NEXT STATION LOVE สถานีป้ายหน้าความรัก ♥ [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 28,271 Views

  • 583 Comments

  • 449 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    64

    Overall
    28,271

ตอนที่ 2 : สถานีป้ายหน้า...ความรัก │1-1 │ Lost guy 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

1

 

ฉันกำลังวิ่ง วิ่งอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับกระเป๋าใบโตเพื่อหนีให้พ้นจากใครบางคนที่กำลังเร่งฝีเท้าไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด หันขวับกลับไปมองที่ด้านหลังเป็นระยะ เจ้าของร่างสูงยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ ฉันคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นบ้าประสาทหลอนไปเอง เพราะฉันก็ไม่เคยโชคร้ายขนาดมีโฮมเลสรุ่นลุงอย่างนี้มาไล่ตาม ก็เลยลองขยับปรับระดับความเร็วให้มากขึ้นเพื่อดูให้แน่ใจว่าคนแปลกหน้าที่คิดว่าเป็นโรคจิตนั้นตามฉันมาจริงๆ รึเปล่า ปรากฏว่าเขากำลังเร่งฝีเท้าตามมา แถมยังเร็วมากขึ้นจนฉันแทบอยากจะร้องไห้

เกิดมาตั้งยี่สิบสี่ปี จันทร์เจ้าคนนี้ไม่เคยโดนโรคจิตที่ไหนตามติดแบบนี้มาก่อน พอก้าวเท้าออกนอกประเทศยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็เจอของดีเข้าให้แล้วเหรอเนี่ย!

ด้วยความหวาดหวั่นและกลัวจนขึ้นสมอง ฉันใช้มือยกขึ้นมากดรัวๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อโทรหาเพื่อนสนิทที่อยู่ประเทศไทย ก็รู้นะว่าต่อให้โทรหาเบญตอนนี้มันก็คงไม่ช่วยอะไร แต่อย่างน้อยที่สุดถ้าเกิดอะไรขึ้น เบญจะได้จัดการบอกที่บ้านรวมถึงมารับศพฉันที่นี่ได้!!

Hey!!

แข้งขาอันอ่อนแรงและสั่นระริกยังคงซอยเท้ารัวๆ ในขณะที่เสียงทุ้มนั้นยังคงดังตามมา กระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังเป็นภาระอันหนักอึ้งที่เอาแต่ขัดขวางฉันในการหนี ฉันห่อไหล่แล้วใช้มือข้างที่ว่างจับสายสะพายกระเป๋า น้ำหนักมหาศาลที่มาจากกล้อง DSLR และเลนส์อีกห้าหกชนิดทำให้ฉันเบ้หน้า เกลียดความติดนิสัยในสายอาชีพตัวเองชะมัด แค่จะมาเที่ยวแกจะแบกทั้งเลนส์ wide เลนส์ tele และเลนส์ fix อีกสามตัวมาทำหอกอะไรวะจันทร์เจ้า!!!

ฉันกวาดสายตามองไปโดยรอบสถานีรถไฟ ฉันเคยมาที่สถานีนี้กว่าสามครั้งเพราะที่พักที่ฉันจองไว้เป็นโรงแรมประจำที่เคยมากับครอบครัว จำได้ว่านายสถานีรถไฟจะอยู่ใกล้กับทางออก ถ้าฉันวิ่งพุ่งตัวไปถึงที่นั่น ฉันน่าจะขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้!!

พวกเขาอยู่ที่นั่นไง!!!

Please!! Help!!!” (ช่วยด้วย!!!)

ฉันตะโกนออกไปดังลั่น ลากกระเป๋าแล้วพุ่งตัวไปยังเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงทางออก ผู้คนทั่วทั้งบริเวณหันมามองทางนี้เป็นตาเดียวกัน ฉันหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หมุนขวับกลับไปที่เจ้าของร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าเขา ตั้งใจเต็มที่ว่าจะรายงานถึงพฤติกรรมอันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่

แต่แล้ว สายตาสีดำของฉันมันกลับสะดุดเข้ากับ...

“คุณหยิบกระเป๋าเดินทางไปผิดใบนะครับคุณผู้หญิง”

เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยออกมาพร้อมกับอาการหอบและไออย่างหนักหน่วง ฉันตัวแข็งหน้าชาและรู้สึกอับอายเอามากๆ เมื่อเห็นว่ากระเป๋าเดินทางสีดำของตัวเองอยู่ในมือของอีกฝ่าย ส่วนกระเป๋าที่ตัวเองลากมาตลอดทางนั้นดันเป็นกระเป๋าสีดำอีกใบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่รูปทรงของทั้งสองใบนั้นช่างคล้ายกันมาก...

นี่มันเรื่องตลกอะไรกันเนี่ย!!!

“พวกคุณมีปัญหาอะไรกันรึเปล่าครับ”

เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงทางออกมองพวกเราสลับกัน ตาลุงซกมกที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นผ่านม่านหนวดเครารุงรังกำลังจะอ้าปากเพื่ออธิบายสถานการณ์ แต่เพราะฉันหัวไวและเป็นคนฉลาด ก็เลยรีบหมุนขวับกลับไปหาเจ้าพนักงานและส่งยิ้มหวานในทันที

“ไม่มีอะไรค่ะ เข้าใจผิดกันนิดหน่อย แหะๆๆ”

ขืนปล่อยให้เขาเป็นคนอธิบาย ไม่แน่ฉันอาจจะโดนพ่วงข้อหาว่าพยายามขโมยกระเป๋าเดินทางของคุณลุงคนนี้ก็ได้นี่ ฮือ!! ข้าน้อยผิดไปแล้ว!!!

 

คงไม่มีอะไรจะเป็นการขอโทษได้ดีไปกว่าการเลี้ยงข้าวสักมื้อกับคนแปลกหน้าที่ฉันดันไปก่อเรื่องราววุ่นวายให้

เอาจริงนะ ไม่อยากจะโทษว่าเป็นความผิดตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกที่ทำให้เกิดการสลับกระเป๋าและทำให้คนตรงหน้าต้องลงจากรถไฟมา แต่ว่าเขา...เขาถึงเนื้อถึงตัวฉันแถมยังทำตัวแปลกๆ ฉันผู้หญิงตัวคนเดียวในต่างแดนก็ต้องคิดเป็นธรรมดาป่ะว่ากำลังถูกรุกรานน่ะ

แถมสภาพของคนที่ดูยังไง๊ยังไงก็เหมือนมนุษย์ลุงแถวบ้านก็ยังประหลาดมาก (ค่อนไปทางสกปรก) ผิดตรงไหนกันล่ะที่กลไกการป้องกันตัวเองของฉันมันจะทำงานขึ้นมา ยังไงๆ ฉันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองมาก่อนป่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...


“ขอโทษจริงๆ นะคะ” ฉันเอ่ยออกไปเป็นภาษาอังกฤษด้วยสีหน้าและน้ำเสียงรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง

แต่ทว่าคนที่กำลังงาบเบอร์เกอร์เข้าไปในปากเต็มคำกลับแสร้งทำเป็นยกนิ้วขึ้นมาแคะขี้หูของตัวเอง แล้วยังทำลอยหน้าลอยตาใส่ราวกับว่าฟังประโยคที่ฉันพูดไม่เข้าใจ

ประทานโทษนะคะคุณลุง!! เมื่อกี้นี้บนรถไฟฟ้าเขายังพูดตอบกลับฉันเป็นภาษาอังกฤษอยู่เลย และต่อให้ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของฉันมันจะไม่ได้แข็งแรงอะไรมากมายนัก แค่พอเอาตัวรอดหาข้าวกินได้ไปวันๆ แต่ฉันก็มั่นใจว่าสำเนียงอเมริกันที่รื่นไหลนั้นบ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายน่ะใช้ภาษาอังกฤษคล่องกว่าฉันตั้งกี่ขุม!

“คือฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ...ที่เราสลับกระเป๋าเดินทางกัน”

“เฮอะ” ตาลุงหนวดเฟิ้มหัวเราะออกมาเหมือนกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ฉันพยายามอธิบาย

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่คุณลุงที่อยู่บนรถไฟฟ้ากับตาคนที่กำลังนั่งหม่ำเบอร์เกอร์ที่ฉันออกเงินซื้อให้เป็นการไถ่โทษดูอย่างกับคนละคน ต่างกันราวฟ้ากับเหว นี่เขาลืมความรู้สึกซาบซึ้งที่ฉันยื่นน้ำให้เขาดื่มบนรถไฟฟ้าไปหมดแล้วเรอะ

คงเพราะไม่รู้ว่าควรจะวางตัวกับคนแปลกหน้ายังไง ฉันก็เลยเลือกหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อดูเวลา แต่ทว่าเพื่อนสนิทที่ฉันเพิ่งพยายามคอลไลน์ข้ามประเทศไปหานั้นกลับกำลังโทรกลับมาอย่างบ้าระห่ำ เหงื่อมากมายผุดขึ้นที่หน้าผากและฝ่ามือ

ฉันคิดว่าตัวเองมีเรื่องต้องเคลียร์กับเบญยาวมาก เมื่อกี้นี้ฉันโทรไปหาเขากี่สายกันนะ สักสิบหรือสิบห้าได้รึเปล่า โอ๊ย ป่านนี้เจ้าเพื่อนรักคงจะกำลังร้อนเป็นไฟลนก้นนั่งไม่ติดเก้าอี้แน่ๆ ฉันควรจะส่งข้อความกลับไปหรือขอตัวแยกเข้าไปในโรงแรมเพื่อรายงานความปลอดภัยของตัวเองเลยดีนะ

สายตาสีดำเหลือบมองคนตรงหน้าอีกครั้ง เราเผลอสบตากันแล้วฉันก็สัมผัสได้ถึงปะจุไฟฟ้าที่ปะทะกันเปรี้ยะๆ คิดว่าตาลุงคนนี้คงจะกำลังประณามฉันอยู่ในใจ แต่ว่าฉันขอโทษไปแล้วนี่นา แถมยังเลี้ยงเบอร์เกอร์เขาเพื่อเป็นการไถ่โทษไปแล้วด้วย เบอร์เกอร์ Wendie ที่ใกล้กับโรงแรมเราอร่อยมากนะ แถมราคาก็ไม่ได้น่ารัก (คูณเป็นเงินไทยสิ) ฉันว่ามันคงพอแล้วล่ะสำหรับการไถ่โทษ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ฉันคงต้องขอแยกตัวไปแล้วล่ะค่ะ”

ฉันส่งยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนให้คนแก่กว่า รีบคว้าสัมภาระข้าวของของตัวเองโดยตรวจดูให้แน่ใจอีกครั้งว่าคราวนี้ฉันหยิบกระเป๋าเดินทางไปถูกใบหรือไม่ เมื่อทุกอย่างครบถ้วน ไม่มีการสลับหรือฉันเด๋อทำอะไรพลาดไปอีก ฉันก็รีบสาวเท้าไปยังทางออกของร้าน กำลังจะผลักบานประตูกระจกออกไปเพื่อมุ่งตรงไปยังโรงแรมที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมใกล้ๆ

แต่แล้ว...

ย่า! เฉียนเปา! ฮู้เจ้า!! เจ่าปู๋เต้าเลอ!!!(เฮ้ย กระเป๋าเงิน! พาสปอร์ต! หายไปไหนวะเนี่ย!!!)

ฉันไม่สามารถเข้าใจได้หรอกว่าคุณลุงคนนั้นกำลังพูดพล่ามอะไร (คิดว่าเขาอุทานเป็นภาษาจีนนะ) แต่ดูจากเงาสะท้อนในกระจกและเสียงที่ดังอึกทึกจากด้านหลัง ฉันก็รู้สึกว่าทั้งขาและแขนของตัวเองมันแข็งจนก้าวออกไปจากร้านไม่ได้

ฮือ มันไม่ใช่เรื่องของฉันเลยป่ะวะ กระเป๋าก็สลับคืนแล้ว ขอโทษก็ทำแล้ว ไถ่โทษด้วยการเลี้ยงข้าวก็จัดการเรียบร้อย แล้วมันเรื่องอะไรอีก! มันเรื่องอะไร ทำไมฉันถึงต้องหมุนตัวกลับไปแล้วเห็นสภาพของผู้ชายตัวใหญ่ที่กำลังเทกระจาดทุกสิ่งอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายด้วย

ดูยังไงๆ คนตรงหน้าก็กำลังเดือดร้อน แล้วสาวไทยตัวคนเดียวในต่างแดน...ทำไมถึงต้องสะเออะหาเรื่องมาให้ตัวเองวุ่นวายด้วยเนี่ย

Are you ok?” (คุณไม่เป็นไรนะ?)

ฉันอยากจะตีหัวตัวเอง ตีซ้ำๆ ที่ไม่สามารถทอดทิ้งคุณลุงคนนี้แล้วชิ่งหนีไปได้ แค่จินตนาการถึงเสียงด่าของเพื่อนเรื่องที่คำเตือนมากมายของเขามันไม่ได้เข้าไปซีรีบรัม ฉันก็เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงชอบกลแล้ว

แต่จะทำยังไงวะ มีคนกำลังเดือดร้อนอยู่ตรงหน้านะ

My passport and my wallet! It’s gone!!” (พาสปอร์ตกับกระเป๋าเงินผม มันหายไป!!)

what…” (อะไรนะ...)

because of you!!!” (เป็นเพราะคุณ!!!)

ประโยคนั้นตะโกนดังลั่นร้าน ดวงตาสีดำใหญ่ของอีกฝ่ายถลึงตากว้างแล้วโชว์กระเป๋าสะพายหลังที่ขาดเป็นรูโหว่ให้ฉันดูเต็มๆ ตา ดูเหมือนว่าคุณลุงจะเผลอเอากระเป๋าไปเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่าง หรือแย่ยิ่งกว่านั้นคือเขาเพิ่งโดนกรีดกระเป๋ามา...

แหม ซวยเนาะ ซวยแบบซวยซ้ำซวยซ้อน ซวยยิ่งกว่าอินเซ็ปชั่น โดนฉันลากลงจากรถไฟไม่พอ กระเป๋าเรายังสลับกัน แล้วตอนนี้พาสปอร์ตกับกระเป๋าเงินยังมาหายอีก คนอะไรมันจะราหูอมได้ขนาดนี้วะเนี่ย ฮือ


“ว่าไงนะ!!! แก...ทำอะไรใครหายนะ”

เสียงที่ตะเบ็งออกมาผ่านโทรศัพท์ทำให้ฉันหูวิ๊ง หลับตาแน่นและเตรียมรับคำด่าสารพัดของเบญที่ส่งตรงมาจากเมืองไทย เมื่อกี้นี้หลังจากที่ฉันทราบข่าวร้ายอันยิ่งใหญ่ของชายแปลกหน้าอารมณ์คุณลุงข้างบ้านเป็นที่เรียบร้อย ด้วยความจนปัญญาและเหนื่อยร่างแทบพัง ฉันก็เลยเดินไปเช็คอินที่โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนพร้อมกับฝากกระเป๋าเดินทางและสัมภาระอื่นๆ เอาไว้กับพนักงานที่ประจำอยู่ตรงส่วน information

จากนั้นก็รีบหาข้อมูลอย่างเร่งรีบเพื่อแก้ปัญหาเรื่องพาสปอร์ตหายในต่างแดนรวมไปถึงหาพิกัดของสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดเพื่อไปแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องเอกสารและกระเป๋าเงินที่หายไปของคุณลุง

ฉันคิดว่าตัวเองจัดการวางแผนแก้ปัญหาและไล่เรียงลำดับได้เป็นอย่างดี แต่เพราะเบญยังคงโทรมาไม่เลิก (ความผิดฉันเอง) ฉันก็เลยต้องรับสายเขาและเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ให้เพื่อนสนิทฟัง มันด่าฉันเปิดเปิงไปหมดเพราะเวลาผ่านมาได้แค่สามชั่วโมงที่ก้าวออกมาจากสนามบิน เรื่องซวยๆ ก็บังเกิดกับฉันไม่หยุดหย่อน แถมยังมีตัวพ่วงเพิ่มมาอีกหนึ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบอีกด้วย

ตอนแรกก็เป็นแค่ตาลุงข้างบ้านท่าทางดูกักขฬะเลอะเทอะ แต่ตอนนี้ที่ปราศจากทั้งเงินและพาสปอร์ต เจ้าตัวได้เลื่อนขั้นมาเป็นตาลุงโฮมเลสโดยสมบูรณ์แล้ว!

“แล้วแกก็พาคนแปลกหน้าคนนั้นไปโรงแรมที่แกพัก? แกไม่คิดบ้างเหรอว่ามันอาจเป็นฆาตกรโรคจิตก็ได้!!

คิดดิวะไอ้เพื่อนชั่ว! ทำไมฉันจะไม่คิด...แต่จะให้ทำไงล่ะ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณลุงต้องมาเจอเรื่องซวย มันก็เป็นเพราะฉันด้วยส่วนหนึ่งนี่

“ชื่อเขาแกก็ไม่รู้จัก พาสปอร์ตที่ยืนยันตัวตนได้ก็มาหาย แกไม่คิดว่ามันแปลกๆ บ้างเหรอวะจันทร์ ที่จู่ๆ แกก็ดันตกกระไดพลอยโจรต้องไปไหนมาไหนกับใครก็ไม่รู้ อันที่จริงมันไม่ใช่ปัญหาของแกเลยด้วยซ้ำป่ะ ฝากไอ้คนนั้นไว้กับตำรวจซะ เดี๋ยวสถานทูตประเทศมันก็จัดการเองแหละ”

ฉันก็ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอเหลือบสายตามองคนที่ขุดคุ้ยเอาผ้าคลุมลายเสือดาวออกมาพันตัวตั้งแต่ส่วนปากลงมาถึงกลางลำตัว ส่งเสียงไอดังครอกแคร่ก เดินเอ๋อๆ มึนๆ ฉันก็รู้สึกว่าคุณลุงโฮมเลสดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ จะบอกว่าเหมือนคนไม่เต็มมันก็ไม่ใช่...แต่มันก็เป็นห่วงเขาแปลกๆ อ่ะ

“ไม่รู้ว่ะ ฉันยังคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้นอ่ะ ตอนนี้ที่ต้องทำก็คงต้องพาเขาไปสถานีตำรวจกับสถานทูตนั่นแหละ”

ฉันตอบกลับเพื่อนไปห้วนๆ ยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองจนผมหน้าม้าแตกกระเจิงไม่เป็นทรง

จริงๆ ฉันก็ไม่ใช่หญิงไทยใจงามผู้แสนดีอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ออกจะเป็นคนเห็นแก่ตัวและขี้รำคาญอยู่ไม่น้อย แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันทิ้งคุณลุงไม่ได้ อะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันคิดว่าภาษาอังกฤษอันกระท่อนกระแท่นของตัวเองพอจะช่วยเหลือได้ อย่างน้อยที่สุดก็คือสีหน้าแตกตื่นในตอนแรกของเขา ดูดีขึ้นตอนที่ฉันรับอาสาพาไปสถานทูต

“ฉันละโมโหแกจนอยากจะฟาดให้หลังลาย แกอุตส่าห์หนีปัญหาจากที่นี่เพื่อไปพักผ่อนไม่ใช่เหรอวะ แต่นี่อะไร ดันไปรับปัญหาใหม่มาอีกละ ถามจริง แกเป็นโรคอะไรวะจันทร์ โรคชอบสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองเหรอ ตัวแกก็แค่นี้ สมองแกก็เท่าขี้มด โง่แล้วยังไม่รู้จักพัฒนา แกจะปล่อยให้คนอื่นมาสร้างเรื่องให้แกอีกกี่ครั้งกี่หนถึงจะพอวะ!!!” 

ก้อนสะอึกตีแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ฉันกำโทรศัพท์มือถือตัวเองแน่นมากพอๆ กับริมฝีปากที่ขบเม้มเข้าหากันจนสั่นระริก ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงที่ฉลาดสักเท่าไหร่ มีแต่สร้างเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองไม่รู้จักจบจักสิ้น เบญเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กที่คอยรับฟังและแก้ปัญหามาให้ฉันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะโมโหและเหวี่ยงเสียงดังลั่นสายขนาดนี้

แต่ถ้ามันลองมาเป็นฉันดูบ้าง มันก็น่าจะเข้าใจรึเปล่าว่าในหลายๆ ครั้งที่ปัญหามันเกิดขึ้น ฉันก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราวจนมาทำร้ายตัวเอง ฉันเองก็อยากจะเป็นผู้หญิงที่ดี เป็นผู้ใหญ่และโตขึ้นจนเพื่อนไม่ต้องมานั่งรับฟังและแก้ปัญหาให้เหมือนกันนั่นแหละ!!!

 

 



ถ้าใครนึกสภาพของลุงเหอที่หนูจันทร์เจอไม่ออก

มาค่ะ เราแปะกิ๊พให้ทุกท่านไว้แล้ว 555555

(รักเฮีย เอ็นดูเฮีย แกล้งเฮีย)


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #257 LazyA (@ammie16) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 08:42
    จันทร์เจ้าลูกกกก ถ้าไม่ใช่พระเอกนี่หนูอาจเจอโจรแล้วนะลูกกกก
    #257
    0
  2. #176 cen+++ (@elve--) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 00:06
    เฮียเผิงงงงง >////<   พอบอกว่าซนเหมือนลิงนี่ทำให้นึกถึงตอนเล่นไซอิ๋วเลย 
    #176
    0
  3. #173 Demon Vetz (@PPloy_Tinyny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:42
    เข้าใจเลยอ่ะ ติ่งคนจีนที่เพื่อนทั้งห้องไม่มีใครรู้จัก ก็แบบว่าเกอเกอแต่ละคนมันสเปคทั้งน้านนน55
    #173
    1
    • #173-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:59
      5555 ช่วงนี้เกาหลีมาแรงงงง
      #173-1
  4. #60 La Siesta (@nootuatia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 07:55
    อิมเมจเฮียเผิงด้วยยยย แอร้
    #60
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #60-2 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      30 พฤษภาคม 2559 / 16:58
      อ๊ายยย แฟนคลับเฮียเผิงใช่มั้ยคะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่สมาคมแม่บ้านไต้หวันนะ =.,=
      #60-2
  5. #17 PUFFER :D (@puffer-w) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 13:05
    เฮียเหอ ดีใจจนลืมตัวสินะ
    #17
    1
    • #17-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      21 เมษายน 2559 / 13:23
      เฮียเขาล้นๆ เกินๆ เหมือนคนบ้าไม่ค่อยสมประกอบเลย 5555 (แซะพระเอกเป็นงานอดิเรก อิอิ)
      #17-1
  6. #16 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 10:18
    ว่าแล้วเชียว
    #16
    0
  7. #15 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 21:22
    เอาละสิ ทีนี้ ประชาชีได้แตกตื่นเพราะเฮียแกอยากถ่ายรูป เฮ้อ แล้วสามน้อยของเราหล่ะจะทำไงทีนี้
    #15
    1
    • #15-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      20 เมษายน 2559 / 21:34
      555 เฮียแกสิ้นคิด ไม่มีคิดหน้าคิดหลังใดๆ ทั้งสิ้นเลยค่ะ เด็กน้อยแท้ เอ็นดู๊เอ็นดู
      #15-1
  8. #14 黒ウサギ (@pumpuy_solove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 23:59
    ต้องตั้งกระทู้พันทิปค่ะ ปล่อยไว้ไม่ได้เจอของจริงขนาดนี่ 55555
    #14
    1
    • #14-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      19 เมษายน 2559 / 17:50
      555 จริงค่ะ พันทิปเว็บไซต์ประกาศตามหาคนหายชัดๆ
      #14-1
  9. #13 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 15:13
    ฮีโร่จริงๆนางเอกชั้น แต่เฮียค่ะ อย่ามาหลอกติ่งอย่างเรา ไม่มีทางหลอกได้ค่ะ อยากคุยกับไรท์นะคะ อยากให้ไรท์รู้ว่ามีคนอ่านนิยายที่ไรท์แต่ง อยากขอบคุณค่ะ
    #13
    1
    • #13-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2559 / 15:20
      5555 จริงงงง หลอกแฟนคลับแบบนี้คงมีคนเชื่อหรอก เฮียเหอนี่อายุสมองน้อยจริงอะไรจริง เอิกๆ
      ป.ล. เรารักเธอมากเลยยยยยย ฮือออ ขอบคุณมากเลยค่าที่แวะมาคุยด้วยบ่อยๆ น้าาา
      #13-1
  10. #12 Mooo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 13:34
    เห็น เฮียดุ๊กดิ๊ก แล้วอยากตบกระโหลกซักทีสองที 5555555
    #12
    3
    • #12-2 Mooo (จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2559 / 08:27
      ฮ่าๆๆๆๆ หมันไส้ค่ะ

      ขอถามหน่อยค่ะ อิมเมจเฮียนี่คือใครคะ มีไอจีมั้ยคะ
      #12-2
    • #12-3 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      22 เมษายน 2559 / 21:50
      เมจเฮียเหอจริงๆ แล้วชื่อ เผิงอวี่เยี่ยน ค่า เป็นนักแสดงไต้หวันน้าา เฮียหล่อน่ารักมากเบยยย อยากตามไอจีฟอลโล่โล้ดเลยค่า @yuyan_hautelab เฮียอัพรูปในไอจีบ่อยมว๊ากกก เฟรนลี่สุดๆ
      #12-3
  11. #11 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 09:44
    เฮียแกนี่ดื้อเหมือนกันแต่ก็สงสารน่ะ คนดังนี่ลำบากจริงๆ
    #11
    1
    • #11-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      17 เมษายน 2559 / 20:21
      ใช่ค่ะ อาชีพนักแสดงชื่อดัง เวลาพักผ่อนส่วนตัวนี่ไม่มีเลย สงสารเฮียนะ แต่เฮียก็กวนดีจริงๆ 5555 ขอบคุณคุณ moonlight มากเลยน้าที่อุตส่าห์แวะมานั่งเม้นท์พูดคุยเป็นเพื่อนไรต์ ไม่งั้นเรื่องนี้เหงาแน่ๆ เลย T-T
      #11-1
  12. #10 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 19:24
    น่าจะได้เจอกันไวๆ
    #10
    0
  13. #9 หนิงเฟิ่ง [宁凤] (@poppik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 01:47
    รอนะค้าาาา
    #9
    0
  14. #8 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 11:05
    โอ้ยทำไมตื่นเต้น กับนิยายเรื่องนี้จัง
    #8
    1
    • #8-1 YB Soulm@te (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 2)
      12 เมษายน 2559 / 11:11
      มันคือความฝันเเละความฟินของติ่งค่ะ 55555555
      #8-1
  15. #6 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 07:50
    รักไรท์นะคะ 55555
    #6
    1
  16. #5 zaha (@zahanateeruk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 07:09
    ????????????????????????
    #5
    0
  17. #2 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 09:00
    เป็นเราคงกรี๊ดหนักกว่านี้ ถึงขั้นช๊อคเลยทีเดียว
    #2
    0