NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,224 Views

  • 583 Comments

  • 451 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    28,224

ตอนที่ 1 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │0 │ Let's go on a trip 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1933
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

Next station love สถานีป้ายหน้าความรัก

 

 

Falling in love with you from first summer

You asked, "Will love change?"

If you want to go to an adventure

Will I give you a day?[1]

 

บทนำ

Let’s go on a trip

 

ตกลงว่าแกเดินทางไปถึงเรียบร้อยดีนะ

เสียงถามจากปลายสายอย่างเป็นห่วงทำให้จันทร์เจ้ายกยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย เธอเพิ่งจากถิ่นฐานบ้านเกิดข้ามฟ้าข้ามน้ำทะเลมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดีด้วยซ้ำ เบญ เพื่อนชายเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเธอแอบปลีกวิเวกหนีจากทุกคนที่ไทยมาเที่ยวตามลำพังที่สิงคโปร์ก็เริ่มออกอาการเป็นกังวลเสียแล้ว

เรียบร้อยแล้ว นี่ก็จัดการซื้อซิมมาเปลี่ยนแล้วเนี่ย

หญิงสาวว่าแล้วใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์มือถือไว้ตอนที่หิ้วกระเป๋าลากใบใหญ่มาต่อแถวหลังกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อเติมเงินตั๋ว EZlink ในการเดินทาง เธอเคยมาที่ประเทศสิงคโปร์กับครอบครัวแล้วกว่าห้าครั้ง เรียกได้ว่าช่ำชองเส้นทางเหมือนเป็นเจ้าถิ่น ดังนั้นการหลบมาเที่ยวคนเดียวเพื่อหนีทุกอย่างจึงไม่น่ามีปัญหา เธอไม่มีทางหลงหรืออดข้าวอย่างที่เพื่อนสนิทกำลังเป็นห่วง

แต่ดูเหมือนว่าปลายสายจะมีเรื่องอื่นที่เป็นห่วงมากกว่าการมาเที่ยวแบบสันโดษ...และจันทร์เจ้าก็ไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องนั้นที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหนีมาไกลถึงนี่ด้วยสิ     

เฮ้อ เอาเถอะ ถ่ายรูปมาอัพเดตให้ฉันดูเป็นระยะๆ ด้วยละกัน ไม่งั้นเรื่องนี้รู้ถึงหูคุณนายเดือนเด่นแน่!”

คำสั่งย้ำๆ เป็นสิบรอบ เหมือนเปิดไฟล์บันทึกเสียงเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน จันทร์เจ้าถอนหายใจเล็กน้อยเพราะถูกยกเรื่องแม่ขึ้นมาขู่ เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลลงอาบแก้ม

อากาศของประเทศสิงคโปร์มันก็ไม่ได้เย็นกว่าเมืองไทยสักเท่าไหร่ ผู้คนก็เยอะ และเสียงบ่นของเพื่อนสนิทก็จู้จี้เหมือนมีแม่คนที่สอง แต่อย่างว่าล่ะนะ...ถ้าเบญไม่ห่วง เขาจะมาจู้จี้กับเธอทำไม

แล้วก็อย่าออกไปเถลไถลกลางคืนคนเดียวในที่เปลี่ยวๆ ห้ามดื่มเหล้าคนเดียว ห้ามช้อปปิ้งเพลินจนลืมเวลา กลับเข้าที่พักก็ต้องบอกฉัน เวลาเจอผู้ชายหล่อก็อย่าตามเขาไป รู้มั้ย

แกบ่นขนาดนี้ทำไมไม่เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าตามมาเที่ยวด้วยกันเลยล่ะ

หญิงสาวว่าแกมประชดเพราะเพื่อนสนิทเริ่มร่ายกฎข้อห้ามต่างๆ ที่คุยตกลงกันไว้ซ้ำอีกครั้ง ตอนแรกเธอตั้งใจว่าจะไม่บอกใครทั้งนั้นว่าจะหนีมาเที่ยวตามลำพัง แต่เพราะเบญเป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กที่รู้จักกันมานานและเขาก็อาศัยอยู่ห้องตรงข้ามในคอนโดฯ เดียวกัน เรียนจบก็มหาวิทยาลัยเดียวกัน แถมทำงานก็ยังทำบริษัทเดียวกันอีก เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีประโยชน์ที่เธอจะปิดบังเรื่องทริปหนีปัญหานี้ไม่ให้เขารู้

เบญรับรู้ปัญหาของเธอมาโดยตลอด และเขาก็เห็นดีเห็นงามกับการหนีไปพักสมองสักระยะหนึ่งแล้วค่อยกลับไปจัดการปัญหาที่เหลือ ทริปนี้จึงเป็นครั้งแรกที่จันทร์เจ้ามาเที่ยวต่างประเทศเพียงคนเดียว โดยปราศจากเพื่อน...ปราศจากครอบครัว และปราศจากใครอีกคนหนึ่งที่เธอพยายามจะลืมๆ ไป

เออๆ ไม่บ่นแล้วก็ได้ อย่าลืมหาข้าวหาอะไรกิน เช็คอินกับโรงแรมให้เรียบร้อยล่ะ แล้วก็ถ้ามีปัญหาอะไรโทรติดต่อหาฉันเลยนะ เข้าใจเปล่า

เจ้าค่า

ขนาดว่าไม่บ่น ยังร่ายอะไรต่อมิอะไรไม่รู้ไปอีกตั้งนาทีกว่า จันทร์เจ้าถอนหายใจปลงๆ แล้วกดตัดสายโทรศัพท์ของเพื่อนสนิทไปในที่สุด

เฮ้อ...ขนาดว่ามาเที่ยวไม่กี่วันที่ประเทศใกล้ๆ เจ้าตัวยังเป็นห่วงขนาดนี้ นี่ถ้าเธอไปเรียนต่อต่างประเทศหรือต้องแต่งงานมีครอบครัวแล้วย้ายถิ่นฐานขึ้นมา เบญไม่ต้องยกสำมโนครัวเรือนไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่นเป็นเพื่อนเธอเลยหรือไง

หญิงสาวบิดขี้เกียจเพื่อคลายความปวดเมื่อยแล้วเดินลากกระเป๋าไปตามแถวที่ลดลงเรื่อยๆ ของนักท่องเที่ยวที่เริ่มทยอยเข้าไปในชานชาลาสถานีรถไฟ

เมื่อคืนนี้จันทร์เจ้าบินมาลงที่สนามบิน Changi ประเทศสิงคโปร์ตอนเวลาห้าทุ่มกว่า ไฟล์ทบินของเธอไม่ค่อยสวยนักเพราะเป็นการจองในระยะเวลากระชั้น ทำให้ต้องนอนในสนามบินเป็นครั้งแรก มีใครต่อใครหลายคนเคยพูดว่าสนามบิน Changi ประเทศสิงคโปร์นั้นเป็นอันดับหนึ่งของทุกสนามบินทั่วโลก เธอไม่เถียงเรื่องความสะดวกสบาย สะอาดและพื้นที่ที่กว้างขวางพอให้นักท่องเที่ยวอย่างเธอได้พักผ่อนระหว่างรอให้ถึงเช้าวันถัดมา แต่อากาศที่หนาวเย็นกับเสียงของเพื่อนร่วมลานนอนขนาดกว้างที่ดังสนั่นเมื่อคืนทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ

คิดว่าเพื่อนแปลกหน้าคนนั้นคงจะกำลังป่วยเขาถึงได้ไอและส่งเสียงกรนจนรบกวนคนที่จับจองพื้นที่ตรง Viewing mall [2]จนไม่อาจนอนได้ สุดท้ายในตอนเช้าหญิงสาวก็เลยวางน้ำให้เขาหนึ่งขวดพร้อมกับยาแก้เจ็บคอแผงเล็กๆ เอาไว้พร้อมกับโน้ตย่อสั้นๆ ไม่เชิงว่าเป็นการแสดงความเป็นห่วงต่อเพื่อนร่วมโลกหรอกนะ แต่ถ้าหากว่าเจ้าตัวเลือกพักใน Hostel ที่เป็นที่พักยอดนิยมรวมกันกับนักท่องเที่ยวคนอื่น อย่างน้อยเขาก็ควรจะดูแลร่างกายตัวเองไม่ให้ส่งเสียงรบกวนคนอื่นให้ต้องลำบากเหมือนที่เธอเจออีก   

จันทร์เจ้าหาวหวอดๆ ใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาตอนที่เดินไปหยุดอยู่ที่ตู้อัตโนมัติ เธอไม่ได้เข้าแถวซื้อบัตร EZlink[3] เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่เพิ่งเคยเดินทางมาสิงคโปร์ เธอต่อคิวที่ตู้ขายอัตโนมัติเพื่อที่จะได้เติมเงินเข้าไปในบัตร กระเป๋าห้อยคล้องคอรูปตัวการ์ตูนใบเล็กคือที่ที่เธอเก็บเอาพาสปอร์ต เงิน เศษเหรียญ และรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางทั้งหมดเอาไว้ ตอนแรกที่หญิงสาวได้รับกระเป๋าใบนี้มา เธอค่อนข้างเคืองคนให้เพราะคิดว่าเจ้าเพื่อนตัวดีคงอาจจะกำลังว่าแขวะเรื่องที่เธอยังเหมือนเด็กมัธยม สำหรับบางคนการถูกทักว่ายังเด็กอาจเป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่สำหรับเธอที่ต้องทำงานในสายงานช่างภาพ ต้องการความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง มันทำให้เธอต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่บ่อยๆ 

กระเป๋าใบนี้มันไม่คูล ไม่ได้เข้ากับลุคอะไรของเธอเลย แถมยังเพิ่มจำนวนกระเป๋าที่ต้องแบกอีก แต่เพราะเบญกำชับนักหนาว่าการแบ่งของมาใส่กระเป๋าหน้ามันปลอดภัยกว่าการใส่ทุกอย่างลงไปในกระเป๋าเป้ข้างหลังหรือกระเป๋ากล้อง ง่ายทั้งต่อการระวังตัว ไม่ต้องรุ่มร่ามกลัวของจะหายหรือหยิบลำบาก จันทร์เจ้าก็เลยยอมเออออรับกระเป๋าใบนี้มาและยอมรับคำแนะนำของเพื่อน

ร่างสมส่วนของจันทร์เจ้าจัดการเติมเงินในบัตรเสร็จก็ลากกระเป๋าผ่านเข้าไปยังสถานีรถไฟฟ้า ไม่นานนักขบวนรถไฟก็มาถึง เธอชื่นชอบประเทศสิงคโปร์ก็ตรงที่รถไฟฟ้าไม่เคยปล่อยให้รอนาน อีกทั้งผู้คนในประเทศนี้ก็มีระเบียบ ถึงภายในรถไฟจะมีที่นั่งไม่มาก แต่เขาก็จัดสถานที่ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวให้ได้มีที่วางกระเป๋าและมีที่ยืน

จันทร์เจ้าก้าวเท้าเข้าไปในขบวนรถไฟ ยืนอยู่ติดริมสุดของประตูอีกฝั่ง เธอแอบลอบส่องสายตามองผู้คน รถไฟขบวนนี้คนไม่เยอะเท่ากับขบวนก่อนหน้านั้น เลยมีพื้นที่ให้เธอยืนพิงกับผนังตู้รถไฟได้สบาย และทุกอย่างก็เป็นไปได้สวยตามแผนที่วางไว้

“เอิ๊ก”

ยกเว้นก็แต่ใครบางคนที่เดินสาวเท้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเธอและส่งเสียงเรอจนดังลั่นผิดมนุษย์มนานั่น

คนหน้าเด็กขมวดคิ้วมุ่น หมุนตัวหนีไปอีกทางเพื่อเบนความสนใจไปที่อื่น แต่ทว่าเจ้าของร่างสูงราว 182 ซม.ที่มีสภาพผมเผ้าและเสื้อผ้าย้วยๆ ที่ดูรกรุงรังนั้นทำให้รู้สึกอึดอัดแปลกๆ เธอเองก็ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทแอบมองเขาเหมือนที่คนทั้งขบวนรถไฟกำลังมอง แต่ไอ้ท่าทางคันคะเยอราวกับมีกลากเกลื้อนขึ้นตามผิวจนไม่อาจหยุดเกาไปตามแขนและขารวมไปถึงหน้าท้องของตัวเอง มันให้ความรู้สึกสกปรกยังไงก็ไม่รู้ แถมไอ้หนวดเคราที่ดูยุ่งเหยิงก็มีคราบขนมปังที่เจ้าตัวกำลังเคี้ยวตุ้ยๆ บนรถไฟอย่างเสียมารยาทติดอยู่ มันทำให้เธอแทบจะเป็นลม

เอาจริง นี่เขาไม่รู้เลยเหรอว่าบนรถไฟไม่ควรจะหยิบอะไรขึ้นมากิน หรือว่าทนหิวไม่ไหวแล้วก็เลยไม่สนขิงข่าอะไร

ช่างเถอะๆ มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เธอจะต้องไปให้ความสนใจกับคนแปลกหน้า ถึงแม้คนที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าถูกแอบมองด้วยความกระอักกระอ่วนใจจะกำลังยิ้มแปล้โชว์เศษขนมที่เคี้ยวแล้วยังไม่ได้กลืนตามซอกฟันให้ดูก็ตาม 

“แค่ก...แค่ก!

ในจังหวะที่จันทร์เจ้าตัดสินใจเบือนหน้าหนีไปอีกทาง คนที่มีสภาพเหมือนมนุษย์ลุงโฮมเลสตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เกิดอาการสำลักขึ้นมากะทันหัน ผู้คนทั้งรถไฟต่างมองมาอย่างไม่สบอารมณ์กับเสียงสำลักที่อีกฝ่ายกำลังหน้าดำหน้าแดงเหมือนจะขาดอากาศหายใจตาย และคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างเธอก็ไม่อาจปล่อยเขาให้ตายต่อหน้าต่อตาด้วยเหตุผลที่ว่าสำลักขนมปังและความตะกละของตัวเองตายบนรถไฟ

มือเล็กรีบคว้าเอาน้ำที่เพิ่งซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อก่อนออกจากสนามบินยื่นส่งให้อีกฝ่าย คนที่มีสภาพหนวดเครารุงรังรีบยื่นมือออกมารับน้ำนั้นแล้วกรอกเข้าปากดังอึกๆ ตาลุงโฮมเลสในสายตาของคนทั้งขบวนรถไฟรอดตายไปได้ด้วยดี

เซี่ยเซี่ย หนี่ เตอ ปาง จู้!

จันทร์เจ้าเบิกตากว้าง เพราะในจังหวะที่เจ้าของร่างสูงยื่นส่งขวดน้ำคืนให้ เขาก็พุ่งตัวเข้ามาจับมือเธอแล้วเขย่ารัวๆ รอยยิ้มกว้างที่ถูกปกคลุมด้วยหนวดครึ้มทำให้หญิงสาวได้แต่คลี่ยิ้มแห้งๆ ไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรกับการทำความดีในครั้งนี้ แถมยังรู้สึกประหลาดที่จู่ๆ คนแปลกหน้าก็มาถึงเนื้อต้องตัวกัน

Sorry…I cannot understand what you said” (ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดเลย)

มือเรียวเล็กเริ่มชื้นเหงื่อ หญิงสาวพยายามเนียนด้วยการดึงมือตัวเองออกและพูดภาษาอังกฤษสวนกลับไปเพื่อแสดงตัวตนให้คนตรงหน้ารู้ว่าเธอไม่ใช่คนในพื้นที่และไม่สามารถสื่อสารอะไรกับเขาได้เพราะใช้คนละภาษา แต่ทว่าคนที่จับตรึงมือของเธอไว้กลับยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่และเอ่ยตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ จนความคิดของสาวไทยตัวคนเดียวเริ่มสับสนอลหม่าน เขาฟังเธอออกแถมรัวภาษาอังกฤษมาอย่างคล่องแคล่วอีกต่างหาก

I mean thank you so much for your help!” (ผมหมายถึงขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือ!)

เป็นครั้งแรกที่เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และเธอโคตรอยากจะหนีไปให้ไกลจากเรื่องนี้เลย!!

Next station…Lavender” (สถานีต่อไป...ลาเวนเดอร์) 

เสียงประกาศนั้นเปรียบดั่งระฆังช่วยชีวิต ขบวนรถไฟแล่นเข้าเทียบชานชาลา ถึงสถานีที่เธอต้องลงแล้ว

จันทร์เจ้ารีบสะบัดมือของคนที่ซาบซึ้งในพระคุณเธอออกอย่างลนลาน รีบคว้าข้าวของทั้งหมดและลากกระเป๋าเดินทางพุ่งออกจากขบวนรถด้วยความไวแสง ประตูปิดตามที่ด้านหลัง เธอถอดถอนหายใจเพราะคิดว่าสถานการณ์อันน่าอึดอัดนั้นได้จบลงแล้ว

แต่เธอคิดผิด...

Hey you!

ตาลุงคนนั้นลงจากรถไฟตามเธอมา!!!

 



[1] Hu Xia 胡夏 - Ai Xia

[2] จุดชมวิวเครื่องบินในสนามบิน Changi อยู่ใน Terminal 2

[3] EZ link คือบัตรเดินทางของสิงคโปร์ สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟ รถบัส รวมถึงใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ มีอายุการใช้งาน 5 ปี


อ่านแล้วเป็นยังไง อย่าลืมคอมเมนต์กันนะคะ ♥

ข้างล่างนี้เลย เดี๋ยวมาตามอ่าน+ตามตอบเน้อ



ในที่สุดลุงก็มาแล้ว เฮ้ 

ใครผ่านเข้ามาก็แวะเป็นกำลังใจกันได้น้า

หย่อนเมนต์คนละ 1 เมนต์จิตแจ่มใส เย้เย



สวัสดีค่า แวะมาอัพเฮียเหอxหนูจันทร์

เพราะจะบอกว่าตอนนี้รีเรื่องใหม่ รื้อพล็อตใหม่

และเขียนไปได้ 80 หน้าแล้วค่า 

เย้ ดีใจกับเค้าหน่อย TT ที่จริงเราละความพยายามในการเขียนเรื่องนี้มาสักพัก

เพราะรู้สึกว่ามันเบาเกินไปแล้วก็ไม่ได้วางเเผนก่อนเขียนใดๆ เลย

กลับมาครั้งนี้ก็เลยพยายามจะตบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง

เป็นเรื่องเป็นราว เรียลมากขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น 

และยังคงความเทาของตัวละครทุกตัวเหมือนเดิมค่ะ 

บางตัวละครที่เคยพบในเวอร์ชั่นแรกอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างนะคะ

เพื่อไม่ให้มีความเยอะและหลุดออกจากนอกเส้นเรื่อง

ยังไงก็ขอฝากเฮียเหอxหนูจันทร์เวอร์ใหม่นี้ไว้ด้วยนะคะ 



-ช่วงฝากนิยาย-


"ทำงานกับผมเงินเดือนดี สวัสดิการเยี่ยม โบนัสสูง 

มีกองทุนสำรอง ประกันชีวิตชั้นหนึ่ง

และฟรีคนดูแลตลอดชีวิต"

ตอนที่ได้ฟังครั้งแรก หญิงสาวก็ถึงกับทำตาโตอ้าปากค้างด้วยความงกในสายเลือด

แต่เมื่อได้รับสัญญามาจากเขา เธอถึงได้รู้ว่าไอ้งานที่ว่านั่นมันไม่ได้หมูอย่างที่คิด...

"โครงการ SEX รักษาโรค"

เกิดมาชาตินี้ให้ทำงานหนักวัวตายควายล้มแค่ไหน จอมนางก็ไม่เคยว่า

แต่ไอ้อดีตเด็กอ้วนที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้านายของเธอนี่มัน...!!

"หน้าที่ของนางก็มีแค่ตามใจผม ตามใจผม และตามใจผม"

ตามใจที่ว่านั่นไม่ใช่ตามใจธรรมดา!!!

เพราะมีชุดนางพยาบาลและโซ่แส้กุญแจพร้อม!!!


สายฮาเกรียนประสาทเสียจิ้มพี่เจ๋งโล้ดดด

____________เด็กแว๊นบางพลี vs สก๊อยบางระจัน____________
'ตัวเอง นิ้วนางกับนิ้วกลางเค้าหายไปอ่ะ ไม่รู้ไปอยู่ไหน'
ตาโตๆ ของพี่เจ๋งกวาดมองร่างฉันที่นอนหอบอยู่ด้านล่าง 
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเขาคงหมายถึงท่าไอเลิฟยู
แต่พอกระดิกนิ้วเท่านั้นแหละ 
'อุ๊ย เจอแล้ว อยู่ในนี้!' 
อยู่ในนี้ที่พี่มันว่าคือในตัวฉัน! ไอ้เชี่ยพี่เจ๋ง หนูใช่ของเล่นมั้ยวะพี่
แฟนฉันมีแล้ว...เอาเก่งด้วย




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #256 LazyA (@ammie16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 08:34
    ตามค้า
    #256
    0
  2. #179 อ้อเเอ้ ☂ (@doubleae) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:46
    รอได้ค่าาาา
    #179
    1
    • #179-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 1)
      28 มิถุนายน 2561 / 22:25
      อดใจรออีกไม่นาน ขอตบให้เข้าที่อีกนิดจะมาอัพน้า
      #179-1
  3. #178 nnmm_mmmmmm (@nnmm_mmmmmm) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:02
    เย้ ชอบเรื่องนี้มากกกก คิดถึงสุดๆเลย พรอตไหนก็รออ่านนะคะ
    #178
    1
  4. #129 นุงแมวเหมียว (@0914163622) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:53
    พี่ช่าาาาา
    #129
    0
  5. #1 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 20:36
    มาปักป้ายรอนะคะ น่าสนุกๆ
    #1
    1
    • #1-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 1)
      5 เมษายน 2559 / 00:54
      สถานีป้ายหน้าความรัก รับรองความหวานและความเพ้อเลยจ้า -.,-
      #1-1