ตอนที่ 10 : GARAGE ★ SENIOR ★ สมาคมเมียเด็กอู่ │ 04-2 │ 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    5 ส.ค. 61



อ่ะ

หือ

ฌานร้องในลำคอเมื่อสัมผัสเย็นๆ จากไอศกรีมแนบอยู่ที่แขน ฉันเขย่าไอศกรีมไปมาอีกครั้งเพื่อให้เขารีบรับไปแกะกิน ฌานมองไอศกรีมยิ้มๆ แล้วก็รับมันไปแกะห่อออก ฉันตัดสินใจซื้อมาให้เขาก็เพื่อตอบแทนเรื่องที่เขาช่วยฉันซ่อมรถเมื่อวันก่อนนั่นแหละ

ขอบใจนะ น่ารักจัง

นี่ใจคอกะจะหยอดให้ฉันตายเลยใช่มั้ย ฉันพยายามฝืนตัวเองไม่ให้ลงไปดิ้นเหมือนสาวเวอร์จิ้นไร้เดียงสา แล้วเลือกนั่งตรงส่วนที่ว่างของเวสป้า เว้นระยะห่างให้มากที่สุดแม้ว่าตัวเองแทบจะตกรถอยู่แล้วก็ตาม

ทำตัวแปลกๆ นะเรา

ฌานเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา เขากำลังดูดไอศกรีมและใช้ดวงตาสีอ่อนของตนมองมาที่ฉันอย่างสงสัย

อือ เราก็ว่าตัวเองทำตัวแปลกๆ เหมือนกัน

ฉันยอมรับแต่โดยดี ไม่รู้ว่าจะมานั่งปั้นหน้าโกหกให้ได้อะไรอีก มันเหนื่อยนะ ต้องแกล้งทำ ต้องตีเนียน ต้องเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้ใต้หน้านิ่งๆ ทั้งที่อยากจะกรี๊ดหรือบอกให้เขารู้ว่าฉันเขินน่ะ ไม่รู้สิ ฉันว่าผู้หญิงไทยทุกคนมันก็ต้องเคยเป็นแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้นป่ะ การที่เราตั้งป้อม เล่นตัว ไม่ยอมเผยใจให้อีกฝ่ายง่ายๆ ก็เพราะเราไม่อยากจะดูเป็นคนใจง่ายน่ะ  

ฌานหัวเราะเบาๆ เขาเลิกคิ้วเหมือนจะถามต่อว่าแล้วยังไง

เชนเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเธอ เขาขอให้เราเปิดใจมองเธอใหม่

ไอ้เวรนี่ขี้แส่ชะมัดเลยนะว่ามั้ยฌานพูดยิ้มๆ เป็นสีหน้าที่เขาแสดงออกตลอดเวลาที่อยู่กับฉัน แล้วยังไง เกวอยากจะเริ่มต้นรู้จักกับเราแล้วเหรอ

ก็มีหลายอย่างที่อยากจะรู้น่ะนะ

อยากรู้อะไรก็ถามเลยครับ ผมพร้อมจะตอบทุกอย่าง

ดวงตาของฌานเป็นประกายมากเมื่อตกกระทบแสงไฟ เท่าที่ฉันสังเกตดูหน้าตาอย่างเขามันไม่น่าจะมาเป็นเด็กอู่ซ่อมรถได้เลยนะ เขาควรจะไปเป็นนายแบบหรืออะไรเถือกนั้นมากกว่า ไหนๆ ช่วงนี้วงการบันเทิงในประเทศไทยก็นิยมหนุ่มหล่อตัวสูงสไตล์ลูกครึ่งๆ แบบมาริโอ้อะไรอย่างนี้อยู่แล้วด้วย เชื่อฉันเถอะว่ามาริโอ้มีสะเทือนถ้าปะทะกับเขาเนี่ย  

เล่าเรื่องเธอให้ฟังอีกหน่อยสิ เราจะได้รู้จักเธอมากขึ้น

เมื่อตอนเย็นถึงเราจะคุยกันไปเยอะแยะแล้ว แต่มันก็มีอีกหลายอย่างที่ดูเหมือนฌานพยายามจะมองข้ามมันไปและไม่พูดถึงมัน อย่างเช่นเรื่องความเป็นมาของเขาในเชิงลึก เหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาชอบฉัน หรือไม่ก็เรื่องที่เขาทำไมไม่ถอดใจยอมแพ้ในการจีบฉัน...เอิ่ม นี่ฉันดูเป็นพวกสอดรู้สอดเห็นมากเกินไปมั้ยนะ  

ไม่เอาอ่ะ ไม่เห็นสนุก…” ฌานว่าเสียงคล้ายคนงอแง ซึ่งฉันก็ไม่ได้ถามเอาสนุกป่ะวะ

ผลัดกันเล่าดีกว่าป่ะ เราก็อยากรู้จักเกวให้มากขึ้นอีกเหมือนกัน

ก็…”

ก็ได้ โอเค ตกลง ดีล

นิ้วเรียวยาวของฌานชี้หน้าฉันเหมือนเป็นการปิดปากไม่ให้ปฏิเสธอะไรได้อีก คนบ้าอะไรเอาแต่ใจชะมัด

งั้นเริ่มเล่าละนะ…”

ฌานกัดไอศกรีมคำสุดท้ายจนหมด เขาก็กระแอมไอแล้วเริ่มทำหน้าเหมือนจะเล่ามหากาพย์อะไรสักอย่างให้ฉันฟัง เห็นท่าทีขึงขังเล่นใหญ่แบบนั้นฉันก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ฌานจึงยกนิ้วขึ้นมาจุ๊ปากตัวเองแล้วบอกให้ฉันเงียบตั้งใจฟังเขา


ผมชื่อฌานนะครับคุณผู้หญิง อายุ 21 ขวบ คิดว่าน่าจะเกิดราศีสิงห์ เลือดกรุ๊ปบี ตอนนี้เรียนอยู่ปี 2

เธอเรียนมหาลัยด้วยเหรอ

ตอนแรกที่ฌานบอกว่าเขาต้องออกค่าเล่าเรียนเอง ฉันคิดว่าเขาจะเรียนแค่ระดับมัธยมหรือไม่ก็ปวช. ปวส. เท่านั้น

เป็นเด็กอู่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องโง่มั้ยอ่ะ ผมก็เรียนมหาลัยเหมือนคุณนั่นล่ะ

แล้วเธอเอาเงินที่ไหนไปเรียน เงินที่ทำงานพิเศษน่ะเหรอ พอเหรอ ค่าใช้จ่ายตั้งเยอะแยะ ไหนจะค่าหน่วยกิต ค่าหอ ค่ากิน ค่าทำโปรเจคต์อีก

พอดิ ก็ทำงานตั้งหลายที่ อันที่จริงหลวงตาก็ช่วยบ้างอ่ะนะ แต่ก็ไม่ค่อยกล้ารับทั้งหมดหรอก

เธอเป็นเด็กวัด แล้วไม่ต้องกลับไปนอนวัดเหรอ

ตอนเด็กน่ะใช่ ต้องนอนวัด แต่โตขึ้นมันก็ต้องมีขยับขยายชีวิตกันบ้างป่ะ หัดทำงานมีตังค์เก็บ มันก็ควรจะออกมาใช้ชีวิตด้วยลำแข้งตัวเองดิ

โห

ฉันทึ่งในความสามารถของเขาชะมัด เขาก็อายุมากกว่าฉันแค่สองปี แต่ทำไมถึงได้ดูเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ ผิดกันกับฉันและบรรดาเพื่อนๆ ที่ล้วนแล้วมาจากบ้านที่มีฐานะ พวกเราทุกคนไม่เคยมีใครต้องออกไปทำงานพิเศษเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเองเลย อยากจะได้อะไรก็แค่ออกปากขอพ่อกับแม่เท่านั้น แต่กับฌาน...เขาต้องหาทุกอย่างมาด้วยตัวเอง น่าทึ่งชะมัด 

ที่จริงแล้วโดนไล่ออกมามากกว่า

ฉันขอทวงคืนความประทับใจเมื่อกี้ ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดแล้วกัน -_-^

ตอนเราอยู่ม.ต้น เรารู้จักกับพี่คนหนึ่ง เขาเป็นนักดนตรีเล่นกลางคืนอยู่ในผับ เราสนใจเลยขอตามไปเรียนกับพี่เขา หลวงตารู้ ก็เลยฟาดเราซะเนื้อแตก แล้วก็สั่งห้ามไม่ให้ไปคลุกคลีกับพวกนักดนตรีอีก เราก็คิดนะว่าทำไมวะ ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี ไม่ได้กินเหล้าเมายา แค่ไปเล่นดนตรี ทำไมต้องห้าม ไปๆ มาๆ ก็เลยทะเลาะกัน สุดท้ายก็เลยต้องเลือกระหว่างที่ซุกหัวนอนกับความชอบ เกวพอจะรู้ป่ะว่าเราเลือกอะไร

เธอเลยออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่ม.ต้นเลยน่ะเหรอ” 

มันมีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ ด้วยสินะ คนที่เลือกเดินตามฝันของตัวเอง เลือกในสิ่งที่ตัวเองรัก ต่อให้ลำบากแค่ไหนก็ไม่ย่อท้อน่ะ เหมือนฉันกับเขาจะออกมาจากคนละโลกเลยแฮะ

ใช่ ลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้เงินจากการไปเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านที่พี่เขาไปเล่นบ้าง พอฝึกตีกลองไปเรื่อยๆ เข้าก็ได้ขึ้นคอนเสิร์ต พอจะมีเงินเก็บก็มาเช่าหออยู่ข้างนอก หลวงตาก็ตามกลับไปอยู่วัดหลายทีนะ แต่คงเพราะไอ้นี่…”

แขนแกร่งของฌานถูกยกขึ้นมา เขาชี้ให้ฉันดูรอยสักรูปนกสยายปีกของตัวเอง

เราสักตอนอยู่ม.ปลาย หลวงตาคงเห็นว่าป่วยการกับไอ้เด็กเวรนี่มั้งเลยเลิกตาม ฮ่าๆ

ตอนนี้ฉันว่าตัวเองเข้าใจความหมายของรอยสักรูปนกสยายปีกของเขาแล้วล่ะ เขาคงจะต้องการอิสระและการออกไปผจญภัยเหมือนพวกนกสินะ

แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่กลับไปไหว้ท่านหรอกนะ ไหนๆ ท่านก็เลี้ยงมาจนโตขนาดนี้ ตอนนี้ท่านก็เข้าใจแล้วล่ะว่าเราชอบอะไร รักอะไร เลือกอะไรแล้ว ท่านก็ไม่ห้าม ถือว่าเอ็งโตแล้วต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเองให้ได้ เราก็รักท่านเหมือนพ่อนั่นแหละ แล้วพอดีกับที่รู้จักไอ้เชน เราเลยไปทำงานที่อู่บ้านมัน แล้วก็ตั้งวงดนตรีด้วย

ชีวิตเธอดูน่าทึ่งอย่างกับนิยายเลย

แต่มันไม่ใช่นิยายน่ะสิ มาเล่าตอนนี้มันก็เหมือนรสชาติของชีวิต แต่ตอนที่เผชิญกับมันจริงๆ ก็หนักเอาเรื่องเลยล่ะ

แล้วพ่อแม่ของเธอไม่คิดจะตามหาบ้างเหรอ

ฌานนิ่งชะงักกับคำถามของฉัน เขาทอดสายตามองออกไปไกล นี่ฉันเผลอถามอะไรที่ไม่ควรถามรึเปล่า...ทำไมปากฉันมันถึงไปไวกว่าความคิด เขาดูเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่ายก็จริง แต่บางเรื่องฉันก็ควรจะให้พื้นที่ส่วนตัวกับเขา ไม่ก้าวก่ายกันแบบนี้ โอ๊ย อยากจะตีปากตัวเองจัง

เอ่อ ขอโทษนะที่เราละลาบละล้วงน่ะ ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบก็ได้

ไม่หรอก มันเป็นเรื่องจริงที่เราไม่มีพ่อไม่มีแม่ ถามว่าเคยคิดอยากตามหามั้ย ก็อยากนะ แต่จะเริ่มจากตรงไหนล่ะ เงินก็ไม่ค่อยมี

“…”

พ่อแม่เราเป็นใครก็ไม่รู้นะ แต่ตอนเด็กๆ ก็เคยหลับตาจินตนาการอยู่บ้างว่าพ่อกับแม่เราน่าจะเป็นราชาราชินีสักประเทศที่โดนกบฏแล้วต้องอพยพมาเมืองไทย พอคลอดเราเลยต้องทิ้งเราไว้แล้วก็พากันหนีตายกันไป ฮ่าๆๆ


ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะหัวเราะให้กับชีวิตของตัวเองแบบนั้น เขาทำเหมือนกับว่าเป็นเรื่องตลกได้ยังไง ทั้งๆ ที่มันหดหู่ออกขนาดนี้

ก็นะ จินตนาการตอนเด็ก แต่พอโตมาก็ไม่ค่อยจะได้คิดแล้วล่ะ พ่อแม่จะเป็นใครก็ช่างเหอะ รู้แค่ว่าไม่ใช่คนไทยแล้วก็ต้องหน้าตาดีมากก็น่าจะพอแล้ว จริงป่ะ ไม่งั้นจะผลิตลูกหน้าตาดีขนาดนี้ได้ไง

ฉันรู้สึกเหมือนโดนฌานลากลงนรกแล้วจับเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้าแล้วตบลงบนดินหลายร้อยครั้ง เขาเล่าเรื่องเศร้าให้กลายเป็นเรื่องตลกได้ยังไง ถ้าไม่เข้มแข็งมากก็คงจะบ้ามากที่สามารถทำใจกับเรื่องเลวร้ายในชีวิตได้

แล้วเกวอ่ะ

หา เรา?

อือ เราอยากฟังเรื่องของเกวบ้าง

โอ๊ย เรื่องของเรามันไม่น่าตื่นเต้นเท่าเรื่องของเธอหรอก ก็แค่เด็กมัธยมปลายธรรมดาๆ ตอนเช้าไปเรียน กลางวันนั่งเม้าส์กับเพื่อน ตกเย็นก็กลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็ไปเรียนพิเศษเตรียมแอดมิช ไม่มีอะไรหวือหวาสักนิด

ฉันเล่าเรื่องของตัวเองโดยแทบจะไม่คิดเลย มันคือความจริงนี่...ชีวิตฉันมันไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้น ก็แค่ลูกสาวคนเล็กของบ้านที่เรียนโรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพงๆ วันๆ ก็คิดแค่ว่าจะเข้ามหาลัยอะไร แล้วก็ไปเรียนพิเศษ กินเล่นเที่ยวนอน ชีวิตฉันนี่มันดูไร้ค่ายังไงชอบกลแฮะ

เหรอ แต่เราว่าน่าสนใจออก เด็กผู้หญิงที่ต้องขนของหนักๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งของช่วยที่บ้าน ทั้งๆ ที่ก็ดูออกจะรวย แถมยังดูแลตัวเองได้ ไม่รังเกียจคนจน ไม่แบ่งแยกชนชั้น มีน้ำใจ ยิ้มสวย น่ารัก ขี้โมโห เห็นทีไรก็มองเพลิน มีเสน่ห์ออก

เขาชมฉันงั้นหรอข้อดีมากมายที่ฉันมองไม่เห็น แต่ฌานกลับเห็นและพูดมันออกมาเป็นต่อยหอยไม่หยุด

ตลก...ที่พูดมาไม่เห็นเหมือนเราสักนิด

ฉันพยายามปฏิเสธ แม้ว่าใจจริงจะรู้สึกเขินกับการใส่ใจของเขา แค่การสังเกตเล็กๆ น้อยๆ แต่เขาก็สามารถมองหาข้อดีของฉันได้ไม่ยาก มันทำให้ฉันรู้สึกตัวลอยแบบแปลกๆ เหมือนดีใจที่ตัวเองถูกชม  

แถมยังจิ้นด้วย

เสียงกระซิบนั่นดังมาจากฌานที่แอบขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน จิ้น!! หมายถึงยังเวอร์จิ้นน่ะเหรอ!!  

ทะลึ่ง!!” ฉันผงะถอยห่างจากเขาด้วยความตกใจ ใช้มือตีผัวะเข้าที่ท่อนแขนของอีกฝ่าย แต่เจ้าตัวก็ยังไม่หยุดพูด  

เวลาเขินก็น่ารักนะ มองหน้าเกวทีไรนี่ทำเรายิ้มตลอดเลย เห็นแล้วอารมณ์ดีอ่ะ

ใบหน้าของฌานหันมาจ้องหน้าฉันตรงๆ พอฉันจะหลบไปทางอื่น เขาก็พาหน้าหล่อๆ มาดักทางไว้ตลอด ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งขยับหน้าเข้ามาใกล้ ฉันจึงต้องหยุดค้างเอาไว้แล้วเอนหัวถอยหลังหนีเขาแทน ทั้งๆ ที่หน้าแดงจะแย่อยู่แล้ว แต่ตาฉันกลับถูกบังคับให้สบกับเขาอย่างตรงไปตรงมา  

ไม่ต้องมาทำเป็นปากหวานเหอะ เพราะเธอทำตัวแบบนี้น่ะสิถึงได้ดูกะล่อนไม่จริงใจ :(“ ฉันว่าแขวะเขาด้วยเสียงสั่น รู้สึกสายตาตัวเองหลุกหลิกและมีพิรุธมาก ราวกับกลัวเขารู้ว่าตอนนี้ข้างในใจฉันมันกำลังตื่นเต้นขนาดไหนที่ต้องมานั่งจ้องตากับเขา  

เฮ้ย เราจริงใจทุกคำพูดนะ แล้วก็ไม่ได้ไปทำใส่ใครมั่วๆ ด้วย ปกติก็ไม่ต้องลงทุนจีบใครขนาดนี้

คำพูดเขามันดูน่าหมั่นไส้เป็นบ้า แต่ดูจากหน้าตาแล้วก็น่าจะจริงล่ะนะ...เขาหล่อออกขนาดนี้ แต่ดันมาชอบฉันที่แสนจะธรรมดา

จ้ะ พ่อหล่อเลือกได้ ไม่ได้ขอให้มาชอบสักหน่อย”  

ก็ทำไงได้ ชอบไปแล้วนี่นะ แล้วเกวอ่ะชอบเราบ้างยัง

จู่ๆ ก็ถามบ้าอะไรเนี่ย ฉันตามอารมณ์คนตรงหน้าไม่ทันเลยจริงๆ มือเล็กของฉันเลือกที่จะผลักอกของอีกฝ่ายออก เพราะต้องกลั้นหายใจกับระยะห่างระหว่างเราจนแทบจะตายอยู่แล้ว โดนรุกหนักขนาดนี้มันก็ต้องมีใจบางกันบ้างป่ะ  

เรื่องอะไร!” ฉันกลบเกลื่อนด้วยเสียงดัง ตีเนียนมองไปทางอื่น แต่ฌานกลับไม่ได้สลดแถมยังแกล้งเล่นใหญ่ทำเหมือนว่าเจ็บมากที่ฉันพูดออกไปแบบนั้น  

โห เจ็บเลยนะเนี่ย คนสวยไม่รัก...นี่ไม่เคยถูกปฏิเสธเลยนะ

สวยเสอกับผีน่ะสิ...หน้าเราอย่างกับแป๊ะยิ้ม

เฮ้ย! ใครบอก

มือหนาของฌานยื่นมารั้งใบหน้าของฉันที่กำลังก้มต่ำขึ้น เขาใช้สองมือประคองหน้าฉันแล้วเอาแต่ใช้สายตาจ้องไม่หยุด เฮ้ย...

หน้าตาอย่างนี้ สเป็คเลยเหอะ


ฉันควรจะเชื่อในคำพูดของเขางั้นเหรอ ทุกวันนี้เขามองหน้าฉันแบบไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ หรือตลกยังทำไม่ได้เลยป่ะ มือเล็กของฉันดันมือฌานออกจากหน้าก่อนจะถอนหายใจ ทำไมช่วงนี้มีแต่คนชอบล้อเล่นกับหน้าตาของฉันจังเนี่ย

ฌานหัวเราะเสียงเบาเมื่อเห็นฉันพยายามต่อต้านเขาเต็มที่ สายตาที่เขาใช้มองฉันเหมือนกับมองของเล่นหรือไม่ก็ตุ๊กตาที่น่าเอ็นดูแบบสุดๆ ซึ่งมันทำให้ฉันเขิน เขินมากจนต้องเม้มปากตัวเองแน่นแล้วก้มลงหลบสายตาเขา ปล่อยให้บรรยากาศระหว่างเราเงียบพักใหญ่   

ฮ่ะๆ แล้วเด็กแอดมิช สอบติดที่ไหนยังฌานที่เป็นเลิศด้านการกอบกู้บรรยากาศระหว่างคู่สนทนาว่า เขาคลี่ยิ้มบางๆ ให้ฉันแล้วขยับตัวถอยห่างออกไปเหมือนสงสารที่เห็นฉันเกร็งหนักมากเวลาอยู่กับเขาแบบนี้ ซึ่งก็ขอบคุณนะที่ยังเมตตา ฉันรู้สึกหายใจคล่องขึ้นนิดหนึ่งแล้ว  

ก็ติดแล้ว…”

ฉันตอบเขาออกไปเสียงเบาหวิว เหลือบตามองฌานที่ดูสนอกสนใจเรื่องของฉันมากเป็นพิเศษ

เหรอ ติดที่ไหนอ่ะ

ติดที่ KMTL อ่ะ

เฮ้ย จริงอ่ะ!! แล้วนี่เรียนคณะอะไร!”

เอ่อ เราสอบติดนิเทศฯ ภาพยนตร์ แต่ว่า…”

หน้าตาของฌานดูตื่นเต้นมากที่รู้ว่าฉันสอบติด มันน่าดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ

ทำไมทำหน้าแบบนั้น สอบติดต้องดีใจไชโยไม่ใช่เหรอ

ฌานที่กำลังทำหน้าตาตื่นเต้นหยุดชะงักเมื่อเห็นฉันไม่ได้มีอาการยินดีอะไรด้วย ฉันถอนหายใจก่อนจะตอบเขาตามตรงอย่างไม่ปิดบัง   

ก็อยากจะดีใจอยู่หรอกนะเพราะเป็นคณะที่อยากเรียน แต่เหมือนที่บ้านจะไม่ค่อยอยากให้เข้าอ่ะ ที่บ้านอยากให้เรียนพวกสาขาบริหารมากกว่า

มันเป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่ฉันพูดเรื่องนี้กับคนอื่น แถมฌานก็ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ฉันกลับสบายใจมากกว่าที่จะพูดกับเขา เหมือนว่าถ้าเขารู้เรื่องนี้ก็คงไม่เป็นไร...  

แล้วที่บ้านก็ยังไม่รู้ใช่มั้ยว่าสอบติดน่ะ

อือ ถึงรู้ก็อาจจะไม่ให้เข้า แล้วให้ไปเรียนเอกชนแทนก็ได้

เสียงถอนหายใจของฉันคงเป็นทางเดียวที่จะระบายความอัดแน่นในอกนี่ออกไปได้ ฉันก้มหน้าลง ทำหน้าเศร้าชนิดที่ว่าโลกทั้งใบมันกำลังเฉาตาย

ร่างสูงของฌานจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืน เขาไม่พูดอะไรแต่หมุนตัวเดินเข้าไปในเซเว่น ฉันขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะกำลังสงสัยว่าเขาจะทำอะไรอีก คิดว่าเขาคงไปหาซื้อของกินเพราะหิวล่ะมั้ง แล้วว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ฉันออกมาเซเว่นนานแล้วไม่ใช่เหรอ เฮียเวจะรู้รึยังนะว่าฉันแอบออกมาข้างนอกตอนดึกโดยไม่บอกใครแบบนี้  

ฌาน เราว่ากลับกันเหอะ…” ฉันที่นั่งรอฌานหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อประมาณห้านาทีหันกลับไปหาเขา คำพูดหยุดชะงักค้างไม่จบประโยคเพราะคนตัวสูงเดินออกมาพร้อมกับอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันแปลกใจ 

สอบติดแล้วต้องฉลองสิ จะมาทำหน้าอมทุกข์ทำไมจริงมั้ย

ใครจะไปคิดว่าที่ฌานเข้าไปในเซเว่นเพราะเขาเข้าไปซื้อขนมเค้กเคลือบช็อกโกแลตออกมา แถมมันยังปักเทียนบนนั้นหนึ่งเล่มอีกด้วย

ยินดีด้วยนะที่สอบติดแล้ว ว่าที่นิสิตคนใหม่ฌานยิ้ม เดินสาวเท้าอย่างระวังที่สุดมาหาฉัน เขาใช้มือป้องเทียนเอาไว้ แล้วลากนัยน์ตาสีน้ำตาลใสของตัวเองมองฉันด้วยใบหน้าที่น่ารักที่สุด เขาจะรู้ตัวมั้ยนะว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ส่งผลต่อใจของฉันขนาดไหน

เป่าเทียนแล้วอธิษฐานถึงเรื่องดีๆ สิ

บ้าไม่ใช่วันเกิดสักหน่อย

ฉันพูดออกไปเสียงสั่นทั้งๆ ที่ความจริงแล้วใจฉันน่ะมันสั่นยิ่งกว่า ฉันพยายามจะไม่กลั้นยิ้มทั้งๆ ที่ตัวเองดีใจมาก ไม่เคยมีใครเลยที่จะแสดงความยินดีกับฉันเรื่องที่สอบติด เขาเป็นคนแรก...และเป็นคนเดียวที่ทำแบบนี้ให้ฉัน  

อ้าว ฉลองแบบนี้ไม่ดีใจเหรอ

ฌานทำหน้าผิดหวัง ฉันรู้สึกแย่นิดหน่อยน่ะนะที่เห็นเขาทำหน้าแบบนั้น แต่จะให้ฉันบอกได้ยังไงล่ะว่าดีใจมากๆ ถ้าบอกไปแบบนั้น เขาก็รู้ตัวหมดน่ะสิว่าฉันประทับใจขนาดไหน นอกจากจะใจง่ายแล้วฉันยังเป็นผู้หญิงใจบางอีก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ก็แอคแทคฉันซะจนเข่าอ่อนตลอด ฉันแพ้ทางฌานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย    

ถ้างั้นเกวพอมีเวลามั้ย

คนตัวสูงเป่าเทียนบนเค้กด้วยตัวเอง แล้วเอ่ยถามฉันหลังจากที่คิดอะไรขึ้นมาได้  

ไปที่ๆ หนึ่งกับเราหน่อยสิ

ฮะ! 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #71 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 13:38

    ไปไหนกันอะ ออกมานานแล้ว เดี๋ยวกลับไปโดนดุนะ

    #71
    0
  2. #57 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 14:28
    โอ้โห เจ้าชายตกยาก
    #57
    0
  3. #55 PimpunNochai (@PimpunNochai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 19:26
    รออยู่นะๆๆๆๆ
    #55
    0
  4. #42 Nunly Samil (@peppermint50) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 14:08
    เกลียดวิน
    #42
    0
  5. #41 Rayton (@rayton) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 11:51
    มีe-book มั้ยค่ะ อยากได้
    #41
    1
    • #41-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 10)
      15 มิถุนายน 2559 / 12:08
      มีจ้าาา https://www.mebmarket.com/ebook-23390-GARAGE-SENIOR-ประกาศกฎรักระงับความโสด
      #41-1