[Fic SNSD] Duo Band (YulSic)(Yuri) - นิยาย [Fic SNSD] Duo Band (YulSic)(Yuri) : Dek-D.com - Writer
×

    [Fic SNSD] Duo Band (YulSic)(Yuri)

    โดย blacktea

    ผู้เข้าชมรวม

    6,193

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    13

    ผู้เข้าชมรวม


    6.19K

    ความคิดเห็น


    75

    คนติดตาม


    52
    จำนวนตอน :  8 ตอน
    อัปเดตล่าสุด :  31 ม.ค. 57 / 03:12 น.

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูรายการอีบุ๊กทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

    Duo Band

    เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินวง Singular

     

    Intro

    เสียงกีตาร์ดังเบาๆลอดออกจากห้อง นิ้วยาวเรียวกดลงบนสายอย่างชำนาญ มองดูเด็กตัวน้อยๆตรงหน้าจ้องมองเธอก็ยิ้มให้ ก่อนจะหยุดมือลงแล้วบอกให้เจ้าหนูเริ่มหัดบ้างหลังจากที่เธอทำตามคำขอโดยการเล่นเพลงให้ฟังสั้นๆ

     

    “เมื่อไหร่ผมจะเล่นเก่งแบบนั้นบ้างครับครูยูล” เจ้าหนูขยับมาใกล้ ลูบไล้กีตาร์ในมือครูของตน

     

    “ก็ถ้าไม่ขยันฝึกจะเก่งได้ยังไงล่ะ หืม” ยูริยกมือขยี้หัวเจ้าหนูเบาๆ

     

    “ไปหัดได้แล้ว เดี๋ยวครูออกไปเข้าห้องน้ำ ห้ามแอบอู้นะ” ยูริลุกขึ้น รูปร่างสูงโปร่งอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี ใบหน้าคมคายมีรอยยิ้มจางๆ เมื่อมองดูลูกศิษย์ตัวน้อยพยายามยืดนิ้วจับคอร์ดตามที่สอน เมื่อเดินออกมาก็พบเข้ากับเจ้าของโรงเรียนสอนดนตรีแห่งนี้ “ชเว ซูยอง”

     

    “อ้าว ยูล พอดีเลย นี่สอนเสร็จรึยัง มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย” หญิงสาวในชุดสูทดูภูมิฐานเอ่ยขึ้น ความจริงโรงเรียนแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นจากความชื่นชอบส่วนตัวของซูยองล้วนๆ เพราะครอบครัวของซูยองก็มีธุรกิจหลายอย่างที่ต้องดูแล แต่เจ้าตัวยืนยันจะสร้างที่นี่ขึ้นให้ได้ ยูริจึงมีโอกาสได้มาทำงานที่นี่และคอยดูแลให้เวลาที่ซูยองยุ่งๆ

     

    “ยังไม่เสร็จเลยค่ะ ยังเหลืออีกชั่วโมงนึง” ซูยองพยักหน้า

     

    “ถ้าเสร็จแล้ว ยังไงเข้าไปคุยกับฉันในห้องหน่อยนะ”

     

    “ค่ะ” ยูริตอบรับก่อนจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะกลับมาสอนตามปกติ

     

    =====================

     

    ยูริเคาะประตูหน้า เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากภายในหญิงสาวก็เปิดเข้าไป เห็นอีกคนกำลังนั่งดูเอกสารบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้

     

    “นั่งสิ” ซูยองผายมือให้ ยูรินั่งลงตรงหน้า

     

    “ฉันมีงาน สนใจไหม” ซูยองยิ้มกว้าง

     

    “แบคอัพเหรอคะ” ยูริเอ่ยถาม ปกติเธอก็รับงานสอน งานแบคอัพให้นักร้องทั่วไป ซูยองส่ายหน้า

     

    “ไม่ใช่ แต่ฉันจะให้เธอออกอัลบั้ม”

     

    “อัลบั้ม” ยูริเบิกตา แม้จะเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็กแต่จะเป็นไปได้ยังไง เสียงเธอก็ใช่ว่าจะดี

     

    “แต่เสียงฉันคงไม่ไหวมั้งคะ”

     

    “ไม่ได้ออกเดี่ยวหรอก เป็นคู่ มีนักร้องกับนักดนตรี ฉันเอาเพลงที่เธอแต่งให้เพื่อนลองฟังดู เธอบอกอยากให้คนที่เสียงใสๆหวานๆร้องใช่ไหม ฉันเลยให้ลูกพี่ลูกน้องฉันคนนึงร้องให้ ออกมาดีทีเดียว อยากลองฟังมั้ย”

     

    “ค่ะ” ยูริพยักหน้ารับ ซูยองยื่นหูฟังให้ ก่อนจะใส่ซีดีแล้วกดเปิด ยูริฟังเสียงนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา เหมือนที่ตั้งใจไว้ไม่มีผิด เสียงใสกับเพลงสบายๆ มันเหมือนกับที่เธอหวังจะได้ฟังจากเพลงของตัวเอง แต่ยิ่งฟังยูริก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย เสียงนี้เหมือนที่เธอเคยได้ฟังตอนก่อนนอนอยึ่ระยะหนึ่ง เสียงที่เธอหวังจะได้ยินมันตลอดไป แต่มันก็ไม่เป็นดังหวัง

     

    ซูยองมองดูยูริหลับตาแล้วยิ้มออกมาก็รู้ว่าอีกคนพอใจมากขนาดไหน เมื่อยูริถอดหูฟังออก ซูยองก็เอ่ยถามทันที

     

    “ชอบมั้ย ถ้าชอบคนร้องเค้าก็สนใจอยู่นะ เค้าบอกเพลงเธอมีความหมาย ฟังแล้วสบายใจ”

     

    “เหรอคะ” ยูริยิ้มกว้าง ที่แต่งก็ตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้น

     

    “อืม ฉันเองก็อยากลองปั้นนักร้องกับเค้าบ้าง” ซูยองเอนหลังพิงเก้าอี้ สองมือประสานรองบนศีรษะ

     

    “คุณซูยองไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ ทำงานเยอะขนาดนี้ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปให้หนุ่มๆกันล่ะ” ยูริเอ่ยแซว

     

    “ฉันนึกว่าเธอรู้ซะอีก” ซูยองขยับมานั่งตัวตรง จ้องดูคนตรงหน้า

     

    “รู้อะไรคะ”

     

    “ฉันชอบสาวๆ ไม่ใช่หนุ่มๆ” ซูยองยิ้มหวานให้ ยูริได้แต่เบิกตา

     

    “จริงเหรอคะ” ยูริถามย้ำ

     

    “จริงสิ แล้วฉันก็รู้ ว่าเธอเองก็เหมือนกัน” ยูริได้แต่หัวเราะแห้งๆ

     

    “เรื่องนั้น ฉัน”

     

    “ไม่เห็นน่าอาย แล้วตกลงเอายังไง เธอสนใจไหม ถ้าสนใจฉันจะนัดคนร้องมาเจอ ลองให้มาร้องสดเข้ากับกีตาร์เธอ ดูว่าเธอโอเคไหม” ซูยองเสนอ

     

    “ค่ะ ฉันตกลง” ยูริเอ่ย โอกาสที่รอคอยมาตรงหน้า ยังไงก็ต้องคว้าไว้

     

    “แล้วเอ่อ คนร้องนี่ชื่ออะไรคะ” ยูริเอ่ยถาม

     

    “เจสสิก้า”

     

    “คะ” ยูริอุทาน

     

    “น่าตกใจตรงไหน เจสสิก้า จอง ลูกสาวกลุ่มทุนจองไง ใครๆก็รู้จัก เห็นว่าอยากจะลองทำอะไรอย่างอื่นดูบ้าง ฉันเลยชวนมาลองดู”

     

    “แล้วเธอรู้ไหมคะ ว่าใครแต่งเพลงที่เธอร้อง” ยูริเอ่ยถาม รอยยิ้มเริ่มหดหาย

     

    “รู้แค่เป็นครูสอนดนตรีที่โรงเรียนฉันเท่านั้นแหล่ะ แต่เจสสิก้าชอบเพลงเธอนะ ยูริ” ใช่สิ ถ้าพี่สิก้ารู้ต้องไม่ตกลงมาทำอะไรแบบนี้แน่ พี่สิก้าไม่อยากเข้าใกล้เธอด้วยซ้ำ ยูรินั่งคิด

     

    “ยูริ เหม่ออะไร” เสียงเรียกชื่อดังขึ้นจนสะดุ้ง

     

    “คะ ไม่มีอะไรค่ะ” ยูริรีบปฏิเสธ

     

    “เดี๋ยวอาทิตย์หน้าฉันนัดพวกเธอมาเจอกันดีกว่า จะได้ดูว่าจะทำงานด้วยกันได้ไหม แต่ฉันหวังไว้นะ ถ้าเธอได้ออกอัลบั้มกับเจสสิก้ารับรองดัง เพราะเจสสิก้าก็มีคนสนใจอยู่แล้ว”

     

    ใช่สินะ พี่สิก้าทั้งสวย ทั้งรวย อยู่ในแวดวงไฮโซ พี่สิก้าที่เธอเคยรู้จักมันตายไปแล้ว มันไม่มีอีกแล้ว

     

    “ค่ะ ฉันก็หวังว่าคุณเจสสิก้าจะให้โอกาสฉัน” ยูริเอ่ย

     

    “แน่นอน เจสสิก้าใจดีจะตาย” ซูยองว่า

     

    ใจดีกับใครล่ะ กับพวกเดียวกันไง ไม่ใช่กับฉันหรอก

     

    “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ยูริลุกขึ้นแล้วเดินออกมา

     

    สุดท้ายก็ต้องกลับมาเจอกัน พี่สิก้าคงลืมไปหมดแล้ว แต่เธอล่ะ จะทำเฉยๆได้หรือ ทั้งที่ใจยังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงวันที่เจสสิก้าทิ้งเธอไป เพราะเธอมันจน เพราะเธอไม่ใช่ผู้ชาย ทั้งที่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นมาก่อนเธอ เขาหมั้นกันอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นเธอก็แค่หวัง หวังว่าเจสสิก้าจะเลือกเธอ จะรักเธอ แต่นั่นแหล่ะ ใครจะมาเลือกคนแบบเธอ โดยเฉพาะคนแบบเจสสิก้ายูริหลับตา ผ่อนลมหายใจช้าๆ

     

    เมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะ ในเมื่อคนหนึ่งไม่อยากจำ ฉันจะยังจำทำไม ก็อย่าให้เขารู้ว่าเราจำได้ทุกอย่างก็เท่านั้น เท่านั้นก็น่าจะพอแล้ว

     

    ยูริเดินไปเก็บของเตรียมกลับบ้านของตัว ในใจพยายามคิดถึงท่าทีที่ควรจะแสดงออก ถ้าต้องทำงานร่วมกันจริงๆ ก็ต้องไม่ทำให้รู้สึกลำบากใจ ต้องไม่เข้าใกล้ หรือออกห่างจนดูเหมือนรังเกียจ อืม แต่บางทีถ้ารู้ว่าต้องทำงานกับเธอ อีกฝ่ายอาจจะล้มเลิกไปก็ได้ แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน คว้ากระเป๋าขึ้นแล้วเดินออกจากที่ทำงาน

     

    ขับรถเก๋งมือสองกลางเก่ากลางใหม่ออกสู่ถนน สภาพการจราจรไม่ได้เลยร้ายเจ้าตัวจึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงบ้านที่เป็นตึกแถวสองชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวขนาดไม่ใหญ่นัก เพราะยูริไม่อยากให้บิดาและมารดาต้องทำงานหนักจนเกินไป แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ยอมหยุดอยู่เฉยๆ เธอจึงต้องปล่อยให้ทั้งคู่ทำสิ่งที่อยากทำต่อไป

     

    เมื่อเดินเข้าไปในร้านที่มีคนอยู่ประปราย เสียงใสๆของเด็กสาวรูปร่างผอมสูงก็ลอยมาเข้าหู

     

    “พี่ยูลมาแล้วววว” เจ้าของเสียงร้องลากเสียงยาว ทั้งยังวิ่งตรงเข้ามาเกาะแขน

     

    “มีอะไรเจ้ายุน หน้าบานเชียว มีอะไรน่าดีใจหรือไง” ยูริเอ่ยถามน้องสาวตนเองที่ยังเกาะติดตนเองอยู่

     

    “วันนี้เกรดออก ได้เอหมดเลยนะ” ยุนอาอวด

     

    “เก่งจริงๆ อยากได้อะไรล่ะหืม” ถามแล้วลูบหัวน้องสาวอย่างให้เอ็นดู เธอภูมิใจในตัวอีกคนมาก ยุนอาทั้งสวยทั้งเก่ง ไม่เหมือนเธอที่กว่าจะจบก็ตกแล้วตกอีก อีกอย่างยุนอาก็เป็นเด็กดี สมกับที่เธอและพ่อกับแม่คาดหวัง

     

    “ยังตัดสินใจไม่ได้เลยอ่ะ มีของที่อยากได้เยอะแยะ” ยุนอาเอ่ย

     

    “น้อยๆหน่อยเจ้ายุน อย่าไปกวนพี่เค้าให้มาก ยูลก็เหมือนกัน ของแพงๆไม่ต้องซื้อให้นะ รู้ไหม” เสียงมารดาดังมาจากหน้าเตา

     

    “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ น้องอุตส่าห์ตั้งใจเรียนมาทั้งเทอมนะ” ยูริช่วยแก้ตัวให้ ก่อนจะหันกลับมาหาคนที่ยิ้มจนปากแทบฉีก

     

    “ถ้าตัดสินใจยังไม่ได้ก็ไปตัดสินใจให้แน่แล้วค่อยมาบอกนะ” ยุนอาพยักหน้า ขณะที่ยูริเดินเอาของเข้าไปเก็บด้านใน ก่อนจะเดินออกมาใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วช่วยมารดาเสิร์ฟ

     

    “ยูลไปพักก่อนก็ได้นะลูก เพิ่งมาเหนื่อยๆ” บิดาเอ่ยบอกเมื่อเห็นบุตรสาวคนโต ยื่นมือมารับถาดที่ตนถืออยู่

     

    “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ วันนี้ก็ยูลก็ไม่ได้สอนอะไรมาก” ยูริเอ่ยแล้วยิ้ม

     

    “จริงๆพี่ยูลไปนั่งเฉยๆก็ได้ เดี๋ยวยุนทำเอง” ยุนอาเอ่ยบ้าง

     

    “พ่อลูกบ้านนี้เป็นอะไร ทำไมชอบไล่จัง”

     

    “ใครไล่กัน เป็นห่วงหรอก ขึ้นบ้านไปเลยไป๊” ยุนอาแย่งถาดจากมือพี่สาว ทั้งยังเอ่ยปากอีกครั้ง

    สุดท้ายจำต้องเดินเข้าด้านหลัง ปลดผ้ากันเปื้อนผึ่งไว้ที่เดิม เพิ่งจะใส่เองนะเนี่ย แต่ก็ในเมื่อทุกคนเค้าไม่อยากให้เธออยู่ เธอก็ขอลาแล้วกัน ยูริหัวเราะกับตัวเอง การได้กลับมาบ้านที่มีแต่คนคอยห่วงใย มันก็รู้สึกดีแบบนี้

     

    เปิดประตูเข้าห้องที่มีแสงเพียงสลัวเพราะเมื่อเช้าลืมเปิดม่านเอาไว้ ร่างสูงเดินไปเลื่อนม่านให้อ้ากว้าง แสงแดดยามเย็นส่องเข้ามาทำให้ทั้งห้องสว่างขึ้น ยูริเดินไปนั่งลงบนเตียงนุ่ม มองดูรูปถ่ายที่หัวเตียง รูปที่ไม่เคยนำไปไว้ที่อื่นเลยไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนวันจะเลยผ่าน ทุกสิ่งจะไม่เหมือนเดิม


    หยิบกรอบรูปนั้นมาดูใกล้ๆ เจสสิก้าในชุดสบายๆ สวมแว่นตาหนา ผมสีดำสนิทถูกรวบไปด้านหลังลวกๆ รอยยิ้มกว้างจนเห็นเหล็กดัดสีสด ด้านข้างคือเธอที่ยิ้มกว้างเช่นกัน นึกถึงวันนั้นแล้วยูริก็ยิ้มน้อยๆ คิดถึงพี่สิก้าแบบนั้นจัง มือวางรูปนั้นลงที่เดิมที่เคยอยู่ เอนหลังลงบนที่ฟูก ถ้ามีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอีกครั้ง สิ่งที่ควรจะทำคืออะไรนะ มือเรียวหยิบนิตยสารบนหัวเตียงมาดู บนกรอบเล็กด้านหนึ่งมีรูปคนคุ้นเคยที่เปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้า เจสสิก้ากับผมสีบรอนด์ที่ดัดเป็นลอน ใบหน้าเรียวสวยยิ้มน้อยๆแต่มีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ บนใบหน้าไม่มีแว่นกรอบหนา มีเพียงสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ยูริวางนิตยสารลงข้างตัว ความจริงเล่มนี้ก็ออกมาหลายเดือน แต่เธอยังคงหยิบมาดูแทบทุกคืน

     

    “พี่สิก้าเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ แต่ความจริงก็สมควรเป็นแบบนั้นนี่นะ พี่สิก้าก็บอกเองว่าพี่จะไม่มีวันจะลงเอยกับฉัน เป็นฉันเองที่ยอมอยู่ในสภาพนั้น” ยูริหยิบทั้งกรอบรูปและนิตยสารมาแนบอก ยังไงซะ คนไหนก็คือเจสสิก้าใช่ไหม ไม่ว่าคนไหนก็ยังเป็นเจสสิก้าที่เธอคิดถึง

     

     

    Talk

    เรื่องใหม่อีกแล้ว ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคจิตอย่างไรไม่รู้

    ว่างไม่ได้ต้องอยากลงอะไรสักอย่าง

    (แล้วทำไมแกไม่ลงเรื่องเก่าให้มันจบๆไป)

    อารมณ์มันไม่ได้หน่ะ ๕๕ อารมณ์วันนี้อยากเขียนเรื่องแบบนี้

    อารมณ์วันนั้นอยากเขียนเรื่องแบบนั้น

    แต่เชื่อว่าจะต่อสู้จนจบไปได้ทุกเรื่อง จริงๆนะ ๕๕๕

     

    เรื่องนี้ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไร ทุกเรื่องที่เขียนส่วนใหญ่เกิดจากประโยคหนึ่งประโยค

    เรื่องนี้ก็แค่เริ่มต้นที่พี่สาวเป็นแฟนคลับ Singular เลยคิดว่าวงนี้ก็น่ารักดี

    ไปดีกว่าเหอะ หลังๆเวิ่นๆอย่างไรไม่รู้

    อ้อ คิดว่าเรื่องนี้อาจจะออกแนวน้ำเน่าด้วยนะ ๕๕

    Blacktea 19/07/13

     *** เอามาลงใหม่ หลังจากลบไปนะคะ 08/11/13

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น