จะลืมชื่อนี้ไปได้แล้วชื่อที่คอยตอกย้ำเสมอว่าอดีตเธอเคยทำอะไรลงไป ชื่อที่เธอไม่เคยพอใจสักนิดเวลามีคนเรียก "อย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นอีก มันไม่ใช่ชื่อของฉันอีกต่อไปแล้วนายก็รู้เธอตอบรีปเปอร์ในขณะที่เตรียมจะหยิบปืนสั้นของตัวเองขึ้นมา ปกติตัวเธอเองไม่ค่อยมีอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง หรืออารมณ์ทั่วๆ ไปเหมือนกับที่คนอื่นมีเพราะทางองค์กรทาลอน องค์กรที่เธอทำงานให้ได้โปรแกรมมาให้เธอกลายเป็นนักฆ่าเลือดเย็น แต่ถ้ามีใครมาทำให้เธอไม่พอใจเธอก็พร้อมที่จะจัดการคนๆ นั้นในทันที


           อย่ามาหาเรื่องทะเลาะตอนนี้ ไสหัวของเธอออกไปจากฐานลับของฉันได้แล้วเรเยสที่เห็นท่าทีของวิโดว์ก็หยิบปืนลูกซองที่อยู่ข้างตัวเล็งไปทางคู่สนทนาพลางสะบัดมันไปทางประตูฐาน-- "ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาบ่อยๆ หรอก เธอก็คงไม่ได้อยากจะญาติดีอะไรกับฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไปซะเรเยสพูดพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย สายตาที่พร้อมจะฆ่าคนจริงๆ นั่นทำให้วิโดว์ยอมลดมือลงจากปืนก่อนเดินออกไปจากฐานลับของเขาด้วยความไม่พอใจ


           เรเยสถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าเรื่องน่าเหนื่อยใจหมดไปหนึ่งเรื่อง ถ้าจะเหลือเรื่องให้เหนื่อยใจอีกก็คงจะเป็นเรื่องของคนตรงหน้าที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นในฐานลับของเขาตอนนี้ เรเยสจ้องมองร่างที่นอนนิ่งของพลทหาร 76 ซึ่งตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพาคนๆ นี้กลับมาที่ฐานของตัวเองด้วยซ้ำ


           จะบอกว่าเป็นความตั้งใจได้มั้ยนะ ในเมื่อเขาตั้งใจเปลี่ยนกระสุนนัดที่ยิงคนตรงหน้าให้เป็นกระสุนยาสลบแทนที่จะเป็นกระสุนเพื่อปลิดชีวิตอีกฝ่ายตามที่ตั้งใจมานานแสนนานนับตั้งแต่ที่เรากลายเป็นศัตรูกัน..





- Ruin -





           .. อึกเสียงครางแผ่วเบาของร่างบนเตียงดึงความสนใจเรเยสที่กำลังนั่งพิงเก้าอี้อ่านหนังสือพิมพ์ให้หันไปมอง เขารีบพับหนังสือพิมพ์วางไว้บนโต๊ะข้างๆ แล้วลุกมาดูอาการของอีกคนที่นอนหลับยาวมาเกือบหนึ่งอาทิตย์


           เปลือกตาของมอร์ริสันค่อยๆ ลืมขึ้นทีละนิด เขากะพริบตาอยู่หลายครั้งเพื่อปรับให้ม่านตาตัวเองรับแสงสว่างหลังจากที่หลับไปเป็นเวลานาน ความทรงจำสุดท้ายปรากฎขึ้นมาในหัวสมองคือภาพที่รีปเปอร์จ่อปืนลูกซองมาที่เขา.. นี่เขาตายแล้วเหรอ-- นั่นคือความคิดของมอร์ริสันในขณะที่เขาพยายามใช้สายตาของตัวเองต่อสู้กับแสงสว่างที่แยงตา


           รีปเปอร์ที่เห็นอีกคนกำลังจะลืมตาก็รีบหันไปหยิบหน้ากากกะโหลกมาสวมทับเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้อีกคนเห็นหน้าตาของตัวเอง เพื่ออะไรตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะยังไงเขากับแจ็คก็เคยรู้จักกันมาก่อนอยู่แล้ว ค่าหน้าค่าตาก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงสวมหน้ากากกะโหลกที่เป็นเครื่องหมายการค้าของตัวเองยืนมองอีกคนอยู่ข้างๆ-- กว่าที่มอร์ริสันจะรับรู้การมีตัวตนของเขาก็ปาไปเกือบห้านาที


           ไงคำสั้นๆ และดูโง่ในความคิดของแกเบรียลถูกเขาใช้เอ่ยทักอีกฝ่ายที่เพิ่งฟื้นจากการพักตัว


           ฝ่ายพลทหาร 76 เมื่อเห็นว่าอีกคนคือใครก็ได้แต่นิ่งเงียบไปใช้ความคิดสักพักหนึ่ง เขาไม่คิดว่าจะตื่นมาเจออะไรที่แจ็คพ็อตแตกแบบนี้.. รีปเปอร์งั้นเหรอ ตอนนี้อาจจะฝันอยู่ หรือไม่ก็ตัวเขาอาจจะตายไปแล้วจริงๆ


           "นายเป็นยมบาลหรืออาฆาตกันจนต้องตามฉันมายันตอนตายเลยเหรอประโยคคำถามที่ฟังดูเพ้อเจ้อและคาดไม่ถึงว่าอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษอย่าง แจ็ค มอร์ริสันจะเป็นคนพูดทำให้เรเยสเกือบหลุดขำด้วยความตลก


           เพ้อเจ้ออะไรของนายน่ะแจ็ค"


           งั้นก็แปลว่าฉันยังไม่ตายสินะมอร์ริสันหรือพลทหาร 76 พลิกฝ่ามือตัวเองดูสองสามทีก่อนเลื่อนมือไปจับที่หัว "จำได้ว่านายเป่าหัวฉันด้วยปืนลูกซองของนายนี่"


           แล้วนายคิดว่าตัวเองตายหรือยังล่ะ"


           ไม่รู้สิ.. นายตรงหน้าฉันตอนนี้ดูจริงเกินไปที่จะเป็นความฝันนี่ประโยคที่มอร์ริสันตอบกลับอีกคนทำให้อีกฝ่ายเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว


           ดีนะที่มีหน้ากากปิดหน้าอยู่น่ะ-- เรเยสคิด


           นายยังไม่ตายเขาบอกอีกคนที่ยังคงมีท่าทีสงสัย


           แล้วทำไมนายถึงไม่ฆ่าฉันล่ะแกเบรียล ?” ทันทีที่เขาพูดจบคำถามของอีกฝ่ายก็ถูกส่งกลับมาในทันทีพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เรเยสลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้จะตอบคำถามคนตรงหน้ายังไง เขาเองก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของตัวเองเท่าไหร่ว่าทำไมถึงไม่ยอมฆ่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นศัตรูคู่แค้นของตัวเองไปซะทั้งๆ ที่มีโอกาสแล้ว


           บรรยากาศที่ดูเหมือนจะยังดีอยู่เมื่อครู่กลับรู้สึกบีบให้เรเยสรู้สึกอึดอัดขึ้นมาในพริบตาเมื่อสายตาอีกฝ่ายยังคงคาดคั้นจะเอาคำตอบ


           “...”


           ต้องการอะไรจากฉันอีกงั้นเหรอน้ำเสียงของมอร์ริสันแผ่วเบาลงเจือด้วยความเจ็บปวดที่มองไม่เห็น เขาต้องการคำตอบหลายๆ เรื่องจากคนตรงหน้า ไม่ว่าจะเรื่องตอนนี้หรือบางเรื่องในอดีต ถึงแม้จะรู้นิสัยเพื่อนเก่าคนนี้ดีว่าเป็นคนไม่ยอมพูดอะไรก็ตามที่ไม่ต้องการให้คนอื่นได้รู้ แต่อย่างน้อยบางเรื่อง.. แค่บางเรื่องก็ยังดี ให้เขาได้รู้อะไรที่เกี่ยวกับคนตรงหน้านี้บ้าง


           ฉันก็แค่ต้องการ..” นาย-- คำพูดที่ถูกกลืนไปยังไม่ทันจบประโยค เรเยสเลือกที่จะเงียบไปสักพักก่อนที่เขาจะตัดสินใจพูดโกหกอีกคนเหมือนทุกครั้งที่เคยผ่านมาในอดีต "ก็แค่ต้องการข้อมูลของหน่วย Overwatch จากนายเท่านั้นคำโกหกคำโตถูกปล่อยออกจากปากของเขา ภายใต้หน้ากากกะโหลกและผ้าคลุมสีดำที่ช่วยปกปิดสีหน้าอ่อนแอนั่น แกเบรียลนึกขอบคุณสองสิ่งนี้ในใจ


           งั้นเหรอ"


           “...” ไม่.. ไม่ใช่-- เรเยสตะโกนแย้งอยู่ในใจของตัวเองแต่ไม่สามารถพูดออกไปให้อีกคนได้ยิน


           สำหรับในสายตาของนาย ฉันมีค่าแค่เพื่อผลประโยชน์ของนายสินะมอร์ริสันเอ่ยเสียงเศร้า สีหน้าของเขาอ่อนลงและแสดงถึงความอ่อนแอไม่ต่างจากสีหน้าของคนที่มีหน้ากากปิดบังเอาไว้


           “...” ไม่จริงเลยสักนิดแจ็ค.. สำหรับฉันนายไม่ได้มีค่าแค่นั้น


           ถ้านายไม่มีอะไรแล้วฉันขอพักอีกสักหน่อยก็แล้วกัน ถึงเวลาที่ต้องการข้อมูลก็เชิญทรมานฉันให้ตายได้เลย เพราะฉันไม่มีวันคายความลับของเพื่อนพ้องให้คนนอกอย่างนายเด็ดขาด!” พลทหาร 76 ตะโกนใส่อีกฝ่าย ใบหน้าที่เคยอ่อนแอนั่นกลับแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที เขาจ้องมองที่รีปเปอร์ราวกับต้องการที่จะฆ่าคนๆ นี้ซะตอนนี้ถ้าไม่ติดที่ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินที่จะลงมือ


           หึ พักไปตามสบายเถอะรีปเปอร์เค้นเสียงทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่เขาจะกลายร่างตัวเองเป็นกลุ่มควันสีดำและลอยตัวออกมานอกห้องพัก จิตใจของเขาว้าวุ่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งหงุดหงิดและเสียใจไปพร้อมๆ กัน เขาเกลียดตัวเองที่เปราะบางแบบนี้ เรเยสที่ลอยมาหยุดที่ส่วนกลางของฐานลับอารมณ์ของเขาคุกรุ่นจากความหงุดหงิดที่ไม่เข้าใจตัวเองทำให้เขาเลือกที่จะระบายอารมณ์กับหน้ากากโง่เง่าที่ตัวเองเพิ่งนึกขอบคุณมันเมื่อนาทีก่อน


           สีหน้าเจ็บปวดของ แกเบรียล เรเยส ที่ แจ็ค มอร์ริสันไม่มีวันได้เห็น ใบหน้าที่แสดงถึงความอ่อนแอและเจ็บปวดของจิตใจนั่นเผยให้เห็นหลังจากชุดคลุมและหน้ากากถูกถอดทิ้งไป ทำให้ใครอีกคนที่ยืนมองอยู่ในมุมมืดของห้องถึงกับอดกล่าวเยาะเย้ยเขาไม่ได้


           หึ ใครกันนะที่ทำให้นักฆ่าอิสระอย่างรีปเปอร์แสดงสีหน้าเจ็บเจียนตายจนน่าสมเพชออกมาได้ถึงขนาดนี้วิโดว์พูดพลางก้าวเท้าอืดอาดออกมาจากมุมมืด "อย่าบอกนะว่าไอ้คนที่นายแบกมาจากเมืองโดราโดวันนั้นน่ะเธอพูดพลางทำท่าทางนึกออกได้โอเวอร์จนเรเยสนึกหมั่นไส้อยากหยิบลูกซองยิงให้เธอไปให้พ้น


           มันจะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่เกี่ยวกับเธอเขาตอบปัดอย่างไม่นึกจะสนใจอีกฝ่ายไปมากกว่านี้


           ฉันไม่เคยเห็นเธอในมุมแบบนี้เลยนะรีปเปอร์ ตกหลุมรักหมอนั่นหรือไง ทำหน้าเหมือนคนเพิ่งโดนหักอกมาอย่างนั้นหละ"


           เรเยสเงยหน้ามองวิโดว์อย่างนึกสงสัย "ตกหลุมรัก ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "อย่างฉันกับหมอนั่นมันเลยจุดที่เรียกว่าตกหลุมรักมาแล้วล่ะมั้งเรเยสนึกหัวเราะหยันตัวเอง


           แต่ที่บอกว่าโดนหักอกนี่ก็ไม่แน่นะเขาทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นก่อนจะไม่ตอบอะไรหญิงสาวตรงหน้าอีก วิโดว์ที่ถูกปาระเบิดคำตอบใส่ไว้แบบนั้นก็แสดงถึงความอยากรู้ออกมาอย่างปิดไม่มิดจนต้องโดนเรเยสไล่ออกจากฐานไปเพราะความรำคาญอีกเหมือนทุกครั้ง


           คล้อยหลังจากที่ออกมาจากฐานลับของรีปเปอร์-- สไนเปอร์สาววิโดว์เมคเกอร์ติดต่อไปยังองค์กรของตนเองเพื่อบอกข่าวที่ได้จากการไปล้วงข้อมูลมาจากเป้าหมาย





           นับตั้งแต่วันที่มอร์ริสันฟื้นขึ้นมานี่ก็ปาไปห้าวันแล้วที่เขาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในฐานลับของศัตรู


           นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่แกเบรียล"


           หืม ?” เรเยสที่ใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับข่าวในหนังสือพิมพ์ส่งเสียงในลำคอพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถามอีกฝ่ายว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไรนะเมื่อเขาไม่ได้ฟังคำถามของอีกฝ่าย


           มอร์ริสันที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ เขาฟื้นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปนานเกือบอาทิตย์ตามที่หมอนี่บอกเขา แต่ก็ต้องมานั่งแกร่วอยู่ในฐานลับกับเพื่อนเก่าที่อยู่ในชุดคลุมสีดำกับหน้ากากกะโหลกสีขาวที่วันๆ เอาแต่ลอยไปลอยมาอยู่ในฐานลับนี่ วันไหนที่อีกคนจะไปข้างนอกก็ไม่บอกเขาปล่อยให้เขาตะโกนหาทั้งวัน นึกอยากจะแว้บไปแว้บมาก็ทำ แถมยังไม่บอกจุดประสงค์จริงๆ ของตัวเองที่จับเขามาให้ฟังอีก


           แกเบรียล.. นี่นายคิดว่าชีวิตฉันว่างถึงขนาดที่จะมาขลุกอยู่ในฐานลับกับนายทุกวันเลยหรือไงเขาเอ่ยถามเรเยสที่ตอนนี้มีทีท่าจะกลับไปสนใจหนังสือพิมพ์อีกแล้ว "ตอบคำถามฉันก่อนสิเขาดึงหนังสือพิมพ์ในมืออีกฝ่ายก่อนจะพับมันวางไว้บนโต๊ะ


           ก็ไม่เห็นว่านายจะมีอะไรต้องไปทำนี่เรเยสตอบเขาเพียงแค่นั้นก่อนจะเอื้อมไปหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมที่เขาเพิ่งพับไปวางไว้


           ฉันมีงานต้องทำนะแกเบรียล"


           ถ้างานที่รับจ็อบเป็นศาลเตี้ยฉันไปทำแทนมาหมดแล้ว ที่หายๆ ไปทุกคืนนี่ไงอีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ


           นี่!”


           อะไรอีกล่ะแจ็ค"


           ฉันต้องกลับไปหาพรรคพวกที่หน่วยโอเวอร์วอช นายก็รู้ใช่มั้ยแกเบรียล"


           … หมอนี่เลิกพูดเรื่องนี้สักวันจะได้มั้ยเนี่ย เก่งจริงๆ เรื่องทำลายบรรยากาศดีๆ น่ะ – เรเยสคิดในใจอย่างหงุดหงิด


           ฉันรู้"


           นายก็ปล่อยฉันกลับไปสิ ฉันมีเด็กๆ ที่ต้องไปดูแล มีงานที่ต้องกลับไปรับผิดชอบอยู่นะ นายจะมาขังฉันไว้ที่นี่ทำไมกัน ข้อมูลอะไรนั่นที่นายบอกต้องการก็ไม่เห็นจะมีสักคำถาม นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่แกเบรียลคำถามสไตล์มอร์ริสัน—เขาเรียกมันว่าแบบนั้นเวลาที่หมอนี่ชอบถามอะไรยาวๆ เรเยสกลอกตากับคำถามที่ตัวเองถูกถาม เขาเลือกที่จะนิ่งเงียบเป็นคำตอบเหมือนเช่นทุกครั้งที่โดนถามด้วยคำถามทำนองนี้


           ฉันเกลียดนายจริงๆ แกเบรียล-- ปามาทำไม!” มอร์ริสันหันไปแหวคนข้างๆ ที่อยู่ดีๆ ก็ปาหนังสือพิมพ์ลงมาที่ตักของเขา


           อ่านซะแล้วหยุดโวยวายซะที รำคาญเขาบอกอีกคนด้วยเสียงแหบต่ำเป็นเอกลักษณ์ที่ตอนนี้ติดรำคาญเล็กน้อยทำให้มอร์ริสันเลือกที่จะสงบปากสงบคำแล้วอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ตามที่อีกคนบอก


           ในระหว่างนั้นเรเยสก็เลือกที่จะลุกไปยืนตรงอื่น เขาเดินไปที่เคาท์เตอร์บาร์ข้างหลังที่อยู่ไม่ไกลมากจากโซฟาที่นั่งเมื่อครู่ เขาถอดหน้ากากและผ้าคลุมของตัวเองออกเพราะอึดอัดที่จะต้องใส่มันตลอดเวลาที่เขาอยู่กับมอร์ริสันซึ่งปกติเขาจะใส่แค่ช่วงที่ออกไปทำภารกิจเท่านั้น


           เห้อ ได้หายใจเต็มปอดในรอบสัปดาห์เลยมั้งเนี่ยเรเยสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่ไม่นานที่ได้พักหายใจหายคอ คนที่เพิ่งนึกถึงเมื่อกี้ก็วิ่งมาฟาดหนังสือพิมพ์ลงกับเคาท์เตอร์บาร์ต่อหน้าเขา


           นี่มันหมายความว่าไง! SD76 หายสาบสูญ คาดเสียชีวิตระหว่างไปปฏิบัติภารกิจ!”


           ถามฉันแล้วฉันจะรู้เรื่องด้วยไหมล่ะเรเยสกลอกตาตัวเองแทบจะเป็นเลขแปดใส่คนตรงหน้า เขาไม่ได้รู้เรื่องที่ข่าวนี้จะถูกนำไปตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์สักนิด ถึงแม้เขาจะมีส่วนในการหายตัวไปของพลทหาร 76 ที่ว่าก็เถอะ


           นายลักพาตัวฉันมาเพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าฉันเสียชีวิตไปแล้วใช่มั้ย นายต้องการให้หน่วยโอเวอร์วอชล่มอีกรอบใช่มั้ยเรเยส ตอบมานายก็รู้ว่าถ้าพวกวายร้ายหรือประชาชนเห็นข่าวนี้มันจะส่งผลกระทบถึงความมั่นคงและความเชื่อใจของประชาชนที่มีต่อพวกเรามากขนาดไหน!”


           เฮ้ยๆ ใจเย็นสิมอร์ริสันเขารู้ว่าเวลาที่หมอนี่เรียกนามสกุลแทนที่จะเป็นชื่อเขาแสดงว่าคนตรงหน้านี่เริ่มจะหมดความอดทนกับเขาทีละนิด


           ให้ฉันติดต่อกลับไปที่หน่วยโอเวอร์วอชเดี๋ยวนี้!”


           ใจเย็นสิ เฮ้ฉันบอกให้นายใจเย็นๆ ไง!" เขาตะโกนตอบกลับอีกฝ่ายบ้าง "ตั้งสติหน่อยมอร์ริสัน ถึงฉันจะขังนายไว้ที่นี่แต่เรื่องข่าวพวกนี้ฉันไม่รู้เรื่องด้วยหรอกนะ ฉันไม่ไ่ด้ต้องการให้ใครคิดว่านายตายไปเป็นรอบที่สองหรอกนะ ถึงทีแรกตั้งใจจะฆ่านายจริงๆ ก็เหอะ"


           “...” ความเงียบของมอร์ริสันน่ารำคาญ-- เรเยสรู้เรื่องนั้นดี หมอนี่ไม่เหมาะกับความเงียบหรืออะไรแนวๆ นั้นหรอก 


           นายมันโง่มอร์ริสันเขาสบถแค่นั้นก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารขนาดพอดีมือส่งให้อีกคน “ติดต่อหน่วยของนายไปสิ แล้วเลิกโวยวายด้วย มันน่ารำคาญ!” เขาขึ้นเสียงใส่อีกคนแล้วหายตัวหนีมา


           เขาพากลุ่มควันที่ห่อหุ้มร่างของตัวเองมาอยู่ในห้องนอนของตัวเอง แววตาเจ็บปวดที่คิดว่าตัวเองโดนหลอกของมอร์ริสันยังสั่นแววระริกชัดเจนในความทรงจำ.. แน่ล่ะสิ ในเมื่อเขาเพิ่งเห็นมันเมื่อครู่นี้เอง เขาเหยียดยิ้มน่าสมเพชให้กับตัวเอง .. นายไม่ได้โง่หรอกมอร์ริสัน เพราะเป็นเขาที่โง่เองที่ตัดสินใจเอาข่าวแบบนั้นไปให้อีกฝ่ายดู ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าอีกคนจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมายังไงหลังจากที่อ่านข่าวตัวเองจบ


           หึ.. คนที่โง่คือนายมากกว่าสินะ แกเบรียล เรเยสเขาแค่นหัวเราะใส่ตัวเองอย่างนึกสมเพชหลังจากที่เอาเจ้าเครื่องมือสื่อสารไปให้อีกคน "ไปสิ ให้นายหนีไปจากฉันอีก คราวนี้ฉันคงไม่ตามไปทำลายความสุขของนายที่ไหนอีกแล้วเขาพึมพำกับตัวเองด้วยความเจ็บปวด


           ฉันสมควรปล่อยมือจากนายจริงๆ สักทีใช่มั้ยแจ็ค


           ฉันสมควรลืมเรื่องราวของเราสองคนในอดีตให้หมดใช่มั้ยแจ็ค


           .. จริงๆ แกเบรียล เรเยส ก็ยังเป็นไอ้โง่ที่ใช้ชื่อรีปเปอร์มาบังหน้าเพื่อปิดบังความอ่อนแอและเปราะบางในจิตใจของตัวเองก็เท่านั้นแหละ





- Ruin -





           ลาก่อน แจ็ค มอร์ริสัน


           ฉันนัดกับพรรคพวกไว้ที่นี่แหละ นายก็รีบไปเถอะ..” เสียงของมอร์ริสันแผ่วเบา


           หลังจากที่เขาได้ติดต่อไปที่ศูนย์บัญชาการ วินส์ตันก็บอกว่าจะส่งยานพาหนะมารับเขาภายในเย็นวันนี้ตามสถานที่ที่ได้นัดแนะกันไว้


           เรเยสไม่มีคำเอ่ยลาที่จะเอ่ยออกไปให้กับอีกคน เขากำลังสับสนว่าตัวเองสมควรทำยังไง เขาไม่อยากสูญเสียคนตรงหน้าไปอีกแต่ในเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างมันเลวร้ายลงมามากและนานเกินกว่าที่จะแก้ไขอะไรได้


           นาย.. ต้องการที่จะกลับไปจริงๆ น่ะเหรอแจ็ค” ประโยคเลื่อนลอยที่ดังอู้อี้ภายใต้หน้ากากกะโหลกสีขาวนั่น เขาทำได้แค่เอ่ยมันออกมาให้เบาที่สุดในขณะที่ยืนมองอีกคน


           สายตาเศร้าสร้อย อาวรณ์ เลื่อนลอยของชายในชุดผ้าคลุมดำถูกปิดบังไว้ใต้หน้ากากกะโหลกสีขาว ไม่ต่างจากอีกคนที่ใบหน้าและความรู้สึกทุกอย่างถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของตัวเองเช่นกัน หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แจ็ค มอร์ริสันตอบตัวเองได้ว่าเขามีความสุขแบบที่ไม่มีมานาน เขารู้สึกสบายใจและเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ถึงแม้จะอยู่ร่วมกับศัตรูในฐานลับของอีกฝ่ายก็ตาม


           เขาปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเวลาเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมา การอยู่กับเรเยสหวนให้ตัวเขาเองนึกถึงช่วงเวลาในอดีตสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นคู่หู เพื่อนซี้ และรวมถึงฐานะคนรัก เขารู้ดีว่าเรเยสก็รู้สึกแบบเดียวกันตลอดเวลาช่วงเวลาสองสัปดาห์นี้เพียงแต่อีกฝ่ายไม่เถรตรงมากพอที่จะแสดงออกมาให้เขาได้เห็น รวมถึงตอนนี้ เขาเองก็รู้ดีว่าในจิตใจของอีกฝ่ายก็คงไม่ต่างจากตนเองมาก.. อาลัยอาวรณ์ และก็คงไม่อยากแยกจากกันอีก


           เรากลายเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ เรเยส ? – มอร์ริสันตั้งคำถามภายในจิตใจตัวเอง


           ถ้านายไม่รีบไปพวกนั้นต้องมาจับนายแน่ๆ โดยเฉพาะวินส์ตัน รายนั้นได้ฆ่านายแน่พลทหาร 76 เอ่ยบอกอีกคนที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง


           อื้ม รู้แล้วรีปเปอร์เค้นเสียงตอบอีกคนเพียงเท่านั้น ลำคอของตัวเองแห้งผากเกินกว่าที่จะตอบอีกฝ่ายได้มากกว่านี้ "ฉันขอสิ่งหนึ่งก่อนที่เราสองคนจะจากกันได้มั้ยแจ็ค"


           มันเป็นสิ่งที่ตัวเขาต้องการเป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะ แกเบรียล เรเยส ไม่ใช่รีปเปอร์ ศัตรูของพลทหาร 76


           อะไรเหรอ"


           จูบลา..” เรเยสตอบทันควัน "มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันขออะไรแบบนี้จากนาย หลังจากวันนี้เราก็จะกลายเป็นศัตรูกันเหมือนเดิมและฉันจะลืมเรื่องทั้งหมดระหว่างเราไปซะเขาพูดหนักแน่น


           “...” มอร์ริสันเผยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิดภายใต้หน้ากากของตัวเอง เขานึกขอบคุณมันที่ปิดรอยแห่งความดีใจของตัวเองไว้มิดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าเขามีความสุขกับคำๆ นั้นมากแค่ไหน


           ได้มั้ยแจ็ค..” เรเยสถามย้ำอีกครั้ง แล้วหัวใจของเขาก็เต้นโครมครามราวกับวัยรุ่นมีรักแรกเมื่อมอร์ริสันพยักหน้าตัวเองแทนคำตอบจากปาก


           แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ขยับเข้าไปใกล้กันหรือทำอะไรที่มากกว่านี้ เสียงใสของหญิงสาวปริศนาจากบนดาดฟ้าตึกกลับดึงเอาความสนใจของทั้งคู่ให้หันไปมองแทน


           อ้าว.. ว่าไงละเนี่ย สงสัยมาขัดจังหวะใช่มั้ย ขอโทษทีนะ~” รอยยิ้มของวิโดว์เมคเกอร์แสยะเหยียดออกที่มุมปากอย่างจงใจ "น่าสนใจเหมือนกันนะ ศัตรูคู่แค้นแต่ในอดีตกลับเป็นถึงคนรักกันมาก่อน หึ.. เวลาไล่ฆ่ากันนี่รู้สึกยังไงเหรอเธอพูดพลางเล็งปลายกระบอกปืนไรเฟิลมาทางทั้งคู่


           วิโดว์!”


           ว่าไงรีปเปอร์เพื่อนรักเธอพูดพลางแสยะยิ้มในขณะที่ห้อยหัวลงมาหาคนทั้งคู่เรื่อยๆ


           เธอมัน..” เรเยสได้แต่กำมือแน่น "เล่นตลกอะไรก็ตามอย่าเอาเขาเข้ามายุ่ง ฉันเคยบอกเธอไปแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามายุ่งย่ามกับเรื่องส่วนตัวของฉัน!” เสียงแหบต่ำตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด


           คงจะไม่ได้หรอกนะรีปเปอร์.. เพราะภารกิจของฉันในครั้งนี้คือจับตัวหมอนั่นไปยังไงล่ะ"


           ว่าไงนะ!” ไม่ทันที่เรเยสหรือมอร์ริสันจะได้ตั้งตัว หน่วยทหารขององค์กรทาลอนนับร้อยชีวิตก็กรูเข้ามาล้อมพวกเขาอย่างรวดเร็ว..


           เจ้าพวกนี้.. มันซ่อนอยู่ตามมุมตึกอย่างงั้นเหรอ – เรเยสคิดในใจ เขาแทบจะหมดความอดทนกับเรื่องตรงหน้าและพร้อมหยิบปืนลูกซองข้างตัวสาดกระสุนใส่ศัตรูพวกนี้ซะให้หมด ติดอยู่ที่เขาทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ..


           แจ็ค มอร์ริสันยังยืนอยู่ตรงนี้.. นั่นคือปัญหา


           หึ คงหาทางใช้ท่า Death Blossom อยู่ล่ะสิ แต่เสียใจด้วยนะเพราะถ้านายทำแบบนั้นคนรักของนายก็อาจจะได้รับบาดเจ็บจนถึงชีวิตไปด้วยก็ได้วิโดว์พูดขึ้นพร้อมยกยิ้มอย่างผู้เหนือชัย


           แก..” เรเยสกำมือแน่นด้วยความเหลืออด


           ใจเย็นๆ นะแกเบรียลมอร์ริสันที่ยืนอยู่ข้างๆ เอื้อมมือมาบีบมือเขาเบาๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ของเขาอารมณ์เย็นลงแม้แต่นิด


           พวกแก..” เรเยสเค้นเสียงต่ำออกมาจากลำคอด้วยความอดทนที่เหลือน้อยลงเต็มที


           "ฮะๆนายทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะสินะเพราะงั้นฉันขอรับตัวเจ้าหมอนี่ไปละกัน ส่วนนาย.. พลทหาร 76 อย่าคิดที่จะขัดขืนหรือต่อสู้กับคนของฉันอย่างเด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วไม่นายก็เจ้าหมอนั่นโดนฉันเป่าสมองกระจุยแน่วิโดว์ยกยิ้มก่อนที่จะสั่งให้พวกทหารขององค์กรพาตัวมอร์ริสันกลับไปที่ฐานในขณะที่เรเยสได้เพียงแต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บใจ “ลาก่อนนะรีปเปอร์~” วิโดว์ขยิบตาให้อีกฝ่ายก่อนจะกระโดดหายเข้าไปในยานที่จอดรออยู่ที่ตึกข้างๆ


           เขานึกโทษตัวเองในใจที่ทำให้มอร์ริสันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทาลอนไม่ใช่องค์กรที่สมควรไปคบค้าด้วยตั้งแต่แรก พวกน่ารังเกียจเอ้ย!-- เรเยสนึกสบถอยู่คนเดียวในใจ เขาหยิบเครื่องมือสื่อสารที่เคยให้มอร์ริสันยืมใช้ติดต่อกับคนที่หน่วยโอเวอร์วอชออกมาติดต่อไปยังรายชื่อล่าสุดที่เพิ่งได้ติดต่อไป..


           (เมอร์ซี่ หน่วยโอเวอร์วอชรับสาย ไม่ทราบว่านั่นใครคะ)


           รีปเปอร์เขาตอบปลายสายไปสั้นๆ และดูเหมือนว่าปลายสายจะช็อคไปเล็กน้อยกับคำตอบนั้น


           "ไม่มีเวลามาตกใจหรืออะไรทั้งสิ้น พลทหาร 76 ถูกองค์กรทาลอนจับตัวไป ย้ำอีกครั้ง พลทหาร 76 ถูกองค์กรทาลอนจับตัวไป ถ้าพวกแกอยากจะไปช่วยพวกพ้องฉันจะนำทางไปให้แต่ต้องมารับฉันไปด้วย สถานที่คือตรงที่พวกแกนัดพลทหาร 76 ไว้ จบกันแค่นี้"


           (จบกันแค่นี้เสียงของรุ่นน้องสาวที่เขาเคยคุ้นหน้าเป็นอย่างดีตอบรับกลับมาแค่นั้นก่อนสายจะถูกวางไป


           ในตอนนี้ เขาไม่สนใจอีกแล้วว่าตัวเองจะถูกโอเวอร์วอชจับตัวไปลงโทษหรืออะไร ขอเพียงแค่เจ้าพวกนั้นมารับเขาแล้วรีบไปช่วยมอร์ริสันให้ทันเวลาก็พอแล้ว..


           ในตอนนี้ หัวสมองของเขามีแต่เรื่องของแจ็ค มอร์ริสันเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าองค์กรนั่นจะจับมอร์ริสันไปทำไม แต่เจ้าพวกนั้นต้องโดนฆ่าล้างองค์กรโดยฝีมือเขาอย่างแน่นอน.. รอแค่ให้มอร์ริสันปลอดภัย


           เรเยสกำมือแน่นด้วยความแค้น-- รอก่อนนะมอร์ริสัน ฉันกับพรรคพวกของนายกำลังจะไปช่วยนายแล้ว!




- Ruin -


 
  CR.SQW
 

ผลงานอื่นๆ ของ with her percentage

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 กันยายน 2561 / 11:34

    มาต่อตอนที่ 3 แล้วนะคะ

    ขอโทษที่ดองไปตั้งสองปีค่ะ ... LOL

    https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1864404

    #9
    0
  2. #8 Fear666
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 15:02

    มาต่อนะคะ รออยู่น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    #8
    0
  3. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 23:08
    ต่ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #7
    0
  4. #6 bai tong nsrissara
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 22:52
    มีต่อไหมค้ะ อยากอ่าน ช่วยเอาลิงค์มาไห้หน่อยเพราะหาไม่เจอสักที่

    ขอร้องเถอะค้ะ หามาเปน ชั่วโมง ขอบคุณมากน้ะค้ะ ที่ไห้ลิงค์
    #6
    1
    • #6-1 聖圭。
      1 ตุลาคม 2559 / 04:16
      ตอนที่ 3 ยังแต่งไม่จบค่า ขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ ?
      #6-1
  5. วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:15
    ต่อตอนที่ 2 แล้วนะคะ สามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้เลยงับ !
    http://writer.dek-d.com/w/writer/view.php?id=1500719
    ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันน้า ♡

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:16
    #5
    0
  6. #4 wcz*
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 01:22
    รอนะคะ

    เอ็ดจ์ลอร์ดนี่มันซึนจริงๆ แด๊ดก็พอๆ กัน โอ๊ยสองคนนี้นี่สุดๆ XD

    แต่อ่านแล้วแบบพยายามนึกภาพในเกมตาม

    น่าจะมีตอนแด๊ดปา biotic field แล้วเรียกรีปเปอร์มาใกล้ๆ กรั๊กๆๆๆๆๆๆ

    //เพ้อแรง
    #4
    1
    • #4-1 聖圭。
      25 กรกฎาคม 2559 / 05:09
      เรียกsd76 ว่าแด๊ดเหมือนกันเลยค่ะ ! > - <
      ขอบคุณที่ติดตามฟิคเรื่องนี้น้า :-3
      #4-1
  7. วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 05:20
    คู่นี้นี่สมกับคอนเซปคู่สามีภรรยาที่เลิกกันแล้วจริงๆ เจอกันทีไรถ่านไฟเก่าก็คุกรุ่น

    ยังไม่จบใช่รึเปล่าคะ? ใช่ไหมๆ
    #3
    1
    • #3-1 聖圭。
      25 กรกฎาคม 2559 / 05:10
      ขอบคุณที่ติดตามฟิคเรื่องนี้นะคะ ยังไม่จบค่า~
      เค้าลงตอนที่สองให้แล้วน้า :-3 ลิงค์ดูได้ที่คอมเม้นท์ที่ 5 เลยค่ะ ♡
      #3-1
  8. #2 somejust
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:47
    มีต่อใช่ไหมคะะะะะ//ส่งสายตาด้วยความตื่นเต้น



    แกเบี่ยลนี่แกเบี่ยลจริงๆ บอกจะฆ่าอีกฝ่าย สุดท้ายก็ทำไม่ลงแถมขนเจ้าตัวกลับมาด้วย555

    แจ็คโดนจับไปแล้ว นายต้องตามกลับมาให้ได้นะ!!



    #2
    1
    • #2-1 聖圭。
      25 กรกฎาคม 2559 / 05:11
      เนาะ แกบี้นี่น่าตีจริงๆ เลย! 5555555
      อัพตอนที่สองให้แล้วนะคะ ขอบคุณที่ติดตามฟิคของเรานะคะ ~
      #2-1
  9. วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 15:03
    รออ่านอยู่นะคะ //-//
    #1
    1
    • #1-1 聖圭。
      25 กรกฎาคม 2559 / 05:11
      ขอบคุณที่ชื่นชอบและติดตามฟิคของเราน้า~
      อัพตอนที่สองให้แล้วนะคะ ดูลิงค์ได้ที่คอมเม้นท์ที่ 5 หรือบทความข้างบนเยยงับ !
      #1-1